Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 108 : บทที่101 อากิระ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11716
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 288 ครั้ง
    20 เม.ย. 60

บทที่101 อากิระ


            ม่านพลังทรงกลมที่เคยใสบริสุทธิ์นั้น  บัดนี้กลับกลายเป็นสีดำสนิทไปเกือบทั้งหมดแล้ว  ทำให้แม้แต่จะมองร่างของอากิระที่อยู่ภายในนั้น  ก็ทำได้อย่างยากลำบากแล้ว   ในตอนนี้ทั้งสุซาคุ  และ ทามาโมะต่างมองมันด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก


“ดูเหมือนเขาจะเริ่มถลำลึกลงไปในความมืดแล้วสิ”  สุซาคุกล่าวอย่างเคร่งเครียด

“ข้าถึงได้บอกไง  ว่าไม่ชอบการทดสอบของเจ้า”  ทามาโมะกล่าวพลางถอนหายใจ

“โธ่  ก็การที่จะได้พลังของเราน่ะ  จะให้รับการทดสอบง่ายๆได้อย่างไรกัน”  สุซาคุพยายามกล่าวให้ดูจริงจัง  แต่น้ำเสียงที่ออกมากลับแผ่วเบา

“เห้อ  น่าเสียดายนะ  ทั้งๆที่อุตสาห์เจอคนที่คุยถูกคอกันแล้วแท้ๆ” ทามาโมะกล่าวด้วยความเสียดาย

 

 

            เมื่ออากิระตื่นขึ้นมาในห้องของยูอิจิ  ทุกสิ่งก็ดำเนินไปเช่นเดิมอีกครั้ง ไม่ว่าเขาจะพยายามเปลี่ยนแปลงเพียงใดก็ไม่อาจที่จะทำได้  อากิระพยายามอยู่ถึงยี่สิบเก้าครั้ง  แต่ในทุกๆครั้งเขาก็ทำได้เพียงมองเท่านั้น  มองอดีตของตนที่เป็นไปโดยที่เขาไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย


            ในตอนนี้อากิระรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมากหลังจากที่อดีตในรอบสุดท้ายจบลง  เขามองไปด้านหน้าซึ่งก็ปรากฏร่างสามร่าง  นั่นก็คือพ่อแม่  และพี่สาวของเขาอีกเช่นเคย  อากิระนั้นได้แต่มองแล้วกล่าวอย่างเหนื่อยอ่อน


“ไม่ไหวแล้ว  ผมไปต่อไม่ไหวแล้ว...”


            อากิระทรุดเข่าลงกับพื้น  และก้มหน้าลงในความมืดมิดที่ไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้  สิ่งที่มองเห็นได้นั้นมีเพียงแค่อากิระ  และครอบครัวในอดีตทั้งทั้งสามคนของเขา  ทว่าราวกับเล่นตลกเพราะในความมืดมิดที่สงบเช่นนี้อากิระกลับมีสมาธิมากขึ้น  ในความมืดมิดอันเงียบสงบนี้จิตใจที่แทบจะแตกสลายของอากิระก็ค่อยๆสงบลง  และแล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา  เป็นเสียงที่ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากก้นบึ้งของหัวใจ


“หลงทางงั้นเหรอ  เจ้าหนู”


            เสียงที่ฟังดูคุ้นเคยนั้นดังขึ้นจากด้านหลัง  ทำให้อากิระต้องหันกลับไปมอง  และผู้ที่อยู่ตรงนั้นก็คือ  หญิงสาวร่างเล็กในชุดทหาร  ใบหน้าสวยงามน่ารัก  ดูอ่อนเยาว์ราวกับเด็กสาว  เส้นผมสีน้ำตาลที่ดัดเป็นลอน  เมื่อเห็นอากิระมองมาเธอก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง


“หรือว่าเธอเป็นเด็กกำพร้าอย่างนั้นรึ  ฉันเองก็พึ่งจะเสียลูกชายไป  ในเมื่อได้พบกันทั้งฉันและเธอก็คงมีวาสนาต่อกัน  มาเป็นลูกของฉันมั้ยล่ะ”


            อากิระมองไปยังเธอคนนั้น  โดยเริ่มมีน้ำตาคลอที่ดวงตาของเขา  แล้วเขาก็กล่าวอย่างยินดี  “ขอบคุณครับ  คุณแม่นภา”


“นี่ๆ  คุณจะมาเป็นพี่ชายของหนูเหรอคะ”  เมื่อได้ยินเสียงเล็กๆที่ดังขึ้น  เขาจึงหันไปมองพร้อมกับรอยยิ้มที่เริ่มปรากฏบนมุมปาก  เจ้าของเสียงนั้นคือเด็กตัวเล็กราวๆห้าถึงหกขวบ  เธอเป็นเด็กที่มีใบหน้าสวยน่ารักราวกับตุ๊กตา  มีลักษณะที่คล้ายกับนภา  เพียงแต่ว่าเธอมีผม และตาสีดำ  แล้วเสียงเล็กๆของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง “พี่ชายจะมาเล่นกับหนูทุกวันเลยได้มั้ยคะ”


“ได้สิ  พี่จะเล่นกับเธอทุกวันเลยนะ  จันทรา”  อากิระยิ้มกล่าวอย่างอ่อนโยน


และเสียงต่อมาก็ดังขึ้น  เสียงกวนๆที่ดังขึ้นนั้นเมื่ออากิระได้ยินแล้ว  เขาก็ต้องระบายรอยยิ้มออกมา “นี่นายน่ะเอาแต่เงียบแบบนั้น  เดี๋ยวก็ไม่มีเพื่อนหรอก”


ผู้ที่กล่าวนั้นเป็นเด็กหนุ่มอายุราวๆสิบห้าปี  เขามีเส้นผมสีน้ำตาลอมดำ  เช่นเดียวกับสีของดวงตา  ทว่าแม้จะเป็นเพียงเด็กที่อายุราวๆเด็กมัธยมปลายก็ตาม  แต่เขาก็มีร่างที่ค่อนข้างกำยำ  และสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตร  เขามองมายังอากิระแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มกวนๆ


“ถ้าอย่างนั้นฉันจะเป็นเพื่อนให้นายเอง”

“อา  ลองเป็นเพื่อนกันดูสักหน่อยก็ไม่เสียหายหรอกมั้ง  เนอะวายุ”  อากิระกล่าวตอบไป  และในตอนนี้เองบริเวณพื้นที่เขายืนอยู่ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาว


น่าตกใจนะที่ผู้เล่นใหม่ที่ฉันพึ่งจะเห็นโผล่ที่เมืองเริ่มต้นเมื่อไม่ถึงสามชั่วโมงที่แล้วมาโผล่ที่นี่แถมยังจัดการสัตว์อสูรเป็นฝูงได้โดยที่ไม่มีรวยขีดข่วนอีกต่างหาก”  เสียงหวานที่อากิระคุ้นเคยกล่าวขึ้น   เมื่อได้ยินเขาก็หันไปมอง  ที่ต้นเสียงนั้นมีร่างของหญิงสาวผมสีทอง  ผู้เป็นเจ้าของนัยน์ตาสีมรกตยืนอยู่

“ถ้าเห็นก็น่าจะมาช่วยกันบ้างนะครับ  ไอริส”  อากิระกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แฝงความขี้เล่นเอาไว้


อ้าวนั่น ไอ้น้องที่เจอกันที่ท่าเรือเมืองเริ่มต้นนี่นา เสียงที่ฟังดูกวนๆเล็กน้อยดังออกมา เจ้าของเสียงนั้นมีใบหน้าที่จัดว่าใช้ได้แม้จะออกไปทางกวนๆ ดวงตาสีน้ำทะเล และมีเส้นผมสีแดงอ่อน

“คราวนี้ผมจำนายได้แล้วนะ  มิกซ์”  อากิระกล่าวแล้วยิ้มให้


อย่าพึ่งโจมตีนะคะ ฉันไม่ได้มาร้ายนะคะ  เจ้าของเสียงหวานๆนั้นคือ  หญิงสาวร่างบางที่มีเส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาล และมีนัยน์ตาสีทอง ใบหน้าใสที่มีแววเศร้าปนอยู่เล็กน้อยทำให้รู้สึกอยากปกป้อง

“ผมรู้แล้วล่ะครับ  ลิซ่า”  อากิระยิ้มให้กับเธออย่างเอ็นดู


“สวัสดีครับยินดีต้อนรับสู่มหาวิหารแห่งบรรพกาล กระผมมีนามว่าราซิเอล เป็นผู้พิทักษ์ในวิหารแห่งนี้ครับ” เสียงกล่าวแนะนำตัวอย่างสุภาพดังขึ้น  เจ้าของเสียงนั้นคือชายใส่แว่นที่มีใบหน้าเรียวดูเป็นผู้ใหญ่ที่ทรงภูมิ มีรูปร่างผอมสูงดูเปราะบาง เขามีสีผมและนัยน์ตาสีเงิน

“อา  ฝากตัวด้วยนะ  ราซิเอล”  อากิระกล่าวด้วยรอยยิ้ม


“ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันคนนี้ก็คือ นัวร์ พอดีเห็นการแข่งของนายแล้วก็เลยรู้สึกสนใจขึ้นมาน่ะ” เด็กหนุ่มผู้มีนามว่านัวร์ตอบกลับ “เพราะฉะนั้น แสดงฝีมือให้ฉันเห็นหน่อยเถอะ”  เสียงนี้นั้นดังขึ้นพร้อมกับที่ปรากฏร่างของ  เด็กหนุ่มที่มีอายุราวๆ สิบสี่ถึงสิบห้าปี  เจ้าของเส้นผมของเขาเป็นสีขาว และ มีนัยน์ตาสีแดงสด  กำลังมองเขา  แล้วยิ้มอย่างท้าทาย

“เข้ามาเลย  นัวร์”  อากิระตอบรับอย่างยินดี


“หืม  ไม่เลวนี่นายน่ะ”  เจ้าของเสียงที่สดใสน่าฟังนี้ก็คือ เด็กผู้หญิงร่างเล็ก  มีใบหน้าที่ขาวเนียนหน้าตาดูน่ารัก  แต่แฝงด้วยประกายอันเด็ดเดี่ยว  เธอคนนั้นมีเส้นผมสีเงินสลวยที่ถูกรวบเอาไว้  และมีดวงตาคมสวยสีส้มสุกสกาว  เธอมองมาทางอากิระด้วยรอยยิ้มที่ถูกใจ “นี่นาย  มาเป็นเจ้าบ่าวให้ฉันดีกว่านะ” 

“ขอโทษนะครับหลินอิง  แต่ผมยังไม่อยากมีเจ้าสาว”  อากิระกล่าวพร้อมกับยิ้มให้เธอ


            จากนั้นรอบกายของอากิระก็เริ่มปรากฏแสงสว่างขึ้น  และเมื่ออากิระมองไปด้านหน้าอีกครั้ง เขาก็ต้องเบิกตากว้าง  ที่ด้านหน้าของเขานั้นคือหญิงสาวสองคนที่มีใบหน้างดงาม  รูปร่างที่พอดีไม่มีส่วนใดขาดเกินแม้แต่น้อย  ที่สำคัญเธอทั้งคู่นั้นมีใบหน้าที่เหมือนกัน  จะต่างก็เพียงคนหนึ่งนั้นมีเส้นผมสีน้ำตาลประกายทอง  พร้อมด้วยนัยน์ตาสีทองคู่งาม  ส่วนอีกหนึ่งมีเส้นผมสีดำสนิท  และนัยน์ตาสีดำอมแดงที่ดูน่าหลงใหล  เธอทั้งสองยื่นมือมาให้กับเขา


““มาสิฉันอยู่ข้างนายเสมอนะ  อากิระ / อาทิตย์””  ทั้งคู่กล่าวขึ้นพร้อมกันด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกัน


อากิระจับมือของทั้งสองและค่อยๆลุกขึ้น  แล้วจองมองไปยังดวงตาของเธอทั้งคู่  โดยที่ไม่จำเป็นต้องพูดคุยใดๆ  แต่เขาและพวกเธอก็สามารถเข้าใจกันได้  พวกเขามองตากันอยู่ได้ครู่หนึ่งอากิระก็ยิ้มอย่างมีความสุข  แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยกล่าวมา


“ขอบคุณนะครับ  แพรวา  เมเทียร์”


            เบื้องหน้าของอากิระในตอนนี้นั้นก็คือ  พวกพ้องคนสำคัญทุกคนที่เขายังคงมีอยู่   ในตอนนี้อากิระนั้นสามารถยืนหยัดขึ้นมาได้แล้ว  สถานที่ที่แสนมืดมิดแห่งนี้ก็ก็มีแสงสว่างที่ค่อยๆแผ่ขยายออกไปจากรอบกายของอากิระ  จนความมืดมิดเหล่านั้นสูญสลายไปจนหมดสิ้น  จนปรากฏให้เห็นเป็นทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่  และท้องฟ้าที่สวยงาม  จากนั้นเพื่อนๆของอากิระก็เดินไปยังทิศทางที่อยู่ด้านหน้าของเขา  เมื่อเห็นดังนั้นอากิระก็เดินตามเพื่อนๆไป


            แต่พอเดินไปได้ไม่กี่ก้าวอากิระก็หันหลังกลับไป  และมองไปยังครอบครัวที่แท้จริงของเขาที่กำลังมองมาทางเขาด้วยสีหน้าที่โศกเศร้า  เมื่ออากิระได้เห็นเช่นนั้นเขาก็กล่าวกับทั้งสามคน


“พ่อ  แม่  พี่ยูคินะ  ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมานะครับ  ผมน่ะเสียใจมาโดยตลอดที่ไม่มีโอกาสได้คืนดีกับพวกคุณ  ผมนั้นอยากบอกคำนี้กับพวกคุณมานานมากแล้วนะครับ”  อากิระกล่าวด้วยคำที่ดังก้องออกมาจากหัวใจ  “ผมรักพวกคุณนะครับ”


            เมื่อสิ้นคำของอากิระบนใบหน้าของทั้งสามก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้น  พวกเขามองมาทางอากิระด้วยแววตาที่อ่อนโยน  ร่างของทั้งสามนั้นค่อยๆกลายเป็นแสงสว่างขึ้นมาทีละน้อย  ก่อนที่ทั้งสามคนจะกล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน


“จงมีชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็งให้ได้นะ  ยูอิจิ”  พ่อของเขากล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้มให้

“แม่ก็รักลูกเช่นกันนะจ๊ะ”  แม่ของเขากล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข


            จากนั้นยูคินะพี่สาวของเขาก็เดินเข้ามาและกอดเขาเอาไว้  พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำสียงที่แสนไพเราะ  “พี่ไม่เคยนึกโกรธเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว  พี่รักเธอนะน้องชายสุดที่รักของพี่”


            จากนั้นร่างทั้งสามก็ค่อยๆกลายเป็นละอองแสงล่องลอยขึ้นฟ้าไป  อากิระนั้นมองตามละอองแสงเหล่านั้นไป  โดยที่มีหยาดน้ำตาไหลรินออกมา  ทว่าในเวลาเดียวกันก็ปรากฏรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข


“ผมได้รับการให้อภัยแล้วสินะ  ขอบคุณครับ  คุณพ่อ  คุณแม่  พี่ยูคินะ...”  เขากล่าวอย่างแผ่วเบา  และฝากให้สายลมเป็นผู้นำพาคำพูดนี้ไปให้ถึง  พ่อแม่และพี่สาวของตน


            และเมื่อกล่าวจบอากิระก็หลับตาลงเพียงชั่วครู่  ก่อนที่จะหันหลังกลับและเดินตามทิศทางที่เพื่อนๆได้เดินไป  เพียงไปไม่นานนักเขาก็ได้พบว่าเพื่อนๆทั้งหลายกำลังรอ  พร้อมกับส่งรอยยิ้มมาให้กับเขา  อากิระจึงเดินต่อไปเพื่อที่จะไปหาเพื่อนพ้อง 


            ในตอนนี้ตัวเขานั้นไม่มีอะไรที่ยึดติดกับตัวตนของยูอิจิแล้ว  เขานั้นได้ข้ามผ่านจากยูอิจิมาเป็นอาทิตย์  และในตอนนี้  ในสถานที่แห่งนี้  ในเวลานี้  เขาก็คือตัวตนที่มีนามว่า  อากิระ  สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของเขา  เพราะฉะนั้นไม่ใช่ว่ามีใครมาให้อภัยเขา  แต่เป็นตัวเขาที่ให้อภัยตัวเอง  และเลือกเส้นทางที่จะเดินหน้าสู่อนาคต  มากกว่าจะจมอยู่กับอดีต

 

 

            ม่านพลังทรงกลมที่ล้อมรอบร่างของอากิระอยู่นั้น  กลายเป็นสีดำสนิทเกือบทั้งหมดแล้ว  มีเพียงจุดเล็กๆเท่านั้นที่ยังคงไม่ถูกสีดำกลืนไป  แต่จุดที่ยังไม่ถูกย้อมด้วยสีดำนั้น  ก็ค่อยๆเล็กลงไปเรื่อยๆ


“เห้อ  ยัยสุซาคุ  ข้าว่าเจ้าคงต้องคิดบททดสอบใหม่แล้วล่ะ  เห็นมั้ยข้าบอกแล้วว่ามันไม่ดี  แต่กว่าจะมีคนมาให้เจ้าทดสอบใหม่อีกครั้ง  จะใช้เวลาเท่าไหร่นั้นข้าไม่รู้ด้วยนะ”  ทามาโมะกล่าวกับเพื่อนสาว

“อ...เอ่อ ก็เรา....”   สุซาคุไม่รู้ว่าควรจะกล่าวเช่นไร


            แต่ไม่ทันที่สุซาคุจะพูดจบจุดเล็กๆจุดสุดท้าย  บนม่านพลังทรงกลมก็เปล่งแสงสว่างขึ้น  จากนั้นมันก็ค่อยขยายออกทำให้สีดำที่ย้อมม่านพลังอยู่ก่อนหน้านี้  ค่อยๆจางหายไป  ทั้งสุซาคุ  และ ทามาโมะมองไปอย่างตกตะลึง  พวกเธอไม่นึกว่าชายที่อยู่ด้านในจะหลุดพ้นมาจากความมืดมิดได้ 


และเมื่อม่านพลังไร้ซึ่งสีดำที่ย้อมอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว  มันก็ค่อยๆแตกออก  เผยให้เห็นร่างของชายคนหนึ่ง  ร่างของชายผู้เป็นเจ้าของผมสีดำ  และนัยน์ตาสีโลหิต  ชายเจ้าของร่างสูงโปร่งมองมายังพวกเธอด้วยใบหน้าที่ดูสดใสขึ้นกว่าเดิม  พร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับทั้งสอง  จนสุซาคุกับ ทามาโมะถึงกับเผลอรู้สึกเขินจนหน้าแดงไป   ชายคนนั้นหาใช่ใครอื่นเขาก็คือ  อากิระนั่นเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 288 ครั้ง

2,695 ความคิดเห็น

  1. #2562 Bossy39 (@Bossy39) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 08:37
    ขนลุก...
    #2562
    1
    • #2562-1 karnopp30 (@karnopp30) (จากตอนที่ 108)
      6 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:42
      เหมือนกันครับ
      #2562-1
  2. #2373 oatlovetei001 (@oatlovetei001) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 20:35
    เป็นอีกเรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกอินได้มากขนาดนี้ยอมรับฝีมือในการถ่ายทอดอารมของตัวละคร ทำได้ดีมากครับ ข้าน้อยขอคาราวะ
    #2373
    0
  3. #2207 Mark (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 23:13
    <p>เท่าที่เคยดู/อ่าน อนิเมะ ฯลฯ นะ ไม่เคยเศร้าเท่านี้เลย แต่งดีมากคับ</p>
    #2207
    0
  4. #1903 jukkaji (@jukkaji) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 12:58
    งือออ//น้ำตาไหลเลยแต่งได้ดีมากค่ะ เห็นภาพที่ต้องสูญเสียครอบครัวซ้ำไปซ้ำมา..อะเฮื้อออออ!!ฆ่ากันให้ตายดีกว่า รวดร้าวค่ะรวดร้าว&#128546;&#128546;&#128546;
    #1903
    0
  5. #1893 apwmike (@apwmike) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 19:28
    ทำไมน้ำตาไหลฟะ
    #1893
    0
  6. #1871 bokuyo77 (@bokuyo77) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 12:23
    น้ำตาไหลเลย feeling มานพาไป
    #1871
    0
  7. #1849 Hydkuppum (@Hydkuppum) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 21:04
    บรรยายได้อารมณ์มากครับ feel good มากครับ
    ขอบคุณครับ
    #1849
    0
  8. #1569 arteeit2 (@arteeit2) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 08:19
    น้ำตาไหล นึกสงสารพี่สาว #แต่งดีมากกกกกก
    #1569
    1
  9. #1158 Lefelos (@Luziferkun) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 08:28
    เกมส์ชักไม่เป็นเกมส์ละ
    #1158
    2
    • #1158-1 arteeit2 (@arteeit2) (จากตอนที่ 108)
      13 กรกฎาคม 2560 / 08:19
      นิยายครับ
      #1158-1
    • #1158-2 มังกร (จากตอนที่ 108)
      26 กันยายน 2560 / 16:50
      ไปดูทีวี กด เลข99 555
      #1158-2
  10. #876 น้ำเพชร (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 13:17
    โครตสนุกอะ
    #876
    0
  11. #863 เล้งซาน (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 08:55
    วันนี้ขอสองตอนเลยฮะ มันค้างจะลงแดงแล้ววววว
    #863
    0
  12. #862 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 08:51
    สงสัยจะได้พาไปด้วยแล้วสิ
    #862
    0
  13. #861 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 08:41
    มีปักธงสาสๆเพิ่ม อีก 2 แจ่มมาก
    ขอบคุณครับ
    #861
    0
  14. #860 Prime win (@natchaphon2929) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 08:35
    แล้ว แล้วไงต่ออ่ะ
    #860
    1
    • #860-1 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 108)
      20 เมษายน 2560 / 08:38
      โปรดติดตามตอนต่อไป.... 555
      #860-1