Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 112 : บทที่104 บาปเจ็ดประการเริ่มโจมตี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12248
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 265 ครั้ง
    5 พ.ค. 60

บทที่104  บาปเจ็ดประการเริ่มโจมตี


            เมืองเรเวล  เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ห่างออกมาจาเมืองเวนทัสไม่มากนัก  เมืองนี้นั้นไม่ได้มีสิ่งใดที่โดดเด่นกว่าเมืองอื่นๆนัก  แต่ว่าภายในเมืองนี้ร้านค้าที่ครบครัน  โดยเฉพาะร้านที่เป็นเป้าหมายของพวกอากิระ  ร้านเสื้อผ้านั่นเอง


“เห...เมเทียร์ก็จะซื้อชุดใหม่ด้วยหรือครับ”  อากิระกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ก...ก็ไม่เห็นแปลกเลยนี่  ฉันก็ต้องทำตัวให้ดูดี  ให้สมกับที่เป็น  ฟ....ฟ...แฟนของอสูรมนตราหน่อยสิ”  เมเทียร์กล่าวอย่างเขินอาย  ทำให้รอยยิ้มให้ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอากิระ


            จากนั้นทั้งคู่จึงเข้าไปในห้องลองเสื้อเพื่อที่จะทดลองชุดแบบต่างๆ  การเลือกซื้อชุดแฟชั่นต่างๆภายในเกมเดสทินี่ แฟนตาเซีย ออนไลน์นั้น  ไม่จำเป็นที่จะต้องออกมาเลือกหยิบไปลองทีละชุด  แต่เมื่อเข้าไปในห้องลองเสื้อของร้านก็จะมีหน้าต่างที่มีรายชื่อ  และตัวอย่างของชุดให้เลือก  และเมื่อเจอชุดที่ต้องการทดลองใส่แล้ว  ก็เพียงแค่กดเลือกก็จะปรากฏชุดออกมาให้ได้ลองใส่ทันที  และเมื่อถูกใจก็เพียงแค่กดซื้อเท่านั้นก็จะได้รับชุดที่ต้องการแล้ว


            ไม่นานนักอากิระ  และเมเทียร์ก็ออกมาจากห้องลองเสื้อ  อากิระนั้นอยู่ในชุดเสื้อคอเต่าสีขาวล้วน  และกางเกงผ้าขายาวสีดำสนิท  เขาสวมเข็มขัดสองเส้น  หนึ่งเส้นเป็นสีดำที่มีลวดลายสีเงินคาดเอาไว้ตามปกติ  อีกหนึ่งเส้นเป็นเข็มขัดสีขาวที่มีลวดลายสีดำคาดเฉียงเอาไว้  รองเท้าสีดำที่หุ้มถึงหน้าแข้ง  และสวมเสื้อโค้ทสีดำที่มีลวดลายสีแดงสดตามขอบบนเสื้อ


            ส่วนเมเทียร์นั้นใส่เสื้อรัดรูปสีขาว  และสวมกางเกงขาสั้นสีดำ  แล้วสวมกระโปรงสีดำที่แหวกขึ้นจนถึงเอวทับเอาไว้อีกชั้น  เธอสวมเข็มขัดสีดำที่มีหัวเข็มขัดสีเงิน  และสลักไว้ด้วยลวดลายรูปดาว  และสวมเสื้อคลุมสีดำที่มีลวดลายสีขาวตามขอบบนเสื้อ  เธอสวมรองเท้าหุ้มข้อสีขาว  และสวมถุงน่องสีดำยาวขึ้นมาจนเลยหัวเข่า


            ชุดของทั้งคู่นั้นช่างดูเข้ากันทั้งๆที่ต่างคนก็ต่างเลือก  ทั้งสองคนต่างก็มองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม  ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางกลับเมืองเวนทัสเสียที  โดยที่ระหว่างทางอากิระก็ช่วยฝึกเรื่องการต่อสู้ให้กับเมเทียร์ไปด้วย

 

 

            เมืองสีขาวไวท์สเปล  เป็นเมืองที่อยู่ติดกับป่าสีขาวใกล้กับเมืองศักดิ์สิทธิ์  ยูโทเปีย  เป็นเมืองที่อาคารต่างๆภายในเมืองเป็นสีขาวล้วนสมชื่อ  และเมืองนี้ก็เป็นที่ตั้งของกิลด์พยัคฆ์อัคคี  หนึ่งในกิลด์ที่ลงแข่งขันในการแข่งขันเดสทินี่กรังปรีซ์  และยังเป็นกิลด์พันธมิตรของกิลด์วิหคราตรีอีกด้วย  แต่ทว่าในวันนี้กลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


บรึ้ม!!!!!


            ที่ทำการกิลด์พยัคฆ์อัคคีเกิดระเบิดขึ้นมากลางดึกโดยไม่มีผู้ใดทราบสาเหตุ  ยกเว้นเพียงสมาชิกกิลด์พยัคฆ์อัคคีเท่านั้น  ในตอนนี้ที่ซากของกิลด์พยัคฆ์อัคคีปรากฏร่างของคนเพียงหกคนเท่านั้น  สี่คนนั้นแต่งกายด้วยชุดที่มีลวดลายของเสือที่มีลายสีแดงเพลิง  ส่วนอีกสองนั้นแต่งกายด้วยชุดสีดำสนิท


            ทั้งสี่ที่ใส่ชุดประจำกิลด์พยัคฆ์อัคคีนั้นก็คือ  ไลเกอร์  วอร์เรส  มาเรีย  และสเกาต์นั่นเอง  พวกเขาทั้งสี่ตกอยู่ในสภาพที่สะบักสะบอม  ส่วนสมาชิกกิลด์ของพวกเขานั้นตอนนี้ไม่มีเหลืออยู่อีกแล้ว


“เหอะ  มีฝีมือเพียงเท่านี้ยังอุตส่าห์ได้เข้ารอบจริง  ในการแข่งเดสทินี่กรังปรีซ์อีกนะ  ดูท่าการแข่งคงจะมีแต่พวกกระจอกล่ะสิ”  เสียงที่ฟังดูประชดประชันดังมาจากหนึ่งในสองร่างที่ยืนอยู่ต่อหน้าของพวกไลเกอร์  ผู้ที่พูดนั้นเป็นหญิงสาวรูปร่างเล็ก  เจ้าของเส้นผมสีเขียวสดเช่นเดียวกับนัยน์ตา


“ข้าว่าเจ้าอย่าไปเสวนากับพวกมันเลยดีกว่านะเอนวี่  เสียเวลาเปล่า”  เสียงที่ดังก้องและแข็งกร้าวจนน่าหวาดหวันกล่าวกับหญิงสาวผู้มีนามว่าเอนวี่  ผู้ที่กล่าวออกมาก็คือ  ชายร่างใหญ่ที่มีผมสีดำตั้งชัน

“หึ  นายนี่ก็รีบเสียจริงนะแรธ  ก็ได้ๆ  งั้นมาจัดการกันเถอะ”  เอนวี่กล่าวพร้อมกับปรายตามองมายังพวกไลเกอร์


            และเมื่อเอ็นวี่กล่าวจบแรธก็เดินขึ้นมาด้านหน้า  เขากำหมัดแน่นจากนั้นก็เกิดออร่าสีแดงเพลิงห่อหุ้มบนมือของเขา  แรธค่อยๆก้าวเข้าหาพวกไลเกอร์พร้อมกับง้างหมัดขึ้น  จากนั้นเขาก็ปล่อยหมัดที่อัดแน่นไปด้วยออร่าสีแดงเพลิงออกไป  ในทิศทางที่มีร่างของพวกไลเกอร์


ตูม!!!


            เมื่อแรธปล่อยหมัดออกไปจนสุดแขน  ก็เกิดระเบิดขนาดใหญ่ที่กินวงกว้างขนาดที่ทำให้อาคารใกล้เคียงนั้นต้องถูกทำลายไปด้วย  เปลวเพลิงลามเลียไปทั่วบริเวณ  และในจุดที่เคยเป็นที่ทำการของกิลด์พยัคฆ์อัคคีก็ปรากฏร่างของพวกไลเกอร์ที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น  และเอนวี่กับแรธที่ยังคงไร้รอยขีดข่วน


            แรธค่อยๆเดินเข้าหาพวกไลเกอร์  แล้วคว้าร่างของมาเรียขึ้นมา  จากนั้นหันหลังและเดินออกไปโดยไม่สนใจสามคนที่เหลือ  เอนวี่เห็นเช่นนั้นก็เดินตามแรธไปเช่นกัน


“ภารกิจจับกุมเสร็จสมบูรณ์แล้วสินะ”  แรธกล่าวอย่างเฉยชา

“อา  ตัวประกันน่ะ  แค่คนเดียวก็เกินพอแล้ว”  เอนวี่กล่าวตอบโดยไม่สนใจแม้แต่จะเหลือบตามอง  คนที่ถูกจับมาแม้แต่น้อย

“ปล่อย...ปล่อยมาเรียเดี๋ยวนี้นะ”  เสียงตะโกนก้องดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของทั้งคู่  ทำให้ทั้งแรธและเอนวี่ต้องหันกลับไปมอง


            ที่ปลายสายตาของพวกเขาก็คือไลเกอร์  ซึ่งยืนหยัดขึ้นมาด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผล  ใบหน้าของไลเกอร์ในตอนนี้ไร้ซึ่งท่าทีที่เป็นมิตรอย่างเช่นเคย    แต่กลับบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธแค้น  เขาพุ่งเข้าหาแรธอย่างรวดเร็วพร้อมกับแผดเสียงดังลั่นราวกับเสียงคำราม


“ฉันบอกให้แกปล่อยมือจากลูกน้องของฉัน”


            แต่ก่อนที่ไลเกอร์จะเข้าถึงตัวแรธได้สำเร็จ  เอนวี่ก็ปรากฏตัวขึ้นมาขวางเอาไว้  ไลเกอร์ได้เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า  เขารีบตวัดดาบทั้งสองในมือเข้าใส่เธอทันที


“หลีกไปซะ”  ไลเกอร์คำรามลั่น 


ทว่าเอนวี่กลับใช้เพียงมือเปล่าในการปัดดาบทั้งสองของไลเกอร์ออกไป  จากนั้นก็ฟาดฝ่ามือลงกลางหลังของไลเกอร์  ซึ่งหากดูด้วยตาเปล่าแล้วมันไม่ใช่การโจมตีที่รุนแรงอะไรเลย  แต่ร่างของไลเกอร์กลับล้มลงกระแทกเข้ากับพื้นอย่างรุนแรง  และจมลงไปในพื้นทันที


“เฮ้อ  ฉันก็นึกว่าทำได้ดีกว่านี้เสียอีก  เป็นกิลด์ที่มีชื่อเสียงแท้ๆ  กลับทำได้เพียงเท่านี้เองเหรอ”  เอนวี่กล่าวอย่างเบื่อหน่าย  ก่อนที่เธอและแรธจะเดินจากไปพร้อมกับร่าของมาเรีย

 

 

            ในเมืองแห่งแสงจันทร์  มูนไลท์  เมืองที่อยู่ใกล้เคียงกับเมืองแห่งสายน้ำ  อควาเรีย  เป็นเมืองที่เมื่อถึงเวลากลางคืนนั้น  จะมีแสงสว่างจากดวงจันทร์ตลอดปี  และที่เมืองนี้มีกิลด์ที่มีชื่อเสียงคอยดูแลอยู่  อีกหนึ่งกิลด์ที่เป็นพันธมิตรของวิหคราตรี  กิลด์อัญมณีแสงจันทร์นั่นเอง  เมืองนี้สงบสุขมาตลอดตั้งแต่กิลด์อัญมณีแสงจันทร์ปกครองมา  แต่ในวันนี้ความสงบสุขนั้นกลับต้องจบลง  เมื่อบริเวณใจกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของกิลด์อัญมณีแสงจันทร์นั้นกำลังถูกโจมตีอยู่  อีกทั้งยังเป็นการโจมตีจากคนเพียงสองคนเท่านั้น  แต่ว่าสิ่งที่เหล่าสมาชิกแห่งอัญมณีแสงจันทร์ต้องสู้ด้วยนั้น  กลับไม่ใช่คนทั้งสองแต่เป็นหุ่นเชิดเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น


“คิฮ่าฮ่าฮ่า  งานนี้คุ้มจริงๆ  ไม่ต้องออกแรงมากก็ได้เงินแล้ว”  เสียงหนึ่งดังมาจากหลังคาของอาคารใกล้ๆ  เขาเป็นผู้ชายที่มีใบหน้าเจ้าเล่ห์  เจ้าของผมสั้นสีดำเช่นเดียวกับดวงตา  นามของเขาก็คือเจ้าแห่งความโลภ  กรีด

“เห้อ  แล้วทำไมฉันต้องมาจัดการกับกิลด์ที่มีแต่ผู้หญิงแบบนี้ด้วย  ฉันอยากไปยลโฉมอสูรมนตรามากกว่าอีก”  เสียงกล่าวอย่างเบื่อหน่ายดังขึ้น  จากปากของหญิงสาวคนหนึ่ง  เธอเป็นหญิงสาวที่มีผมสีม่วงเช่นเดียวกันกับดวงตา  และเป็นเจ้าของหน้าอกขนาดมหึมา  เธอผู้มีนามว่า  ราชินีผู้ควบคุมความรู้สึก  ลัสท์

“เอาน่าลัสท์  ไพรด์บอกว่าถ้าทำงานนี้ได้สำเร็จ  เขาจะยกอสูรมนตราให้เธอเลยนะ”  กรีดกล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ถ้างั้นก็รีบจบงานกันได้แล้ว...”  เมื่อกล่าวจบลัสท์ก็ยกมือขึ้น  และดีดนิ้วจนเกิดเสียงดัง


            และทันทีที่สิ้นเสียงดีดนิ้ว  หุ่นเชิดทั้งหมดก็เกิดระเบิดขึ้น  แม้ว่าการะเบิดจากแต่ละตัวจะไม่รุนแรงนักก็ตาม  แต่เมื่อหุ่นเชิดนับสิบระเบิดขึ้นพร้อมกันก็สร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาล  จนฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่วปิดบังทัศนียภาพจนไม่อาจมองเห็นภายในได้


            และในพริบตานั้นเงาร่างสี่ร่างก็เคลื่อนที่ฝ่ากลุ่มควันออกมา  ปรากฏให้เห็นเป็นร่างของ  อเมทิสต์  หยก  รูบี้  และแอมเบอร์ที่พุ่งเข้าหากรีด  และลัสท์หมายจะโจมตีทั้งคู่ให้ดับสิ้นไป  แต่ทว่า...


            กรีดสะบัดมือเพียงเล็กน้อยมาทางพวกอเมทิสต์  ก็มีไพ่สี่ใบพุ่งเข้าหาพวกเธอ  จากนั้นไพ่ทั้งสี่ก็เปล่งแสงเจิดจ้าขึ้น  แล้วก็ระเบิดออกในระยะประชิดทำให้พวกอเมทิสต์ที่กำลังพุ่งเข้ามา  ต้องหล่นลงไปกองกับพื้น


“แล้วจะจับคนไหนไปดีล่ะ”  กรีดถามด้วยเสียงเรียบๆ

“ผู้หญิงน่ะจะคนไหนก็เหมือนกันแหละ”  ลัสท์ตอบคำถามพร้อมกับเรียกหุ่นเชิดออกมา


            จากนั้นหุ่นเชิดของลัสท์ก็เดินไปอุ้มร่างของรูบี้ขึ้นมา  แล้วเดินกลับไปหานายของตน  เมื่อได้ตัวคนของอัญมณีแสงจันทร์มาแล้ว  กรีด และลัสท์ก็หมดเหตุผลที่จะอยู่ต่อ  พวกเขาจึงเดินออกจากเมืองไปโดยไม่สนใจพวกคนของอัญมณีแสงจันทร์ที่นอนหมดสภาพอยู่ด้านหลังเลย


 

 

            ทางด้านเมืองแห่งสายลม  เวนทัส  ในวันนี้มีแขกจากกิลด์พันธมิตรทั้งสอง  มาเพื่อเจรจาทางการค้ากับกิลด์วิหคราตรี  โดยตัวแทนจากกิลด์พยัคฆ์อัคคีก็คือ  ฟราน่า หญิงสาวผู้มีผมสีดำยาวซึ่งถูกมัดเอาไว้  และสวมแว่นตาที่ทำให้ดูเจ้าระเบียบ


            และจากกิลด์อัญมณีแสงจันทร์คือ  ไพลิน  หญิงสาวผู้มีใบหน้าเย็นชา  ซึ่งเป็นเจ้าของเส้นผม  และดวงตาสีฟ้า  ซึ่งการที่ทั้งสองกิลด์ต้องการติดต่อค้าขายกับพวกเขานั้นก็เพราะ  อยากจะซื้อไอเทมที่ไอริสสร้างขึ้นนั่นเอง  หลังจากที่พูดคุยทักทายกันไปเรียบร้อยแล้ว  พวกเขาก็เข้าประเด็นหลักทันที


“ถ้าอย่างนั้นเรามาเข้าเรื่องกันเลยนะคะ  ดิฉันอยากที่จะซื้อไอเทมจากพวกคุณ  โดยเฉพาะพวกระเบิดค่ะ  ซึ่งราคาเราสามารถที่จะตกลงกันได้  และพวกไอเทมวัตถุดิบที่จะใช้ในการสร้างนั้น  พวกเราจะหาให้ค่ะ”  ไพลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ทางเราก็ต้องการเช่นกันค่ะ  แน่นอนว่าเราก็มีข้อเสนอเช่นเดียวกับทางอัญมณีแสงจันทร์”  ฟราน่ากล่าวอย่างจริงจัง

            ในขณะเดียวกันเมื่อได้ฟังดังนั้น  เทมเพสต์ก็เกาหัวตัวเองพร้อมกับเร่งใช้ความคิดอย่างหนัก  เพราะตัวเขาเองก็ไม่ใช่หัวหน้ากิลด์  อีกทั้งยังไม่ใช่คนที่สร้างไอเทมเหล่านั้น  ส่วนเจ้าหัวหน้ากิลด์มันก็ดันหายไปไหนก็ไม่รู้  แถมคนที่สร้างไอเทมเหล่านั้นก็ยังหมกตัวอยู่ในห้องเพื่อสร้างไอเทมอีก  เขาจึงพยายามตอบเท่าที่ตนตอบได้

“เอ่อ  ส่วนตัวแล้วฉันก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ  แต่ยังไงก็คงต้องรอปรึกษาอากิระ  กับไอริสซะก่อน”


            เมื่อได้ฟังคำตอบจากเทมเพสต์  ตัวแทนจากทั้งสองกิลด์ก็เข้าใจ  และในตอนนั้นเองก็มีการติดต่อเข้ามาหาเธอทั้งสองคนผ่านช่องการติดต่อฉุกเฉิน  ทั้งไพลิน และฟราน่าจึงรับการติดต่อนั้น  และเมื่อคุยไปได้สักพักทั้งคู่ก็ต้องเบิกตากว้างขึ้น


“อะไรนะ  กิลด์เราถูกโจมตีอย่างนั้นรึ”  ท้งฟราน่าและไพลินอุทานออกมาพร้อมกัน  ทำให้เทมเพสต์ที่ได้ยินรู้สึกสนใจ  ว่าใครกันที่โจมตีกิลด์ของทั้งคู่

“ต้องขอโทษด้วยนะคะ  คุณเทมเพสต์  แต่ดิฉันคงต้องขอตัวก่อน”  ฟราน่ากล่าวขึ้นมา

“ส่วนเรื่องการค้าขาย  เอาไว้คุยกันต่อโอกาสหน้านะคะ”  ไพลินกล่าวพริอมกับลุกขึ้นจากที่นั่ง

“ไม่เป็นไรครับ  เรื่องที่คุยกันนี้เอาไว้ผมจะบอก  อากิระและไอริสให้นะครับ”  เทมเพสต์กล่าวส่งทั้งสองคน


            ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับไปไหน  อยู่ๆก็มีเสียงรายงานดังขึ้นมา  และคำที่ได้ยินนั้นทำให้พวกเขาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง


อสูรตาเดียว  ออก้า  สัตว์อสูรชั้นราชา  ระดับ  20  ปรากฏตัวกลางเมืองค่ะ  ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ในเมืองจะไม่สามารถหนีอออกจากเมืองได้ค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 265 ครั้ง

2,695 ความคิดเห็น

  1. #1577 arigato. (@thank-naka) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 01:09
    อากิระลืมอะไรไปหรือป่าว แกลืม2สาวไว้ในมทติพิเศษไง -"-
    #1577
    0
  2. #987 Pongza Eiei (@pongza111111) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 21:41
    มาแย่มอากิระ คงต้องบอกว่าจะเป็นอดีตเจ็ดบาป
    #987
    0
  3. #986 22710 (@22710) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 21:35
    ขอบคุณมากครั
    #986
    0
  4. #985 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 13:14
    พวกไหนอีกหว่า หรือว่า ลูกน้อง เซราฟ ที่แอบตั้งไว้
    #985
    3
    • #985-2 FIS_Oki (@FIS_Oki) (จากตอนที่ 112)
      24 เมษายน 2560 / 16:39
      พวกนี้เป็นผู้เล่นหรือ....สัตว์อสูร ...?
      #985-2
    • #985-3 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 112)
      24 เมษายน 2560 / 16:41
      บาปเจ็ดประการเป็นชื่อกิลด์ครับ
      #985-3