Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 116 : บทที่108 อสูรมนตราพิโรธ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11696
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 282 ครั้ง
    7 พ.ค. 60

บทที่108 อสูรมนตราพิโรธ


            ไอริสนั้นพยายามที่จะตามไปช่วยลูน่า  แต่ว่าในตอนนี้ตรงหน้าของเธอนั้นถูกขวางเอาไว้โดยสล็อธชายผู้มีความสามารถในการป้องกันชั้นสูง  ทำให้เธอไม่อาจที่จะไปต่อได้  ไอริสจึงรู้สึกโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก  เธอเรียกอาวุธทั้งหลายออกมาเพื่อโจมตีเข้าใส่สล็อธที่ขวางทาง


“หลีกไปซะ  อย่ามาขวาง” ไอริสกล่าวด้วยความเกรี้ยวกราด  พร้อมกับระดมยิงเข้าใส่ศัตรูตรงหน้าอย่างต่อเนื่อง

“ถ้าอยากผ่านไปนัก  ก็ลองใช้กำลังบังคับให้ฉันต้องหลีกทางดูสิ” สล็อธพูดท้าทาย  ในขณะเดียวกันก็ปรากฏกำแพงทรายขึ้นมาป้องกันการโจมตีจากไอริสเอาไว้ได้จนหมดสิ้น


            เมื่อไม่อาจที่จะโจมตีฝ่าการป้องกันไปได้  ไอริสจึงต้องตัดสินใจใช้การโจมตีที่รุนแรงที่สุดของตน  จากนั้นบัสเตอร์ยูนิทปืนใหญ่ทั้งสองกระบอกก็ค่อยๆมาประกอบกันเป็นหนึ่งเดียว  แล้วสไตรค์ยูนิทอาวุธที่มีรูปร่างคล้ายกับเครื่องบินขนาดเล็กนั้นก็มาวนล้อมอยู่รอบ  ปืนขนาดยักษ์ที่อยู่ตรงหน้าของเธอ


            จากนั้นอาวุธทั้งเจ็ดก็ยิงลำแสงออกมาและรวมเป็นหนึ่งเดียว  กลายเป็นลำแสงขนาดยักษ์พุ่งเข้าหาร่างของสล็อธ  เมื่อได้เห็นเช่นนั้นสล็อธจึงรวบรวมฝุ่นทรายทั้งหมดในรัศมีห้าร้อยเมตรมาเพื่อที่จะสร้างเกราะป้องกันลำแสงของไอริส


            และแล้วลำแสงของไอริสก็เข้าปะทะกับเกราะทรายของสล็อธ  ความรุนแรงจากการปะทะกันของทั้งคู่  ทำให้พื้นที่รอบด้านแตกกระจายออกเป็นวงกว้าง  แล้วการโจมตีของไอริสก็ค่อยๆสงบลงไปพร้อมกับเกราะทรายของสล็อธที่ค่อยๆแตกพังไป


            ด้วยความโกรธทำให้ไอริสนั้นลืมตัวไป  ว่าการใช้ทักษะระดับนี้นั้นจะทำให้อาวุธของตนเสียหาย  บัสเตอร์ยูนิท  และสไตรค์ยูนิทต่างก็เสียหายจนไม่อาจที่จะใช้งานได้  สล็อธเห็นเช่นนั้นก็ไม่รอช้ารีบควบุมฝุ่นทรายรอบๆให้ก่อตัวขึ้นเป็นอสรพิษขนาดยักษ์  โจมตีเข้าใส่ไอริสทันที  นี่คือพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดของเขาแล้วการโจมตีนี้มีไว้เพื่อที่จะสังหารฝ่ายตรงข้ามให้จบชีวิตลงด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น


            เมื่อไอริสได้เห็นการโจมตีที่กำลังจะเข้าถึงตัว  เธอก็ทำได้เพียงหลับตาลงแล้วโทษตัวเองที่เผลอตัวให้ความโกรธครอบงำ  จนต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้  แต่แล้วไอริสก็ต้องค่อยๆลืมตาขึ้นมาเพราะว่าเธอไม่อาจสัมผัสถึงการโจมตีที่น่าจะเข้ามาถึงตัวเธอได้เลย


            และทันทีที่ลืมตาขึ้นไอริสก็ได้เห็นร่างสูงของเทมเพสต์  ที่กำลังทาบฝ่ามือลงบนอสรพิษทรายตัวนั้น  จากนั้นเทมเพสต์ก็กระแทกแรงเข้าใส่ฝ่ามือนั้น  ทำให้อสรพิษทรายนั้นต้องแตกสลายไปพร้อมกับพายุหมุนที่เกิดขึ้นมาหลายสาย  เขาค่อยๆหันกลับมาแล้วยิ้มให้กับไอริสพร้อมกับกล่าวขึ้น


“ประมาทไปแล้วนะ  ยัยตัวแสบ”

“ถ้าจะมาช่วยก็ให้มันเร็วๆหน่อยสิ  ตาบ้า”  ไอริสกล่าวด้วยใบหน้าที่ขึ้นสี

“แล้วคุณน้องสาว  ไปอยู่ไหนซะแล้วล่ะ” 


เสียงเด็กที่ฟังดูกวนๆดังขึ้นทำให้ไอริสต้องหันกลับไปมอง  และเธอก็ได้พบกับนัวร์ซึ่งเป็นเจ้าของเสียง  นอกจากนี้ที่ด้านหลังของนัวร์นั้นยังมีลูคัส และหลินอิงที่กำลังตามมา  เมื่อได้ยินคำถามแล้วไอริสก็กัดฟันกรอด  แล้วกล่าวตอบ


“ลูน่าโดนจับตัวไปแล้ว”


            เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนก็เบิกตากว้างแล้วมองกลับไปหาสล็อธ  จากนั้นพวกเทมเพสต์จึงเดินเข้าไปหาสล็อธที่เริ่มหมดแรง  และทำการประชาทัณฑ์กันทันที...


 

 

            ในระหว่างที่พวกอากิระรีบมุ่งหน้ากลับมายังเมืองเวนทัส  เพราะมองเห็นควันที่เกิดจากเปลวไฟลอยออกมา  และในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาจนถึงประตูทางเข้าของเมืองเวนทัสได้สำเร็จ  แต่ว่าพวกเขาก็ได้เห็นบางสิ่งบางอย่าง


            เพียงแค่พริบตาที่ได้เห็นสิ่งนั้นใบหน้าของอากิระก็เรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกใดๆ  ดวงตาของอากิระนั้นดูเย็นชาแต่ว่าแข็งกร้าวขนาดที่ว่า  คงไม่มีใครที่มาสบตากับเขาในตอนนี้แล้วจะไม่รู้สึกหวาดหวั่นเป็นแน่


            อากิระนั้นโกรธเป็นอย่างมากแล้ว  สิ่งที่อยู่ในสายตาของเขาก็คือใครก็ไม่รู้ที่กำลังแบกร่างของน้องสาวตน  ที่สำคัญบนร่างกายของน้องสาวที่ปกติจะสวยเนียนไร้ซึ่งรอยตำหนิใดๆนั้น  บัดนี้กลับปรากฏบาดแผลขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด  อากิระจึงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ


“เอามือสกปรกของแก  ออกไปจากตัวของน้องสาวของฉันนะ  ไอ้เศษสวะ”

“อ...อย่าได้ใจนักนะอสูรมนตรา  ฉันมีตัวประกันอยู่ในมือแบบนี้แกจะทำอะไรได้กัน”  กลัทโธนีพยายามกล่าวอย่างมาดมั่น  ทว่าน้ำเสียงกลับเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย

“ฉันบอกให้แกปล่อย!!!


            อากิระตวาดด้วยเสียงที่แข็งกร้าว  และทันทีที่สิ้นคำของอากิระร่างของกลัทโธนีก็ถูกบางสิ่งกระแทกเข้าที่ด้านหลัง  กว่าจะรู้สึกตัวกลัทโธนีก็กระเด็นออกๆไปแล้ว  กลัทโธนีนั้นรู้สึกสับสนไปหมดเพราะตอนที่ถูกบางอย่ากระแทกเข้าใส่นั้น  เขาก็ยังมองเห็นว่าอากิระยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม 


แต่ว่าเมื่อเขามองไปยังทิศทางที่ถูกกระแทกให้กระเด็นออกมา  เขาก็พบว่ามีอากิระอีกคนหนึ่งยืนอยู่พร้อมกับอุ้มร่างของลูน่าเอาไว้  กลัทโธนีจึงต้องรีบหันกลับไปมองในตำแหน่งเดิม  และเขาก็พบว่าร่างของอากิระในตำแหน่งเดิมนั้นกำลังค่อยๆจางหายไป


            การโจมตีเมื่อครู่นี้เกิดขึ้นจากการที่อากิระได้ใช้ก้าวมายาชมดาวเพื่อที่จะเข้าไปด้านหลังของกลัทโธนี  และด้วยผลของทักษะก้าวมายาชมดาวที่จะสร้างภาพติดตาเอาไว้ในตำแหน่งเดิมถึงสามวินาที  ทำให้กลัทโธนีไม่ได้รู้ตัวเลยว่าอากิระนั้นได้เข้ามาอยู่ที่ด้านหลังของตนเรียบร้อยแล้ว  และเมื่ออากิระมาถึงระยะที่จะสามารถโจมตีได้สำเร็จ  เขาก็ตวัดเท้าเตะเข้าใส่กลางหลังของกลัทโธนีอย่างเต็มแรง  ส่งให้ร่างของกลัทโธนีกระเด็นออกไป  ส่วนร่างของลูน่าก็หลุดลอยออกมาซึ่งอากิระก็สามารถรับเอาไว้ได้


            และในขณะที่ร่างของกลัทโธนี่ยังคงลอยอยู่กลางอากาศนั้นเอง  ก็ปรากฏร่างของอากิระที่กำลังอุ้มลูน่าอยู่เหนือร่างของเขา  แล้วอากิระก็ยกขาขึ้นมาแล้วตอกส้นเท้าลงใส่ร่างนั้นของ กลัทโธนี  ส่งให้ร่างของกลัทโธนีต้องร่วงลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง


            หลังจากนั้นร่างของอากิระก็มาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง  ที่ตรงหน้าของพวกเมเทียร์  แล้วส่งร่างของลูน่าให้ราซิเอลเป็นผู้ประคองเอาไว้  เขามองลูน่าอยู่เพียงครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวกับทั้งสามคน


“เมเทียร์  ราซิเอล  ลิซ่า ฝากดูแลลูน่าหน่อยนะครับ”


            เมื่อกล่าวจบแล้วอากิระก็หันหลังกลับไปหากลัทโธนี  และในพริบตานั้นกลัทโธนีก็ลุกขึ้นมาแล้วรีบพุ่งเขาหาร่างของอากิระ  ร่างของกลัทโธนีค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีดำแล้วแยกเป็นสี่ร่าง  พร้อมกับแยกย้ายกันโจมตีเข้าใส่อากิระจากสี่ทิศทางทันที


            ทว่าอากิระนั้นไม่แม้แต่คิดที่จะมองการโจมตีจากทั้งสี่ทิศทางเลยแม้แต่น้อย  พริบตาที่ร่างทั้งสี่นั้นเข้าถึงระยะสามเมตรจากร่างของอากิระได้สำเร็จ  อากิระก็สามารถล่วงรู้ถึงการเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ราวกับเขามีดวงตาอยู่รอบตัว


            อากิระเบี่ยงตัวเล็กน้อยก็หลบการโจมตีแรก  ที่เข้ามาจากด้านขวาของตนได้อย่างง่ายดาย  แล้วกระแทกฝ่ามือเข้าใส่ร่างนั้นอย่างรุนแรง  จากนั้นก็ก้มตัวหลบการโจมตีที่สองซึ่งเป็นการโจมตีด้วยหมัดที่มาจากด้านหลัง  และคว้าจับแขนของร่างนั้นเอาไว้  เมื่อคว้าแขนของร่างที่โจมตีเข้ามาได้สำเร็จ  อากิระก็ฟาดร่างนั้นเข้าใส่ร่างที่กำลังโจมตีเข้ามาจากทางด้านซ้ายทันที  และสุดท้ายอากิระก็พลิกตัวกลับมาแล้วปัดแขนของร่างสุดท้าย  ที่กำลังชกเข้ามาทางด้านหน้าให้เบี่ยงออกไป  แล้วจับแขนข้างนั้นเอาไว้อย่างแน่นหนา


“เปล่าประโยชน์น่า  ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวใด  ก็ไม่อาจที่จะผ่านการรับรู้ของฉันได้หรอกนะ”  อากิระกล่าวด้วยเสียงที่เย็นเยียบ

“อะไรก....” 


            เมื่อได้ฟังคำของอากิระแล้ว  กลัทโธนีก็อุทานขึ้นมาด้วยความตกตะลึง  ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้กล่าวจบก็     ถูกอากิระเสยหมัดเข้าใส่กลางลำตัว  ส่งให้ร่างของกลัทโธนีต้องปลิวขึ้นไปบนฟ้า  จากนั้นอากิระก็ย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วกระโดดตามร่างนั้นขึ้นไปอย่างรวดเร็ว  และเมื่ออากิระกระโดดขึ้นมาเหนือร่างของกลัธโทนีได้สำเร็จ  เขาก็พลิกตัวแล้วเตะเข้าใส่กลางลำตัวของกลัทโธนีทันที  ส่งผลให้ร่างของกลัทโธนีต้องร่วงหล่นลงไปกระแทกเข้ากับพื้นอย่างรุนแรงจนพื้นแตกออกเป็นวงกว้าง


“หนอยแก  อสูรมนตร...อ้าก!!!”  กลัทโธนีพยายามกัดฟันพูด  แล้วพยายามดันร่างของตนให้ลุกขึ้นยืน  แต่ยังไม่ทันได้พูดจบก็มีแรงบางอย่างกระแทกเข้าที่หน้าอกของเขา  และดันร่างของเขาให้ลงไปกระแทกพื้นอีกครั้ง


            และเมื่อกลัทโธนีมองไปยังสิ่งที่กดร่างของเขาอยู่ในตอนนี้  กลัทโธนีก็พบว่าเป็นอากิระนั่นเองที่ปรากฏตัวขึ้นมาแล้วเหยียบเท้าลงที่กลางหน้าอกของเขา  กลัทโธนีนั้นพยายามเป็นอย่างมากที่จะขยับตัว  เพื่อที่จะได้หลุดจากเท้าของอากิระที่ทาบอยู่บนร่างของเขา


“เอาล่ะหน้าที่ของแกมีอยู่สองอย่าง”  อากิระกล่าวอย่างเย็นชา

“หน้าที่บ้าบออะไรของแกวะ  อย่าได้ใจไปนะโว้ย  คิดว่าพวกฉันจะมาโดยไม่มีแผนวางไว้อย่างงั้นเรอะ”  เมื่อกล่าวจบกลัทโธนีก็หยิบไอเทมบางอย่างออกมา  มันเป็นไอเทมที่มีลักษณะเป็นแท่งผลึกใสสีดำ  แล้วเขาก็กล่าวขึ้น

“แกรู้มั้ยว่าสิ่งนี้คืออะไร  มันก็คือไอเทมที่ใช้ควบคุมผลึกกักอสูร  ที่ฉันแอบวางเอาไว้ทั่วเมือง  ถ้าฉันทำลายมันซะสัตว์อสูรชั้นอัศวินจำนวนมากที่ถูกผนึกเอาไว้  ในผลึกกักอสูรก็จะปรากฏตัวออกมา  ต่อให้พวกแกเก่งแค่ไหนก็สู้กับสัตว์อสูรระดับอัศวินจำนวนมากไม่ไหวหรอกน่า”


“ใคร...”  อากิระกล่าวโดยไม่มีทีท่าสนใจ  ในสิ่งที่กลัทโธนีได้กล่าวออกมาเลยแม้แต่น้อย

“ค...ใคร  อะไรของแก”  กลัทโธนีกล่าวถามอย่างงุนงง

“ใครถาม”  อากิระตอบอย่างไม่ใยดี  เขาเหลือบมองลงมายังร่างของกลัทโธนีเล็กน้อย  จากนั้นก็ออกแรงเหยียบลงบนร่างของกลัทโธนีให้หนักขึ้น  จนกลัทโธนีสำลักน้ำลายออกมา

“หนอยแก  คิดว่าฉันโกหกรึไงกัน  คอยดูเถอะแล้วแกจะเสียใจ”  กลัทโธนีกล่าวด้วยความโกรธ  จากนั้นจึงบีบแท่งผลึกในมือออกจนแตกละเอียด  จากนั้นก็มีเสียงประกาศดังขึ้นให้ผู้เล่นทั้งเมืองต้องตกตะลึง


ทหารมารแห่งดินแดนไร้ชีวิต  สัตว์อสูรชั้นอัศวิน  ระดับ 50  จำนวน 300  ตัวบุกเมืองค่ะ  ผู้เล่นที่อยู่ในเมืองไม่สามารถที่จะหลบหนีออกจากเมืองได้ค่ะ  หากผู้เล่นถูกสังหารจะสูญเสีย 10 ระดับ  และรอเวลาเกิดเพิ่มขึ้นเป็น  12 ชั่วโมงค่ะ


            ทันทีที่สิ้นเสียงรายงานอากิระก็มองไปรอบๆเล็กน้อย  และพบว่ามีเสียงการต่อสู้ดังขึ้นมาจากหลายทิศทาง  เมื่อเห็นว่าอากิระมองไปรอบๆกลัทโธนีก็คิดว่าอากิระนั้นเป็นห่วงผู้คนในเมือง  จึงกล่าวด้วยความสะใจ


“ฮ่าๆๆ  เป็นยังไงล่ะ  เพราะการทำอะไรไม่ยั้งคิดของแกนั่นแหละ  ที่ทำให้ผู้เล่นทั้งเมืองต้องตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้”


            เมื่อได้ยินเช่นนั้นอากิระก็เหลือบมองลงมายังร่างที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของตนเล็กน้อย  ก่อนที่จะกล่าวขึ้นโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยแม้แต่น้อย  “แล้วยังไงล่ะ”

“อ...อะไรนะ  นี่แกไม่สนใจผู้เล่นที่กำลังตกอยู่ในอันตรายเลยเรอะ”  กลัทโธนีได้ฟังคำของอากิระก็เบิกตากว้าง


อากิระได้ฟังคำถามของกลัทโธนีก็กล่าวตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก  “กับสัตว์อสูรระดับนี้น่ะ  เพื่อนๆของฉันเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว  ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆเขาก็ต้องรับผิดชอบชีวิตกันเองสิ  และที่สำคัญฉันมีคนที่จะใช้ให้ไปจัดการสัตว์อสูรพวกนั้นแล้ว”

“ว่าไงนะ”  กลัทโธนีอุทานอย่างตกตะลึงเมื่อได้ยินคำตอบของอากิระ

“สุซาคุ  ทามาโมะ  ออกมาได้แล้วครับ”  อากิระกล่าวเรียกอสูรติดตามใหม่ทั้งสองของตน


            เมื่อสิ้นคำของอากิระก็ปรากฏร่างของหญิงงามขึ้นสองร่าง  หนึ่งคือหญิงสาวร่างเล็ก  ที่มีผมและตาสีแดง  ซึ่งอยู่ในชุดกิโมโนที่มีสีเฉกเช่นเดียวกับสีผม  อีกนางหนึ่งคือหญิงสาวผู้มีรูปร่างสูงระหง  เจ้าของใบหน้างดงาม  และเส้นผมสีขาวราวกับหิมะ  นัยน์ตาสีฟ้าของเธอนั้นทอประกายซุกซน  ทั้งคู่ก็คือสุซาคุ  และทามาโมะนั่นเอง


“เจ้าเรียกเราช้าเสียจริงอากิระ”  สุซาคุกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ

“นั่นสินะ  น่าจะเรียกข้าออกมาให้เร็วกว่านี้นะเจ้าหนุ่ม”  ทามาโมะกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ขอโทษทีละกันครับ  ที่ผมเรียกทั้งสองคนช้าไปหน่อย  แต่ว่าตอนนี้ผมมีเรื่องอยากขอให้ทั้งสองคนช่วยหน่อยครับ”  อากิระกล่าวด้วยสีหน้าที่ยังคงเดิม

“เห...จะให้ข้าช่วยเรื่องอะไรกันล่ะ”  ทามาโมะกล่าวถามพร้อมกับมองไปยังอากิระ

“นั่นสิๆ  สนุกรึเปล่า”  สุซาคุกล่าวถามต่ออย่างกระตือรือร้น

“ผมเปิดระบบแชร์ค่าประสบการณ์ของตัวผมและอสูรติดตาม  กับNPC ติดตามแล้ว  ขอให้ทั้งสองคนช่วยไปกำจัดสัตว์อสูรที่อยู่ในเมืองทั้งหมดอย่าให้เหลือด้วยครับ”  อากิระตอบคำถามของทั้งสองคน

“หืม  ก็ไม่เลวนะ  ได้สิข้าจะจัดการให้”  ทามาโมะตอบรับคำขอของอากิระทันที

“น่าสนุกๆ  เราจะได้ยืดเส้นยืดสายเสียหน่อย”  สุซาคุกล่าวอย่างกระตือรือร้น


            จากนั้นร่างของทั้งสองก็เปลี่ยนแปลงไป  กลายเป็นวิหคที่มีขนเป็นสีแดงเพลิง  และสุนัขจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์  และมีนัยน์ตาสีฟ้าสด  ทั้งสองมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าอาคารในเมืองเวนทัสถึงสองเท่าตัว  จากนั้นก็มีเสียงประกาศดังขึ้นทำให้ผู้เล่นต้องตกตะลึงด้วยความหวาดกลัว  รวมถึงกลัทโธนีที่บัดนี้กำลังตกใจจนอ้าปากค้าง


จิ้งจอกสวรรค์เก้ามายา  ทามาโมะ  สัตว์อสูรชั้นราชา  ระดับ 100 ปรากฏตัวค่ะ  ผู้เล่นที่ถูกสังหารจะถูกลดระดับลง  20 ระดับ  และรอเวลาเกิดเป็น 24 ชั่วโมงค่ะ

เทพปักษาเพลิงอมตะ  สุซาคุ  สัตว์อสูรชั้นราชา  ระดับ 100 ปรากฏตัวค่ะ  ผู้เล่นที่ถูกสังหารจะถูกลดระดับลง  20 ระดับ  และรอเวลาเกิดเป็น 24 ชั่วโมงค่ะ


            จากนั้นทั้งวิหคสีแดงเพลิง  และจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ก็มุ่งหน้าเข้ากวาดล้องศัตรูในเมืองเวนทัส  ตามคำที่      อากิระได้ขอไว้ทันที....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 282 ครั้ง

2,695 ความคิดเห็น

  1. #1999 Puenpan (@Puenpan) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 18:18
    เทพไปแล้ว
    #1999
    0
  2. #1062 Noppon Kulanam (@ponnalove) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 05:28
    ตามอ่านทันล่ะ กำลังมันเลย สู้ๆครับไรค์
    #1062
    0
  3. #1056 0823665036 (@0823665036) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 13:15
    พึ่งเริ่มอ่านได้สามวัน ค้างมากเลย
    #1056
    0
  4. #1044 22710 (@22710) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 01:53
    ขอบคุณมากครับ
    #1044
    0
  5. #1043 PalmPump (@skywalkker77) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 01:10
    เล่นให้เละ เอาให้หนัก เบื่อพวกแบบนี้จริงๆๆ #อินสุดดด
    #1043
    0
  6. #1042 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 23:35
    มันส์พะย่ะค่ะ
    #1042
    0
  7. #1041 AngeKisSz (@0941053989) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 21:04
    แบบนี้จบนี่ บัคอากิระเวลพุ่งถึง200แน่ๆ
    #1041
    0
  8. #1039 MuM_ (@MuM_) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 11:41
    อย่าลืมให้สองผู้ติดตามระดับเทพตบตัวที่เหยียบด้วยนะเสียอีก20เวลสะใจ
    #1039
    0
  9. #1038 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 09:42
    ฮาเร็มลูย่าาา ได้เวลาฟามร์แล้วว
    ขอบคุณครับ
    #1038
    0
  10. #1037 tonnado (@sotip) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 09:21
    อากิระ ไม่น่าเผยไผ่ เยอะขนาดนั้นอ่า ตั้ง สามใบ
    #1037
    2
    • #1037-1 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 116)
      28 เมษายน 2560 / 09:23
      จุดอ่อนเวลาอากิระโกรธครับ
      #1037-1
  11. #1036 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 09:17
    ผู้ติดตามต้องบอกด้วยเรอะ ไม่น่าจะบอกนะให้มัน ไปงมกันเอาเอง
    #1036
    1
    • #1036-1 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 116)
      28 เมษายน 2560 / 09:23
      ผู้ติดตามทั้งสองแปลงร่างในเมือง ก็เลยมีการประกาศครับ
      #1036-1
  12. #1035 Frou (@Frou) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 09:03
    เดียวข้องใจทำไมต้องบอกความสามารถที่รับรู้สามเมตรให้เค้ารู้ล่ะ. น่าจะปล่อยให้ฝ่ายนั้นหาคำตอบเองน่ะ
    #1035
    1
    • #1035-1 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 116)
      28 เมษายน 2560 / 09:06
      นั่นสิลืมตัว ขอบคุณที่ทักครับ
      #1035-1
  13. #1034 Frou (@Frou) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 09:00
    บอกคำเดียว "ค้างงง" สิครับ
    #1034
    0
  14. #1033 zac-0515 (@zac-0515) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 08:58
    ค้างมาก
    #1033
    0
  15. #1032 Tifon (@earthgaga) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 08:48
    อึ้งล่ะสิ-5555
    #1032
    0