Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 118 : บทที่110 หลังการต่อสู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11809
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 285 ครั้ง
    30 เม.ย. 60

บทที่110 หลังการต่อสู้


            หลังจากที่พวกอากิระจัดการกับกลัทโธนีเสร็จแล้ว  พวกเขาก็เดินทางกลับเข้ามาในเมืองซึ่งแตกพังลงไป  เพราะลูกหลงจากกการต่อสู้ของพวกเขา  ภายในเมืองเวนทัสที่เคยเต็มไปด้วยอาคารที่ทำจากไม้และหินอ่อน  กับกังหันลมที่กระจายอยู่ทั่วเมือง  ทว่าในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง  เหลืออาคารที่ยังคงมีสภาพพอที่จะอาศัยอยู่ได้เพียงไม่มากเท่านั้น


            เมื่อพวกอากิระผ่านเข้ามาในเมืองได้เพียงไม่นานนัก  พวกเขาก็พบกับพวกเทมเพสต์ที่กำลังมุ่งหน้ามาเพื่อที่จะช่วยลูน่า  หลังจากที่พวกเขาได้จัดการกับสล็อธเรียบร้อยแล้ว  พวกเขาทักทายกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินทางกลับไปยัง  ที่พักของพวกเขาซึ่งแม้จะแตกพังไปบ้างแต่ก็ยังคงเพียงพอที่จะใช้หลบแดดหลบฝนได้


“แล้วอาการของลูน่าเป็นยังไงบ้างล่ะ”  ไอริสถามด้วยความเป็นห่วง

“ลิซ่ารักษาให้แล้วค่ะ  ที่เหลือก็แค่รอให้คุณลูน่าเธอฟื้นขึ้นมาเท่านั้นเอง”  ลิซ่าตอบคำถามของไอริส


            หลังจากที่มาถึงที่พักพวกเขาก็วางร่างของลูน่าลงและทำการรักษา  จนบาดแผลทั้งหมดหายไปรวมถึงค่าพลังต่างๆที่ฟื้นฟูจนสมบูรณ์  เหลือเพียงแค่รอให้ลูน่าที่กำลังหมดสติฟื้นขึ้นมาเท่านั้นเอง 


“ว่ายังไงนะ  จิ้งจอกกับนกยักษ์ที่ถล่มเมืองไปก็คือ คุณทามาโมะ  กับคุณสุซาคุเองเรอะ”  เทมเพสต์อุทานเสียงดัง  หลังจากที่ได้รู้ถึงตัวจริงขิงจิ้งจอกเก้าหาง  และวิหคเพลิงว่าเป็นเพื่อนใหม่ที่เพื่อนสนิทของตนนำมา  “แล้วคุณทามาโมะ  กับคุณสุซาคุเป็นอสูรติดตามของใครกันเนี่ย”

“ของฉันเอง”  อากิระตอบเพื่อนสนิทตนด้วยเสียงเรียบ

“อะไรนะ  ทำไมแกถึงได้แต่ผู้ติดตามสวยๆน่ารักๆวะ”  เทมเพสต์ถึงกับกล่าวขึ้นเสียง ก่อนจะหันไปหาเมเทียร์แล้วกล่าวขึ้น  “เมเทียร์เห็นมั้ย  เจ้าหมอนี่มันเจ้าชู้สุดๆเลย  จีบผู้หญิงใหม่ๆมาเพิ่มตลอด”


            เมื่อได้ยินเช่นนั้นคิ้วของอากิระก็กระตุกขึ้นมา  ก่อนจะกล่าวเสียงดังกับเพื่อนสนิทตน  “เทมเพสต์  แกอย่าพูดอะไรที่จะทำให้คนฟังเข้าใจผิดสิวะ”  เมื่อพูดกับเพื่อนสนิทเสร็จอากิระก็รีบหันกลับมากล่าวกับ สุซาคุ และทามาโมะ  “ทั้งสองคนก็ช่วยพูดอะไรหน่อยสิครับ”


“เทมเพสต์เอ๋ย  เจ้าพูดผิดแล้วอากิระนั้นไม่ได้จีบอะไรพวกเราเสียหน่อย”  ทามาโมะกล่าวกับเทมเพสต์อย่างช้าๆ  ทำให้ให้อากิระนั้นโล่งใจไปชั่วครู่และยกน้ำขึ้นมาดื่ม  แต่เพียงประโยคต่อมาของทามาโมะเท่านั้นก็ทำให้น้ำที่อากิระได้ดื่มเข้าไป  ต้องถูกพ่นใส่หน้าของเทมเพสต์ที่นั่งตรงข้าม


“อากิระน่ะใช้กำลังข่มเหงพวกข้าให้มาเป็นของตัวเองต่างหาก  ใช่มั้ยสุซาคุ” ทามาโมะกล่าวด้วยเสียงเศร้าๆ พลางทำท่ายกแขนเสื้อของชุดกิโมโนขึ้นมาเช็ดน้ำตา  พร้อมกับแอบขยิบตาให้สุซาคุ

เมื่อได้เห็นเพื่อนขยิบตามาให้  สุซาคุก็รีบรับมุขทันที  เธอรีบกล่าวพลางแกล้งร้องให้ “ฮือๆๆ ใช่แล้ว  อากิระนั้นโหดร้ายกับพวกเรามาก  เขาใช้กำลังข่มแหงพวกเรา  แล้วบังคับให้ยอมเป็นของตัวเอง  กระซิกๆ”  

“เดี๋ยวทั้งสองคนพูดอะไรกันครับ”  อากิระถึงกับมาดหลุดทันทีที่ได้ยินอสูรสาวทั้งสองพูด


            แต่แล้วอากิระก็ก็ต้องเงียบลงไปเมื่อรู้สึกได้ว่ามีคนเดินเข้ามาประชิดตัวของเขา  และเมื่อเขาค่อยๆหันกลับไปมองที่ด้านหลัง  อากิระก็ได้พบว่าเป็นคนที่เขาคิดเอาไว้ไม่มีผิด  ผู้ที่เดินเข้ามาใกล้ตัวอากิระนั้นก็คือเมเทียร์นั่นเอง  เมื่อเห็นเช่นนั้นอากิระจึงกล่าวอย่างรีบร้อน


“ม...เมเทียร์  มันไม่ใช่อย่างที่ได้ยินนะครับ  ทั้งสองคนนั้นแค่ต้องการแกล้งผมเท่านั้นเอง”

“เงียบก่อนอากิระ”  เมเทียร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ  พร้อมกับจับใบหน้าของอากิระเอาไว้


            เมื่อเจอเมเทียร์ทำเช่นนี้อากิระก็ไม่อาจที่จะกล่าวอะไรออกมาได้  เขาเพียงเงียบและรอดูว่าเมเทียร์จะทำอย่างไร  และไม่เพียงอากิระเท่านั้นแต่เพื่อนๆทุกคนเองก็จ้องมองอย่างใจจดใจจ่อเช่นกัน  ว่าเมเทียร์จะทำเช่นไร

            ทว่าที่เมเทียร์ทำนั้นก็มีเพียงแค่จ้องเข้าไปในดวงตาสีแดงสดของอากิระเท่านั้น  เธอไม่กล่าวคำพูดใดๆออกมาเลยแม้แต่คำเดียว  ทำให้ทั้งอากิระและเพื่อนๆต่างก็ต้องลุ้นจนแทบหยุดหายใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น  เวลาที่ผ่านไปนั้นก็ดูเชื่องช้าราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้


            และแล้วเวลาก็ผ่านไปเมื่อเมเทียร์ถอนมือทั้งสอง  ที่ประคองใบหน้าของอากิระเอาไว้ออก  พร้อมกับถออยห้างออกไปเล็กน้อย  ก่อนที่เธอจะกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แสนงดงาม


“ไม่เป็นไร  ฉันเชื่อใจเธอนะอากิระ”


            คำของของเมเทียร์นั้นทำให้เพื่อนๆที่รอดูอากิระลำบาก  ต้องถอนหายใจด้วยความเสียดาย  ยกเว้นเพียงอากิระที่ได้รับรอยยิ้มและคำพูดของเมเทียร์เท่านั้นที่มีอาการต่างออกไป  ใบหน้าของเขานั้นแดงก่ำ  และคำพูดที่ออกมาจากปากของเขาอย่างติดขัด  และแผ่วเบา


“ข...ขอบคุณ..ค...ครับเมเทียร์  ที่เชื่อใจผม”


            เมื่อได้เห็นอาการเช่นนั้นของอากิระ  เพื่อนสนิทอย่างเทมเพสต์ย่อมไม่พลาดโอกาส  เขารีบเอ่ยขึ้นทันที  

“ฮ่าๆๆๆ  ท่านอากิระผู้ผ่านศึกมานับร้อยไม่เคยถูกใครสยบลงได้  เห็นทีวันนี้ประวัติที่ว่านั้นคงต้องจบลงเสียแล้ว  ที่เขาว่ากันว่าพวกซาดิสต์นั้นจะอ่อนแอเวลาเป็นฝ่ายถูกรุก  ดูท่าจะเป็นเรื่องจริงนะ”


            สิ้นคำของเทมเพสต์เพื่อนๆทั้งหมดก็หัวเราะกันเสียงดังลั่น  ทำให้อากิระนั้นอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี  นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเป็นเช่นนี้  เมื่อไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีอากิระจึงคิดที่จะแก้เผ็ดผู้ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องขึ้น  ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเทมเพสต์นั่นเอง  อากิระพยายามสงบสติแล้วกล่าวขึ้น


“โฮ่  ใครจะไปเชี่ยวชาญเรื่องผู้หญิง  เหมือนกับท่านเทมเพสต์เล่า”


            เมื่อพูดจบอากิระก็หยิบไอเทมบางอย่างออกมา  มันคือไอเทมที่มีหน้าตาเหมือนกับเหรียญที่มีขนาดเท่าฝ่ามือ  ซึ่งเป็นไอเทมที่มีไว้ฉายภาพที่บันทึกเอาไว้โดยผลึกบันทึกความทรงจำ  จากนั้นอากิระก็หยิบผลึกสี่เหลี่ยยมก้อนเล็กๆออกมาแล้ววางลงไปบนไอเทมที่ใช้ในการฉายภาพนั้น  ปรากฏให้เห็นเป็นภาพของเทมเพสต์ที่กำลังอุ้มไพลินในท่าเจ้าหญิง  และภาพที่เทมเพสต์กับไพลินกำลังร่ำลากัน  เมื่อได้เห็นเช่นนั้นเทมเพสต์ก็หยุดหัวเราะแล้วอุทานออกมา


“เห้ยอากิระ  แกไปได้ภาพนี้มาได้ยังไงวะ”

“อ๋อฉันแอบถ่ายไว้เองแหละ  ทีแรกฉันว่าจะเก็บไว้แบล็คเมล์แกสัหน่อย  แต่พอเจอคุณอากิระก็เลยเผลอให้ไปน่ะ”  นัวร์เป็นคนตอบออกมา  พร้อมกับยิ้มกวนๆให้เทมเพสต์

“ไอ้เด็กขี้ประจบเอ๊ย”  เทมเพสต์อุทานอย่างหัวเสีย


            แต่ทว่าพูดได้เพียงเท่านี้เทมเพสต์ก็ต้องสงบปากลง  เพราะว่าในตอนนี้ไอริสรีบตรงดิ่งเข้ามาหาเขาแล้ว  เธอใช้มือทั้งสองประคองใบหน้าของเทมเพสต์  แล้วยิ้มให้กับเขาอย่างเป็นมิตร  เมื่อได้เห็นเช่นนั้นเทมเพสต์ก็โล่งอกแล้วค่อยๆเอ่ยถาม


“เธอเองก็เชื่อใจฉันใช่มั้ยไอริส”

“ใช่ฉันเชื่อใจ...”  ไอริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน  ก่อนจะค่อยๆเลื่อนมือหนึ่งไปที่ใบหูของเทมเพสต์  และดึงอย่างรุนแรง  ก่อนจะเอ่ยขึ้น  “เชื่อใจก็บ้าแล้ว  เจ้าคนบ้า  เจ้าคนหลายใจ”

“โอ้ยๆๆๆ  ไอริส  ไอริสจ๋า  ปล่อยก่อนเถอะ  หูฉันจะขาดแล้ว”  เทมเพสต์ร้องด้วยความเจ็บปวด


            เพื่อนๆทุกคนได้เห็นเช่นนั้นจึงหัวเราะลั่น  และเพราะเสียงที่เอะอะโวยวายนั้นทำให้ลูน่าที่กำลังหมดสติอยู่นั้น  ค่อยๆได้สติขึ้นมา  ซึ่งหลินอิงนั้นได้เห็นเป็นคนแรก  เธอจึงกล่าวให้ทุกคนได้รู้


“ลูน่าฟื้นแล้ว”


            เมื่อได้ยินเช่นนั้นพวกเขาทุกคนก็หยุดเรื่องวุ่นวายที่กำลังทำกัน  ไอริสรีบปล่อยมือออกจากหูของเทมเพสต์แล้ววิ่งเข้าไปกอดเพื่อนสาวของตนด้วยความดีใจ  ทำให้ลูน่าที่พึงจะลุกขึ้นมานั้นต้องล้มลงไปอีกครั้ง


“ลูน่าดีจังที่ไม่เป็นไร”  ไอริสกล่าวโดยที่มีน้ำตาคลอเบ้า

“จ้า  ฉันไม่เป็นไรหรอกจ้ะไอริส  เพราะงั้นไม่ร้องนะ” ลูน่ากล่าวปลอบเพื่อนสาว  แล้วหันหน้าไปมองพี่ชายของตน  “พี่ช่วยหนูไว้สินะคะ  ขอบคุณค่ะพี่ชาย”

“ไม่เห็นต้องขอบคุณเลย  พี่ก็เคยสัญญาเอาไว้แล้วไง  ว่าพี่จะปกป้องเธอเอง” อากิระกล่าวอย่างอ่อนโยน

“ค่า  พี่ชาย”  ลูน่ายิ้มกล่าว


            เมื่อได้ยินเช่นนั้นอากิระก็ยิ้มแล้วเดินเข้าหาลูน่า  พร้อมกับลูบศีรษะเธออย่างแผ่วเบา  ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน  จนทำให้ลูน่าถึงกับหน้าขึ้นสีไปชั่วครู่  “ระวังตัวหน่อยสิ  เธอเป็นน้องสาวคนสำคัญของพี่นะ  ถ้าเธอเป็นอะไรไปพี่จะรู้สึกอย่างไร  พี่เป็นห่วงเธอนะรู้มั้ย”

“ค...ค่า”  ลูน่าตอบอย่างแผ่วเบา


“ไม่ใช่แค่อากิระเท่านั้นนะจ๊ะที่เป็นห่วงเธอ  แต่พวกเราทุกคนก็เป็นห่วงเธอเช่นกันนะลูน่า”  เมเทียร์เดินมายืนข้างๆอากิระแล้วกล่าวอย่างอ่อนโยนเช่นเดียวกับอากิระ

“ค่ะ  คุณเมเทียร์  ไม่สิต้องเรียกว่า ว่าที่พี่สะใภ้สินะคะ”  ลูน่ากล่าวพลางยิ้มให้กับเมเทียร์  ด้วยรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความซุกซน

“เอ๋  อะ...เอ่อ...พ...พูดอะไรของเธอน่ะลูน่า”  เมเทียร์กล่าวออกมาอย่างติดขัด ด้วยความเขินอาย

“ก็คุณเมเทียร์น่ะ  คบกับพี่อากิระแล้วไม่ใช่หรือคะ”  ลูน่าถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“เธอรู้ได้ไงกัน”  เมเทียร์ถามอย่างประหลาดใจ  เพราะลูน่านั้นหมดสติมาตลอด  จึงไม่น่าที่จะรู้เรื่องนี้ได้เลย

“ก็...ที่จริงหนูรู้สึกตัวตั้งนานแล้วล่ะค่ะ  แต่ได้ยินเรื่องที่ทุกคนคุยกันแล้ว  ดูท่าทางน่าสนุกก็เลยแกล้งหมดสติต่อน่ะค่ะ”  ลูน่ากล่าวตอบพร้อมกับแลบลิ้นออกมาเล็กน้อยอย่างน่ารักน่าชัง


            เมื่อได้เห็นเช่นนั้นแทนที่เมเทียร์จะรู้สึกโกรธหรือเขินอาย  เธอกลับรู้สึกเอ็นดูลูน่าขึ้นมาแทน  เธอจึงยิ้มให้กับลูน่าอย่างอ่อนโยน  นี่คือความสงบสุขหลังจากการต่อสู้เป็น


            แต่ว่าความสงบนี้ก็คงอยู่ได้ไม่นานนัก  เมื่อพวกเขานั้นสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนกำลังเข้ามาใกล้ที่พักของพวกตน  พวกเขาทุกคนจึงต้องลอบระวังตัวขึ้นมา  เพราะว่าอาจจะเป็นศัตรูที่เหลืออยู่ก็เป็นได้


            และแล้วก็ปรากฏเงาร่างหนึ่งขึ้นที่ประตู  ทันทีที่ได้เห็นเช่นนั้นทั้งลูคัสและราซิเอลก็พุ่งเข้าหาเงาร่างที่ปรากฏขึ้นทันที  ลูคัสผนึกพลังปราณเอาไว้ที่มืออย่างเต็มที่  ในขณะที่ราซิเอล เองก็วาดอักษรเวทย์ขึ้นกลางอากาศ  จากนั้นก็ปรากฏดาบแสงสีขาวขึ้นที่มือของเขา  แล้วทั้งสองคนก็รีบพุ่งเข้าหาเงาร่างนั้นเพื่อที่จะโจมตี


“ด...เดี๋ยวก่อนๆ  นี่ฉันเอง”


            เมื่อสิ้นเสียงนั้นราซิเอลก็เบิกตากว้างขึ้น  เพราะผู้ที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นคนที่เขารู้จักดี  ชายเจ้าของเส้นผมสีแดงอ่อน  มิกซ์นั่นเอง  ส่วนลูคัสนั้นยังไม่เคยพบกับมิกซ์มาก่อน  จึงเพียงแค่รู้สึกสงสัยเท่านั้นที่อีกฝ่ายพูดเหมือนกับรู้จักพวกตน 


แต่ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไรก็ตามที  ทั้งสองคนนั้นได้เริ่มวาดมือเพื่อที่จะโจมตีไปแล้ว  การที่เขาทั้งคู่ใส่แรงไปอย่างเต็มที่ในตอนแรก  ทำให้พวกเขาไม่อาจยั้งมือได้เลย  ฝ่ามือของลูคัส และดาบแสงในมือของราซิเอลนั้นใกล้จะเข้าถึงตัวของมิกซ์แล้ว


มิกซ์เห็นเช่นนั้นก็รู้ได้เลยว่าตนนั้นคงไม่รอดแน่แล้ว เขาจึงหลับตาลงเพื่อรอรับการโจมตีที่กำลังจะมาถึง  มิกซ์นั้นรู้สึกได้ว่าเวลาช่างผ่านไปนานมากกว่าปกติ  เขาจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมา  และก็ได้พบว่ามีคนสองคนที่ยกดาบขึ้นรับการโจมตีแทนเขาทำเขารอดมาได้


“ข..ขอบใจนะทั้งสองคน”  มิกซ์กล่าวด้วยเสียงสั่นๆ


            ทั้งสองคนที่ช่วยมิกซ์เอาไว้เพียงหันมาพยักหน้าให้เล็กน้อย  ก่อนที่พวกอากิระจะได้พิจารณาทั้งสองคนอย่างชัดเจน  ทั้งสองคนนั้นหนึ่งคนเป็นชายที่มีใบหน้าหล่อเหลา  ท่าทางดูเข้มขรึม  เขาเป็นเจ้าของเส้นผมสีฟ้าอมเขียวยาวปกคลุมใบหู  และมีดวงตาสีเดียวกัน  ชุดที่เขาสวมใส่นั้นเป็นชุดกางเกงขายาวสีดำ  และเสื้อเชิร์ตสีขาวล้วน  ภายนอกสวมเสื้อคลุมสีดำที่ดูคล้ายกับเอ็กโซซิสต์หรือนักปราบผีของศาสนาคริสต์  ซึ่งมีลวดลายรูปไม้กางเขนสีทองอยู่ที่กลางหลัง  ภายในมือของเขาคือดาบสองคมที่มีใบดาบสีฟ้าอ่อน 


อีกหนึ่งคือหญิงสาวร่างเล็ก  หน้าตาสวยงามน่ารัก  เธออยู่ในชุดกิโมโนสั้นสีม่วงดำมีลวดลายเมฆสีทอง  ในมือของเธอนั้นปรากฏดาบคาตานะสีม่วงดำที่มีความยาวมากกว่าปกติ  เธอมีเส้นผมยาวสีดำอมม่วงซึ่งถูกรวบเอาไว้เป็นหางม้า  และมีนัยน์ตาสีส้มสุกสกาว


            เมื่อได้เห็นทั้งสองอย่างชัดเจน  อากิระ  เทมเพสต์  และลูน่าก็แสดงท่าทางออกมาแตกต่างกันไป  โดยที่เทมเพสต์นั้นทำท่าทีหน่ายใจ  แต่ด้านลูน่านั้นกลับทำท่าทีที่ดูดีใจเป็นอย่างมาก  ส่วนอากิระนั้นยิ้มอย่างยินดี  แต่ว่ากลับแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์  ก่อนที่เขาจะกล่าวขึ้นมา


“ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับ  คลาวด์  ฮาคัวร์”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 285 ครั้ง

2,695 ความคิดเห็น

  1. #1108 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 09:22
    ใช่คนจากเกมก่อนปะ ชื่อนี้
    #1108
    0
  2. #1073 Shadow_of_light (@Shadow_of_light) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 21:23
    ใครๆๆๆๆๆ
    #1073
    0
  3. #1072 FERNnoil (@fern_1101) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 20:55
    ใครว้า5555
    #1072
    0
  4. #1071 hopelessness (@0882229841) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 18:18
    คลาวด์ ฮาคัวร์ คือใครคะ
    #1071
    0
  5. #1070 Reive (@Reive) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 14:14
    ลืมหรือไม่เคยเห็นหว่าาา...?
    #1070
    0
  6. #1069 Ploprock (@Ploprock) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 13:18
    ลูคัสคือใครครับ ใครก็ได้ตอบผมที
    #1069
    1
    • #1069-1 hauka (@hauka) (จากตอนที่ 118)
      30 เมษายน 2560 / 14:56
      ผู้ติดตามของเทมเพสต์
      #1069-1
  7. #1068 DEVILSAKETO (@DEVILSAKETO) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 11:32
    ใคร???
    #1068
    0
  8. #1067 ituch (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 10:58
    ใครหว่า2คนนี้...
    #1067
    0
  9. #1066 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 10:27
    รอน้าค่ะ
    #1066
    0
  10. #1065 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 10:00
    ขอบคุณครับ
    รอดูต่อไป
    #1065
    0
  11. #1064 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 09:00
    จะเกิดอะไรต่อหนอ
    #1064
    0