Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 143 : บทที่133 การต่อสู้ของผู้เป็นสุดยอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11997
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 255 ครั้ง
    20 มิ.ย. 60

บทที่133 การต่อสู้ของผู้เป็นสุดยอด


            ชายหนุ่มผู้มีเส้นผมสีฟ้าอ่อน  และนัยน์ตาสีแดงสด  รูปร่างของเขาสูงโปร่งแม้จะไม่สูงเท่าอากิระก็ตาม  เขามีใบหน้าที่ดูดีหล่อเหลาคมคายในชุดพ่อบ้านสีน้ำเงิน   เขาเรียกหอกออกมาถึงสองเล่มด้วยกัน  ชายในชุดพ่อบ้านคนนี้นั้นก็คือหนึ่งในเจ็ดขั้วอำนาจแห่งเซิร์ฟเวอร์เอเชีย  จ้าวหอกอสูร  สเลย์นั่นเอง


“หึ  แต่ว่าเวลาแค่พริบตา  ยังอุตส่าห์สังเกตทุกสิ่งรอบตัวอีกนะ  น่ากลัวจริงๆอสูรมนตรา”  สเลย์กล่าวชมเชย

“แล้วคุณจะทำยังไงต่อล่ะครับ  ในเมื่อทั้งแผนทำลายพวกผมของคุณ  และกิลด์ที่เป็นมือเป็นเท้าของคุณถูกจัดการไปหมดแล้ว”  อากิระกล่าวเสียงเรียบ

“หึๆๆ  ไม่เห็นที่จะต้องไปคิดมากเลย...”  สเลย์กล่าวอย่างขำขัน  จากนั้นเขาก็เบิกตากว้างขึ้นพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่น่ากลัว  “ก็แค่ฉันจะเป็นคนจัดการกับพวกแกเอง”


            เมื่อได้ยินเช่นนั้นอากิระก็รู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นที่สุด  เพราะคำพูดเช่นนี้ของสเลย์นั้นย่อมไม่อาจแปลเป็นอื่นได้  นอกเสียจากสเลย์กำลังดูถูกตัวเขาและเพื่อนๆแห่งวิหคราตรี  ซึ่งแน่นอนว่าอากิระไม่อาจที่จะยอมได้


“กับคุณน่ะ  ไม่ต้องใช้พวกเราทั้งหมดหรอกครับ  เพียงแค่ผมคนเดียวก็พอแล้ว”  อากิระกล่าวพลางเดินมาด้านหน้า  “ทุกคนห้ามเข้ามายุ่งเด็ดขาดเลยนะครับ”

“เออ  ไม่ต้องห่วงหรอกน่า  เราไม่เข้าไปยุ่งแน่”  เทเพสต์ตอบด้วยรอยยิ้ม

“โฮ่  จะเข้ามาเพียงคนเดียวอย่างนั้นรึ  น่าสนุกนี่ไหนลองแสดงดูหน่อยสิ  ฝีมือที่ทำให้เซราฟถูกใจน่ะ”  สเลย์กล่าวเสียงเย็น

“ถ้าต้องการเช่นนั้นก็ย่อมได้ครับ  ผมจะแสดงฝีมือให้คุณได้เห็นเอง”  อากิระกล่าวด้วยเสียงเรียบเช่นกัน


            ทันทีที่สิ้นคำอากิระและสเลย์ต่างก็เดินหน้าเข้าหากันอย่างช้า  ซึ่งทุกคนที่รอดูการต่อสู้ของทั้งสองนั้นต่างก็จ้องมองโดยไม่แม้แต่จะกระพริบตา  ทว่าเมื่อพวกเขารู้สึกตัวอีกทีหอกในมือของสเลย์ก็ปะทะเข้ากับถุงมือของอากิระเสียแล้ว  โดยที่ทุกคนนั้นไม่อาจที่จะมองเห็นได้ด้วยซ้ำว่าทั้งคู่เริ่มขยับตัวตั้งแต่เมื่อใด


“อะไรกัน  เจ้าสองคนนั้นเริ่มโจมตีตั้งแต่เมื่อไหร่”  เทมเพสต์กล่าวอย่างไม่เชื่อสายตา

“ร...เร็วมาก”  แม้แต่นัวร์เองก็กล่าวด้วยท่าทีตกตะลึง


            อากิระยกมือขึ้นรับหอกแรกของสเลย์ได้เป็นผลสำเร็จ  จากนั้นเขาก็ปัดหอกเล่มนั้นออกไป  แล้วตวัดขาเข้าเตะสเลย์อย่างรวดเร็ว  ซึ่งสเลย์เองก็สามารถยกหอกขึ้นป้องกันได้อย่างไม่ยากเย็น  แต่พอทั้งคู่ได้ประมือกันพวกเขาก็รับรู้ได้ถึงความสามารถของอีกฝ่ายทันที  แม้จะเป็นการประมือกันเพียงแค่กระบวนเดียวก็ตาม


“ไม่เลวนี่  สมแล้วที่ทำให้เซราฟถูกใจได้  แต่น่าเสียดายที่วันนี้แกจะต้องตายตรงนี้”  สเลย์พูดอย่างเย็นชา

“มันก็ไม่แน่หรอกนะครับ  คนที่ตายอาจเป็นคุณเองก็ได้นะ”  อากิระกล่าวตอบ

“หึ  อวดดีซะจริง”  สเลย์แค่นเสียงพร้อมกับตวัดหอกเข้าหาอากิระ


            เมื่อได้เห็นคมหอกที่กำลังตวัดเข้าหาอากิระก็ไม่รอช้า  เขารีบหมุนตัวหลบคมหอกนั้นแล้วฟาดสันมือเข้าหาสเลย์  ซึ่งสเลย์เองก็รีบยกหอกขึ้นรับการโจมตีทันที  แต่แล้วสเลย์ก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นเมื่อมีบางสิ่งโจมตีใส่กลางหลังของเขา


            สเลย์ค่อยๆหันกลับไปมองถึงต้นเหตุของการโจมตีนั้น  และสิ่งที่เขาได้พบก็คือร่างที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับ  อากิระทุกประการ  และร่างนั้นก็ค่อยๆจางหายไป  สเลย์จึงรีบหันกลับมามองอากิระที่ยังคงอยู่ตำแหน่งเดิม  ก่อนจะแค่นเสียงกล่าว


“นี่แก...ใช้ร่างแยกอย่างนั้นรึ”

“ต่างกันนิดหน่อยครับ  แต่โดยพื้นฐานแล้วก็คล้ายๆกันนั่นแหละ”


            คำตอบของอากิระนั้นไม่ได้เป็นคำโกหกแต่อย่างใด  เพราะว่าร่างที่ใช้โจมตีใส่สเลย์เมื่อครู่นั้นมิใช่ร่างแยก  หากแต่เป็นร่างจิตที่สร้างขึ้นโดยมีจุดหมายเพียงเพื่อโจมตีเท่านั้น  และแน่นอนว่ากลการโจมตีของอากิระไม่ได้จบเพียงเท่านี้  เพราะที่ด้านหลังของสเลย์ปรากฏลูกแก้วเวทมนต์สีทองขึ้นมาแล้ว


เวทย์ดวงดาวระดับห้า – ประกายแสงดาราสวรรค์


            ลูกแก้วเวทมนต์สีทองได้แปรเปลี่ยนเป็นวงแหวนเวทย์สีทอง  จากนั้นก็ปรากฏลำแสงสีทองที่พุ่งเข้าหาร่างของสเลย์อย่างรวดเร็ว  แต่สเลย์นั้นไม่ใช่กระจอกยิ่งเขารู้ว่าอากิระเป็นผู้เล่นสายเทคนิค  ก็ยิ่งทำให้เขาระวังการใช้กลลวงของอากิระมากเท่านั้น  ทันทีที่เขาสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์ปริมาณมากจากด้านหลัง  สเลย์ก็รีบปักหอกข้างหนึ่งลงสู่พื้นและใช้มันเป็นฐานในการกระโดดขึ้นเหนือพื้น  ส่งผลให้ลำแสงเวทมนต์สีทองของอากิระต้องพุ่งผ่านไปโดยไม่อาจบรรลุเป้าหมายได้


            หลังจากที่หลบพ้นสเลย์จึงฟาดหอกอีกข้างเข้าใส่อากิระ  ทำให้อากิระต้องรีบยกแขนขึ้นป้องกัน  ทว่าหอกของสเลย์ได้สัมผัสกับแขนของอากิระเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น  สเลย์ก็รีบละหอกออกจากแขนของอากิระ  จากนั้นเขาก็ใช้หอกที่ปักอยู่บนพื้นเป็นแกนในการหมุนตัวพร้อมกับบตวัดขาเตะเข้าใส่ใบหน้าของอากิระ  ด้วยแรงเตะนั้นถึงกับทำให้ร่างของอากิระต้องถอยห่างไป


            เมื่อทำให้อากิระเสียหลักได้สำเร็จ  สเลย์ก็รีบทิ้งตัวลงสู่พื้นแล้วมุ่งหน้าตามร่างของอากิระไปเพื่อจะโจมตีอย่างต่อเนื่อง  แต่ก่อนที่สเลย์จะเข้าถึงตัวของอากิระเบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏลูกแก้วเวทมนต์ขึ้นมาถึงสามลูก


“อะไรกัน”


            ลูกแก้วมนตราทั้งสามลูกแปรเปลี่ยนเป็นวงแหวนเวทย์ถึงสามวง  จากนั้นก็ปรากฏระเบิดออกจากวงแหวนเวทมนต์เป็นเปลวไฟอันรุนแรง  สเลย์ที่ไหวตัวทันก็รีบกระโดดหลบออกมา  ทำให้เขาไม่ได้รับบาดเจ็บมากเท่าใดนัก  แต่เพราะสเลย์ต้องถอยหลบระเบิดเพลิงนั้น  ทำให้อากิระได้มีโอกาสตั้งหลักใหม่  ก่อนที่เขาจะเข้าโจมตีสเลย์


            อากิระพุ่งร่างเข้าหาเสลย์พร้อมกับผนึกพลังเวทย์ลงสู่  กกุธภัณฑ์แห่งความมืดของตน  จากนั้นก็ตวัดขาเข้าใส่สเลย์ทันที  พอได้เห็นเช่นนั้นสเลย์ก็รีบยกหอกขึ้นป้องกัน  แต่ก่อนที่ขาของอากิระจะได้สัมผัสกับหอกเล่มนั้นเขาก็หยุดและดึงขากลับมา  พร้อมกับหมุนตัวแล้วตวัดขาอีกข้างเข้าใส่แต่สเลย์ก็ยกหอกอีกเล่มมาป้องกันไว้ได้  พร้อมกับแทงหอกเข้าใส่อากิระ


            หอกของสเลย์สามารถเข้าทะลวงร่างของอากิระไปได้สำเร็จ  แต่สเลย์กลับรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ  เพราะว่าสัมผัสที่เขาได้รับนั้นราวกับว่าเขาได้แทงผ่านอากาศไปเท่านั้น  แล้วสเลย์ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก  เมื่อมีบางสิ่งมาทาบลงบนหลังของเขา


            เป็นอากิระนั่นเองที่ปรากฏตัวขึ้นมาด้านหลังของสเลย์  พร้อมกับทาบฝ่ามือลงไปกลางแผ่นหลังของสเลย์  จากนั้นอากิระก็ผนึกปราณมังกรแปรลักษณ์ลงสู่แขนข้างนั้น  จนปรากฏเป็นออร่ารูปลักษณ์มังกรสีดำขึ้นพันรอบแขนของเขา  ก่อนที่อากิระจะออกแรงกระแทกฝ่ามือของตน  ส่งผลให้มังกรสีดำที่พันอยู่รอบแขนของเขาก็พุ่งเข้าโจมตีร่างของสเลย์ทันที  ส่งให้ร่างของสเลย์ต้องกระเด็นออกไป


            เมื่อโจมตีสำเร็จอากิระก็พุ่งตามร่างของสเลย์ไป  พร้อมกับหมุนตัวแล้วตวัดขาเข้าใส่ร่างของสเลย์  แต่ว่าสเลย์เองก็ใช่จะยอมง่ายๆเขารีบปักหอกลงพื้นเพื่อตั้งเป็นหลักในการเคลื่อนไหว  จากนั้นก็แทงหอกในมือสวนกลับเข้าใส่อากิระอย่างรวดเร็ว


            การโจมตีของทั้งคู่ต่างก็บรรลุเข้าถึงตัวของอีกฝ่ายได้สำเร็จ  เท้าของอากิระสามารถฟาดลงบนคอของสเลย์ได้อย่างแม่นยำ  เช่นเดียวกันหอกของสเลย์ ก็แทงเข้าสู่ไหล่ซ้ายของอากิระจนสามารถเรียกให้เลือดของอากิระไหลรินลงมา  จากนั้นทั้งคู่ก็ผละออกจากกัน


“หึ  ไม่เลวนี่อสูรมนตรา”  สเลย์กล่าวขึ้น

“เช่นกันครับ  สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ็ดราชันย์”  อากิระกล่าวขึ้นบ้าง

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะแสดงพลังของเจ็ดราชันย์ให้แกได้เห็นเอง”  สเลย์กล่าวอย่างเย็นชา  ก่อนที่รอบร่างของเขาจะปรากฏออร่าสายลมขึ้นมา


            จากนั้นสเลย์ก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง  ทว่าการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ต่างออกไป  ความเร็วของสเลย์นั้นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล  ถึงขนาดที่พวกเทมเพสต์สามารถมองเห็นได้เพียงแค่เงาร่างของสเลย์อย่างลางๆเท่านั้น  มีเพียงอากิระเท่านั้นที่พอจะมองตามร่างของสเลย์ได้ทัน


            ทว่าแม้จะมองตามได้ทันแต่ด้วยความเร็วที่ด้อยกว่ามากของอากิระ  ก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่เพราะว่าอากิระนั้นไม่อาจที่จะเคลื่อนไหวรับการโจมตีของสเลย์ได้ทัน  มือไม้ของอากิระก็ค่อยๆปั่นป่วนมากขึ้นเรื่อยๆ  และในที่สุดเขาก็พลาดท่า  อากิระถูกสเลย์ตวัดหอกในมือทั้งสองข้างเข้าใส่อย่างรวดเร็ว  ส่งให้ร่างของอากิระต้องปลิวออกไป


            อากิระที่ยังคงอยู่กลางอากาศนั้นรีบหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว  พร้อมกันนั้นบนร่างกายของอากิระก็ปรากฏลวดลายสีม่วงขึ้นมา  พร้อมกับกลุ่มก้อนพลังงานเวทมนต์ธาตุสายฟ้าที่อยู่ข้างตัว  ซึ่งพลังงานนั้นก็กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ลวดลายบนร่างของอากิระเช่นกัน


มหาเวทย์วิถีมารบทที่หนึ่ง – ร่างสถิตมนตรา

ลักษณ์แห่งอัสนี – สายฟ้าสถิตร่าง


            ร่างของอากิระค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดเช่นเดียวกันกับเส้นผมที่ค่อยๆตั้งชันขึ้น  กลับกันดวงตาทั้งดวงของอากิระนั้นกลายเป็นสีดำสนิท  ยกเว้นเพียงนัยน์ตาสีแดงสดที่บัดนี้แดงเข้มขึ้นมากกว่าเดิม  รอบร่างของอากิระปรากฏสายฟ้าสีม่วงแลบออกมา  จากนั้นอากิระก็รีบสะกิดเท้าลงบนพื้นแล้วพุ่งร่างกลับไปหาสเลย์


            ความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันของอากิระนั้น  ทำให้สเลย์ต้องตกตะลึงไปชั่วครู่  ทว่านั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้อากิระสามารถโจมตีได้  เพียงพริบตาอากิระก็สามารถเข้าประชิดตัวของสเลย์ด้สำเร็จ  จากนั้นอากิระก็ยกเท้าขึ้นเตะใส่ร่างของสเลย์อย่างต่อเนื่อง  ทำให้สเลย์ที่เผลอละการป้องกันไปต้องถูกโจมตีไปกว่าสิบครั้งในชั่วพริบตา  ส่งให้ร่างของสเลย์ต้องถอยห่างออกไป


“น่าสนใจ  น่าสนใจจริงๆ  คิดถูกแล้วที่จะจัดการกับแกเสียตั้งแต่ตอนนี้” 


สเลย์กล่าวด้วยเสียงก้อง  ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าหาอากิระด้วยความเร็วพร้อมกับฟาดหอกเข้าใส่  อากิระที่ได้เห็นเช่นนั้นก็รีบยกแขนขึ้นป้องกัน  แล้วผนึกปราณมังกรแปรลักษณ์ลงสู่มืออีกข้างพร้อมกับปล่อยหมัดสวนกลับไป  ซึ่งสเลย์เองก็สามารถยกหอกอีกข้างขึ้นมาป้องกันได้เช่นกัน  จากนั้นอากิระจึงกล่าวด้วยเสียงที่เย็นเยียบ


“แต่ผมว่าคุณอาจคิดผิดก็ได้นะ  ที่มาหาเรื่องผมในตอนนี้”


            ทันทีที่สิ้นคำของอากิระหอกในมือของสเลย์ที่ถูกยกขึ้นป้องกันหมัดของอากิระ  ก็ค่อยๆปรากฏรอยแตกร้าวขึ้นมา  และหอกของสเลย์ก็แตกสลายลงไป  สร้างความตื่นตะลึงให้กับสเลย์เป็นอย่างมาก  ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในความสามารถของกกุธภัณฑ์แห่งความมืด  นั่นก็คือทุกครั้งที่โจมตีจะมีโอกาสถึงยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์  ที่จะทำลายไอเทมสวมใส่ที่มีระดับไม่เกินเจ็ดของเป้าหมาย


            สเลย์รีบดึงหอกอีกข้างของตนกลับอย่างรวดเร็ว  ก่อนจะตวัดหอกเข้าใส่อากิระ  ทำให้อากิระต้องกระโดดหลบออกไป  จากนั้นสเลย์ก็ผนึกพลังปราณของตนลงสู่หอกอีกเล่มหนึ่งที่เหลือในมือแล้วขว้างหอกเข้าใส่อากิระ


            อากิระที่กำลังถอยหลบออกมานั้นเมื่อเห็นหอกของสเลย์  พุ่งตามร่างของเขามาก็ไม่รอช้า  อากิระรีบผนึกปราณลงสู่มือของตนจากนั้นก็ชกหมัดสวนกลับไป  แรงปะทะที่เกิดจากการต่อสู้ของทั้งคู่นั้นทำให้พื้นโดยรอบต้องแตกร้าว  เศษซากอาคารที่อยู่รอบตัวต้องแตกพังลงไปมากยิ่งกว่าเดิม  จากนั้นรอบร่างของสเลย์ก็ปรากฏออร่าสีน้ำเงินเข้มขึ้นมา  และในขณะเดียวกันเขาก็ได้เรียกหอกเล่มใหม่ออกมาอีกถึงสองเล่ม


ทักษะประจำเผ่าพันธุ์ – ร่างจำแลงอาชากาฬ


            ขาของสเลย์นั้นค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป  กลายเป็นขาที่ดูเหมือนกับขาของม้า  ซึ่งบริเวณกีบเท้าของสเลย์นั้นได้เต็มไปด้วยเปลวไฟสีดำ  เส้นผมสีฟ้าอ่อนของสเลย์กลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม  พร้อมกับออร่าสีน้ำเงินอันหนาแน่นที่ปรากฏอยู่รอบร่างกายของเขา


“นี่มัน...ท่าทางจะลำบากแล้วสิครับ”  อากิระกล่าวโดยที่ไม่ได้มีสีหน้าลำบากใจ  เหมือนกับคำที่พูดออกมา

“เตรียมตัวตายได้แล้วอสูรมนตรา”  เสลย์กล่าวขึ้นพร้อมกับมองมายังอากิระ  ด้วยสายตาที่อำมหิตจนน่าหวาดหวั่น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 255 ครั้ง

2,695 ความคิดเห็น

  1. #2446 Pae_ga (@Pae_ga) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 20:29
    มันส์ไม่มีที่ติครับ ชอบๆ
    #2446
    0
  2. #1581 nae_tae (@nae_tae) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 09:44
    อากิระสู้ๆ จัดด่วน
    #1581
    0
  3. #1470 CrAzy_Se@L (@crazy-seal-555) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 22:33
    เด๊่ยวอากิระจำแลงร่างบ้างนะ หุหุ
    #1470
    0
  4. #1463 I3lackMooN (@natto01) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 04:52
    ขอบคุณครับ
    #1463
    0
  5. #1462 pong3142 (@pong3142) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 21:55
    อากิระแปลงร่างงงงงง
    #1462
    0
  6. #1461 22710 (@22710) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 19:27
    ขอบคุณมากครับ
    #1461
    0
  7. #1460 MyUFOgg (@MyUFOgg) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 18:11
    อ่อนเกินปันไหม
    #1460
    0
  8. #1457 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 11:46
    ปล่อยมาหมดหรือยังเนี่ย ทำไมแลดู อ่อนกว่า เซราฟเยอะเลย
    #1457
    3
    • #1457-2 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 143)
      20 มิถุนายน 2560 / 11:52
      เซราฟเก่งกว่าสเลย์ครับ แถมตอนนี้พระเอกเก่งกว่าตอนเจอเซราฟแล้วด้วย
      #1457-2
    • #1457-3 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 143)
      20 มิถุนายน 2560 / 11:52
      แต่สเลย์ก็ยังโชว์ไม่หมดเช่นกันครับ
      #1457-3
  9. #1456 ford042 (@ford04) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 10:49
    ถ้าฆ่าราชันได้ก็จะได้เป็นราชันเองหรอปล่าวนาาาาาา
    #1456
    0
  10. #1455 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 09:59
    ขอบคุณครับ
    #1455
    0
  11. #1454 thesunhappy (@thesunhappy) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 09:59
    สนุกครับ มาต่อไวๆนะครับ
    #1454
    0
  12. #1453 RajitpitSupo (@RajitpitSupo) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 09:53
    คำสวนทางกับหน้าตาเหลือเกินน รอตอนต่อไปจ้า
    #1453
    0