Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 145 : บทที่135 หลังสงคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12600
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 275 ครั้ง
    27 มิ.ย. 60

บทที่135 หลังสงคราม


“แหมๆ  อย่าทำเสียงแบบนั้นสิ  ฉันก็มาเพื่อที่จะหยุดสงครามในครั้งนี้ไงล่ะ”


            เสียงหวานของเกรซกล่าวขึ้นพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร  ทว่าผู้ที่ได้ฟังอย่างอากิระและสเลย์ต่างก็รู้สึกไม่พอใจ  เพราะว่าการปรากฏตัวของเกรซนั้น  ก็คือการขัดขวางการต่อสู้ของพวกเขานั้นเอง  แต่ถึงอย่างนั้นอากิระก็ยังพยายามที่จะสงบอารมณ์  ก่อนจะกล่าวถาม


“ขอเหตุผลที่คุณมาหยุดการต่อสู้ของผมจะได้มั้ยครับ”


“ได้สิจ๊ะ”  เกรซยิ้มหวานให้กับอากิระ  ก่อนจะกล่าวต่อ  “สำหรับเหตุผลข้อแรกคือ  ตอนนี้เริ่มมีข่าวแพร่ออกไปแล้วว่ามีกิลด์ผู้เล่นที่กำลังสู้กับหนึ่งในเจ็ดราชันย์  แถมสาเหตุยังมาจากการที่เจ็ดราชันย์เป็นฝ่ายหาเรื่อง  และนอกจากนี้เจ็ดราชันย์คนที่ว่ายังใช้แผนการร้าย  ในการบงการกิลด์หนึ่งเพื่อให้ทำลายกิลด์ที่ว่านี้ด้วย” 


เมื่อกล่าวจบเกรซก็มองไปทางสเลย์เล็กน้อย  ก่อนที่เธอจะกล่าวต่อ  “จากข่าวที่ว่านี้  ทำให้ชื่อเสียงของพวกเราที่เป็นเจ็ดราชันย์เหมือนกัน  ต้องเสียหายไปด้วย  และยิ่งถ้าเกิดเจ็ดราชันย์มาพ่ายแพ้แก่ผู้เล่นทั่วไปแล้วล่ะก็  ชื่อเสียงของเราคงจะยิ่งไม่เหลือเป็นแน่  เพราะฉะนั้นถือว่าเห็นแก่หน้าเราช่วยหยุดการต่อสู้จะได้มั้ยคะ  คุณอากิระ”


เกรซหันมามองอากิระบ้างเพื่อที่จะขอคำตอบ  เมื่ออากิระเห็นเช่นนั้นเขาก็หลับตาลงอย่างครุ่นคิด  ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมาสบตากับเกรซ  พร้อมกับกล่าวกับเธอด้วยเสียงที่เรียบแบบปกติ  เป็นการแสดงให้เห็นว่าอากิระนั้นได้ใจเย็นลงแล้ว


“ถ้าอย่างนั้นก็พอคุยกันได้ครับ  เพียงแต่ว่าผมจะได้สิ่งใดหากผมยอมตกลง  เพราะหากจะพูดจริงๆแล้ว  ในสงครามครั้งนี้ผมก็เป็นฝ่ายเสียหายนะ”


เกรซได้ฟังเช่นนั้นก็ยิ้มที่มุมปาก  ก่อนจะกล่าวขึ้นมา  “ในตอนนี้พวกเราเจ็ดราชันย์คนอื่นๆนั้น  กำลังทำสงครามชิงปราสาทอยู่  และเมื่อชิงปราสาทสำเร็จแล้ว  เราจะมอบให้คุณค่ะ”


“ถ้าเช่นนั้นผมก็ไม่ขัดข้องครับ  ดีเสียอีกที่ผมจะได้ไม่ต้องไปตีปราสาทเอง”  อากิระกล่าวตอบรับการต่อรองจาก    เกรซด้วยรอยยิ้ม

“หึ  แล้วไงอสูรมนตรา  แกยอมหยุดแล้วคิดว่าฉันจะยอมหยุดรึ”  สเลย์กล่าวอย่างเดือดดาล

“อย่างไรซะนายก็ต้องหยุด  เพราะถ้านายไม่ยอมหยุดคราวนี้ทั้งเซราฟ  และฮาคุริวคงไม่อยู่เฉยแน่  ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย  โดยเฉพาะเซราฟที่กำลังโกรธเพราะว่านายมายุ่งกับคู่ต่อสู้ของเขา”  เกรซกล่าวด้วยรอยยิ้ม  แต่น้ำเสียงของเธอนั้นกลับเย็นจนน่าหวาดหวั่น


“ชิ  ก็ได้  คราวนี้ฉันจะยอมรามือไปก่อน”


            สเลย์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้ว่าเกรซไม่ได้ล้อเล่น  และเขาก็รู้ตัวดีว่าหากต้องสู้กับเซราฟหรือฮาคุริวคนใดคนหนึ่งแล้วล่ะก็  เขาคงไม่อาจที่จะเทียบเคียงฝีมือได้  อย่าว่าแต่จะต้องรับมือกับทั้งสองคนเลย  ดังนั้นสเลย์จึงต้องตอบตกลงอย่างไม่ยินยอมเท่าใดนัก


“ไว้หากเจอกันคราวหน้า  ฉันจะฆ่าแกให้ได้เลย”  สเลย์หันมากล่าวกับอากิระ

“แต่ผมว่าในอนาคต  เราอาจไม่ต้องสู้กันก็ได้นะครับ”  อากิระกล่าวด้วยรอยยิ้ม  ทำให้สเลย์ที่ได้เห็นเช่นนั้นต้องคิ้วกระตุกขึ้นมา  ก่อนที่เขาจะแค่นเสียงในลำคอเล็กน้อยอย่างขัดใจ


            จากนั้นไม่นานนักสเลย์ก็ยอมจากไปอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ  ทางเกรซเองก็ทำการสร้างสัญญามอบปราสาทให้กับอากิระ  แบบเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนนั้นไม่ได้หลอกลวงอากิระ  และเมื่อทำสัญาเสร็จเรียบร้อยแล้วเกรซจึงกล่าวลาด้วยรอยยิ้ม


“ถ้าเช่นนั้น  ฉันขอตัวก่อนนะคะ  คุณอากิระ”

“ครับ  โชคดีนะครับ  คุณราชินีแห่งหายนะ”  อากิระกล่าวตอบ

“แหมๆ  ไม่ต้องพูดห่างเหินเช่นนี้ก็ได้ค่ะ  เรียกเกรซเฉยๆก็ได้”  เกรซพูดด้วยเสียงหวาน

“ถ้าอย่างนั้นก็  โชคดีนะครับ  คุณเกรซ”  อากิระเอ่ยลาด้วยท่าทีคล้ายกับไม่ใส่ใจ


            จากนั้นเกรซจึงกล่าวลากับสมาชิกวิหคราตรีทุกคน  ก่อนที่เธอจะจากไปพร้อมกับสัตว์ประหลาดหินของเธอ  ส่วนอากิระและเพื่อนๆก็กลับสู่เรือเหาะปีกทมิฬ  ที่ไอริสขับมาลงจอดเพื่อที่จะรับทุกๆคน  โดยมีอเมทิสต์ตามไปด้วยเพื่อที่จะจัดการกับธุระเรื่องสุดท้ายที่ยังค้างอยู่  และสงครามระหว่างวิหคราตรีและบาปเจ็ดประการก็จบลงเพียงเท่านี้  นอกจากนี้ภายหลังจากสงครามครั้งนี้แล้ว  อากิระผู้นำของกิลด์วิหคราตรีจะถูกขนานนามด้วยฉายาใหม่ว่า จักรพรรดิวิหคมาร  อากิระ  พร้อมทั้งถูกจารึกในนามของราชันย์คนที่แปด

 

 

            หลังจากที่กลับมาถึงเรือเหาะปีกทมิฬแล้ว  เหล่าสมาชิกของกิลด์วิหคราตรีก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน  มีเพียงแค่อากิระ  เมเทียร์  และอเมทิสต์เท่านั้นที่ยังคงไม่แยกกันไปพัก  แต่ทั้งสามเดินมาหยุดยังหน้าห้องหนึ่งในเรือเหาะ  ใบหน้าของทั้งสามในตอนนี้นั้นไม่มีใครเลยที่อยู่ในสภาวะผ่อนคลาย  ใบหน้าของอากิระและเมเทียร์นั้นเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ  ในขณะที่อเมทิสต์นั้นมีสีหน้าหนักใจ  ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเปิดประตูห้องนั้น


“ป๊ะป๋า  หม่าม้า  เมร่าคิดถึงจังเลย”


            ทันทีที่ประตูเปิดออกร่างเล็กของเมร่าก็พุ่งเข้ากอดอากิระอย่างรวดเร็ว  จากนั้นเธอก็ค่อยๆปล่อยแล้วจับมือ  ของอากิระและเมเทียร์เอาไว้  พร้อมกล่าวทักทายทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม  ซึ่งแน่นอนว่าอากิระและเมเทียร์ก็ยิ้มให้เมร่าเช่นกัน


“เราก็คิดถึงเมร่าเหมือนกันจ้ะ”  เมเทียร์ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม  ก่อนจะใช้มือที่ว่างอยู่ลูบศรีษะของเมร่าอย่างเอ็นดู

“แล้วเป็นยังไงบ้างครับเมร่า  เหนื่อยมั้ย”  อากิระกล่าวถาม

“เมร่าไม่เหนื่อยค่ะป๊ป๋า  แต่เมร่าเบื่อจังเลย  ที่ต้องมานั่งเฝ้ายัยคนนั้น”  เมร่าตอบอากิระด้วยใบหน้าใส  ดวงตากลมโต

“งั้นหรือครับ  ถ้าอย่างนั้นคราวหน้าป๊ะป๋า  จะหาเรื่องสนุกๆให้ทำนะครับ”  อากิระกล่าวกับเมร่าด้วยรอยยิ้ม

“จริงๆนะคะป๊ะป๋า  อย่าหลอกเมร่านะคะ”  เมร่ากล่าวอย่างกระตือรือร้น


            เมื่อได้ยินเช่นนั้นอากิระก็ยิ้มให้กับเมร่าอย่างอ่อนโยน  พร้อมกับลูบศรีษะของเธอ  จากนั้นเขาก็มองเข้าไปยังห้องที่เมร่าได้วิ่งออกมา  ภายในนั้นมีร่างของหญิงสาวผมสีน้ำตาล  ซึ่งอยู่ในชุดสาวใช้พร้อมด้วยหูแมวที่เธอใส่อยู่  และเธอก็กับส่งยิ้มมาให้แก่อากิระ  ใกล้ๆกันนั้นมีหญิงสาวที่ถูกกักบริเวณเอาไว้ด้วยอาณาเขตเวทมนต์อยู่  หญิงสาวคนนั้นมีผมสีเขียวสด  เฉกเช่นเดียวกับนัยน์ตาสีใบไม้  จากนั้นอากิระจึงทักทายหญิงสาวในชุดสาวใช้ก่อน


“เหนื่อยหน่อยนะครับ  ลิซ่า”

“ไม่หรอกค่ะนายท่าน  ลิซ่ารู้สึกดีใจมากกว่าค่ะ  ที่ได้ทำประโยชน์ให้นายท่าน”  หญิงสาวในชุดสาวใช้กล่าวตอบอย่างยินดี


จากนั้นอากิระจึงหันไปมองหญิงสาวที่อยู่ภายในอาณาเขตเวทมนต์นั้น  ซึ่งเธอคนนั้นก็จ้องมองกลับมายัง    อากิระเช่นเดียวกัน  อากิระจึงกล่าวกับเธอคนนั้นบ้าง

“สงครามจบแล้วนะครับคุณหยก  พวกผมเป็นฝ่ายชนะ”

“อย่างนั้นหรือคะ”  หญิงสาวผมสีเขียวสด  หรือหยกตอบกลับมาด้วยเสียงเรียบ  ก่อนจะกล่าวต่อ  “แล้วไม่ทราบว่าคุณอสูรมนตราจะทำเช่นไรกับดิฉันคะ”

“เรื่องนั้น  ให้เป็นการตัดสินใจของเธอคนนี้ดีกว่าครับ”  อากิระกล่าวพร้อมกับผายมือของตนไปทางอเมทิสต์


หยกมองตามมือของอากิระไปยังร่างของอเมทิสต์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย  แต่ทว่าแววตาของเธอกลับสั่นเครือ  ก่อนที่เธอจะพูดด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย  ราวกับกำลังพยายามข่มกลั้นอารมณ์ที่ตนมีเอาไว้  “หัวหน้าอเมทิสต์”


“สวัสดีจ้ะหยก  เป็นอย่างไรบ้าง”  อเมทิสต์กล่าวตอบอย่างอ่อนโยน

“คงจะรู้จากคุณอากิระแล้วใช่มั้ยคะ  ว่าฉันนี่แหละที่เป็นสปายให้แก่บาปเจ็ดประการ”  หยกกล่าวอย่างช้าๆ

“ฉันรู้แล้วล่ะจ้ะ  เพราะอย่างนั้นฉัน  ถึงอยากทราบเหตุผลไงล่ะจ๊ะ”  อเมทิสต์ถามด้วยรอยยิ้มอย่างมีไมตรี

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่ขอปิดบังอีกแล้วค่ะ  ฉันคือน้องสาวของจ้าวหอกอสูร  สเลย์ค่ะ”  หยกตอบคำถามของอเมทิสต์ทันที

“อย่างนั้นเองรึ”  อเมทิสต์กล่าวด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ

“เอาล่ะค่ะ  คงได้เวลาตัดสินโทษของดิฉันแล้วมั้งคะ  คุณอเมทิสต์”  หยกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือมากขึ้น

“ฉันอยากจะพูดว่าฉันให้อภัยเธอนะจ๊ะหยก...”  อเมทิสต์กล่าวด้วยเสียงที่สั่นไม่แพ้กัน  “แต่ว่าในฐานะของหัวหน้า  ฉันขอเนรเทศผู้เล่นหยกออกจากกิลด์อัญมณีแสงจันทร์”


            อเมทิสต์นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว  แม้จะมีน้ำตาไหลออกมาก็ตาม  แต่ดวงตาของเธอก็ไร้ซึ่งความลังเลใดๆเลยแม้แต่น้อย  เช่นเดียวกับหยกที่มีน้ำตาไหลออกมา  แต่กลับไร้ซึ่งความเว้าวอนใดๆในดวงตานั้น  ภายในดวงตานั้นมีเพียงการทำใจเท่านั้น


            ใช่ว่าหยกนั้นจะไม่รู้สึกอะไรเลย  แท้จริงแล้วเธอนั้นไม่ได้อยากทำเช่นนี้เท่าไรนัก  แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้ทรยศเพื่อนร่วมกิลด์ของเธอจริง  เพราะอย่างนั้นหยกจึงต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้น  แม้ว่านั่นจะเป็นการตัดขาดกับพวกอเมทิสต์ก็ตามที


“ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมานะคะ  หัวหน้าอเมทิสต์”  หยกกล่าวทั้งน้ำตา

“ลาก่อนจ้ะ  หยก”  อเมทิสต์กล่าวด้วยรอยยิ้ม  ทั้งที่น้ำตายังคงหลั่งไหลไม่หยุด


            เมื่ออเมทิสต์กล่าวจบแล้ว  อากิระก็พยักหน้าให้แก่ลิซ่าเล็กน้อย  ซึ่งลิซ่าเองก็ก้มศีรษะเล็กน้อยเป็นการตอบรับ  จากนั้นเธอก็โบกมือไปทางอาณาเขตเล็กน้อย  ทำให้อาณาเขตที่กักขังหยกอยู่นั้นค่อยๆหายไปในที่สุด  จากนั้นหยกก็ค่อยๆเดินออกมาจากห้องนั้น 


            หยกที่ค่อยๆก้าวออกมานั้นเธอรู้สึกว่าเวลามันช่างเชื่องช้าเสียเหลือเกิน  ทั้งๆที่ระยะทางนั้นเพียงแค่หน้าประตูห้องเท่านั้น  แต่ในความรู้สึกของเธอมันช่างยาวนานและไกลเป็นอย่างมาก  ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เธอรู้สึกเช่นนี้ก็เพราะว่า  เบื้องหน้าของเธอคืออเมทิสต์ที่กำลังมาด้วยแววตาเศร้าๆนั่นเอง


            ทว่าแม้จะรู้สึกว่าเชื่องช้าเพียงไรก็ตามที  แต่เวลาก็ยังคงเดินมาจนถึง  เวลาที่หยกและอเมทิสต์ต้องเผชิญหน้ากัน  ทั้งสองคนต่างก็สบตาอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ที่ไม่อาจจะเอ่ยเป็นคำพูดได้  จากนั้นหยกก็ก้มหน้าลงก่อนจะเดินผ่านร่างของอเมทิสต์ไป  เพียงแต่หยกเดินไปได้ไม่นานเท่านั้นเธอก็ต้องหยุดเท้าลง  เพราะคำของอเมทิสต์


“โชคดีนะจ๊ะหยก  ถึงอย่างไรฉันก็ยังคิดว่าเธอเป็นเพื่อนนะ”


            ทันทีที่สิ้นคำของอเมทิสต์  น้ำตาของหยกก็ไหลรินออกมาจนหยุดไม่อยู่  เธอรีบหันกลับมาหาอเมทิสต์อีกครั้ง  พร้อมทั้งกล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือ  พร้อมกันกับน้ำตาที่ไหลพราก


“ขอบคุณค่ะหัวหน้าอเมทิสต์  ฉันต้องขอโทษจริงๆค่ะ  ลาก่อน”


            เมื่อกล่าวจบเธอก็หันหลังกลับและเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของอากิระ  หยกมองไปยังใบหน้าของอากิระด้วยดวงตาที่แดงก่ำ  ก่อนที่เธอจะกล่าวขึ้น


“เอาล่ะค่ะคุณอากิระ  ฉันพร้อมแล้วค่ะ  เชิญลงโทษในฐานะที่ฉันเป็นไส้ศึกได้เลยค่ะ”


“ตอนนี้สงครามได้จบลงแล้วครับ”  อากิระกล่าวเสียงเรียบ  “เรื่องของคุณผมยกให้เป็นการตัดสินใจของคุณอเมทิสต์แล้ว  เพราะอย่างนั้นผมไม่มีหน้าที่ที่จะต้องจัดการอะไรกับคุณอีกแล้วครับ”

“อย่างนั้นหรือคะ  ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”  หยกกล่าวเสียงเรียบ  ก่อนที่เธอจะเดินจากไป

“นี่ก็คืออีกด้านหนึ่งของชีวิตมนุษย์  บางครั้งก็ต้องเจอกับเรื่องที่ตนไม่ต้องการทำ  และเมื่อถึงเวลาที่สิ่งที่ต้องทำกับสิ่งที่อยากทำขัดแย้งกัน  ผู้ที่จะสามารถเลือกได้ว่าจะเช่นไรก็มีเพียงตนเองเท่านั้น  แต่พึงสำนึกไว้เถิดว่าการตัดสินใจในแต่ละครั้งนั้น  จะนำมาซึ่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่นเสมอ  ไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ก็ตาม”  ทามาโมะที่ปรากฏตัวขึ้นข้างกายของอากิระ  พร้อมกับสุซาคุได้กล่าวขึ้น


            เมื่อได้ยินเช่นนั้นอากิระก็ต้องคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที  คำที่ทามาโมะกล่าวมานั้นทำให้อากิระต้องย้อนมาคิดเรื่องของตนในครั้งก่อน  เรื่องของโครโน่และเนเน่นั้นยังคงติดตรึงอยู่ภายในใจของเขา  อากิระนั้นรู้ดีว่าสิ่งที่เขาได้ตัดสินใจไปในตอนนั้นเป็นเรื่องที่ผิดพลาด  อากิระจึงได้แต่เพียงหวังว่าเนเน่นั้นจะสามารถค้นพบความสุขในชีวิตได้...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 275 ครั้ง

2,694 ความคิดเห็น

  1. #1582 nae_tae (@nae_tae) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 20:21
    ขอบคุณค่า
    #1582
    0
  2. #1503 G HAMAJI (@poker-face321) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 23:11
    ลุ้นกับเนเน่มากเลย โดนปล่อยให้อยู่คนเดียว มีแต่ความแค้น ถ้าว่ากับตามจริงก็น่าจะกลายเป็นลาสบอส แต่เรายังแอบหวังว่าจะไม่ใช่ ให้อารมณ์ช่องเจ็ดบวกซาซึเกะยังไงไม่รู้ ฮือออ ไม่เอาน้าาา ปล. รอต่อค่า สู้ๆ
    #1503
    0
  3. #1498 Cer-xie (@zoka) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 20:05
    เห็นฉากจบของเนเน่แล้ว... เข้าพวกลัทธิอะไรนั้นแล้วกลายเป็นสุดยอดสิ่งมีชีวิตทดลองสมบูรณ์แบบจากนั้นก็เข้าสู้กับอากิระ//มโน
    #1498
    0
  4. #1494 CrAzy_Se@L (@crazy-seal-555) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 19:43
    ไม่อยากให้บทเนเน่แบบมาแก้แค้นเลยไม่ชอบ
    #1494
    0
  5. #1488 Ryusay Sangkatjai (@ryusay) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 23:39
    ชื่อกิลเปลี่ยนไปหรือป่าว ไม่ใช่วิหคราตรีหรอ หรือผมจำผิด
    #1488
    2
    • #1488-1 Ryusay Sangkatjai (@ryusay) (จากตอนที่ 145)
      26 มิถุนายน 2560 / 23:45
      คนเขียนสับสนเองแน่เลย กิลวิหคราตรี กับปีกทมิฬ เอามารวมเป็นกิลวิหคทมิฬ
      #1488-1
    • #1488-2 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 145)
      27 มิถุนายน 2560 / 09:58
      ครับผมพิมพ์ผิดเอง แหะๆ
      #1488-2
  6. #1486 CChechow (@CChechow) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 16:13
    เรื่องของโครเน่ เนเน่นี่อยู่ตอนไหนนะครับ ลืมแล้ว งงเลย
    #1486
    2
  7. #1484 S1O9N9E5 (@SaXoNySone) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 14:03
    เนเน่ก็คงอยู่กับความแค้นหาความสุขไม่ได้หรอก เพราะการอยู่ตัวคนเดียวไร้ที่พึ่งมันเป็นอะไรที่เลวร้ายมาก เราว่าอากิระคิดผิด และจะกลายเป็นภัยของตัวเองในภายภาคหน้าแน่นอน
    #1484
    0
  8. #1483 ford042 (@ford04) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 11:27
    ขอบคุณครับ
    #1483
    0
  9. #1482 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 10:53
    ขอบคุณครับ
    #1482
    0
  10. #1481 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 10:32
    สงสัย เนเน่ จะได้ไปโผล่อีกฝั่งแหงๆ

    ดีไม่ดี จะยอมโดนทดลองซะเองเลย
    #1481
    0
  11. #1480 22710 (@22710) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 10:28
    ขอบคุณมากครับ
    #1480
    0