Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 155 : ภาค2 บทที่4 กวาดล้างยักษ์ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10917
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 231 ครั้ง
    30 ก.ค. 60

ภาค2 บทที่4 กวาดล้างยักษ์ 2


            สีหน้าของเครนนั้นเต็มไปด้วยความเครียด  ผู้ที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้นเป็นผู้เล่นที่เป็นถึงแปดราชันย์  ซ้ำยังเป็นผู้ที่ประกาศเป็นศัตรูกับกิลด์ของเขาอีกด้วย  การที่ชายผู้นี้มาปรากฏตัวในเวลาเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน


“ก..แก  งานเลี้ยงอะไรของแกกัน”  เครนพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อกล่าวกับอากิระ

“นั่นสินะครับ  เอาเป็นงานละเลงเลือดดีมั้ยนะ”  อากิระกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ  ทำให้สมาชิกกิลด์ยักษ์สีคราม  และสมาชิกกิลด์เทพวานรต้องหน้าซีดเผือด

“เอ่อ  คุณจักรพรรดิวิหคมารครับ  ถึงอย่างไรเสียคุณก็เป็นผู้เล่นที่อยู่ในระดับแปดราชันย์  การที่คุณจะมารังแกผู้เล่นระดับพวกเรา  ก็คงไม่ดีต่อชื่อเสียงของคุณเป็นแน่  เพราะฉะนั้นขอให้คุณลองพิจารณาดูหน่อยเถอะครับ”  แซคพยายามเกลี้ยกล่อมอากิระ


“หึๆๆ  คุณจะบอกว่าหากศัตรูของคุณอ่อนแอกว่าตน  คุณก็จะไม่สู้หรือทำร้ายเขาหรือครับ”  อากิระกล่าวด้วยเสียงที่นุ่มนวล  แต่ด้วยคำที่อากิระพูดนั้นทำให้แซคถึงกับต้องเก็บคำพูดที่กำลังจะออกมาไปทันที  เมื่อเห็นเช่นนั้นอากิระจึงกล่าวต่อ “ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเก่งกาจหรืออ่อนแอก็ตาม  หากเป็นศัตรูแล้วล่ะก็ต้องกำจัดให้สิ้นซาก  ก่อนที่จะเป็นภัยกับตนเอง”


            สิ้นคำของอากิระทั้งเครน  และแซคก็ต้องก้าวถอยไปด้านหลังโดยไม่รู้ตัว  พวกเขารู้ดีว่าคำที่อากิระพูดมานั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่คำขู่   เพราะว่าชายที่มีนามว่าจักรพรรดิวิหคมารนั้นมีชื่อเสียงว่าโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก  ทั้งยังทำอะไรโดยไม่สนใจผู้อื่นอีกด้วย


“แต่ก็ใช่ว่าผมจะใจร้าย  ผมยังมีทางรอดให้พวกคุณอยู่เช่นกัน”  อากิระเปลี่ยนท่าทีเป็นผ่อนคลายลง  แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“ท...ทางรอดอย่างนั้นรึ”  เครนยังคงกล่าวอย่างเคร่งเครียด

“หมายความว่าอย่างไรกันครับ”  แซคเริ่มที่จะมีท่าทีที่ผ่อนคลายลง

“ก็...ผมมีเงื่อนไขง่ายๆอยู่ข้อหนึ่ง  นั่นก็คือคุณแซค  และคุณเครน  ให้คุณทั้งสองคนสู้กับตัวแทนของเรา  หากคุณทั้งสองสามารถเอาชนะได้ผมก็จะปล่อยพวกคุณทั้งหมดไป”


            เมื่อสิ้นคำตอบของอากิระ  ทั้งเครนและแซคก็ต้องครุ่นคิดอย่างหนัก  เขาพอรู้มาว่าแม้จักรพรรดิวิหคมารจะโหดเหี้ยม  และเจ้าเล่ห์ก็ตาม  แต่เขาก็ยังเป็นคนรักษาคำพูด  ทว่าเพื่อประกันความเสี่ยงแล้ว  ทั้งเครนและแซคต่างก็ต่างก็คิดที่จะตอบรับข้อเสนอของอากิระ  แล้วให้ลูกน้องค่อยๆแอบหนีไป  แต่แล้วความคิดนี้ก็ต้องหยุดลงเมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา


“อ้ากกกกกก”


            เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่ดังขึ้น  ทำให้ทุกคนต้องหันไปมองทางต้นเสียงนั้น  และภาพที่ทุกคนได้เห็นก็คือร่างในชุดคลุมสีน้ำเงิน  ที่กำลังลอยเข้ามาจากทางประตูหลังของภัตตาคาร  เมื่อได้เห็นเช่นนั้นอากิระก็กล่าวขึ้น


“ต้องขอโทษด้วยครับ  ผมลืมบอกไปว่าภัตตาคารแห่งนี้ถูกล้อมไว้โดยสมาชิกกิลด์วิหคราตรีแล้ว”


            ตามที่อากิระได้กล่าวภัตตาคารแห่งนี้นั้น  ได้ถูกล้อมเอาไว้โดยสมาชิกแห่งกิลด์วิหคราตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  และร่างที่ลอยเข้ามาเมื่อครู่นั้นก็คือสมาชิกของกิลด์ยักษ์สีครามที่คิดจะหนีเอาตัวรอดนั่นเอง  แน่นอนว่าอากิระได้ออกคำสั่งเอาไว้แล้วว่าหากมีคนของยักษ์สีคราม  หรือเทพวานรคนใดหนีออกไป  ก็ให้สังหารได้ทันที


“เอาล่ะครับ  ตอนนี้คุณมีสองทางเลือก  ได้แก่ตกลงรับเงื่อนไขของผม  แล้วต่อสู้อย่างสุดกำลัง  หากชนะได้ก็รอด  หากแพ้ก็ตาย  หรือทางเลือกที่สองก็คือยอมรับความตายแต่โดยดี”  อากิระกล่าวอย่างจริงจัง


เมื่อไร้ซึ่งทางหนีทั้งเครน  และแซคก็ตัดสินใจที่จะเลือกรับเงื่อนไขของอากิระ  เพราะถึงอย่างไรมันก็เป็นทางเลือกที่มีโอกาสรอดสูงที่สุด  “เราตกลงที่จะรับเงื่อนไขของนาย  แต่ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย  ทำไมแกถึงต้องทำแบบนี้  ทั้งๆที่ถ้าแกเอาจริงล่ะก็สามารถเอาชนะพวกฉันได้สบายๆเลยแท้ๆ”


อากิระที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสยะยิ้มขึ้น  ก่อนจะกล่าวตอบ  “ก็นี่คือเกมไงครับ  การเล่นเกมมันก็ต้องสนุกเข้าไว้สิครับ”

“ส...สนุกรึ”  เครนได้ฟังเหตุผลของอากิระก็ต้องอ้าปากค้าง  เขาพึ่งจะเคยเจอคนที่บอกว่าสนุกกับการเล่นกับชีวิตของผู้อื่นได้อย่างหน้าตาเฉย  แม้จะเป็นแค่ในเกมก็ตาม

“ถ้าอย่างนั้น  ตัวแทนจากกิลด์ของผม  แฟงก์ ฝากด้วยนะครับ”  อากิระกล่าวพลางหันกลับไปมองชายหนุ่มผู้มีเส้นผมสีน้ำเงินเข้ม  และดวงตาสีส้มแสด

“เข้าใจแล้วครับ  ครูฝึก”  แฟงก์ตอบรับอย่างรวดเร็ว  เมื่อแฟงก์ตอบรับแล้วอากิระก็พยักหน้าให้เล็กน้อย  ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะใกล้ๆ  พร้อมกับสมาชิกระดับปีกศักดิ์สิทธิ์  แล้วเรียกพนักงานของร้านเข้ามาหา


“คุณพนักงานครับ  ขอเนื้อวัวสีโลหิตย่าง  สเต็กเนื้อไวเวิร์น  สลัดผักป่าเจ็ดสี  แล้วก็เหล้าโลหิตมังกรอย่างละสามที่ครับ”  อากิระกล่าวกับพนักงานสาวด้วยรอยยิ้ม  แต่พนักงานสาวเห็นเช่นนั้นก็ต้องรีบจดรายการอาหารที่อากิระสั่งอย่างรวดเร็ว  เพราะเธอกลัวว่าหากอากิระโมโหขึ้นมาแล้ว  เธอจะถูกลูกหลงไปด้วย


            ทางด้านแฟงก์ที่ยืนประจันหน้ากับเครน  และแซคก็ถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย  เขามองไปยังคู่ต่อสู้ทั้งสองคนตรงหน้า  ก่อนจะบ่นอย่างเซ็งๆ


“ครูฝึกให้งานน่าเบื่อเสียจริง  งานแบบนี้ให้ยัยลาพิส  หรือเอเลน่าทำก็ได้แท้ๆ”

“แกว่าอะไรนะ....”  เครนแค่นเสียงกล่าว

“ดูเหมือนว่าเราจะโดนดูถูกนะครับ” แซคเองก็กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์เช่นกัน

“โห...ใครบอกว่าฉันดูถูกนายสองคน”  แฟงก์กล่าวแย้งทันที  เมื่อได้ยินคำของทั้งสองคน  “ฉันแค่อยากจะบอกว่า  ถึงพวกนายจะมีมากกว่านี้ก็เอาชนะฉันไม่ได้ก็เท่านั้นเอง”

“หนอยแก  จะมากไปแล้วนะ”  เครนตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว  ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าหาแฟงก์  พร้อมกับเงื้อดาบในมือเข้าใส่


ทว่ามันคือความผิดพลาด  การกระทำของเครนที่ขาดสตินั้น  ส่งผลให้พวกเขาต้องพ่ายแพ้ไปอย่างรวดเร็วกว่าที่ควรจะเป็น  เพราะในวินาทีที่ดาบของเขาวาดเข้าใส่แฟงก์  ร่างของแฟงก์ก็หายไปจากสายตาของเครนทันที


แฟงก์ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลังของแซค  พร้อมกับขว้างกงจักรเข้าใส่แซคอย่างรวดเร็ว  กงจักรของเขาพุ่งผ่านร่างของแซคไปอย่างง่ายดายโดยที่แซคนั้น  ไม่มีแม้โอกาสจะได้ทันเตรียมรับมือเลยด้วยซ้ำ  ทั้งนี้หาใช่เพราะแซคนั้นไร้ฝีมือมากจนไม่อาจจะรับมือได้  หากแต่เพราะเครนนั้นได้บดบังร่างของแฟงก์ก่อนหน้านี้  ทำให้แซคมองไม่เห็นว่าแฟงก์ได้หายตัวไปแล้ว    เขาจึงถูกเล่นงานได้ง่ายถึงพียงนี้


“อะไร...”  แซคที่รู้ตัวว่าโดนโจมตีนั้น  ก็อุทานออกมา  แม้จะไม่อาจกล่าวได้จนจบคำก็ตาม


            และแน่นอนว่าแฟงก์ย่อมไม่รอช้า  เขารีบตวัดมีดสั้นในมือเขาเข้าใส่คอของแซคทันทีเพื่อเป็นการปิดฉาก  และผลที่ออกมานั้นก็คือศีรษะของแซคกระเด็นออกจากบ่าแล้วหล่นลงสู่พื้นดิน  เครนที่พึ่งจะรู้ตัวหลังจากที่แซคกลายเป็นแสงไปก็เริ่มหน้าเสีย  เพราะแม้ว่าแซคจะไม่ทันรู้ตัวก็ตาม  แต่การที่แฟงก์สังหารแซคได้รวดเร็วขนาดนี้  ย่อมหมายความว่าแฟงก์นั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก


“ก...แก!!  ตายซะ!!”  เครนตะโกนก้องพร้อมกับพุ่งเข้าหาแฟงก์อีกครั้ง  พร้อมกับฟาดดาบเข้าใส่  ซึ่งร่างของแฟงก์ก็หายไปอีกครั้งทำให้ดาบของเครนต้องพลาดเป้าไป


            ทว่าในครั้งนี้เครนระวังตัวมากกว่าเดิม  ทันทีที่ดาบของเขาพลาดจากเป้าหมาย  เครนก็รีบจับสัมผัสรอบตัวของตน  และเขาก็ต้องรีบหันกลับไปด้านหลังแล้วยกดาบขึ้นป้องกันกงจักรที่กำลังพุ่งแหวกอากาศมา  จากนั้นเครนก็ออกแรงปัดกงจักรออกไปได้สำเร็จ


            แต่แน่นอนว่าในขณะที่เครนกำลังป้องกันการโจมตีจากกงจักรนั้นแฟงก์ย่อมไม่อยู่เฉย  เขารีบเข้าประชิดตัวของเครนอย่างรวดเร็ว  พร้อมกับตวัดมีดสั้นในมือฟันเข้าใส่ร่างของเครนอย่างต่อเนื่อง  จนกระทั่งร่างของเครนกลายเป็นแสงหายไป  เหลือไว้เพียงร่างของแฟงก์ที่อาบไปด้วยเลือดของคู่ต่อสู้


“หนึ่งนาที  ยี่สิบห้าวินาที  แฟงก์ทำได้ดีมากครับ  เอาเป็นว่าผมจะละโทษเรื่องที่จัดการกับมังกรไม่ได้ให้ก็แล้วกันนะครับ”  อากิระกล่าวขึ้นมา  จากนั้นก็ตักอาหารเข้าปากต่อ

“ขอบคุณครับ  ครูฝึก”  แฟงก์ยืนตัวตรงแล้วกล่าวขอบคุณอย่างแข็งขัน  แต่เพราะในปากของอากิระยังคงมีอาหารอยู่เขาจึงเพียงแค่พยักหน้าให้เป็นเชิงรับรู้เท่านั้น


            และเมื่ออาหารในปากของอากิระหมดลงแล้ว  เขาก็เงยหน้าขึ้นมามองเหล่าสมาชิกของกิลด์ยักษ์สีคราม  และเทพวานรจนครบทุกคนแล้วเขาก็เรียกหนึ่งในสมาชิกกิลด์ยักษ์สีครามให้เข้ามาหา  พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้


“นี่คุณน่ะ  ผมมีทางรอดให้คุณนะ”

“อ...อะไรหรือครับ”  สมาชิกกิลด์ยักษ์สีครามกล่าวอย่างหวั่นเกรง

“ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้ครับ  ที่ผมต้องการก็แค่  รายชื่อของกิลด์ที่เป็นพันธมิตรกับกิลด์ยักษ์สีครามเท่านั้นเอง  หากคุณยอมบอกและออกจากกิลด์ยักษ์สีครามแล้วล่ะก็  ผมจะยอมปล่อยคุณไป”            อากิระกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เอ่อ..คือผม...”  สมาชิกกิลด์ยักษ์สีครามครุ่นคิดอย่างหนัก  เขาไม่อยากที่จะทรยศกิลด์ของตน  แต่เขาก็ไม่อยากเป็นศัตรูกับจักรพรรดิวิหคมารเช่นกัน


            แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจได้  เพราะตัวเขาก็ไม่ได้มีเพื่อนที่สนิทกันอยู่ในกิลด์ยักษ์สีคราม  อีกทั้งเขาก็พึ่งจะเข้ามาในกิลด์นี้ได้เพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนเท่านั้น  ทำให้เขาไม่ได้มีความผูกพันอะไรกับกิลด์นี้นัก  ฉะนั้นเมื่อเทียบน้ำหนักกันแล้วการเลือกที่จะไม่เป็นศัตรูกับกิลด์วิหคราตรี  ย่อมเป็นสิ่งที่ปลอดภัยกว่าอย่างเห็นได้ชัด  เขาจึงยอมรับข้อเสนอของอากิระทันที  เขารีบเปิดหน้าต่างกิลด์ขึ้นมาแล้วเปิดหน้ารายชื่อพันธมิตรกิลด์  จากนั้นจึงส่งให้อากิระ


“อืม...ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ”  อากิระกล่าวเสียงเรียบ  จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองสมาชิกกิด์ยักษ์สีครามตรงหน้า  ก่อนจะกล่าวต่อ  “ถ้าอย่างนั้นก็ออกจากกิลด์แล้วเดินออกไปได้เลยครับ  หากไม่ได้เป็นสมาชิกของยักษ์สีคราม  หรือเทพวานรแล้ว  รับรองว่าสมาชิกกิลด์ของผมจะไม่ทำอะไรคุณอย่างแน่นอน”


            เมื่อได้ยินเช่นนั้นอดีตสมาชิกแห่งยักษ์สีครามก็จากไปแต่โดยดี  และเมื่อเขาลับสายตาไปแล้วอากิระก็ปรายตามองสมาชิกของทั้งสองกิลด์ที่ยังเหลืออยู่  แล้วกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนน่าสะพรึงกลัว


“เอาล่ะครับ  จัดการซะ”


            เมื่ออากิระกล่าวจบเขาก็ทานอาหารต่อ  โดยที่ไม่มีท่าทีสนใจต่อภาพการนองเลือดของเหล่าสมาชิกกิลด์ศัตรูทั้งสองเลยแม้แต่น้อย  ผิดกับเพื่อนๆของเขาที่ไม่มีใครทานลงเลยแม้แต่คนเดียว  เวลาผ่านไปเมื่ออากิระทานอาหารเสร็จก็ไม่เหลือผู้เล่นในชุดสีน้ำเงิน  หรือสีเหลืองอยู่เลยแม้แต่คนเดียว  เขาจึงค่อยๆก้าวออกมาก่อนจะเปิดหน้าต่างสื่อสารขึ้นแล้วส่งข้อความให้แก่สมาชิกระดับปีกดารา


“เอาล่ะครับเรามาเริ่มกิจกรรมกวาดล้างยักษ์กันเถอะ”  อากิระกล่าวเปิดงาน  ก่อนจะเริ่มอธิบายกิจกรรม   “กิจกรรมครั้งนี้ก็ไม่มีอะไรมาก  ผมได้แบ่งหน้าที่ปีกดาราไปแล้ว  ให้ปีกดารานำเหล่าสมาชิกในหน่วยของตนไปจัดการกับกิลด์ในข้อความที่ตนได้รับ  และให้ทำหน้าที่ประเมินผลความสามารถของสมาชิกในกิลด์  ส่วนเหล่าสมาชิกที่มีระดับต่ำกว่าปีกดาราให้ทำการจัดการกับผู้เล่นทุกคนในกิลด์ที่หัวหน้าหน่วยของตนนำทางไป  ในกิจกรรมครั้งนี้จะทำให้สมาชิกที่มีระดับต่ำกว่าปีกดาราได้มีโอกาสในการแสดงฝีมือ  และหากสมาชิกคนใดที่แสดงฝีมือมากเพียงพอที่จะผ่านการประเมินแล้วล่ะก็  จะได้รับการเลื่อนขั้นทันทีที่ผมกลับไปถึงกิลด์  และสุดท้ายเมื่อสังหารคนเหล่านั้นเรียบร้อยแล้วให้ไปเฝ้ายังจุดคืนชีพ  แล้วทำการสังหารซ้ำเรื่อยๆเป็นเวลาเจ็ดวัน”


            ทันทีที่อากิระกล่าวจบ  เหล่าสมาชิกกิลด์ทั้งหมดก็แยกย้ายจากไป  เหลืออยู่เพียงแค่สมาชิกเพียงไม่กี่คนเท่านั้น  ซึ่งผู้ที่เหลืออยู่นั้นได้แก่เหล่าผู้เล่นระดับปีกศักดิ์สิทธิ์  และปีกมาร  จะมีมากกว่านั้นก็เหลือเพียงสมาชิกระดับปีกดาราอีกสองคนเท่านั้น


            หนึ่งคือชายหนุ่มหน้ากวน  เจ้าของเส้นผมสีแดงและดวงตาสีน้ำทะเล  อีกหนึ่งคือหญิงสาวร่างเล็ก  ใบหน้าสวยเนียนประดับด้วยดวงตาสีอำพัน  เส้นผมสีขาวถูกเกล้าไว้อย่างสวยสง่า  ทั้งคู่นั้นก็คือ  มิกซ์  และหลินอิงนั่นเอง


            อากิระมองเพื่อนๆที่อยู่ตรงหน้าอย่างครบถ้วน  ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มที่กระหายเลือด 

“เอาล่ะครับทุกคน  เราเดินทางสู่เมืองเทซิสกันเถอะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 231 ครั้ง

2,695 ความคิดเห็น

  1. #2456 protozoa2 (@protozoa) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 13:02
    อยากรุ้สเตตัสของพวปเจ็ดราชันว่าเก่งขนาดไหนอะ
    #2456
    0
  2. #1874 JPsn (@JPsn) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 09:47
    PK ที่แท้ทรู
    #1874
    0
  3. #1642 Nalinrat-Kip (@Nalinrat-Kip) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 22:21
    #1642
    0
  4. #1641 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 16:20
    วิธีนี้...โฉดมาก
    #1641
    0
  5. #1640 Zanzar (@5401170733) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 11:44
    เล่นงี้ละดับกลับมา1พอดี
    #1640
    0
  6. #1638 Zen_Darkness (@ghostbsd) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 11:10
    รีบมาต่อตอนต่อไปนะครับ สนุกมากครับผม!
    #1638
    0
  7. #1637 NessZero (@nesszero) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 10:55
    มันละทีนี้
    #1637
    0
  8. #1636 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 10:24
    ขอบคุณครับ
    #1636
    0
  9. #1635 kelovelove (@kekailove) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 09:52
    พระเอกโหดเ-้ยมมมม
    #1635
    1
    • #1635-1 kelovelove (@kekailove) (จากตอนที่ 155)
      30 กรกฎาคม 2560 / 09:53
      เดี๋ยวนะ โหดเ-้-มนะ555 เซนเซอร์ตะไม55555
      #1635-1
  10. #1634 RajitpitSupo (@RajitpitSupo) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 09:43
    โอ้โหความโหดนี้ ยอมใจท่าน
    #1634
    0
  11. #1633 TK Kittiniranat (@zerkitty) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 09:38
    ิอัพปุ๊ปอ่านปั๊บ !
    #1633
    0
  12. #1632 Matthew Themattik (@matthew2015) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 09:26
    โหดสาสสส
    #1632
    0