Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 171 : ภาค2 บทที่20 เมืองแห่งเหล็กกล้า อาคาเดีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 230 ครั้ง
    12 พ.ย. 60

ภาค2 บทที่20 เมืองแห่งเหล็กกล้า  อาคาเดีย

 

            ป่ามรณะเป็นป่าที่หนาแน่นด้วยต้นไม้  จนไม่อาจที่จะมองเห็นภายในได้เกินห้าก้าว  ทว่าตอนนี้ป่ามรณะกลับกำลังลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ  ป่ามรณะตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีส้มแดงจากแสงของเปลวเพลิง  เป็นภาพที่ไม่เคยมีมาก่อนในป่าแห่งนี้

 

            และที่ใจกลางป่าแห่งนั้นก็ปรากฏร่างของชายคนหนึ่ง  เขาคือชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารญี่ปุ่นสีดำ  ผ้าคลุมที่ด้านหลังปรากฏสัญลักษณ์ปีกที่ทำจากผลึกคริสตัลสีแดงถึงสี่คู่ด้วยกัน  ซึ่งชายคนนั้นก็หาใช่ใครอื่นเขานั้นก็คืออากิระนั่นเอง

 

“เห้อ  ป่าที่ได้ชื่อว่าป่ามรณะนี่  สงสัยคงจะไม่เคยมีผู้เล่นยอดฝีมือผ่านมาสินะ  ถึงได้ยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้”  อากิระบ่นอย่างไม่สบอารมณ์  “น่าเบื่อจริงๆ”  เมื่อกล่าวจบอากิระก็เดินทางต่อทันที  โดยที่เขานั้นไม่แม้แต่จะชายตามองซากป่าที่ถูกเผาด้วยเปลวเพลิงด้านหลังเลย

 

            อากิระเดินทางต่อไปยังเป้าหมายที่กำหนดไว้นั่นก็คือเมืองอาคาเดีย  และในการเดินทางครั้งนี้อากิระก็สามารถเดินทางได้โดยไม่ยากเย็นเลยแม้แต่น้อย  เพราะว่าสัตว์อสูรในพื้นที่โดยทั่วไปนั้นไม่อาจที่จะทำอันตรายเขาได้แม้แต่น้อย  จึงทำให้อากิระรู้สึกเบื่อมากพอสมควร

 

 

“หวังว่าคราวนี้จะมีอะไรสนุกๆ  ให้ทำนะ”  อากิระกล่าวพึมพำขณะเดินทาง  และในตอนนี้การเดินทางของเขาก็ได้ล่วงเลยมาถึงวันที่สี่  แน่นอนว่าเมืองอาคาเดียนั้น  บัดนี้ได้อยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว

 

            จากนั้นอากิระก็เดินเข้าสู่เมืองอาคาเดียทันที  เมืองนี้เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่อาคารบ้านเรือนสร้างจากโลหะ  มีปราสาทโลหะขนาดใหญ่อยู่ตรงใจกลางเมือง  บรรยากาศในเมืองนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นของเหล็กและเขม่าไฟ  นอกจากนี้เพียงแค่อากิระมองไปก็พบกับร้านขายอาวุธ  ชุดเกราะ  และร้านช่างตีเหล็กจำนวนมาก  จนสามารถรองรับลูกค้าจำนวนมากที่มีอยู่ทั่วเมืองได้อย่างง่ายดาย

 

            จากจำนวนผู้เล่นที่อากิระเห็นนั้น   หากจะมีผู้พบเห็นเขาแล้วทำให้เกิดเป็นข่าวถึงการปรากฏตัวของเขานั้นย่อมไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้  อากิระจึงเรียกผ้าคลุมสีดำออกมาสวมทับชุดของตน  รวมถึงนำหน้ากากสีขาวล้วนออกมาสวมปิดบังใบหน้าของตน  ก่อนจะเข้าไปภายในเมืองเพื่อสืบหาข้อมูลที่ตนต้องการ

 

            อากิระเดินเข้ามาในเมืองได้สักพักเขาก็พบกลุ่มคนจำนวนมาก  ที่กำลังดูการแสดงอะไรบางอย่าง  การแสดงเบื้องหน้าของอากิระนั้นเป็นการแสดงกลางแจ้ง  อากิระเห็นผู้คนให้ความสนใจมากมายเช่นนั้นก็เอ่ยถามผู้เล่นที่อยู่ใกล้กับตน

 

“เอ่อ  ขอถามอะไรสักหน่อยนะครับ  ไม่ทราบว่าการแสดงตรงหน้านี้  เกี่ยวกับอะไรหรือครับ” 

“หืม อ๋อน้องชายคงพึ่งจะมาเมืองนี้ครั้งแรกสินะ  นี่น่ะเป็นการแสดงเรื่องราวของวีรบุรุษคนหนึ่งของเมืองนี้น่ะ  เขาคือวีรบุรุษผู้ใช้อาวุธนับพันในการกำจัดเหล่าศัตรู  การแสดงนี้จะจัดขึ้นทุกสัปดาห์น่ะ” ผู้เล่นคนที่ถูกถามตอบทันที

 

“อย่างนั้นหรือครับ  ขอบคุณนะครับ”  อากิระกล่าวกับผู้เล่นตรงหน้า

“ไม่เป็นไรหรอกไอ้น้อง”  ผู้เล่นคนนั้นตอบกลับมาแล้วหันไปชมการแสดงต่อ  ซึ่งตัวอากิระเองก็รู้สึกสนใจการแสดงตรงหน้าจึงตัดสินที่จะชมการแสดงนั้น

 

            การแสดงที่ดำเนินอยู่นั้นเป็นรูปแบบของละครเร่  โดยที่มีคนแสดงกลางแจ้งบนเวทีที่ทำขึ้นมาอย่างง่ายๆ  เนื้อเรื่องของละครทำกำลังดำเนินอยู่นั้น  ว่าด้วยเรื่องของอารุส  ชายที่ปรากฏตัวขึ้นมาโดยไม่รู้ที่มาที่ไปในช่วงที่เมืองอาคาเดียแห่งนี้  กำลังตกอยู่ภายใต้ไฟของสงคราม

 

            ชายคนนั้นใช้อาวุธหลากหลายชนิดเข้าต่อสู้กับกองทัพศัตรูได้ด้วยตัวคนเดียว  จากนั้นเขาก็เข้าร่วมกับกองทัพของอาคาเดีย  และเขาก็สามารถจบสงครามที่ยาวนานหลายปีได้  ภายในเวลาเพียงหกเดือนเท่านั้น

 

            หลังจากนั้นเมืองอาคาเดียก็ได้พบกับสันติภาพอีกครั้ง  นอกจากนี้ด้วยชื่อเสียงของเขาจากการทำสงครามครั้งนี้  ทำให้หลายเมืองต้องหวั่นเกรงที่จะทำสงครามกับอาคาเดีย  ทำให้เมืองอาคาเดียที่สงบสุขแล้วสามารถที่จะพัฒนาเมืองได้  โดยเฉพาะทางด้านงานโลหะที่พัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว  เพราะใกล้ๆเมืองแห่งนี้นั้นมีเหมืองขนาดใหญ่อยู่

 

            เวลาผ่านไปวิกฤตของเมืองอาคาเดียก็มาถึงอีกครั้ง  เมื่อปีศาจแมงมุมขนาดยักษ์เข้าโจมตีเมืองอาคาเดีย  ซึ่งแน่นอนว่าอารุสนั้นจะต้องออกมาสู้กับเจ้าปีศาจนั้น  อารุสสู้กับปีศาจแมงมุมนานกว่าสามวันสามคืน  และสามารถนำชัยชนะกลับมาสู่เมืองอาคาเดียได้สำเร็จ

 

            ไม่นานนักอารุสก็พบรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง  และแต่งงานอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข  แต่ทว่าความสุขของพวกเขาก็อยู่ได้ไม่นาน  เมื่อมีอสูรกายที่ร้ายกาจเข้าจู่โจมอาคาเดียอีกครั้ง  แต่คราวนี้นั้นมันแข็งแกร่งยิ่งกว่าปีศาจใดๆที่เคยปรากฏตัวมา  อารุสจึงต้องทุ่มสุดตัวเพื่อต่อสู้แต่ก็ไม่อาจที่จะเอาชนะมันได้  สุดท้ายอารุสจึงใช้วิธีสุดท้ายเขาสละชีวิตของตนเพื่อผนึกเจ้าอสูรนั้น  และเขาก็ทำสำเร็จส่งผลให้อาคาเดียพบกับความสงบสุขมาจนถึงปัจจุบัน

 

           

            การแสดงจบลงเพียงเท่านี้  อากิระที่ดูการแสดงจนจบนั้นก็หลบออกมาจากกลุ่มผู้ชม  แล้วครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะพึมพำออกมา  “ละครเรื่องนี้จะมีอะไรเกี่ยวกับเรื่องขุมพลังแห่งศาสตราที่เมสบอกรึเปล่านะ”

 

            อากิระเดินห่างออกมาจากเวทีละครได้แล้ว  เขาก็เดินสำรวจที่ต่างๆภายในเมืองเข้าไปยังร้านค้าแห่งหนึ่งในซอยเล็กๆซึ่งภายในมีลักษณะคล้ายบาร์เหล้า  อากิระจึงตรงไปยังเคาน์เตอร์ของร้านแล้วนั่งลง  แล้วถอดหน้ากากออกพร้อมกับสั่งเครื่องดื่ม

 

“ขอน้ำองุ่นแก้วหนึ่งครับ”

“ไอ้หนู  ที่นี่มันร้านเหล้านะโว้ย  ไม่มีหรอกน้ำองุ่นอะไรของแกน่ะ”  ชายวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของร้านตวาดเสียงดังจนทำให้เหล่าผู้คนภายในร้านต้องหันมามอง

“โอ๊ะ  ขอโทษทีนะครับ  งั้นขอเป็นนมสดสักแก้วก็แล้วกัน”  อากิระยิ้มกล่าวขึ้นมา  ทำให้เจ้าของร้านต้องคิ้วกระตุก  แล้วตวาดออกมาเสียงดัง

“พวกแก  โยนไอ้เวรนี่ออกไปจากร้านซะ” 

 

            สิ้นเสียงของเจ้าของร้านผู้คนที่อยู่ในร้านทั้งหมดก็ลุกขึ้น  แล้วเดินเข้ามาด้านหลังของอากิระด้วยท่าทางที่มุ่งร้าย  ทว่าอากิระกลับไม่แม้แต่จะชายตามองคนจำนวนมากที่กำลังเดินเข้ามาหมายจะทำร้ายตนเลยด้วยซ้ำ  เขาเพียงยิ้มแล้วกล่าวด้วยเสียงเนือยๆ

 

“สงสัยจะพูดกันดีๆไม่รู้เรื่องนะครับเนี่ย”

 

 

 

 

            ภาพที่เจ้าของร้านได้เห็นนั้นเป็นภาพที่เขาจะต้องจดจำไปชั่วชีวิต  เหล่าลูกน้องของเขาที่น่าจะจัดการกับชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาได้อย่างสบายๆ  บัดนี้กลับอยู่ในสภาพที่กองกันอยู่บนพื้นเพ  จนกลายเป็นเก้าอี้นั่งให้แก่ชายที่เขาสั่งให้จัดการ

 

“เอาล่ะนะครับ  ขอเข้าเรื่องเลยละกัน”  อากิระที่นั่งอยู่บนร่างของคนจำนวนมากที่กองกันอยู่เอ่ยขึ้นมา

“ก...แกต้องการอะไรกันแน่”  เจ้าของร้านกล่าวด้วยท่าทางหวาดหวั่น

“ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้ครับ  ผมก็แค่อยากถามอะไรสักหน่อยเท่านั้นเอง”  กล่าวถึงจุดประสงค์ของตนเอง

“จะ  จะถามอะไร”  เจ้าของร้านยังคงไม่ละท่าทีหวั่นเกรง

“มีอะไรที่ผิดปกติเกิดขึ้น  ในเมืองนี้บ้างรึเปล่าครับ”  อากิระยังคงถามด้วยท่าทีสบายๆ

“ม...ไม่มีอะไรนี่  ถ้าจะมีก็คงเป็นแค่ว่ามีคนจำนวนมากเกินปกติ  ถูกเกณฑ์เข้าไปทำงานในเหมือง  ถึงขนาดที่ต้องเกณฑ์คนมาจากต่างเมืองเลย”  เจ้าของร้านตอบเท่าที่ตนรู้โดยไม่แม้แต่จะปิดบัง  เพราะความหวาดหวั่นในตัวของอากิระ

 

            เมื่อได้ฟังคำตอบของเจ้าของร้าน  อากิระก็มองเข้าไปในดวงตาของเจ้าของร้านอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นแล้วกล่าวสั้นๆ  ก่อนจะเดินออกจากร้าน  “ขอบคุณครับ”

 

            ทันทีที่อากิระก้าวออกจากร้านไปแล้ว  เจ้าของร้านที่ยืนอยู่ก็ทรุดลงกับพื้นทันที  ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงอย่างมาก  ร่างกายของเขาสั่นระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  ในตอนแรกที่เขาเห็นว่าลูกน้องของเขาถูกเล่นงานนั้น  เจ้าของร้านก็แค่รู้สึกหวาดหวั่นเท่านั้น  แต่พริบตาที่เขาได้สบตากับอากิระความรู้สึกที่มีก็เปลี่ยนไป  กลายเป็นความกลัวที่ออกมาจากขั้วหัวใจ

 

“จ...เจ้าหนุ่มนั่นเป็นใครกัน  พริบตาเมื่อกี้สายตาของมัน  ราวกับจะดูดกลืนตัวเราให้จมเข้าไปในความมืดมิดเลย”  เจ้าของร้านกล่าวด้วยความรู้สึกที่หวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

 

            อากิระออกมาจากร้านแล้วเขาก็ครุ่นคิดเรื่องต่างๆ  ในตอนนี้นั้นเบาะแสเพียงหนึ่งเดียวที่เขาพอจะหาได้นั้นก็คือ  เรื่องที่มีคนถูกเกณฑ์เข้าทำงานในเหมืองจำนวนมากเท่านั้น  อากิระจึงไม่มีทางเลือกเขาจึงตัดสินใจที่จะลองไปที่เหมืองดู

 

            พอคิดได้เช่นนั้นแล้วอากิระก็ไม่รอช้าเขารีบเปิดแผนที่ขึ้นมา  เพื่อหาตำแหน่งของเหมืองที่ว่านี้ทันที  เขาไล่สายตาอยู่ไม่นานนักก็พบกับจุดที่น่าจะเป็นเหมืองในแผนที่  พอได้เห็นเช่นนั้นอากิระก็ปิดแผนที่ลง  แล้วหยิบหน้ากากมาใส่อีกครั้งก่อนจะเดินออกจากเมืองไป

           

            เหมืองอาคาเดียนั้นอยู่ห่างมาจากเมืองอาคาเดียเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  อากิระจึงสามารถเดินทางมาถึงเหมืองนี้ได้ในเวลาเพียงไม่นานเท่านั้น  และเมื่อมาถึงแล้วอากิระก็ใช้งานทักษะเพื่อปิดบังตัวตนทันที

 

เวทย์มายาระดับหก – ไร้รูปไร้ลักษณ์

ทักษะ  เวทย์มายาระดับหก ไร้รูปไร้ลักษณ์  (มีผลทำให้ไม่มีใครสามารถมองเห็น  ไม่สามารถรับรู้  หรือตรวจจับร่างของผู้เล่นที่เป็นผู้ใช้ทักษะได้  เมื่อผู้เล่นอยู่ไนสถานะไร้รูปไร้ลักษณ์หากผู้เล่นทำการโจมตี  สถานะไร้รูปไร้ลักษณ์จะหายไป  เมื่อใช้ทักษะนี้แล้วจะไม่สามารถใช้ได้อีกเป็นเวลา 2 ชั่วโมง)

 

            อากิระที่ใช้ทักษะปิดบังตัวตนเรียบร้อยแล้วก็ถอดหน้ากากออก  แล้วเดินเข้าไปในเหมืองอาคาเดียเพื่อทำการสำรวจหาเบาะแส  ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับขุมพลังแห่งศาสตราที่เขาตามหาอยู่

 

            ภายในเหมืองอาคาเดียนั้นมีแสงสว่างเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น  ซึ่งแสงสว่างภายในนี้นั้นมาจากคบไฟที่ติดอยู่ตามผนังเท่านั้น  อากิระค่อยๆเดินไปตามทางเขาก็ต้องรู้สึกประหลาดใจ  เพราะหลังจากที่เขาเดินมาเรื่อยๆนั้นเขาได้เห็นคนงานในเหมืองเพียงน้อยนิดเท่านั้น  ซึ่งมันขัดกับข้อมูลที่อากิระได้รับมาว่า  มีการเกณฑ์คนเข้ามาที่เหมืองนี้เป็นจำนวนมาก

 

“น่าแปลก  มันจะต้องมีอะไรน่าสงสัยแน่ๆ”  อากิระกล่าวพึมพำ

 

            อากิระเดินสำรวจภายในเหมืองอยู่สักพักเขาก็พบกับสิ่งผิดปกติ  เพราะว่าแม้เขาจะเดินทั่วเหมืองแล้วก็ตามแต่เขาก็ไม่พบว่าจะมีคนจำนวนมากตามที่ได้ยินมา  อากิระเห็นเช่นนั้นแล้วเขาก็รู้สึกสงสัยยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

 

            เมื่อใดก็ตามที่อากิระรู้สึกสงสัยแล้วเขาก็จะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ  อากิระจึงทำการสำรวจเหมืองอย่างละเอียดอีกครั้งแต่เขาก็ยังคงไม่พบสิ่งใดอยู่ดี  ทำให้อากิระนั้นไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก

 

            ทว่าขณะที่อากิระกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่นั้นเอง  ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาทางที่เขายืนอยู่  และที่น่าสนใจก็คือคนกลุ่มนี้นั้นมีจำนวนมากกว่าคนงานเหมืองทั้งหมดที่เขาเห็นเสียอีก  และที่สะดุดตาเขามากที่สุดก็คือพี่น้องคู่หนึ่งที่ถูกเกณฑ์มา  ซึ่งตอนนี้ผู้เป็นพี่สาวนั้นกำลังปลอบโยนน้องชายที่กำลังความหวาดกลัวอยู่

 

            พอได้เห็นเช่นนั้นใบหน้าของอากิระก็แปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งทันที  จากนั้นคนที่ดูเหมือนกับเป็นผู้นำของคนที่คุมเหล่าคนงานที่ถูกเกณฑ์มา  ก็เดินผ่านร่างของอากิระไปแล้วจับหินงอกที่ยื่นออกมาผนังของเหมืองจากนั้นก็โยกมันลง  แล้วที่ผนังของเหมืองก็ค่อยๆเปิดออกจนกลายเป็นประตูทางเข้า  เมื่อประตูเปิดออกแล้วเหล่าผู้คุมคนงาน  ก็ไล่ให้คนงานที่ถูกเกณฑ์มาเข้าไปด้านในทันที  อากิระเองก็อาศัยโอกาสนี้ตามเข้าไปด้านในเช่นกัน

 

            อากิระนั้นเดินตามเข้ามาเรื่อยๆ  ตอนนี้ความรู้สึกของเขาไม่ได้มีเพียงแค่ความสงสัยแล้ว  แต่ทันทีที่ได้เห็นสองพี่น้องซึ่งถูกเกณฑ์มานั้นเขาก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

 

“ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรกัน  แต่การที่ผู้บริสุทธิ์ซึ่งควรจะได้มีชีวิตที่เป็นสุขต้องถูกพามาในที่แบบนี้  ไม่สบอารมณ์จริงๆ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 230 ครั้ง

2,695 ความคิดเห็น

  1. #1875 Queenquinn (@chan-30) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 22:24
    ถ้าได้พลังมาเจ็ดราชันคงต้องกราบ555
    #1875
    0
  2. #1873 Mikeoo (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 19:56
    ฆ่ามันเลย รอค้าาา
    #1873
    0
  3. #1868 maru8032 (@maru8032) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 10:26
    จัดๆเลย
    #1868
    0
  4. #1867 ppk020 (@ppk020) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 09:40
    หาตัวการแล้วถล่มแม่xเลย
    #1867
    0
  5. #1866 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 07:21
    ขอบคุณครับ
    #1866
    0
  6. #1865 Razel (@kittipat159) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 02:13
    พี่ชายคนนี้จะช่วยพวกเธอเอง!!
    #1865
    0
  7. #1864 ford042 (@ford04) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 01:08
    ขอบคุณครับ
    #1864
    0
  8. #1863 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 00:40
    ขอบคุณคับ
    #1863
    0
  9. #1862 RajitpitSupo (@RajitpitSupo) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 00:37
    ทำลายให้เรียบ ผู้พิทักษท์อากิระมาแว้ววว
    #1862
    0