Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 175 : ภาค2บทที่23 เลวร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8180
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 222 ครั้ง
    12 ธ.ค. 60

ภาค2บทที่23 เลวร้าย

 

“จะฆ่าข้าอย่างนั้นรึ  ถ้าทำได้ก็ลองดู”  คาซัสซันกัดฟันกล่าว  ก่อนจะออกคำสั่งด้วยเสียงที่ดังก้อง  “เหล่าทหารเอ๋ยไปจัดการกับมันซะ”

“หืม...ดูเหมือนจะไม่ยอมตายง่ายๆสินะครับ”  อากิระกล่าวเสียงเรียบ

 

            ตอนนี้เหล่าทหารจำนวนมากเข้าล้อมรอบอากิระเอาไว้  แต่ในสายตาของอากิระแล้วไม่ว่าทหารพวกนี้จะมีมากเท่าใดก็ตาม  มันก็ไม่ได้มีความหมายใดๆเลยแม้แต่น้อย  อากิระหันมองไปยังเหล่าทหารทุกคน  ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงที่แฝงไว้ด้วยความอำมหิต

 

“อยู่นิ่งๆซะ”

จิตสังหารผสานมนตรา – ความหวาดกลัวหายนะแห่งความมืด

 

            รอบร่างกายของอากิระปรากฏออร่าสีดำปริมาณมากแผ่พุ่งออกมา  ทำให้เหล่าทหารที่ได้สัมผัสกับออร่านั้นต้องพบกับความหวาดกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ  จนทำให้พวกเขาทั้งหมดไม่อาจทนไหวและสลบไปในที่สุด

 

“อ...อะไรกัน  จิตสังหารที่รุนแรงขนาดนี้  แกเป็นใครกันแน่”  คาซัสซันถามด้วยความตกตะลึง

“จะให้ผมต้องบอกอีกกี่ครั้งกัน...”  เสียงของอากิระที่ดังขึ้นนั้น  ทำให้คาซัสซันต้องเบิกตากว้างแล้วหันไปมองด้านหลังของตน

“ว่าคุณไม่จำเป็นต้องรู้”  อากิระที่ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของคาซัสซัน  พูดด้วยน้ำเสียงที่แสนอำมหิต

“แกมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน”  คาซัสซันกล่าวอย่างตกตะลึง             

 

            ทว่าอากิระนั้นไม่แม้แต่สนใจที่จะให้คำตอบ  หมัดขวาของอากิระนั้นพุ่งเข้าหาคาซัสซันอย่างรวดเร็ว  จนคาซัสซันต้องรีบยกแขนทั้งสองขึ้นป้องกันการโจมตีนั้น  แน่ว่าหมัดของอากิระนั้นผนึกไว้ด้วยปราณมังกรแปรลักษณ์  ทำให้คาซัสซันไม่สามารถป้องกันไว้ได้  ร่างของคาซัสซันจึงถูกส่งให้กระเด็นออกไปชนผนังของเหมืองอีกด้าน

 

“พลังอะไรกันเนี่ย”  คาซัสซันกัดฟันกล่าวขึ้นพร้อมกับยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาดู  ก็พบว่าแขนทั้งสองของตนได้หักลงไปอย่างไม่มีชิ้นดี

“จบได้แล้วล่ะนะครับ”  อากิระปรากฏตัวต่อหน้าคาซัสซันอีกครั้ง  พร้อมกับดาบในมือที่อัดแน่นไว้ด้วยปราณมังกรแปรลักษณ์  จากนั้นเขาก็ตวัดดาบลงใส่ร่างของคาซัสซันอย่างไร้ปราณี

 

            เมื่อดาบของอากิระวาดผ่านพ้นคอของคาซัสซันไป  ศีรษะของคาซัสซันก็ร่วงลงสู่พื้นทันที  แล้วร่างของคาซัสซันก็ค่อยๆสลายไป  แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้อากิระคลายท่าทีลง  เขายังคงมองไปรอบๆอย่างระมัดระวังก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา

 

“หึๆๆ  ยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ  ที่เจ้าสังหารไปนั้นก็เป็นเพียงร่างจิตของข้าเท่านั้น”

 

“หืม  ก็คิดเอาไว้แล้วล่ะครับ”  อากิระหลับตากล่าว  ก่อนจะลืมตาขึ้นพร้อมกับมองไปยังดาบขนาดยักษ์ที่อยู่ตรงหน้าของเขา  แล้วกล่าวต่อ  “แต่การที่คุณจะคืนชีพได้นั้น  คงไม่ใช่แค่ใช้ชีวิตคนอย่างเดียวสินะครับ  ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่ต้องลำบากหาคนงานมา  แค่ใช้เหล่าทหารก็เพียงพอแล้วแท้ๆ”

 

“โฮ่  ฉลาดไม่เลวนี่  ถูกต้องการที่ข้าจะคืนชีพได้อย่างสมบูรณ์นั้น  จำเป็นต้องใช้ชีวิตจำนวนมากที่ผ่านความทรมานมาอย่างแสนสาหัส”  เสียงตอบของคาซัสซันดังมาจากรอบห้อง  “แต่ว่านะ  เจ้าก็ปลดปล่อยคนเหล่านั้นไปแล้ว  ครั้นจะให้ข้ารวบรวมคนอีกครั้งเจ้าก็คงจะหาวิธีทำลายร่างข้าได้เสียก่อน”

 

“แล้วคุณจะทำอย่างไรครับ”  อากิระขมวดคิ้วถาม  ตอนนี้เขารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากที่คาซัสซันยังคงมีน้ำเสียงที่ดูใจเย็น

“หึๆๆ  แม้จะไม่สามารถคืนชีพได้โดยที่มีพลังสมบูรณ์ก็ตาม  แต่ด้วยพลังเพียงเท่านั้นก็เกินพอแล้วที่จะสู้กับเจ้า  ฮ่าๆๆๆ”  คาซัสซันพูดจบก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

 

            จากนั้นทั่วทั้งห้องก็ปรากฏวงแหวนเวทมนต์ขนาดใหญ่อีกครั้ง  อากิระได้เห็นวงแหวนเวทมนต์นั้นก็เบิกตากว้างขึ้น  แล้วพูดกับคาซัสซันด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์

“นี่แก  หรือว่าจะ....”

“ถูกต้อง  ข้าก็จะใช้พลังเวทย์ที่เหลืออยู่  สังเวยชีวิตของเหล่าทหารที่สลบอยู่นั่นยังไงล่ะ”  คาซัสซันตอบโดยไม่ปิดบัง

 

            และเมื่อสิ้นคำตอบของคาซัสซัน  แสงจากวงแหวนเวทมนต์นั้นก็ยิ่งเจิดจ้าขึ้น  อากิระที่เห็นว่าไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้วก็รีบหนีออกจากห้องนี้ทันที   เพื่อไม่ให้โดนผลของเวทมนต์ที่คาซัสซันกำลังใช้  โดยที่ตัวของอากิระนั้นไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก

 

“หนอย  สุดท้ายมันก็คืนชีพจนได้”  อากิระสบถอย่างหัวเสีย

 

            และทันทีที่อากิระออกมาจากห้องลับนั้นได้สำเร็จ  ก็มีแสงสว่างสาดส่องออกมาจากห้องนั้น  เหมืองทั้งเหมืองสั่นไหวอย่างรุนแรงและเริ่มถล่มลงมา  อากิระได้เห็นเช่นนั้นก็รู้ได้โดยไม่ต้องรอให้ใครบอกเลยว่า  คาซัสซันนั้นได้คืนชีพขึ้นมาแล้ว

 

“หนอย...โธ่โว้ย”  อากิระแค่นเสียงด้วยความรู้สึกหงุดหงิด  จากนั้นเขาก็รีบหันกลับไปทางเดิมเพื่อที่จะจัดการกับคาซัสซัน

 

            ทว่าไม่ทันที่จะได้เคลื่อนไหวอะไร  รอบร่างของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากเหมืองที่กำลังถล่มลง  ก็พลันเปลี่ยนเป็นพื้นที่ร้างอันไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆ  รอบตัวของเขานั้นมีเพียงดาบมากมายจนไม่อาจนับได้เท่านั้น

 

“ที่นี่มัน...ใครกันที่สามารถดึงเราเข้ามาในที่แบบนี้ได้โดยที่เราไม่รู้ตัว”  อากิระขมวดคิ้วกล่าวด้วยความสงสัย

 

 

 

            ทางด้านเหล่าคนงานที่อากิระช่วยไว้นั้น  พวกเขาปรากฏตัวขึ้นที่ภูเขาใกล้กับเมืองอาคาเดียด้วยเวทมนต์เคลื่อนย้ายของอากิระ  พวกเขาทุกคนนั้นต่างก็ไม่มีใครเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

 

“พ...พวกเราอยู่ที่ไหนกัน  แล้วพวกเรารอดมาได้ยังไง”

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

“พวกเรารอดอย่างนั้นรึ”

 

            ขณะที่เหล่าคนงานกำลังไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น  เด็กชายซึ่งมีนามว่าลูสก็กล่าวขึ้น มา  “พี่ชายคนที่ปรากฏตัวขึ้นมาบนดาบยักษ์นั่นช่วยเราไว้ครับ”

 

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหล่าคนงานก็มองมายังลูสแล้วก็หันมองหน้ากันเอง  และเมื่อพวกเขาใจเย็นลงก็ทำให้สามารถเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมดได้  และก็ทำให้คิดได้ว่าผู้ที่ช่วยเหลือพวกตนนั้นคือผู้ใดกันแน่

 

            เอริก้าที่เห็นเช่นนั้นก็เดินมาสวมกอดลูสน้องชายของตน  แล้วกล่าวด้วยน้ำตาความยินดี  “ดีจริงๆที่เขาคนนั้นช่วยพวกเราไว้  ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเป็นใครก็ตาม  แต่เขาก็คือผู้มีพระคุณของเรา”

 

บรึ้ม!!!!!                      

 

            เสียงระเบิดที่ดังขึ้นอย่างรุนแรงนั้น  ทำให้เหล่าคนงานที่กำลังดีใจจากการรอดชีวิตมาได้นั้น  ต้องรีบหันไปมองและสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของพวกเขานั้นก็คือ  กลุ่มก้อนแสงสว่างสีขาวสว่างที่ปรากฏขึ้นเหนือพื้นดิน  และมันก็ทำให้พวกทราบว่าที่แห่งนั้นก็คือเหมืองที่พวกเขาอยู่ก่อนหน้านี้

 

“นั่นมันอะไรกันน่ะ”  เอริก้ากล่าวอย่างไม่สบายใจเมื่อได้เห็นกลุ่มก้อนแสงสว่างนั้น  แล้วกลุ่มก้อนแสงสีขาวนั้นก็ลอยไปทางเมืองอาคาเดียอย่างรวดเร็ว

 

 

 

            เมืองอาคาเดียในตอนนี้นั้นกำลังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย  เพราะอยู่ดีๆเมืองที่เงียบสงบก็ปรากฏกลุ่มก้อนแสงสว่างขนาดใหญ่ขึ้นมา  และไม่เพียงเท่านั้นแต่รัศมีที่สาดส่องออกมาจากแสงนั้นยังสร้างความเสียหายให้แก่อาคารบ้านเรือนอีกด้วย

 

“น...นั่นมันอะไรกัน”

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”

“ไอ้แสงบ้านี่มันอะไรกัน”

 

            เสียงของชาวเมืองดังขึ้นอย่างวุ่นวาย  เพราะไม่ว่าจะเป็นNPC  ในเมือง  หรือเหล่าผู้เล่นต่างก็ไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนจึงไม่อาจที่ตั้งสติได้เลย  ในเวลาเดียวกันนั้นเองกลุ่มก้อนแสงสว่างสีขาวนั้นก็ค่อยๆหดเล็กลง  และค่อยๆดับแสงลงปรากฏให้เห็นร่างของผู้ที่อยู่ในกลุ่มก้อนแสงสว่างนั้น

 

            ผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นนั้นก็คือชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม  นัยน์ตาสีเทาอ่อนมองลงมายังเหล่าผู้ที่อยู่ในสายตานั้นเป็นเพียงแค่มดปลวก  เส้นผมสีส้มแดงราวกับเปลวเพลิงสยายออกอย่างสวยงาม  ดาบในมือของเขาก็ประทุเปลวเพลิงออกมาตลอดเวลา  แล้วเสียงประกาศจากระบบก็ดังขึ้น

 

เจ้าอสูรโลหะเพลิง  คาซัสซัน   สัตว์อสูรชั้นวีรชน  ระดับ  45  ปรากฏตัวกลางเมืองค่ะ  ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ในเมืองจะไม่สามารถหนีอออกจากเมืองได้ค่ะ 

 

            สิ้นเสียงรายงานผู้คนก็แตกตื่นเป็นอย่างมาก   สัตว์อสูรระดับชั้นวีรชนบุกเมืองเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กขนาดที่จะทำให้ผู้เล่นทั่วไปสงบได้  เช่นเดียวกันกับเหล่าNPCที่แม้ไม่ได้ยินเสียงประกาศด้วยก็ตาม  แต่พวกเขาก็สามารถรับรู้ได้ว่าผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นนั้นแข็งแกร่งและร้ายกาจเพียงใด

 

 

            ทว่าในขณะที่ทุกอย่างกำลังตกอยู่ในความวุ่นวายนั้น  ก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่นั่งทานอาหารกันอย่างใจเย็น  ชายฉกรรจ์ผู้มีเส้นผมสีเงินในกลุ่มนั้นได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  จึงหันมากล่าวกับผู้ที่อยู่ในกลุ่มของตน

 

“หัวหน้า  ท่านไม่คิดจะสนใจเจ้าสิ่งนั้นเลยรึ”

“หา...”  ชายหนุ่มร่างกำยำ  เจ้าของผมยาวสีทองในกลุ่มอุทานออกมา  แล้วหันไปมองคาซัสซันที่กำลังโจมตีเมืองอยู่  ก่อนจะหันมากล่าวกับเพื่อนในกลุ่มของตน  “เออน่า  เดี๋ยวไปจัดการ  ตอนนี้ฉันขอกินให้เสร็จก่อน”

“แต่ว่า...”  ชายผมสีเงินพยายามจะกล่าวต่อ

“เงียบเถอะน่าวูล์ฟ  ฟังแกบ่นแบบนี้กินอาหารไม่อร่อยพอดี”  ชายผมทองต่อว่า

 

            ในขณะที่พวกเขากำลังโต้เถียงกันอยู่นั้นเอง  ก็มีการโจมตีหนึ่งพุ่งเข้าหาพวกเขาทำให้พวกเขานั้นต้องรีบหลบหลีกไปอย่างรวดเร็ว  ก่อนที่การโจมตีจะพุ่งลงตรงกลางบริเวณที่เขาอยู่รวมกลุ่มกันเมื่อครู่

 

“อะไรวะ”  ชายผมทองอุทานอย่างหงุดหงิดก่อนจะหันไปมองเบื้องบน  “เป็นฝีมือมันสินะ  หนอยมาทำลายมื้อเย็นฉันแบบนี้อย่าอยู่เลยแก”

 

 

            คาซัสซันที่คืนชีพขึ้นมานั้นรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก  เขาปลดปล่อยพลังของตนออกมาโจมตีเข้าใส่เมืองอย่างบ้าคลั่ง  ทว่าในขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินกับการทำลายเมืองอยู่นั้นเอง  เขาก็รับรู้ถึงพลังอันมหาศาลที่กำลังพุ่งเข้ามา

 

            ผู้ที่ตรงเข้าหาคาซัสซันนั้นก็คือชายหนุ่มร่างกำยำ  ผมของเขาเป็นสีทองยาวและชี้พองราวกับราชสีห์  เขาใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นชายคนนั้นก็เข้าประชิดตัวคาซัสซัน  พร้อมกับตวัดดาบยักษ์ในมือเข้าใส่ทันที

 

            คาซัสซันเห็นการโจมตีนั้นก็วาดดาบขึ้นรับอย่างรวดเร็ว  ดาบของทั้งคู่ตวัดเข้าหากันอย่างไม่ลดละ  การเคลื่อนไหวของทั้งคู่รวดเร็วจนไม่อาจที่ผู้คนทั่วไปจะมองเห็นได้  แล้วทั้งคู่ก็ผละออกจากกันในที่สุด

 

“เจ้าเป็นใครกันเหตุใดจึงคิดเป็นศัตรูกับข้า”  คาซัสซันกล่าวอย่างหงุดหงิด

“หึๆๆ...เหตุผลที่ชั้นต้องสู้กับแกก็เพราะอาหาร.....เอ่อ  เพราะแกเป็นศัตรูกับความสงบสุขยังไงล่ะ”  ชายผมทองตอบด้วยรอยยิ้ม

“นี่เจ้าเป็นใครกัน”  คาซัสซันกล่าวถามซ้ำอีกครั้ง

“หึ...ฉันเป็นใครอย่างนั้นรึ  แกไม่จำเป็นต้องรู้หรอก....”  ชายผมทองกล่าวด้วยท่าทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ  ก่อนจะกล่าวต่อด้วยเสียงที่ดังก้อง  “ฉันก็คือหนึ่งในแปดราชันย์  ราชสีห์ทองคำ  อลัน  วันนี้ฉันจะจัดการแกที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้คนเอง”

            เมื่อได้ฟังเช่นนั้นเหล่าสมาชิกในกลุ่มของอลันต่างก็มีท่าทางที่ดูเหนื่อยใจ  พวกเขาทุกคนนั้นต่างก็คิดเช่นเดียวกัน

ไม่จำเป็นต้องรู้แล้วไปบอกชื่อเขาทำไม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 222 ครั้ง

2,695 ความคิดเห็น

  1. #2431 นักอ่านสายฟรี (@wuttichaiwutti) (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 13:47

    คนบ้าละ คนบ้า

    #2431
    0
  2. #2008 เเมวดำกำขมับ (@Talamaza) (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 19:09
    รอตอนต่อไปอยู่นะครับ
    #2008
    0
  3. #2006 แด็กๆๆๆ (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 16:49
    แอดต่อเร็วหายไปเดือนนึงแล้วววว
    #2006
    0
  4. #1987 Mikeooo (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 05:51
    รอค่าาา จะเกิดอะไรขึ้นกับอากิระบ้างนะ รอค่าาา
    #1987
    0
  5. #1986 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 00:24
    ดีนะที่ยังไม่ได้บอกชื่อออกไป 5555
    #1986
    0
  6. #1985 RajitpitSupo (@RajitpitSupo) (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 22:23
    หิวมาก จนประสาทกลับ ราชสีห์มองคำ
    #1985
    0
  7. #1984 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 21:51
    กวนมากก
    #1984
    0
  8. #1983 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 12:15
    แอบเพี้ยนนิดๆนะนาย
    #1983
    0
  9. #1982 ford042 (@ford04) (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 11:24
    ขอบคุณครับ
    #1982
    0
  10. #1981 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 10:47
    อลันตลกอะ55+
    #1981
    0
  11. #1980 wwboy123 (@wwboy123) (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 10:35
    ขอบคุณครับ
    #1980
    0
  12. #1979 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 10:31
    ขอบคุณครับ
    #1979
    0