Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 187 : ภาค2 บทที่35 ราตรีอันบ้าคลั่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4658
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 385 ครั้ง
    26 เม.ย. 61


            ค่ำคืนอันเงียบสงบบนเขาพันมือ  ที่รอบๆแคมป์ของเหล่าผู้เล่นต่างก็มีผู้เล่นที่ออกมาทำหน้าที่เฝ้ายาม  บ้างก็นั่งดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน  บ้างก็พูดคุยกันอย่างออกรส  ทุกผู้คนต่างทำตัวตามสบายไม่ทุกร้อนสิ่งใด  เป็นค่ำคืนที่แสนสงบสุขของพวกเขา

 

            ที่แคมป์หนึ่งของผู้เล่นที่แห่งนี้ก็ไม่ได้ต่างจากแคมป์อื่นๆ  ผู้เล่นที่อยู่ภายในแคมป์ก็ดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน  ผู้เล่นที่ทำหน้าที่เฝ้ายามก็พูดคุยกันไปเพื่อฆ่าเวลา

“โรล  วันก่อนฉันไปเที่ยวที่เนอร์วาน่ามา  ที่นั่นสุดยอดเป็นบ้าเลยว่ะ  ยังกับได้ไปสวรรค์จริงๆเลย”  ชายเฝ้ายามคนหนึ่งกล่าวขึ้น

“เร็กซ์  นายจะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น  ก็ที่นั่นมันเมืองท่องเที่ยว  มันก็ต้องสวยเป็นธรรมดาสิวะ”  ผู้เล่นที่มีนามว่าโรลกล่าว

“อย่างที่โรลมันว่าแหละ  นายนี่นะจะตื่นเต้นอะไรกันนักหนา” ผู้เล่นที่ทำหน้าที่เฝ้ายามอีกหนึ่งคนกล่าว

“เห้อ  ร็อก  โรล  นายสองคนนี่ไม่มีความตื่นเต้นบ้างรึไงวะ   แบบนี้ชีวิตจะน่า....”  เร็กซ์กล่าวไม่ทันจบก็ต้องหยุดชะงัก  เมื่อเกิดเรื่องประหลาดขึ้น

 

            ท้องฟ้าเหนือเขาพันมือปรากฏแสงสว่างปกคลุมไปทั่วเกาะ  แสงสว่างที่ทอประกายจ้านั้นทำให้แม้แต่ผู้ที่อยู่ในเต็นท์ยังต้องออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น  และเมื่อพวกเขาเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าเบื้องบน  พวกเขาก็ได้เห็นวงแหวนเวทมนต์สีขาวขนาดใหญ่ที่กำลังทอแสงสว่างราวกับเวลากลางวัน

 

“น...นั่นมันอะไรกันวะ”  เร็กซ์มองวงแหวนเวทย์บนฟ้าอย่างตกตะลึง

“เวทมนต์อะไรกัน  ทำไมถึงมีขนาดใหญ่แบบนี้”  โรลเองก็มีท่าทีที่ไม่ต่างกันนัก

“รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย”  ร็อกกล่าวอย่างหวั่นๆ

 

            ไม่นานนักปรากฏการณ์อันแปลกประหลาดก็ปรากฏขึ้น  เมื่อเมฆดำบนฟ้าเคลื่อนหมุนวนอย่างน่ากลัว  ฟ้าแลบผ่าออกมาจากเมดำทะมึนเหล่านั้น  และไม่ใช่เพียงบนฟ้าเท่านั้นหากแต่ว่าบนเขาพันมือเองก็ค่อยๆปรากฏหมอกอันหนาแน่นขึ้นปกคลุม  จนไม่มีใครที่จะมองเห็นได้ไกลเกินปลายแขนของตนสร้างความแตกตื่นให้ผู้คนเป็นอย่างมาก

 

“หมอกอะไรกันวะ”  เร็กซ์มองไปรอบตัวก็ไม่อาจมองเห็นสิ่งใด  เขาจึงตะโกนหาเพื่อนของตน  “ร็อก  โรล  พวกแกอยู่ไหนกัน”

“ฉันอยู่นี่”  เสียงของโรลตอบกลับมา  ทำให้เร็กซ์รูทิศทางเขาจึงเดินไปยังทางที่ได้ยินเสียงของเพื่อน

 

“โรลแกอยู่ที่....”  เร็กซ์เดินมายังต้นเสียงแต่ทว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้น  หาใช่เพื่อนของตนแต่เป็นอสูรกายรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว  เร็กซ์จึงรีบเรียกอาวุธของตนออกมาทันที  “แก  ทำไมสัตว์อสูรถึงมาอยู่ตรงนี้ได้วะ”  จากนั้นเร็กซ์ก็ฟาดกระบองในมือเข้าใส่อสูรกายตรงหน้าทันที

 

 

“ร็อก  โรล  พวกแกอยู่ไหนกัน”

“ฉันอยู่นี่”  โรลตอบกลับเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนของตนเรียกหาเขามองไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียง

 

            เพียงชั่วครู่เขาก็เห็นเงาที่กำลังเดินแหวกสายหมอกที่หนาแน่นเข้ามาหา  โรลเข้าใจว่าเงานั้นของเร็กซ์อย่างแน่นอน  เขาจึงรู้สึกโล่งอกและค่อยๆเดินเข้าไปหา  แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดชะงักเพราะเบื้องหน้าของเขานั้น  หาใช่เพื่อนของตนแต่เป็นสัตว์ประหลาดตัวใหญ่  มันค่อยๆเงื้อกระบองในมือแล้วฟาดเข้าใส่ร่างของเขาอย่างรุนแรง  จนทำให้ร่างของโรลกระเด็นไป

 

“อะไรวะ  สัตว์อสูรโผล่มาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย”  โรลรีบตั้งหลักแล้วเรียกหอกของตนออกมา  จากนั้นจึงเข้าต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่ทำร้ายตนทันที

 

 

            ทันทีที่หมอกปกคลุมร็อกก็สะดุดจนล้มลงไป  และเมื่อเขาลุกขึ้นเขาก็ได้ยินเสียงของเพื่อนทั้งสองของตน  ร็อกจึงค่อยๆเดินไปทางต้นเสียงแม้จะมองอะไรไม่เห็นก็ตามแต่เขาก็ยังคงค่อยๆเดินไปตามทิศที่ได้ยินเสียงจนได้เห็นเงาร่างสองเงาในที่สุด

 

“เห้ย เร็กซ์  โรล  นั่นพวกนายรึเปล่า”

 

            ร็อกค่อยเดินเข้าไปจนเห็นร่างของเงาทั้งสอง  แล้วร็อกก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นเพราะเงาร่างทั้งสองที่เขาเห็นนั้นไม่ใช่เพื่อนของตน  หากแต่เป็นปิศาจร้ายที่น่าหวาดหวั่น  ร็อกได้เห็นเช่นนั้นก็ไม่รอช้ารีบเรียกธนูของตนออกมา  จากนั้นจึงยิงธนูเข้าใส่ปีศาจทั้งสองทันที  แน่นอนว่าปีศาจทั้งสองเมื่อถูกยิงด้วยธนูของร็อก  ก็พุ่งเข้ามาหาเขาทันที

 

“หนอย  เข้ามาเลย  ไอ้พวกปิศาจ  ฉันจะจัดการแกให้หมด”

 

 

            หมอกหนาค่อยๆจางหายไปเผยให้เห็นภาพบนเขาพันมือ  ภาพของผู้เล่นบนเขาพันมือเกือบทุกคนกำลังเข่นฆ่ากันอย่างวุ่นวาย  บ้างก็นั่งขดตัวด้วยท่าทีหวาดกลัว  บ้างก็วิ่งหนีอะไรบางอย่างโดยไม่คิดชีวิต  บ้างก็ร้องให้ฟูมฟาย  หรือแม้แต่หัวเราะราวกับคนบ้า

 

            บนเขาพันมือเวลานี้ไม่มีพื้นที่ใดเลยที่จะไม่มีความโกลาหล  อากิระมองอยู่เบื้องบนก็รู้สึกสังเวชอย่างบอกไม่ถูก  ตามที่ทามาโมะได้บอกเอาไว้นั้น  เวทมนต์นี้จะทำให้ผู้ที่สูดหมอกเข้าไปนั้นมองเห็นภาพมายาหลากหลายรูปแบบ  ทั้งเห็นคนเป็นภูตผีปีศาจอสูรกาย   ทั้งเห็นสิ่งที่หวาดกลัว  ทั้งเห็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกทรมาน  และที่น่ากลัวที่สุดของเวทมนต์นี้คือ  แม้หมอกจะหายไปแต่ภาพมายาจะหลอกหลอนผู้ที่ต้องมนต์ตราบที่ผู้ร่ายมนต์ยังคงจ่ายพลังเวทย์ให้แก่เวทมนต์บทนี้  มีเพียงผู้ที่มีพลังมากพอที่จะต่อต้านเท่านั้นจึงจะไม่ได้รับผลของเวทมนต์นี้

 

“หืม  รู้สึกว่าผู้เล่นระดับสูงที่ไม่โดนผลของเวทมนต์จะมากันแล้วนะครับ”  อากิระกล่าวขึ้น

 

            เบื้องหน้าของอากิระนั้นปรากฏผู้เล่นจำนวนหนึ่งขึ้นมา  พวกเขามองมาที่อากิระด้วยท่าทางหวั่นๆ  แต่ก็ยังพยายามที่จะกล่าวอย่างหนักแน่น

 

“จักรพรรดิวิหคมาร  ทำไมถึงทำเรื่องแบบนี้”

“ผมทำทุกอย่างก็เพื่อตัวเองและพวกพ้อง  ไม่มีเหตุผลอื่นหรอกนะครับ”  อากิระกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม

“แล้วคุณไม่สนเลยเหรอ  ว่าจะทำให้ผู้เล่นอื่นๆต้องเดือดร้อน”

“พวกคุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ  ทุกคนที่ต่างกลุ่มกันในเขาพันมือนี้  แม้ตอนนี้จะยังสงบเสงี่ยม  แต่ทุกคนก็คือศัตรูกันเมื่อถึงเวลาก็ย่อมจะแตกหัก  ตัวผมก็แค่ชิงลงมือก่อนเพื่อความได้เปรียบ  มันก็แค่นั้น”  คำตอบของอากิระนั้นทำให้ผู้เล่นมาปรากฏตัวตรงหน้าต้องตกตะลึง

 

            คำของอากิระนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ผิดก็จริง  หากแต่ในสังคมโดยทั่วไปนั้นไม่มีผู้ใดที่จะยอมพูดหรือแสดงออกตรงๆเช่นนี้  ทุกคนต่างก็พยายามที่จะปกปิดความคิดร้ายต่อผู้อื่นเพื่อรักษาหน้าตาทั้งสิ้น  ผิดกับอากิระที่แสดงออกมาตรงๆโดยไม่สนสายตาใคร

 

“พวกเราจัดการกับจักรพรรดิวิหคมารแล้วหยุดเวทมนต์นั้นซะ”  ผู้เล่นที่นำหน้ากล่าวขึ้นจากนั้นก็พุ่งเข้าหาอากิระอย่างรวดเร็ว  ทว่าไม่ทันที่จะได้เข้าใกล้อากิระราซิเอลก็ปรากฏตัวขึ้นขวางหน้า  จนผู้เล่นคนนั้นต้องหยุดชะงัก

 

“ขออภัยด้วยนะครับแต่ผมคงไม่อาจยอมให้พวกคุณเข้าใกล้ท่านอากิระได้หรอกนะครับ”  ราซิเอล กล่าวอย่างสุภาพ

 

“หน...หนอย  ยังไงก็ต้องหยุดเวทมนต์นี้ให้ได้”  ผู้เล่นคนนั้นพูดพร้อมกับร่ายเวทย์สร้างลูกไฟเข้าโจมตีใส่อากิระ 

 

            ลูกไฟอันรุนแรงพุ่งหลบร่างของราซิเอลไปอย่างรวดเร็ว  โดยเป้าหมายอยู่ที่อากิระ  ทามาโมะ  และซูซาคุ  แต่ลูกไฟนั้นก็ต้องสลายไปเพราะเบื้องหน้าของพวกอากิระปรากฏเกราะเวทมนต์ที่มีพลังป้องกันมหาศาลขึ้นมา

 

            ลูกไฟนั้นสลายไปโดยที่พวกอากิระยังคงยืนร่ายเวทย์อยู่อย่างไร้รอยขีดข่วน  แต่ทว่าบรรยากาศกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง  ท่าทีอันสุภาพและสุขุมของราซิเอลหายไปทันที  นัยน์ตาหลังแว่นสีเงินนั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด

 

“พวกแกบังอาจนัก  คิดจะใช้เวทมนต์ชั้นต่ำเช่นนั้นไปสัมผัสท่านอากิระอย่างนั้นรึ”  เสียงตวาดก้องของราซิเอลดังขึ้นพร้อมๆกับที่ใต้เท้าของผู้เล่นที่ร่ายเวทย์เพลิงโจมตีใส่อากิระนั้น  ได้ปรากฏวงแหวนเวทย์สีแดงเพลิง

 

เวทย์เพลิงระดับหก – เพลิงอเวจีผลาญคนบาป

 

            เพียงพริบตาเปลวเพลงสีฟ้าสดก็ลุกขึ้นแผดเผาร่างของผู้เล่นตรงหน้า  ความร้อนแรงของเปลวเพลิงนั้นส่งให้ผู้ที่โดนเผาต้องร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด  ทว่าความน่ากลัวของเวทมนต์บทนี้ไม่ใช่ความรุนแรงของเปลวเพลิง  แต่ความน่ากลัวของเวทมนต์นี้ก็คือมันจะค่อยๆเผาผลาญพลังชีวิตลงทีละน้อย  และไม่มีทางที่จะดับลงได้หากผู้ที่โดนเผามีพลังน้อยกว่าผู้ร่ายเวทย์

 

“ก...แกทำอะไรเขา”  ผู้เล่นที่เหลือกล่าวถาม  พร้อมกับเตรียมจะชักอาวุธออกมา  แต่แล้วพวกเขาก็ต้องหยุดการกระทำแล้วค่อยๆหันไปมองด้านหลัง

 

            ด้านหลังของพวกเขานั้นคือเนเน่ที่จ้องมองมาอย่างเย็นชา  นิ้วทั้งสิบของเธอสวมไว้ด้วยกรงเล็บโลหะ  พลังจิตสีดำของเธอลอยคละคลุ้งออกมารอบตัว  แล้วค่อยๆห่อหุ้มมือของเนเน่  นัยน์ตาของเนเน่สาดประกายอำมหิตไปยังเหล่าผู้เล่นที่คิดจะมาหยุดอากิระ

 

“พวกแกคิดร้ายต่อพี่อากิระ  ถ้าอย่างนั้นก็อย่าอยู่เลย”

 

ผู้เล่นถูก ธิดาแห่งราตรี  เนเน่ เฟรย์  สัตว์อสูรชั้นราชา  ระดับ 100 โจมตี  ผู้เล่นที่ถูกสังหารจะสูญเสีย 20 ระดับ  และรอเวลาเกิดเพิ่มขึ้น 24 ชั่วโมงค่ะ

 

            สิ้นเสียงรายงานเหล่าผู้เล่นที่มาเพื่อขัดขวางอากิระก็ถึงกับหน้าซีด  แม้พวกเขาจะเป็นผู้เล่นที่ค่อนข้างมีฝีมือก็ตาม  แต่หากจะให้ต่อกรกับสัตว์อสูรระดับนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องดี  พวกเขาทุกคนคิดได้เช่นนั้นก็พยายามที่จะหลบหนี 

 

เวทย์ประดิษฐ์ระดับหก – คุกวารี

 

            รอบตัวของเหล่าผู้เล่นปรากฏม่านพลังที่เกิดขึ้นจากน้ำขึ้นล้อมรอบ  ทำให้พวกเขาไม่อาจจะหนีได้พ้น  นี้คือเวทมนต์ของลิซ่าเวทมนต์กักขังที่ทรงประสิทธิภาพ  แม้ว่าจะเป็นเวทมนต์ที่สร้างขึ้นจากน้ำ  แต่ก็เป็นน้ำที่มีแรงดันหนาแน่นจนมิอาจทำลายได้โดยง่าย

 

             และที่ยิ่งกว่านั้นคือคุกวารีนั้นเป็นเวทย์กักขังประเภทที่คนในห้ามออก  แต่คนนอกสามารถที่จะเข้ามาได้อย่างง่ายดาย  เพราะฉะนั้นตอนนี้เบื้องหน้าของเหล่าผู้เล่นที่คิดจะมาหยุดอากิระนั้น  ก็ปรากฏร่างของเนเน่อีกครั้ง

“จบเรื่องเลยก็แล้วกันนะคะ”  เนเน่กล่าวพร้อมๆกับเดินเข้าหาผู้เล่นโชคร้ายตรงหน้า 

           

            จากนั้นเสียงโหยหวนของผู้เล่นเหล่านั้นก็ดังออกมาจากคุกวารี  เป็นเสียงร้องที่บ่งบอกได้ถึงความเจ็บปวดอันมากล้น  จนเวลาผ่านไปเมื่อเสียงกรีดร้องของผู้เล่นสงบลง  คุกวารีก็ค่อยๆสลายไป  และผู้ที่ยังคงยืนอยู่ก็เหลือเพียงแค่เนเน่เท่านั้น  นอกจากนี้ในเวลาเดียวกันผู้เล่นที่ถูกไฟนรกของราซิเอลแผดเผาก็สลายกลายเป็นแสงไปเช่นกัน

 

“ขอบคุณมากครับ  ลิซ่า  ราซิเอล  เนเน่”  อากิระกล่าวกับผู้ติดตามทั้งสาม

“ไม่เป็นไรหรอกครับ  เรายินดีที่ได้ทำตามความปรารถนาของท่านอยู่แล้ว”  ราซิเอลเป็นตัวแทนกล่าวกับอากิระ

 

            จากนั้นอากิระจึงมองไปเบื้องล่าง  ที่ยอดเขาพันมือค่อยๆเกิดปรากฏการณ์ผิดปกติขึ้น  อากิระจึงหลับตาลงแล้วกล่าวออกมาเบาๆ

 

“ได้เวลาแล้วสินะ”

 

 

 

            บรรยากาศบนยอดเขาพันมือค่อยๆบิดเบี้ยวอย่างน่าหวาดหวั่น  แสงสว่างสีทองค่อยๆแผ่ออกมาเป็นละออง  แล้วบรรยากาศที่บิดเบี้ยวก็ค่อยๆแยกออกแล้วปรากฏประตูขนาดใหญ่ขึ้น  จากนั้นละอองแสงสีทองโดยรอบจึงมารวมกันที่ประตูจนกลายเป็นเสาแสงขนาดใหญ่สูงเทียมฟ้า

 

“ได้เวลาแล้ว  เราไปกันเถอะ”  เมเทียร์กล่าวกับเพื่อนๆ  ในตอนนี้เหล่าวิหคราตรีนั้นได้เตรียมพร้อมกันอยู่กลางเขาพันมือแล้ว  นอกจากไอริสที่แยกตัวไปเพื่อเตรียมช่วยเหลือทางอื่นแล้ว  ทุกคนต่างก็อยู่ที่นี่กันหมด  ดังนั้นเมื่อเมเทียร์บอกว่าถึงเวลาที่พวกเขารอคอยแล้ว  เหล่าวิหคราตรีทุกคนก็รีบเดินทางสู่ยอดเขาพันมือทันที

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 385 ครั้ง

2,694 ความคิดเห็น

  1. #2196 Kn_nann (@Kn_nann) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 03:37
    ตื่นเต้นเรยย ฮู้ววววๆๆๆๆ
    #2196
    0
  2. #2194 Blablabla007 (@Blablabla007) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 22:28
    สู้ๆครับ ไรท์
    #2194
    0
  3. #2190 ichar2 (@ichar) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 15:34
    รู้สึกว่า ไรท์แต่งสั้นลงทุกวันๆ
    #2190
    0
  4. #2189 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 23:27
    พวกราชันย์ทั้งหลายไม่มาด้วยรึ
    #2189
    0
  5. #2188 Queenquinn (@chan-30) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 16:25
    อากิระร้ายได้ใจดิฉันมาก ฉันรักเทอ เมเทียร์เทอหลบไปเมียหลวงมาละ
    #2188
    0
  6. #2187 Meemiza (@NichaPes) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 10:56
    ได้บู้แล้วสินะ
    #2187
    0
  7. #2186 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 23:44
    สนุกมากครับ
    #2186
    0
  8. #2185 DrakeRZergiuS (@suwitcha) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 21:58
    สั้นไปหน่อยครับ แต่คิวบู๊สนุกดี
    #2185
    0
  9. #2184 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 21:44
    <p>เอาความจริงมาพูดงี้พวกโลกสวยก็รับไม่ได้กันพอดีสิ อากิระซัง</p>
    #2184
    0
  10. #2183 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 21:38
    ถ้าไม่ทำคงไม่เกิด
    #2183
    0
  11. #2182 พะยูนเผือก (@RajitpitSupo) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 21:37
    เป็นสถานะการณ์ที่เรียกได้ว่า จำเป็นต้องทำสินะ เฮ้อ บางทีเกมก็เหมือนชีวิตจริง
    #2182
    0
  12. #2181 Yunomix (@Yunomix) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 21:15
    สนุกมากครับ
    #2181
    0