Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 194 : ภาค2 บทที่42 การหลบหนีของอากิระ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 349 ครั้ง
    19 ก.ค. 61


            อากิระและซุนหงอคงไม่รีรอสิ่งใดอีก  ทั้งคู่เร่งพลังออกมาอย่างมหาศาลแล้วพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว  เสียงดาบที่มีด้ามยาวเฉกเช่นหอกในมือของอากิระเข้าปะทะกับพลองเทพเจ้าของซุนหงอคงดังขึ้นถี่ยิบ  ร่างของทั้งสองเคลื่อนไหวรวดเร็วจนแทบมองไม่เห็น

 

            หากดูเพียงผิวเผินนั้นการต่อสู้ของทั้งคู่เหมือนจะสูสี  หากแต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น  การต่อสู้นี้อากิระเสียเปรียบมาก  พลังของเขาด้อยกว่าฝ่ายตรงข้ามในทุกๆด้าน  การโจมตีที่ได้รับในแต่ละครั้งก็รุนแรงเสียจนแทบประคองดาบในมือไว้ไม่ไหว  แต่อากิระก็ยังใช้เทคนิคการต่อสู้ของตัวเองเอาตัวรอดมาได้

 

“ทั้งที่พลังเป็นรองข้ามากมายแต่ยังเอาตัวรอดได้  ไม่เลวๆ”  ซุนหงอคงกล่าวอย่างถูกใจ

“เป็นเกียรติที่ได้รับคำชมครับ”  อากิระแม้จะรับมือซุนหงอคงจนมือไม้ปั่นป่วน  แต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า

 

            เพียงพริบตาร่างของทั้งคู่ก็หยุดยืนลงในตำแหน่งเดิมก่อนหน้านี้  ราวกับว่าทั้งคู่ไม่ได้ขยับออกไปจากที่แห่งนี้เลย  หลังจากที่ทั้งต่างฝ่ายต่างจ้องมองฝ่ายตรงข้ามอยู่ครู่หนึ่งซุนหงอคงก็เริ่มลงมือก่อน  เท้าของซุนหงอคงขยับก้าวเข้าหาอากิระอย่างรวดเร็ว  ท่าเท้าที่แสดงออกนั้นแฝงการเปลี่ยนแปลงมากมายจนยากจะคาดเดา  พลองในมือเองก็ตวัดฟาดเข้าใส่อากิระในทันทีที่เข้าสู่ระยะโจมตีของตน  กระบวนท่าพลองที่ฟาดออกนั้นคลอบคลุมทุกทิศทางยากที่จะรับมือ

 

            อากิระเห็นเช่นนั้นก็ยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหวใช้ความมั่นคงรับมือการโจมตีอันพลิกแพลง  โฮริซอนเบลดในมือตวัดรับพลองเทพเจ้าที่โจมตีเข้ามา  เขาใช้ประโยชน์จากทั้งส่วนคมและด้ามที่ยาวราวกับด้ามหอกของโฮริซอนเบลดเพื่อให้สามารถรับการโจมตีได้ทุกมุม  การโจมตีของซุนหงอคงบ้างก็ถูกสกัดด้วยคมดาบ   บ้างก็ถูกปัดป้องโดยด้ามของโฮริซอนเบลด   นอกจากนี้ในพริบตาที่ปะทะกับพลองทองของซุนหงอคงอากิระยังรีบพลิกดาบของตนให้เฉียงเล็กน้อยเพื่อส่งแรงโจมตีให้เคลื่อนออกไป  ดังนั้นแม้จะดูว่าอากิระรับการโจมตีได้อย่างง่ายดาย  ทว่าที่จริงแล้วการรับการโจมตีแต่ละครั้งนั้นอากิระต้องใช้วิธีที่ละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก

 

เวทย์สายฟ้าระดับเจ็ด – อัสนีสามประกาย

 

            วงแหวนเวทย์สีม่วงปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอากิระทันทีที่การโจมตีของซุนหงอคงสิ้นกระบวน   ในระหว่างที่รับมือกระบวนท่าของซุนหงอคงอากิระก็แบ่งสมาธิเล็กน้อยเพื่อร่ายเวทย์ไปด้วย   สายฟ้าขนาดใหญ่สามเส้นฟาดผ่าลงจากท้องฟ้าลงสู่ร่างของพญาวานร  แต่ด้วยความเร็วของซุนหงอคงเขาจึงสามารถหลบสายฟ้าที่ผ่าลงมาทีละเส้นได้อย่างไม่ยากเย็น  เมื่อหลบพ้นทั้งหมดซุนหงอคงก็ตั้งท่าจะเข้าจู่โจมอากิระอีกครั้ง

 

            แต่แล้วขณะที่ซุนหงอคงกำลังจะโจมตีเขาก็เบิกตากว้าง  จากนั้นพญาวานรก็กระโดดขึ้นเหนือพื้นเอาเท้าชี้ฟ้ามือควงพลองเทพเจ้าหมุดราวกับใบพัดชี้ลงสู่พื้นดิน  เพียงเสี้ยววินาทีจากนั้นพื้นที่ซุนหงอคงเคยยืนอยู่ก็ปรากฏขุมพลังสายฟ้าขนาดใหญ่และปะทุขึ้นปะทะกับพลองของซุนหงอคง   สายฟ้าแตกกระจายออกรอบด้านพญาวานรเร่งพลังปราณของตนออกมา  พลองในมือห่อหุ้มด้วยแสงสีทองจากปราณ  สายฟ้าอันรุนแรงที่เข้าปะทะกับพลองทองก็ค่อยๆอ่อนกำลังลงและกำลังจะสลายไป

 

ทักษะพิเศษ – คาออสไซโคลน

 

            อากิระนั้นรอเวลานี้อยู่แล้วเวลาซุนหงอคงจะเสียสมาธิไปชั่วครู่  เขาควงดาบของตนให้หมุนราวกับใบพัดเฉกเช่นเดียวกับที่ซุนหงอคงทำ   พายุหมุนอันบ้าคลั่งก่อตัวขึ้นรอบตัวเขาอย่างรวดเร็ว  เมื่อพายุก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์อากิระก็หยุดควงดาบในมือ  เขาคว้าดาบของตนแล้วสะบัดไปทางซุนหงอคง   พายุหมุนเคลื่อนที่ไปตามทางที่ดาบของอากิระสะบัดไปทันที  เป้าหมายอยู่ที่ร่างของพญาวานรผู้แข็งแกร่ง

 

            พายุหมุนอันเกรี้ยวกราดเข้าปะทะร่างของซุนหงอคงทันทีที่เขาสามารถสลายการโจมตีจากสายฟ้าได้สำเร็จ  ร่างของพญาวานรถูกกลืนเข้าสู่พายุหมุนขนาดยักษ์อย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ  เขาต้องเกร็งพลังปราณต้านเอาไว้เพื่อไม่ให้ร่างถูกพัดไปตามกระแสของพายุ  ทว่าแม้อยู่ท่ามกลางพายุอันรุนแรงใบหน้าของพญาวานรกลับยังคงรอยยิ้ม  เขาระเบิดพลังออกรอบตัวจนพายุของอากิระสลายไป

 

            ร่างของซุนหงอคงแทบจะไร้ซึ่งบาดแผล  แต่ความเสียหายไม่ใช่สิ่งที่อากิระคาดหวังไว้  สิ่งที่อากิระต้องการก็คือความสามารถที่แฝงมากับพายุหมุนต่างหาก  ซุนหงอคงรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นกะทันหัน  พลังชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่องกระตุ้นให้อาการบาดเจ็บที่ได้รับจากฝ่ามือของไป๋ลู่กำเริบขึ้น  ความสามารถที่แฝงมากับพายุหมุนนั้นคือการสุ่มสถานะผิดปกติให้กับศัตรูที่อยู่ในขอบเขตของพายุ  และสถานะผิดปกติที่ซุนหงอคงได้รับก็คือคำสาบลดเลือด  สถานะที่จะทำให้เสียพลังชีวิตอยู่ตลอดเวลาเป็นเวลานานถึงสามนาที

 

            เมื่อซุนหงอคงบาดเจ็บจนพลังตกลงอากิระก็ไม่รอช้า  เขารีบพุ่งตัวเข้าหาซุนหงอคงด้วยความเร็วสูง  ดาบในมือเหยียดออกเตรียมสะบัดฟาดฟัน  ด้านซุนหงอคงนั้นแม้จะบาดเจ็บมากมายก็ตามแต่เขาก็ยังคงเป็นเทพอสูรไม่มีทางที่จะเสียท่าง่ายๆเช่นนี้แน่  พลองทองในมือของจ้าววานรถูกฟาดเข้าใส่อากิระพร้อมกับขยายขนาดออกจนมีขนาดที่เพียงพอจะฟาดทำลายภูเขาได้ทั้งใบ อากิระที่กำลังพุ่งเข้าไปนั้นไม่อาจจะหลบได้ทัน  เขารีบรั้งดาบกลับมาตั้งรับพร้อมกับผนึกปราณเพื่อป้องกันพลองยักษ์ที่ฟาดเข้าใส่

 

ตูม!!! 

 

            เสียงกระแทกจากการปะทะดังสนั่น   ร่างของอากิระปลิวออกไปราวกับว่าวขาดป่านออกนอกเกาะและกระแทกกับผิวน้ำอย่างรุนแรง   ผิวน้ำแตกกระเซ็นลอยสูงขึ้นเทียมฟ้า  ขณะที่ซุนหงอคงคิดว่าจัดการกับอากิระได้แล้วก็ปรากฏลูกแก้วเวทมนต์เก้าลูกวิ่งวนมาตามพลองทองของเขา  และเมื่อมันหยุดลงตรงหน้าของซุนหงอคง  ลูกแก้วเวทมนต์ทั้งเก้าก็เปล่งแสงออกมาและเรียงตัวกันเป็นวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่

 

มหาเวทย์เก้าวิถี – ดาบเก้าดารา

 

            ลำแสงสีทองเก้าสายถูกยิงออกจากตำแหน่งลูกแก้วทั้งเก้าของวงแหวนเวทมนต์    ลำแสงแต่ละสายนั้นมีลักษณะราวกับคมดาบพุ่งเข้าเสียดแทงร่างของพญาวานร  ซุนหงอคงแม้จะรีบเกร็งพลังเพื่อป้องกันก็ตามแต่เพราะความที่ฉุกละหุกรวมกับความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บที่มี  ก็ทำให้เขาไม่อาจป้องกันได้อย่างสมบูรณ์

 

            ซุนหงอคงถึงกับกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง  อาการบาดเจ็บของซุนหงอคงเริ่มหนักขึ้นจนพลังที่ใช้ออกมาเริ่มปั่นป่วน  แน่นอนว่าอาการบาดเจ็บนี้อากิระสังเกตเห็นจึงคิดวิธีรับมือเพื่อถ่วงเวลาได้  หากว่าซุนหงอคงนั้นยังแข็งแรงสมบูรณ์ดีล่ะก็อากิระบอกได้เลยว่าไม่มีทางที่เขาจะถ่วงเวลาได้เกินสามนาทีเป็นแน่  ทว่าสิ่งนี้เองก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความน่ากลัวของเทพอสูรได้เป็นอย่างดี  เพราะแม้ว่าซุนหงอคงจะบาดเจ็บหนักขนาดนี้ก็ตามแต่อากิระยังไม่สามารถหาวิธีที่จะจัดการได้

 

ตูม!!!!

 

            เสียงของผืนทะเลแตกระเบิดขึ้นอีกครั้ง  อากิระปรากฏตัวขึ้นจากทะเลพร้อมกับวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่  ดวงตาของเขาทอประกายกร้าว  ธรรมชาติถึงกับร่ำร้องเพียงแค่เพราะวงแหวนเวทย์นั้นปรากฏออกมา  แค่มองก็รู้ว่าอากิระกำลังจะใช้เวทมนต์ระดับสูง  ซุนหงอคงไม่คิดจะรอให้อากิระร่ายเวทย์ได้สำเร็จเขาจึงฟาดพลองให้ยืดยาวออกไปเพื่อโจมตีอากิระ  แต่แล้วซุนหงอคงกลับเป็นฝ่ายต้องตกตะลึง  เพราะแทนที่อากิระจะหยุดร่ายเวทย์เพื่อป้องกันหรือถูกโจมตี  แต่อากิระไม่ทำเช่นนั้นเขาหลบหลีกการโจมตีของซุนหงอคงไปพร้อมๆกับร่ายเวทย์

 

“อะไรกันเจ้านี้  ร่ายเวทย์ไปพร้อมกับหลบการโจมตีอย่างนั้นรึ”  ซุนหงอคงอุทานออกมาพลางสะบัดฟาดพลองทองโจมตีอย่างต่อเนื่อง  แต่อากิระก็ยังคงหลบหลีกไปพร้อมกับร่ายเวทย์ได้อยู่เช่นเดิม

 

ข้าแต่สรวงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า  อเวจีที่ลึกสุดหยั่งถึง

ข้าคือผู้ครอบครองอำนาจเวทมนต์แห่งอดีตกาล

ข้าคือผู้ที่จะรังสรรค์สรรพสิ่งบนโลกหล้า

ผู้ที่อยู่ตรงหน้าของข้านั้นคือผู้ตั้งตัวเป็นอริ

มันผู้นี้คือศัตรูผู้ที่ข้าไม่อาจร่วมฟ้าและพิภพ

ข้าขอหยิบยืมอำนาจจากฟ้าและผืนดิน

ขอลงทัณฑ์ด้วยคมดาบจากสวรรค์

ขอบดขยี้มันด้วยคมเขี้ยวจากนรกอเวจี

เจ้าจงสูญสลายไปจากสายตาของข้า ณ บัดนี้

 

มหาเวทย์ระดับแปด – เขี้ยวเพลิงนรก  คมดาบอัสนี

 

            วงแหวนเวทมนต์สีแดงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นใต้ร่างของจ้าววานร  เช่นเดียวกันกับบนฟ้าที่ปรากฏวงแหวนเวทมนต์สีฟ้าขนาดเท่ากัน  แสงสว่างสีฟ้าเจิดจ้าอัสนีบาตฟาดผ่าลงมาราวกับคมดาบยักษ์จากสวรรค์ที่จะลงทัณฑ์โลกา  เปลวเพลิงที่ร้อนแรงยิ่งกว่าลาวาประทุขึ้นจากพื้นพิภพราวกับคมเขี้ยวอสูรกายจากนรกอเวจีที่จะขย้ำสรรพสิ่งเหนือพิภพ

 

            ซุนหงอคงที่อยู่ท่ามกลางการโจมตีอัสนีบาตรจากฟากฟ้าและเปลวเพลิงจากพิภพนั้นเกร็งพลังปกป้องร่างกาย  เขากัดฟันกรอดเพื่อข่มความเจ็บปวดแล้วระเบิดพลังมหาศาลออกมาจนทำให้เวทมนต์ของอากิระสลายไปในชั่วพริบตา

 

“พลังมหาศาลแบบนี้มัน  ขี้โกงนี่ครับ”  อากิระกล่าวด้วยรอยยิ้มฝืดๆ

“เหอะ  คราวนี้ตาข้าบ้างล่ะนะ”  ซุนหงอคงตวาดก้อง  พลังปราณของเขาถูกผนึกลงสู่พลองเทพเจ้า  จากนั้นพลองเทพเจ้าของหงอคงก็ขยายออกจนมีขนาดใหญ่ขนาดที่บดบังเกาะทั้งเกาะได้ 

 

            ซุนหงอคงกัดฟันแน่นแล้ววาดพลองทองเข้าใส่อากิระ  ความเร็วนั้นไม่ได้ลดลงตามขนาดที่เพิ่มขึ้นของพลองแม้แต่น้อย  หากแต่ที่ปิดทางหนีของอากิระนั้นคือขนาดที่มหึมาของพลองทอง  อากิระเห็นว่าไม่อาจหลบหลีกได้จึงแค่นเสียงเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ

 

“คงต้องใช้จริงๆสินะ  ถึงไม่รู้ว่าจะเป็นแบบที่คิดรึเปล่าก็เถอะ”  อากิระกล่าวจากนั้นก็ตัดสินใจเรียกใช้ทักษะของโฮริซอนเบลดทันที

 

ทรูโฮริซอน

 

            ออร่าพลังงานสีแดงเข้าห่อหุ้มคมดาบของโฮริซอนเบลด  ปีกที่คั่นระหว่างคมดาบกับด้ามกางออกและขยายขึ้นถึงสามเท่า  ออร่าพลังงานที่คลุมดาบก็แผ่ขยายออกจนมีลักษณะเป็นคมดาบขนาดยักษ์ที่ยาวกว่าสิบเมตรและมีใบดาบกว้างถึงสองเมตร  คมดาบทอประกายแห่งพลังออกมาอย่างเจิดจ้า  เมื่อเคลื่อนไหวยังปรากฏคลื่นพลังอ่อนๆออกมาเป็นระลอก  และเช่นเดียวกับซุนหงอคงแม้ดาบเล่มนี้จะมีขนาดมหึมาแต่อากิระก็สามารถใช้มันได้โดยที่ความเร็วไม่ตกลง   เพียงเสี้ยววินาทีคมดาบสีแดงก็ถูกวาดขึ้นมารับพลองทองเทพเจ้าเอาไว้ได้  แม้ว่าอากิระจะต้องถอยไปถึงห้าก้าวก็ตามแต่พลองทองเทพเจ้าก็ไม่อาจเข้าทำร้ายเขาได้เช่นกัน

 

“ฮ่าๆๆๆๆ  เจ้านี่ทำให้ข้าสนุกจริงๆ  วันนี้ข้าได้พบกับสิ่งที่คิดไม่ถึงเยอะมากจริงๆ”  ซุนหงอคงหัวเราะลั่นพร้อมกับถอนพลองออกมา

 

“งั้นเหรอครับ  ถ้าอย่างนั้นผมว่าเราเลิกเล่นกันเถอะนะครับ”  เพียงพริบตาอากิระก็กลับมายืนอยู่บนยอดเขาพันมืออีกครั้ง  เขากล่าวพลางมองไปยังทิศทางที่เรือเหาะปีกทมิฬผ่านไป  จากที่อากิระคำนวณตอนนี้เพื่อนๆของเขาคงหนีพ้นแล้ว  และตัวเขาเองก็แทบจะไม่มีเวลาเหลืออีกแล้วด้วย  อากิระคิดที่จะจบการต่อสู้นี้แล้วเพราะแม้จะดูเหมือนสูสีหากแต่การต่อสู้นี้อากิระไม่มีโอกาสชนะเลย  เพราะเวลาจากเวทมนต์วิญญาณร้ายฟื้นคืนนั้นใกล้จะหมดลงแล้ว

 

            อากิระรีบตวัดโฮริซอนเบลดกวาดออกไปในแนวราบ  คมดาบพลังงานสีโลหิตนั้นมีระยะครอบคลุมไปอาณาเขตทั้งหมดของเขาพันมือ  ทำให้ซุนหงอคงต้องรีบกระโดดขึ้นเพื่อหลบคมดาบ  ซุนหงอคงที่ลอยอยู่บนอากาศมองลงมายังอากิระ  ที่เปิดบัดนี้หน้าต่างระบบขึ้นมาดูอะไรบางอย่างโดยไม่สนใจซุนหงอคงไปเสียเฉยๆ 

 

ศาสตรามารจักรกล – โฮริซอนเบลด

รูปแบบที่สอง ทรูโฮริซอล


ระดับสิบสอง  พลังโจมตี 78000(+25%จากพลังโจมตีของผู้สวมใส่)


พลังเวทย์ของผู้ใช้จะลดลงวินาทีละ0.5%

เมื่อสวมใส่ไอเทมนี้ค่าสถานะทั้งหมดลง10%  และสูญเสียพลังชีวิตวินาทีละ8000


ความสามารถของไอเทม

เมื่อโจมตีจะลดพลังป้องกันของเป้าหมายลง30%   

ความเสียหายที่ผู้เล่นที่ครอบครองทรูโฮริซอนเบลดได้รับจะลดลง  30%

เมื่อสวมใส่จะได้รับทักษะพิเศษ

ทักษะพิเศษ เฟิร์สโฮริซอน – เปลี่ยนโฮริซอนเบลดกลับสู่รูปแบบที่หนึ่ง

ทักษะพิเศษ ทอร์นาโดเบลด – ดาบจะเคลื่อนไหวเองแล้วฟาดฟันอย่างบ้าคลั่งในทิศทางที่กำหนด  เมื่อเรียกใช้ทักษะแล้วจะไม่สามารถใช้ได้อีกเป็นเวลา 10 นาที

ทักษะพิเศษ ไดเมนชั่นแสลช – ฟาดฟันด้วยพลังที่ผ่าแยกมิติออก  เมื่อเรียกใช้ทักษะแล้วจะไม่สามารถใช้ได้อีกเป็นเวลา 30 นาที

ทักษะพิเศษ อัลติม่าเรย์ – ยิงคลื่นพลังดาบด้วยพลังงานทั้งหมด  เมื่อเรียกใช้ทักษะแล้วจะเสียพลังเวทย์ที่เหลืออยู่ทั้งหมด  ทักษะนี้ไม่สามารถใช้ทักษะนี้ได้ขณะที่พลังเวทย์ต่ำกว่า60%ของค่าพลังสูงสุด  หลังจากที่ใช้ทักษะนี้โฮริซอนเบลดจะถูกบังคับให้กลับสู่รูปแบบที่หนึ่งและจะไม่สามารถเรียกใช้ทรูโฮริซอนได้เป็นเวลา 7 วัน

 

ซุนหงอคงนั้นแม้จะเห็นว่าอากิระแสดงท่าทางราวกับไม่สนใจตนนั้น  เข้าก็ไม่ได้โกรธอะไรเลยแม้แต่น้อย  ตัวเขามั่นใจว่าสิ่งที่อากิระทำนั้นไม่ได้ไร้ความหมายอย่างแน่นอน  ซุนหงอคงผนึกพลังปราณสีทองลงสู่พลองอย่างใจเย็น  จนกระทั่งพลองทั้งอันเรืองแสงปราณออกมาอย่างเจิดจ้าจนแม้แต่ยามราตรีนี้ยังสว่างไสว

 

พลองเทพเจ้าทลายพิภพ

 

            พลองทองค้ำสมุทรอาวุธเทพเจ้าของซุนหงอคงนั้นขยายขนาดออกจนใหญ่เสียยิ่งกว่าเขาพันมือ  และกำลังพุ่งลงมาเพื่อบดขยี้ทุกสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง  พลังมหาศาลที่ผนึกลงบนพลองนั้นแผ่ขยายกดดันจนทำให้ทุกสรรพชีวิตรู้สึกได้ว่าไร้ซึ่งทางหนี  กระทั่งขุนเขาและทะเลยังสั่นไหวด้วยความยำเกรงต่อพลองทองที่กำลังแทงลงมาดั่งอุกกาบาตที่กำลังจะทำลายพื้นพิภพให้แหลกสลาย

 

“อืม  ต่างจากที่คิดไว้เล็กน้อย  แต่ก็ใช้ได้เหมือนกัน”  มุมปากของอากิระปรากฏรอยยิ้มเล็กๆ  เขาปิดหน้าต่างระบบ  พลังงานในรูปลักษณ์ของดาบยักษ์สลายออกแล้วรวมเข้าสู่ดาบในมือของอากิระ  เขาชี้ปลายดาบไปยังพลองเทพเจ้าที่กำลังพุ่งลงมา

 

ทักษะประจำอาวุธ  อัลติม่าเรย์

 

            พลังงานเข้มข้นที่ห่อหุ้มบนโฮริซอนเบลดนั้นทอประกายเจิดจ้าจนบรรยากาศโดยรอบถูกฉาบไปด้วยสีแดงราวกับโลหิต  พลังงานทั้งหมดไหลเวียนสู่ส่วนปลายของคมดาบ  เพียงพริบตาพลังเวทย์ของอากิระก็ตกวูบลงจนหมด  พร้อมกันกับที่แสงสว่างทั้งหมดหายไป  จากนั้นพลังงานมหาศาลก็พวยพุ่งออกเป็นลำแสงขนาดใหญ่เข้าปะทะกับพลองทองของซุนหงอคง

 

            พลังมหาศาลสองสายปะทะกันอย่างรุนแรง  ยอดเขาที่ถูกตัดออกจนเหลือเป็นเพียงลานกว้างนั้นเริ่มแตกพังออกจนกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่  มีเพียงพื้นที่รัศมีไม่กี่เมตรบริเวณที่อากิระยืนอยู่เท่านั้นที่ยังไม่พังทลายลง  สะเก็ดพลังจากการปะทะแตกกระเซ็นออก  เมื่อสะเก็ดพลังนั้นสัมผัสกับสิ่งใดก็จะก่อให้เกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ 

 

ฮินะที่อยู่ข้างหลังอากิระนั้นมองภาพเบื้องหน้าอย่างพูดไม่ออก  การต่อสู้ที่เธอเห็นนี้มันรุนแรงเสียจนเธอไม่อาจสอดมือเข้าไปได้  ในตอนแรกนั้นฮินะคิดว่าอากิระคงมีฝีมือเหนือกว่าเธอเพียงเล็กน้อย  หากแต่เวลานี้เธอมั่นใจแล้วว่าหากอากิระเอาจริงล่ะก็เธอคงแพ้ไปนานแล้ว  ทำให้เธอนั้นเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าหากฮาคุริว  เซราฟ  และอากิระสู้กันใครจะเป็นฝ่ายชนะ

 

ตูม!!!!

 

            การปะทะของทั้งคู่มาถึงจุดที่พลังเร่งขึ้นถึงขีดสุดและระเบิดออกมาอย่างรุนแรงจนเกินกว่าครั้งใดๆ  ควันจากการระเบิดพวยพุ่งขึ้นสูงเสียดฟ้าจนกลายเป็นรูปดอกเห็ด  เขาพันมือหายไปในพริบตาเหลือเพียงพื้นราบเรียบที่มีความสูงเหนือกว่าน้ำทะเลเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตร  และกลางเกาะเหลือเพียงเสาศิลาสูงที่อากิระยืนอยู่เท่านั้น

 

            อากิระกระอักเลือดออกมาคำใหญ่  การปะทะเมื่อครู่นั้นซุนหงอคงตัดสินใจไม่สนอาการบาดเจ็บของตน  เขาใช้พลังเต็มที่ในการโจมตีทำให้อากิระกลายเป็นฝ่ายบาดเจ็บอย่างหนัก  โฮริซอนเบลดในมือเองก็กลับสู่รูปลักษณ์ที่หนึ่งทันทีเช่นกัน  แต่เช่นเดียวกันเมื่อซุนหงอคงใช้พลังออกมาอย่างเต็มที่จึงทำให้อาการบาดเจ็บกำเริบทันที  ในพริบตาที่ต่างฝ่ายต่างชะงักไปนั้นเองอากิระก็ส่งเสียงทางช่องติดต่อเฉพาะให้ฮินะ

 

“คุณฮินะครับ  เข้ามาอยู่ใกล้ๆผมและเตรียมตัวให้ดีนะครับ  เราจะหนีกันแล้ว”

“หนี?  ยังไงล่ะ”  ฮินะถามด้วยความสงสัย  เพราะไม่ว่าจะคิดยังไงเธอก็ยังไม่อาจหาหนทางที่จะสลัดซุนหงอคงได้พ้นเลย

“เอาเป็นว่าผมมีวิธีครับ  แต่คุณต้องอยู่ใกล้ๆผมเอาไว้”  เมื่ออากิระกล่าวเช่นนี้ฮินะก็ไม่พูดอะไรอีก  เธอรีบเข้าไปหาอากิระ  ฮินะตอนนี้อยู่ห่างจากแผ่นหลังอากิระเพียงแค่สองเมตรเท่านั้น

 

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ”  เสียงหัวเราะดังกึกก้องของพญาวานรดังขึ้นมา  เขามองอากิระด้วยแววตาที่ฉายแววยินดีอย่างถึงที่สุด  “ไม่ได้เจอศัตรูเก่งๆแบบนี้มานานแล้ว  มาสู้กันต่อได้แล้ว  ข้ายังต้องการสู้มากกว่านี้อีก”

 

“ไม่ล่ะครับ  ผมขอตัวก่อนก็แล้วกัน”  อากิระกล่าวด้วยสีหน้านิ่งสนิท

“จะรีบไปไหนสู้กับข้าก่อน!!!” ซุนหงอคงตวาดลั่นพร้อมกับฟาดพลองทองที่ยืดยาวออกเข้าใส่อากิระ  ทว่าไม่ทันที่พลองทองจะบรรลุถึงเป้าหมายก็ปรากฏร่างหนึ่งขึ้นมารับการโจมตีไว้  เมื่อมองได้อย่างชัดตาซุนหงอคงจึงได้เห็นว่าร่างที่ปรากฏนี้มีลักษณะเหมือนกับอากิระทุกประการ

 

            แท้จริงแล้วร่างนี้ก็คือร่างกระจกเงามายาที่อากิระเรียกออกมา  เพื่อใช้อาณาเขตแยกมิติก่อนหน้านี้   เวลาเพียงแค่ชั่วพริบตาที่ซุนหงอคงชนะไปนั้นคือช่วงเวลาที่อากิระรอคอย  เขารีบคว้าร่างฮินะที่อยู่ด้านหลังจากนั้นก็หยิบผลึกก้อนหนึ่งขึ้นมา   ผลึกก้อนนี้ก็คือผลึกเคลื่อนย้ายแบบพิเศษรุ่นทดลองที่อากิระขอให้ไอริสสร้างขึ้น  มันมีความสามารถที่จะเคลื่อนย้ายได้แม้จะอยู่ในการต่อสู้  แต่เนื่องจากมันยังไม่สมบูรณ์ผลึกนี้จึงไม่สามารถระบุเป้าหมายได้  มันจะสุ่มสถานที่ที่จะให้ผู้ใช้เคลื่อนย้ายไป  ซึ่งหากเป็นเวลาปกติแล้วอากิระคงไม่สนใจจะใช้ไอเทมที่ไม่สมบูรณ์แบบนี้  หากแต่เวลานี้มันคือทางหนีเดียวที่อากิระพอจะใช้ได้เขาบีบผลึกในมือจนแตก   แสงสว่างสีฟ้าหลั่งไหลออกมาจากผลึกที่แตกออกเข้าครอบคลุมร่างของอากิระและฮินะ

 

“อย่าหนีนะ!!!  ซุนหงอคงคำรามก้องแล้วพุ่งตัวเข้าหาอากิระหมายจะหยุดยั้งการเคลื่อนย้าย  หากแต่ก่อนที่จะเข้าถึงตัวอากิระร่างกระจกเงามายาก็มาขวางไว้  ซุนหงอคงแค่นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ที่คู่ต่อสู้กำลังจะหนีไป  เขาผนึกปราณลงสู่พลองทองแล้วฟาดเข้าใส่ร่างกระจกเงามายาอย่างรุนแรงจนร่างกระจกเงามายาขาดออกเป็นสองท่อน  และเมื่อร่างกระจกเงามายาพ้นไปจากสายตาแล้วซุนหงอคงก็ได้เห็นรอยยิ้มของอากิระ

 

“นั่นเป็นของฝากสำหรับการหนีครั้งนี้  หวังว่าจะชอบนะครับ”

 

            ด้วยรอยยิ้มและแววตารวมไปถึงจิตคุกคามที่แผ่ออกมาทำให้ซุนหงอคงเผลอชะงักไปชั่วครู่  และเวลาเพียงชั่วครู่นั้นเองร่างของอากิระและฮินะก็กลายเป็นลำแสงสีฟ้า  และพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว  ซุนหงอคงเห็นเช่นนั้นก็เร่งพลังขึ้นเพื่อจะใช้พลังของตนติดตามร่องรอยการเคลื่อนย้ายที่กำลังจะหายไป  เพียงแต่ในเสี้ยววินาทีก่อนที่เขาจะได้ทำตามที่ต้องการร่างกระจกเงามายาที่ขาดเป็นสองท่อนก็แตกสลายออก  ฉับพลันนั้นเองร่างของซุนหงอคงก็ทรุดลงกับพื้นและกระอักเลือดออกมา  ด้วยผลของการสะท้อนความเสียหายจากร่างกระจกเงามายารวมกับอาการบาดเจ็บทั้งหมด  ทำให้พลังของซุนหงอคงปั่นป่วนอย่างหนัก  ร่างกายเองก็ไม่สามารถขยับได้ดั่งใจ

 

“หึๆๆ  ถ้าได้เจอกันคราวหน้า  ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าหนีไปได้อย่างเด็ดขาด”  ซุนหงอคงกล่าวไปพลางหัวเราะไป  จากนั้นเขาก็ตัดสินใจเดินทางกลับทวีปมืดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของตน

 

 

 

 

            กลางถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยปรากฏลำแสงสีฟ้าพุ่งลงมา  เมื่อแสงสว่างจางลงก็เผยให้เห็นร่างของอากิระและฮินะ  อากิระค่อยปล่อยร่างของฮินะแล้วทรุดลงเข่ากับพื้น  เวลาของเวทย์วิญญาณร้ายฟื้นคืนได้หมดลงพลังพิเศษของอากิระลดลงจนหมดเกลี้ยง  อาการบอบช้ำภายในเริ่มแสดงผลทำให้เขาถึงกับต้องกระอักเลือดออกมากองหนึ่ง  และเมื่อพลังพิเศษหายไปบางสิ่งบางอย่างในร่างอากิระก็เริ่มแผงฤทธิ์  จิตรัตติกาลกลืนกินของเนเน่ที่แฝงอยู่ในร่างของอากิระเริ่มปะทุขึ้นและกัดกินอากิระจากภายในจนอากิระต้องลงไปนอนดิ้นกับพื้นอย่างเจ็บปวด  และแผดเสียงร้องอันทรมาน

 

            ฮินะเห็นเช่นนั้นเธอก็รีบนำฝ่ามือของตนไปทาบลงบนร่างอากิระ  พลังเวทย์อ่อนๆของเธอถูกส่งเข้าร่างของอากิระเผื่อตรวจสอบ  ในระหว่างนั้นฮินะก็คิดขึ้นมาว่าทำไมตนถึงต้องช่วยเหลืออากิระด้วย  หากว่าเธอนั้นปล่อยเอาไว้ล่ะก็อากิระจะต้องตายซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อสงคราม  ทว่าเธอกลับทำเช่นนั้นไม่ได้ร่างกายเธอเคลื่อนไหวเข้าช่วยเหลืออากิระโดยไม่ฟังคำสั่งจากสมอง

 

            ไม่นานนักฮินะก็พบจิตรัตติกาลกลืนกินที่กำลังแผ่ขยายเพื่อกลืนกินร่างของอากิระจากภายใน  เธอจึงรีบส่งพลังเวทย์ของตนเข้าสู่ร่างกายของอากิระมากขึ้นเพื่อยับยั้งจิตนั้นเอาไว้ไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้  และใช้ไอเทมฟื้นฟูพลังต่างๆเพื่อฟื้นพลังให้อากิระ  หากแต่ไอเทมเหล่านั้นกลับไม่แสดงผลซึ่งสาเหตุก็เป็นเพราะผลข้างเคียงจากเวทย์วิญญาณร้ายฟื้นคืน  ที่ทำให้ไม่สามารถฟื้นพลังให้อากิระด้วยไอเทมได้  เธอจึงได้แต่พยายามส่งพลังเข้าสู่ร่างของอากิระอย่างต่อเนื่องเพื่อประครองจิตนั้น 

 

            เวลาผ่านไปหลายนาทีจนกระทั่งพลังปราณวิหคอมตะของอากิระเริ่มฟื้นฟูกลับมาได้ถึงสามส่วน  เขาจึงค่อยๆโคจรพลังปราณเข้าไปเพื่อประคองพลังจิตรัตติกาลกลืนกิน  แต่เพราะว่าพลังเวทมนต์ของฮินะยังคงประครองจิตนั้นอยู่  จึงทำให้ปราณของอากิระประคองเอาไว้ทั้งปราณของฮินะและจิตของเนเน่  ฮินะรับรู้ได้ว่าอากิระสามารถช่วยเหลือตนเองได้แล้วก็หยุดส่งพลังเวทย์ให้อากิระ

 

“ทำไมนายถึงปล่อยให้มีพลังแบบนั้นแฝงอยู่ในร่างล่ะ  พลังแบบนี้น่ะหากยอมตายสักครั้งก็คงจะหายไปแล้ว”  ฮินะกล่าวถามอากิระ

 

“เพราะผมตายไม่ได้ครับ  นี่เป็นจิตของสัตว์อสูรระดับราชา  ถ้าผมตายก็ต้องเสียระดับไปไม่น้อย  ในเวลาใกล้สงครามเช่นนี้ผมจึงไม่อาจทำแบบนั้นได้”  อากิระตอบด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายลง

 

“จิตนั่นน่าจะอยู่ในร่างกายนายนานพอสมควรแล้วสินะ  เพราะฉันลองพยายามที่จะไล่มันออกมาแล้ว  แต่กลับทำไม่ได้เลย”

 

“ก็นานพอสมควรแล้วล่ะครับ  แต่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ  ผมน่ะมีวิธีที่จะจัดการมันอยู่แล้ว  เพียงแต่ที่ผ่านมาผมยังมีปัจจัยที่สำคัญไม่ครบเท่านั้นเอง  แต่ว่าตอนนี้น่ะมีครบแล้ว  พราะอย่างนั้นผมสามารถจัดการกับมันได้แน่นอนครับ”  อากิระตอบด้วยรอยยิ้ม

 

“ฉันไม่ได้ห่วงซะหน่อย  แค่ถามไปอย่างนั้นเอง”  ฮินะกล่าวโดยไม่สบตาอากิระ

 

“คุณฮินะครับ  ขอบคุณที่ช่วยนะครับ”  อากิระกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล  ทำให้ฮินะที่ได้ฟังต้องรู้สึกเขิน  เพราะเธอนั้นไม่เคยได้รับคำขอบคุณที่อ่อนโยนเช่นนี้มาก่อน  เธอรู้ตัวว่าใบหน้าของตนกำลังแดงจึงรีบกล่าวขึ้นเพื่อปกปิดความเขินของตน

 

“ฮึ  ฉ...ฉันไม่ได้อยากช่วยนายซะหน่อย  ก็แค่ทำไปเพื่อตอบแทนที่นายช่วยชีวิตไว้เท่านั้นเอง”

 

“ถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณมากครับ  ถ้าอย่างนั้นผมจะของโคจรปราณเพื่อฟื้นฟูร่างกายก่อน  แล้วทางคุณจะทำอะไรต่อไปล่ะครับ”

 

“ฉันจะออกไปสำรวจข้างนอก  ฉันอยากรู้ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหนกัน”

 

“อย่างนั้นหรือครับ  งั้นโชคดีนะครับ”  อากิระกล่าวจบก็หลับตาลงแล้วโคจรลมปราณของตนเพื่อฟื้นฟูร่างกายและพลังปราณให้กลับมา  ฮินะเห็นดังนั้นก็เดินสำรวจถ้ำเพื่อหาทางออกซึ่งใช้เวลาไม่นานนักเธอก็หาทางออกจากถ้ำพบ

 

เมื่อเธอออกมานอกถ้ำได้แล้วฮินะก็หยุดนิ่ง  ใบหน้าของเธอร้อนขึ้นหัวใจเต้นแรงกว่าปกติ  เธอไม่เข้าใจว่าตนเองเป็นอะไรเพราะเธอไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน  แต่สิ่งหนึ่งที่ฮินะแน่ใจนั่นก็คือต้นเหตุของอาการนี้ก็คืออากิระอย่างแน่นอน  เธอเอ่ยคำพูดออกมาอย่างแผ่วเบาและปล่อยให้คำพูดนั้นปลิวหายไปกับสายลม

 

“ตาบ้า”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 349 ครั้ง

2,694 ความคิดเห็น

  1. #2288 D.Devil (@techophuge55) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 22:09
    นกไปซะฮินะ!! เขามีเมียแล้ว!!!!
    #2288
    1
    • #2288-1 D.Devil (@techophuge55) (จากตอนที่ 194)
      4 กรกฎาคม 2561 / 22:10
      มีลูกแล้วด้วย(?)
      #2288-1
  2. #2287 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 21:51
    คุณได้ปักธง1Ea
    #2287
    0
  3. #2286 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 21:22

    อย่าใจดี เสียเปล่าอย่างนี้สิ

    #2286
    0
  4. #2285 T-P-S-22 (@T-P-S-22) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 20:36
    อากิระอย่านอกใจเมเทียร์นะะ
    #2285
    0
  5. #2284 dlsomc (@dlsomc) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 20:24
    ขอบคุณคับ
    #2284
    0
  6. #2283 Meemiza (@NichaPes) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 20:15
    ทำไมอากิระมันเสน่ห์แรงอย่างงี้ฟร้าาาา
    #2283
    0