Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 197 : ภาค2 บทที่45 ดินแดนลอยฟ้า เนอร์วาน่า ตอนปลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 320 ครั้ง
    15 ก.ค. 61

                 

            อากิระรีบหนีออกจากเมืองมาโดยไม่ทันสังเกตว่าตนได้วิ่งห่างออกมาทางเหนือของเมืองแล้ว  เขาพบถ้ำแห่งหนึ่งจึงเดินเข้าไปเพื่อที่จะหลบและพักผ่อน  ตอนนี้อากิระรู้ตัวแล้วว่าพลังของตัวเองนั้นไม่เสถียร  ดังนั้นเมื่อเข้ามาในถ้ำแล้วอากิระจึงรีบนั่งลงกับพื้นเพื่อปรับพลังของตนให้เสถียรทันที

 

            เวลาล่วงเลยจนถึงพลบค่ำดวงตาของอากิระก็ค่อยๆลืมขึ้นมา  ประกายอันลี้ลับฉายออกมาจากนัยน์ตาสีโลหิต  เขาลองผนึกพลังไว้ที่มือโดยคราวนี้อากิระตรวจสอบพลังของตนอย่างละเอียด  และรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา  ตอนนี้อากิระบอกได้อย่างเต็มปากแล้วว่าพลังของตนนั้นสมบูรณ์แบบแล้ว

 

            พอไม่มีอะไรให้คิดแล้วอากิระถึงพึ่งจะได้มองไปรอบตัว  ถ้ำนี้แตกต่างจากถ้ำปกติมากมายนัก  ภายในถ้ำนั้นไม่ได้มีหินงอกหินย้อยระเกะระกะ  หากแต่เป็นหินที่มีลักษณะสวยงามในแบบธรรมชาติ  และที่สำคัญที่สุดคือทั้งถ้ำนั้นเรืองแสงสีรุ้งอ่อนๆออกมา  ทำให้ทัศนียภาพสวยงามเป็นอย่างมาก

 

“ที่นี่หรือว่าจะเป็น...ถ้ำสีรุ้ง?  อากิระมองไปรอบๆพลางเดินสำรวจภายในถ้ำ

 

            ถ้ำนี้นั้นไม่มีแม้สัตว์อสูรสักตัว  บรรยากาศในถ้ำก็เต็มไปด้วยไอเวทมนต์ที่ลอยอยู่ในกระแสของอากาศ  ซึ่งหากมีผู้อื่นมาพบเห็นแล้วก็คงจะพูดเหมือนกันว่าที่นี่คือ  สถานที่ที่ปลอดภัยเหมาะแก่การพักผ่อน  แต่ความรู้สึกของอากิระกลับไม่ได้บอกเช่นนั้น  สัญชาตญาณบางอย่างบอกกับเขาว่าถ้ำแห่งนี้มีอะไรบางอย่างที่ทรงพลังมากๆอยู่

 

“ตำนานถ้ำที่ผนึกเทพธิดา...เหรอ”  อากิระกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา  แล้วเดินสำรวจถ้ำต่อไป

 

            ผ่านไปหลายสิบนาทีอากิระนั้นเดินมาจนถึงสุดปลายถ้ำในที่สุด  เบื้องหน้าอากิระคือผนังถ้ำที่ที่ไม่มีทางไปต่อ  สิ่งเดียวที่อากิระพบก็คือสัญลักษณ์ที่สลักบนผนังถ้ำที่อยู่ตรงหน้า  แต่อากิระลองเอื้อมมือไปสัมผัสสัญลักษณ์นั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แม้กระทั่งลองถ่ายพลังเวทย์ลงไปก็ยังไม่เกิดอะไรขึ้นเช่นเดิม

 

“เห้อ  ไม่ได้อะไรเลยเหรอเนี่ย”  อากิระเงยหน้าขึ้นแล้วถอนหายใจ  แต่แล้วอากิระก็เลิกคิ้วขึ้น  เพราะแสงจากผลึกบนเพดานถ้ำที่เหนือตำแหน่งที่เขายืนอยู่นั้นกำลังเปล่งสว่างมากขึ้น  และแสงเหล่านั้นก็ค่อยๆสาดส่องมาที่อากิระเพียงจุดเดียว

 

“อะไรกัน”  อากิระกล่าวพลางก้มลงมองบนพื้นที่แสงสว่างทั้งหมดสาดส่องลงมา

 

            บนพื้นที่ไม่ได้มีสิ่งใดกลับปรากฏลวดลาย  และอักขระที่อากิระไม่เคยเห็นลามไปทั่วพื้นถ้ำ และตรงกลางจุดที่แสงทั้งหมดมารวมกันนั้นก็ปรากฏช่องว่างเล็กๆขึ้นมา  ซึ่งอากิระนั้นรู้สึกคุ้นกับขนาดและช่องว่างที่ปรากฏขึ้น  ไม่นานนักอากิระก็นึกออกเขารีบเปิดหน้าต่างระบบขึ้นแล้วหยิบอัญมณีที่เขาเอามาจากโบสถ์คาวาร่าออกจากหน้าต่างระบบ

 

“ใช่จริงๆด้วย  ทั้งขนาดและรูปร่างของช่องว่างนี้  เท่ากับอัญมณีก้อนนี้พอดีเลย”  อากิระกล่าวพร้อมกับมองอัญมณีในมือและช่องว่างที่พื้น  จากนั้นเขาก็วางอัญมณีสีฟ้าสดลงไปที่ช่องนั้น  ซึ่งมันก็มีขนาดที่พอดีกับช่องว่างนั้นโดยไม่ผิดไปเลยแม้แต่น้อย

 

            แสงสว่างเจิดจ้าขึ้นจนทั้งถ้ำสว่างไปด้วยแสงสีรุ้ง  ตอนนี้ทั่วทั้งถ้ำสีรุ้งปรากฏลวดลายแปลก  และอักขระที่อากิระไม่เคยเห็น  บนผนังที่มีสัญลักษณ์ตรงหน้าอากิระก็ค่อยสลายออกไป  เผยให้เห็นห้องโถงที่โล่งและกว้าง  หากแต่ในห้องนั้นกลับมืดมิดผิดกับในถ้ำที่อยู่นอกห้อง  ที่น่าแปลกคือแม้แต่แสงสว่างสีรุ้งในถ้ำจะสว่างเพียงใดก็ไม่อาจสาดส่องไปถึงในห้องนั้นได้  ราวกับว่าห้องนั้นและถ้ำส่วนที่อากิระยืนอยู่เป็นคนละโลกกัน

 

“นั่นใครกัน”  เสียงอันไพเราะดังออกมาจากห้องที่มืดสนิทนั้น

“ผมคือนักผจญภัยที่ผ่านมาบนดินแดนนี้  ไม่ทราบว่าผู้ที่อยู่ในนั้นคือใครหรือครับ”  อากิระกล่าวถาม  เขานั้นพยายามมองเข้าไปในห้องนั้นแต่ก็ไม่อาจมองเห็นภายใน

“เรามีนามว่าลูเครเซีย  เป็นเทพธิดาแห่งมิติและเวลา  อดีตผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้”  คำตอบจากในห้องนั้นบอกให้อากิระได้รับรู้ถึงตัวตนของผู้ที่อยู่ภายใน

“หืม...ตำนานเทพธิดาที่ถูกขังเป็นจริงสินะครับ”  อากิระกล่าวออกมาเบาๆ

“ท่านจะช่วยเราหรือไม่”  เสียงของลูเครเซียดังขึ้นเป็นคำถามอีกครั้ง

“ขอทราบเรื่องหน่อยได้มั้ยครับ”  อากิระกล่าวถามขึ้นมาอีกครั้ง

“ก็ย่อมได้”  ลูเครเซียกล่าวตอบ  จากนั้นจึงเล่าเรื่องราวของตน   “เมื่อหลายร้อยปีก่อนนั้นเราเป็นเทพธิดาสูงสุดผู้ได้ครอบครองบัลลังก์แห่งเอลีเซียม  เมืองแห่งนี้อุดมไปด้วยความสงบสุข...”

 

“เอ่อ  เดี๋ยวก่อนนะครับ  ที่ผมอยากรู้ไม่ใช่ประวัติอะไรพวกนั้น  แต่อยากรู้ว่าคุณต้องการอะไร  และถ้าผมช่วยจะได้อะไรต่างหาก”  อากิระเอ่ยขึ้นขัดคำของลูเครเซีย  ทำให้ลูเครเซียถึงกับเงียบไปชั่วขณะ

 

ลูเครเซียที่เงียบไปเพราะไม่คิดว่าจะมีใครกล้าขัดเทพธิดาอย่างเธอ  ทว่านอกจากจะไม่โกรธแล้วเธอกลับยังหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ  “ฮะๆๆ  เจ้านี่น่าสนใจจริงๆ  พึ่งจะเคยเห็นคนที่กล้าขัดเทพธิดาครั้งแรกนี่แหละ”

“ผมเองก็พึ่งจะเคยขัดเทพธิดาครั้งแรกเช่นกันครับ”  อากิระตอบเสียงเรียบ

“กับคนเช่นเจ้าจะพูดอ้อมค้อมหรือขอความเห็นใจไปก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไร”  ลูเครเซียกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล  “บัลลังก์ของเราถูกชาร์ล็อต  เทพีแห่งรัตติกาลแย่งชิงไป  เราต้องการจะกลับคืนสู่บัลลังก์  และหากเจ้าช่วยเหลือเราจะมอบไอเทมระดับสูงให้เจ้า  และจะเป็นพันธมิตรกับเจ้า  เมื่อใดก็ตามที่เจ้าเดือดร้อนเราจะช่วยเหลือเจ้า”

 

“ทำไมคุณถึงต้องการคืนสู่บัลลังก์ขนาดนั้นล่ะครับ”

 

“การครอบครองบัลลังก์นั้น  จะทำให้พลังของผู้ครองบัลลังก์สามารถส่งผลกับทั้งดินแดนได้  แต่ว่าชาร์ล็อตนั้นขึ้นครองบัลลังก์ด้วยความแค้น  พลังที่เปี่ยมไปด้วยความพยาบาทของนางทำให้ทั้งดินแดนสูญเสียพลังดั้งเดิมไป  และทำให้สัตว์อสูรทั้งหมดอ่อนแอลงจนมีสภาพในปัจจุบัน  ข้าจึงต้องการจะกลับไปครองบัลลังก์เพื่อให้ดินแดนนี้กลับเป็นเหมือนเดิม”

 

            คำตอบของลูเครเซียทำให้อากิระขมวดคิ้วด้วยความครุ่นคิด  “แล้วทำไมคุณถึงถูกแย่งอำนาจไปได้กันครับ”

 

“เพราะครั้งหนึ่งอาณาจักรของเราเคยทำลายบ้านเกิดของนาง  เมื่อเราไปถึงก็มีเพียงนางเท่านั้นที่ยังเหลือรอด  เราจึงนำนางมาเลี้ยงดูและมอบความรักให้กับนางดั่งลูกสาว  แต่นางนั้นไม่เคยลืมเลือนความแค้น  นางอาศัยความไว้ใจของเราผนึกอาวุธและพลังส่วนหนึ่งของเรา  เราจึงพ่ายแพ้และถูกนางจับมาขังที่แห่งนี้”

 

            อากิระได้ฟังก็ใช้ความคิดอีกเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้น  แล้วให้คำตอบกับลูเครเซียที่อยู่ในห้องอันมืดมิด  “ตกลงครับ  แล้วจะให้ผมช่วยยังไงครับ”

 

“ก่อนอื่นเจ้าช่วยเข้ามาหาเราแล้วใช้อัญมณีแห่งการลิขิตนั้น  คลายการจองจำของเราให้ที”

“อัญมณีแห่งการลิขิต?  หมายถึงอัญมณีก้อนนี้หรือครับ” อากิระหยิบอัญมณีสีฟ้าสดขึ้นมา

“ใช่แล้ว  อัญมณีก้อนนั้นคืออัญมณีแห่งการลิขิต  มันมีความสามารถในการปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่างๆ  แต่เพราะเจ้ายังมีความสามารถไม่พอจึงไม่สามารถใช้พลังของมันได้ด้วยตัวเอง  ดังนั้นเจ้าต้องนำมันมาให้เราแล้วเราจะใช้พลังเพื่อแก้ไขพลังของพันธนาการที่จองจำร่างเราไว้”  ลูเครเซียบอกถึงวิธีให้แก่อากิระ

 

“หมายความว่าอัญมณีนี้มีเพื่อช่วยเหลือคุณหรือครับ  มันถึงถูกผนึกไว้ใต้โบสถ์คาวาร่า”  อากิระยังถามต่อ

“ไม่หรอก  เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอัญมณีก้อนนั้นอยู่ในดินแดนแห่งนี้  ที่จริงแล้วอัญมณีที่ใช้เปิดห้องนี้จะเป็นอัญมณีต้นกำเนิดก้อนไหนก็ได้  ช่องสำหรับใส่อัญมณีจะเปลี่ยนแปลงไปตามอัญมณีที่เจ้ามี  ซึ่งอัญมณีต้นกำเนิดที่เรารู้ว่ามีอยู่ในดินแดนนี้นั้นมีเพียงอัญมณีแห่งการปกครองที่อยู่บนบัลลังก์เท่านั้น  เพียงแต่ทันทีที่เจ้านำอัญมณีก้อนนั้นมาใช้เปิดทางเข้าสู่ห้องนี้  พลังของมันก็แสดงออกมาทำให้เรารู้ได้ว่ามันคืออัญมณีอะไร  แต่หากเจ้าใช้อัญมณีก้อนอื่นมาปลดปล่อยเราล่ะก็  เจ้งคงต้องหาวิธีอื่นในการปลดการจองจำของเราแล้วล่ะ”  ลูเครเซียตอบอย่างยาวเหยียด

 

“งั้นคำถามสุดท้ายแล้วนะครับ  อืม...อัญมณีต้นกำเนิดสินะ....คืออะไรครับ”  อากิระกล่าวถามด้วยความสนใจ

 

“เจ้านี่ถามมากเสียจริง  แต่เอาเถอเราจะตอบก็ได้”  ลูเครเซียกล่าวพลางถอนหายใจ  “อัญมณีต้นกำเนิดนั้นก็คืออัญมณีที่ถูกสร้างโดยเผ่าพันธุ์แรกของโลกนี้  จำนวนของอัญมณีนั้นไม่มีผู้ใดทราบแน่นอน  หากแต่อัญมณีเหล่านั้นเคยปรากฏขึ้นมาในโลกแล้วถึงหกก้อน  ว่ากันว่าอัญมณีแต่ละก้อนนั้นจะมีพลังที่แตกต่างกันไป  แต่ทุกก้อนก็มีพลังมหาศาลไม่ต่างกันนัก”

 

            อากิระฟังไปพร้อมกับมองอัญมณีในมือ  เขาสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลของมันจริงๆ  แต่เพราะสัญญาว่าจะช่วยเหลือลูเครเซีย  อีกทั้งตนยังใช้อัญมณีไม่ได้จึงไม่คิดที่จะเสียดายมันนัก  เขาค่อยๆก้าวเดินไปในห้องอันมืดมิดเพื่อเข้าไปหาลูเครเซีย  ระหว่างที่เดินเข้าไปห้องที่มืดสนิทก็เริ่มสว่างขึ้นในทุกก้าวของเขา

 

            ในที่สุดร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งก็ปรากฏให้อากิระได้เห็น  เธอเป็นหญิงสาวที่งดงามขนาดที่คำว่างดงามนั้นยังน้อยเกินไปที่จะใช้อธิบายความงดงามของเธอ  เรือนร่างทุกสัดส่วนนั้นไม่ส่วนใดที่ขาดเกินแม้แต่น้อยเรียกได้ว่าเป็นร่างกายที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง  ชุดที่เธอใส่อยู่นั้นเป็นชุดเดรสยาวสีขาวที่ส่วนชายกระโปรงมีรอยขาดประปราย  ทั้งยังเปื้อนด้วยฝุ่นผงหากแต่มันไม่อาจลดค่าความงามที่เปล่งประกายออกมาได้แม้แต่น้อย  หากจะมีสิ่งใดที่ทำให้ขุ่นเคืองเมื่อมองเธอผู้นี้ก็คงจะมีเพียงโซ่สีดำที่บังอาจพันธนาการร่างกายเธอไว้ให้ต้องคุกเข่าอยู่กับพื้น

 

“คุณคือ  เทพธิดาลูเครเซีย?

“ใช่แล้วเราคือลูเครเซีย  เทพธิดาแห่งมิติและเวลา”

“ผมต้องทำอะไรบ้าง”

“ยื่นอัญมณีแห่งการลิขิตออกมาด้านหน้าสิ”  ลูเครเซียกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน  ซึ่งอากิระก็ทำตามโดยไม่แย้งอะไร  เพราะเขาตั้งใจจะช่วยเธออยู่แล้ว

 

            อัญมณีสีฟ้าสดลอยออกจากมือของอากิระไปหยุดตรงหน้าลูเครเซีย  และเปล่งแสงสว่างออกมาจนแสงสีรุ้งภายในถ้ำถูกกลบไปจนหมดสิ้น  พลังมหาศาลแผ่ออกจากอัญมณีและฉาบโซ่สีดำที่พันธนาการร่างของลูเครเซียเอาไว้  เพียงแค่ไม่ถึงห้าวินาทีความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น

 

            พลังเวทย์ที่อัดแน่นอยู่บนโซ่สีดำเหล่านั้นจางหายไปอย่างรวดเร็ว  โซ่สีดำก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเทาซีดที่ดูเปราะบางพร้อมจะแตกพังได้ทุกเมื่อ  ตลอดเวลาที่อัญมณีทำงานอากิระนั้นก็เพ่งสมาธิกับการมองและพยายามสังเกตพลังของลูเครเซียที่กำลังใช้อัญมณี  ทว่าอากิระกลับมองไม่ออกเลยแม้แต่น้อยว่าวิธีการใช้งานอัญมณีนั้นเป็นอย่างไร

 

            และแล้วโซ่ที่พันธนาการร่างของลูเครเซียไว้ก็ค่อยๆสลายลงเป็นฝุ่นผง  อัญมณีสีฟ้าสดก็หยุดเปล่งแสงสว่างออกมา  พร้อมกับพลังมหาศาลที่แผ่ออกมาก่อนหน้านี้ก็จางหายไปเช่นกัน  ลูเครเซียค่อยๆลุกขึ้นจากพื้นและสำรวจร่างของตนเองด้วยรอยยิ้ม  พลังอันมหาศาลแต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนแผ่ออกมาจากร่างที่งดงามทำให้เธอดูสูงศักดิ์อย่างมาก  เธอหันมายิ้มให้กับอากิระและกล่าวขึ้น

 

“เราขอขอบคุณเจ้ามาก”

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณหรอกครับ  ผมไม่ได้ช่วยฟรีๆซะหน่อย”  อากิระตอบเสียงเรียบ

“ถึงอย่างนั้นเราก็ต้องขอบคุณ  หากไม่มีเจ้าเราก็คงหลุดออกมาจากการจองจำไม่ได้”  ลูเครเซียกล่าวอย่างจริงใจ

“แล้วผมต้องทำอะไรต่อล่ะครับ”

“เอ๋?  ลูเครเซียแสดงท่าทีที่สงสัย

“ก็คุณบอกให้ผมช่วยให้คุณชิงบัลลังก์คืนมา  แต่อาวุธและพลังส่วนหนึ่งของคุณถูกผนึกอยู่  แล้วด้วยพลังของคุณตอนนี้จะเอาชนะชาร์ล็อตได้หรือครับ”  อากิระเอ่ยถาม

“นั่นสินะ  โอกาสคงมีไม่มากหรอกที่เราจะชนะ  ไม่สิโอกาสมีไม่ถึงหนึ่งในสิบด้วยซ้ำ” ลูเครเซียกล่าวด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง

“ผมจะช่วยทำลายผนึกที่ผนึกอาวุธและพลังของคุณก็ได้นะครับ”  อากิระกล่าวอาสา

“จริงเหรอ  แต่ว่ามันอันตรายมากเลยนะ”  ลูเครเซียอุทานด้วยความดีใจที่อากิระคิดจะช่วย  แต่ก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าเมื่อโอกาสที่อากิระจะทำได้สำเร็จนั้นมีน้อยมาก

“ผมจะหาทางจัดการเอง  และต่อให้ผมทำไม่สำเร็จก็เถอะ  ผมก็จะหาทางเอาตัวรอดเอง”  อากิระมองหน้าลูเครเซีย  “แต่บอกไว้ก่อนว่าบริการเสริมนี่ไม่ฟรีนะครับ”

“เจ้าต้องการอะไรล่ะ  หากไม่เกินความสามารถเราก็จะให้เจ้า” 

“ผมกำลังจะทำสงคราม  เพราะอย่างนั้นผมจึงต้องการของจำพวกแร่ และวัตถุดิบสำหรับสร้างยุทธภัณฑ์ในการรบน่ะครับ  เพราะงั้นหากบนดินแดนนี้มีแร่และวัตถุดิบดีๆ ช่วยเตรียมให้ผมทีนะครับ”  อากิระบอกสิ่งที่ตนต้องการ

“ย่อมได้  หากเราได้บัลลังก์คืน  เราจะหาแร่และวัตถุดิบที่ดีที่สุดในดินแดนนี้มาให้เจ้า” ลูเครเซียลั่นวาจา  อากิระจึงพยักหน้าเป็นการแสดงให้เห็นว่ารับรู้แล้ว  จากนั้นอากิระกล่าวกับเธอ

“เริ่มกันเลยดีมั้ยครับ  ถ้าหากรอนานกว่านี้แล้วอีกฝ่ายรู้ว่าคุณหลุดออกมาแล้ว  เราจะเคลื่อนไหวลำบากขึ้นนะครับ”

 

“ถ้าอย่างนั้นรอเราเดี๋ยวนะ  เราจะไปปลดปล่อยเหล่าอัศวินผู้ภักดีของเราก่อน  จะได้มีกำลังรบพอจะบุกเอลีเซียม”

“คุณไปปลดปล่อยลูกน้องของคุณก่อนเถอะ  ผมจะไปทำลายผนึกที่ผนึกพลังและอาวุธของคุณเองครับ”  อากิระกล่าวเสียงเรียบ

“แต่ว่าเจ้าแค่คนเดียว...”

 

            ไม่ทันที่ลูเครเซียจะพูดจบอากิระก็ขัดขึ้นมาอีกครั้ง  “ผมเคลื่อนไหวคนเดียวจะง่ายกว่า  เพียงแต่ผมไม่รู้ว่าอาวุธของคุณอยู่ที่ไหนน่ะครับ”

“ในอาวุธนั้นมีพลังของเราอยู่  เราจึงสัมผัสได้ว่ามันอยู่ที่ใต้หอคอยสวรรค์  กลางเมืองเอลีเซียมสถานที่ที่อันตรายที่สุด  เพราะที่แห่งนั้นคือที่อยู่ของชาร์ล็อต”

“เข้าใจแล้วครับ” 

อัญมณีแห่งการลิขิตลอยกลับมาหาอากิระ  ซึ่งเขาก็รับไว้แล้วเก็บใส่กระเป๋ากางเกงแทนที่จะเก็บไว้ในหน้าต่างระบบ  จากนั้นก็เดินออกจากถ้ำไปเพื่อทำตามหน้าที่ของตน  ส่วนลูเครเซียนั้นมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่สนใจ  เธอพึ่งจะเคยเจอคนแบบอากิระเป็นครั้งแรก  แล้วเธอก็สลายร่างตนเองไปเพื่อจะปลดปล่อยเหล่าอัศวินของตน 

 

 

            ย้อนกลับไปเล็กน้อย  ที่ห้องใหญ่บนยอดหอคอยนั้นเป็นห้องนอนของเทพธิดาแห่งรัตติกาล  ชาร์ล็อต  เธอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอนของตน  ชาร์ล็อตนั้นสัมผัสได้ถึงพลังของผู้ที่เธอทั้งรักและแค้น  ผู้ที่ครั้งหนึ่งเธอได้จองจำไว้ทว่าบัดนี้คนผู้นั้นกลับคืนมาแล้ว  ตอนนี้ความรู้สึกในใจของเธอแบ่งออกเป็นสอง  หนึ่งคือดีใจที่คนผู้นั้นกลับมา  แต่อีกหนึ่งความเศร้าที่จะต้องสู้กับคนผู้นั้นอีกครั้ง

 

“กลับมาแล้วรึ  ท่านลูเครเซีย”

 

            ชาร์ล็อตกล่าวด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง  เธอทั้งอยากเจอและไม่อยากเจอลูเครเซีย  เพราะเมื่อเจอกันครั้งนี้เธอจะต้องสังหารลูเครเซียอย่างแน่นอน  แต่ชาร์ล็อตนั้นก็ยังคงรักและเคารพลูเครเซียอยู่  และนั่นก็ทำให้ชาร์ล็อตนั้นรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก  หากแต่เธอไม่สามารถทำอะไรได้  เพราะว่าในอดีตด้วยความแค้นของเธอและเหล่าวิญญาณของพวกพ้องที่ถูกสังหารนั้น  ก่อให้เกิดพันธะเวทมนต์แห่งอดีตกาล  ด้วยผลของเวทย์มนต์นั้นวิญญาณของชาล็อตและพวกพ้องจะไม่ได้รับการปลดปล่อย  จนกว่าลูเครเซียหรือตัวชาร์ล็อตจะตายไป  อีกทั้งเวทมนต์นี้ยังแยกจิตใจด้านมืดของเธอมาสร้างเป็นบุคลิกที่เต็มไปด้วยความแค้น  และมันสามารถจะควบคุมร่างกายของเธอได้ทันทีที่ลูเครเซียมาปรากฏตัวต่อหน้าเธอ

 

            แต่ทางออกหนึ่งเดียวที่ชาร์ล็อตพอจะมองออก  นั่นก็คือในตอนที่อีกบุคลิกหนึ่งของเธอยังหลับใหล  ชาร์ล็อตก็รีบผนึกอาวุธและพลังส่วนหนึ่งของลูเครเซียเอาไว้  เพื่อจะใช้สร้างเกราะพลังที่จะป้องกันไม่ให้ลูเครเซียเข้ามาได้โดยเฉพาะครอบเมืองเอาไว้  จากนั้นเธอจึงจองจำลูเครเซียให้ห่างจากเมือง  ทว่าในครั้งนี้ชาร์ล็อตมั่นใจว่าตนไม่สามารถควบคุมอีกบุคลิกของตนได้อย่างแน่นอน  เธอจึงคิดที่จะป้องกันไม่ให้ลูเครเซียสามารถกลับเข้ามาในเมืองเอลีเซียมได้  พอคิดได้เช่นนี้ชาร์ล็อตก็รีบถ่ายทอดคำสั่งป้องกันเมืองขั้นสูงสุด  และสั่งให้ขุนพลที่แข็งแกร่งที่สุดของตนลงไปปกป้องผนึกที่อยู่ใต้หอคอย

 

 

            ในค่ำคืนที่เงียบสงบดั่งเช่นทุกวัน  ทว่าวันนี้ดวงจันทร์กลับเป็นสีโลหิตราวกับว่าคืนนี้จะเป็นค่ำคืนแห่งการนองเลือด  เหนือหอคอยสวรรค์กลางเมืองเอลีเซียมนั้นปรากฏดวงตาสีเลือดคู่หนึ่งที่จ้องมองทุกสิ่งด้วยความเฉยชา  ดั่งทุกสิ่งที่อยู่ในสายตานั้นเป็นเพียงสิ่งไร้ค่า  ผู้ที่อยู่เหนือหอคอยนั้นก็คืออากิระนั่นเอง  ตอนนี้ถึงเวลาที่เขาจะเคลื่อนไหวแล้ว

 

“เริ่มด้วยดอกไม้ไฟเปิดเทศกาลก็แล้วกัน”

 

เวทย์อัคคีระดับหก – ดาราอัคคี

 

            อากิระชูมือหนึ่งขึ้นฟ้าพลันปรากฏวงแหวนเวทย์สีแดงเพลิงขึ้นเหนือศีรษะของเขา  จากนั้นพลังเวทย์ก็ค่อยๆก่อตัวขึ้นเป็นลูกเพลิงขนาดใหญ่ที่สาดแสงออกมาดั่งดวงอาทิตย์  เมืองเอลีเซียมในยามราตรีนั้นกลับสว่างเช่นเดียวกับกลางวัน  ทำให้ทุกชีวิตเบื้องล่างต้องเงยหน้าขึ้นมามอง 

 

            เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นกองกำลังทหารสวรรค์  และเหล่าขุนพลสวรรค์ก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าอากิระและพยายามจะเจรจา  แต่ว่าเป้าหมายของกิระนั้นไม่ใช่การมาเจรจา  เขาไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียวแล้วชูมือขึ้นฟ้าอีกครั้ง  ลูกเพลิงขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือร่างของเขาก็ลุกโชติช่วงขึ้น  จากนั้นอากิระก็สะบัดมือลงพร้อมกันกับที่ลูกเพลิงยักษ์พุ่งลงใส่เหล่าทหารสวรรค์และขุนพลสวรรค์  ทำให้พวกกองทัพสวรรค์เขาต้องรีบสร้างม่านพลังป้องกัน

 

บรึ้ม!!!

 

            เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วนครศักดิ์สิทธิ  เอลีเซียม  ความร้อนจากเวทมนต์เพลิงอันรุนแรงแผ่กระจายออกเป็นวงกว้าง  ปลุกให้ทุกผู้คนที่หลับใหลอย่างสงบสุขต้องตื่นขึ้นมา  ไม่เพียงแค่ในเมืองเอลีเซียมเท่านั้น  หากแต่ทุกชีวิตในดินแดนนี้กำลังมองไปยังฟากฟ้าเหนือเมืองเอลีเซียม  ซึ่งเต็มไปด้วยแสงของเวทมนต์และการปะทะอย่างรุนแรง

 

            ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังสนใจการต่อสู้บนฟ้านั้นเอง  ที่บริเวณกำแพงด้านหนึ่งของหอคอยสวรรค์  ปรากฏร่างของของชายหนุ่มที่มีดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิต  เส้นผมสีดำสนิทพลิ้วไหวไปตามสายลม  เขามองไปยังกำแพงที่อยู่เบื้องหน้าของตน

 

“คุณบาทหลวง...ผมขอใช้ทางเข้านี้หน่อยก็แล้วกัน”

 

            แท้จริงแล้วผู้ที่อยู่ตรงนี้ก็คืออากิระตัวจริง  เขาตั้งใจใช้ร่างกระจกเงามายาสร้างความวุ่นวายครั้งใหญ่  เพื่อที่ว่าตัวเองนั้นจะได้ลอบเข้าไปในหอคอยสวรรค์ได้อย่างสะดวก  ทว่าปัญหาต่อมาก็คืออากิระยังหาทางเข้าสู่ภายในหอคอยโดยไม่มีใครรู้ตัวไม่ได้  แล้วเขาก็คิดออกว่ามีทางหนึ่งที่น่าจะเชื่อมต่อไปถึงห้องอาบน้ำภายในหอคอย  เขาจึงมาสำรวจดูและพบว่ามันเป็นประตูลับที่เกือบจะเป็นเป็นเนื้อเดียวกับกำแพง  มีเพียงรอยแยกเล็กๆเท่านั้นที่ทำให้สังเกตเห็น  ที่นี่ก็คือประตูสำหรับเข้าไปแอบดูห้องอาบน้ำของนางฟ้าที่บาทหลวงประจำโบสถ์ใหญ่คาวาร่าทำไว้นั่นเอง....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 320 ครั้ง

2,695 ความคิดเห็น

  1. #2347 Queenquinn (@chan-30) (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 18:25
    ชาล็อตนี่นักมวยปล้ำหญิงชิมิ
    #2347
    3
    • #2347-1 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 197)
      3 สิงหาคม 2561 / 18:26
      ห้ะ อันนี้ไม่รุจักครับ
      #2347-1
    • #2347-3 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 197)
      3 สิงหาคม 2561 / 18:34
      ขอตัวไปถามแป๊ปปป555
      #2347-3
  2. #2313 SmileVirgin (@SmileVirgin) (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 12:33
    หวังว่าคงมีนางฟ้าเล่นน้ำ....หุหุหุ
    #2313
    0
  3. #2312 AdirekButsopa (@AdirekButsopa) (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 23:34
    มณีต้นกำเนิด 6 เม็ด หรือว่าจะเป็น อินฟินิตี้สโตน 5555
    #2312
    1
    • #2312-1 karnopp30 (@karnopp30) (จากตอนที่ 197)
      9 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:27

      ........
      #2312-1
  4. #2311 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 18:48
    พาชาล็อตไปด้วยอีกคน?
    #2311
    0
  5. #2310 Meemiza (@NichaPes) (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 17:29
    นึกไม่ถึงเลยนะว่าไอทางที่บาทหลวงสร้างเอาไว้เพื่อส่องนางฟ้าจะมีประโยชน์แบบนี้~
    #2310
    0
  6. #2309 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 17:14
    ขอบคุณครับ
    #2309
    0