Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 199 : ภาค2 บทที่47 ศึกเทพธิดา(1) เดิมพันด้วยชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3982
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 312 ครั้ง
    22 ก.ค. 61


            มีคำกล่าวว่าคนคำนวณไม่สู้ฟ้าลิขิต

 

อากิระนั้นวางแผนมาอย่างดีแล้ว  โดยปกติทุกคนย่อมต้องสนใจเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นนอกหอคอย  ทว่าสิ่งที่อากิระไม่ได้รู้อย่างหนึ่งก็คือในหอคอยสวรรค์แห่งนี้กลับมีนางฟ้าป้ำๆ เป๋อๆ  ที่ดันไม่รู้สถานการณ์อะไรทั้งที่เสียงการต่อสู้ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วเมือง  และที่สำคัญคือนางฟ้าคนนี้กลับอยากอาบน้ำขึ้นมาเวลานี้ซะได้

 

            ถ้าอากิระรู้ว่าแผนที่ตนอุตส่าห์คิดต้องมาพังเพราะเหตุผลที่เหมือนในหนังการ์ตูนแบบนี้  เขาคงกระอักเลือดเป็นแน่  เพราะว่าทันทีที่นางฟ้าคนนั้นเข้ามาถึงห้องอาบน้ำก็ต้องตกใจ  เพราะกำแพงด้านหนึ่งนั้นกลายเป็นรูใหญ่ขนาดที่คนเดินผ่านได้  พอเห็นเช่นนั้นเธอจึงรีบวิ่งขึ้นสู่ยอดหอคอยทันที

 

 

“ท่านชาร์ล็อตคะๆ”  นางฟ้าผู้ไม่รู้สถานการณ์ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เคาะประตูเรียกเทพธิดาสูงสุดอย่างไม่หยุดมือ

 

ไม่นานนักประตูก็เปิดออกพร้อมกับใบน้าของนางฟ้าอีกคนที่มองมาอย่างไม่พอใจ  “มาน่า  มาเคาะประตูและเอะอะหน้าห้องของท่าชาร์ล็อตแบบนี้มันเสียมารยาทมากเลยนะ”

“ข้าขอโทษ  แต่ข้ามีเรื่องต้องแจ้งท่านชาร์ล็อตด่วน”  นางฟ้าผู้ไม่รู้เรื่องราวนามมาน่ากล่าวอย่างเร่งร้อน  แสดงให้เห็นว่าเรื่องที่เธอต้องการแจ้งเทพธิดานั้นเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ

“พอเถิด เนน่า  ให้นางเข้ามาเถอะ”  ชาร์ล็อตกล่าวออกมาจากในห้อง  โดยที่สายตาของเธอยังคงมองไปยังเหตุวุ่นวายข้างนอก

 

            เมื่อได้รับคำอนุญาตมาน่าจึงเดินเข้ามาในห้อง  แต่เมื่อเข้ามาถึงในห้องเธอก็พบว่าทุกคนมองออกไปนอกหน้าต่าง  มาน่าจึงเดินไปดูบ้าง  และเมื่อเห็นเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นมาน่าก็อ้าปากค้าง  เธอไม่ได้รู้เรื่องเลย(?) ว่ามีเรื่องวุ่นวายขนาดนี้เกิดขึ้น

 

“น..น..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันคะเนี่ย” มาน่าอุทานด้วยความตกใจ

“เฮ้อ นี่เจ้าไม่รู้อะไรเลยจริงๆรึมาน่า  ตอนนี้มีใครก็ไม่รู้มาสร้างความวุ่นวายในเมืองเราน่ะสิ”

“เอ๋  แล้วทำไมข้าไม่รู้อะไรเลยล่ะ”  มาน่าถามอย่างสงสัย

“เจ้าเนี่ยนะ”  เนน่านั้นกำลังจะต่อว่ามาน่า  หากแต่มีเสียงหนึ่งขัดขึ้นมาเสียก่อน

 

“ว่าแต่เจ้ามีเรื่องอะไรรึ  มาน่า”  ชาร์ล็อตหันมามองมาน่าแล้วกล่าวถามจุดประสงค์

“คือว่า...ในห้องอาบน้ำมีรูใหญ่เบ้อเร่อเลยค่ะ”

“ว่าอย่างไรนะ....ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง” 

         

ชาร์ล็อตได้ฟังก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด  เธอเข้าใจแล้วว่าเหตุใดผู้ที่อยู่ด้านนอกถึงกล้าก่อความเสียหายอย่างโจ่งแจ้ง  เมื่อคิดได้ชาร์ล็อตก็รีบติดต่อทางจิตไปหาเรนเซลที่เธอสั่งให้ไปเฝ้าใต้หอคอยสวรรค์  ซึ่งปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้  ชาร์ล็อตจึงรีบสลายร่างของตนเพื่อลงไปยังใต้หอคอยทันที

 

ย้อนกลับมาเล็กน้อย    

 

คำกล่าวของอากิระถึงเรื่องความยุติธรรมนั้นทำให้เรนเซลพูดอะไรไม่ออก  ไม่เพียงเท่านั้นจิตสังหารที่แผ่ออกจากร่างของอากิระในเวลานี้ยังน่าพรั่นพรึงขนาดที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน  ร่างกายของเรนเซลนั้นสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว  เรนเซลรู้ได้ทันทีว่าศัตรูผู้นี้อันตรายเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด  ดังนั้นเพื่อไม่ให้คนผู้นี้ต้องเป็นอันตรายต่อเทพธิดาของเขา  ในวันนี้เขาจะต้องจัดการศัตรูผู้นี้ให้ได้

 

เวทย์ศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ด – ลำแสงสวรรค์พิฆาตทศทิศ

 

            วงแหวนเวทมนต์สีทองสิบวงปรากฏขึ้นรอบห้องล้อมร่างของเรนเซลและอากิระไว้  เมื่อไม่ได้รับพลังเวทย์จากอากาศ  พลังเวทมนต์ของเรนเซลก็ลดลงอย่างรวดเร็วแต่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้  ตัวเรนเซลนั้นไม่จำเป็นต้องกลัวว่าตนจะโดนลูกหลงเพราะเวทมนต์นั้นจะไม่ทำร้ายผู้ใช้และพวกเดียวกัน  เขาจึงใช้เวทมนต์ที่มีวงกว้างออกมาได้โดยไม่ต้องกังวล  วงแหวนเวทย์ทั้งหมดส่องแสงสว่างวาบขึ้นแล้วยิงลำแสงสีทองขนาดใหญ่ออกมา  รัศมีการโจมตีนั้นกว้างขนาดที่แทบจะไม่มีช่องว่างให้หลบหลีก

 

เวทย์มายาระดับหก – พร่างบุพผาเงามายา

 

            พริบตาก่อนที่ลำแสงสีทองทั้งสิบสายจะเข้าถึงตัว  เวทมนต์ของอากิระก็ทำงานอย่างรวดเร็ว   ร่างของอากิระกลายเป็นภาพมายา  ทำให้ลำแสงเวทมนต์ทั้งหมดทะลุผ่านร่างของอากิระไปโดยไม่เกิดความเสียหาย  จากนั้นอากิระก็เรียกโฮริซอนเบลดออกมาถือไว้ก่อนที่ร่างกายจะแผ่พลังเวทย์สีดำออกมา

 

ดาบรัตติกาลผันผวน

 

            โฮริซอนเบลดถูกห่อหุ้มด้วยออร่าสีดำจนทั่วทั้งใบดาบ  ทักษะดาบที่แฝงเวทมนต์ธาตุมืดนี้เป็นหนึ่งในทักษะที่อากิระได้รับมาตั้งแต่ช่วงที่ตนพึ่งเริ่มเล่นเกมนี้ไม่นาน  เขาเองก็ไม่ได้ใช้ทักษะนี้มานานจนแทบจะไม่มีผู้ใดจดจำทักษะนี้ได้  ทว่ามันกลับยังคงเป็นหนึ่งในทักษะที่น่ากลัวที่สุดของอากิระ

 

“เหอะ  เป็นดาบที่ดูชั่วร้ายเสียจริง”  เรนเซลแค่นเสียงออกมาเมื่อได้เห็นดาบที่เต็มไปด้วยออร่าสีดำของอากิระ  “ข้าจะสะบั้นดาบที่น่ารังเกียจแบบนั้นทิ้งเดี๋ยวนี้แหละ”

 

“หึ  ลองรับดาบดูก่อนจะดีกว่านะครับ” 

 

            เมื่อสิ้นคำอากิระก็ก้าวเท้าเข้าหาเรนเซลทันที  แต่ละก้าวของอากิระนั้นแสดงออกด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง  การก้าวของอากิระเดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็ว  อีกทั้งอากิระยังสลับเท้าวนไปรอบๆตัวเรนเซล  ทำให้เรนเซลไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าการโจมตีของอากิระจะมาจากทิศทางใด

 

            เรนเซลที่สับสนกับการเคลื่อนที่ของอากิระจนไม่อาจคาดเดาอะไรได้  และสุดท้ายเรนเซลก็เปิดเผยช่องโหว่ออกมา  แน่นอนว่าอากิระไม่มีทางปล่อยโอกาสไป  การก้าวเท้าของอากิระเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันจากก้าวพิสดาร  มาเป็นกระแทกเท้าอย่างรุนแรงเพื่อส่งร่างเข้าหาเรนเซล  คมดาบของอากิระวาดใส่เรนเซลแทบจะในทันทีที่อากิระเริ่มพุ่งตัวออกไป  แต่ทั้งร่างของอากิระและคมดาบนั้นกลับถึงระยะที่จะโจมตีเรนเซลได้ในเวลาที่พร้อมเพรียงกัน

 

            เรนเซลมีเวลาตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาที  เวลาที่จะให้ใช้เวทมนต์ป้องกันไม่มีแม้แต่น้อย  ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่จึงมีเพียงแค่ยกดาบเรเปียร์ในมือขึ้นรับ  คมดาบทั้งสองปะทะกันอย่างรวดเร็ว  แรงปะทะที่ส่งผ่านดาบมานั้นทำให้มือของเรนเซลชาจนจับดาบได้ไม่มั่นคงนัก

 

            ที่น่ากลัวนั้นกลับไม่แรงปะทะที่ได้รับ  หากแต่ว่าทั้งๆที่เรนเซลสามารถป้องกันดาบของอากิระได้แล้วแท้ๆ  กลับยังมีการโจมตีลอดผ่านเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับร่างกายเขา  บาดแผลยาวปรากฏขึ้นที่สีข้างด้านขวา  ซึ่งบาดแผลเช่นนี้ย่อมส่งผลต่อการเคลื่อนไหว

 

“อะไร...”

 

            ไม่รอให้เรนเซลได้หายสงสัยอากิระก็ถอนดาบตนออกจากดาบของเรนเซล  จากนั้นก็ตวัดเข้าใส่อีกครั้งในทิศทางที่ต่างจากเดิม  ทำให้เรนเซลต้องวกดาบมารับอีกรอบแต่ผลที่ออกมาก็เป็นเช่นเดิม  ครั้งนี้บาดแผลปรากฏขึ้นที่ขาข้างซ้ายของเรนเซลทำให้เขาทราบได้ทันทีว่า  ดาบของอากิระนั้นไม่อาจรับไว้ได้มีแต่ต้องหลบหลีกเท่านั้น 

 

            มีคำกล่าวว่ารู้ตัวเมื่อสายไป  คำๆนี้คงจะเหมาะสมกับเรนเซลในตอนนี้เป็นที่สุด  เพราะเมื่อรู้ร่างกายเรนเซลก็ไม่อยู่ในสภาพที่จะต่อสู้ไปพร้อมกับเคลื่อนไหวหลบหลีกดาบของอากิระได้อีกแล้ว  อากิระนั้นมองจุดอ่อนใหญ่ของเรนเซลออกจึงชิงลงมือทำลายพลังเวทย์ในอากาศ  ไม่ให้เรนเซลดึงมาใช้ได้  และเมื่อเรนเซลที่ใช้พลังเวทมนต์มหาศาลจากภายนอกร่างกายมาตลอด  ต้องตกอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถใช้ได้ก็ทำให้เขาเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด  เพราะไม่ว่าจะเป็นพลังเวทย์โดยส่วนตัว  หรือความสามารถในการต่อสูแล้วเรนเซลต่างไม่อาจเทียบอากิระได้

 

            โอกาสชนะของเรนเซลนั้นแทบจะไม่มีเหลือ  เมื่อไม่มีทางเลือกเรนเซลจึงจำต้องใช้ไม้ตายที่ตนซ่อนไว้  เพียงชั่วพริบตาพลังเวทย์สีทองก็แผ่ออกมารอบร่างของเรนเซลอย่างมหาศาล  พร้อมกับที่ค่าพลังเวทย์ในตัวเขาลดลงอย่างมหาศาลจนเกือบจะหมดสิ้น

 

มหาเวทย์อัญเชิญระดับเก้า – ปราการเกล็ดมังกรเทพเจ้า

 

            พลังเวทย์สีทองได้ก่อรูปร่างจนมีลักษณะคล้ายเกล็ดมังกรสีทองขนาดเท่ากับโล่นับร้อย  เกล็ดมังกรเหล่านั้นหมุนรอบร่างของเรนเซลเป็นดั่งกำแพงคุมกันที่ไร้ช่องโหว่  อากิระพยายามมองหาจุดอ่อนของทักษะนี้แต่ก็ไม่อาจหาพบ  เรนเซลเองก็ยังคงยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหวใดๆ

 

            แม้ไม่ทราบว่าทักษะนี้มีความสามารถอย่างไร  แต่อากิระจะยอมเสียเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้  ไม่ใช่ว่าอากิระไม่มั่นใจในแผนของตัวเอง  แต่ลางสังหรณ์บอกเขาว่าหากไม่รีบจัดการเรื่องให้จบ  สิ่งที่เขาต้องการทำมันจะยากยิ่งกว่าเดิม  อากิระจึงตัดสินใจที่จะเป็นฝ่ายเข้าโจมตีเรนเซล

 

            อากิระผนึกพลังเข้าสู่ดาบของตนอย่างมหาศาลแล้วพุ่งร่างอย่างรวดเร็ว  เพียงพริบตาเขาก็ถึงระยะที่จะโจมตีเรนเซลได้  เพียงแต่ยังไม่ทันที่อากิระจะโจมตีเกล็ดมังกรทั้งหมดก็เปล่งแสงออกมาอย่างเจิดจ้า  จากนั้นลำแสงสีทองนับร้อยสายก็ถูกยิงออกจากเกล็ดมังกรเหล่านั้น

 

เวทย์มายาระดับหก – พร่างบุพผาเงาจันทรา

 

            ร่างของอากิระเปลี่ยนเป็นมายาในเสี้ยววินาที  จากนั้นอากิระก็รีบดีดตัวถอยออกมาหลายสิบก้าว  จนตอนนี้เขาห่างจากเรนเซลที่อยู่ในปราการเกล็ดมังกรถึงสิบห้าเมตร  หากเมื่อครู่อากิระไม่ใช้พร่างบุพผาเงาจันทราคงไม่มีโอกาสที่จะรอดออกมา  สิ่งหนึ่งที่อากิระยืนยันได้จากการโจมตีเมื่อครู่ก็คือ  เรนเซลนั้นมองการเคลื่อนไหวของตนไม่ทันอย่างแน่นอน  นั่นก็หมายความว่าการโจมตีของเกล็ดมังกรเหล่านั้นโจมตีทันทีโดยอัตโนมัติเมื่อศัตรูเข้าไปถึงระยะจู่โจม

 

“ยุ่งยากล่ะสิ”  อากิระกล่าวพลางมองไปยังเกล็ดมังกรสีทองจำนวนมากที่ปกป้องร่างของเรนเซลเอาไว้

 

“หึๆๆ  ฮ่าๆๆ  เจ้ามนุษย์จงดูให้ดี  นี่แหละคือทักษะไม้ตายที่ทำให้ข้าได้เป็นถึงขุนพลสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุด  เกล็ดมังกรเหล่านี้คือโล่อันแข็งแกร่งที่จะปกป้องข้า  อีกทั้งหากเจ้าเข้ามาในรัศมีสิบเมตรจากตัวข้าล่ะก็  เจ้าจะได้ลิ้มรสชาติของลำแสงศักดิ์สิทธิ์”  เรนเซลฉีกยิ้มออกมาอย่างยินดีเมื่อเห็นมนุษย์ตรงหน้าเริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบ  ก่อนจะกล่าวออกมา  “อ่อ  แล้วก็ไม่ใช่ว่าข้าจะต้องอยู่เฉยหรอกนะ”

 

            เรนเซลขยับเท้าก้าวเข้าหาอากิระ  เกล็ดมังกรสีทองทั้งหมดก็ยังคงเคลื่อนไหวตามจนกลายเป็นปราการเคลื่อนที่  ระยะสิบเมตรที่ลำแสงสีทองจะถูกยิงใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว  ไวเท่าความคิดลูกแก้วเวทมนต์สีม่วงที่อากิระแอบร่ายหน่วงเอาไว้ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน  ร่างกายของอากิระก็ปรากฏลวดลายสีเดียวกันขึ้น

 

หลอมรวมมนตรา

มหาเวทย์วิถีมารบทที่หนึ่ง – ร่างสถิตมนตรา

ลักษณ์แห่งอัสนี – สายฟ้าสถิตร่าง

 

            พลังเวทย์จากลูกแก้วเวทมนต์ไหลเข้าสู่ลวดลายบนร่างของอากิระ  ร่างกายเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด  ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีดำที่มีนัยน์ตาสีเลือดดั่งดวงตาของมารร้าย  ทั่วทั้งร่างมีประกายอัสนีแลบออกมาอย่างน่าเกรงขาม  เป็นเวลาเดียวกันกับที่ระยะห่างระหว่างอากิระและเรนเซลเหลือไม่ถึงสิบเมตร  ลำแสงสีทองนับร้อยสายจึงถูกยิงออกมา

 

            อากิระอาศัยความเร็วในร่างสถิตมนตราธาตุสายฟ้าหลบรอดมาได้อย่างหวุดหวิด  ทางด้านเรนเซลเมื่อได้เห็นก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก  เขาจึงสะกิดเท้าพุ่งตามร่างอากิระไปทำให้อากิระที่ยังไม่ได้มีเวลาให้พักหายใจมากนักต้องเคลื่อนไหวเพื่อหลบหลีกอีกครั้ง 

 

            แม้ความเร็วของอากิระในตอนนี้จะมากพอที่จะหลบลำแสงทั้งหมดได้  แต่มันก็ไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นนัก  เพราะอากิระพยายามหลบรอดลำแสงทั้งหมดเข้าประชิดเกล็ดมังกรเทพเจ้าที่ปกป้องร่างของเรนเซลได้สำเร็จ  เขารีบตวัดดาบเข้าโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย  แต่กลับไม่สามารถทำลายเกล็ดมังกรนั้นได้  จากนั้นอากิระจึงต้องรีบถอยออกมาเพราะเกล็ดมังกรกำลังจะยิงลำแสงอีกครั้ง

 

“ต้องใช้พลังทำลายของลักษณ์แห่งไฟสินะ  แต่ถ้าเปลี่ยนลักษณ์ก็จะมีความเร็วไม่พอที่จะหลบรอดลำแสงพวกนั้น”  อากิระกล่าวอย่างครุ่นคิดจนคิ้วแทบจะขมวดชนกัน  “ช่วยไม่ได้  ใช้ไอ้นั่นก็แล้วกัน  อย่างน้อยบนดินแดนนี้ก็ไม่มีผู้เล่นคงไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครรู้”

 

ปลดปล่อยมนตรา  อัสนีบาตรฟาดฟัน

 

            พลังเวทย์ธาตุสายฟ้าทั้งหมดของร่างสถิตมนตราไหลลงสู่ดาบในมือ  ร่างของอากิระก็ค่อยๆกลับเป็นปกติ  เขาตวัดไปทางทางเรนเซลก่อให้เกิดคลื่นพลังสายฟ้าพุ่งไปหาเรนเซล  แม้ว่าปราการเกล็ดมังกรเทพเจ้าจะป้องกันไว้ได้โดยไม่เกิดความเสียหายก็ตาม  แต่แรงปะทะก็ทำเรนเซลที่แทบไม่เหลือพลังเวทย์หนุนเสริมร่างกายต้องถอยไปถึงห้าเก้า

 

หลอมรวมมนตรา

 

            ลูกแก้วเวทมนต์อีกสองลูกลอยขึ้นมาจากพื้นดิน  หนึ่งเป็นสีแดงเพลิง  อีกหนึ่งเป็นสีม่วงเข้ม  ทั้งสองแผ่พลังธาตุไฟและสายฟ้าออกมาอย่างรุนแรง  พร้อมกันนั้นร่างของอากิระก็ปรากฏลวดลายสีแดงเพลิงขึ้นที่ร่างกายซีกขวา  และลวดลายสีม่วงที่ร่างกายซีกซ้าย

 

มหาเวทย์วิถีมารบทที่หนึ่ง – ร่างสถิตมนตรา  ขั้นที่สอง ทวิลักษณ์สอดประสาน

ลักษณ์แห่งไฟและสายฟ้า – ร่างสถิตเทพเพลิงอัสนี

 

            พลังจากลูกแก้วเวทมนต์ทั้งสองไหลลงสู่ลวดลายที่ปรากฏบนร่างอากิระ  ร่างกายของอากิระนั้นแปรเปลี่ยนเป็นขาวอีกครั้ง  ทว่าคราวนี้ใบหน้ากลับแสดงความเจ็บปวดออกมาเล็กๆ  มหาเวทย์วิถีมารร่างสถิตมนตราขั้นที่สงนั้นมีพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล  แต่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียพลังชีวิตที่มากขึ้นถึงขนาดที่มากกว่าอัตราการฟื้นตัวจากปราณวิหคอมตะ  อีกทั้งร่างกายยังต้องรับภาระอย่างมาก

 

            ร่างของอากิระเปลี่ยนเป็นสีขาวจนหมดทั้งร่าง  ประกายสายฟ้าและเปลวเพลิงอันร้อนแรงประทุขึ้นจากร่างเป็นระยะ  พลังเวทย์อันเกรี้ยวกราดแผ่ออกมาจากร่างจนก่อให้เกิดเสียงกรีดอากาศที่ดังราวกับเสียงกรีดร้องของปีศาจร้าย  พริบตานั้นเรนเซลสาบานได้ยังเห็นอากิระอยู่ที่เดิม  แต่เมื่อรู้สึกตัวอีกทีร่างของอากิระก็หายไปจากสายตาของเขา  พร้อมกันกับที่เกล็ดมังกรแตกไปถึงสามชิ้น

 

“อะ...ไร”  เรนเซลไม่รู้จะตกใจที่พลังของอากิระสามารถทำลายเกล็ดมังกรเทพเจ้า  หรือเรื่องความเร็วของอากิระดี  เขารู้เพียงแค่ว่าตอนนี้ทักษะที่เป็นดั่งไม้ตายของตนนั้นไม่อาจพึ่งพาได้อีกแล้ว

 

            หลังจากนั้นสิ่งที่เรนเซลทำได้ก็เพียงแค่ยืนเฉยเพราะไม่อาจเห็นการเคลื่อนไหวของอากิระ  และในขณะเดียวกันกันเกล็ดมังกรก็ค่อยๆแตกสลายลงไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว  จนกระทั่งในที่สุดก็ไม่เหลือเกล็ดมังกรแม้แต่เกล็ดเดียว  ร่างของเรนเซลเองก็ถูกส่งให้กระเด็นออกไปกระแทกกับกำแพงของอาณาเขต  จากนั้นอากิระก็คลายร่างสถิตมนตราขั้นที่สองออก  อากิระมีสภาพที่เหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัด

           

            ลางสังหรณ์ของอากิระบอกให้เขารีบทำลายผนึกอาวุธของลูเครเซีย  ซึ่งอากิระนั้นไม่คิดลังเลแม้แต่น้อยเข้ารีบพุ่งร่างเข้าหาเสาใหญ่กลางห้องใต้ดินทันที  เมื่อเห็นเช่นนั้นเรนเซลก็รีบฝืนร่างตัวเองเพื่อลุกขึ้นแล้วกระโจนร่างตามอากิระไป

 

“หยุดนะเจ้ามนุษย์”  เรนเซลตวาดก้อง  เขานั้นรับหน้าที่มาจากชาร์ล็อตโดยตรงให้ปกป้องผนึกนี้  เขาจะยอมให้ผนึกถูกทำลายเป็นอันขาด

 

            โชคร้ายสำหรับเรนเซล  เพราะกระทั่งหางตาอากิระยังไม่เหลือบไปมอง  ไม่ทันที่เรนเซลจะตามอากิระได้ทัน  รอบร่างกายของเขาก็ถูกล้อมไว้ด้วยลูกแก้วเวทมนต์นับสิบที่ผุดขึ้นมาจากพื้น  ลูกแก้วเวทมนต์ทั้งหมดกลายเป็นวงแหวนเวทมนต์หลากสีสัน  จากนั้นเรนเซลก็ต้องถูกโจมตีด้วยเวทมนต์สารพัดธาตุจนล้มลงกับพื้นและไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีก

 

            อากิระไม่เสียเวลาหันมามองเรนเซลแม้แต่น้อย  เขายังคงมุ่งหน้าเข้าไปหาเสาใหญ่กลางห้อง  เวลาเพียงไม่ถึงสามวินาทีกลับยาวนานดั่งเวลาผ่านไปนับปี  เพียงแค่ไม่ถึงคืบฝ่ามือของอากิระก็จะสัมผัสกับเสาที่ผนึกอาวุธของลูเครเซียเอาไว้  แต่สุดท้ายสิ่งที่ลางสังหรณ์ของอากิระร้องเตือนมาตลอดก็เป็นจริง  ก่อนที่ฝ่ามือของอากิระจะได้สัมผัสเสาต้นนั้นก็ปรากฏกำแพงเวทมนต์สีดำที่มีพลังมหาศาลขึ้นขวางกั้น  พร้อมกันกับที่อาณาเขตของอากิระได้แตกสลายลงราวกับกระจก

 

“อะไรกัน”  อากิระอุทานออกมา

 

“ข้าให้เจ้าทำลายผนึกนั้นไม่ได้หรอกนะ  มนุษย์เอ๋ย”  เสียงอันไพเราะที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาราวกระซิบ  แต่กลับได้ยินอย่างชัดเจนนั้นทำให้อากิระสั่นสะท้านไปทั้งร่าง  ก่อนที่จะทันได้รู้ตัวอากิระก็ถูพลังที่มองไม่เห็นกระแทกร่างให้กระเด็นออกไปจนชนเข้ากับกำแพง

 

“อั้ก...ชิ  ไม่ทันเหรอเนี่ย”  อากิระกัดฟันกล่าวแล้วเงยหน้าขึ้นมองเทพธิดาแห่งรัตติกาล

 

            ผู้ที่ปรากฏแก่สายตาของอากิระนั้นเป็นหญิงสาวร่างเล็ก  ทว่าทรวดทรงของเธอกลับลงตัวกับร่างกาย  เมื่อรวมกับชุดเดรสสีดำสนิทตัดกับผิวสีขาวดั่งไข่มุก  กลับลงตัวจนกลายเป็นความสมบูรณ์แบบ  ดวงหน้ารูปไข่ขาวผ่องเรียบเนียนราวกับว่าไม่มีสิ่งใดจะกล้าเป็นตำหนิบนใบหน้าเธอ  เส้นผมสีดำสนิทยาวสยายถึงขา  ความงดงามที่ได้เห็นนั้นยังมากกว่าลูเครเซียเสียอีก

 

“เจ้ายอดเยี่ยมมากที่ลอบเข้ามาได้โดยที่ข้าไม่รู้  อีกทั้งยังเอาชนะเรนเซลได้  แต่ข้าไม่อาจให้เจ้าทำลายผนึกนี้ได้อย่างเด็ดขาด”  น้ำเสียงที่ไพเราะดั่งดุริยางค์แห่งสวรรค์ที่เปล่งออกจากเรียวปากที่สวยงามนั้นแทบจะสะกดให้ผู้ที่ได้ฟังต้องตกอยู่ในภวังค์

 

            ทว่าอากิระนั้นไม่มีเวลามาหลงใหลในเทพธิดาตรงหน้า  เขารู้ดีว่าเทพธิดาผู้นี้มีพลังมากมายมหาศาลนัก  อาจจะมีพลังมากเสียยิ่งกว่าซุนหงอคงด้วยซ้ำ  ดังนั้นตอนนี้ทางที่อากิระจะเลือกได้นั้นมีเพียงแค่พยายามทำภารกิจของตนให้สำเร็จ  หรือตายด้วยน้ำมือของเทพธิดาผู้นี้

 

 

ผู้เล่นถูก เทพธิดาแห่งรัตติกาล  ชาร์ล็อต  สัตว์อสูรชั้นเทพอสูร  ระดับ35 โจมตี  ผู้เล่นที่ถูกสังหารจะสูญเสีย 70 ระดับ  และรอเวลาเกิดใหม่เป็น 80 ชั่วโมงค่ะ

 

            เสียงรายงานจากระบบแทบจะเป็นเหมือนเสียงของยมทูตสำหรับอากิระ  กับคู่ต่อสู้ระดับนี้เขาไม่มีทางที่จะชนะได้แม้แต่หนึ่งเปอร์เซนต์  แค่สู้ไม่ได้ก็ส่วนสู้ไม่ได้หากจะให้เขายอมตายไปฟรีๆแล้วล่ะก็ไม่มีทางอย่างเด็ดขาด  อากิระจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าถ้าจะต้องตายอย่างน้อยก็ต้องทำภารกิจให้สำเร็จและรับรางวัลจากภารกิจมาชดเชยให้ได้

 

“เอาล่ะนะ”

 

เทพวิชาเก้าวิถี – วีถีมนุษย์  ผู้ท้าทายฟ้าดิน

มหาเวทย์วิถีมารบทที่หนึ่ง – ร่างสถิตมนตราขั้นที่สอง  ทวิลักษณ์สอดประสาน

ลักษณ์แห่งสายฟ้าและลม  ร่างทรงเทพวายุอัสนี

 

            อากิระใช้ร่างสถิตมนตราขั้นที่สองอีกครั้ง  แต่ในครั้งนี้อากิระใช้เวทมนต์ธาตุลมและสายฟ้าเพื่อเพิ่มพูนความเร็วจนถึงขีดสุด  นอกจากนี้อากิระยังใช้วิถีมนุษย์ผู้ท้าทายฟ้าดินของเทพวิชาเก้าวิถี  ซึ่งมีความสามารถในการเพิ่มพลังให้กับอากิระมากขึ้นหากเจอศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า  ยิ่งศัตรูแกร่งเท่าใดอากิระก็จะยิ่งได้รับพลังเพิ่มขึ้น  แต่ก็ยังไม่พอจะต่อการกับเทพธิดาเบื้องหน้า

 

จากนั้นอากิระก็รวบรวมพลังทั้งหมดใช้ความเร็วในชั่วอึดใจพุ่งเข้าหาเสาใหญ่กลางห้องทันที  ฝ่ามือของอากิระสัมผัสเสาใหญ่ที่ผนึกอาวุธและพลังของลูเครเซียได้สำเร็จแต่โชคกลับไม่เข้าข้าง  เพราะเสาที่เห็นนี้แท้จริงแล้วเป็นเสมือนเกราะป้องกันผนึกไว้อีกชั้น  เมื่อมาถึงขั้นนี้เขาก็ไม่อาจถอยได้อีก 

 

อากิระผนึกพลังลงสู่มือของตนแล้วชกใส่เสาเบื้องหน้าจนเสาทั้งต้นแตกกระจายออกไปทันที  เผยให้เห็นคทายาวสีเงินที่ประลวดลายสีทองอย่างประณีต  ที่ยอดคทาประดับไว้ด้วยโลหะที่มีรูปลักษณ์ดั่งปีกสีขาวที่พาดอยู่บนพลอยสีฟ้าเม็ดใหญ่ หากแต่มันกลับถูกพันธนาการด้วยโซ่สีดำเฉกเช่นเดียวกับลูเครเซียก่อนหน้านี้  เมื่อเห็นเป้าหมายอากิระก็ผนึกพลังเวทย์ที่ฝ่ามือและพยายามที่จะสัมผัสคทาตรงหน้า

 

เวทย์รัตติกาลระดับสิบ – ทรูดาร์ค(ความมืดที่แท้จริง)

 

            วงแหวนเวทย์สีดำปรากฏขึ้นเหนือร่างอากิระในพริบตา  พลังเวทย์สีดำอันบริสุทธิ์ถาโถมจากบนลงร่างกดร่างของของอากิระให้กระแทกลงกับพื้น  ก่อนที่ปลายนิ้วของอากิระจะได้สัมผัสคทาเพียงเสียววินาที  พลังของร่างสถิตมนตราขั้นที่สอง  และวิถีมนุษย์  ผู้ท้าทายฟ้าดินสลายไปอย่างรวดเร็วร่างกายของอากิระเหนื่อยล้าจากผลข้างเคียงของทักษะทั้งสองของตนจนแทบไม่ฟังคำสั่งจากสมอง

 

“สามารถผ่านข้ามาจนทำลายเสานี้ได้  ข้าขอชมเชยจริงๆ” 

 

ชาร์ล็อตกล่าวพลางมองอากิระที่ถูกกดร่างไว้ด้วยเวทมนต์ของเธอจนไม่อาจเคลื่อนไหว  จาดนั้นเธอก็เรียกดาบออกมาถือไว้ในมือพร้อมจ้องมองอากิระด้วยแววตาที่ไม่ยินดียินร้าย  ดาบในมือของชาร์ล็อตนั้นงดงามเกินคำบรรยาย  มองด้วยสายตาแล้วไม่เหมือนกับเป็นดาบที่สร้างเพื่อฟาดฟัน  แต่เหมือนกับผลึกสีดำที่มีเนื้อบริสุทธิ์สูงจนดูล้ำค่าในรูปร่างของดาบสองคมเสียมากกว่า  ส่วนคมของดาบนั้นแม้จะเป็นสีดำแต่ก็ใสจนมองทะลุได้  มีความยาวราวหนึ่งเมตรครึ่ง  ด้ามดาบเป็นผลึกสีนิลยาวพอให้ถือได้สองมืออย่างสบาย  ตรงโกร่งดาบที่เชื่อมระหว่างด้ามและคมดาบนั้น  เป็นผลึกอเมทิสต์สีม่วงที่มีลักษณะราวกับปีกเทวทูตที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์

 

ชาร์ล็อตไม่เอ่ยคำพูดใดๆอีกเธอตวัดเข้าใส่ร่างอากิระด้วยท่วงท่าที่ดูแผ่วเบา  แต่แรงโจมตีกลับส่งร่างของอากิระให้ปลิวเข้ากระแทกกับกำแพง  จนกำแพงถล่มทับร่างของอากิระเอาไว้ภายใน

 

            ภายใต้ซากหินจากกำแพงที่พังทลาย  ร่างของอากิระที่อยู่ด้านในนั้นพยายามรวบรวมกำลังเพื่อที่จะลุกขึ้นอีกครั้ง  พริบตาที่เขาขยับตัวก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่หน้าอก  สายตาของเขาจึงพยายามเหลือบลงไปมองร่างกายของตัวเอง  และพบว่าที่หน้าอกของตนนั้นมีบาดแผลขนาดใหญ่ปรากฏอยู่

 

มาได้แค่นี้เหรอ....

 

            ดวงตาของอากิระค่อยๆหรี่ลง  สติของเขาค่อยๆเลือนรางลงไป  การรับรู้  ประสาทสัมผัสเองก็เริ่มทำงานช้าลง  อากิระตระหนักได้ว่าตนนั้นกำลังจะพ่ายแพ้

 

พ่ายแพ้งั้นรึ

 

            คำว่าพ่ายแพ้ที่ดังก้องอยู่ในใจนั้นเป็นเสมือนคำต้องห้าม  สติที่เลือนรางกลับมาอีกครั้ง  ประสาทสัมผัสทั้งหมดกลับมาทำงานเช่นเดิม  ดวงตาที่กำลังจะปิดลงก็เบิกกว้างขึ้น

 

อย่ามาตลก  ไม่มีวันที่ฉันจะยอมแพ้เด็ดขาด  ต่อให้ต้องตายฉันก็จะต้องชนะ

 

            เสียงในหัวใจของอากิระกู่ก้องออกมา  ร่างกายนั้นไม่สนความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย  เขาพยายามฝืนร่างตัวเองให้ลุกขึ้นยืน  พลังเวทย์แผ่กระจายออกจากร่างอย่างมหาศาลส่งให้ซากกำแพงที่ทับร่างเขาต้องระเบิดกระจายออกไป  พร้อมกับที่อากิระได้ลุกขึ้นมาแม้ร่างกายจะเจ็บจนยืนได้อย่างยากลำบาก  แม้บาดแผลที่หน้าอกนั้นจะทำให้ร่างกายของอากิระอาบไปด้วยเลือด   แต่ว่าเขาก็ยังคงยืนหยัดขึ้นมาอย่างมั่นคง  แววตาที่ชาร์ล็อตได้เห็นนั้นไม่มีแววของความพ่ายแพ้แม้แต่น้อย  สิ่งนั้นทำให้หัวใจที่ด้านชาของเทพธิดาแห่งรัตติกาลนั้นกลับสะท้านขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

 

“เอาล่ะนะ”  อากิระพุ่งเข้าหาคทาของลูเครเซียที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่สีดำซึ่งอยู่กลางห้องอย่างรวดเร็ว

 

“หยุดเดี๋ยวนี้”  ชาร์ล็อตพุ่งเข้าแทงดาบใส่ร่างอากิระอย่างไร้ความปรานี  ทว่าร่างที่คมดาบของเธอได้สัมผัสกลับเป็นเพียงภาพลวงตา  ชาร์ล็อตจึงรีบตั้งสมาธิขยายขอบเขตการรับรู้ของตน  และพบว่ามีบางสิ่งกำลังเคลื่อนที่เข้าหาคทาของลูเครเซีย  เธอจึงขว้างดาบในมือเข้าใส่สิ่งนั้นทันที

 

            คมดาบของชาร์ล็อตสัมผัสเข้ากับบางสิ่งที่มองไม่  เมื่อดาบเสียดแทงก็ปรากฏให้เห็นร่างของอากิระที่ถูกคมดาบแทงจนทะลุร่าง  อีกทั้งยังปลิวไปตามแรงขว้างของชาร์ล็อตจนร่างกายถูกปักตรึงเข้ากับผนังของห้อง  ทว่านอกจากอากิระจะไม่แสดงอาการเจ็บปวดแล้วเขายังฉีกยิ้มออกมา

 

“น่าเสียดายนะครับ”

 

            ในตอนแรกชาร์ล็อตก็ไม่เข้าใจในความหมายที่อากิระกล่าวมา  แต่เมื่อสิ้นคำของอากิระเธอก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นเพราะร่างกายที่ถูกปักตรึงไว้ด้วยคมดาบกลับสลายไป  พร้อมกันนั้นก็ปรากฏร่างอากิระนับสิบคนที่กำลังพุ่งเข้าหาคทาที่ถูกพันธนาการ

 

เวทย์รัตติกาลระดับสิบสิบ – กราวิตี้เจล (คุกแรงโน้มถ่วง)

 

            ชาร์ล็อตรีบร่ายเวทมนต์ออกมา  พลังเวทมนต์สีดำสนิทแผ่กระจาย  ร่างทุกร่างของอากิระถูกแรงโน้มถ่วงมหาศาลถาโถมกดร่างให้กระแทกลงกับพื้นอย่างรุนแรง  ร่างของอากิระเกือบทั้งหมดสูญสลายไปทันที  เหลือเพียงหนึ่งร่างที่อยู่ใกล้กับคทาที่สุดเท่านั้นที่ยังไม่หายไป  อากิระรับรู้ได้ว่าเวทมนต์บทนี้นั้นแม้จะไม่ได้มีคุณสมบัติสลายพลังเหมือนก่อนหน้านี้  แต่มันมีพลังทำลายที่มหาศาลกว่า  ร่างของอากิระถูกแรงโน้มถ่วงกดจนเสียงกระดูกลั่นกราว

 

“เจ้านี่น่ากลัวจริงๆ  ขนาดมีพลังน้อยกว่าข้ามากมายยังทำได้ถึงขนาดนี้  แต่ว่าช่องว่างของเรามีมากเกินไป  เจ้าแพ้แล้ว” 

ชาร์ล็อตก้มลงมองร่างอากิระที่ถูกสะกดการเคลื่อนไหวไว้ด้วยเวทมนต์ของตน  ทว่าเมื่ออากิระเงยหน้าขึ้นมาก็ทำให้หัวใจของชาร์ล็อตสั่นสะท้านอีกครั้ง  เพราะดวงตาของชายผู้นี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง  แม้เสียงกระดูกหักจะเริ่มดังออกมาแล้วก็ตาม  ปากของอากิระพยายามจะกล่าวออกมาอย่างยากลำบาก

 

“ผม...ช..นะแล้...อั้ก...แล้วต่าง....หาก”

 

            ชาร์ล็อตถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย  จากนั้นเธอก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นเมื่อร่างของอากิระสลายไปอีกครั้ง  การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาของอากิระนั้นเป็นเพียงภาพมายาเท่านั้น  และเมื่อภาพมายาของอากิระสลายไป  เบื้องหน้าของชาร์ล็อตก็ปรากฏร่างของอากิระที่มีเปลวไฟสีขาวลุกใหม้อยู่บนบาดแผล  มือของเขาในตอนนี้ก็สามมารถสัมผัสกับคทาของลูเครเซียได้สำเร็จแล้ว

 

            อากิระยิ้มอย่างผู้ชนะ  ในพริบตาที่เขาพุ่งออกมาจากซากกำแพงนั้นอากิระก็ใช้ก้าวมายาท่องดาราที่สร้างภาพลวงตาทิ้งไว้ในตำแหน่งที่อากิระเคยอยู่  จากนั้นเขาก็ใช้ทักษะมายาจิ้งจอกสวรรค์สร้างร่างมายาขึ้นมาเรื่อยๆ  และสุดท้ายอากิระก็ใช้ทักษะเวทย์มายาไร้รูปไร้ลักษ์เพื่อซ่อนตัวจากการรับรู้ของชาร์ล็อต  และรอโอกาสจนในที่สุดหลังจากที่ใช้ทักษะมากมาย  และกลยุทธ์ที่พยายามคิดออกมา  อากิระก็สามารถสัมผัสคทาของลูเครเซียได้เป็นผลสำเร็จ

 

เทพวิชาเก้าวิถี – วิถีเทวะ เทพมนตรา

เคล็ดวิชา หัตถ์สลายมนตรา

 

            โซ่สีดำที่พันธนาการคทาไว้ค่อยๆแตกสลายลงไป  พลังเวทมนต์มหาศาลระเบิดออกมาจากคทาสีเงิน  ในเวลาเดียวกันก็ปรากฏเทพธิดาผู้สูงศักดิ์  เส้นผมสีทองสยายออกอย่างสวยงาม  อาภรณ์ที่เคยขาดและเปรอะเปื้อนก็กลับเป็นสวยงามจนไร้ที่ติ  เธอคว้าคทายาวสีเงินมาไว้ในมือแล้วมองชาร์ล็อตด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา  ผิดกับชาร์ล็อตที่มองกลับมาด้วยแววตาเศร้าๆ  จากนั้นเธอกล่าวทักทาย

 

“ไม่ได้เจอกันเสียนานเลยนะ  ชาร์ล็อต”

 

“ท่านลูเครเซีย....”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 312 ครั้ง

2,695 ความคิดเห็น

  1. #2550 ราตรีสีรุ้ง (@Inw_Short) (จากตอนที่ 199)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 12:42
    ระดับสิบสิบ ?
    #2550
    0
  2. #2515 The Killer Princess (@rebornmini) (จากตอนที่ 199)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 18:47
    ไหนว่าไร้รูปไร้ลักษณ์คูลดาวน์2ชม. ทำไมใช้ได้เร็วจังว้า
    #2515
    0
  3. #2325 Meemiza (@NichaPes) (จากตอนที่ 199)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 15:27
    หวังว่าจะจบด้วยดีนะ
    #2325
    0
  4. #2324 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 199)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 11:40
    พันธมิตรกับเทพอสูรตนต่อไปสินะ
    #2324
    0
  5. #2322 Ringka Maiyass (@ringkachan) (จากตอนที่ 199)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 18:58
    อากิระจะตายก่อนหรือจะได้สานสัมพันธุ์กับเทพธิดาก่อนกันแน่55555555
    #2322
    0
  6. #2321 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 199)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 18:14
    ขอบคุณครับ
    #2321
    0