Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 213 : ภาค2 บทที่59 รุ่งอรุณมาเยือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 219 ครั้ง
    28 ต.ค. 61


      โซลาร์หลบหลีกการโจมตีของบาโธรีมาได้จนหมด  ปืนในมือของเขาก็ค่อยๆพังและแตกสลายลงไป  ทว่าโซลาร์นั้นไม่ได้สนเรื่องนั้นแม้แต่น้อย  แต่สิ่งที่เขาสนใจในตอนนี้ก็คือการวิเคราะห์ความสามารถของคู่ต่อสู้

 

“หืม...แบบนี้นี่เอง  มีการโจมตีที่ต่อเนื่องและยังมีการโจมตีจำนวนมากในครั้งเดียวอีกด้วย  แต่ว่านะจุดอ่อนก็ยังมีอยู่ล่ะนะ” โซลาร์วิเคราะห์พร้อมกับเรียกปืนออกใหม่ในมือทั้งสองข้าง

 

“หืม  เรียกอาวุธออกมาได้ใหม่แบบนั้น  หรือว่าท่านจะใช้ศาสตราเวทย์เช่นเดียวกับดิฉันหรือคะ”  บาโธรีกล่าวถาม

 

“เอ๋...อ๋อ  เรื่องนั้นมันก็คล้ายๆกันแหละนะ  แต่ว่าต่างกันนิดหน่อยน่ะ”  โซลาร์ตอบกลับพลางประจุพลังลงในปืนทั้งสองกระบอก

 

“หืม  งั้นดิฉันโจมตีต่อเลยนะคะ”  พูดจบบาโธรีก็ตวัดมือทั้งสองของตน   แส้โลหิตบนนิ้วทั้งสิบถูกตวัดเข้าใส่โซลาร์อย่างรวดเร็ว  ราวกับเป็นตาข่ายมรณะที่ไร้ทางหลบรอด

 

        แต่สำหรับโซลาร์นั้นไม่ใช่เรื่องที่ลำบากขนาดที่เป็นไปไม่ได้  เขามองลำดับก่อนหลังของแส้โลหิตทั้งหมดออกได้ในพริบตา  ก่อนที่แส้โลหิตเส้นแรกของบาโธรีจะเข้าถึงตัวโซล่าร์ก็เคลื่อนไหวก่อน  เขาก้าวเท้าหลบแส้โลหิตทั้งสิบสายได้ก่อนที่การโจมตีจากแส้ทั้งสิบจะเข้าถึงตำแหน่งที่อันตราย  เหมือนกับว่าเขานั้นรู้ความคิดของบาโธรีได้อย่างชัดเจน

 

“ตาฉันบ้างล่ะนะ”  โซลาร์กล่าวอย่างแผ่วเบา   เบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏวงแหวนเวทย์ขึ้นถึงสองวง  มือทั้งสองของเขายกปากกระบอกปืนขึ้นจ่อที่วงแหวนเวทย์ของตนทันที

 

เวทย์ศักดิ์สิทธิ์ระดับแปด – ดาวหางศักดิ์สิทธิ์

 

        โซลาร์เหนี่ยวไกปืนทั้งสองทันที  เสียงปืนดังกังวานขึ้นพร้อมกับกระสุนแสงสีทองก็พุ่งออกจากวงแหวนเวทย์ทั้งสองวงละสี่ลูก   กระสุนแสงทั้งแปดนั้นเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วราวกับดาวหางที่กำลังพุ่งออกไป  โดยเป้าหมายของกระสุนเวทย์ทั้งแปดนั้นก็คือบาโธรีนั่นเอง

 

        บาโธรีเห็นเช่นนั้นก็รีบตวัดแส้โลหิตกลับมาป้องกันตัวเอง  เธอตวัดแส้โลหิตของตนให้หมุนไปรอบตัวเธอเองจนเป็นเหมือนกับตาข่ายที่ปกป้องร่างกาย  แต่แล้วบาโธรีก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก  เมื่อกระสุนเวทย์ทั้งแปดนั้นกลับเลี้ยวหลบแส้ตาข่ายที่ป้องกันร่างของบาโธรีไปได้  จากนั้นกระสุนทั้งแปดก็พุ่งตรงเข้าใส่ร่างของบาโธรีได้อย่างแม่นยำ

 

ตูม!!!

 

       ฝุ่นควันจากการระเบิดฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ  และเมื่อฝุ่นควันเหล่านั้นจากลงก็เผยให้เห็นร่างของบาโธรี  จากที่แต่เดิมนั้นดูสูงศักดิ์และงดงามแต่บัดนี้กลับเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินและโลหิตจากบาดแผล   ริมฝีปากที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มอันน่าหลงใหลก็บิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ

 

“บังอาจ!!!  บังอาจทำให้ข้าคนนี้ต้องมีสภาพเช่นนี้  แกอย่าอยู่เลยเจ้ามนุษย์ชั้นต่ำ”  บาโธรีตะโกนลั่นด้วยความโกรธ  สีหน้าที่แสดงออกมานั้นเป็นดั่งอสูรร้ายที่คลั่งแค้น

 

“เห  สีหน้าแบบนี้สิค่อยน่าสนุกขึ้นมาหน่อย”  โซลาร์ยิ้มกล่าวออกมา  ดวงตาภายใต้หน้ากากของเขาเองก็ทอประกายสีแดงจ้าอย่างชัดเจน

 

 

        ทางด้านแซคและวลาดยังคงห้ำหั่นกันอย่างสูสี  คมดาบและคมหอกของทั้งคู่ต่างก็ถูกแลกเข้าใส่กันอย่างไม่ลดละ  บาดแผลปรากฏขึ้นบนร่างทั้งคู่จำนวนมาก  แต่ทั้งคู่ก็ยังคงฟาดฟัดอาวุธของตนใส่ฝ่ายตรงข้าม  จนกระทั่งการต่อสู้ดำเนินมาถึงจุดสูงสุด  ทั้งวลาดและแซคจึงต้องดีดตัวออกจากกัน

 

“นี่คุณราชาแวมไพร์  ดูเหมือนว่าคุณราชินีนั่นจะคลั่งไปแล้วนะ  แบบนี้จะดีเร้อ”  แซคถามแกมหยอกเย้าพลางชี้ไปที่การต่อสู้ของโซลาร์และบาโธรี

 

“ไม่ไหวๆ  ดูเหมือนนางจะยังควบคุมอารมณ์ได้ไม่เก่งมากนักน่ะครับ แต่ว่าขอบอกไว้ก่อนว่าเวลาที่นางโกรธนั้น  น่ากลัวมากนะครับ”  วลาดถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกล่าวออกมา

 

“น่าสนุกนี่  แล้วนายล่ะเวลาคลั่งจะเป็นยังไงกัน”  แซคกล่าวพร้อมกับเร่งพลังของตนขึ้นอย่างมหาศาลทำให้รอยยิ้มของวลาดหายไปจากใบหน้าของเขา  แซคค่อยๆฉีกยิ้มกว้างออกแล้วตวาดก้อง  “เตรียมรับมือ!!!

 

ทักษะประจำเผ่าพันธุ์ – จำแลงร่างสมิงหมาป่าอสูร

 

       ร่างของแซคค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นจนมีร่างกายที่ใหญ่กว่ามนุษย์ปกติ  บนร่างของเขามีหางและขนอันแข็งกระด้างงอกออกมา  ใบหน้าของเขาดูดุร้ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  รอยยิ้มบนใบหน้านั้นเผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคม

 

“แวมไพร์ก็ต้องเจอกับมนุษย์หมาป่าสิ”  แซคยิ้มแยกเขี้ยวกล่าวพร้อมกับพุ่งเข้าหาวลาดอีกครั้ง  ทำให้วลาดต้องรีบเร่งพลังของตนเพื่อจะรับมือ

 

 

ปังๆๆๆๆ!!!

 

        เสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง  กระสุนพลังเวทย์หลายสิบนัดพุ่งเข้าหาราชินีแวมไพร์ที่กำลังคลุ้มคลั่ง  นางสะบัดแส้โลหิตทั้งสิบสายอย่างว่องไวเพื่อทำลายกระสุนเวทย์ทั้งหมดที่โซลาร์ยิงออกมาได้อย่างไม่ยากเย็น  ทางด้านโซลาร์หลังจากกระหน่ำยิงกระสุนเวทย์เข้าใส่บาโธรีอย่างต่อเนื่อง  ปืนทั้งสองในมือก็ปรากฏรอยร้าวและแตกสลายไป

 

        บาโธรีย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้เธอตวัดนิ้วมือทั้งสิบให้แส้ทุกสายพุ่งเข้าโจมตีโซลาร์อย่างรวดเร็ว  แต่โซลาร์นั้นไม่ใช่กระจอกเขารีบกระโดดหลบไปได้ก่อนที่แส้โลหิตเส้นแรกจะเข้าถึงตัว   จากนั้นโซลาร์ก็หยิบระเบิดควันออกมาจากกระเป๋าแล้วปาลงพื้นเบื้องล่างทันที

 

ตูม!!!

 

       ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วบดบังร่างของโซลาร์ไว้จากสายตาของบาโธรี   และเมื่อกลุ่มควันจางหายไปบาโธรีก็ไม่เห็นร่างของโซลาร์อีก  เธอสอดส่ายสายตาไปทั่วบริเวณเพื่อจะหาศัตรูที่เธอชิงชัง  แต่ยังไม่ทันที่จะหาเจอก็มีบางสิ่งที่พุ่งเข้ากระแทกศีรษะของเธอ

 

เปรี้ยง

 

“หนอย  เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำแกอยู่ที่ไหน!!  บาโธรีคำรามลั่นเมื่อเธอมองเห็นได้ในเสี้ยววินาทีว่าสิ่งที่เข้าโจมตีตัวเธอนั้นก็คือ  กระสุนเวทมนต์คล้ายกับที่โซลาร์ใช้  ต่างเพียงแค่คราวนี้มีพลังทำลายมากกว่าเดิมมากนัก

 

เปรี้ยง

 

       กระสุนเวทย์ถูกยิงออกมาอีกครั้งในทิศทางที่ต่างจากเดิม  คราวนี้กระสุนก็ยังคงถูกยิงเข้าใส่ร่างของบาโธรีอย่างแม่นยำ  ไม่เพียงเท่านี้ยังมีกระสุนเวทย์ที่ถูกยิงเข้าใส่บาโธรีอย่างต่อเนื่อง  ทุกครั้งที่กระสุนเวทย์ถูกยิงออกมานั้นจะมาจากทิศทางที่ต่างกัน  ทำให้บาโธรีไม่สามารถหาตำแหน่งของผู้ที่ยิงใส่เธอได้

 

        และนั่นก็ทำให้บาโธรีโกรธจัด  ดวงตาของเธอทอแสงสีโลหิตออกมาอย่างเจิดจ้า  แส้ทั้งสิบสายของบาโธรีถูกกระจากยออกไปรอบตัวพร้อมกับออร่าพลังเวทย์สีโลหิตที่เข้มข้น  แล้วบาโธรีก็คำรามลั่นก่อนจะลงมือ

 

“ออกมาเดี๋ยวนี้ไอ้สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ”

 

เวทย์โลหิตระดับแปด – ชนวนระเบิดโลหิต

 

        ออร่าพลังเวทย์สีแดงเข้มส่องแสงสว่างจนครอบคลุมไปทั่วบริเวณ  แส้โลหิตทั้งสิบสายระเบิดออกเป็นวงกว้าง  ทำให้แม้แต่หมอกสีเลือดก็ถูกแรงระเบิดพัดกระจายออกไปจนหมดสิ้น  พร้อมกับเงาร่างหนึ่งที่กระโดดขึ้นฟ้า  ร่างของผู้ที่บาโธรีกำลังตามหาโซลาร์นั่นเอง  บาโธรีเห็นเช่นนั้นจึงรีบร่ายเวทมนต์อย่างรวดเร็ว

 

“ตายซะไอ้มนุษย์ชั้นต่ำ”

 

เวทย์โลหิตระดับเก้า – คมเขี้ยวโลหิต

 

        วงแหวนเวทมนต์สีเลือดปรากฏขึ้นตรงหน้าของบาโธรี  คลื่นพลังสีเดียวกับวงแหวนเวทย์ถูกยิงออกในลักษณะที่คล้ายกับเขี้ยวอันแหลมคม  เป้าหมายของคมเขี้ยวนั้นก็คือโซลาร์ที่อยู่กลางอากาศ  แต่โซลาร์สามารถพลิกตัวหลบเวทมนต์โจมตีของราชินีแวมไพร์ไปได้อย่างเฉียดฉิว  จากนั้นเขาก็ยกปืนไรเฟิลในมือขึ้นเล็งมาที่ร่างของบาโธรี  ดวงตาของโซลาร์มองไปที่ศีรษะของบาโธรีผ่านกล้องของปืนในมืออย่างชัดเจน  แล้วกล่าวออกมาเบาๆ

 

“ล็อคออน”

 

เวทย์สายฟ้าผสานเปลวไฟระดับเจ็ด – กระสุนเพลิงอัสนีกัมปนาท

 

เปรี้ยง!!!

 

        วงแหวนเวทย์สีแดงเพลิงและสีม่วงปรากฏขึ้นที่ปากกระบอกปืน  และทันทีที่โซลาร์ลั่นไกกระสุนเวทมนต์ถูกยิงออกมาผ่านวงแหวนเวทย์ทั้งสอง  กลายเป็นกระสุนเพลิงขนาดใหญ่ที่มีสายฟ้าห่อหุ้มเอาไว้พุ่งตรงเข้าหาบาโธรีอย่างรวดเร็ว  บาโธรีที่เห็นเช่นนั้นจึงต้องรีบร่ายเวทมนต์เพื่อสร้างบาเรียขึ้นปกป้องร่างกายของตนทันที

 

ตูม!!!

 

          แรงระเบิดก่อให้เกิดฝุ่นควันหนาแน่นปกคลุมไปทั่วบริเวณที่บาโธรีอยู่  ปืนไรเฟิลในมือของโซลาร์เองก็แตกพังลงไป  แต่โซลาร์ไม่หยุดการโจมตีเพียงเท่านี้ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงสู่พื้น  โซลาร์ก็หยิบระเบิดออกมาแล้วกล่าวกับบาโธรีในกลุ่มควันนั้น

 

“รู้จักทฤษฎีระเบิดฝุ่นหรือเปล่า  คุณราชินีแวมไพร์ผู้สูงศักดิ์”

 

        สิ้นคำโซลาร์ก็ขว้างระเบิดลงไปในฝุ่นควันที่ปกคลุมร่างของบาโธรีไว้  เมื่อเกิดเปลวไฟขึ้นในพื้นที่ที่มีฝุ่นควันอันหนาแน่นจะก่อให้เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง  ทฤษฎีนี้เองก็สามารถใช้ในเกมนี้ได้เช่นกัน  พริบตาที่ประกายไฟจากระเบิดของเขาปรากฏขึ้น  ระเบิดที่ควรจะมีไว้เพื่อโจมตีก่อกวนก็เปลี่ยนเป็นระเบิดครั้งใหญ่ที่รุนแรงจนพื้นดินสั่นสะเทือน

       

        โซลาร์ทิ้งตัวลงสู่พื้นดินได้สำเร็จ  แต่เขายังคงไม่คลายท่าทีพร้อมต่อสู้  เขามองไปยังเปลวเพลิงกองใหญ่ที่เกิดจากการระเบิดอย่างระมัดระวัง  และที่กลางกลองเพลิงนั้นก็มีร่างของหญิงสาวที่กำลังเดินออกมา  บาโธรีที่เคยสวยสง่าบัดนี้เต็มไปด้วยบาดแผล  ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวอย่างน่าหวาดกลัว  สติสัมปชัญญะได้เลือนหายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงความแค้นและความบ้าคลั่งเท่านั้น

 

“แกต้องตาย....แก้ต้องตายเจ้ามนุษย์”  บาโธรีตลาดลั่น  เล็บมือทั้งสิบงอกยาวจนเหมือนกับดาบ  เธอพุ่งเข้าหาโซลาร์อย่างรวดเร็วพร้อมกับตวัดกรงเล็บของตนเข้าใส่อย่างไร้ปราณี

 

        แน่นอนว่าศัตรูที่ไร้ซึ่งสติปัญญานั้นย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่น่ากลัว  แม้การโจมตีจะรวดเร็วแต่ก็เป็นการโจมตีตรงๆซึ่งอ่านการโจมตีได้ง่ายมาก  ดังนั้นก่อนที่กรงเล็บของบาโธรีจะถึงตัว  โซลาร์ก็กระโดดหลบไปได้อย่างง่ายดาย  จากนั้นเขาก็เรียกปืนออกมาใหม่อีกสองกระบอก  ซึ่งคราวนี้ปืนที่เขาเรียกออกมานั้นเป็นปืนกลมือนั่นเอง  นิ้วชี้ทั้งสองข้างของโซลาร์เหนี่ยวไกปืนพร้อมกัน  กระสุนเวทย์จำนวนนับไม่ถ้วนถูกยิงใส่ร่างของบาโธรีอย่างรวดเร็วจน  ทำให้บาโธรีต้องถอยออกไปตามแรงกระแทกของกระสุนเหล่านั้น

 

        ปืนทั้งสองในมือของโซลาร์แตกพังลงไปอีกครั้ง  แต่โซลาร์ไม่มีท่าทีเร่งร้อนอะไร  เขาเรียกปืนออกมาใหม่อีกครั้งในครั้งนี้ปืนที่ถูกเรียกออกมานั้นเป็นปืนพกสีเงินที่มีลำกล้องยาวเกือบหนึ่งเมตร  เขายกปืนขึ้นเล็งไปยังบาโธรีที่ถูกเขายิงจนต้องถอยห่างไปหลายเมตร  วงแหวนเวทมนต์สีทองปรากฏขึ้นหน้าปากกระบอกปืนอีกครั้ง  แต่บาโธรีในตอนนี้ไม่มีสติพอที่จะรับรู้ถึงอันตราย  เธอพุ่งเข้าหาโซลาร์อีกครั้งด้วยความบ้าคลั่ง  โซลาร์ที่เห็นว่าบาโธรีเข้ามาใกล้เกินกว่าจะหลบได้แล้วจึงกล่าวขึ้นพร้อมกับลั่นไก

 

“ลาก่อนนะ  ฉันสนุกมาก”

 

เวทย์ศักดิ์สิทธิ์ระดับเก้า – ทัณฑ์ประหารกางเขนเงิน

 

        กระสุนเวทมนต์ถูกยิงออกผ่านวงแหวนเวทย์เข้าใส่กลางหน้าอกของบาโธรีที่พุ่งเข้ามา  ร่างของเธอหยุดนิ่งกลางอากาศราวกับถูกตรึงเอาไว้  แสงสว่างสีขาวอันเจิดจ้าพวยพุ่งออกจากรอยแผลจากรอยแผลบนหน้าอกของบาโธรี  แล้วระเบิดออกจนกลายเป็นเสาแสงสีขาวที่พุ่งสูงเทียมฟ้าแล้วแตกแขนงออกจนมีลักษณะเหมือนกับกางเขนขนาดยักษ์  ไม่นานนักเสียงรายงานจากระบบถึงค่าประสบการณ์และไอเทมที่ได้รับก็ดังขึ้นในหัวของโซลาร์เป็นการยืนยันว่าราชินีแวมไพร์นั้นได้ถูกกำจัดแล้ว

 

        วลาดเห็นบาโธรีถูกจัดการลงได้ทำให้เขาเผลอเสียสมาธิไปชั่วครู่  และแซคเองก็เห็นช่องโหว่ที่เกิดขึ้นนั้นอย่างชัดเจน  ดาบของเขาถูกเสียบเข้ากลางหน้าอกของวลาดอย่างรวดเร็ว  จากนั้นแซคก็เร่งพลังปราณของตนขึ้น

 

“ลาก่อนนะ  ราชาแวมไพร์ วลาด”

 

คลื่นระเบิดปราณหมาป่าอสูร

 

       พลังปราณของแซคถูกผนึกลงสู่ดาบของตน  จากนั้นพลังปราณที่อัดแน่นบนคมดาบของเขาก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง  เมื่อแซคถอนดาบออกร่างของวลาดก็ค่อยๆล้มลงและสลายกลายเป็นแสงไป

 

ผู้เล่นแซค สังหารราชาแวมไพร์  วลาด  สัตว์อสูรชั้นวีรชน  ระดับ 65  ได้รับค่าประสบการณ์....ค่ะ

ผู้เล่นแซคบรรลุเงื่อนไขเลื่อนระดับเป็น 200 ค่ะ

ผู้เล่นแซคได้รับ หนังสือเวทมนต์ศาสตราโลหิต จำนวนหนึ่งเล่มค่ะ

ผู้เล่นแซคได้รับหัวใจโลหิต  ไอเทมระดับสิบ  จำนวนหนึ่งชิ้นค่ะ

 

สิ้นเสียงรายงานก็พอดีกับที่แสงสว่างเริ่มปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า  และกองทัพผู้เล่นกลุ่มหนึ่งที่เคลื่อนที่เข้ามาจัดการกับเหล่าแวมไพร์ที่ยังเหลืออยู่  แจ็คเห็นเช่นนั้นจึงเดินเข้าไปถามผู้เล่นคนหนึ่งในกองทัพนั้น

 

“เอ่อ  ขอโทษนะครับ  พวกคุณคือใครกัน”

“อ๋อ  เราได้รับรายงานว่ามีสัตว์อสูรโจมตีคาราวานของผู้เล่น  ท่านดีไวน์จึงสั่งให้เรามาช่วยเหลือน่ะ”  ผู้เล่นหนุ่มตอบคำถามก่อนจะพุ่งเข้าไปจัดการกับแวมไพร์ที่เหลืออยู่  โซลาร์ที่ตอนนี้นั่งมองอยู่บนหลังคาของรถม้าแล้วกล่าวขึ้นเบาๆ

 

“เจ้าพวกนี้เป็นตำรวจรึไง  เล่นมาซะตอนเกือบจบเรื่องเลย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 219 ครั้ง

2,694 ความคิดเห็น

  1. #2519 The Killer Princess (@rebornmini) (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 22:00
    ตาสีแดงมีไม่กี่คนที่เป็นตัวหลักหรอก แต่ที่สงสัยคือไปได้ปืนกับทักษะปืนตอนไหนฟะ
    #2519
    1
    • #2519-1 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 213)
      16 พฤศจิกายน 2561 / 22:17
      อ่านดีๆเน้อระวังถูกหลอก โซลาร์คนนี้ปืนก็ไม่ใช่ของจริง แถมที่ใช้ยิงนั่นเวทมนต์ล้วนๆไม่ใช่ทักษะปืน
      #2519-1
  2. #2480 DaiDoo (@DaiDoo) (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 23:18
    เริ่ม งง 5555
    #2480
    0
  3. #2479 Queenquinn (@chan-30) (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 12:16
    กระสุนเพลิงอัสนีกัมปนาท นี่คุ้นๆนะคะไรท์

    ฮั่นแหน่คิดอะไรอยู่
    #2479
    1
    • #2479-1 Queenquinn (@chan-30) (จากตอนที่ 213)
      29 ตุลาคม 2561 / 12:17
      ฟอลค่อลใช่ไหม
      #2479-1
  4. #2478 moobiin_za (@moobiin_za) (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 08:45
    ตัวละครเยอะไปละ แถมไม่มีที่มาที่ไป แล้วก็สู้กันนานไปนะ
    #2478
    0
  5. #2477 Meemiza (@NichaPes) (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 06:53
    สรุปโซลาร์คือใครกันแน่ล่ะเนี่ย~
    #2477
    0
  6. #2476 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 21:53
    ขอบคุณครับ
    #2476
    0