Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 29 : บทที่27 วิหารลึกลับ...ตัวเลือกของวีรบุรุษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 388 ครั้ง
    9 ก.พ. 60

บทที่27 วิหารลึกลับ...ตัวเลือกของวีรบุรุษ

            หลังจากที่อากิระสลบไปเพราะอาการบาดเจ็บไม่นานนั้น เขาก็ฟื้นขึ้นมาและก็ต้องรู้สึกถึงความเจ็บปวดบนร่างกาย เขาจึงมองสำรวจบนร่างตนก็พบบาดแผลมากมายบนร่างกายซีกซ้ายของเขา

            อากิระค่อยๆหยิบน้ำยาฟื้นพลังออกมาดื่มจากนั้นบาดแผลก็เริ่มสมานตัวเอง อากิระรอสักพักจนแผลหายดีแล้วเขาก็ลุกขึ้นสำรวจร่างกายของตน พอเห็นว่าบาดแผลทั้งหมดหายดีแล้วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่เขาก็ต้องขมวดคิ้วออกมาเมื่อพบว่าเรื่องที่ตนเสียไอเทมและทักษะไปนั้นเป็นเรื่องจริง 

     ซึ่งแม้อากิระจะไม่ค่อยเสียดายไอเทมอื่นเท่าไรนักแต่เขาก็รู้สึกเสียดายแหวนผลึกราตรีที่คอยช่วยให้เขาฟื้นพลังเวทย์ และยิ่งเสียดายทักษะที่เสียไปเป็นอย่างมากอีกด้วย แต่เสียดายก็ส่วนเสียดาย อากิระต้องทำใจเพราะของที่ถูกทำลายไปแล้วจะให้เอากลับมาก็คงเป็นไปไม่ได้ จากนั้นเขาก็เปิดหน้าต่างสื่อสารออกมาหมายจะติดต่อหาเพื่อนๆของตน

            แต่ทว่าบนหน้าต่างกลับปรากฏข้อความว่า ไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากผู้เล่นอากิระอยู่ในพื้นที่พิเศษ อากิระจึงต้องขมวดคิ้วขึ้นแล้วปิดหน้าต่างลง เขามองสำรวจไปรอบๆก็พบว่าที่แห่งนี้มีลักษณะเป็นทางยาว ที่ผนังทั้งสองด้านนั้นเป็นหินผาสูงชันจนมองแทบจะไม่เห็นด้านบน เขายืนมองรอบตัวสักพักก็ไม่พบอะไรเขาจึงลองสงบใจแล้วอ่านทิศทางของกระแสลมดู จากนั้นเขาก็เดินต่อไปตามทิศทางที่น่าจะเป็นต้นทางของลมที่พัดเข้ามา

อากิระเดินสำรวจมานานแล้วแต่ก็ยังไม่พบอะไรเขาจึงนั่งลงบริเวณโขดหินเพื่อที่จะพักแต่แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นลวดลายแปลกๆที่กำแพงหินด้านหลัง แต่เขากลับรู้สึกคุ้นเคยราวกับว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เขาจึงเดินตามลายอักษรนั้นไปและแล้วเมื่อเขาตามมาได้สักพักก็พบว่าลวดลายที่ว่านั้นก็หายไป ทำให้เขารู้สึกเซ็งที่ต้องเสียเวลาเดิมตามอย่างเสียเวลาเปล่า

ทว่าเมื่อเขาหันหลังกลับก่อนที่เขาจะจากไปเขาก็ได้ยินเสียงลมรอดออกมาจากด้านหลัง อากิระจึงรีบหันไปมองแล้วเพ่งดูกำแพงหินบริเวณนั้น เขาดูอยู่นานก็สังเกตเห็นรอยตัดบางเฉียบจนแทบจะมองไม่เห็น พอเขาไล่สายตาดูเขาก็พบว่ารอยตัดนั้นเหมือนกับทางเข้าของถ้ำเขาจึงอกแรงผลักดูแต่มันก็ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย อากิระจึงทดลองใช้เวทย์มนต์ทำลายกำแพงตรงนั้นดู แต่กลับไม่ได้ผลเวทมนต์ที่ยิงเข้าใส่กำแพงกลับถูกดูดหายไปอย่างง่ายดาย  แม้แต่ใช้เคียวฟาดแล้วก็ยังสามารถทำลายได้เลย

อากิระเห็นแบบนั้นก็เข้าใจว่าต้องมีกลไกอะไรบางอย่างในการเปิดอย่างแน่นอน เขาจึงเริ่มทำการค้นหาทั่วพื้นที่นั้นอย่างเต็มที่ เขาค่อยๆไล่สายตาหาชนิดที่ว่าต่อให้เป็นเส้นผมเล็กๆก็ไม่มีทางที่จะรอดพ้นสายตาเขาไปได้อย่างเด็ดขาด

ผ่านไปจนถึงค่ำในที่สุดอากิระก็สามารถเปิดหินที่มีลักษณะเหมือนปากถ้ำได้สำเร็จ และก็ปรากฏให้เห็นปากทางเข้าถ้ำขนาดกว้างพอให้คนตัวใหญ่หนึ่งคนเดินได้สบายๆ โดยที่กลไกนั้นก็ไม่มีอะไรมากเพียงแค่ต้องกดสวิตช์สี่สวิตช์เรียงกันตามลำดับให้ถูกเท่านั้นซึ่งสวิตช์แรกถูกซ่อนไว้ใต้ก้อนหินอยู่ห่างไปทางทิศตะวันออกราวๆ 100 เมตร สวิตช์ต่อมามีลักษณะเดียวกับหินที่กำแพงอยู่บนกำแพงผาหินอีกด้านซึ่งหากนับจากสวิตช์แรกแล้วก็คือทิศใต้ สวิตช์ต่อมาอยู่ทางทิศตะวันตกประมาณ 50 เมตรมันอยู่บนโขดหินขนาดใหญ่มีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกับโขดหินนั้น และสุดท้ายคือกำแพงผาหินด้านเดียวกับที่มีถ้ำ และนี่แหละคือสวิตช์ที่เป็นตัวหลอกเพราะมันเป็นสวิตช์เพียงจุดเดียวที่มีสัญลักษณ์แปลกๆอยู่ ทำให้อากิระเสียเวลากับมันไปนาน

หลังจากที่ทางเขาเปิดออกอากิระก็เดินเข้าไปในถ้ำนั้นจากนั้นหินก้อนเดิมก็เลื่อนมาปิดทางเข้าของถ้ำลง และเมื่อทางเข้าถูกปิดภายในถ้ำก็มือลงจนมองอะไรไม่เห็นทันที อากิระจึงต้องร่ายเวทย์แล้วหน่วงไว้จนเกิดลูกแก้วเวทมนต์หลายลูกราวกับเป็นหิงห้อยที่ช่วยส่องแสงนำทางให้กับอากิระ แต่เพราะเวทย์ระดับต่ำนั้นหายไปบทหนึ่งจึงทำให้จำนวนเวทย์ที่อากิระหน่วงเอาไว้เพิ่มขึ้นได้ช้ากว่าเดิม

แล้วอากิระก็เดินต่อไปเขาเดินไปเรื่อยๆ แม้ในถ้ำนี้จะไม่มีสัตว์อสูรออกมาแม้แต่ตัวเดียวแต่เขาก็ต้องเสียเวลามากพอดูเพราะเส้นทางนั้นช่างคดเคี้ยว และยังมีหินงอกหินย้อยจำนวนมากทำให้เขาเดินได้ลำบากอีกด้วย

เขาเดินมานานร่วมๆ 5 ชั่วโมงในที่สุดเขาก็เห็นปลายทางของถ้ำที่ห่างไปราวๆ 500เมตร มีสิ่งปลูกสร้างสีขาวสะอาดและมันยังคงงดงามสว่างไสวแม้จะอยู่ในถ้ำที่มืดมิดเช่นนี้ก็ยังคงมองเห็นได้อย่างชัดเจน

อากิระมาถึงหน้าสิ่งปลูกสร้างนั้นในที่สุด สิ่งปลูกสร้างนั้นเป็นวิหารที่ทำมาจากหินควอตซ์สีขาวใสทั้งวิหาร ตัววิหารมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมคล้ายกับวิหารพาร์เธนอน ในเมืองเอเธนส์ เขาไม่รอช้าแล้วเดินเข้าไปด้านในทันที

ภายในของวิหารนั้นเป็นเป็นห้องโถงที่มีเสาทำจากหินควอตซ์เช่นเดียวกับด้านนอกเรียงอยู่สิบสองต้น และที่กลางห้องนั้นมีรูปปั้นอยู่เป็นรูปปั้นที่ทำจากหินผลึกสีฟ้าอ่อน เป็นรูปร่างของคนในชุดคลุมที่ยกฮู้ดคลุมร่างหัวไว้ทำให้มองเห็นหน้าไม่ถนัดนัก แต่เท่าที่เห็นคร่าวๆก็พอจะระบุได้ว่าเป็นชายอย่างแน่นอน รูปปั้นนั้นใส่เสื้อคลุมยาวคลุมร่างที่บ่ามีเกราะที่มีลวดลายงดงามอยู่

พออากิระเดินเข้าไปใกล้รูปปั้นนั้นก็ปรากฏแสงสว่างจ้าขึ้นมา แล้วก็ปรากฏร่างของชายคนหนึ่ง เป็นชายใส่แว่นที่มีใบหน้าเรียวดูเป็นผู้ใหญ่ที่ทรงภูมิ มีรูปร่างผอมสูงดูเปราะบาง เขามีสีผมและนัยน์ตาสีเงิน สวมใส่ชุดหนังรัดรูปไว้ด้านในและมีเกราะเบาสีเงินที่มีลวดลายงดงามราวกับเกราะของอัศวินแห่งสวรรค์ใส่ผ้าคลุมสีน้ำเงินและที่บริเวณหลังมีผ้าที่คล้ายปีกนกสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏออกมา เขามองมาที่ใบหน้าของอากิระอยู่ไม่นานนักที่เท้าของอากิระก็ปรากฏวงเวทย์สีขาวขึ้นมาแล้วตามด้วยกำแพงแสงที่ขึ้นมาล้อมรอบตัวอากิระไว้เป็นวงกลม จากนั้นไม่นานชายคนนั้นก็เอ่ยออกมา

“สวัสดีครับยินดีต้อนรับสู่มหาวิหารแห่งบรรพกาล กระผมมีนามว่าราซิเอล เป็นผู้พิทักษ์ในวิหารแห่งนี้ครับ” ชายที่มีนามว่าราซิเอลกล่าวออกมาอย่างสุภาพ

“วิหารแห่งบรรพกาลเหรอ” อากิระเพียงพึมพำออกมาเบาๆ

“ท่านคือผู้ที่จะมาทดสอบเพื่อรับพลังที่ถูกเก็บไว้ในวิหารแห่งนี้สินะครับ” ราซิเอลกล่าวออกมา “เงื่อนการเข้าทดสอบคือท่านต้องเคยสัมผัสสิ่งที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในยุคโบราณของโลกนี้สามชนิดขึ้นไป และต้องมีสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ในยุคโบราณในครอบครองอย่างน้อยหนึ่งชนิด ซึ่งท่านได้ผ่านเงื่อนไขที่จะเข้ารับการทดสอบแล้วครับ”

            พอราซิเอลพูดจบอากิระก็ขมวดคิ้วครุ่นคิดออกมา แต่ที่เขานึกได้นั้นยังไงเขาก็ไม่น่าจะได้สัมผัสสิ่งที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ในโลกนี้ถึงสามอย่างเลย

เท่าที่ผมนึกออกที่ผมเคยได้สัมผัสก็น่าจะมีวิหารแห่งวิทยาการ กับภาพสลักนี้พอพูดจบเขาก็หยิบหินภาพสลักที่มีรูปของมังกรทะเลอยู่ นี่คือภาพสลักหินที่เขาได้มาจากประภาคารมายาที่ถูกลืม

ถูกแล้วครับ ทั้งสองสิ่งนั้นคือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ในโลกแห่งนี้ ราซิเอลตอบออกมา

“แล้วอีกสิ่งล่ะครับ” อากิระถามออกมา

“สร้อยคอที่ท่านสวมอยู่ไงครับ นั่นคือสร้อยอัญมณีแห่งความว่างเปล่า มันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิหารนี้โดยตรง” ราซิเอลตอบพลางมองมาที่สร้อยคอของอากิระ

            อากิระที่ได้ยินเข้าก็ตกตะลึงเล็กน้อยที่สร้อยคอความสามารถต่ำซึ่งไม่มีแม้แต่ระดับดาวที่เขาซื้อมาเพียงเพราะลวดลายของมันน่าสนใจเท่านั้นกลับมามีประโยชน์เอาตอนนี้

“เอาล่ะครับ ท่านจะเข้ารับการทดสอบเลยหรือไม่ครับ” ราซิเอลถามอากิระที่หายจากอาการตกตะลึงได้อย่างรวดเร็ว

อากิระครุ่นคิดซักครู่ก็กล่าวออกมา “ตกลงครับ”

พอสิ้นเสียงตอบรับของอากิระ ทั่วทั้งวิหารก็เปล่งประกายแสงสีขาวออกมาสว่างไสวจนอากิระยังต้องหลับตา และแล้วเมืองสว่างแสงสิ้นสุดลงอากิระก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา

ภาพที่เขาเห็นด้านหน้าคือเมืองโบราณที่งดงาม อาคารบ้านเรือนต่างๆจนไปถึงถนนนั้นทำจากหินควอตซ์ที่ขาวสะอาดและดูสว่างไสวเช่นเดียวกับวิหารแห่งบรรพกาล มีผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ในเมือง ผู้คนต่างพากันยิ้มแย้มออกมาแล้วพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน 

ภาพที่เจ้าได้เห็นนั้น คือภาพของนครบรรพกาล ไวท์เฟียร์

            เสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัวของอากิระ เป็นเสียงที่ทุ้มใหญ่นุ่มนวล แต่กลับมีน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยปรากฏออกมาให้สามารถรู้สึกได้

ในตอนนี้ตัวเจ้าจะอยู่ในร่างของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษของโลกในยุคบรรพกาลนี้ และนอกจากนี้เจ้าจะได้รับความรู้ทั้งหมดที่ตัวเขามีในตอนนั้น จากนี้ไปเจ้าจะต้องอยู่ในฐานะของเขา และใช้ชีวิตในเส้นทางเดียวกับเขา เติบโตไปพร้อมกับเขา และมีความรู้สึกร่วมกับเขา และสุดท้ายเจ้าก็จะพบตัวเลือกอันแสนสำคัญเช่นเดียวกับเขา จากนี้ไปตัวข้าจะคอยเฝ้าดูการตัดสินใจของเจ้า

            แล้วเสียงนั้นก็เงียบหายไป อากิระจึงทำการสำรวจตัวเองและพื้นที่รอบด้าน ในห้องนี้เป็นห้องเรียบๆที่มีเพียงเตียงนอน เสื้อผ้าที่แขวนไว้ กระจก และหนังสือมากมายเท่านั้น จากนั้นเขาก็เดินไปที่หน้ากระจกแล้วมองไปยังกระจกที่อยู่ในห้อง

            ภาพในกระจกคือร่างของชายหนุ่มอายุราวๆ สิบห้าปี เขามีใบหน้าหล่อเหลา มีนัยน์ตาสีเขียวมรกต และเส้นผมที่ยาวถึงกลางหลังเป็นสีขาวสวยงามและนุ่มราวกับแพรไหม แต่ทว่าเป็นคนที่ผอมมากอีกทั้งยังมีร่างกายที่มีความสามารถทางกายภาพต่ำ

ข้อมูลที่ไหลเข้ามาในหัวของอากิระ ทำให้เขารู้ว่าชายคนนี้มีนามว่า ฟริเซออน เขาเป็นชายหนุ่มที่มีร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กพ่อแม่ของพวกเขาตายในการต่อสู้กับสัตว์อสูรเพื่อปกป้องเมืองนี้เอาไว้ เขาจึงต้องเติบโตมาโดยอาศัยอยู่กับยายเพียงลำพังแค่สองคน

แต่ทว่าเขากลับไม่ได้รู้สึกน้อยใจใดๆ ที่เขาไม่มีพ่อแม่คอยดูแลตรงกันข้ามเขากลับยิ่งยกย่องพ่อแม่ของเขามาก เขาภูมิใจและรู้สึกชื่นชมที่พ่อและแม่ของเขาเป็นถึงวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จนกลายเป็นว่าในที่สุด ฟริเซออนก็อยากกลายเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ อยากที่จะเป็นเหมือน ไม่สิอยากที่จะเป็นวีรบุรุษที่เหนือกว่าพ่อแม่เขา

จากนั้นฟริเซออน ก็ได้ทำการเรียนรู้ศาสตร์เวทมนต์ต่างๆ ถึงแม้เขาจะมีร่างกายที่อ่อนแอ แต่ทว่าเขากลับเป็นคนที่ฉลาดมาก เขาใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถเรียนรู้เวทย์มนต์ระดับสูงได้หลายบท เพียงไม่นานเขาก็มีความสามารถเหนือกว่า จอมเวทย์ระดับสูงในประเทศนี้

ฟริเซออนเข้าร่วมการต่อสู้กับเหล่าปีศาจมากมายจนมีชื่อเสียง และได้รับการยกย่องจากผู้คนมากมาย เขามีชีวิตรุ่งโรจน์ตามความฝันของตน แต่ทว่าเขากลับรู้สึกว่าเปล่า เขาขาดสิ่งที่มนุษย์ควรจะมีนั่นความรัก

และแล้วในที่สุดจุดเปลี่ยนในชีวิตเขาก็มาถึงเมื่อเขาได้พบกับเด็กสาวคนหนึ่งที่ถูกจับมาในฐานะเชลยศึก ชื่อของเธอคือ นาซิส เมื่อฟริเซออนได้เห็นสภาพของเธอที่ก็รู้สึกสงสารเขาจึงรับเธอมาดูแล และในเวลาเพียงไม่นานเขาและนาซิสก็ได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่าความรัก จากนั้นไม่นานพวกเขาก็แต่งานกัน

เมื่อมีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดชัง และอิจฉา ในเวลาต่อมาสงครามก็เข้ามาประชิดเมืองของเขา ทว่าก่อนที่ฟริเซออนจะออกรบเขาก็ได้รับคำเตือนจากเพื่อนพ้องที่ร่วมรบว่ามีผู้ปองร้ายเขาและครอบครัว ฟริเซออนจึงให้อัศวินกลุ่มหนึ่งคอยคุ้มครองนาซิสก่อนที่เขาจะออกไปรบ

ทว่าเพื่อนสนิทของฟริเซออนที่ได้ฟังว่าฟริเซออน นั้นได้สั่งให้อัศวินคอยคุ้มครองนาซิสก็เกิดเป็นห่วงขึ้นมา เขารู้ดีว่าฟริเซออนเป็นคนมองโลกในแง่ดีและเชื่อใจคนง่ายจึงกล่าวตักเตือนออกมา จนฟริเซออนเริ่มหนักใจว่าเขาจะเชื่อใจพวกอัศวินที่เขามอบหมายให้ปกป้องนาซิสดีหรือ กลับไปหานาซิสด้วยตัวเองดี และในตอนนั้นเองที่สติของอากิระเข้ามาแทนที่

นี่น่ะเหรอที่เราต้องเลือกน่ะ

            ทว่าอากิระนั้นไม่แม้แต่จะคิดเขาที่อยู่ในร่างของฟริเซออนนั้นทิ้งสงคราม ทิ้งชื่อเสียง ทิ้งความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นวีรบุรุษ ทิ้งประเทศที่ต้องปกป้อง แล้วมุ่งหน้ากลับไปหานาซิส

            เมื่อไปถึงเขาก็พบว่าพวกอัศวินที่ฟริเซออน สั่งให้คุ้มครองนาซิสกำลังทำร้ายนาซิสอยู่ แล้วสติของฟริเซออนก็กลับมา เขาจึงใช้เวทมนต์จัดการกับพวกมันทันที

            ฟริเซออนพบว่านาซิสนั้นแม้จะปลอดภัยแต่ก็มีบาดแผลอยู่บนร่างกาย เขาพึ่งจะได้เข้าใจในตอนนี้เองว่าสิ่งที่สำคัญของเขาคือสิ่งใด

จากนั้นฟริเซออนก็พานาซิสมาที่กำแพงเมืองเพื่อที่จะได้คุ้มครองเธอได้ของมองไปยังกองทัพมากมายขณะที่เขากำลังคิดหาทางไล่ศัตรูกลับไปนั้นสติของอากิระก็เข้าครองร่างอีกครั้ง และก็เป็นอีกครั้งที่อากิระไม่รีรอใดๆเขารีบใช้มหาเวทย์หลายบทในความทรงจำของฟริเซออนทำลายทัพศัตรูจนหมดสิ้น แล้วเขาก็ถอนตัวออกจากกองทัพและพานาซิสไปอยู่ด้วยกันในที่ไกลแสนไกล ในระหว่างนั้นเขาก็ทำการช่วยเหลือผู้คนไปตลอดการเดินทางของเขา ทำให้แม้จะไม่ได้รับการสรรเสริญ แต่เขาก็สามารถเป็นวีรบุรุษที่ช่วยเหลือผู้คนได้ อีกทั้งเขายังมีคนรักคอยอยู่เคียงข้างตราบนานเท่านาน แล้วภาพทั้งหมดก็หายไปกลายเป็นวิหารบรรพกาล

จบการทดสอบแรกแล้วครับราซิเอลกล่าวออกมา “ส่วนผลการทดสอบนั้นไว้ผ่านการทดสอบในรอบนี้ไปได้ก่อน แล้วค่อยไปฟังจากผู้ทดสอบที่แท้จริงนะครับ”

อากิระนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวออกมา “แล้วการทดสอบรอบนี้คือ”

“การทดสอบความสามารถ และคุณจะผ่านไปได้ก็ต่อเมื่อแสดงความสามารถที่ทำให้ผมยอมรับได้เท่านั้นครับ” ราซิเอลกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ

ผู้เล่นถูก ทูติสวรรค์แห่งมนตรา ราซิเอล สัตว์อสูรชั้นอัศวิน ระดับ 25 โจมตี หากผู้เล่นถูกสังหารจะถูกลดระดับลง 5 ระดับค่ะ

“กะแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้” อากิระกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา มันคือรอยยิ้มแห่งความสนุกเช่นเคย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 388 ครั้ง

2,695 ความคิดเห็น

  1. #1489 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 09:54
    จะว่ายังไงดี
    มันดูเหมือนจะพึ่งโชคมากไป เล่นเกมวันสองวันก็ได้ของเทพ-อาชีพที่ว่าหาได้ยากสุด

    กำลังจะไปงานกิจกรรมก็ดันถูกทำลายสกิล-อุปกรณ์ แต่ก็ดันมาเจอภารกิจลับ แถมอุปกรณ์ที่ใช้ผ่านเงื่อนไขเพื่อเข้าร่วมภารกิจก็ดันไม่ได้ถูกทำลาย

    ถึงจะเข้าใจว่าโชค ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่แบบว่าอันนี้มันไม่ได้โชว์เรื่องความสามารถในการผจญภัย-วิเคราะห์แนวทางความเป็นไปของเกมเท่าไหร่อ่ะ (แล้วก็มาทำเป็นเซ็งเวลาเจอภารกิจง่ายๆนะ บักอากิระ)
    #1489
    0
  2. #1336 Mako (@kikomaruko) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 00:09
    ทีกะวอยด์ไม่ยิ้มสนุกๆแบบนี้บ้างล่ะจ๊ะ หึหึหึ
    #1336
    1
    • #1336-1 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 29)
      24 พฤษภาคม 2560 / 11:30
      ยิ้มไม่ออก 555
      #1336-1
  3. #402 4seas0n (@4seas0n) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 05:43
    มีคนรักก็มีคนเกลียดแบบนี้เศร้าๆแหะ
    #402
    0
  4. #342 geeminikuper (@geeminikuper) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 19:53
    สู้เค้านะ ต้องรอดกลับไปให้ได้
    #342
    0
  5. #223 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 02:34
    ชีวิตที่แสนจะโชคดี
    ผู้เล่นอันตรายยยย

    เกมจะเปลี่ยนฟอร์แมทก็เพราะเขาาาา
    #223
    0
  6. #68 J-yunah (@deardiana) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:09
    มาต่อเร็วๆนะค่ะ สนุกมาก อ่านเพลินเลยค่ะไรท์ ^0^
    #68
    1
  7. #66 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:32
    ต้องได้โชว์ความสามารถสินะ
    #66
    1
    • #66-1 Night_Birds (@chaostachyon) (จากตอนที่ 29)
      9 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:46
      แหะๆ เอาซะหน่อย
      #66-1