Destiny Fantasia Online โลกแฟนตาซีไร้ขีดจำกัด

ตอนที่ 82 : บทที่78 ทรราชทมิฬ เซราฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13058
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 275 ครั้ง
    30 มี.ค. 60

บทที่78 ทรราชทมิฬ  เซราฟ


            เจ็ดราชันย์นั่นคือนามของผู้เล่นเจ็ดคน  ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเซิร์ฟเวอร์เอเชีย  ทั้งเจ็ดนั้นประกอบไปด้วย


ราชสีห์ทองคำ  อลัน  ผู้นำแห่งกิลด์สิงโตสวรรค์

ราชินีแห่งหายนะ  เกรซ  ผู้นำแห่งกิลด์ร้อยทิวา

อัศวินผู้สูงศักดิ์  ลุคซ์  ผู้นำแห่งกิลด์วิถีอัศวิน

เจ้าหอกอสูร  สเลย์  ไม่ได้สังกัดกิลด์ใดๆ  แต่ว่ากันว่าเขาบงการกิลด์อันดับสูง  กิลด์หนึ่งอยู่

และสุดท้ายสามคนที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในเจ็ดราชันย์

เทพธิดาแห่งดาบ  ฮินะ  ผู้นำแห่งกิลด์ธิดาสวรรค์

จักรพรรดิดาบบุพผา  ฮาคุริว  เจ็ดราชันย์ผู้ไร้สังกัด

และคนสุดท้าย ทรราชทมิฬ  เซราฟ  ผู้นำแห่งกิลด์เทวมาร  หรือก็คือชายผู้ที่อยู่ต่อหน้าของอากิระในขณะนี้นั่นเอง


แน่นอนว่าอากิระนั้นรู้จักชื่อนี้  เพราะอากิระนั้นได้หาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหล่ายอดฝีมือในเกมนี้เอาไว้บ้างแล้ว  อากิระจ้องมองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา  ก่อนจะกล่าวขึ้น


“ทรราชทมิฬ  เซราฟงั้นหรือครับ”

“อสูรมนตรา  อากิระ  มาสู้กับฉันซะ” เซราฟกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“แล้วถ้าผมปฏิเสธล่ะครับ”  อากิระถามด้วยสีหน้านิ่งเฉย

“หึ  คิดว่าจะทำได้งั้นรึ” เซราฟแค่นเสียงตอบกลับ  “นายเล่นงานพวกของฉันไปไม่น้อยเลย  ถ้าหากนายไม่ยอมสู้กับฉัน  ฉันจะเล่นงานเพื่อนในกิลด์นายให้หมดเลย”


            เมื่อได้ฟังดังนั้นสีหน้าของอากิระจากที่เรียบเฉยอยู่แล้ว  ก็ยิ่งดูเรียบนิ่งยิ่งกว่าเดิม  แววตาของอากิระดูร้ซึ่งอารมณ์อีกครั้ง  ก่อนที่เขาจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ


“ทรราชทมิฬ  เซราฟ  ผมรับคำท้า”


            เมื่อได้ฟังอากิระพูดดังนั้นบนหน้าของเซราฟก็ปรากฏรอยยิ้ม  เป็นรอยยิ้มที่ดูโหดเหี้ยม  จากนั้นเขาก็ชักดาบออกมา  แล้วด้านหน้าของเซราฟก็ปรากฏวงแหวนเวทย์ขึ้น

            อากิระนั้นรู้อยู่แล้วว่าทรราชทมิฬ  เซราฟนั้นก็เป็นผู้เล่นอีกคนที่  มีอาชีพนักดาบเวทย์เช่นเดียวกับตน  เพราะฉะนั้น!!!


เวทย์น้ำแข็งระดับห้า – เหมันต์ไร้ชีวิต


            พริบตานั้นจากวงเวทย์ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเซราฟ  ก็ปรากฏแสงสีฟ้าขึ้น  แล้วไอเย็นสีขาวก็ปรากฏขึ้น  พร้อมๆกับที่พื้นที่ทั้งหมดโดยรอบกลายเป็นน้ำแข็งจนหมดสิ้น


เวทย์รัตติกาลระดับห้า – คลื่นรัตติกาลสลายมนตรา


            ในเวลาเดียวกันนั้นอากิระก็ใช้เวทมนต์ที่ใช้สลายเวทมนต์ออกมาเช่นกัน  คลื่นมนตราสีดำทมิฬพุ่งตรงเข้ากลืนกิน  ไอเย็นสีขาวจนหายไปอย่างไร้ร่องลอย  ทว่าคลื่นมนตราสีดำนั้น  ไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้  มันยังเคลื่อนเข้าหาเซราฟต่อโดยที่ความเร็วยังคงเดิม


“โห  ไม่เลวนี่”  เซราฟพูดพร้อมกับกระโดดหลบไปได้อย่างไม่ยากเย็น

“ก็กะไว้แล้วล่ะนะ  ว่าแค่นี้คงทำอะไรคุณไม่ได้” อากิระที่ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของเซราฟ  พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ


            จากนั้นอากิระก็ตวัดดาบเข้าใส่ร่างของเซราฟ  แต่ในพริบตานั้นเซราฟก็ยกดาบขึ้นมาป้องกันเอาไว้ได้  แล้วเขาก็ปัดดาบของอากิระออกพร้อมกับตวัดดาบสวนกลับ  เช่นเดียวกันอากิระนั้นก็สามารถยกดาบขึ้นรับได้เช่นกัน


            แล้วทั้งคู่ก็ผละออกจากกัน  ร่างของทั้งคู่ที่ผละออกจากกันก็ทิ้งตัวลงบนหลังคาของอาคารหลังหนึ่ง  พร้อมกับจ้องฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่วางตา


            เพียงชั่วพริบตาเท่านั้นทั้งอากิระ  และเซราฟก็พุ่งเข้าหากัน  ทั้งสองคนตวัดดาบเข้าหากันอย่างไม่ลดละ  ขอบเขตการต่อสู้ของพวกเขาขายออกไปเรื่อยๆ  จนออกไปนอกอาณาเขตเมืองในที่สุด การต่อสู้ที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วจนผู้เล่นในเมืองไม่อาจมองตามได้ทัน


ทั้งอากิระและเซราฟสู้กันอย่างต่อเนื่องจนกระทั่ง  พวกเขาเข้ามาถึงเขตภูเขา  และแล้วรอบตัวของอากิระ  และเซราฟก็ปรากฏลูกแก้วมนตราขึ้น


ศรมนตราหนึ่งร้อยดอก


            ลูกแก้วเวทมนต์ทั้งหมดกลายเป็นศรเวทย์กว่าร้อยดอก  แล้วลูกศรเวทย์ทั้งหมดก็พุ่งเข้าโจมตีใส่เซราฟอย่างพร้อมเพรียง 

            ทว่าในจังหวะนั้นเอง  อากิระก็มองเห็นว่า  วินาทีก่อนที่ลูกศรเวทมนต์จะเข้าถึงตัวของเซราฟ  ตาของเซราฟก็เบิกกว้างขึ้น  และในแววตานั้นก็ไม่มีแววของความลำบากใจเลย


ตูม!!!!

 

 

            ทางด้านของพวกเทมเพสต์  พวกเขาเองก็กำลังหาทางเพิ่มความสามารถของพวกตนเช่นกัน  พวกเขาเลือกที่จะทำในทุกทาง  ไม่ว่าจะเป็นการพยายามเพิ่มระดับ  การสร้างไอเทมที่เอาไว้สำหรับใช้ในอนาคต


อีกทั้งหาข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่สำคัญต่างๆภายในเกม  ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลรายละเอียดที่เกี่ยวกับยอดฝีมือในเกม  ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษ  ข้อมูลเกี่ยวกับไอเทม  และอื่นๆอีกมากมายด้วย


และในวันนี้พวกเขาก็ได้รับข้อมูลบางอย่าง  เป็นข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นภายในเกมช่วงนี้


“แล้ว...เหตุการณ์ที่ว่าคืออะไรล่ะ”  เทมเพสต์เอ่ยถามเพื่อนๆ

“อืม  รู้สึกจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองแห่งเปลวเพลิง  อินเฟลน่า น่ะ” หลินอิงกล่าวตอบ

“เหตุการณ์อะไรหรือคะ” ลูน่าเอียงคอถามอย่างสงสัย


“อืม...เห็นว่ามีคนไปเจอเข้าโดยบังเอิญน่ะ  รู้ใช่มั้ยว่าเมืองอินเฟลโน่น่ะมีผู้เล่นมากมาย  เพราะที่นั่นมีหอคอยนรกอยู่  และผู้เล่นที่เข้าใกล้บริเวณหอคอยในตอนกลางคืน  ก็มีผู้เล่นที่ตายไปทุกวัน  ที่สำคัญคือ ไม่มีผู้เล่นคนไหนที่รู้ตัวเลยว่าตนตายเพราะอะไร  เห็นว่าเท่าที่พวกเขาจำได้มีเพียงแค่ประตูที่มีเปลวเพลิงอยู่ภายในปรากฏขึ้น  จากนั้นพวกเขาก็ตายไปโดยที่ไม่รู้สึกตัว”  หลินอิงกล่าวบอกถึงเหตุการณ์ที่ตนไปสืบมา


“อืม...มันเกิดอะไรขึ้นนะ” ไอริสกล่าวอย่างสงสัย

“ว่าแต่คุณนักธนูไปไหนเนี่ย”  เป็นนัวร์ที่กล่าวถาม    เพราะว่าในตอนนี้เมเทียร์นั้นไม่ได้อยู่ที่เดียวกับพวกเขา

“เห็นว่าไปกับคุณราซิเอล  แล้วก็ลิซ่าน่ะจ้ะ  รู้สึกว่าพวกเขาเองก็เจอเหตุการณ์แปลกๆเช่นกัน  คุณเมเทียร์ก็เลยไปดูน่ะ”  ลูน่ากล่าวตอบ

“แล้วจะเอายังงัยล่ะ  เรื่องเหตุการณ์แปลกๆ ที่หลินอิงสืบมาล่ะ”  มิกซ์ถามเพื่อนๆถึงประเด็นที่พวกเขาพูดถึงกันอยู่

“อืม  ยังไงก็คงต้องไปดูกันหน่อยล่ะ  มีใครติดต่อไปบอกเมเทียร์รึยัง”  เทมเพสต์ตอบคำถามมิกซ์พร้อมเอ่ยถามเพื่อนๆ

“พี่เทมเพสต์  คุณเมเทียร์บอกว่าไม่ต้องรอค่ะ  พวกคุณเมเทียร์อยู่ห่างจากที่นี่  กว่าจะกลับมาคงนานค่ะ”  ลูน่าบอกกับเทมเพสต์

“งั้นเหรอ  เอาเถอะงั้นพวกเราก็ไปตรวจสอบที่นั่นหน่อยดีกว่า”  เทมเพสต์กล่าวถึงการตัดสินใจของตน


            เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนก็ตอบตกลง  ยกเว้นมิกซ์ที่ต้องไปจัดการเรื่องการหารายได้ให้กับกิลด์วิหคราตรีของพวกตน

 

 

            หลังจากการโจมตีเมื่อฝุ่นควันเริ่มจางลง  อากิระก็ต้องเบิกตากว้างขึ้น  เพราะว่าร่างของเซราฟที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้น  เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด


“อะไรกันเนี่ย” อากิระพูดขึ้นด้วยความตกตะลึง


            ร่างของเซราฟที่อยู่ตรงหน้าของอากิระนั้น  มีเกล็ดปรากฏขึ้นคล้ายเกล็ดของมังกร    และรอบๆร่างของเซราฟก็ปรากฏออร่าที่มีลักษณะเป็นรูปลักษณ์เป็นมังกรสีดำ

“หึ  ไม่เลวๆ ถึงกับทำให้ฉันต้องใช้ จำแลงร่างมังกร  และปราณมังกรมารได้เลยงั้นรึ” เซราฟ กล่าวด้วยรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัว

 

ทักษะประจำเผ่าพันธุ์มังกร  - จำแลงร่างมังกร  (ในระยะเวลาของทักษะ  เพิ่มค่าสถานะทั้งหมด 100%  ลดความเสียหายที่ได้รับทั้งหมด 40% เพิ่มพลังในการโจมตี 50% ทักษะนี้มีผล 30 นาที ทักษะนี้สามารถใช้ได้วันละหนึ่งครั้งเท่านั้น )

 

ลักษณ์แห่งอัสนี

มหาเวทย์วิถีมารบทที่หนึ่ง – ร่างสถิตมนตรา


            อากิระเห็นดังนั้นก็กัดฟันแน่น  แล้วร่างของเขาก็ปรากฏลวดลายสีม่วงขึ้น  พร้อมๆกับกลุ่มก้อนพลังเวทย์ธาตุสายฟ้า  จากนั้นพลังเวทย์จากกลุ่มก้อนพลังนั้นก็ไหลเข้าสู่ลวดลายบนร่างของอากิระ  และเข้าสู่สภาวะของร่างสถิตมนตราธาตุสายฟ้าในที่สุด


            ทั้งอากิระ และเซราฟต่างมองหน้าของฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ในสภาพที่ต่างจากปกติ  ร่างของเซราฟในสภาพของกึ่งมังกร  และร่างของอากิระในสภาพร่างสถิตสายฟ้า ต่างก็ยืนประจันหน้ากันอยู่


เปรี้ยง!!!!

ตูม!!!


            ร่างของอากิระ  และเซราฟหายไปพร้อมกัน  และจากนั้นก็มีประกายไฟที่เกิดจากการปะทะของทั้งคู่ขึ้น  แต่ทว่าการต่อสู้ของทั้งคู่กลับรวดเร็วจนหากมีผู้เล่นทั่วไปมามองดูแล้วล่ะก็  คงไม่อาจที่จะมองตามร่างของทั้งคู่ได้ทันเป็นแน่


            ประกายไฟที่เกิดจากการปะทะกันของทั้งคู่นั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง  จนการต่อสู้ลุกลามขึ้นไปถึงภูเขา  และทั้งคู่ก็มาหยุดร่างอยู่ที่หน้าผา  โดยที่ร่างของอากิระนั้นมีบาดแผลเล็กน้อย  แต่ร่างของเซราฟนั้นกลับไม่มีบาดแผลเลยแม้แต่น้อย


“เกล็ดนั่นช่วยรับการโจมตีเอาไว้สินะครับ”  อากิระกล่าวถาม

“หึ  ถึงแม้จะได้รับความเสียหายก็ตาม  แต่ตราบใดที่มีเกล็ดมังกรนี้  ร่างของฉันก็ไม่มีทางเกิดแผลหรอกนะ” เซราฟตอบด้วยท่าทางที่ดูมั่นใจตลอดเวลา

“ถ้าอย่างนั้น  วันนี้ผมคงต้องขอฝากแผลให้กับร่างนั้นสักหน่อยแล้วล่ะครับ” อากิระยิ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“โห น่าสนใจดีนี่”  เซราฟกล่าวอย่างไม่เดือดร้อนใจ


            ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนนั้นช่างไร้ความหมาย  เพียงเสี้ยวพริบตาทั้งอากิระ  และเซราฟ ก็เข้าประชิดตัวกัน  ทั้งคู่วาดดาบเข้าหากันอย่างไร้ซึ่งความลังเล  ทั้งดาบของเซราฟ  และอากิระต่างก็มีเป้าหมายอยู่ที่คอของอีกฝ่าย


เคร้ง!!!

ฉัวะ!!!

 

           เพียงพริบตาร่างของทั้งคู่ก็สลับตำแหน่งกัน  บนคอของอากิระปรากฏแผลขึ้น  จนเลือดไหลออกมา  อากิระกระอักเลือดออกมาคำโต  ก่อนที่จะฝืนร่างของตนไม่ให้ล้ม


“หึ  อสูรมนตรา  อากิระ  ไหนว่าจะฝากแผล....”


            เซราฟพูดได้เพียงเท่านี้เขาก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดเล็กๆ  ที่แล่นเข้ามาบนแก้มของตน  เซราฟจึงลองจับแก้มตนดูก็พบว่า  เกล็ดมังกรที่แข็งแกร่งของตนนั้นถูกฟันจนเกิดแผล  และนั่นก็ทำให้เซราฟแสดงท่าทางยินดีอย่างปิดไม่มิด  เขาหัวเราะขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง  พร้อมกับแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างเห็นได้ชัด


            เมื่อได้สัมผัสกับรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมานั้น  เขาก็ต้องเผลอถอยออกไปโดยไม่รู้ตัว  ตั้งแต่เขาเริ่มเล่นเกมเดสทินี่ แฟนตาเซีย  ออนไลน์มา  นี่เป็นครั้งแรกที่ทำให้อากิระเกิดความรู้สึกวาดหวั่น  ชายตรงหน้าของเขาในตอนนี้นั้นนี้แข็งแกร่ง!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 275 ครั้ง

2,694 ความคิดเห็น

  1. #1197 The Killer Princess (@rebornmini) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 13:13
    เปิดวิถีมารที่2ดิ้ โอ้ยยยย
    #1197
    0
  2. #757 silensehun (@silensehun) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 00:20
    ร่างจำแลงของอากิระมันไม่น่าตื่นเต้นแล้วอ่ะ แบบ มันเผยไฟ่ตายบ่อยเกินนน
    #757
    0
  3. #575 Prime win (@natchaphon2929) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 02:13
    ดูท่ารอบนี้จะชนะยาก
    #575
    0
  4. #574 triratpay (@triratpay) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:52
    รอค่ะๆๆๆ
    #574
    0
  5. #573 จัย (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:14
    ค้างๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #573
    0
  6. #572 Inw_Short (@Inw_Short) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:12
    #572
    0
  7. #571 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 21:49
    แหมจะถ้าชนะเค้าได้ก็คงต้องใช้เล่ห์อย่างอื่นแล้วละ

    น่าจะยังมีอะไรซุกไว้อีกเยอะ
    #571
    0
  8. #570 destiny_Dragon (@vaultz0025) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 21:00
    เอาแล้วไงของแข็งมาแล้ว
    #570
    0
  9. #569 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 20:48
    ขอบคุณครับ
    #569
    0