14 กุมภาฯ (ChenMin)

ตอนที่ 4 : :: 14 กุมภาฯ :: Curse of Valentine ( 1/2 )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 812
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    2 ก.พ. 57



Curse of Valentine

- 1 -


 






 

Author: ARGEN   

 

 

 

มีคนเคยบอกไว้ว่าการเปิดร้านเบเกอรี่คืองานกรรมกร

แต่คิม จงแดก็ชื่นชอบงานกรรมกรนี้มาก เพราะทำให้เขาได้เจอกับใครอีกคน

 

 

“มาส่งแล้วครับ”

 

ชายหนุ่มตัวเล็กถือกล่องพลาสติกใสเรียงซ้อนกัน 5 ชั้นเดินเข้ามาในร้านกาแฟเล็กๆ ที่ติดริมถนนเหมือนทุกวัน รอยยิ้มกว้างจนตาหยีส่งมาให้เจ้าของร้านกาแฟที่กำลังเสิร์ฟกาแฟให้กับลูกค้าสาว กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วทำให้จงแดรู้สึกสดชื่นและร่าเริงยิ่งกว่าเดิมเขามองเห็นเจ้าของร้านหันกลับมามองที่ตนเองแล้วก็ยิ่งทำให้รู้สึกตื่นเต้น แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เจอกัน แต่จงแดก็รู้สึกตื่นเต้นไปซะทุกครั้งที่ได้เจอชายหนุ่มตรงหน้านี้

 

คิม จงแด ชายหนุ่มอายุ 22 ปี ตัวไม่สูงมาก ผมสีดำซอยสั้น เป็นมนุษย์อารมณ์ดีที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีใหม่ๆ แต่ก็ยังไม่ได้หางานทำเป็นหลักแหล่งเพราะอยากจะลองทำเบเกอรี่ตามความฝันของตนเอง แม้ตอนแรกจะโดนคุณแม่คัดค้านที่ลูกชายคนเดียวจะทำงานอยู่บ้าน แต่พอได้ชิมเค้กฝีมือของจงแด คุณแม่ที่คัดค้านมาตลอดก็เห็นดีเห็นงามด้วย และยังจ้างพยอน แพคฮยอน เพื่อนบ้านสมัยเด็กที่ว่างงานเหมือนกันมาเป็นลูกมือ

 

จงแดก้าวตรงไปยังตู้แช่ที่ว่างเปล่าอย่างระมัดระวังแล้วพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า “ขอโทษที่มาส่งเค้กช้านะครับ พอดีแพคฮยอนเอานาฬิกาปลุกของผมไปซ่อน”

 

“ไม่ใช่ความผิดของฉันซะหน่อย”

 

เสียงหงุดหงิดของชายหนุ่มตัวไล่เลี่ยกับจงแดดังขึ้นแล้วเขาก็ปิดประตูร้านและเดินตัดหน้าคนที่แบกกล่องเค้กตรงไปยังตู้แช่เค้กที่ว่างเปล่า เลื่อนเปิดประตูตู้แช่และช่วยจงแดประคองกล่องเค้กวางลงกับพื้น ก่อนจะหันไปพูดกับเจ้าของร้านว่า “เพราะพี่มินซอกสั่งเค้กเพิ่มนั่นแหละ จงแดก็เลยต้องทำเค้กจนถึงเช้ามืด จะเป็นซอมบี้อยู่แล้ว ผมก็ต้องเอานาฬิกาปลุกไปซ่อนซิครับ จะให้มาส่งที่ร้านพี่มินซอกในสภาพอย่างนั้น เดี๋ยวก็ทำเค้กหล่น”

 

คิม มินซอก เจ้าของร้านกาแฟอายุ 25 ปี มีผมซอยสั้นและนัยน์ตาสีน้ำตาลที่เสริมให้หน้าตาดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง ใจดี แต่ตอนทำงานก็จริงจังเอาเรื่อง รอยยิ้มกว้างทำให้ใครต่อใครก็ตกหลุมรัก สุภาพเรียบร้อย แทบจะเป็นสุภาพบุรุษในอุดมคติก็ว่าได้

 

แต่ตอนนี้ความเป็นสุภาพบุรุษและเอาใจใส่คนอื่นไปทั่วของมินซอกทำให้จงแดรู้สึกน้อยใจ เป็นความน้อยใจที่ไม่มีวันที่เจ้าของการกระทำนี้จะได้รับรู้เลย

 

“อ้าวเหรอ? จงแดก็น่าจะบอกพี่ว่ารับไม่ไหวแล้ว” มินซอกที่เดินเข้ามานั่งยองข้างจงแดเอ่ยขึ้น ดวงตากลมโตมองมาที่คนที่อายุน้อยกว่าพร้อมความรู้สึกผิดที่ทำให้จงแดต้องทำงานหนัก

 

จงแดรีบก้มหน้าและหยิบเค้กส่งให้แพคฮยอนเพื่อจัดเข้าตู้แช่แล้วพูดขึ้นว่า “ก็ไม่ได้ลำบากอะไรหรอกครับ พอดีต้องทำเค้กให้ชานยอลกับแพคฮยอนด้วย มันก็เลยต้องทำจนสว่าง”

 

“แต่ฉันสั่งเอาไว้เป็นสัปดาห์แล้วนะ” แพคฮยอนแย้งแล้วหันไปมองเจ้าของร้านกาแฟที่ยิ่งทำหน้าเศร้ากว่าเดิม คนตัวเล็กอยากจะหัวเราะให้ฟันหลุดเพราะเขาก็พอจะรู้เหตุผลที่เจ้าของร้านกาแฟสั่งเค้กเพิ่ม

 

ก็แค่อยากจะให้เด็กส่งเค้กอยู่ในร้านนานกว่าเดิมใช่ไหมล่ะ?

 

“งั้นเหรอ? พี่ขอโทษด้วยนะ แต่ช่วงนี้ลูกค้าสาวๆ ที่ร้านติดเค้กของจงแดมากกว่ากาแฟของพี่ซะอีก” มินซอกพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ทำให้จงแดรีบส่งเค้กกล้วยหอมให้แพคฮยอนและโบกมือปฎิเสธเป็นพัลวัน คำพูดที่ควรจะพูดก็พูดออกมาไม่ได้ อ้ำๆ อึ้งๆ จนแพคฮยอนเกือบหลุดหัวเราะออกมาในที่สุด

 

“อะไรของแก? บอกไปเลยว่าเต็มใจ” แพคฮยอนพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง จงแดก็พยักหน้ารับทันที ก่อนจะส่ายศีรษะและตอบกลับว่า “ก็...ก็ไม่ได้ลำบากอะไรหรอกครับ แล้วพี่สั่งทำมา ผมก็ได้เงินเพิ่มด้วย ผมจะปฏิเสธทำไมล่ะครับ?”

 

แพคฮยอนมองแล้วก็ส่ายศีรษะอย่างเอือมระอากับความปอดแหกของเพื่อนสนิท ก็พอเข้าใจว่าจงแดไม่ค่อยได้จีบผู้หญิงบ่อยๆ ตอนเรียนก็เอาแต่ทำงานพิเศษเพื่อเก็บเงินไปลงคอร์สเรียนทำเบเกอรี่ แม้จะมีผู้หญิงมาสนใจอยู่บ้าง แต่จงแดก็ดันสนใจแป้งขนมเค้ก ไข่ไก่ ช็อกโกแลต หรือไม่ก็สตรอเบอร์รี่มากกว่าพวกเธอ ถ้าหากไม่ได้เจอมินซอกเข้า เขาก็คงคิดว่าจงแดจะต้องแต่งงานกับขนมเค้กไปชั่วชีวิตแล้ว

 

แต่ก็ไม่รู้ว่ามินซอกถูกใจคนบ้าเบเกอรี่อย่างจงแดได้ยังไง?

 

“งั้นแกจัดเค้กอยู่ที่นี่นะ ฉันจะเอาเค้กไปส่งให้ชานยอล” แพคฮยอนผุดลุกขึ้น ทำให้จงแดเงยหน้ามองตามเพื่อนสนิทที่ยังทำงานไม่เสร็จ แต่กลับหนีไปก่อน และเป้าหมายของแพคฮยอนก็ไม่ใช่ลูกค้าที่สร้างรายได้ให้เลย กลับเป็นเพื่อนที่ชอบตีเนียนกินฟรีหรือไม่ก็ขอเค้กไปขายต่ออย่างปาร์ค ชานยอล

 

“เดี๋ยวๆ จะเอาไปให้ชานยอลตอนนี้เลยเหรอ? ก็ไหนบอกว่าจะเอาไปขายกันตอนเย็นไงล่ะ?” จงแดถามกลับ แพคฮยอนยักไหล่อย่างไม่แยแสแล้วยื่นมือมาดีดหน้าผากของจงแดอย่างแรงและตอบกลับว่า “ก็เอาไปให้ตอนนี้แหละแก วางเค้กใส่ตู้ให้เรียบร้อยนะ เดี๋ยวจะมารับกลับบ้าน”

 

พูดจบแล้วก็รีบซอยเท้าเดินออกจากร้านไปทันที ไม่ได้สนใจเพื่อนที่ส่งเสียงร้องไล่ตามหลังมา หรือสายตาของเจ้าของร้านกาแฟที่ส่งมาให้ด้วยความเอือมระอา

 

“ไปซะแล้ว” มินซอกเปรยขึ้นมา

 

จงแดระบายลมหายใจยาวและตอบว่า “เดี๋ยวจะให้แม่หักเงินค่าจ้างเลย ครั้งที่ 2 แล้วนะที่หนีไปก่อนจะจัดของเสร็จ จ้างมาให้ช่วยทำงานนะหนีไปได้ยังไง?”

 

เห็นจงแดบ่นอุบไม่หยุดปากและส่งสายตามองเค้กช็อกโกแลตในมือของตัวเองราวกับกำลังสาปแช่ง แต่กลับดูน่าเอ็นดูในสายตาของมินซอกมาก เขาขยับตัวนั่งลงด้านข้างจงแดและพูดว่า “พี่ช่วยนะ”

 

คนที่กำลังเรียงเค้กชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยื่นเค้กช็อกโกแลตอีกชิ้นให้กับเจ้าของร้าน รอยยิ้มของมินซอกทำให้หัวใจของจงแดเต้นระรัว แต่เขาก็ต้องข่มใจเอาไว้ไม่ให้มินซอกจับสังเกตได้ เพราะไม่อยากให้รุ่นพี่ต้องลำบากใจกับความรู้สึกของเขา

 

ก็ไม่คิดว่าพี่มินซอกจะชอบผมเลยนี่นา

 

“แล้วพี่ลู่หานยังไม่มาเหรอครับ?”

 

เพราะจงแดไม่เห็นหุ้นส่วนของร้านอีกคนจึงถามขึ้น

 

ลู่หาน เป็นรุ่นพี่ของแพคฮยอนที่แนะนำให้ได้รู้จักกับจงแด เป็นชาวจีนที่มีความุ่งมั่นอย่างสูงยิ่งที่จะหาแฟนเป็นชาวเกาหลีให้ได้ เป็นเพื่อนสนิทของมินซอกและพยายามคะยั้นคะยอให้มินซอกรับรักตัวเองอีกด้วย

 

“คงไปตามหาความรักล่ะมั้ง ช่างมันเถอะ เดี๋ยวก็คงจะมา” มินซอกตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ เบื่อเพื่อนสนิทที่เอาแต่ตามหาความรักไร้สาระทั้งที่ควรจะหางานทำได้แล้ว ไม่ใช่เอาแต่ขอทำงานในร้านของเขา คนเรียนเก่งอย่างลู่หานควรจะได้ทำงานบริษัทดีๆ อยู่แล้ว

 

“เฮ้อ... พูดถึงลู่หานแล้วก็เป็นห่วงมันเหมือนกัน” มินซอกเปรยขึ้นมา จงแดก็พยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น แม้จะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังจะพูดเรื่องอะไรขึ้นมา แต่ถ้าเป็นเรื่องที่มินซอกพูด จงแดก็จะตั้งใจฟังแม้เขาจะไม่ค่อยอยากจะฟังเรื่องของรุ่นพี่ลู่หานเลยก็ตาม

 

ก็เป็นคู่แข่งหัวใจจะให้ยินดีได้ยังไงล่ะ?

 

จงแดพยักหน้ารับแล้วถามกลับว่า “เรื่องอะไรเหรอครับ? ผมก็เห็นพี่ลู่หานแข็งแรง พูดมาก และร่าเริงทุกวันเลย”

 

“เรื่องที่มันไปตามหาความรักแท้ต่างหาก เมื่อวานบอกว่าเจอเนื้อคู่แล้ว จะไปตามหาให้ได้” มินซอกพูดแล้วก็ส่ายศีรษะเพราะเอือมระอาในพฤติกรรมของเพื่อนสนิท หากเนื้อคู่ที่ลู่หานเล็งไว้เป็นคนรุ่นเดียวกันเขาก็คงจะไม่กังวลเลย แต่เด็กหนุ่มที่ลู่หานส่งรูปมาให้ดู ประเมินอายุแล้วก็ไม่น่าจะยังบรรลุนิติภาวะ

 

“ถ้าโดนข้อหาล่อลวงผู้เยาว์จะทำยังไงล่ะ?”

 

“อะไรนะครับ?” จงแดถามกลับเพราะสิ่งที่มินซอกพูดเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก มินซอกหันหน้ากลับมามองจงแดอีกครั้งแล้วระบายลมหายใจยาว ก่อนจะรับเอาเค้กส้มในมือของจงแดมาวางลงกับตู้แช่เป็นอันสุดท้ายแล้วปิดประตูตู้แช่และหันมาพูดกับจงแดว่า “ดื่มกาแฟหน่อยไหม? อีกนานกว่าที่แพคฮยอนจะมารับใช่ไหม?”

 

หนุ่มเบเกอรี่พยักหน้ารับแล้วเลื่อนกล่องพลาสติกที่ว่างเปล่าชิดผนังห้องเอาไว้ไม่ให้เกะกะทางเดิน ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมเคาน์เตอร์บาร์ไปนั่งอยู่ที่เก้าอี้ประจำของตนเอง มินซอกหันไปหยิบถุงผ้าลายเมล็ดกาแฟแล้วยื่นให้เป็นจงแด

 

“ขอบคุณครับ” จงแดตอบรับพร้อมรอยยิ้มกว้าง รูดปากถุงผ้าแล้วหยิบเอากระดาษโพสอิทและปากกาหลากสีออกมาวางไว้บนเคาน์เตอร์ ก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของร้านกาแฟและถามกลับว่า “ให้ผมเขียนชื่อเค้ก แล้วก็ส่วนประกอบเหมือนเมื่อวานใช่ไหมครับ?”

 

มินซอกที่กำลังตักเมล็กกาแฟใส่เครื่องคั่วกาแฟพยักหน้ารับเล็กน้อย และพูดเสริมว่า “วาดรูป หรือเขียนเชียร์ด้วยก็ได้นะ ลูกค้าชอบอ่านข้อความที่จงแดเขียน มีบางคนอยากจะเห็นหน้าจงแดเลยล่ะ”

 

จงแดหลุดหัวเราะออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตนเองอันที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้มีฝีมือวาดรูปดีเด่นอะไรเลย แต่กลับชอบวาดรูปขึ้นมาเพราะคำชมจากมินซอก จงแดชะโงกหน้ามองตู้แช่และไล่ชื่อเค้กพร้อมจดเอาไว้ในโพสอิทสีชมพูเขาดึงกระดาษแผ่นเล็กและแปะลงกับพื้นเคาน์เตอร์บาร์ ก่อนจะเริ่มเขียนชื่อเค้กลงโพสอิทสีเหลืองอ่อนด้วยลายมือที่เป็นระเบียบกว่าเดิม

 

เจ้าของร้านกาแฟมองชายหนุ่มที่ตั้งหน้าตั้งตาเขียนข้อความลงในกระดาษแผ่นเล็กแล้วก็อมยิ้มไปพลางชงกาแฟไป ตอนแรกเขาก็พยายามจะจำชื่อเค้กและเขียนเอง แต่เพราะลู่หานเสนอให้จงแดเป็นคนเขียนเพื่อจะได้แนะนำเค้กชนิดต่างๆ ได้ดีกว่ามินซอกที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเค้ก และยังเป็นข้ออ้างอีกอย่างหนึ่งเพื่อให้จงแดอยู่ร้านกาแฟนานกว่าเดิมอีกด้วย

 

“วันนี้พี่ทำลาเต้ให้จงแดนะ” มินซอกเอ่ยขึ้น จงแดก็ผงกศีรษะรับ แล้วเจ้าตัวก็รู้ว่าเสียมารยาทกับคนที่อายุมากกว่าจึงรีบเงยหน้าและพูดว่า “ครับ ฝีมือชงกาแฟของพี่มินซอกอร่อยอยู่แล้ว”

 

รอยยิ้มกว้างจนตาหยีของจงแดทำให้มินซอกมือสั่นจนแทบจะทำแก้วในมือหล่น ไม่รู้เลยว่าตัวเองปล่อยใจหลงใหลกับรอยยิ้มไร้เดียงสาของจงแดไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้ตัวอีกทีเขาก็หัวใจเต้นแรงกับรอยยิ้มของจงแดไปแล้ว ยิ่งเป็นรอยยิ้มที่เจ้าตัวส่งมาให้เขาโดยตรงอย่างนี้ก็ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนหัวใจจะกระเด็นออกมาดิ้นพั่บๆ อยู่บนพื้น

 

เย็นไว้นะคิม มินซอก

 

จงแดก้มหน้าลงเขียนส่วนประกอบของเค้กส้มแล้วหางตาก็เหลือบเห็นอีกคนที่กำลังเดินเข้ามาในร้าน เขาจึงหันหน้าไปมองและพบว่าเป็นเพื่อนสนิทของมินซอกที่เดินเข้ามาพร้อมเด็กหนุ่มที่สวมชุดนักเรียนสีเหลืองอ๋อย

 

“สวัสดี” ลู่หานยกมือทักทายจงแดที่หันมามอง แล้วไล่สายตาไปยังมินซอกที่อยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ แต่ก่อนที่ลู่หานจะได้ทักทายเพื่อน มินซอกก็พูดแทรกขึ้นมาว่า “นั่นเด็กม.ปลายใช่ไหม? เวลานี้ทำไมไม่ไปเรียน? แกพาเด็กเสียคนใช่ไหมลู่หาน!?”

 

ลู่หานหันหน้ากลับไปมองเด็กหนุ่มตัวสูงที่อยู่ด้านข้างตัวเองแล้วพูดกับเด็กหนุ่มคนนั้นว่า “แล้วไงล่ะ? พี่ไม่ได้พาเซฮุนมาเสียคนซะหน่อย พี่ก็บอกแล้วว่าให้เข้าเรียน”

 

“ไม่อ่ะ โรงเรียนน่าเบื่อ...ออกมาเที่ยวกับพี่ลู่หานดีกว่า” เด็กหนุ่มที่ลู่หานเรียกว่า เซฮุน ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มยียวน ก่อนเดินก้าวเท้าตรงไปหาจงแดที่นั่งอยู่ก่อน จ้องเขม็งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับว่า “พี่คือคนที่ทำเค้กส่งร้านนี้ใช่ไหม?”

 

จงแดพยักหน้ารับเล็กน้อย ระแวดระวังกับท่าทางแปลกๆ ของเด็กหนุ่มคนนี้

 

เด็กนักเรียนชุดเหลืองคว้าเอาโพสอิทที่ยังไม่ได้เขียนพร้อมปากกาสีมาเขียนข้อความอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นให้จงแด

 

ลู่หานเดินตามเข้ามา ส่วนมินซอกก็ชะโงกมองตามด้วย แต่เซฮุนก็ยกมือบังเอาไว้ รอให้จงแดที่กำลังอ่านข้อความในกระดาษให้จบแล้วเงยหน้ามองมาที่เขา เซฮุนฉีกยิ้มกว้างและพูดว่า “ตกลงนะ”

 

“เออ...” จงแดก้มอ่านข้อความในกระดาษอีกครั้ง

 

ช่วยสอนวิธีทำช็อกโกแลตหน่อยซิ อย่าบอกพี่ลู่หานนะ นี่เบอร์ของผม.. xxx-xxxx-xxxx

 

“นะๆ เดี๋ยวมีค่าตอบแทนให้” เซฮุนพูดขึ้นมาอีกครั้ง จงแดที่ยังคงมึนงงอยู่ก็เผลอพยักหน้ารับกลับไป ทำให้เซฮุนยิ้มกว้างและจับยัดกระดาษแผ่นนั้นลงกับกระเป๋ากางเกงของจงแดเอง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ถ้าพี่ว่างแล้วโทรหาผมเลยนะ ไปโรงเรียนแล้วล่ะ พี่อย่าลืมนะ!

 

“อ้าวๆ ไหนบอกว่าโรงเรียนน่าเบื่อไง?” ลู่หานรีบคว้าแขนของเซฮุนเอาไว้ก่อนที่เจ้าเด็กหน้ามึนจะเดินออกจากร้านไป เซฮุนย่นจมูกและส่ายศีรษะอย่างเชื่องช้า ก่อนจะตอบว่า “ทำธุระเสร็จแล้ว ก็กลับไปเรียนได้ เดี๋ยวเย็นนี้จะมาหานะ บายๆ”

 

พูดจบแล้วเซฮุนก็ดึงแขนตัวเองออกจากมือของลู่หาน ก่อนจะวิ่งออกจากนอกร้านไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้แต่ความงุนงงให้กับชายหนุ่มทั้งสามคน

 

แต่แล้วความโชคร้ายก็ตกมาอยู่กับจงแดเมื่อลู่หานและมินซอกพูดขึ้นมาพร้อมกันว่า “เอากระดาษมาดูหน่อย!

 

จงแดนิ่งไปเล็กน้อยแล้วเผลอลูบกางเกงที่มีกระดาษแผ่นเล็กอยู่ข้างใน มีบางอย่างบอกเขาว่าไม่ควรจะให้ลู่หานเห็นกระดาษใบนั้นจึงตอบกลับไปว่า “ก็มีแค่เบอร์โทรของน้องคนนั้นครับ เขาจะจ้างให้ผมทำขนมเค้ก”

 

มินซอกและลู่หานพยักหน้าโดยพร้อมเพรียงกัน ทำให้จงแดส่งยิ้มแห้งให้ทั้งสองคนและรีบพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวผมเขียนชื่อเค้กต่อนะครับ”

 

ลู่หานเดินมานั่งลงกับเก้าอี้ด้านข้างจงแดแล้วเปรยขึ้นมาว่า “นี่มันอะไรกัน? ฉันอุตส่าห์ไปตามจีบตั้งหลายวันเลยนะ แล้วนี่มาเจอจงแดก็กระดี้กระด้าจนลืมฉันไปเลย”

 

มินซอกประคองแก้วกาแฟที่มีฟองนมพูนสูงขึ้นมาเหนือแก้วและถูกตกแต่งให้เป็นแมวอ้วนนอนขดอยู่ในถ้วยกาแฟ จงแดเห็นแล้วก็อดยิ้มกับความน่ารักของมันไม่ได้ ชายหนุ่มรีบคว้าเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาเก็บภาพเอาไว้เหมือนเด็กสาวที่ชอบทำ ท่าทางตื่นเต้นของจงแดทำให้ลู่หานอดหมั่นไส้ไม่ได้และเปรยออกมาว่า “แค่กาแฟถ้วยเดียวเอง ดีใจมากไปรึเปล่า?”

 

“แต่มันน่ารักมากเลยนะครับ ผมไม่เคยเห็นร้านไหนทำแบบนี้เลย รับรองว่ากาแฟของพี่จะต้องถูกใจสาวๆ แถวนี้แน่เลยครับ” จงแดพ่นออกมาเป็นชุดจนลู่หานแทบฟังไม่ทัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาเลย มีแต่มินซอกที่ยิ้มไม่หุบกับคำชมจากจงแด

 

“แต่ถ้าจงแดไม่ดื่มพี่จะน้อยใจนะ พี่ทำเพราะอยากให้ดื่มไม่ใช่อยากให้ถ่ายรูปเก็บไว้ซะหน่อย” มินซอกเอ่ยขึ้นมา ทำให้จงแดยกยิ้มกว้างและตอบว่า “จะดื่มให้อร่อยเลยครับ”

 

ลู่หานระบายลมหายใจยาวออกมาเพราะรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินในโลกใบเล็กๆ ของมินซอกและจงแด ทั้งที่เขาต้องหงุดหงิดเพราะเซฮุนสนใจคนอื่นมากกว่าเขา คิดแล้วลู่หานก็ยอมไม่ได้ เขาจึงพูดแทรกออกมาว่า “เฮ่! มินซอก! แล้ววาเลนไทน์นี้เราจะจัดโปรโมชั่นอะไรบ้าง? จงแดก็อยู่ด้วยจะได้สั่งทำเค้กแบบพิเศษสำหรับคู่รักอะไรพวกนั้นไปด้วยเลย คิดเลยๆ”

 

“จะจัดโปรโมชั่นวันวาเลนไทน์เหมือนที่เคยจัดช่วงคริสต์มาสเหรอครับ?” จงแดถามกลับเพราะช่วงดือนธันวาคมที่ผ่านมาร้านนี้ก็จัดโปรโมชั่นเรียกลูกค้าในเดือนส่งท้ายปีเก่าได้อย่างน่าสนใจ แล้วก็อดคิดถึงสภาพตัวเองที่ต้องอดนอนทำขนมเค้กแบบพิเศษส่งร้านทุกวัน ยังดีที่ช่วงนั้นชานยอลอาสามาช่วยเป็นลูกมืออีกคน ไม่อย่างนั้นเขาคงล้มป่วยไปก่อน

 

“แค่วันเดียวหรือทั้งสัปดาห์เหรอครับ?” จงแดถามกลับ มินซอกขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับว่า “แค่วันเดียวก็พอแล้วล่ะ พี่ก็ไม่อยากให้จงแดอดนอนเหมือนช่วงคริสต์มาสอีก”

 

“พี่รู้ได้ยังไงครับ?” จงแดถามกลับ เพราะเขาไม่เคยบอกเรื่องนี้กับมินซอกเลย

 

ลู่หานส่ายศีรษะอย่างเอือมระอาและตอบแทนเพื่อนสนิทของตนเองว่า “แพคฮยอนโวยวายตอนที่มาส่งวันสุดท้ายนน่ะ บ่นๆ ว่าจงแดไม่ยอมหลับนอนเพราะจะทำเค้กส่งร้านให้ทัน บ่นจนหูชาเลยถ้าทำไม่ทันก็ควรบอกมินซอกนะ ตอนนี้ยอดขายเค้กจะทะลุยอดขายกาแฟที่ร้านไปแล้ว พี่ขี้เกียจจะนับเงินเป็นฟ่อนๆ จะแย่แล้ว”

 

ได้ยินลู่หานพูดออกมาจงแดก็ทำได้เพียงยิ้มแห้งๆ ส่งคืนให้เพราะไม่คิดว่าเพื่อนสนิทจะหักหลังตัวเองอย่างนี้

 

“ก็คิดว่าได้เงินเยอะ ผมก็ไม่อยากจะปล่อยเงินหลุดมือไป” จงแดพยายามแก้ตัว ทำให้มินซอกถามกลับว่า “จงแดร้อนเงินเหรอ? คิดค่าเค้กเพิ่มก็ได้นะ”

 

“ไม่ต้องทำอย่างนั้นหรอกครับ เงินก็ต้องแลกมาด้วยแรงงานที่เท่าเทียมซิครับ” จงแดตอบกลับ ทำให้เจ้าของร้านกาแฟยิ้มจนตาหยี ยิ่งได้รู้จักกับจงแดมากขึ้น เขาก็ยิ่งชอบตัวตนของจงแดมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ทั้งนิสัย ความคิด และรอยยิ้มของจงแด ทำให้มินซอกไม่สามารถละสายตาไปได้เลย

 

หนุ่มเบเกอรี่ก้มหน้าเขียนชื่อเค้กอีกครั้ง ลู่หานจึงลุกจากเก้าอี้เข้าไปหลังร้านเพื่อเปลี่ยนชุดทำงาน

 

“อย่าลืมดื่มกาแฟของพี่นะ” มินซอกกำชับอีกครั้ง จงแดก็เงยหน้าขึ้นมองและพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์

 

 

 

 

แพคฮยอนถอยรถยนต์คันเล็กสีขาวเข้าจอดในโรงรถแล้วจึงลงรถพร้อมควงกุญแจที่มีตุ๊กตาสุนัขสีขาวตัวเล็กห้อยและผิวปากอย่างสบายอารมณ์ กวดาสายตามองไปที่สนามหน้าบ้านของตัวเองแล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเพื่อนข้างบ้านนั่งอยู่ที่ชิงช้าในบ้านของเขา ส่งสายตาดุมาให้ราวกับไม่พอใจ ทำให้แพคฮยอนยิ้มแห้งและรีบวิ่งเข้าไปหาเพื่อนสนิท

 

“ขอโทษนะ พอดีช่วยชานยอลขายเค้กเพลินไปหน่อย”

 

คนตัวเล็กที่มีความผิดติดตัวเดินมานั่งกับชิงช้าด้านข้างจงแดแล้วก็พูดขึ้น จงแดถลึงตาใส่เพื่อนสนิทแล้วพูดว่า “หายไปทั้งวัน แล้วยังติดต่อไม่ได้ด้วย คราวนี้ฉันจะฟ้องแม่ให้ตัดเงินแกจริงๆ ด้วย”

 

“เห้ย... แค่นี้ฉันก็แทบไม่มีเงินไปเที่ยวเล่นแล้วนะ อย่าตัดเงินฉันเลย” แพคฮยอนบ่นอุบ เพราะพ่อแม่ของเขาไม่ให้เงินใช้อีกแล้ว แพคฮยอนที่ยังหางานทำไม่ได้จึงต้องเพิ่งเงินที่ได้จากการเป็นลูกมือของจงแดเพียงอย่างเดียว หากโดนหักเงินอีก เขาคงจะไม่มีเงินเติมน้ำมันรถออกไปเที่ยวตะลอนๆ ทั่วเมือง

 

“แล้วไง? ทิ้งฉันไว้ที่ร้านของพี่มินซอกทั้งวันเลย จนฉันต้องกลับมาเอง” จงแดเอ่ยขึ้น

 

แพคฮยอนฉีกยิ้มกว้างและถามกลับว่า “อ้าว? ไม่ดีเหรอ? ได้อยู่กับพี่มินซอกทั้งวันเลยนะ”

 

“ดีกะผีน่ะซิ คุยกับพี่มินซอกจนไม่มีเรื่องจะคุยด้วยแล้ว ฉันถึงได้กลับมาที่บ้าน” จงแดตอบพลางคิดถึงเหตุการณ์เมื่อกลางวันที่เขานั่งรอแพคฮยอนให้มารับกลับบ้าน แต่เพื่อนสนิทก็ไม่มาเลย โทรศัพท์ไปหาก็ไม่รับและไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้มินซอกพลอยเป็นห่วงไปด้วย

 

“เออ... พูดถึงพี่มินซอก เมื่อไหร่แกจะบอกไปซะที” แพคฮยอนเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างกะทันหัน จงแดส่ายศีรษะปฏิเสธแทบจะทันที

 

“จะบอกไปได้ยังไงล่ะ? ฉันกลัวว่าพี่มินซอกจะไม่ชอบฉัน แล้ว...ถ้าบอกไปพี่มินซอกเกลียดฉันขึ้นมาล่ะ? คิดแล้วมีแต่เสียกับเสีย ตอนนี้คงสภาพเอาไว้เท่านี้ก็พอแล้ว” จงแดระบายความกังวลใจของตนเองออกมาทำให้แพคฮยอนส่ายศีรษะอย่างเอือมระอากับความขี้กลัวของเพื่อนสนิท ทั้งที่เขาก็สังเกตท่าทางของเจ้าของร้านกาแฟก็เอ็นดูจงแดไม่น้อยเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมจงแดไม่รู้ตัวซะที

 

ตอนที่พี่มินซอกมองจงแด.. มองจนแทบจะทะลุแล้วนะ

 

“มักน้อยจริงๆ ถ้าหากวันดีคืนดีมีใครมาตัดหน้าสารภาพรักกับพี่มินซอกล่ะ? แกจะทำยังไง?” แพคฮยอนแกล้งถามกลับ จงแดตวัดสายตามองอย่างเอาเรื่อง แต่สุดท้ายก็ตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้นี่นา คงต้องอกหักดังเป๊าะ!

 

แพคฮยอนยื่นมือไปดันศีรษะของเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ แล้วจงแดก็ส่งสายตาไม่พอใจกลับมาให้อีกครั้งพร้อมพูดว่า “เดี๋ยวสั่งให้แม่หักเงิน”

 

“อย่าหักเงินฉันเลยนะ” แพคฮยอนส่งสายตาอ้อนเพื่อนสนิทแล้วพูดขึ้นมาว่า “ถ้าฉัน... ทำให้พี่มินซอกเป็นแฟนของแกได้ แกจะเพิ่มเงินค่าจ้างให้ฉันไหม? นี่ก็ใกล้จะวันวาเลนไทน์แล้วคงจะหาโอกาสดีๆ สร้างบรรยากาศดีๆ ที่ทำให้แกสามารถสารภาพรักกับพี่มินซอกได้อย่างง่ายดาย ชัวร์! เชื่อมือแพคฮยอนคนนี้ได้เลย!

 

จงแดหันมองเพื่อนสนิทที่ยื่นข้อเสนอมมาให้ มองรอยยิ้มกว้างและแววตาระยับของแพคฮยอนก็หวนคิดถึงความทรงจำในวัยเด็ก แต่ที่ผุดขึ้นมานั้นกลับเป็นการกระทำที่เลวร้ายของเพื่อนตัวเล็กสุดเซี้ยว เขาส่ายศีรษะปฏิเสธทันทีทำให้แพคฮยอนตอบกลับด้วยเสียงขุ่นเคืองว่า “ขอให้เซนต์วาเลนไทน์สาปแช่งแก”

 

 
 

................................................ TBC ………………………………….



 

 

:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

95 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 24 กันยายน 2557 / 23:46
    คนพี่ทอดสะพานจนไหม้แล้วคนน้องก็ยั๊งไม่รู้สึกรู้สา จงแดนี่น้าาาา แต่แบบฮาแบค แสดงว่าสร้างปัญหาให้จงแดมาเยอะสินะ5555555 ปล.เดาถูกด้วย คือรู้เลยว่าพี่ลู่ไปม่อใคร. อายุน้อย แล้วยิ่งมั่นใจเลยเมื่อบอกว่าชุดเหลือง. ภาพเน่น้อยวันจบการศึกษาโผล่เข้ามาทันที 5555555
    #95
    0
  2. #86 Prince_Winwin# (@princewinwin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 17:07
    ชอบก็จีบเลยเซ่ ก็จีบเลยเซ่~
    จงแดอย่าป๊อดอย่างนี้สิลูก จีบเลย
    เป้าหมายมีไว้พุ่งชน!!!! <<คาถาจีบหมิน
    (จงแด:นี่ว่าพี่มินซอกของผมเหรอ!!)
    #86
    0
  3. #73 DucksIcez (@rurebell) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 เมษายน 2557 / 01:45
    ชอบก็จีบสิคะคุณลูกกกก
    ฝ่ายนู้นเขาก็ชอบบบ
    อย่าซึนสิคะหนู
    #73
    0
  4. #34 JD JONGDAE (@panutdaz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:41
    ชอบก็จีบเลยชอบก็จีบเลยเส้จงแด ~ คึคึ >< น่ารักมากเลย ;/////;
    #34
    0
  5. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:23
    แหม~~~~~
    ก็แอบชอบกันอยู่แล้วนินาาาาา
    กล้าๆกันหน่อย คิคิ
    เห็นไหม?? ฮฮ.มาแรงแซงโค้งแล้วววว
    ให้มันรู้กันใครจะอกแตกตายสารภาพก่อน
    คิคิ ♥♥
    #20
    0
  6. #11 mdm'dary (@darunee97) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:14
    มินซอกหลับง่ายซะจริง แต่จงแดนี่นารักมากกกกก 5555555
    #11
    0
  7. #8 zero 1992 (@exolpcm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 02:58
    จะน่ารักกันเกินไปแล้วทั้งคู่เนี่ย แค่รอลุ้นว่าใครจะหมดความอดทนแล้วบอกรักก่อนสินะ
    #8
    0