ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2 : บททดสอบอัตลักษณ์ (ครบ) [ว่าจะเอาไว้สำรอง แต่มือมันลั่นไปอัพเอง]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 705
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    17 ต.ค. 61

           เพิ่งไปดูรายละเอียดมังงะ รีบกลับไปแก้ไทม์ไลน์เวลาแทบไม่ทัน เอาเป็นว่าตอนที่หนูฮานาเอะเจอกะหนูโทโดโรกิละตีกันตอนสอบ ต้องเป็นสี่อาทิตย์ก่อนมิใช่สองอาทิตย์นะ!
           ปล.เหมือนจำได้ลาง ๆ ว่าโทโดโรกินี่นักเรียนทุนใช่มะคะ 55555 ลืมยับเลย บิดรายละเอียดซะเยอะเลยฉัน 555555

00000000000000000000

ตอนที่ 2

บททดสอบอัตลักษณ์ 

          "การทดสอบความเข้าใจของอัตลักษณ์!?" ใครบางคนในห้อง A ทวนคำของอาจารย์เสียดังลั่น ถึงแม้ว่าสนามกีฬาของยูเอจะค่อนข้างกว้างถึงกว้างมากจนเสียงกระจายออกไปได้ไกลทว่านั่นไม่ใช่อุปสรรค
          เหตุเพราะนักเรียนทุกคนในคลาสฮีโร่ล้วนได้ยินวลีเมื่อก่อนหน้า จากที่ทำหน้าปกติก็เลยพากันเปลี่ยนสีไป
          
          "แล้วปฐมนิเทศล่ะ ไม่ก็คำปรึกษาหรือคำแนะนำ? ไม่มีเลยงั้นเหรอคะ" อุรารากะมุ่นคิ้วนิดหน่อยด้วยความกังวล ทว่าท้ายสุดหล่อนก็เลือกจะถามข้อสงสัยที่ยังค้างคาอยู่ออกไป และเพราะแบบนั้นละ...
          ...อาจารย์ประจำชั้นผู้มีสภาพเหมือนคนนอนอดนอนมาแรมปีก็เริ่มสาธยายรายละเอียดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและยานคาง ฟังแล้วง่วงนอนเป็นที่สุด!

เล่นเอาฮานาเอะปิดปากหาวแทบไม่ทัน

ในขณะที่คนอื่นนั้น...พากันงงเป็นไก่ตาแตก

          
          "พวกเธอคงเข้าใจว่าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงจะให้อิสระสินะ แต่คำว่าอิสระนั่นน่ะมันเป็นของพวกเราเหล่าอาจารย์ต่างหาก"

          "ขว้างซอฟต์บอล กระโดดไกล วิ่ง 50 เมตร วิ่งทางไกล วัดแรงบีบมือ กระโดดสลับเส้นข้าง ออกกำลังกายส่วนบน เหยียดแขนไปหานิ้วเท้า กิจกรรมกีฬาทั้งหมดที่เธอรู้จักทั้งหมดในม.ต้นถูกห้ามไม่ให้เพิ่มอัตลักษณ์เข้าไปด้วย"

          "เหตุก็เพราะประเทศนี้ยังไม่มีมาตรฐานเพื่อบันทึกเก็บค่าเฉลี่ยของความสามารถ ซึ่งมันเป็นความไม่ใส่ใจของญี่ปุ่น" อา น้ำเสียงแสนยานคางนั่น ฮานาเอะพยายามแล้วนะ 
          พยายามมาก ๆ แล้วที่จะไม่ให้เปลือกตาของตัวเองต้องทำงานหนัก ทั้งการกระพริบถี่ป้องกันเผลอยืนกลับหรือจะอะไรก็แล้วแต่---

          "คามินาริคนน้อง"
          "คะ?" ---ผลสุดท้าย พอไอซาวะ โชตะหันมาเรียกขานชื่อ ความง่วงที่เกาะกุมไปทั่วก็พลันถูกทำให้สลาย หลงเหลือเพียงเด็กสาวท่าทางสดใส ฉีกยิ้มหวานพร้อมรับทุกคำพูดของคนเป็นอาจารย์
          "ตอนม.ต้นเธอขว้างซอฟต์บอลได้ไกลเท่าไหร่?"

          "ซอฟต์บอลงั้นเหรอคะ"
          "อืม" ถามซ้ำอีกรอบก็ตอบให้อีกรอบ แม้เสียงจะเรื่อยเฉื่อยและเบาจนเกือบจะต้องเงยขึ้นไปเงี่ยหูฟังทว่านั่นก็มากพอให้เด็กสาวต้องกลับมามุ่นคิ้วอย่างใช้ความคิด
          "จำได้ไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่แต่คิดว่าน่าจะราว ๆ ห้าสิบเมตรนี่แหละค่ะ" ว่าไปนั่นก็ยกมือขึ้นจับคางก่อนจะฉีกยิ้ม

          "ถือว่าไม่เลว ถ้างั้นคราวนี้ลองเพิ่มอัตลักษณ์เข้าไปด้วย ตราบเท่าที่ยืนอยู่ในวงกลมนี้เธอจะอยากทำอะไรก็ได้ตามสบาย" ไอซาวะอธิบายเสริมก่อนปลายนิ้วจะชี้ลงตรงพื้น บุ้ยให้เธอต้องเดินตามมา
          "ขอบคุณค่ะ" จากนั้นก็ยื่นอุปกรณ์ทดสอบให้ สาวเจ้ารับไปทั้งรอยยิ้มบางก่อนสีหน้าจะกลับมาจริงจังเมื่อเขาพูดต่อในช่วงสุดท้าย

          "ไม่ต้องยั้งมือละ" และเด็กสาวเจ้าของอัตลักษณ์สายลมก็ทำเพียงแค่ยกยิ้มอีกครั้ง แววตาเลื่อนจากการมองหน้าคนอิดโรยสลับกับลูกบอลในมือ จะมีแอบเหลือบเพื่อนร่วมห้องคนอื่นที่มองมาอย่างสนใจก็แค่ชั่วครู่
          "ฟู่ว" แต่ไม่นานนักก็เริ่มสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ใจเริ่มจดจ่อกับวิธีการโยนลูกออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

          วิ้ว วิ้ว

          ชั่ววูบหนึ่งที่สายลมพัดผ่านทั่วทั้งสนามจนทำให้เส้นผมของเหล่านักเรียนฮีโร่พากันปลิวไปตาม ๆ กันก่อนที่ความแรงของมันจะเพิ่มขึ้นไปอีก
          "ฟู่ว" ยิ่งเด็กสาวตรงนั้นถอนหายใจมากเท่าไหร่กระแสลมก็ยิ่งทวีคูณไปอีก แม้จะไม่หนักข้อจนทำให้เสื้อผ้าปลิวแต่ก็ทำเอาใครหลายแอบทึ่งไม่น้อย

          "พยายามเข้า ฮานาเอะจัง!" ตอนที่เด็กสาวรวบรวมกระแสลมไว้ตรงฝ่ามือและเตรียมจะปาออกไปแล้ว โทนเสียงสดใสของมินะก็แทรกเข้ามา ถึงแม้จะแค่ชั่วขณะทว่านั่นก็ดึงสมาธิของเด็กสาวออกไป

แย่ละ กะแรงพลาด

          ตุบ!

          ติ๊ด ติ๊ด

          ยืนมองลูกกลิ้งออกไปด้วยความรู้สึกอยากกุมขมับ ไม่รู้ว่าจะโกรธตัวเองที่สมาธิหลุดง่ายหรือหงุดหงิดคนให้กำลังใจดี แต่เมื่ออาจารย์ไอซาวะโชว์เครื่องมือแสดงผลลัพธ์ให้กับคนอื่น ๆ ได้เห็น
          "ก่อนอื่นก็ต้องรู้ความสามารถที่เธอทำได้ นี่คือตัวชี้วัดพื้นฐานการเป็นฮีโร่ของพวกเธอ"

อา... ทำได้ 690.8 เมตรละ

          ถึงจะเสียดายไปหน่อยเพราะเธอยังมีโอกาสทำตัวเลขให้สูงขึ้นได้มากกว่านี้...อย่างน้อยก็สักสองถึงสามเมตร แต่เมื่อเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับพวกของอุรารากะที่บัดนี้สมาชิกประกอบไปด้วยอิดะ คุณแว่นผู้มาดขรึม
          มิโดริยะ อิสึคุ คนหัวสาหร่ายเขียวผู้มาพร้อมกับหมัดเดียวอัดหุ่นแทบปลิว ตามมาด้วยมนุษย์หัวกวางเรนเดียร์(?)หรือก็คืออะชิโดะ 

          เจ้าของรอยยิ้มสดใสชวนแสบตาที่ตอนนี้กำลังยืนขนาบข้างกับผู้ชายผมตั้งสีแดงอีกคน ถ้าจำไม่ผิดเหมือนว่าจะชื่อ...คิริชิมะ เอย์จิโร่ก่อนจะตบท้ายด้วยพี่ชายฝาแฝดอย่างเดนกิอีก
          โอ้โหเฮะ โผล่มาเรียนแค่วันแรกก็รู้จักเพื่อนตั้งขนาดนี้เชียว เหนื่อยหน่ายหรือตื่นเต้น ไม่ว่าจะอารมณ์แบบไหนมันก็ชวนให้คิดว่ายุ่งยากด้วยกันทั้งนั้นแหละ!

เฮ่ออ

          "สมกับเป็นฮานาเอะจังเลย ผมน่ะ...คิดมาตั้งแต่ตอนเข้าสอบแล้ว คุณที่ช่วยเหลือทั้งผมแล้วก็อุรารากะซังด้วยการเรียกลมปริมาณมากออกมาชะลอการตกของพวกเรา ทั้งยกให้ลอยขึ้นแล้วก็ยังพยุงให้ยืนได้เป็นปกติจนกว่าจะถูกรักษาจนหายดีอีก สุดยอด!" 

          หนึ่งตัวอย่างที่เห็นชัดจนไม่จ้องไปตามหาที่ไหนไกล คุณมิโดริยะเจ้าเก่าที่หาโอกาสทำความรู้จักกับฮานาเอะมาตั้งแต่ช่วงเปลี่ยนที่เรียน กระทั่งตอนนี้พอจะคุยได้ระดับหนึ่งแล้วนั้น...เด็กหนุ่มก็พลันสาธยายความประทับใจใส่เสียยาวเหยียด

          "ขอบใจนะ" ความคิดที่จะพูดว่าตัวเองยังอ่อนหัดจึงถูกกลืนลงคอไป ทำได้เพียงแค่ส่งยิ้มแห้ง ตอบรับคำชมทั้งจากเจ้าหมอนี่กับคนอื่นด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันกลับไปยังสนาม รอดูนักเรียนฮีโร่อันดับสองเริ่มสำแดงฝีมือเสียที
          "คัตจัง!?"

          "คัตจัง...? หมายถึงบาคุโก คัตสึกิคนนั้นเหรอ" อิดะโพล่งถามอย่างสงสัย นัยน์ตาใต้กรอบแว่นจ้องเพื่อนใหม่สลับกับคนท่าทางก้าวร้าวตนั้น ส่วนฮานาเอะเอง เจ้าหล่อนเพียงยืนกอดอกอกไว้ มองหนึ่งในสองคนเมื่อเช้าที่เอาแต่จ้องเธอจนน่าขนลุก

          "ตาเธอแล้ว บาคุโก ทำให้เต็มที่ละ"
          "เข้าใจแล้ว" เด็กหนุ่มหัวสีครีมขานรับ แขนขวาจับแขนซ้ายห้อยแล้วบิดตรงนั้นตรงทีเพื่อยืดเส้น ก่อนมือจะหันไปรับลูกบอลจากคนเป็นอาจารย์ ยืนอยู่ในวงกลม แล้วก็---

          "ตายซร้า!!" เสียงตะโกนของคำแช่งดังลั่นไปทั่วสนาม เมื่อยามที่เด็กหนุ่มผมสีครีมชี้ไม่เป็นทรงนั่นออกแรงปาลูกบอล ทั้งยังใช้อัตลักษณ์ระเบิดเพิ่มแรงส่งมหาศาลเสียจนเกิดลมและฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ 
          จนเมื่อทุกอย่างสงบลง ลูกบอลกลิ้งลงสู่พื้น มันก็ถึงคราวที่คนเป็นครูประจำชั้นจะประกาศเลขออกมา

          "705.2 เมตร" น้ำเสียงเรื่อยเฉื่อยเหมือนคนอดหลับคนอดนอนแท้ ๆ ไม่รู้ทำไมถึงทำให้พวกนักเรียนพากันคึกนัก นอกจากจะส่งเสียงโห่ร้องด้วยความชื่นชม สายตาหลายสิบคู่ก็พร้อมใจจ้องตรงมาทางกันเป็นตาเดียว
          "เหมือนว่าครั้งสองนี้จะมากกว่าครั้งแรกที่เธอทำอีก อืม...ถ้าฉันจำไม่ผิดนี่---"

          "หนูขว้างได้ 690.8 เมตรค่ะอาจารย์" เด็กสาวผู้เป็นเจ้าของอัตลักษณ์สายลมตอบเสียงเรียบเรื่อย มือยกขึ้นมาเก็บเส้นผมทัดหูก่อนจะเลื่อนสายตาจากอาจารย์ที่พยักหน้าให้เป็นเชิงรับรู้ เปลี่ยนไปมองนักเรียนฮีโร่ลำดับที่สองแล้วอมยิ้มแบบที่พยายามให้ดูเป็นมิตรมากสุด
          "อา ถึงจะเสียดายนิดหน่อยแต่บาคุโกคุงน่ะสุดยอดไปเลยนะที่ทำลายสถิติฉันได้" 
          "เออ! ของมันแน่อยู่แล้ว"

          แต่เหมือนว่าผลลัพธ์จะตรงกันข้ามที่สุดเลย นอกจากคนหัวชี้ฟูจะทำหน้าเหมือนคนกำลังกินนมบูดใส่ ปากตะโกนกร้าวตอบรับคำชมของเธอได้สุดจะไร้มารยาทแล้ว...
          ร่างกายซึ่งสูงกว่าเพียงเล็กน้อยก็ออกตัวชนไหล่เธอจนเซและเกือบจะล้มลงถอยหลังไปแล้วถ้าไม่ใช่ว่าเรียกเค้นกระแสลมโดยรอบออกมาดันหลังได้เสียก่อน

          "เฮ้ย นาย" เท่านั้นแหละ จากอารมณ์กำลังเย็นก็คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเดือดขึ้นอีก ลำบากเดนกิให้ต้องจับไหล่น้องแฝดเอาไว้ ขณะที่อีกคนเอาแต่ส่งยิ้มเยาะ นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงมองก่อนปากจะพูดหาเรื่องแบบที่ชวนให้คันมือยุบยิบ
          "สมน้ำหน้า"

          แล้วก็เดินจากไปยังแถวในสุด ปล่อยให้ฮานาเอะได้แต่ยืนกำหมัดแน่น จะสะบัดมือเดนกิก็กลัวว่าจะโดนพี่แฝดโกรธ ยิ่งกับอีเรเซอร์เฮดนั่นอีก ถ้าไม่ใช่เพราะว่าหล่อนเคยได้ยินแฟทกัมเล่าเรื่องอัตลักษณ์และความสามารถของเขาให้ฟังมาก่อนละก็...

คงได้วางมวยกันสักยกแน่ ไอ้คู่อริอันดับสอง!

          "คะ คัตจังก็เป็นของเขาแบบนี้นั่นละ ถึงจะดูดุไปหน่อยแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคนไม่ดีนะ"
          "มิโดริยะ" ความเดือดดาลที่เด็กสาวเฝ้าข่มและกดให้มันจมลงไป ตอนนี้มีอันต้องชะงักเมื่อโทนเสียงทุ้มของใครบางคนดังแว่วเข้ามา จากเด็กหนุ่มผู้มีส่วนสูงน้อยกว่าเป็นฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาคุยกับเธอด้วย 

          ปลายนิ้วที่กระตุกชายเสื้อ ทั้งยังรอยยิ้มนั่น... น่าอ่อนใจเสียจนฮานาเอะต้องเรียกนามสกุลของเขาเสียงยานคาง
          "อย่าโกรธเขาเลยนะ" แต่อิซุคุก็ยังพูดเสริมต่อไปอีกด้วยท่าทีหนักใจอีกครั้ง ไหล่ของเด็กสาวสายลมที่เกร็งขึ้นอีกนิดเพื่อข่มอารมณ์ถูกลูบขึ้นลงด้วยมือของเดนกิเสริมมาอีก

         
          "นี่นายเห็นฉันเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้นถึงขนาดไหนกันเนี่ย" กวาดมองสีหน้าเพื่อนใหม่อีกหลายชีวิตที่มองมาด้วยอารมณ์หลากหลายสลับกันไป ท่าทางก็ออกไปทางจับตาดูเล็กน้อย... เด็กสาวถึงได้ตัดสินใจจะระบายยิ้ม ตามด้วยคำพูดติดตลก
          "มิโดริยะคุงน่ะไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้ คนกวนประสาทแบบนั้นฉันไม่เก็บมาคิดให้หงุดหงิดเล่นหรอก"

          วิ้ง

          "สบายใจได้!" ท่าตอนขยิบตานั้นก็ด้วยก่อนจะเอื้อมมือไปตบไหล่ ปากอ้าเตรียมจะเอ่ยคำช่วงสุดท้ายกลับมา ทว่า...

"703.5 เมตร"

          ตัวเลขจำนวนใหม่ที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากอาจารย์ไอซาวะท่ามกลางเสียงพูดคุยด้วยความตื่นเต้นถึงสถิติใหม่ที่ประกาศออกมา แม้ว่ามันไม่มากพอจะล้มมือระเบิดเมื่อไปได้ แต่ก็ยังนับว่าสูงกว่าเธอ คามินาริ ฮานาเอะ นักเรียนผู้มีคะแนนสอบเข้าเป็นลำดับหนึ่งอยู่ดี

          "หึ"

          ฉึก

          คล้ายกับว่ามีศรแค้นลอยมาปักเข้าหัวใจอย่างจัง ๆ เพราะตอนที่โทโดโรกิหมุนตัวกลับมาแล้วเดินกลับไปยังจุดเดิม นัยน์ตาสองสีหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากส่งมาให้ ดูก็รู้ว่านี่มันจงใจท้าทายกันชัด ๆ !
          "เอ่อ..."

          บรรยากาศรอบตัวฝาแฝดคามินาริคนน้องถึงกับย่ำแย่ ความรู้สึกหนาววูบที่ทำเอาขนลุกชันเสียจนแฝดคนพี่ต้องมองปราการน้ำแข็งสูงที่ไม่รู้ว่าโทโดโรกิหาทางดันลูกบอลไปไกลตั้งขนาดนั้นได้ยังไง 
          สลับกับสีหน้าบอกบุญไม่รับของน้องสาวที่ภายหลังสงบลงได้เมื่อแม่สาวพ่นกรดเอื้อมมาจับไหล่ หมุนตัวให้หันกลับไป ทั้งเอ่ยชวนคุยด้วยน้ำเสียงสดใสก่อนคนอื่นจะร่วมผสมโรงตาม

         "ขอบคุณพวกนายมากจริง ๆ !" เท่านั้นเองที่ดวงตาสีเหลืองของเดนกินั้นถึงกับพร่า มันเกือบจะตื้นตันไปด้วยน้ำตาของความซึ้งใจยามที่สื่อความรู้สึกโดยไม่ออกปากพูดแล้ว
          แน่นอนว่าคนแรกที่ลอบยกนิ้วโป้งให้คืออุรารากะ ตามด้วยอิดะ คิริชิมะและอะชิโดะเป็นการส่งท้ายอย่างสวยงาม ส่วนมิโดริยะเพียงแค่ส่งยิ้มแห้งให้เท่านั้น

          "คนต่อไป อุรารากะ โอชาโกะ เริ่มทดสอบได้"

....
...
..
.

          และแล้วเวลาของการทดสอบช่วงสุดท้ายในการขว้างซอฟต์บอลก็มาจนได้ แต่ในส่วนของมิโดริยะนั้น...ทั้งที่ได้คะแนนสอบเป็นลำดับที่สิบแท้ ๆ ทว่าเจ้ากลับโดนอาจารย์ไอซาวะเลื่อนให้กลายเป็นคนทดสอบท้ายสุดโดยที่ไม่บอกเหตุผลเลยสักคำ
          "แล้วก็อย่าลืมซะละว่าคนที่ได้ลำดับสุดท้ายน่ะ...จะโดนไล่ออกนะ" นอกเสียจากประโยคที่คอยย้ำเตือนถึงความน่ากลัวในการทดสอบนี้

          ดวงตาสีดำสนิทที่เบิกกว้างจนขอบตาแดงก่ำเพราะผ่านความแห้งมานับไม่ถ้วนบวกกับรอยยิ้มชวนให้ทั้งหงุดหงิดและกดดันไปพร้อมกัน หลังจากที่ประกาศข่าวร้ายไปเมื่อหมาด ๆ โดยไม่มีสีหน้าทุกข์ร้อนอะไร ซึ่งนั่นเกิดขึ้นหลังจากที่อุรารากะปาซอฟต์บอลจนผลออกมาเรียบร้อยแล้วละนะ

          "พวกเธอคิดกันจริงเหรอว่าจะได้ใช้เวลาในสามปีนี้ไปกับช่วงเวลาที่ดีเพื่อเป็นฮีโร่น่ะ"

          "เอาละ ฉันคงต้องตั้งกฎใหม่ให้นักเรียนที่ทำแต้มได้อันดับสุดท้ายต้องถูกไล่ออกทันที"

          "ก็อย่างที่บอกละนะว่าอิสระของพวกเราคือการได้จัดการกับนักเรียนได้ตามที่ต้องการ ฉะนั้นแล้วละก็...ยินดีต้อนรับเข้าสู่โรงเรียนยูเอย์สาขาฮีโร่"

          พูดประโยคแสนยาวเหยียดจนจบปุ๊บ เพื่อนร่วมชั้นปีกว่ายี่สิบหน่อก็พากันสั่นพั่บ ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กหนุ่มผมเขียวที่ยืนข้างฮานาเอะอยู่ตอนนี้ สีหน้าซีดเผือดเสียจนน่าตกใจ ยิ่งตอนที่ลองเอื้อมไปจับมือของเขาเอาไว้...

         ...จึงได้รู้ว่ามันเย็นมากขนาดไหน พร้อม ๆ กับที่เจ้าตัวยืนสะดุ้งเฮือกอยู่ข้างกาย

          "มิโดริยะคุง" แน่นอนว่าท่าทีเหล่านั้นมันดูผิดปกติ ผิดของผิดมากเสียจนเด็กสาวต้องคลายความตื่นตระหนกด้วยการแอบลูบหลังเขาเอาไว้ รีบบอกปัดพวกเพื่อน ๆ ว่าไม่มีอะไร จนกระทั่งทุกคนเลิกมองด้วยความสงสัย เปิดโอกาสให้เด็กสาวได้คุยเสียงกระซิบกับอิสุคุ

         "มันอาจจะพิลึกไปหน่อยถ้าฉันเป็นคนพูดอะไรแบบนี้ แต่นายรู้มั้ยว่าอะไรที่ทำให้ฉันปาลูกออกไปได้โดยที่ตัวเองไม่สติแตกไปซะก่อนน่ะ"
          "สะ สติแตก อย่างฮานาเอะจังน่ะเหรอครับ?" นิ่งฟังเพื่อนตัวเล็กกว่าทวนเสียงใส นัยน์ตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าประโยคก่อนหน้าคือความจริง

          "คิก ๆ " อดไม่ได้จนต้องหัวเราะ ก่อนเด็กสาวเจ้าของเส้นผมสีเหลืองจะฉีกยิ้มกว้าง เบนสายตาตรงไปพื้นที่ทดสอบสลับกับหน้าซีดเผือดนั้นแล้วพูดต่อไปอีก
          "มีอยู่สองสิ่งที่ฉันมักจะใช้เตือนใจตัวเองเสมอเวลาต้องเจอเรื่องใหม่ ๆ ที่ไม่คุ้นเคย"
          "สองสิ่ง?"

         "ใช่ เป็นหลักการง่าย ๆ ที่โปรฮีโร่คนหนึ่งเคยบอกกับฉันมา แน่นอนว่าคนขี้กังวลแบบนายก็ทำได้สบายเชียวละ แค่พูดกับตัวเองว่าฉันทำได้ติดกันสามครั้ง แล้วก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วปล่อยออกมาทีละนิด" 
          "แต่ถ้ากังวลหนักจนไม่ได้ผล จะตบแก้มทั้งสองข้างตัวเองแรง ๆ ร่วมด้วยก็ได้นะ เวลาที่เจ็บจนตกใจ...เดี๋ยวนายก็หายตื่นกลัวเองนั่นละ" หยิบยืมแง่คิดของคนที่เป็นอาจารย์ออกมาใช้เสียหน่อย

          ไม่รู้หรอกนะว่าผลจะออกมาเป็นยังไงทว่ามิโดริยะน่ะเงียบเสียงลงไปแล้ว ซ้ำดวงตาคู่นั้นยังหลุบต่ำลงมองพื้น อา...เหมือนว่ามันจะไร้ผลยังไงก็ไม่รู้แฮะ
          "นี่ มิโดริ---"

          เพียะ!

          "!!"เสียงกระทบของผิวเนื้อดังลั่นไปทั่วบริเวณ ขณะนี้เป็นตาของเดนกิที่กำลังทดสอบพอดี...แต่แล้วก็ต้องมีอันให้หยุดชะงักไปชั่วขณะเพราะคนบางคน อดไม่ได้จนอาจารย์ไอซาวะต้องหันมามองตาม จนเมื่อพบว่าเด็กหนุ่มมีกระเพียงแค่ตบแก้มเรียกสติเท่านั้น ความสงบก็กลับคืนมาทันที

          "ไม่คิดเลยนะว่านายจะทำมันตั้งแต่ตรงนี้น่ะ" ยัยหนูสายลมลอบกระซิบเสียงเบาใส่เพื่อนใหม่ ความรู้สึกเหงื่อตกที่เกิดขึ้นทว่าก็ซุกซ่อนด้วยความยินดีในใจด้วยเมื่อหล่อนได้พบว่าสีหน้าของมิโดริยะตอนนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ท่าทางของตอนนั้นกับตอนนี้นั้น...

อา เป็นคนที่ออร่าฮีโร่จับดีชะมัด

         "ขอบคุณนะครับ ฮานาเอะซัง" ไม่มีบทสนทนาใดต่อความเรื่องเดิมให้ยาวขึ้นไปอีก นอกเสียจากเด็กหนุ่มหน้าขึ้นกระที่พูดส่งท้ายประโยคนี้ด้วยรอยยิ้ม นิ้วเกาแก้มอย่างเขินอายตามประสา แต่ก็นั่นละ---
         "ด้วยความยินดีจ้ะ อิซุคุคุง"

         "--นาเอะ"
         "..."
         "ฮานาเอะ!" เผลอเหม่อนานไปหน่อยเพราะสมองย้อนคิดถึงเรื่องเมื่อหลายนาทีก่อนหน้า กระทั่งไหล่ขวารับรู้ได้ถึงความแสบและคาดว่าจะได้แดงในไม่ช้า เจ้าหล่อนก็เลยต้องเหลียวซ้ายแลวขวามองหาผู้กระทำ จนเมื่อพบว่าเป็นมินะถึงได้ถอนหายใจ

         ปากเตรียมจะโพล่งถามแล้วว่าทำไมถึงตีไหล่กันแบบนี้ แต่เมื่อสาวเจ้าพยักเพยิดให้หันไปมองทางขวา เหลียวดูจนพบว่าอิซุคุกำลังยืนยืดเส้นยืนสาย มือจับลูกบอลเอาไว้พร้อมกับที่เจ้าตัวสูดลมเข้าออกเสียยกใหญ่ หลังจากนั้น...

          เพียะ!

          มือสองข้างตบแก้มอีกครั้ง สร้างความประหลาดใจให้ใครหลายคนไม่น้อย ตรงข้ามกับเธอที่มองตามแล้วยกยิ้ม
          "เอาละ" ยิ่งฟังเพื่อนชายขี้กลัวกระซิบคำนั้นกับตัวเองอีก อา ถึงจะดูพิลึกไปหน่อยก็เถอะ แต่ชั่วขณะหนึ่งนั้นที่หล่อนมองตามเจ้าของพละกำลังมหาศาลทำสีหน้ามุ่งมันแล้วมัน...อดที่จะเอ็นดูไม่ได้แฮะ

แล้วก็นะ...
 
         "705.3 เมตร" นั่นคือผลลัพธ์ที่ถูกประกาศออกมาจากปากของอาจารย์ประจำชั้น ท่ามกลางความทึ่งระคนประหลาดใจของใครอีกหลายคน และคงจะยิ่งทึ่งไปอีกเมื่อพบว่าเด็กเข้าสอบคนนั้นที่เคยใช้พลังแล้วแขนหัก...ตอนนี้เหลืออาการบาดเจ็บที่ตรงปลายนิ้ว

         คราวนี้ฮานาเอะถึงกับหลุดหัวเราะ แม้จะไม่ดังมากทว่าก็มากพอจะให้พี่ชายฝาแฝดต้องมุ่นคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แน่นอนว่าเด็กสาวเลือกทำเพียงแค่เอียงคอมองน้อย ๆ ก่อนจะตอบกลับไปทั้งรอยยิ้ม
         "ดูเหมือนว่าสถิติการปาลูกซอฟต์บอลของฉันน่ะ จะโดนพวกผู้ชายทั้งสามคนทำลายซะยับแล้ว อ้อ แถมอุรารากะจังอีกหนึ่งคนด้วย"

          "เฮ้อ นี่มันชวนให้รู้สึกแย่ชะมัดเลยน้า~"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

30 ความคิดเห็น