ตอนที่ 9 : ตอนที่ 6 คำเตือนและสารท้ารบ : ครบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    20 ก.พ. 62

ตอนที่ 6

คำเตือนและสารท้ารบ
          

          หลังการเผชิญหน้ากับบททดสอบสุดโหดนั่นจบลงเวลาก็ผ่านมาได้ในวันถัดมา ท่ามกลางความวุ่นวายเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกนักเรียนฮีโร่ 
          ทั้งหมดนั่นพาลให้สถานศึกษาแห่งนี้ชักจะไกลจากคำว่าปกติธรรมดาไปทุกทีกระทั่ง...การเลือกตั้งหัวหน้าห้อง 1-A นั้นมาถึง---

          "ในที่สุดก็เป็นแบบโรงเรียนปกติสักที!" ใครบางคนตะโกนประโยคนั้นซะดังลั่นห้องขณะที่ฮานาเอะอ้าปากร้อง 'โอ้' แบบไม่มีเสียง หล่อนเพียงมองดูพวกเพื่อนเสนอชื่อตัวเองกันเงียบ ๆ 

           "คึกคักกันจังเลยน้า" ส่วนตัวเองก็นั่งกอดอกแล้วไถลตัวเองลงบนโต๊ะ แทบจะกลายเป็นของเหลวร้อนจอมเอื่อยเฉื่อยไปแล้วถ้าไม่ใช่เพราะเสียงของอิดะที่ขัดจังหวะขึ้นซะก่อน

          เจ้าตัวประกาศซะดิบดีเกี่ยวกับการเลือกหัวหน้าห้องซึ่งต้องบลา ๆ อะไรไม่รู้และอีกมากมายสารพัด ก่อนผลสุดท้าย...เขาจะเสนอชื่อตัวเอง
          "โธ่ พ่อคุณ"

          มองแล้วก็ขำ ทว่าสุดท้ายก็นะ... มิโดริยะได้ไปสี่โหวต ยาโอโยโรสุดได้สามเช่นกัน ส่วนเธอนั้น---
          "สองโหวต" ก็ยังจะมีคนลงคะแนนเสียงมาให้จนได้นะ หากให้เธอเดาก็คงไม่พ้นเดนกิกับ... กับใครหว่า?

          ชั่ววินาทีที่คิดแบบนั้นสายตาก็พลันสบเข้ากับนัยน์ตาต่างสีของคนข้างหลังซึ่งไกลออกไปโดยบังเอิญ ไร้ซึ่งบาคุโกคั่นกลางเพราะเจ้าตัวหันไปโวยผลลงคะแนนอย่างหงุดหงิด

           "หึ" จู่ ๆ ทั่วทั่งร้างมันก็ขนลุกซู่ รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์อะไรบางอย่างที่ทำเอาเด็กสาวอยากเบือนหน้าหนีไปทันที หัวใจก็แอบหยุดเต้นไปชั่วขณะจนน่าหวาดเสียว ให้ตายสิ โทโดโรกิ โชโตะ!

           "เอาละ ผลเป็นเอกฉันท์แล้ว หัวหน้าห้องคือมิโดริยะ ส่วนรองหัวหน้าคือยาโอโยโรสึ" ส่งท้ายด้วยคำประกาศของอีเรเซอร์เฮดที่ดึงสติฮานาเอะให้กลับมาฟัง พวกเพื่อนพากันชื่นชมเกี่ยวกับตัวของสองคนนี้เสียยกใหญ่

ส่วนอิดะก็หดหู่ไปตามระเบียบ อา... ช่างน่าสงสารจริง ๆ


          หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปจนถึงมื้อกลางวัน เป็นอีกครั้งที่เธอแยกตัวจากเดินมาร่วมโต๊ะอาหารกับพวกมิโดริยะ ระหว่างนั้นก็พูดชี้แจงถึงสาเหตุที่ต่างคนต่างเลือกให้หนุ่มน้อยหัวเขียวได้กลายเป็นผู้นำประจำห้อง

          แน่นอนว่าฮานาเอะทำเพียงแค่พยักหน้าให้กับบางคำพูดที่เห็นด้วยเพราะโดยส่วนใหญ่ปากหล่อนจะไม่ค่อยว่างเพราะถูกอาหารกองโตเข้ายึดครองไปแล้ว ก็นะ...คนมันหิวนี่นา~ ขอเติมพลังงานหน่อย!

          ตี๊ดด

         "นี่มันสัญญาณเตือนภัย!" ปากของเด็กสาวผมเหลืองที่กำลังงับเท็มปุระชิ้นโตถึงกับค้างกลางอากาศ นัยน์ตาสีเหลืองสว่างกระพริบปริบ ๆ ใส่พวกมิโดริยะที่พากันหันขวับมองหาที่มานั้น

          "มีผู้ฝ่าฝืนความปลอดภัยระดับสาม ขอให้นักเรียนทุกคนอพยพโดยทันที"

          กร็อบ

          บรรดานักเรียนยูเอย์ทุกชั้นปีต่างพากันแตกตื่น กระเสือกกระสนพาตัวเองออกจากโรงอาหารนี้โดยไว้จนทุกอย่างวุ่นวายไปหมด...หลังจากที่อีดะและมีคนบอกความหมายถึงความอันตรายครั้งนี้น่ะนะ

          "แย่แล้วแบบนี้!" โอชาโกะอุทานอย่างกังวลพร้อมกับตัวของเขาที่พร้อมจะเซไปได้ทุกเมื่อถ้าไม่ใช่เพราะคนกำลังกินข้าวกลางวันอย่างฮานาเอะเรียกสายลมขึ้นมาโอบล้อม ป้องกันเพื่อนร่วมโต๊ะไม่ให้โดนเบียดไปเสียก่อน

          แม้จะลำบากคนอื่นที่ต้องเบี่ยงทางกันแทบตายแต่ก็ถือว่าสบายสำหรับพวกเขา
          "ขอบใจมาก ฮานาเอะ" อิดะหันมาพูดกับเธอท่าทางแข็งขันก่อนสาวเจ้าจะทำเพียงพยักหน้าน้อย ๆ แล้วลงมือจัดการกับอาหารกองโตของตัวเองต่อ

          "จริงสิ ฮานาเอะ ฉันมีเรื่องจะขอร้องเธอ ช่วยอะไรฉันหน่อยได้มั้ย!?" ถ้าไม่ใช่เพราะมีเสียงขอร้องของอิดะเจ้าเก่าส่งมา นั่นทำให้เธอและคนที่เหลือเลิกคิ้ว แต่เมื่อ...ฟังคำร้องขอสุดบ้าบิ่นนั่นแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้

           "ถ้าทำแล้วตอบแทนฉันด้วยขนมหวานสักแท่งก็ไม่มีปัญหานะ" ว่าไปนั่นมือก็เรียกสายลมจำนวนหนึ่งออกมาก่อนจะพยุงร่างคนตัวโตตัวให้ลอยไปเหยียบบนขอบ exit พร้อมกับที่หมอนั่นใช้บูสต์เร่งความเร็วด้วย

          "ทุกคน ใจเย็นไว้! ไม่เป็นไร มันก็แค่สัญญาเตือนครับ!  ไม่ต้องตกใจมาก ทุกอย่างไม่เป็นไร!! พวกคนอยู่ที่ยูเอย์น่ะ พวกเราคือโรงเรียนที่มีระบบการจัดการขั้นสูงอยู่แล้ว!!"

          เสียงของมนุษย์เครื่องยนต์ดังก้องไปทั่วทั้งโรงอาหารพร้อม ๆ กับที่เธอต้องหยุดกินชั่วคราว ยอมผลาญแคลอรี่จำนวนหนึ่งเพื่อพยุงร่างของเพื่อนร่วมห้องไม่ให้ตกไปบนพื้นซะก่อนกระทั่ง... ทุกความวุ่นวายคลี่คลายลงไป

          ทุกคนทยอยกันกลับเข้าที่ส่วนอิดะ... เธอค่อย ๆ พยุงเจ้าตัวลงมาข้างล่างก่อนที่เขาจะใช้บูสต์พุ่งมาร่วมวงเองหลังมีที่พอสำหรับตัวเอง
          "สุดยอดไปเลยนะอิดะคุง เพราะนายทุกอย่างถึงเรียบร้อยลงได้"

          โอชาโกะชมหนุ่มแว่นทั้งดวงตาเป็นประกาย พาลให้เขารู้สึกเขินจนต้องเกาท้ายทอยตัวเองขึ้นมาขณะที่มิโดริยะหันมาหาฮานาเอะ
          "ฮานาเอะจังเองก็สุดยอด มีพลังพยุงตัวอิดะคุงให้ไปถึงตรงนั้นได้ เยี่ยมไปเลยนะ"

          "ขอบใจ" ทว่าคนถูกชมเพียงแค่พยักหน้าน้อย ๆ ทั้งรอยยิ้มบางแล้ว...ก้มหน้าก้มตากินต่อ เล่นเอาคนที่เหลือถึงกับชะงัก เผลอส่งยิ้มแห้งไปให้เด็กสาวผู้ก้มหน้าก้มตากินอาหารในจานหมด

          หลังจากนั่งเปื่อยฆ่าเวลารอผู้ร่วมโต๊ะอาหารคนสุดท้าย จู่ ๆ มนุษย์ผู้กินจุก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
          "ไม่ต้องนั่งรอฉันกินเสร็จก็ได้ ขึ้นห้องไปก่อนได้เลย คือ...ฉันมีธุระให้ต้องไปทำนิดหน่อยน่ะ"

          "ธุระงั้นเหรอ?" สาวแรงโน้มถ่วงถามเสียงเบาก่อนเด็กสาวผู้กำลังเคี้ยวกุ้งจนแก้มตุ่ยจะหยุดกลืนลงชั่วขณะแล้วบุ้ยใบ้ไปถึงใครอีกคนซึ่งเป็นเป้าหมายของการแวะไปหาช่วงเที่ยงวันนี้พอดี

          "ฉันเพิ่งนึกได้น่ะว่าเมื่อเช้าอาจารย์แกนัดฉันไว้ เห็นว่ามีเรื่องด่วนอะไรจะคุยด้วยสักอย่างนี่ละ ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนักหรอก" คามินาริคนน้องกอดอกพูดด้วยท่าทางครุ่นคิด คิ้วขมวดมุ่นพาลให้พวกเพื่อนสงสัยตามกัน

          "งั้นก็ช่วยไม่ได้ละนะแบบนี้ พวกฉันคงต้องแยกกันขึ้นไปก่อน"
          "อื้อ" อิดะพูดเสียงแข็งขันเหมือนทุกทีขณะที่มิโดริยะครางรับ
          "ไว้เจอกันบนห้องนะ" 

          สาวน้อยอีกคนของกลุ่มว่าเสียงใส สีหน้าประดับความเสียดายอย่างปิดไม่มิดจนฮานาเอะถึงกับหลุดยิ้ม
          "จ้า ๆ ไว้เจอกันบนห้องนะ" แล้วก็โบกมือลา มองดูพวกเพื่อนพากันยกจานชามไปเก็บ ส่วนตัวเองก็นั่งเขมือบต่อไป...ด้วยความเร็วซึ่งมากกว่าทุกที

          จนเมื่อแน่ใจว่าพวกเพื่อนไปจนสายตาแล้วหล่อนถึงค่อยเก็บจานชามพวกนั้น รีบเร่งฝีเท้าตรงไปยังห้องพักครูอย่างร้อนใจ นัยน์ตาคู่คมกวาดหาร่างอาจารย์ประจำชั้นท่ามกลางเก้าอี้และโต๊ะที่ว่างเปล่า

          หมับ

          ก่อนจะเอียงคอมองจากข้างหลังเมื่อไหล่สัมผัสได้ถึงแรงกดจากใครบางคนซึ่งเธอคุ้นเคยดี
          "มาหาฉันถึงนี่มีเรื่องอะไร?"

          "ดีใจที่ได้เจอคุณอยู่ตรงนี้นะคะ อีเรเซอร์เฮด หนูมีเรื่องที่อยากคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวอยู่พอดี" ฮานาเอะถึงได้ไม่รอช้า รีบหันขวับไปมาชายคนนั้นทั้งรอยยิ้ม

          แต่นั่นออกจะเจื่อนไปเสียหน่อยเมื่อนึกถึงเรื่องราวเมื่อคืนก่อนหน้าและความฝันจำพวกนั้น ทั้งความจริงและสิ่งซึ่งก่อร่างให้เกิดเป็นฝันร้าย...
          "อยากจะรู้สักหน่อยมั้ยว่าเกิดอะไรที่ยูเอย์วันนี้?"
           
          ลมหายใจหยุดชะงักรวมทั้งถ้อยคำมากมายในหัวที่อีกไม่นานก็จะพรั่งพรูออกมาเป็นคำพูด เด็กสาวผมสีเหลืองมองตาผู้เป็นอาจารย์ของตนอย่างชั่งใจเล็กน้อย ไม่นานก็พยักหน้าขึ้นลงเป็นเชิงตกลง

          "ประตูทางเข้าโรงเรียนยูเอย์ของพวกเรา... เธอรู้ใช่มั้ยว่ามันมีระบบป้องกันภัยจากผู้บุกรุก ความแข็งแกร่งของมันมีมากในระดับหนึ่งชนิดที่วิลเลินทั่วไปไม่สามารถทำลายมันลงได้ง่าย ๆ "

          "..." จังหวะของหัวใจที่เต้นอย่างเชื่องช้า ฝ่ามือทั้งซ้ายและขวาต่างก็เย็นวาบไปเสียหมด ขัดกับอุณหภูมิของร่างกายซึ่งร้อนรุ่มโดยเฉพาะหัวซึ่งร้อนฉ่าราวกับโดนไฟเผา

          "จนกระทั่งวันนี้ตอนที่มื้อเที่ยงลองทุกคนเริ่มต้นขึ้น สัญญาณแจ้งเตืออนระดับสามดัง พวกอาจารย์ส่วนหนึ่งถูกส่งไปตรวจสอบและส่งข่าวมาว่า...เหล็กพวกนั้นถูกทำลายจนหายไปสามในสี่"

          แม้ว่าจะพยายามข่มใจเอาไว้ สูดลมหายใจให้ลึกหากแต่ทุกอย่างไม่อาจ... ไม่อาจทำให้เธอสงบลงได้เลย ทั้งลางร้ายจากการพบเจอและความฝัน เมื่อผนวกเรื่องวันนี้เข้าไปด้วย--- ทุกอย่างกำลังจะเป็นความจริง

          "ที่เธอมาหาถึงห้องพักครู ขอเดาแล้วว่ามันน่าจะเกี่ยวกับเรื่องวันนี้" คำพูดของครูหนุ่มพาให้นักเรียนสาวเงยหน้าขึ้นมองเพียงน้อย ไม่นานก็เม้มปากแน่นแล้วพ่นลมหายใจยาวออกมา

           "มันอาจจะช้าไปหน่อยกับการเล่าเรื่องนี้แต่อย่างน้อยก็ไม่ที่สุด พวกเรายังมีทางแก้ไขให้มันได้อยู่"
          "..."

          "เมื่อสองคืนก่อน... หนูเจอกับมัน วิลเลินที่ทำให้เรื่องทุกอย่างวุ่นวายเขาบุกเข้ามาหถึงบ้านพร้อมประกาศตัวว่าจะพาหนูกลับไปให้อีกครั้ง ใช้พลังกระตุ้นแบบที่เคยทำ แม้จะไม่แรงเท่าแต่ก็ทำให้ไล่จับไม่ทันอยู่ดี"
   
          "!!" แค่คำเกริ่นแรกก็ทำเอาครูประจำชั้นถึงกับชะงัก ใบหน้ากลับกลายเป็นตเครียดไปในบัดดล ยิ่งได้เห็นเด็กสาวผมเหลืองพยักหน้าหงึกหงัก ยืนยันสิ่งที่ตนพูดอย่างหนักแน่น

          "และนั่นก็ทำให้หนูต้องสัมผัสได้ถึงลางร้างบางอย่างขึ้นอีก มันเป็นความฝัน... เป็นภาพที่พวกวิลเลินบุกเข้ามาตอนพวกเรากำลังซ้อมในสนามอะไรสักอย่างที่มีภัยพิบัติหลากหลายประเภทถูกจำลองขึ้น"

          "หนูเห็นไม่ชัดนักว่าภายในนั้นมันประกอบด้วยอะไรบ้าง นอกจาก...ชิการาคิ โทมูระที่โผล่ออกมาให้เห็นลาง ๆ ไม่ก็... อา อาจจะมีเขากับวิลเลินตัวอื่นซึ่งหนูไม่รู้จัก" 

          ชื่อที่ถูกเด็กสาวพูดออกมาให้คนฟังได้รับรู้พร้อมกับคำหลีกเงี่ยง ฟังแล้วคนเป็นอาจารย์ก็มีสีหน้าหนักอึ้งไป ขณะที่ต้นตัวเหตุอย่างหล่อนนั้น... แขนสองข้างกอดไว้แน่น นัยน์ตาสีเหลืองหลุบมองลงต่ำบนพื้น

          แม้จะพยายามข่มอารมณ์ทั้งทางกายและใจเอาไว้ไม่ให้เผลอทำตนสั่นระริก หากแต่ความจริงที่ว่าหนึ่งในนั้นอาจมีสิ่งชีวิตแต่ไร้มนุษยธรรมที่เคยทำเธอเกือบจะ... เกือบ--- อา....

          "มันเป็นความฝันที่อาจจะดูน่าเชื่ออถือเกินไปบ้างถ้าพูดเพียงแค่ปากเปล่า แต่หนูก็ไม่คิดว่ามันจะเสียหายนะถ้าหากเราเตรียมรับมือไว้..."
          "ขอบใจที่นำเรื่องนี้มาบอกครูนะ"

          ไอซาวะ โชตะว่าทั้งเสียงเรียบหากแต่ฝ่ามือคู่นั้นกลับเลื่อนมาวางหัว ลูบเส้นผมสีสว่างนั่นอย่างแผ่วเบา...ไม่นานก็ละมันออกไป
          "เอาละ ใกล้ได้เวลาเริ่มคาบเรียนแล้ว ไปกันเถอะ"

          ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาก่อนจะเดินนำไปพร้อมถุงนอนดักแด้ เด็กสาวที่ตอนนี้สงบความกลัวจนตัวสั่นให้ลดลงไปได้แล้วจึงพยักหน้ารับทแม้ใบหน้าจะยังปรากฏร่องรอยของความกังวลอยู่ก็ตาม

           แต่พรุ่งนี้...มันจะไม่เป็นไร ถ้าหากยอกให้อาจารย์ไอซาว่ารู้แล้วละก็...เขาจะต้องหาวิธีรับมือกับมันได้แน่ อย่างน้อยที่สุดก็การป้องกันฉุกเฉินที่คงจะแข็งแกร่งกว่านี้

           'แข็งแกร่งกว่านี้งั้นเหรอ...? อา' บางทีอาจจะต้องเตรียมใจพร้อมรับศึกหนักตั้งแต่คืนนี้เลยและถ้าจะให้ดีก็ควรบอกเดนกิเอาไว้ด้วย หมอนั่นจะได้ปลอดภัยจากการลอบโจมตี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

30 ความคิดเห็น