Fic Kuroko no basket : AkaFuri

ตอนที่ 32 : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 799
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    3 มิ.ย. 59

Chapter 1

 

            “ฟุริฮาตะซังคะ ช่วยเช็คเอกสารตรงนี้หน่อยค่ะ”

 

            “ครับๆๆ”

 

            ฟุริฮาตะ โควคิในวัย 32 ปีรับเอกสารมาจากอีกฝ่ายและทำการตรวจสอบ ตอนนี้เขาทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีเครือข่ายทั่วโลก โดยทำงานในแผนกการตลาด หลังเรียนจบก็มีบริษัทหลายแห่งมาทาบทามให้เขาไปทำงานในฐานะเกียรตินิยมอันดับสอง!

 

            ใช่ ฟุริฮาตะคนที่ขี้กลัวตัวสั่นตอนนั้นได้เกียรตินิยมอันดับสอง จะเพราะใครซะอีกถ้าไม่ใช่อดีตรูมเมทผมแดงคนนั้นที่เคี่ยวเข็นเขาอย่างดีทั้งๆที่อยู่คนละสาขากัน และทันทีที่เลือกบริษัทยักษ์ใหญ่นี่เขาก็ได้ทำงานในฐานะเลขาผู้จัดการฝ่ายการตลาด แต่ในช่วงสองสามปีหลังเกิดการเปลี่ยนถ่ายขั้วอำนาจใหม่ ผู้จัดการคนเก่าเองก็ปลดเกษียณ เขาในฐานะที่ทำงานในตำแหน่งเลขาย่อมรู้งานดี ประกอบกับประวัติเก่าก็ดีอยู่แล้ว จึงได้มานั่งแท่นผู้บริหารแทน

 

            ทั้งหมดเกิดในเวลาเพียง 10 ปีเท่านั้น!

 

            เป็นการก้าวหน้าทางการงานที่ไวมากสำหรับคนจนใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ใดๆทั้งสิ้นนอกจากงานในบริษัทตนเอง ฟุริฮาตะกลายเป็นผู้จัดการที่อายุน้อยที่สุดในบริษัท แอบมีหลายคนที่หมั่นไส้เขาจนบางทีก็แอบปั้นงานบริษัทขึ้นมาใส่ร้ายเขา ตาคนละเอียดอย่างฟุริฮาตะก็จับได้และแก้เกมกลับทันทุกครั้ง แน่นอนว่าพวกนั้นสุดท้ายก็โดนเด้งออกปหมด จึงไม่มีใครกล้าลองของเขาอีก นึกแล้วก็โมโหพวกที่เอางานมาปนกับเรื่องส่วนตัวเหมือนกัน

 

            “เรียบร้อยครับ” ฟุริฮาตะส่งเอกสารให้เลขา

 

            “ขอบคุณค่ะ แล้วอีกสิบห้านาทีไปพบท่านประธานด้วยนะคะ”

 

            “เอ่อ...ครับ” ประธานก็เรียกตัวทุกวัน “งั้นเดี๋ยวอีกสิบนาทีเตือนผมหน่อยนะครับ”

 

            “ค่ะ” ยามาดะ...เลขาสาวยิ้มรับและคว้าเอกสารออกมาจากห้องทำงานของผู้จัดการฝ่ายการตลาด หากเทียบกับผู้จัดการแผนกอื่นแล้วห้องทำงานของฟุริฮาตะนับว่าเล็กกว่าคนอื่นมาก แต่ได้ยินมาว่าฟุริฮาตะขอประธานบริษัทเองว่าไม่ต้องการห้องใหญ่โต ซึ่งท่านประธานก็จัดให้แบบไม่มีข้อโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น

 

            “อ้อ! ฟุริฮาตะซังคะ แล้วมิกะน้อยแผนกการเงินขอนัดทานข้าวพรุ่งนี้ล่ะคะ?” รอยยิ้มไม่เปลี่ยนไปเลยบนใบหน้าฟุริฮาตะ ดวงตาสีน้ำตาลดูออดอ้อนนิดๆยามที่เจ้าตัวชอบใช้เวลาขอให้เธอช่วยในเรื่องส่วนตัว

 

            “ผมขออนุญาตไม่ไปละกันครับ รบกวนยามาดะซังช่วยหาข้อแก้ตัวให้ผมหน่อยนะ” คำตอบก็ไม่เปลี่ยนไปเลยซักครั้ง ยามาดะยิ้มรับและเดินออกจากห้องไป ต้องยอมรับจริงๆว่าชายที่ไล่ค่อนข้างกว้างกับส่วนสูง 175 เซนติเมตรช่างดูดี เครื่องหน้าทีจัดวางอย่างเหมาะสมทำให้สาวๆหลายคนพยายามนัดออกเดต ถึงแม้จะเป็นชายหนุ่มที่เครื่องหน้าออกไปทางหวานก็ตาม แต่ฟุริฮาตะไม่เคยตอบรับใครเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในจุดนี้ก็นับเป็นผู้ชายที่มีนิสัยน่านับถือจริงๆที่ไม่ให้ความหวังกับใคร

 

            ส่วนเรื่องที่ว่าดูดี อย่างไรก็ไม่อาจสู้ประธานคนนั้นไม่ได้ ได้ขึ้นบอร์ดทำเนียบผู้บริหารตั้งแต่สมัยเรียน พอจบปริญญาเอกก็กลับเข้ามาทำงานโดยทันที เป็นประธานบริษัทรุ่นใหม่ไฟแรงและ...เป็นเทพบุตรกลับชาติมาเกิดแน่นอน

 

            ทั้งร่างสูงเฉียด 180 เซนติเมตร เครื่องหน้าที่ดูดี กริยาการวางตัวที่สง่างาม ความสามารถที่แสนจะสมบูรณ์แบบ รับรองเลยว่าไม่มีใครสู้เขาคนนั้นได้แน่นอน แต่ก็ไม่เคยควงใครมากไปกว่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจนี่สิ

 

            ‘ทำไมผู้ชายดีๆถึงไม่หาผู้หญิงเป็นตัวเป็นตนมาอยู่ข้างๆซักทีนะ

 

…..

 

….

 

 

..

 

..

 

..

 

..

 

.

 

.

 

.

 

.

 

            “ท่านประธานเรียกผมมาพบครับ” ฟุริฮาตะคุยกับเลขาหน้าห้องซึ่งเป็นชายวัยกลางคน

 

            “ท่านรออยู่แล้วครับ เชิญเลย” ฟุริฮาตะก้มหัวเล็กน้อยเป็นการขอบคุณ เคาะประตูก่อนจะเปิดประตูห้องประจำตำแหน่งประธานบริษัทเข้าไป โดยไม่ต้องรอคำอนุญาตตามความเคยชิน ห้องขนาดใหญ่ที่มีโต๊ะทำงานและเก้าอี้ซึ่งหันหลังให้เขาอยู่ ดูก็รู้ว่าประธานนั่งอยู่ตรงนั้น ในห้องไม่มีอะไรมากนอกจากชุดรับแขกทางขวามือของเขา มุมเครื่องดื่มทางซ้ายมือ ชั้นวางหนังสือและเอกสารสำคัญต่างๆ หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เผยให้เห็นทิวทัศน์ด้านล่างตึกสูง ประธานก็คงกำลังเพลิดเพลินกับวิวใจกลางเมืองอย่างเต็มที่จนไม่รับรู้ว่าเขาเข้าห้องมาแล้วก็เป็นได้

 

            “เอ่อ...”

 

            “นั่งก่อนสิ ฟุริฮาตะ” ฟุริฮาตะนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามประธาน (ซึ่งก็ยังไม่หันมาคุย)

 

            “เอกสารบนโต๊ะนั่น ช่วยเอาไปตรวจสอบให้ผมหน่อยนะ ก่อนสี่โมงเย็น” เสียงทุ้มนุ่มออกคำสั่ง

 

            “ครับ” แล้วก็เงียบไปนานจนฟุริฮาตะคิดว่าคงหมดธุระกับเขาแล้ว “งั้นผม...”

 

            “คืนนี้หนึ่งทุ่มว่างมั้ย” คำพูดตัดขึ้นมาทำให้ฟุริฮาตะชะงักปากก่อนที่จะตอบ

 

            “น่าจะว่างครับ” วันนี้กว่าเขาจะเคลียร์งานเสร็จก็คงหกโมงกว่าๆ

 

            “รอผม หกโมงครึ่งจะไปหา แล้วไปกินข้าวกับลูกค้ากับผมหน่อย”

 

            “ได้ครับ”

 

            “ออกไปได้แล้ว” ฟุริฮาตะคว้าเอกสารที่ได้รับมอบหมายออกจากห้องทันที

 

            “ลำบากหน่อยนะ ฟุริฮาตะคุง” ฟุริฮาตะยิ้มรับคำทักทายจากเลขาหน้าห้อง เขาเป็นผู้ชายอายุขึ้นเลขสี่ที่ยังกระฉับกระเฉงและทำงานได้ดีเยี่ยม สมกับที่ดูแลงานบริษัทร่วมกับประธานคนปัจจุบันตั้งแต่ท่านเรียนมัธยม รู้สึกว่าตระกูลนี้จะรับใช้งานบริษัทกับตระกูลเจ้าของบริษัทมาตั้งแต่รุ่นแรกๆด้วยซ้ำ

 

            “ไม่หรอกครับยูคิโอะซัง งานนิดเดียวเอง”

 

            “ถ่อมตัวเหมือนเคยนะครับ” ทั้งคู่พูดคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนจะผละออกไปทำหน้าที่ของตน

 

            งานอาจจะหนักไปหน่อย แต่ถ้าสังคมรอบข้างและเงินดี อยู่แล้วสบายใจก็พอรับไหวอยู่ ถึงจะต้องคอยรับมือกับเจ้านายบ้าอำนาจที่ชอบสั่งงานนอกเวลางานอย่างเช่นไปกินข้าวกับลูกค้าเป็นเพื่อนบ้างล่ะ เขาก็ยังคงพอไหว งานช่วงแรกๆที่เขายังจัดการตัวเองได้ไม่ดีนักก็ลำบากหน่อย บางทีถึงขั้นต้องมาทำงานวันเสาร์เลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้แม้งานเยอะขึ้นเป็นเท่าตัว แต่เขาก็ยังสามารถทำเสร็จในเวลาที่เหมาะสมได้ เว้นแต่งานด่วนๆใหญ่ๆที่ไม่เสร็จจริงๆเท่านั้นจึงจะทำให้เขาเข้างานวันเสาร์ช่วงเช้า

 

            รอผม...คำสั่งเมื่อกี้ลอยมาเข้าหัวโดยที่ดวงตาสีน้ำตาลใสยังจ้องมองงานนิ่ง

 

            “ระหว่างรองานคงเสร็จพอดี พรุ่งนี้ไม่ต้องเขาก็ได้มั้ง” แล้วฟุริฮาตะก็นั่งลงและก้มหน้าก้มตาทำงานต่อทันที

 

            เพราะฟุริฮาตะก็วางแผนตารางเวลาของตัวเองในคืนนี้และวันหยุดสุดสัปดาห์แล้วด้วย

 

.....

 

....

 

...

 

..

 

..

 

..

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

            “สวัสดีค่ะ.....อ่า......” ผู้หญิงเหรอ...

 

            ผู้หญิงคนนี้แต่งตัวสวยออกไปทางวาบหวิวนั่งอยู่ในห้องวีไอพีของร้านอาหารชื่อดัง จากสายตาผู้ชายบอกได้เลยว่า เธอสวนมากต่อให้ไม่มีเมคอัพหนาเตอะปกปิดใบหน้าอยู่ตอนนี้

 

            คงไม่ต้องบอกเหตุผลว่าทำไมเธอต้องพยายามสวย...

 

            “ฟุริฮาตะ โควคิครับ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดมือดีที่สุดของผม” ด้วยมารยาท (ซึ่งมาจากการต้องเจอลูกค้าในรูปแบบนี้บ่อย) ทำให้ฟุริฮาตะโค้งตัวลงอย่างงดงามให้สุภาพสตรีหนึ่งเดียวในห้องนี้ เช่นเดียวกับที่เธอโค้งให้เขาเช่นกัน

 

            เป็นไม้กันหมาอีกแล้วสินะถึงอย่างนั้นก็ยังคงฉีกยิ้มอย่างสุภาพออกไป

 

            ใช่...เกิดเป็นประธานบริษัทคงไม่โง่ (ขอโทษครับ) ขนาดจะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนไหนบ้างอยากจับกินเป็นอาหาร แต่ในเมื่อสเป็คท่านสูง ก็ต้องหาคนมาเป็นไม้กันหมา (ซึ่งง่ายที่สุด) จนถึงวางแผนให้อีกฝ่ายยอมรามือไปเอง

 

            ส่วนใหญ่ถ้าใช้วิธีไม้กันหมาจะใช้กับพวกลูกค้าทางธุรกิจ ซึ่งใช้วิธีนี้เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนและไม่ส่งผลกระทบกับธุรกิจโดยรวม

 

            และไม้กันหมาที่ว่าก็คือเขาเอง

 

            “ฟุริฮาตะซังเก่งจังนะคะ อายุยังไม่มากแต่ก็ได้เป็นถึงผู้จัดการแผนกขนาดนี้”

 

            “อายะซังชมเกินไปแล้วครับ เป็นแค่ความบังเอิญก็เท่านั้นเอง” เท่าที่ฟุริฮาตะจำได้ คนๆนี้ก็คือลูกสาวของคู่ค้าบริษัทรายใหญ่รายหนึ่ง

 

            “ผมเห็นอายะซังบอกว่าอยากปรึกษาทางด้านการตลาด ผมเลยพาตัวมือหนึ่งของผมมาด้วย น่าจะคล่องกว่าให้ผมเป็นที่ปรึกษานะครับ” ประธานบริษัทที่นั่งอยู่หัวโต๊ะพูดขึ้นมา

 

            “จะมีใครเก่งไปกว่าคุณอีกล่ะคะ แล้วดิฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องพูดสุภาพขนาดนั้นก็ได้ ยังไงเราก็อายุเท่าๆกัน” ในที่สุดก็วกตัวกลับมาที่เรื่องนี้จนได้สินะ

 

            “ไม่ได้หรอกครับ ยังไงอายะซังก็เป็นสุภาพสตรีมีการศึกษาสูง ความสามารถก็ยอดเยี่ยม กิริยามารยาท ก็คงงดงามตามฉบับตระกูลเก่าแก่ แล้วยังเป็นลูกสาวบริษัท K ด้วย ผมก็ควรสุภาพด้วยสิครับ”

 

            ...ตายสนิท จอดไม่ต้องแจว...

 

            การพูดชื่นชมแบบนั้นแบ่งเป็นสองตอน ตอนแรกหมายความว่า มีการศึกษาที่ดีก็ไม่ควรจะปฏิบัติตัวในทางเข้าหาผู้ชาย ควรรักษากิริยาและสงวนท่าทีบ้างเป็นการพูดให้รู้สำนึก

 

            ตอนที่สองก็คือ ผมไม่มองคุณมากไปกว่าเรื่องธุรกิจหรอก

 

            ผู้ชายคนนี้เป็นผู้ชายในอุดมคติอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น แต่ยังไม่เคยมีผู้หญิวคนไหนยืนเคียงข้างเขาได้เลยซักคน มีแต่คนที่ผ่านเข้ามาและผ่านเลยไปเท่านั้น นั่นก็เพราะผู้หญิงที่จะมาอยู่เคียงข้างบัลลังก์นี้ได้นั้น ต้องเป็นสุภาพสตรีที่เพียบพร้อมจริงๆ

 

            ผู้หญิต้นแบบก็คือ อาคาชิ ชิโอริ นายหญิงผู้ล่วงลับนั่นเอง

 

            จนถึงตอนนี้จึงไม่มีใครได้อยู่เคียงข้างเจ้านายเขาได้เลยซักคน มีแต่จักรพรรดิสีแดงที่นั่งบนบัลลังก์ กับเขาที่ยืนหนุนอยู่ข้างหลังเท่านั้น

 

.....

 

....

 

...

 

..

 

..

 

..

 

..

 

..

 

.

 

.

 

.

 

.

 

            “คุณกลับยังไง”

 

            ในที่สุดการคุยงาน (พิลึกๆ) ก็จบลง หลังจากที่ทั้งคู่ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษยืนส่งสุภาพสตรีขึ้นรถแล้ว ทั้งสองก็ควรเตรียมตัวกลับซักที

 

            “เดินครับ บ้านผมอยู่ใกล้ๆนี่เอง”

 

            “พรุ่งนี้จะเข้างานมั้ย”

 

            “ไม่ครับ”

 

            “อือ ขอบใจมากสำหรับวันนี้”

 

            “ด้วยความยินดีครับ” ฟุริฮาตะก้มหัวลงเล็กน้อยและยืนส่งเจ้านายขึ้นรถ แล้วตัวเองจึงเดินกลับบ้าง

 

            หลังจากที่คุณพ่อเสีย ฟุริฮาตะก็ตัดสินใจขายบ้านทิ้ง เพราะบ้านหนึ่งหลังนั้นใหญ่เกินกว่าที่ผู้ชายคนเดียวจะดูแลไหว อีกทั้งยังไกลจากที่ทำงานมาก จึงขายซะและนำเงินมาซื้อคอนโดขนาดกลางในย่านธุรกิจแทน ราคาไม่แพงมากเพราะรู้จักกันกับเจ้าของเก่า เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องครัวเล็กๆและโซฟานั่งเล่นอีกตัว เดินจากคอนโดไปทำงานแค่ห้านาที ความปลอดภัยสูง ความสะดวกสบายรอบที่พักก็ดี

 

            ทีนี้ก็ถึงเวลาพักแล้วฟุริฮาตะคิดพลางไขกุญแจเข้าไป ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับความอบอุ่นที่โอบรัดตัวเขาจากทางด้านหลัง

 

            ...รึเปล่า?

 

 

ในที่สุดก็คลอดออกมาหนึ่งตอน เย้!

 

แอบกลัวไม่มีคนอ่านนะคะ เพราะเรื่องนี้เว้นว่างมานานแสนนาน แต่ถึงเม้นต์จะน้อยยังไงก็จะอัพเรื่อยๆไม่ทิ้งนะคะ ถึงอย่างนั้นก็เม้นต์เถอะค่ะ

 

ฟุริเป็นหนุ่มฮ็อตตตตตตตต มีสาวจีบด้วยอ่ะ จะเห็นว่าส่วนสูงฟุริเปลี่ยนไปเล็กน้อยนะคะ ช่วงม.ปลายเป็นโค้งสุดท้ายที่ผู้ชายจะสูงค่ะ ฟุริเลยยืดได้อีกหน่อยนึง ยิ่งเป็นหนุ่มออกกำลังกายแล้วด้วยนะ หุ่นน่ากินมากกกกกกแน่นอนค่ะ

 

ไรท์ดูหื่น....

 

เอาเถอะ เม้นต์หน่อยนะคะ อยากรู้ความคิดเห็นของทุกคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

406 ความคิดเห็น

  1. #380 MatchaLatteCream (@tarkra) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 02:23
    เปิดเรื่องมาแอบเงิบกับอายุฟุรินิดนึง แต่ก็สมเหตุสมผลอยู่นะ
    #380
    0
  2. #233 pinwaris (@pinwaris) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 22:30
    บรรยากาศแลจะเกิดเรื่องนะคะไรท์
    อย่ามากนะคะ กลัวความเจ็บปวด?
    ชอบบทบาทของฟุริอ่ะ ในที่สุดก็เห็นมุมฟุริเจ้าเสน่ห์ซักที อ้าาา
    #233
    0
  3. #232 Chamodz. (@hentaisama) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 20:29
    บรรยากาศวัยทำงานน่าอึดอัดยังไงก็ไม่รู้ ; ---- ;

    ชอบการตอกหน้าของท่านประธานมาก 555555 อ่านแล้วจุก

    ขอบคุณมากครับสำหรับตอนแรก พยายามเข้าฮะ คนอ่านไม่หนีหรอก
    #232
    2
    • 3 มิถุนายน 2559 / 21:13
      นึ่สินะที่เค้า เรียกว่าการด่าของคนที่มีการศึกษา (สะใจสุดๆ) รู้สึกว่าแต่ล่ะคนดูเปลี่ยนไปเล็กน้อยมั้ง
      #232-1
  4. #231 senshi art (@kedsanee1999) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 20:03
    ยังรออ่านอยู่เสมอน้าาาา *3*// รีบมาต่อไวๆเลยยยยยย
    #231
    0