Fic Kuroko no basket : AkaFuri

ตอนที่ 37 : Chapter 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    30 มิ.ย. 59

Chapter 6

 

            แกร๊กๆๆ แกร๊กๆๆๆๆ

 

            เสียงพิมพ์งานดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในห้องทำงานของผู้จัดการฝ่ายการตลาด ฟุริฮาตะ โควคิ วันนี้เป็นวันศุกร์และเป็นวันสุดท้ายของเดือนด้วย งานจึงยุ่งเป็นพิเศษ คาดว่าพรุ่งนี้เขาเองก็ต้องเข้ามาเคลียร์งานในหมดอีกหนึ่งวัน ขนาดข้าวกลางวันยังต้องฝากซื้อเป็นข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อแทน นั่งติดโต๊ะเกือบทั้งวัน ยกเว้นเวลาเดียว...

 

            ก่อนช่วงพักกลางวันราวๆครึ่งชั่วโมง เขาโดนเรียกเข้าไปคุยแผนงาน (ตามคำอ้าง) ในห้องประธานบริษัท...อีกแล้ว

 

            หื่นไม่เลือกเวลาจริงๆก็พอจะรู้มาซักพักหรอกนะ แต่โต๊ะของท่านประธานก็เต็มไปด้วยแฟ้มงานขนาดนั้นยังไม่วายย้ายมาที่โซฟารับแขกแทน ทั้งๆที่งานยุ่งกว่าใครเพื่อนก็ยังเจียดเวลามาทำเรื่องลามกอยู่ได้ เมื่อวานก็ตักตวงไปซะเต็มคราบตกกลางคืนก็ยังกระโจนใส่จนดึกดื่น มาวันนี้ก็ยังตะกละตะกลาม มักมากไม่รู้จักพอเหมือนเดิมราวกับเมื่อวานไม่ได้ทำอะไรกันเลย

 

            หลายคนในบริษัทกระซิบกระซาบกันว่า ประธานบริษัทหน้าใสกิ๊งแถมยังดูอ่อนเยาว์ทั้งๆที่งานหนักขนาดนี้ สงสัยจะได้ยาบำรุงชั้นดี

 

 

            ยาดีบ้าอะไรล่ะ! ลองได้มีตัวช่วยขับน้ำทุกวันแบบนี้ใครจะหน้าไม่ใสบ้างให้มันรู้ไปรู้สึกเหมือนร่างจะพังเลยแฮะ...

 

            แต่ก็ไม่ได้ไม่อยากให้มำหรอกนะ ฟุริฮาตะมองว่าเรื่องบนเตียงมันก็ช่วยให้อาคาชิผ่อนคลายตัวเองลงบ้างจากตำแหน่งประธานบริษัท อะไรที่ทำให้อาคาชิสบายใจขึ้นเขาก็ยินดีที่จะทำมัน

 

            “แต่มันก็เมื่อยนะ เดี๋ยวคนก็ได้สงสัยกันพอดี” ฟุริฮาตะยู่ปากนิดๆพร้อมทั้งบิดตัวเบาๆ สะโพกปวดนิดหน่อยจนต้องเอาอะไรมาหนุนเอาไว้ให้สบายตัวขึ้น ตอนกลับมาจากห้องคนหื่นไม่เลือกที่ก็เดินกะเผลกจนยามาดะซังถึงกับเอ่ยปากทัก แหงล่ะ ก็แค่ครึ่งชั่วโมงก็กระแทกเอาๆสิ เหอะ! ถ้าเจ้าตัวการรู้เรื่องนะคงหัวเราะไม่หยุดแน่ๆ

 

            ยิ่งคบกันนานวันเข้าก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ อาคาชิเดงด้านหื่นๆเพิ่มขึ้นทุกวัน (ตอนแรกเอาไปซุกไว้ตรงไหนนะ? หรือเขาไม่รู้เอง?) ในขณะเดียวกันก็แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่ารักเขามากแค่ไหน อาจมีทะเลาะกันบ้าง ไม่ใช่ทะเลาะทุกวันในเรื่องยิบย่อยเอาไว้ให้ง้องอนเล่นๆอย่างคุโรโกะกับคากามิ แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะใหญ่โตคอขาดบาดตายจนบ้านแทบแตกอย่างอาโอมิเนะกับคิเสะ เขาทะเลาะกันเฉพาะช่วงเวลาที่ความเห็นไม่ตรงกันจริงๆเท่านั้น แต่สุดท้ายก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิมอยู่ดี

 

            ความรักเบ่งบานขึ้นทุกวัน อาคาชิยอมลดการ์ดให้เขาในหลายๆครั้ง แต่ขณะเดียวกันเขาก็พยายามตามใจอาคาชิบ้าง ยอมอ่อนให้คนละนิก ทุกอย่างก็ลงตัวและเข้ากันได้มานานกว่าสิบห้าปีเต็ม

 

            “เฮ้อ...” ฟุริฮาตะเอนหลังไปกับเก้าอี้ หลับตาลงเบาๆเพื่อพักสายตาจากคอมพิวเตอร์

 

            วันนี้กลับช้าหน่อยนะ โควคิอย่ากลับดึกล่ะเสียงของอาคาชิเมื่อตอนก่อนออกจากห้องลอยเข้าหู เพราะคืนนี้อาคาชิมีนัดกับฮิโรกิ นานะ ลูกสาวของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในบริษัทรองจากอาคาชิที่มีประวัติโปร่งใสน้อยที่สุด

            จะว่าไปเหมือนช่วงนี้อาคาชิกำลังทำอะไรบางอย่างลับๆโดยที่ไม่บอกให้เขารู้ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเชาไม่ค่อยเจอกับยูคิโอะเลย ถามอาคาชิทีไรก็ตอบว่าส่งออกไปทำธุระตลอด วันนี้เองก็เช่นกัน ดูเหมือนว่ายูคิโอะจะส่งลูกน้องเข้ามาทำงานส่วนของเขาแทนแล้ว

 

            อะไรบางอย่างบอกฟุริฮาตะว่า มันเกี่ยวข้องกับฮิโรกิ ยูสึเกะ ผู้ถือหุ้นมือสกปรกคนนั้นด้วย

 

            สงสัยไปก็ใช่ว่าจะเค้นให้ถามได้ฟุริฮาตะส่ายหน้าเบาๆและลุกไปเพื่อขอโกโก้ร้อนจากยามาดะซังอีกซักแก้ว (เขาไม่ค่อยชอบกาแฟเท่าไหร่)

 

            คนอย่างอาคาชิ ถ้าไม่ใช่ว่าหลักฐานคาตาก็จะเฉไฉ ไม่ยอมบอกอะไรทั้งนั้น

 

            คืนนี้อยู่ถึงสองทุ่มละกันฟุริฮาตะคิดและกลับไปทำงานอย่างเดิม

 

.....

 

....

 

...

 

..

 

..

 

..

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

            น่าเบื่อ...รอบที่สิบหกสำหรับความคิดเดียวของอาคาชิในเวลานี้

 

            เขากำลังนั่งรอฝ่ายหญิงในร้านอาหารฝรั่งเศส เขามานั่งรอก่อนเวลานัดซึ่งก็เหมาะสมแล้วสำหรับการที่สุภาพบุรุษจะพึงกระทำต่อสุภาพสตรี

 

            ผู้หญิงคนนั้น...ฮิโรกิ นานะ จากข้อมูลที่เขาให้ยูคิโอะไปสืบมา นับว่าคุณสมบัติตรงตามที่เขาตั้งเอาไว้ทุกอย่าง เห็นรูปครั้งแรกก็บอกได้เลยว่าเป็นคนหน้าตาดี ผมหยักศกยาวคลอเคลียบ่าแบบที่ทำให้ดูทะมัดทะแมงมากกว่าคุณหนูจ๋า ดวงตากลมโตสีดำสนิทเหมือนลูกกวางที่สุกใสส่องประกายเฉลียวฉลาด ยอมรับเลยว่าคงจะน่าสนใจกว่านี้...ถ้าไม่ติดว่าโควคิน่ารักกว่าล่ะก็นะ

 

            และข้อมูลเบื้องลึกที่ให้ยูคิโอะสืบมานั้นก็น่าสนใจเลยทีเดียว เรียนจบปริญญาโทจากอังกฤษทางด้านเครื่องประดับ รายได้จากการทำงานพิเศษระหว่างเรียนมีมากพอให้เปิดธุรกิจออกแบบเครื่องประดับเป็นของตัวเอง ผลงานเป็นเอกลักษณ์เข้าตาคนใหญ่คนโตหลายคน แต่ไม่เคยเปิดเผยจัวเองว่าเป็นคนออกแบบ แสดงว่ามองการณ์ไกล ไม่ได้คิดจะเกาะพ่อกินไปวันๆ และข้อมูลยิบย่อยอีกหลายอย่างที่อาคาชิคิดว่าพ่อของเขาหาคนมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ยกเว้นจุดบอดเพียงจุดเดียวเท่านั้น...

 

            “อาคาชิ เซย์จูโร่รึเปล่าคะ?” เสียงหวานพูดขึ้นจากด้านหลังทำให้อาคาชิหลุดจากความคิดตัวเอง และลุกขึ้นยืนไปประจันหน้ากับสาวน้อยวัย 28 ปีที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา

 

            “อาคาชิ เซย์จูโร่ครับ”

 

            “ฮิโรกิ นานะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เจ้าหล่อนดูดีกว่าในรูปมากทีเดียว (แต่โควคิก็น่ามองกว่าอยู่ดี) เธอแต่งตัวไม่ใช่แบบแฟชั่นสุดๆ แต่กลับเรียบง่ายดูมีสไตล์เป็นของตัวเอง เสื้อสีครีมคอเต่าแขนยาว ทับชายเสื้อไว้ในกระโปรงสีน้ำตาลเสมอเข่าเข้ารูป เครื่องประดับน้อยชิ้นไม่ทำให้ดูโล่งจนเกินไป ปล่อยผมเป็นธรรมชาติรับกับใบหน้าที่แต่งแต้มสีมาเล็กน้อยไม่ให้น่าเกลียด

 

            รู้จักวิธีแต่งตัวให้ดูดีแบบไม่เลียนแบบคนอื่น...เก่งและฉลาดทำ

 

            อาคาชิเลื่อนเก้าอี้ให้ฝ่ายหญิงได้นั่ง ก่อนจะส่งสัญญาณให้เริ่มเสิร์ฟอาหาร

 

            การสังเกตพื้นเพและลักษณะนิสัยของคนๆหนึ่งนั้นให้ง่ายที่สุดคือดูท่าทางการกิน แต่ดูเหมือนว่านานะจะได้รับการอบรมมาดีทีเดียว เธอสามารถใช้อุปกรณ์บนโต๊ะได้อย่างถูกต้องทั้งๆที่เขาจงใจเลือกร้านอาหารที่มีอุปกรณ์ยุ่งยากให้เลือกใช้เต็มโต๊ะ ท่าทางการกินที่สุภาพเรียบร้อยและสำรวมเลยทีเดียว และเธอเองก็รู้จักมารยาทพอที่จะไม่เอ่ยปากพูดระหว่างการทานอาหาร เพราะหากเป็นคนอื่นก็คงอ้าปากคุยกับเขาไปนานแล้ว

 

            จวบจนทานอาหารเสร็จแบะพนักงานเก็บโต๊ะนั่นแหละ จึงเริ่มต้นการคุยเพื่อทดสอบแต่ละฝ่าย

 

            “คุณกำลังสงสัยเรื่องสีผมของฉันอยู่” จู่ๆนานะก็พูดทะลุกลางปล้องขึ้นมา

 

            “อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้นล่ะครับ”

 

            “สิ่งแรกที่คุณมองเมื่อเห็นฉันคือผม และฉันก็ไม่ค่อยจะแปลกใจเท่าไหร่น่ะค่ะ ฉันโดนบังคับให้ย้อมเท่านั้นเอง” ใช่...เพราะผมของเธอออกเป็นสีน้ำตาลเข้มๆมากกว่าในรูป

 

            “ดูเหมือนคุณไม่น่าจะเป็นคนที่ยอมอะไรง่ายๆแบบนั้นนะครับ”

 

            “คนเราก็ต้องมีเหตุผลให้ยอมสิคะ” เยี่ยมมาก รู้จักปิดความลับของตัวเอง ไม่ยอมเปิดเผยอะไรง่ายๆ

 

            “ผมขอเดาว่า เพื่อให้คุณดูคล้ายคุณพ่อและพี่ชายไม่แท้ของคุณมากที่สุดสินะครับ”

 

            “ฮึๆๆ สืบมาหมดแล้วสินะคะ” ทายาททางธุรกิจของตระกูลฮิโรกิเป็นผู้ชายคนเดียวเท่านั้น เขาเองก็เคยเจอกับฝ่ายนั้นมาบ้าง และไม่เคยได้ยินเลยว่าฮิโรกิ ยูสึเกะมีลูกสาว นั่นคือจุดหนึ่งที่ทำให้เขาต้องส่งยูคิโอะไปตรวจสอบ

 

            “น่าเสียดายสีผมเดิมนะครับ อุตส่าห์ได้เหมือนคุณแม่แท้ๆ” ฮิโรกิ นานะเป็นลูกนอกสมรส หลังเธอเรียนจบได้ไม่นานครอบครัวฝั่งแม่ของเธอก็โดนอำนาจทางฝั่งของพ่อ บีบบังคับให้นานะมาให้นามสกุลฮิโรกิแทนนามสกุลของแม่ จับเธอย้อมสีผมให้ออกน้ำตราลเข้มๆเหมือนบิดาและพี่ชายคนละแม่เพื่อตบตาเขาให้แนบเนียนที่สุด

 

            รูปที่พ่อของเขาให้ดูนั้นเป็นรูปสมัยเธอเรียนที่อังกฤษ ซึ่งเธอยังผมดำสนิทอยู่ และมันขัดแย้งกับรูปปัจจุบันที่ยูคิโอะไปหามาได้ ไม่รู้ว่าเป็นจุดที่จงใจให้สังเกตหรือผิดพลาดจริงๆกันแน่ แต่เขาก็ขอบคุณในความผิดพลาดนี้

 

            “อาคาชิซัง คุณรู้มั้ยคะว่าทำไมดิฉันถึงใส่ชุดนี้ แทนที่จะเป็นเดรสหรูๆให้เขากับบรรยากาศของร้านมากกว่า” นั่นก็อีกข้อที่เขาฉุกใจคิด เพราะมันควรจะเป็นชัดทำงานมากกว่าใส่มาดินเนอร์เพื่อสร้างความประทับใจแรกพบกับผู้ชาย

 

            “ฉันต้องการให้ระหว่างเราเป็นการเจรจาทางธุรกิจ คุณสืบประวัติฉันมาแล้วก็คงรู้เรื่องของฉันมากกว่านี้”

 

            “เหมือนที่คุณสืบเรื่องของผมสินะครับ”

 

            “แหม รู้ทันจนได้นะคะ”

 

            “ระหว่างคุณกับคุณโรเบิร์ต เขาเข้าใจเรื่องคราวนี้รึเปล่าครับว่าคุณเองก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้” ผู้หญิงคนนี้...

 

            “เขาเข้าใจดีค่ะ และจะยอมอยู่เงียบๆไปอีกซักพักจนกว่าจะถึงจุดแตกหักจริงๆ และเราก็จะไม่ยอมเลิกกันเพื่อให้ฉันแต่งงานกับคุณแน่นอนค่ะ” ...มีเจ้าของแล้ว ผู้ชายคนนั้นเป็นผู้มีอิทธิพลในอังกฤษ เจอกันตอนเรียนปริญญาโท และวางแผนจะแต่งงานถ้าไม่ติดเรื่องที่พ่อบังคับให้เปลี่ยนนามสกุลและดูตัวกับเขา

 

            “งั้นเราก็คงตกลงกันง่ายขึ้นแล้วล่ะครับ” อาคาชิพูดด้วยรอยยิ้มหมายมาด “เพราะผมเองก็ไม่อยากแต่งงานพอดี”

 

            “ฉันทราบค่ะ ฉันถึงได้บอกไงล่ะคะว่าระหว่างเราจะเป็นการเจรจาธุรกิจ” ดวงตาสีดำขลับดูพราวระยับเหมือนเจอของถูกใจ “ผลประโยชน์ตรงกันในหลายๆด้านแบบนี้ อะไรๆคงง่ายขึ้น” หลายๆด้านงั้นเหรอ...

 

            “ผมเดาว่าคุณคงรู้ด้วยว่าทำไมผมถึงถูกบังคับให้แต่งงาน” คำว่าหลายๆด้านมันสะกิดใจอาคาชิขึ้นมา

 

            “เรื่องทายาทสินะคะ” นานะก็พูดถูกจุดพอดี “อายุเข้าเลขสามแล้ว แต่ไม่มีทายาทอาจทำให้รากฐานทางธุรกิจสั่นคลอนได้ จะมีก็ไม่ได้เพราะ...แฟนคุณไม่ใช่ผู้หญิง” ประโยคสุดท้ายที่พูดด้วยเสียงกระซิบทำให้ดวงตาสีแดงวาวโรจน์ขึ้นทันที

 

            “คุณรู้มากเกินไปแล้วนะ” นานะหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบ

 

            “ใจเย็นๆนะคะอาคาชิซัง ดิฉันรู้เท่านั้นค่ะ ถึงจะอยากรู้แทบตายว่าคนแบบไหนที่ทำให้คุณดิ้นรนทุกทางเพื่อรอดพ้นจากการแต่งงานนี้ก็เถอะ”

 

            “แล้วอะไรที่ทำให้คุณสืบเรื่องของผมไปลึกขนาดนั้น”

 

            “ก็อย่างนั้นแหละค่ะ ฉันเองก็ทำเพื่อจุดบกพร่องข้อนั้นของคุณด้วย เรื่องทายาทน่ะ”

 

            “คุณคงไม่คิดจะให้เรานอนด้วยกันหรอกนะครับ ผมไม่ทำแน่นอน”

 

            “ไม่หรอกค่ะ ทำแบบนั้นร็อบได้มาฆ่าคุณตายแล้วฆ่าฉันตามแน่” เธอยื่นซองสีน้ำตาลซองหนึ่งให้เขา “คุณลองเอาเอกสารนี่ไปอ่านเล่นและพิจารณาสนุกๆดูนะคะ ในนั้นมีช่องทางติดต่อกับฉันแล้ว ถ้าคุณสนใจก็ติดต่อฉันทีหลังนะคะ” แล้วเธอก็ลุกขึ้นยืนอย่างสุภาพ

 

            “ฉันคงต้องขอตัวก่อน จะรอคุณติดต่อกลับมาอย่างใจจดจ่อนะคะอาคาชิซัง”

 

            อาคาชิมองที่นั่งว่างเปล่านั้นด้วยสายตาครุ่นคิด ดูเหมือนอะไรๆจะลงตัวจนเกินไปจนน่าประหลาดใจ แต่มือสีขาวก็หยิบซองสีน้ำตาลขึ้นมาดูเอกสารภายในด้วยความสงสัย

 

            “นี่มัน...!” อาคาชิรีบเก็บเอกสารกลับเข้าซองทันทีที่เห็นหัวข้อเอกสารที่เป็นภาษาอังกฤษล้วนนั่น

 

            มันคืออีกทางรอดของเขา โครงการแรกๆเลยด้วยซ้ำที่เขาคิดเอาไว้แต่ก็ต้องพับเก็บไปโดยปริยาย เพราะโอกาสความเป็นไปได้ของการสำเร็จนั้นมันต่ำซะยิ่งกว่าการหาผู้หญิงที่เหมาะสมกับเขาจนเจอและจับแต่งงานกับเสียอีก แต่ฮิโรกิ นานะคนนั้นกลับเสนอทางนี้ขึ้นมา อาคาชิเข้าใจแผนของเธอในทันที แผนที่นานะวางไว้ในระดับหนึ่ง เหลือเพียงแต่เขาจะเดินหมากต่อให้เสร็จสมบูรณ์เท่านั้น

 

            มันสมบูรณ์ทั้งอุดช่องโหว่ของเขา และต้องได้ปิดฉากผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั่น

 

            บางทีผู้ชายคนนั้นน่าจะเคยทำอะไรที่เลวร้ายมากๆลงไป ถึงได้เปลี่ยนลูกสาวที่ควรจะอ่อนหวานให้กลายเป็นเสือร้ายที่พร้อมจะตะปบผู้เป็นพ่อได้ทุกเมื่อ

 

            ยังไงก็ตาม บอกโควคิไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นเขาต้องค้านแน่ๆ

 

            ทางรอดสุดท้ายของเขา...ต่อให้มันผิดและไม่เหมาะสมเขาก็ยังเลือกที่จะทำอยู่ดี

 

 

ไรท์ไม่อยู่ 1 อาทิตย์นะคะ เดี๋ยวไรท์จะลงอะไรให้อ่านเล่นในเพจนะ

 

นานะเสนอทางรอดให้นายน้อยค่ะ เป็นทางเดียวที่นายน้อยทำแล้วรอดทุกอย่าง แต่ก็ต้องโค้นยูสึเกะลงด้วยเช่นกัน

 

นี่คือจุดแตกหักของบริษัทค่ะ นายน้อยจะต้องทำวิธียังไงก็ได้ให้ยูสึเกะถอนหุ้นออกให้หมด กำจัดแบบถอนรากถอนโคน ในขณะเดียวกันก็จัดการเรื่องทางรอดของตัวเองไปด้วย

 

ปิดฟุริต่อไปสิคะ ฟุริรู้เรื่องไม่ได้แน่นอน เพราะแผนนี้มันไม่ใช่ของที่น่าชื่นชมนัก แต่ถ้าเป็นทางเลือกเดียวที่จะทำให้นายน้อยได้อยู่กับฟุริแล้วมีทายาท เรื่องอะไรที่นายน้อยจะไม่ทำล่ะ จริงมั้ยคะ?

 

เม้นต์หน่อยนะเออ เม้นต์ให้กับความหื่นของนายน้อยก็ยังดีค่ะ ฮ่าๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

406 ความคิดเห็น

  1. #385 MatchaLatteCream (@tarkra) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 02:03
    หยั่มบอกนะว่าแนวอุ้มบุญ.. // ทาบอก
    #385
    0
  2. วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 19:20
    ปูเสื่อรอ ลุ้นมากกกกกกกกกกกกกก
    #256
    0
  3. #255 m.minddy_pink (@mindapink) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 22:36
    เปนเรื่องที่ซับซ้อนจนต้องเชิดชูคนแต่งเลยทีเดียว55555
    ปล.นายน้อยนางหื่นนนนน
    ปล.2 สู้ๆนะค้าาา รออ่านอย่างจดจ่อแน่น๊อนนนน
    #255
    0
  4. #254 Chamodz. (@hentaisama) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 00:43
    อยากรู้อย่างแรงกล้าว่าผู้หญิงคนนั้นเสนออะไรมา - ....... -

    เริ่มลุ้นตามความเข้มของเนื้อเรื่อง ก่อนกดอ่านผมทำใจด้วยนะ กลัวดราม่าน้ำตาแตก

    พอเข้ามาอ่านแล้วรู้สึกว่าอยากรู้ อยากเห็น น่าสนใจ น่าติดตามต่อ น่าจะอัพทุกวั -------- แค่ก

    ไรท์ไม่อยู่ผมก็คงต้องนับแกะวนไป รอฟิคอัพ

    ชอบการบรรยายถึงสังคมของผู้ใหญ่แบบที่ไรท์ถ่ายทอดมันออกมา มันรู้สึกว่ามีอะไรยุ่งยากกว่าที่เห็น พออ่านแล้วแบบ หูย แบบนี้เองเหรอเวลาผู้ใหญ่เขาคุยเรื่องงานกัน

    ขอบคุณนะครับ ที่ทำให้ผมได้รู้จักวงการธุรกิจอันโหดร้าย ; _____ ;
    #254
    0
  5. #253 nobume (@kednadda2544) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 23:47
    ขอบคุณนะคะที่แต่งมาให้อ่าน
    สนุกมากๆเลยคะ
    มาต่อไว้ๆนะคะอยากอ่านมากๆเลยอะ
    #253
    0
  6. #252 kana-mk (@kana-mk) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 23:46
    บอกมั่งจิ อยากรู้ด้วยยย
    #252
    0