Fic Kuroko no basket : AkaFuri

ตอนที่ 39 : Chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    19 ก.ค. 59

Chapter 8

 

Wednesday 2.30  p.m.

 

            “เอกสารชุดนี้จัดการให้เสร็จภายในวันศุกร์นะ”

 

            “ครับ”

 

            “แล้วก็ฝากแฟ้มนี้ไปให้อาโออิซังด้วย”

 

            “ได้ครับ”

 

            เมื่อถึงวันกลางสัปดาห์ งานก็จะค่อนข้างยุ่งกว่าปกติเป็นธรรมดาอยู่แล้ว อาคาชิกับฟุริฮาตะคว้าหน้ากากเจ้านายกับลูกน้องมาใส่โดยไม่ต้องให้เตือนอะไร เพราะงานมันยุ่งเกินกว่าที่จะมานั่งแกล้งหรือหยอกล้อกัน

 

            “ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ” ฟุริฮาตะพูดเมื่อดูเหมือนว่าไม่มีอะไรอีก

 

            “คืนนี้กลับดึกนะ ไม่ต้องรอ” อาคาชิพูดเบาๆเหมือนให้ได้ยินแค่สองคน

 

            “ผมไม่เคยรอนะครับ ท่านประธานสั่งให้ผมรอต่างหาก” ฟุริฮาตะยิ้มเล็กๆและโค้งตัวลงเป็นการล้อเลียน แล้วรีบเดินออกมาเพื่อกลับไปทำงานของตัวเองก่อนจะโดนสำเร็จโทษ ในใจก็คิดว่าค่ำคืนนี้ก็คงโดนหนักหน่อย เพราะเผลอไปกระตุกหนวดสิงโดตเข้าให้แล้วสิ

 

            อาคาชินั้นต่อให้เลิกช่หรือกลับดึกยังไงก็ไม่เคยค้างนอกบ้าน เว้นแต่ว่าจะดูงานนอกสถานที่ นั่นก็เพราะว่าชอบกลับมากลั่นแกล้งเขาอยู่ทุกคืนเนี่ยแหละ

 

            ส่วนสาเหตุที่วันนี้กลับดึกนั้น...อาคาชิได้บอกเอาไว้เมื่อคืนแล้ว

 

            มันคือเรื่องของฮิโรกิ นานะ

 

.....

 

....

 

...

 

..

 

..

 

..

 

..

 

.

 

.

 

.

 

.

 

            “ทำไมคุณถึงต้องมานัดเอากลางสัปดาห์อย่างนี้ล่ะครับ”

 

            “เพราะมันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุกของเราไงคะ”

 

            ฮิโรกิ นานะตอบด้วยรอยยิ้มเช่นเคย และนั่นทำให้อาคาชิไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก

 

            วันนี้เธอไม่ได้มาในชุดทำงานเหมือนวันก่อน แต่มาในชุดเดรสเกาะอกยาวเหนือเข่าสีงาช้างที่ทำให้กลืนไปกับสีผิวขาวๆของเธอ ปล่อยผมหยักศกที่เซ็ตทรงมาอย่างดีให้ยาวคลอเคลียบ่าและติดกิ๊บขึ้นไปเล็กน้อยไม่ให้ผมลงมาปรกใบหน้า พร้อมกับเครื่องประดับน้อยชิ้นเช่นเดิม เพราะวันนี้เขานัดกันที่ห้องอาหารบนโรงแรมหรู ไม่ใช่ภัตตาคารเหมือนครั้งก่อน

 

            “ผมเข้าใจว่ามันดูเหมือนผมเริ่มให้ความสำคัญกับคุณมากขึ้น แต่แค่นัดบนโรงแรมก็น่าจะพอแล้วมั้งครับ” ในตอนแรกเขาก็นัดร้านอาหารเดิมนั่นแหละ แต่จู่ๆนานะก็ส่งข้อความมาบอกว่า

 

            ทำให้ฉันมีความสำคัญกับคุณมากๆหน่อยสิคะ

 

          “ก็ต้องให้มันสุดๆหน่อยสิคะ อีกอย่าง...ที่นี่ทุกวันพุธมีนักข่าวมานั่งเล่น พวกนั้นจะทำให้อะไรๆง่ายขึ้นค่ะ”

 

            “ก็เดาได้อยู่หรอกครับ แต่ดูจากฐานะทางสังคมของทั้งผมและคุณเนี่ย...ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้นะ” ก็แค่ขยับตัวยังออกข่าวได้ ไม่จำเป็นต้องนัดในที่แบบนี้หรอก

 

            “เอาน่า...ฉันว่างวันนี้วันเดียวด้วยนะคะ”

 

            “เอาเถอะครับ” สุดท้ายอาคาชิก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ปกติเขาไม่ชอบให้อะไรยุ่งยากแบบนี้ เพราะเขาเป็นพวก ขยับหน่อยก็ออกข่าวแต่ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้มาก

 

            ข่าวที่จะออกในวันพรุ่งนี้ไม่ใช่ข่าวในหนังสือพิมพ์ธุรกิจหรอกนะ แต่เป็นพวกหนังสือพิมพ์ในหน้าซุบซิบไฮโซซะมากกว่า ซึ่งต่อให้เขาเอาเงินไปอุดยังไงก็ห้ามจมูกนักข่าวพวกนั้นไม่ทันหรอก จึงไม่ทำแบบนั้นเพราะไม่มีประโยชน์ ถึงเวลาจริงก็ปากต่อปากกันอยู่ดี แล้วทั้งสองฝ่ายก็มาจากตระกูลใหญ่ทั้งคู่ ปิดยังไงก็ไม่มิดหรอก

 

            “ก่อนจะเข้าเรื่อง ผมอยากรู้ความจริงบางอย่าง...จากปากคุณ” อาคาชิพูดขึ้นมา “ทำไมคุณถึงได้หักหลังพ่อคุณล่ะครับ ถึงเขาจะไม่ได้เลี้ยงคุณมา แต่เขาก็ให้กำเนิดคุณนะ”

 

            อาคาชิไม่ได้คิดว่าพ่ออย่างยูสึเกะเป็นพ่อที่ดี แต่อาคาชิกำลังคิดถึงเรื่องของตัวเอง...ถึงจะไม่ค่อยลงรอยกับพ่อ แต่ถ้าจะให้ทำเรื่องแบบนี้กับพ่อตัวเอง...เขาทำไม่ลง

 

            “คุณคงสืบมาแล้วด้วยสินะคะว่าคุณแม่แต่งงานใหม่” นั่นคือสิ่งที่นานะตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม

 

            “ครับ”

 

            “งั้นคุณคงรู้ว่าคุณแม่มีลูกสาวสองคน”

 

            “ก็พอได้ยินมาอย่างนั้น” แต่เขาก็ยังไม่เคยเห็น

 

            “ตามนั้นเลยค่ะ ฉันไม่ใช่ลูกของผู้ชายคนนั้น”

 

            “ห๊ะ?”

 

            “ฉันชื่นชมนะคะที่คุณสามารถสืบประวัติได้ลึกขนาดนี้ คุณพ่อของดิฉันอาจไม่ใช่ตระกูลที่มีชื่อเสียงมากมาย แต่ก็มีอำนาจมากพอที่จะปิดประวัติลูกๆได้ กลายเป็นว่าพี่สาวฉัน...ลูกแท้ๆของผู้ชายคนนั้นกลายเป็นลูกของคุณพ่อฉันอีกคน พอฉันโตขึ้นฉันเลยเลือกที่จะใช้นามสกุลคุณแม่ เพื่อให้ได้สืบทอดกิจการเครื่องประดับต่อ” นานะยิ้มจางๆแต่แลดูเจ้าเล่ห์ “ทุกคนเลยคิดว่าฉันเป็นลูกของผู้ชายคนนั้นแทน เพราะฉันใช้นามสกุลคุณแม่ค่ะ”

 

            “แล้วคุณ...ไม่รู้สึกแย่เหรอครับ”

 

            “ไม่นะคะ ฉันเกิดมามีพ่อแม่แท้ๆดูแล พวกเขาเข้าใจยังไงความจริงมันก็ไม่เปลี่ยนหรอกค่ะ แต่พี่...ถึงเธอจะมีคุณพ่อคนใหม่ แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะทดแทนพ่อแท้ๆได้ เธอรู้ตั้งแต่เด็กว่าพ่อของเธอเป็นใคร และพี่ก็รู้ตัวด้วยว่าถูกทอดทิ้ง ถูกผลักไส พี่เลยเลือกที่จะไม่นึกถึงผู้ชายคนนั้น แต่เธอก็ติดตามข่าวของคนๆนั้นตลอด”

 

            “.........”

 

            “เราโตมาด้วยกัน เรียนที่เดียวกันมาตลอด จนพี่สาวฉันเรียนจบก็รอฉันจบบ้าง แล้วเราก็ไปต่อโทที่อังกฤษพร้อมกัน จริงๆเราตัวติดกันมากนะคะ พี่ไม่อยากไปคนเดียวเลยรอให้ฉันเรียนจบก่อน ฉันเรียนด้านอัญมณีและโชคดีที่เจอร็อบที่นั่น ส่วนพี่ฉันเรียนด้านธุรกิจเพื่อสืบทอดกิจการคุณพ่อ แต่พี่ไม่ได้โชคดีอย่างฉัน...พี่เจอผู้ชายอีกคน”

 

            “.........”

 

            “เขาทำให้ผู้ชายทุกคนที่เข้ามาในชีวิตพี่หายไปหมด พี่ต้องนั่งร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะเมื่อเธอเริ่มที่จะรักใครซักคน คนๆนั้นก็จะหายตัวไปเงียบๆ จนสุดท้ายพี่ก็ตัดใจจากผู้ชายทุกคน เธอรู้ว่าที่ทุกคนเดินจากไปเพราะผู้ชายคนนั้นกันท่าไว้ เขาเล็งพี่เอาไว้ตลอดเวลา และพี่ก็ทำอะไรไม่ได้ด้วยเพราะนั่น..เป็นพี่ชายต่างแม่ของตัวเอง”

 

            “.............”

 

            “สุดท้าย พอเราเรียนจบกันทั้งคู่ เราก็อยู่ที่อังกฤษอีกซักพัก พี่ถูกเพื่อนสนิทชวนไปปาร์ตี้ฉลองก่อนกลับญี่ปุ่น วันนั้นฉันไม่ได้ไปด้วยเพราะนัดกับร็อบไว้แล้ว พี่ก็ไม่อยากให้ฉันผิดนัดกับคนอื่นเพื่อเธอบ่อยๆก็เลยไปคนเดียว” จู่ๆดวงตาสีดำสวยก็วาวขึ้นด้วยไฟแค้น

 

          “เพื่อนที่คิดว่าไว้ใจได้ที่สุด...วางยาพี่ แล้วปล่อยให้ไอ้เลวนั่นทำเรื่องระยำกับพี่”

 

          “........”

 

            “ถึงฉันจะรู้ว่าเพื่อนคนนั้นโดนบังคับให้ทำ แต่ฉันก็เลิกคบกับเขา และโดนบริษัทหลายแห่งขึ้นแบล็คลิสต์เพราะร็อบส่งเรื่องไปให้ แต่นั่นก็ยังไม่พอกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่”

 

            “...............”

 

            “คุณรู้มั้ยคะว่าสภาพของพี่แย่แค่ไหน ถึงพี่จะเข้มแข็งพอที่จะหยุดร้องไห้ได้ในไม่สัปดาห์ต่อมา แต่ก่อนหน้านั้นฉันถึงกับต้องพาพี่ไปพบจิตแพทย์ พี่ถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าเพราะเหตุการณ์บ้าๆนั่น สุดท้ายพี่ก็ยอมปล่อยให้มันเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว และมันควรจะเป็นอย่างนั้นถ้าไม่ใช่ว่าพี่ท้อง”

 

            “.............”

 

            “พี่ดีเกินกว่าที่จะทำลายสิ่งมีชีวิตเล็กๆนั่นลง พี่ติดต่อไปทางนั้นแต่เขาก็ไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น คุณแม่ก็เข้ามาปลอบเพราะท่านเคยผ่านจุดนี้มาแล้ว แต่สิ่งที่ท่านไม่ได้ผ่านคือท้องกับพี่ชายตัวเอง”

 

            “ครอบครัวคุณ...”

 

            “ไม่มีใครรู้ว่าพ่อของเด็กในท้องคือใครค่ะ และไม่มีใครกล้าถามด้วย พอเอ่ยปากถึงพี่ก็ร้องไห้ ฉันก็ทำหน้าเหมือนจะไม่ฆ่าคน ก็เลยไม่มีใครได้รู้ความจริง แต่พี่...ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นก็คงดีกว่านี้ แต่นี่พี่ชายตัวเอง ความเจ็บปวด ความอัปยศกับเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันสั้น ความรู้สึกผิดที่ทำให้ครอบครัวต้องขายหน้าทำให้พี่ค่อยๆพังทลายลงอย่างเงียบๆ”

 

            “พี่เพิ่งผูกคอตายเมื่อไม่กี่เดิอนก่อนเองค่ะ”

 

          “ผม...เสียใจด้วยครับ” นานะส่ายหน้าเบาๆเหมือนกับเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เธอไม่ได้คิดมาใส่ใจมากนัก

 

            “ผ่านงานศพไม่ถึงอาทิตย์ ทางฮิโรกิก็ส่งคนมาบอกให้ฉันเปลี่ยนนามสกุล บ้านฉันบอกว่าพี่ตายไปแล้วแต่พวกเขาก็ไม่เชื่อ พวกเขาคิดว่าฉันเป็นลูกของฮิโรกิ ยูสึเกะและพยายามสร้างเรื่องโกหกขึ้นมา พวกเขาบีบบังคับครอบครัวทางคุณแม่และธุรกิจของคุณแม่ทุกทาง ฉันเลยหาเหตุผลที่จู่ๆเขาก็อยากได้ลูกสาวขึ้นมา ก็เลยไปเจอหลักฐานที่แสดงว่าเขาต้องการฮุบอาคาชิกรุ๊ป”

 

            “คุณเลยยอมเปลี่ยนนามสกุล เพราะจะได้แก้แค้นด้วย?” อาคาชิถาม เพราะดูจากลักษณะของเธอแล้ว นานะไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนั้น

 

            “ไม่ค่ะ ฉันไม่ชอบการแก้แค้น ฉันคิดว่าต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า แต่การได้ขัดแข้งขัดขาเขาบ้างก็สนุกดีนะคะ อีกอย่าง...” นานะคลี่รอยยิ้มสวย

 

            “บอกแล้วไงคะ คนเรามีเหตุผลเป็นของตัวเองที่จะยอมทำอะไรบางอย่างเพื่อผลประโยชน์ที่ดี”

 

            เธอบอกเหตุผลไม่หมด แต่เขาก็ขี้เกียจหาเหตุผลนั้นแล้ว

 

            “งั้นเรามาเริ่มคุยเรื่องของเราเถอะนะครับ” ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว

 

            “ขอบคุณที่เชื่อใจกันนะคะ อาคาชิซัง” เขาเลือกที่จะเชื่อแล้ว ในเมื่อทางเลือกนี้แก้ปัญหาทั้งเรื่องบริษัทและเรื่องทายาม ต่อให้อะไรๆดูคลุมเครือน่าสงสัย เขาก็ต้องปล่อยผ่านไปให้หมด อาคาชิต้องเลือกเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง เพราะตอนนี้เขามีหลักประกันให้ตัวเองรอดก็พอแล้ว

 

.....

 

....

 

...

 

..

 

..

 

..

 

.

 

.

 

.

 

            หลังจากพูดคุยและนัดหมายสถานที่ครั้งต่อไปเสร็จ ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันกลับ นานะปฏิเสธน้ำใจจากอาคาชิที่บอกว่าจะไปส่งให้ถึงบ้าน โดยให้เหตุผลว่าไม่อยากให้คนภายนอกมองเธอไม่ดี เพราะนี่เพิ่งจะเป็นครั้งที่สองที่ได้เจอกัน อาคาชิจึงไปส่งที่สถานีโดยที่นานะใส่สูทสำหรับผู้หญิงที่เธอเตรียมมา คลุมทับชุดเกาะอกตัวสวยเอาไว้ คล้อยหลังรถของอาคาชิไปนานะจึงเดินต่อ แต่แทนที่เธอจะไปขึ้นรถไฟ เธอกลับเข้าร้านกาแฟเล็กๆแทน และนั่งลงบนโต๊ะที่มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่แล้ว

 

            “เขาว่ายังไงบ้าง”

 

            “เขาสนใจและให้ความร่วมมืออย่างดีค่ะ แต่เขาก็สงสัยนะคะว่าทุกอย่างมันลงล็อคมากเกินไป คุณแน่ใจนะคะว่าเขาจะไม่ระแคะระคาย?”

 

            “ไม่หรอก เขาระแคะระคายแน่ แต่เขาไม่สนใจเรื่องพวกนั้นแล้ว ตอนนี้ความจำเป็นของเขาสำคัญกว่าเรื่องแบบนั้น” ผู้ชายคนนั้นพูดและจิบชาในมืออย่างใจเย็น “โรเบิร์ตไม่ว่าอะไรใช่มั้ย สำหรับเรื่องนั้น”

 

            “เขาไม่ว่าค่ะ เขาเห็นด้วยที่จะตอบแทนผู้มีพระคุณให้ได้อย่างสุดความสามารถ”

 

            “อาคาชิต้องขอบคุณเธอมากสำหรับเรื่องครั้งนี้ พวกเราติดหนี้บุญคุณเธอแล้วล่ะ” ชายผู้นั้นค้อมตัวลงนิดๆ ทำให้นานะก้มตัวลงแทบไม่ทัน

 

            “ม...ไม่ได้นะคะ ไม่ว่าเรื่องไหรถ้าได้ช่วยเหลือนายท่านกับนายน้อยแล้ว ฉันยินดีและเต็มใจทำค่ะ” นานะส่งยิ้มจางๆให้ “ก็นายท่านช่วยทั้งหนูทั้งครอบครัวหนูไว้ตั้งเยอะ เรื่องแค่นี้ยังเทียบไม่ได้กับที่ท่านทำให้หนูเลยด้วยซ้ำ”

 

            “เอาเถอะ ยังไงพวกเราก็ติดหนี้บุญคุณเธออยู่ดี”

 

            “ว่าแต่ทำไมนายท่านถึงไม่บอกานายน้อยล่ะคะ ทั้งเรื่องบริษัทแล้วก็เรื่องนั้น จะมาอ้อมค้อมทำไมให้ยุ่งยากเสียเวลาล่ะคะ”

 

            “เรื่องบริษัท นายน้อยตอนนี้บริหารงานทั้งหมด เขามีหน้าที่พิสูจน์ตัวเองตลอดเวลาว่าเขาแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ในขณะที่นายท่านออกมาจากจุดนั้นแล้ว ท่านไม่มีสิทธิ์ในการลงมือทำใดๆทั้งสิ้น ในมือท่านก็มีหุ้นแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ทำแบบนี้ก็เหมือนให้บททดสอบกับนายน้อย แล้วนายน้อยมีหน้าที่จัดการเอง”

 

            “ส่วนเรื่องนั้น...นายท่านบอกว่านายน้อยคงไม่เชื่อท่านน่ะ”

 

            “อะไรกัน...เขาดูไม่ใช่พวกมีปัญหากับพ่อซะหน่อย”

 

            นานะไม่ได้เล่าประวัติตัวเองทั้งหมด มันมีส่วนที่ไม่เกี่ยวกับตัวเธอ เช่น บริษัทของพ่อที่โดนทางฮิโรกิกดดันจนเกือบล้มละลาย และกิจการของแม่ที่โดนกดดันเช่นกัน เธอไม่ได้เล่าถึงการที่ทำให้ทั้งสองธุรกิจกลับมารุ่งเรืองได้อย่างเดิม...ว่ามีคนช่วยหนุนหลังให้

 

            และเธอก็ไม่ได้เล่าด้วยว่า ครั้งหนึ่งที่เธอไปเรียนที่อังกฤษ เธอเกือบโดนพวกของลูกชายตระกูลฮิโรกิลากไปทำร้าย เพราะคอยขัดขาเขาอยู่เรื่อย ในตอนที่เธอกำลังจะเสียศักดิ์ศรีไปตลอดชีวิต ก็ได้คนเดียวกันมาช่วย...คนที่ช่วยธุรกิจของบ้านเธอในเวลาต่อมา

 

            ใช่แล้วล่ะ...เหตุผลที่เธอยอมทำเรื่องบ้าๆแบบสุดเหวี่ยงอย่างตอนนี้ก็คือ เพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณไงล่ะ

 

 

คงไม่ต้องให้บอกหรอกเนอะว่าใครอยู่เบื้องหลังทั้งหมด

 

จริงๆถ้าไรท์อยู่ในจุดที่นานะอยู่ ไรท์ก็คงปล่อยเหมือนกันนะคะ ขี้เกียจไปตามแค้นอ่ะ แต่ในเมื่อโอกาสมาถึงแล้ว ไรท์ก็คงคว้าโอกาสแก้เผ็ดเขาเหมือนกันแหละน่า

 

นานะไม่ได้มีจุดประสงค์ทำลายบริษัทของฮิโรกินะคะ แค่จะขัดแข้งขัดขาเรื่องผลประโยชน์เฉยๆ นายน้อยเองในเมื่อรู้แล้วว่าทางนั้นทำอะไรบ้าง ก็แค่ทำให้เขาทำไม่ได้อีกก็แค่นั้นค่ะ แต่ไม่รู้นะว่า อีกคนจะทำมากแค่ไหน //ไม่สปอยล์ดิเฮ้ย

 

เพจใกล้ 1000 ไลค์แล้ว //เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ //ถ้าครบ 1000 ไรท์จะลงอาโอคิเสะตอนที่ 1 แบบเต็มตอนนะคะ //มันยาวมากเลยอ่ะ ควรทำยังไงดีกับการพิมพ์เนื้อเรื่องที่ยาวขนาดนั้นในหนึ่งครั้ง

 

เม้นต์หน่อยนะคะ รออ่านทุกครั้งเลยนะเออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

406 ความคิดเห็น

  1. #387 MatchaLatteCream (@tarkra) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 02:14
    ก็นี่ไง ก็ซึนกันอย่างงี้ ปากหนักยังงี้
    #387
    0
  2. #347 Banananaaa (@did-you-know) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 02:55
    เราพอเดาออกแล้วว่าใครที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด อือหือ วางแผ่นได้ซับซ้อนมากเลยนะคะ
    #347
    0