Fic Kuroko no basket : AkaFuri

ตอนที่ 41 : Chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 ส.ค. 59

Chapter 10

 

            ‘ยังไม่เสร็จอีกเหรอ!’

 

            เสียงฟุริฮาตะตะโกนก้องอยู่ภายในใจด้วยความร้อนรุ่น เป็นเวลาเกือบสองชั่วโมงแล้วที่เขาได้เดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน แต่นั่นหมายความว่ามันเกือบสี่ชั่วโมงแล้วที่อาคาชิได้เข้าไปในห้องฉุกเฉิน

 

            ย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านี้...

 

            “ไม่ได้นะครับฟุริฮาตะ!

 

          “หลีกทางให้ผมซะยูคิโอะซัง ถึงคุณจะเป็นเลขาของเซย์ตั้งแต่เมื่อก่อนแต่ไม่ได้หมายความว่าจะมาขวางผมได้นะ”

 

          ภายในห้องผู้จัดการฝ่ายการตลาด ฟุริฮาตะกำลังยืนประจันหน้ากับยูคิโอะ เลขาของอาคาชิที่เข้ามาแจ้งข่าวร้ายให้ฟุริฮาตะฟัง

 

          ถูกแทง! แฟนของเขาถูกแทงแล้วจะให้นั่งเฉยๆอย่างสบายใจได้ยังไงกัน!!

 

          “ถ้าคุณรีบออกไปก็ยิ่งน่าสงสัยนะครับ อย่าลืมนะครับว่ามีคนจับตาดูอยู่เยอะแยะไป”

 

          ใช่...เพราะความสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดการฝ่ายการตลาดกับประธานบริษัทดูน่าสงสัย หลายๆคนจึงพยายามจับตาดูมองเขาสองคนมาตลอด แต่วันนี้...

 

          “คุณจะให้ผมทนนั่งทำงานอยู่ในนี้งั้นเหรอครับ!

 

          “งั้นถ้าฉันไปล่ะ เธอจะยอมอยู่เฉยๆและทำหน้าที่ตัวเองจนเสร็จมั้ย” เสียงแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูให้ชายทั้งสองหันไปดู จึงพบกับอาคาชิ มาซาโอมิที่ยืนอยู่พร้อมกับยูคิโอะ เรียว

 

          “ชินจิ” เรียวพูดเบาๆให้ลูกชายเข้าไปหา

 

          “เธอส่งรูปคนร้ายมาครับ ผมกำลังให้คนไปตรวจสอบอยู่” นั่นคือสิ่งที่ยูคิโอะ ชินจิตอบไป

 

          “ว่าไงฟุริฮาตะ ถ้าฉันจะไปดูเองนายจะยอมกลับไปทำงานต่อจนเสร็จมั้ย” มาซาโอมิพยายามเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง ถึงเขาจะชราแล้วแต่ดูคนไม่เคยผิดหรอก ภายใต้รูปลักษณ์ที่ขี้กลัวนั้น หากถึงจุดที่กระตุ้นเมื่อใดก็ไม่ต่างอะไรกับภูเขาไฟลูกย่อมๆเลยทีเดียว

 

          “...กรุณาด้วยครับนายท่าน” ฟุริฮาตะได้แต่ตอบไปเช่นนั้น

 

          กลับมาที่ปัจจุบัน….

 

            หลังจากที่นายท่านได้ออกไปแล้ว ฟุริฮาตะก็เรียกยามาดะเข้ามาพร้อมเอาเอกสารที่ต้องเซ็นต์เร่งด่วนมาตรวจสอบทันที ถึงแม้จะเร่งมือแค่ไหนแต่งานก็ไม่ขาดตกบกพร่อง ถึงกระนั้นกว่าฟุริฮาตะจะออกจากบริษัทได้ก็สี่โมงกว่าๆแล้ว ประกอบกับเป็นเวลาเลิกงานของบริษัททำให้รถค่อนข้างติด กว่าจะมาถึงโรงพยาบาลก็เกือบห้าโมงเย็น

 

            เลือดถุงแล้วถุงเล่าถูกลำเลียงเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ฟุริฮาตะเองก็เพิ่งเข้าไปให้เลือดเหมือนกัน และออกมาได้ราวๆครึ่งชั่วโมงก็เดินไปเดินมาราวกับหนูติดจั่น สองมือกอบกุมกันแน่นกำลังสั่นระริกและเหงื่อออกเต็มฝ่ามือถึงแม้ปลายนิ้วจะเย็นเฉียบมากก็ตาม

 

            ฮิโรกิ นานะเองก็นั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วย เป็นครั้งแรกที่ฟุริฮาตะได้เจอเธอตัวเป็นๆไม่ใช่ในรูปถ่าย เธอสวยกว่าในรูปจากหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารมาก แต่ตอนนี้เธอกำลังโทษตัวเองที่เป็นสาเหตุให้อาคาชิโดนแทง

 

            “อย่าโทษตัวเองเลยครับ” นั่นคือสิ่งที่ฟุริฮาตะปลอบเธอไป “คุณไม่ผิดหรอก คนทำต่างหากที่ผิด”

 

            รูปถ่ายที่เธอส่งมานั้นเป็นเบาะแสชั้นดี และตอนนี้เธอก็เป็นพยานปากเอกให้อาโอมิเนะสอบปากคำอยู่

 

            ...ใช่ อาโอมิเนะ ไดกิเป็นตำรวจ และผู้ชายคนนี้ก็รีบรับคดีนี้มาทำทันที

 

            ดูเหมือนมาซาโอมิกำลังคิดว่าคนบงการเป็นฮิโรกิ ยูซึเกะ แต่เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานใดๆมัดตัวเขาได้ ก็ต้องปล่อยเลยตามเลย การให้อาโอมิเนะที่ไม่ใช่ตำรวจมือดีที่สุดอย่างสารวัตรมารับผิดชอบคดี ก็เพราะยามนี้อาโอมิเนะน่าไว้ใจที่สุดที่จะทำคดีนี้ ถ้าปล่อยให้คนอื่นทำ...มันอาจหลุดลอยหายไปด้วยอำนาจเงินของคนบงการแน่

 

            ฮวบ!

 

            “ฟุริฮาตะ!” ทุกคนพูดขึ้นมาเสียงดังเมื่อจู่ๆฟุริฮาตะก็ขาอ่อนลงไปนั่งกองกับพื้น ความเครียดที่กดดันและจากการเสียเลือดทำให้ฟุริฮาตะหน้ามืดเล็กน้อย แต่ก็ส่ายหัวเบาๆเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร ดวงตาสีน้ำตาลยังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินตลอดเวลา

 

            “ฟุริฮาตะ ขึ้นมานั่งข้างๆฉัน” มาซาโอมิพูดเสียงเรียบทำให้ฟุริฮาตะไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้ เมื่อพยุงตัวเองขึ้นนั่งได้แล้วมือบางก็ถูกกอบกุมด้วยฝ่ามือเหี่ยวย่นของวัยชราแต่ร้อนจัดของคนข้างๆ

 

            อ่า...รู้แล้วว่าเซย์ตัวร้อนเหมือนใคร

 

            “เขาต้องไม่เป็นไร” ชายชราพูดอย่างมั่นใจ ทั้งอุณหภูมิและน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจเหมือนลูกชายทุกประการทำให้กระบอกตาร้อนผ่าวอย่างช่วยไม่ได้

 

            ทุกอย่างมันคุ้นเคยจนฟุริฮาตะรู้สึกปวดใจไปหมด เมื่อรู้ว่าชีวิตของเจ้าของสัมผัสเดิมที่เคยได้รับกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย หัวใจดวงน้อยสั่นไหวด้วยความหวาดกลัวต่อทุกสิ่งทุกอย่างจนส่งแรงสั่นออกมาทางลำตัว ร้อนให้คิเสะที่ติดมากับอาโอมิเนะต้องโอบเบาๆเป็นการปลอบโยน

 

            เชื่อใจฉันนะโควคิ... นั่นคือประโยคสุดท้ายของวันนี้ที่เขาได้คุยกัน และฟุริฮาตะก็เลือกที่จะทำตาม เชื่อใจจนแม้แต่ตอนนี้ก็ยังเชื่อว่าอาคาชิจะไม่ทิ้งเขาไปไหน ถึงแม้ความหวังจะริบหรี่มากก็ตามที

 

            ฉันจะขออยู่ดูแลโควคิไปทั้งชีวิต...ได้มั้ยโควคิ? นานมาแล้ว...ตอนที่พ่อเขาเพิ่งเสีย ตอนที่เขากำลังเคว้งเพราะไม่รู้จะหันไปทางไหน ก็มีฝ่ามือร้อนๆแบบนี้กอบกุมเขาไว้ โอบกอดเขาไว้ ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาตลอดมา

 

          ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ยังไงเราก็ต้องได้อยู่ด้วยกัน ฉันเคยทำทุกอย่างมาแล้วเพื่อให้มีวันนี้กับนาย และจะทำอีกกี่รอบก็ได้ ถ้ามันทำให้อนาคตเรายังอยู่ด้วยกันแบบตอนนี้

 

            ตอนนั้นอาคาชิพูดแบบนี้ และฟุริฮาตะก็ยังเลือกที่จะเชื่อ เชื่อมั่นในตัวอาคาชิ เซย์จูโร่เสมอมา

 

            ...ฉันเคยทำให้นายผิดหวังเหรอ ใช่...นั่นเพราะอาคาชิไม่เคยทำให้เขาผิดหวังแม้แต่ครั้งเดียว เขาทำได้ดีมาตลอด และไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว

 

            มันจะไม่เป็นไรโควคิใช่...มันต้องไม่เป็นไร...

 

            “ฮึก.....” ฟุริฮาตะหันไปซบอกกว้างของคิเสะ ในขณะที่มือไม่ปล่อยออกจากชายชราเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

            เหมือนเกาะเกี่ยวฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้...เหมือนอยากมีอะไรซักอย่างให้คิดถึงคนที่อยู่ในห้องฉุกเฉินตอนนี้ ถึงแม้ว่าตอนนี้อะไรๆจะริบหรี่ไปแล้วก็ตาม

 

            “นายท่านครับ” เรียวส่งโทรศัพท์มือถือมาให้ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ข้อความถึงนายท่าน...จากฮิโรกิซังครับ”

 

            “คุณรู้ว่าผมทำได้มากกว่านี้ ทำสิ่งที่ควรทำซะ” ชายชราคว้าไปอ่านด้วยแววตากร้าว

 

            “ให้ผมจัดการเลยมั้ยครับ”

 

            “ไม่ แค่ข้อความมันไม่มากพอที่จะรัดตัวมัน” มาซาโอมิส่งโทรศัพท์คืนไป “สิ่งเดียวที่เราทำได้ตอนนี้คือตามเกมเขาซะ”

 

            “แต่สิ่งที่เขาต้องการคืองานแต่งนะครับ”

 

            งานแต่ง...งั้นเหรอ...

 

            “ฮึก......เซย์.......ฮึก...อึก!” ฟุริฮาตะเริ่มร้องไห้หนักขึ้นทุกทีจนคิเสะต้องกอดเอาไว้แน่นๆ ในขณะเดียวกันก็มองหาพยาบาลเพื่อขอยาดมหรือแอมโมเนียเตรียมไว้เพื่อกันคนตัวเล็กเป็นลมไปซะก่อน

 

            “ฮึก....ฮึก......” สิ่งที่เขาต้องการคืองานแต่งของอาคาชิคนลูกกับนานะ แต่ที่อาคาชิดื้อแพ่งไม่ยอมแต่งจนถึงตอนนี้ก็เพราะเขา

 

            ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะเขา...

 

            ขอร้องเถอะ...อย่าพรากเขาไปจากผมเลย...ผมอยู่ไม่ได้แน่ถ้าขาดเขาตอนนี้ฟุริฮาตะได้แต่อ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในใจทั้งๆที่รู้ว่าหากคนจะตายใครก็ห้ามไม่ได้

 

            ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะเขา....เพราะเขาคนเดียว...

 

            “ฮึก! ฮือ.....”

 

            เป็นครั้งแรกที่ฟุริฮาตะรู้สึกว่า...ตัวเองไม่ควรค่าต่อการยืนเคียงข้างจักรพรรดิจริงๆ

 

            สมการนี้แก้ง่ายนิดเดียว...คือ ลบตัวแปรที่ชื่อฟุริฮาตะ โควคิทิ้งซะ

 

            “หมอออกมาแล้ว!” ยูคิโอะ ชินจิพูดขึ้นอย่างดีใจ ฟุริฮาตะไม่รอช้าเลยที่จะวิ่งไปหาคุณหมอผมเขียวที่ยังอยู่ในชุดผ่าตัด ถึงแม้ตอนนี้ตัวเองจะเดินเซๆแล้วก็ตาม

 

            “มิโดริมะ เซย์เป็นยังไงบ้าง!” ใช่ คนที่ทำการรักษาให้ในครั้งนี้ก็คือมิโดริมะ ชินทาโร่ เพราะในเวลานี้ถ้าให้เลือกก็จะต้องเลือกคนที่น่าไว้ใจที่สุด มิโดริมะถอนหายใจหน่อยๆ ดวงตาสีเขียวหลังกรอบแว่นดูเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัด

 

            “ปลอดภัยแล้ว แต่เสียเลือดมากไปหน่อย น่าจะอ่อนเพลีย พรุ่งนี้ถึงจะตื่น”

 

            “ด...ดีแล้วล่ะ ค...แค่นั้นก็ดีเกินพอแล้ว” สีหน้าฟุริฮาตะดูสว่างสดใสขึ้นทันตา

 

            “แต่แผลค่อนข้างลึก แถมปากแผลกว้างเพราะคนร้ายดึงมีดออก อาจจะหายช้านิดนึงนะ ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของผู้ป่วย” แล้วก็ทำหน้าเหนื่อยหน่ายนิดๆ “ซึ่งคนบ้างานอย่างอาคาชิคงไม่ยอมหยุด แต่นายต้องปรามเขาไม่ให้ไปทำงานเป็นเวลาสองอาทิตย์นะ แล้วฉันจะนัดเขามาดูอาการอีกที”

 

            “..........”

 

            “แต่ตอนนี้อยู่ดีอาการหน่อย วันมะรืนก็น่าจะออกไปอยู่บ้านได้แล้วล่ะ”

 

            “ขอบใจมากนะมิโดริมะคุง” มาซาโอมิพูดอย่างจริงใจ

 

            “ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของผมอยุ่แล้ว” ก่อนจะเดินแยกออกไปจัดการงานต่อ

 

            เซย์...ปลอดภัยแล้วสินะ

 

.....

 

....

 

...

 

..

 

..

 

..

 

.

 

.

 

.

 

.

 

            แกร๊ก...

 

            ฟุริฮาตะเปิดประตูเบาๆเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย ก่อนจะเจอคนที่เคยแข็งแกร่ง ในเวลานี้กลับดูซีดลงไปอย่างเห็นได้ชัดกำลังหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงผู้ป่วย

 

            ฟุริฮาตะลากเก้าอี้เบาๆมานั่งข้างเตียง กอบกุมมือร้อนที่ถูกเจาะสายน้ำเกลือขึ้นมาอย่างทนุถนอมด้วยความกลัวอีกฝ่ายจะเจ็บ พร้อมทั้งไล้นิ้วไปตามมือแกร่งของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม...และหยดน้ำตา

 

            เขาปลอดภัยแล้ว...แต่ที่ต้องเป็นอย่างนี้ก็เพราะเรา

 

            “ฮึก...” มันห้ามไม่ได้เลยที่ฟุริฮาตะจะร้องไห้ออกมาแบบนี้ ไม่ต้องพยายามหลอกตัวเอง และไม่ต้องให้ใครมาหลอก ถ้าเกิดอาคาชิไม่มีเขาอยู่ด้วย คงไม่มีทางปล่อยผู้หญิงอย่างนานะให้หลุดมือ ถึงแม้จะเพื่อธุรกิจก็ตามที

 

            ถ้าไม่มีเขา...ทุกอย่างคงง่ายกว่านี้

 

            “ฮึก.....” เสียงสะอื้นเบาๆปลุกชายหนุ่มให้ตื่นจากห่วงนิทราพร้อมความปวดแสบที่หน้าท้อง อาคาชิรู้สึกได้ว่ามือขวาของตัวเองนั้นกำลังถูกกอบกุมไว้แน่น จึงพยายามขยับนิ้วตอบกลับ ถึงแม้จะไม่มีแรงนักก็ตามที

 

            “โคว...คิ....” เสียงเรียกและแรงกระชับเบาๆที่ฝ่ามือทำให้ฟุริฮาตะเหลือกตาอย่างตื่นเต้น

 

            “เซย์! เซย์ฟื้นแล้ว! ฉันตามหมอให้นะ” ฟุริฮาตะกำลังวิ่งออกไปแล้วหากว่า...

 

            “ไม่ต้อง...อย่าไป” อาคาชิเอ่ยรั้งเขาเอาไว้

 

            “ร้องไห้ทำไมหื้ม?” ถึงแม้จะไม่มีแรงมากแค่ไหน แต่มันก็ไม่สามารถขัดขวางชายที่หมายจะเช็ดน้ำตาให้คนรักอย่างเบามือ

 

            “ฮึก...”

 

            “ตกใจมากมั้ย? ขอโทษนะ” คำตอบแบบนั้นทำให้ฟุริฮาตะยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม อาคาชิเริ่มทำอะไรไม่ถูกจึงพยายามยันตัวลุกขึ้นหมายจะกอดปลอบ แต่ว่า...

 

            “ซี้ด.....” อาคาชิสูดปากอย่างเจ็บปวดและตึงแผลที่เพิ่งเย็บมาสดๆ

 

            “ย...อย่าลุกนะเซย์ เซย์เพิ่งเย็บแผลเสร็จเองนะ เดี๋ยวแผลก็ฉีกหรอก” ฟุริฮาตะส่ายหัวอย่างลนลาน และดันให้อาคาชินอนลงอย่างเดิมด้วยน้ำตา

 

            “เซย์...เซย์อยากได้อะไรให้บอกฉันนะ ฉ...ฉันจะไปเอามาให้”

 

            “โควคิ” อาคาชิเว้นช่วงไว้หน่อยนึง “โน้มตัวลงมากอดฉันสิ”

 

            “ม...ไม่ได้นะ เดี๋ยวก็โดนแผลหรอก”

 

            “โควคิ...” แต่เมื่ออาคาชิต้องการ ยังไงชิวาว่าก็ยังคงขัดไม่ได้ ฟุริฮาตะโน้มตัวลงไปช้าๆเพื่อระวังไม่ให้ทำอีกฝ่ายเจ็บ ก่อนจะถูกคนที่นอนราบอยู่สวมกอดเข้าเต็มรัก

 

            “เซย์!”

 

            “เห็นมั้ย...ไม่โดนแผลซักหน่อย” อาคาชิลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ “ร้องไห้ทำไมหื้ม? ฉันไม่เป็นไรแล้วน่า ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะโควคิ”

 

            “ก็เซย์...ฮึก....ก็....” คราวนี้ฟุริฮาตะก็ร้องไห้ออกมาทั้งอย่างนั้น โดยที่ลำตัวท่อนบนทาบทับอีกฝ่ายอยู่ สองมือกำชุดผู้ป่วยแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามด้วยความหวาดกลัว ผิวกายสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่านเนื้อผ้า จมูกสูดกลิ่นกายอีกฝ่ายเข้าไปเต็มปอดเพื่อให้เชื่อว่า อาคาชิ เซย์จูโร่ยังอยู่กับเขาที่นี่ ตรงนี้

 

            “ฉันบอกแล้ว มันจะไม่เป็นไรโควคิ”

 

            ใช่...ครั้งนี้ไม่เป็นไร แต่ไม่ได้หมายถึงครั้งถัดไปเลยซักนิด

 

            ฟุริฮาตะ โควคิจะไม่ยอมเสี่ยงที่จะสูญเสียแบบครั้งนี้อีกต่อไป

 

 

บอกแล้วไงว่าไรท์รักนายน้อยมาก ไรท์ไม่ให้นายน้อยเป็นอะไรหรอกค่ะ

 

บอกได้เลยว่าตอนพิเศษนี้ใช้ตัวละครเก่าคุ้มมากกกกกกกก เดี๋ยวก็มีโผล่มาอีกแหละ ถึงจะแค่ไม่กี่ตอนก็เถอะ

 

อีกสองสามตอน...ยังไม่จบหรอก แฮ่! แต่จะเป็น nc ค่ะ

 

แต่จำที่ไรท์เคยบอกไปก่อนหน้านี้ได้มั้ย? Nc ครั้งนี้ไม่ธรรมดานะบอกก่อน

 

เม้นต์หน่อยค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

406 ความคิดเห็น

  1. #389 MatchaLatteCream (@tarkra) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 02:23
    โง้ย ฟุริจะยอมถอยเหรอ ยอมให้นายน้อยแต่งแน่ๆเลยอ่า ;-;
    #389
    0
  2. #272 kantlockhart (@kantlockhart) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 11:51
    มีความรุ้สึกเหมือนวิญญาณนางเอกที่แสนดีจะเข้าสิงฟุริ ต่อให้ตายก็อย่าปล่อยนายน้อยไปนะ ทิ้งไปตอนนี้มีกระอักเลือดตายแน่คนอ่านน่ะ 555 ตอนนี้งงกับพฤติกรรมท่านพ่อสามีมาก สรุปจะช่วยหรือจะแยกคะ โถ่ อยากได้หลานก็อุ้มบุญเอาค่าาาาา
    #272
    0
  3. #271 Choco_Chocky (@Jirapha-2546) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 07:29
    ปักธงรอ nc ค่ะ /เด่วๆ
    #271
    0
  4. #270 kikasa (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 05:43
    ดีใจมากค่ะที่นายน้อยไม่เป็นอะไร. กำลังเข้มข้นเลยค่ะฟูริคิดจะทิ้งนายน้อยไปไมหนาแอบส่งสารฟูริอะ. รอncนะค่ะ
    #270
    0