Fic Kuroko no basket : AkaFuri

ตอนที่ 42 : Chapter 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    27 ส.ค. 59

Chapter 11

 

            “ลองเล่ารายละเอียดเท่าที่นายนึกออกมาได้มั้ย?”

 

            อาโอมิเนะ ไดกิ นายตำรวจตัวดำกำลังนั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทั้งเพื่อนร่วมทีม คู่แข่ง และกัปตันมาก่อน เขากำลังสอบปากคำผู้เสียหายอย่างอาคาชิ เซย์จูโร่ โดยที่มีชิวาว่าน้อยของจักรพรรดินั่งจับมือคนเจ็บอยู่บนเตียง...

 

            และแน่นอน...เขาหนีบคิเสะมาด้วย เพราะเชื่อว่าโกลเด้นของเขาจะทำประโยชน์บางอย่างได้

 

            “สูงประมาณ 180 ร่างกายกำยำเลยทีเดียว” อาโอมิเนะเริ่มจดบันทึกสิ่งที่ผู้เสียหายพูดออกมา

 

            คดีนี้นับว่าค่อนข้างยาก เพราะคาดว่าตัวการหลักค่อนข้างเส้นใหญ่พอสมควร จึงหาหลักฐานใดๆไม่ได้อย่างแน่ชัดเลย เป็นเรื่องบังเอิญมากที่กล้องวงจรปิดบริเวณนั้นเสียหายพอดี รวมถึงบริเวณรอบๆด้วยก็เช่นกัน ทำให้เขาไม่สามารถจับมือใครดมได้มากนัก

 

            “คนยิงถนัดซ้าย ปืนที่ทำมาก็สั่งทำโดยเฉพาะสำหรับคนถนัดซ้าย น่าจะพวกมืออาชีพ”

 

            นั่นแหละประเด็นสำคัญล่ะ อาคาชิก็ยังคงเป็นคนละเอียดแม้เป็นยามคับขัน อาโอมิเนะคิดพลางจดบันทึกไปด้วย ปืนส่วนใหญ่จะทำด้ามปืนออกมาสำหรับคนถนัดขวา แต่ถ้าใครถนัดซ้ายก็ไม่ใช่ปัญหาถ้าจะใช้ปืนแบบถนัดขวา

 

            แต่ถ้าเป็นนักกีฬายิงปืนหรือพวกมืออาชีพ...พวกนั้นต้องการความแม่นยำสูง การสั่งทำปืนโดยเฉพาะสำหรับคนถนัดซ้ายนั้นคุ้มค่าแน่นอน

 

            ทีนี้ก็ตีวงแคบลงมาได้อีกหน่อย

 

          แต่ทั้งห้องดูเงียบลงไปผิดหู อาโอมิเนะจึงเงยหน้าออกมาจากสมุดจด จึงเห็นว่าอาคาชิกำลังมองฟุริฮาตะที่บีบมือเจ้าตัวแน่น ใบหน้าซีดลงถนัดตาพร้อมกับตัวที่เกร็งสั่นขึ้นมาทันทีทำให้เขาพอนึกออกว่าฟุริฮาตะเป็นอะไรไป

 

            ดวงตาสีแดงสบตาเขาอย่างขอความช่วยเหลือ อาโอมิเนะจึงหันไปมองแฟนของตนที่ยืนดูอยู่เหมือนรู้ตัวได้ซักพักแล้ว

 

            “โควคิ ตัวฉันร้อนกว่าปกติมั้ย?” ฟุริฮาตะสะดุ้งออกจากภวังค์ แล้วเอามือทาบหน้าผากอาคาชิเหมือนเช็คไข้

 

            “ไม่นะ เซย์ก็ตัวร้อนเป็นปกติ”

 

            “งั้นตัวฉันยังร้อนอยู่ใช่มั้ย?”

 

            “........”

            “ฉันยังไม่ตาย”

            “.............”

            “เขยิบมาหน่อยมา” ฟุริฮาตะทำตามอย่างว่าง่าย ขยับตัวเข้าหาอ้อมแขนที่อ้าเอาไว้ต้อนรับอยู่แล้ว “ฉันยังอยู่นี่นะโควคิ มันไม่เป็นไรแล้ว”

 

            “อือ...”

 

            “ออกไปหาอะไรดื่มก่อนมั้ย? มันคงไม่ค่อยน่าฟังสำหรับนายเท่าไหร่ ฟังไปก็ไม่สบายใจเปล่าๆนะ”

 

            “แต่ว่า...” แต่เมื่อเห็นดวงตาขอร้องแกมบังคับแล้วก็ต้องทำตาม ฟุริฮาตะยอมเดินออกไปโดยที่คิเสะเดินไปด้วย

 

            “ไปหาอะไรอุ่นๆดื่มกันดีกว่านะฟุริจจิ เดี๋ยวฉันไปด้วย” คิเสะเดินเข้ามากระซิบใกล้ๆ “ฉันเองก็ไม่อยากอยู่กับอาโอมิเนจจิเวลาแบบนี้หรอก ไม่เห็นมีอะไรน่าฟังเลยนะ ไปกันเถอะน่า”

 

            เมื่อคล้อยหลังฟุริฮาตะไปอาคาชิก็ผ่อนลมหายใจลงเล็กน้อย

 

            “ฉันควรจะทำยังไงดี โควคิกลัวเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นจนเริ่มจะจิตตกแล้วนะ”

 

            “ปล่อยไปก่อนก็ได้มั้ง...ยังไงก็คงยังไม่มีอะไรมาก อีกอย่างคิเสะก็น่าจะไปคุยอะไรมาได้บ้างแหละ” อาโอมิเนะพูดอย่างรู้จักแฟนตัวเองดีว่ากล่อมคนเก่งแค่ไหน

 

            “แล้วทางนาย...เป็นยังไงบ้าง” อาโอมิเนะเบ้หน้าก่อนจะตอบ

 

            “ไม่ค่อยดีนัก เจ้านายของฉันเริ่มถูกบีบคั้นแล้ว ยังดีว่าท่านสนิทกับพ่อนายนะเลยยังทำคดีนี้อยู่ ถ้าเป็นคนอื่นคดีคงลอยหายไปแล้วล่ะ”

 

            “แก้ไขอะไรได้มั้ย?”

 

            “ทางเดียวคือต้องทำให้เงียบและเร็วที่สุด ยิ่งปิดคดีได้ไวเท่าไหร่ยิ่งดี” แล้วอาโอมิเนะก็มองสมุดจดของเขาอย่างหนักใจ “แต่เบาะแสแค่นี้ ไม่แน่ใจว่าจะคลำได้มากแค่ไหน”

 

            “นายน่าจะจัดให้เหลือแค่พวกมือปืนถนัดซ้ายก็พอนี่ ยังไงพวกนี้ก็ไม่น่าจะรอด”

 

            “ก็ใช่ พวกนั้นที่ทางการหมายหัวไว้ก็มีอยู่ แต่ก็มีพวกเก็บตัวเงียบไงที่เราไม่รู้เลยว่ามีใครบ้าง” อาโอมิเนะยักไหล่เป็นการสลัดเรื่องเครียดๆทิ้งไปซะ

 

            “เอาเถอะ ทำๆไปเดี๋ยวก็ต้องเจอเองแหละ ในเมื่อเรามีตัผู้ต้องสงสัยว่าเป็นตัวการเราก็สืบจากตรงนั้นก็หมดเรื่อง เล่าเหตุการณ์ตอนนั้นให้ฟังหน่อย ฉันจะเอาไปประกอบรูปคดี...อยากกลับไปกอดเมียใจจะขาด” ประโยคสุดท้ายพึมพำกับตัวเอง และแน่นอนว่าไม่รอดพ้นหูอาคาชิไปได้หรอก

 

            “เมื่อคืนกอดไม่พอหรือไง” แถมมาด้วยการแซวเล็กๆ

 

            “หึๆๆ ถ้าเป็นเจ้านั่น กอดเท่าไหร่ก็ไม่พอหรอก” ดวงตาสีน้ำเงินวาววับอย่างกระหาย ชนิดที่ถ้าหัวข้อเรื่องมาเห็นคงหนีกลับบ้านก่อนแน่ “ว่าแต่นายเถอะ เจ็บอย่างนี้อดกินชิวาว่าล่ะสิ”

 

            “จะเหลือเหรอ...พอลูบเข้าหน่อยก็บอกว่าเดี๋ยวแผลเปิด” อาคาชิตอบอย่างไม่สบอารมณ์นักทำให้อาโอมิเนะอดไม่ได้ที่จะซ้ำเติมลงไป

 

            “ก็นะ เจ็บตัวก็อย่างงี้แหละ คุณชายอาคาชิคงอดอยากปากแห้งไปอีกหลายวัน หึๆๆ”

 

            “ไดกิ....”

 

            “อ่า...ฉันอยากรู้ลักษณะมอเตอร์ไซด์ที่พวกมันใช้น่ะ” อาโอมิเนะรีบเปลี่ยนหัวข้อทันทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะเปลี่ยนโหมด

 

            และหวังอย่างยิ่งว่าคิเสะจะล้วงอะไรมาจากฟุริฮาตะได้บ้างไม่มากก็น้อย เพราะเขากำลังสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนัก

 

.....

 

....

 

...

 

..

 

..

 

..

 

.

 

.

 

.

 

.

 

            “ฟุริจจิ...”

 

            “ห่ะ...ห๊ะ? เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ” คิเสะส่ายหน้าไปมาเมื่อเห็นท่าทางลนลานของอีกฝ่าย

 

            ตั้งแต่ออกมาจากห้องผู้ป่วย ฟุริฮาตะก็จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่นัก ตอนสั่งน้ำก็สั่งว่า ชาผลไม้เย็นเพิ่มวิปครีมแล้วชาที่ไหนมันใส่วิปครีมบ้างล่ะ? พนักงานงงกันเป็นแถบแล้วแถมไม่แก้ให้ถูกด้วย คิเสะจึงต้องแก้ให้เหลือชาผลไม้เย็น

 

            พอมานั่งแล้ว จนน้ำมาเสิร์ฟ ฟุริฮาตะก็เอาแต่ใช้หลอดวนชาในแก้วจนน้ำแข็งละลาย ไม่ยอมดูดกินซักที จนที่เขาเรียกเมื่อกี้นั่นแหละถึงได้มีสติขึ้นมา

 

            อาการหนักใช่เล่น

 

            “ฟุริจจิแลกน้ำกันดีกว่านะ” คิเสะแลกชาคาโมมายล์อุ่นๆกับชาผลไม้เย็นของอีกฝ่ายโดยไม่รอคำอนุญาต

 

            “เอ่อ...ไม่เป็นไรหรอกนะ ชาผลไม้นั่นคงจืดหมดแล้วน่ะ น้ำแข็งละลายหมดเลย” คิเสะส่ายหัวเบาๆอย่างไม่คิดมาก

 

            “ไม่เป็นไรหรอก ฟุริจจิควรดื่มอะไรอุ่นๆนะ ฉันว่ามันช่วยให้สลายใจขึ้นน่ะ” แล้วฟุริฮาตะก็ยอมเชื่อ จิบน้ำชาอุ่นๆเข้าไป อ่า...สีหน้าดีขึ้นนิดนึง

 

            หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมคิเสะถึงเรียกฟุริฮาตะว่า ฟุริจจิแน่นอนว่าคิเสะยังคงคติเติม จิไว้ท้ายชื่อคนที่น่านับถือเหมือนเดิม แต่อะไรล่ะที่ทำให้คนธรรมดาๆกลับกลายเป็นน่านับถือขึ้นมาได้?

 

            คิดดูสิ หลายๆครั้งเขาเห็นฟุริฮาตะสามารถกำราบราชสีห์อย่างอาคาชิได้ด้วยคำเพียงคำเดียว...

 

            เซย์

 

            แค่นั้นคำเดียว อาคาชิจะหยุดทุกการกระทำและเดินมาหาคนเรียกทันที

 

            อย่างนี้ไม่น่านับถือได้ยังไงล่ะ!!

 

            “คิเสะ...นายทนได้ยังไงเวลาเห็นอาโอมิเนะบาดเจ็บน่ะ” ฟุริฮาตะถามขึ้นเบาๆ

 

            “อืม...ไม่อยากทนหรอก แต่ก็ต้องทนให้ได้ แต่มันก็เจ็บปวดแล้วก็กลัวจริงๆนะเวลาเห็นอะไรแบบนั้น” เพราะอาโอมิเนะไม่พลาดท่าง่ายๆ ดังนั้นหากบาดเจ็บนั่นหมายความว่าโดนแทงไม่ก็โดนยิง ไม่ใช่แค่พลาดให้ถูกชกหน้าช้ำแน่นอน

 

            “เมื่อก่อนฉันก็กลัวนะ อยากให้เขาเลิกเป็นตำรวจด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็ห้ามไม่ได้ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เขารัก ฉันได้แต่ทำทุกวันที่อยู่กับเขาให้ดีที่สุดน่ะ” คิเสะหลุบตาลงมองแก้วชา “จะได้ไม่เสียใจถ้าเกิดอะไรขึ้น จะได้ไม่ต้องคิดว่าเราพลาดโอกาสอะไรไป”

 

            ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะหนึ่ง ไม่บ่อยนักที่อาโอมิเนะจะบาดเจ็บ พักหลังๆก็ชักจะเจ็บตัวน้อยลงเพราะเริ่มเข้ามาทำงานในออฟฟิซมากกว่าภาคสนาม แต่ช่วงก่อนหน้านั้นที่อาโอมิเนะยังบ้าระห่ำอยู่ คิเสะนอนฝันร้ายแทบทุกคืนเพราะกลัวว่าใครคนนั้นจะหายไป

 

            แต่ตอนนี้มันไม่เป็นไรแล้วจริงๆ เขาเริ่มทำใจได้แล้ว เริ่มปรับตัวเข้าหามันได้ อาโอมิเนะเองก็ไม่ค่อยได้ออกภาคสนามบ่อยนัก ทุกอย่างตอนนี้มันดีแล้ว

 

            “นั่นสินะ...” เสียงเรียบๆดังขึ้นจากคนฝั่งตรงข้ามทำให้คิเสะต้องละสายตาไปมอง จึงได้เห็นว่าดวงตาคู่นั้นกำลังฉายแววเด็ดเดี่ยว...เหมือนได้ตัดสินใจบางอย่างลงไป

 

            “แค่ทำให้ดีที่สุด จะได้ไม่ต้องเสียใจทีหลัง...สินะ” ฟุริฮาตะพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะสูดหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วยิ้มออกมา

 

            “ขอบคุณมากนะคิเสะ ฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะ”

 

            “อื้อ ดีแล้ว อาคาชิจจิเป็นห่วงนะ” ถึงแม้จะมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าหวานนั่น แต่คิเสะก็ยังไม่ค่อยวางใจนัก...

 

            เพราะสิ่งที่เขาเห็นในดวงตาคู่นั้นก่อนหน้านี้...มันไม่ปกติ

 

.....

 

....

 

...

 

..

 

..

 

..

 

.

 

.

 

.

 

.

 

            “ได้อะไรมาบ้าง”

 

            “ก็ปกติ ดูเหมือนตอนนี้ฟุริจจิจะสบายใจขึ้นแล้ว” คิเสะตอบตามปกติขณะที่ทั้งคู่ขึ้นรถส่วนตัว

 

            “แต่หน้านายยังดูไม่สบายใจ มีอะไรรึเปล่า?” อาโอมิเนะเชยคางคนนั่งข้างคนขับให้หันมาสบตากันในระยะใกล้ คิเสะจึงส่งรอยยิ้มกว้างเป็นอันบอกว่า ไม่เป็นไร

 

            “จะว่าคิดมากไปก็ได้นะ แต่ฉันยังรู้สึกไม่ค่อยดีเรื่องฟุริจจิ ฉันว่ามันน่าจะมีอะไรบางอย่าง และเรายังวางใจไม่ได้ในตอนนี้”

 

            “ก็ไม่คิดมากไปหรอก...แล้วนายทำยังไงให้ฟุริฮาตะสบายใจน่ะ”

 

            “ก็....บอกเขาว่าทำยังไงฉันถึงรับได้ที่มีแฟนบ้าระห่ำหาเรื่องเสี่ยงตายน่ะ”

 

            “นั่นมันเมื่อก่อน...” อาโอมิเนะไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตัวเองชอบงานภาคสนามมากกว่า และเหมาะกับงานประเภทนั้นมากด้วย แต่ก็รับไม่ได้ทุกครั้งที่ต้องตื่นมาในโรงพยาบาลเดิมๆ (ก็ที่นี่แหละ ได้คุณหมอผมเขียวค่อนข้างบ่อยด้วย) มือถูกเจาะสายน้ำเกลือ และคิเสะที่หน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยน้ำตา

 

            สิ่งที่เขารับไม่ได้มากที่สุดคือ...น้ำตาของคนๆนี้

 

            สุดท้ายเขาก็รามือจากงานภาคสนามมากขึ้น รับงานด้านเอกสารมากขึ้น เพียงเพื่อให้คนที่เขารักสบายใจ

 

            อย่าบอกคิเสะนะ...ไม่งั้นมาโวยวายบ้านแตกอีก

 

            “ครับๆ เมื่อก่อน กลับบ้านกันนะอาโอมิเนจจิ” คิเสะชักชวนให้กลับบ้าน

 

            “จริงสินะ วันนี้ไม่ต้องเข้าแล้วด้วย...” ดวงตาสีน้ำเงินดูเจ้าเล่ห์ขึ้นเล็กน้อย “อยากกิน...”

 

            “ขับรถไปเหอะน่า...” คิเสะระอานิดๆกับความหื่นของแฟนตัวเอง แต่ก็ไม่ว่าอะไร และชี้ชวนให้ขับรถเพื่อตรงกลับบ้านซักที

 

            ...โดยที่ละเรื่องเครียดก่อนหน้านี้ไปเสียสนิท

 

            และหากทั้งคู่รู้อนาคตที่จะเกิดในเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้ ทั้งคู่คงเสียใจมากที่ไม่แจ้งเรื่องนี้ให้ใครบางคนได้รับรู้ไปด้วยกัน

 

 

ตอนนี้เป็นคีจังกะโฮ่มาเดินเรื่องนะคะ ยังไม่อยากให้รู้อะไรมากเกี่ยวกับสิ่งที่ฟุริคิดอยู่ เดี๋ยวเสียแผนหมด //ถึงบางคนจะเดาออกแล้วก็เถอะ

 

เรื่องปืนนี่...จริงนะคะ อิงประสบการณ์ตรงเลย เพราะไรท์เรียนยิงปืนอยู่ และด้ามปืนส่วนใหญ่มันทำให้คนถนัดขวาอยู่แล้ว มีเพื่อนร่วมคลาสถนัดซ้าย แต่ก็ยิงได้ไม่มีปัญหานะคะ แต่ลองคิดดูว่าถ้าเป็นพวกมือปืนอยู่แล้ว ทำไมต้องฝืนไม่ถนัดล่ะ? ถ้าลงทุนให้ถนัดแล้วทำงานได้ลุล่วงมันไม่คุ้มกว่าเหรอ?

 

แอบมีบางฉากที่แสดงให้เห็นว่านายน้อยกลัวเมี- //แค่ก! ค่ะ! เรามาจบกันดีกว่าเนอะ เดี๋ยวไรท์จะโดนเอกชัยกรรไกรบินซะก่อน

 

ฝันดีนะคะ เม้นต์หน่อยนะเออ เม้นต์ยอกน้อยลงแล้วอ่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

406 ความคิดเห็น

  1. #390 MatchaLatteCream (@tarkra) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 02:28
    สิงโตที่เป็นเจ้าป่า เจอสิงโตตัวเมียขู่เข้าไปคำเดียวก็จอดเหมือนกันค่ะ.. // เห็นในสารคดี
    สิ่งใดๆในโลกล้วน..กลัวเมี-- แอ่ก // กรรไกรปัก
    #390
    0
  2. #277 โคฮาคุ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 12:16
    ติดตามยุค่ะสนุกมากกเลยกำลังจะสอบมิทเทอมเลยมาอ่านก่อนลุ้นนม่กคะว่าน้้อยน้อยจะทำยังไงกับฟุริไม่อยากให้ทั้งสองเสียใจเลยและขออย่าให้ทังสองเป็นอะไรเลยแต่เหมื่อนคำขอจะไม่เป็นผลเห็นแล้วน้ำตาล่วงเลยอาคาชิโดนแทงเหมื่อนจำลองว่าแอบดูทั้งสองนอยู่ เซนซิทีฟมากกกไร์แตงได้อารามณ์เข้าในอารมณ์มากกออกแนวเหมื่อนผู้ใหญ่มากขึ้นรอเหตุการณ์ต่อไปนะค่ะสู้ๆๆ
    #277
    0
  3. #276 Choco_Chocky (@Jirapha-2546) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 07:38
    สนุกจังงง ชอบนิยายแบบนี้ที่สุดอ่ะ ทั้งบอยเลิฟ+สืบสวน+ดราม่า โอ๊ยตกหลุมรักเรื่องนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นเลยยยยย มาต่อนะค้า ><
    #276
    0
  4. #275 kikasa (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 05:09
    จบแบบค้างอีกแล้วนะะัะะ. >o< ไรท์ใจร้ายที่สุด
    #275
    0
  5. #274 nobume (@kednadda2544) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 01:17
    ไรท์ทำเราค้างอะ มาต่อไว้ๆนะ รออ่านอยู่/ อยากอ่านต่อมาก~
    #274
    0
  6. #273 Sreesamorn (@Sresamorm) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 00:20
    อ๊ากกกกก ไรท์พาค้างอีกแล้วว งอนดีมั้ย //โดนตบ //ล้อเล่นค่ะ 555555
    #273
    0