ทำนองรักข้างหัวใจ My Shining Star

ตอนที่ 34 : ห่างกันสักพัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 509
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    5 ม.ค. 63



ตอนที่สามสิบสี่ ห่างกันสักพัก

...ที่หน้าสถานีตำรวจ...

วัชรภูเดินนำพิมาลาและอันดามันออกมาจากสถานีตำรวจทันทีที่เขาถูกปล่อยตัว... แล้วเขายังทำท่าจะโบกมือเรียกแท็กซี่

“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณสายฟ้า จะไปไหนคะ?” พิมาลารีบเรียกลูกเลี้ยงเอาไว้ก่อน

“ก็กลับคอนโดสิครับ”

“คุณควรจะรีบกลับไปขอโทษคุณพ่อก่อนนะคะ” พิมาลาแนะนำ...

“เรื่องขอโทษ... ผมต้องทำแน่... แต่คงไม่ใช่ตอนนี้” วัชรภูกล่าวเสียงเรียบ

“เพราะผมคิดว่าคุณป๋าคงไม่อยากเห็นหน้าผมหรอก... น้าพิมพ์บอกผมเองไม่ใช่หรือ ว่าคุณป๋าเป็นคนสั่งไม่ให้ใครช่วยผม” วัชรภูกล่าวเสียงเหมือนงอนบิดา

“ใช่ค่ะ” พิมาลายอมรับ “แต่คุณสายฟ้าก็น่าจะรู้จักคุณพ่อคุณดี... ท่านก็พูดไปอย่างนั้นเวลาที่ท่านโกรธ... แต่ถ้าท่านไม่ได้เป็นห่วงคุณมาก คุณพ่อคุณคงไม่อุตส่าห์สั่งปิดข่าวให้หรอกค่ะ”

“เป็นห่วง?” วัชรภูถามเสียงสูง พร้อมกับตวัดสายตามองพิมาลาอย่างไม่เชื่อ

“ผมว่าคุณพ่อคงกลัวเสียชื่อมากกว่า”

“คุณก็เป็นเสียแบบนี้” พิมาลากล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ... ไม่ผิดกันเลย... ทั้งพ่อทั้งลูกดื้อเหมือนกันไม่มีผิด!... พิมาลาคิดในใจ...

“ถึงอย่างไรก็เถอะ... คุณสายฟ้าคงจะพอนึกออกนะคะว่าต้องใช้เงินมากขนาดไหน ถึงจะปิดข่าวนี้ได้สนิท”

“.......” วัชรภูกลอกตาไปมา “ขนหน้าแข้งคุณป๋าไม่ร่วงหรอกน่ะน้าพิมพ์”

“แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะควรเสียให้กับเรื่องที่ไม่ควรเสีย” พิมาลาเอ็ด... คราวก่อน ๆ ที่วัชรภูเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาท เธอยังพอทำเนาให้ได้ เพราะไม่เคยถึงขั้นขึ้นโรงพัก แต่ครั้งนี้มันมากไป จึงได้เอ็ดลูกเลี้ยงเสียเลย... และเธอตั้งใจว่าจะกลับไปเอ็ดคนพ่อด้วยอีกคน ที่เลี้ยงลูกจนเสียเด็ก

“ถ้ามันมากนัก... ฝากบอกคุณป๋าด้วย ว่าผมจะจ่ายคืนให้”

“ลำพังเงินที่คุณสายฟ้าหามาได้จากการร้องเพลง คิดว่าพอหรือคะ?”

“น้าพิมพ์อย่ามาดูถูกผมนะ” วัชรภูเชิดหน้า ทั้งที่ก็หน้าม้านที่ถูกมารดาเลี้ยงตำหนิต่อหน้าแฟนสาว

“น้าไม่ได้ดูถูกค่ะ... น้าแค่อยากเตือนสติ” พิมาลายืนถอนหายใจ เพราะลูกเลี้ยงของเธอเดินลิ่วไปยังหน้าโรงพัก แล้วโบกมือเรียกแท็กซี่ออกไปโดยไม่สนใจคำทัดทานของเธอเลยแม้แต่น้อย

@>--------------------<@

“คุณสายฟ้าคะ... ซีว่าเราทำตามที่น้าพิมพ์บอกเถอะค่ะ”

“.......” ร่างสูงได้แต่นิ่งเงียบ... ตั้งสมาธิเพ่งมองไปยังท้องถนน

หลังจากทั้งคู่ออกมาจากสถานีตำรวจ พวกเขาก็กลับไปที่ร้านของเป๊ดดี้เพื่อไปเอารถที่จอดทิ้งไว้...

ฟังจากบทสนทนาระหว่างวัชรภูและพิมาลาแล้ว อันดามันมั่นใจว่าไม่ใช่มีเพียงแค่พิมาลากับวัชรภูที่ไม่ค่อยลงรอยกัน... หากแต่วัชรภูยังน่าจะไม่ใคร่เป็นที่ถูกใจของบิดาอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม... คนเป็นลูกก็ย่อมต้องสำนึกผิด แล้วสมควรอย่างยิ่งที่วัชรภูจะต้องไปกราบเท้าบิดาเพื่อเป็นการขออภัย...

“กลับไปที่บ้านก่อนนะคะ คุณพ่อของคุณคงจะโกรธมาก... คุณควรไปขอโทษท่าน...”

“เงียบ!” นักร้องหนุ่มตวาดก่อนที่อันดามันจะกล่าวจบ

“จะมานั่งเทศน์ผม... ทำตัวเลียนแบบน้าพิมพ์อีกคนหรือไง?”

“ไม่ใช่นะคะ... ซีแค่เห็นว่าคุณควรจะไปเคลียร์กับคุณพ่อของคุณให้เข้าใจก่อน”

“ผมก็บอกไปแล้วไงว่าผมจะไปขอโทษคุณป๋า แต่ไม่ใช่วันนี้... พวกคุณไม่เข้าใจที่ผมพูดหรือไง?”

“แล้วทำไมต้องรอวันหลังด้วยล่ะคะ?” อันดามันขึ้นเสียงบ้าง “หรือว่าคุณไม่กล้าสู้หน้าคุณพ่อ เพราะทำเรื่องแย่ ๆ เอาไว้?”

“กระทืบไอ้เควินน่ะหรือคือเรื่องแย่ ๆ? ปากมันหมาขนาดนั้นผมไม่เลาะฟันมันออกมาก็นับว่าบุญโขแล้ว!... แล้วที่ผมทำไปก็เพราะผมปกป้องคุณ!

“ปกป้องซี!?” อันดามันถามเสียงสูง

“คุณจะโทษว่าที่คุณขาดสติจนไปทำร้ายคุณเควินเพราะคุณปกป้องซี? ทั้ง ๆ ที่เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเพราะคุณโมโหคุณเควิน ว่าเขาขุดคุ้ยเรื่องที่คุณเคยทำเอาไว้ในอดีตกับ...”

“อ้อ... คุณเชื่อคำพูดของคนอย่างไอ้เควินอย่างนั้นหรือ?”

“.......” อันดามันอึกอัก... เธอตกใจที่ตัวเองเผลอพูดไปอย่างนั้น... แต่จะให้เธอคิดอย่างไรได้ ในเมื่อตลอดหลายปีที่ผ่านมาวัชรภูมักมีข่าวคาวเรื่องควงสาว ๆ ไม่ซ้ำหน้า... แล้วคนชื่อเบตตี้ที่เควินกล่าวถึง ก็อาจจะเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยถูกวัชรภูทิ้งจริง ๆ ก็ได้??? เพราะถ้าไม่มีมูล เขาคงไม่โกรธเควินขนาดนี้

“แปลว่าคุณเชื่อ” วัชรภูสรุปเมื่อไร้คำตอบจากอันดามัน...

“เอาล่ะ... ถึงหอพักคุณแล้ว” เขาเปลี่ยนมาใช้เสียงเรียบ ไร้อารมณ์และความรู้สึก...

อันดามันมองออกไปนอกรถ พบว่าเขาพาเธอกลับมาที่หอพักของตนเอง ไม่ใช่ที่คอนโดของเขา...

“คุณสายฟ้าคะ... คือซี...”

“ผมอยากอยู่คนเดียวสักพัก” เขาพูดเหมือนรู้ใจเธอ ถึงเหตุผลที่พาเธอกลับมาที่หอพัก แทนที่จะไปคอนโด

“คุณสายฟ้าคะ... ซีขอโทษค่ะ... ซีไม่ได้ตั้งใจจะ...”

“ไม่ต้องขอโทษผมหรอก” วัชรภูยักไหล่ แล้วพูดกลั้วหัวเราะ “ไม่ใช่ความผิดของคุณที่จะคิดว่าผมเป็นคนเลว”

“โถ่คุณสายฟ้า... มันไม่ใช่อย่างนั้น... ซีแค่...” อันดามันละล่ำละลัก ใครจะคิดว่าคนตัวโตอย่างเขาจะขี้ใจน้อยเป็นเด็ก... แล้วยิ่งเวลาแบบนี้เธอไม่อยากจะทิ้งเขาไว้ลำพัง... แต่จะให้เธอทำอย่างไรได้ เพราะตอนนี้เขาทำหน้าบอกบุญไม่รับจนเธอต้องตัดใจยอมลงจากรถในที่สุด...

@>--------------------<@

...หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...

อันดามันใจกำลังใจลอยคิดถึงแฟนหนุ่มขณะที่เธอมาสอนดนตรีให้ธราเทพที่คอนโด...

หนึ่งอาทิตย์แล้วสินะที่เขาเงียบหายไป... แม้ว่าอันดามันจะพยายามส่งข้อความไปหา แต่ก็ไร้วี่แววว่าเขาจะตอบกลับทั้งที่เขาเปิดอ่านข้อความของเธอแล้ว

เธอเป็นห่วงเขามาก เพราะรู้มาจากมีนาว่าวัชรภูถูกสั่งให้พักงานหนึ่งสัปดาห์ แต่ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ ภัทรวรรณโทรมาแจ้งว่าโปรเจ็คต์เพลงใหม่ของวัชรภูถูกระงับชั่วคราว... คงจะสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่เขาทะเลาะวิวาทกับเควินจนถึงขั้นเลือดตกยางออก...

อันดามันคิดแล้วก็ถอนหายใจ... เธอไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมทางค่ายจึงได้ลงโทษแต่วัชรภู เควินเองก็ควรได้รับโทษเช่นกัน! เพราะเควินเป็นคนก่อชนวน เขาพูดจายั่วยุจนวัชรภูลุแก่โทสะ... และสุดท้ายคนที่ถูกลงโทษมีเพียงแค่วัชรภูคนเดียว...

โอ... ยายซี! ยายงี่เง่า! รู้ก็ทั้งรู้ว่าเควินร้ายกาจขนาดไหน แล้วแกก็ยังไปพูดเหมือนเชื่อคำโกหกพกลมของเควินอีก... สมควรแล้วที่คุณสายฟ้าจะโกรธ!’
อันดามันได้แต่บริภาษตัวเองในใจ...

“คุณซี... คุณซีครับ?”

“เอ้อ... คะ?” อันดามันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกเรียกชื่อด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติ...

“ผมถามอยู่ซีน่ะครับ... ว่าผมเล่นท่อนนี้ได้แล้ว... เป็นอย่างไรบ้าง?”

“เอ้อ... ดีค่ะ” อันดามันกระอักกระอ่วน เธอได้ฟังเขาเล่นเปียโนเสียที่ไหน แต่ก็ต้องตอบเอาใจเขาไปก่อน... ทว่า...

“แต่ผมว่าคุณซีคงยังไม่ทันได้ฟัง” ธราเทพหน้าหงอย

“ซีขอโทษค่ะคุณเทปเป้... พอดีว่ากำลังคิดอะไรเพลิน ๆ” อันดามันยอมรับในที่สุดว่าเธอไม่ได้ฟังเขาเล่นเปียโนเมื่อครู่จริง ๆ

“ขอโทษอย่างเดียวไม่ได้หรอกครับ”

“คะ?”

“คุณซีต้องไปทานข้าวกลางวันกับผม... แล้วผมจะหายโกรธ”

“.......” หญิงสาวอึกอัก ไม่รู้ว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธดี...

“นะครับ... นะครับ...” ธราเทพอ้อนสุดฤทธิ์

“ก็ได้ค่ะ”

@>--------------------<@

เสียงสัญญาณลิฟท์ดังขึ้นก่อนที่ประตูจะเปิด... อันดามันเดินออกไปพร้อมกับธราเทพ... แต่สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงของคนที่เธอคุ้นตากำลังก้าวเข้าไปในลิฟท์อีกตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ที่มีไว้ให้เจ้าของห้องพักชั้นบนสุดเท่านั้น แล้วประตูลิฟท์ตัวนั้นก็ปิดลงอย่างรวดเร็วโดยที่เขาคงไม่ทันเห็นเธอ...

 “เอ้อ... คุณเทปเป้คะ... คือซี...” อันดามันอึกอัก... เธอเป็นห่วงแฟนหนุ่ม เพราะแม้ว่าอันดามันจะเห็นวัชรภูเพียงแวบเดียว แต่เธอก็รู้ว่าเขาดูโทรมลงไปมาก ในมือของเขาถือถุงหูหิ้ว ซึ่งถ้าเธอดูไม่ผิดก็น่าจะเป็นเบียร์แบบบรรจุกระป๋องจำนวนกว่าครึ่งโหล...

“รู้สึกมึนศีรษะน่ะค่ะ” อันดามันปด

“อ้าวเหรอครับ!? ไปหาหมอก่อนดีไหมครับ” ธราเทพถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ต้องถึงกับไปหาหมอหรอกค่ะ” อันดามันปฏิเสธเร็วปรื๋อ... รู้สึกผิดยิ่งยวดที่โกหกเขาแบบนี้... แต่จะให้เธอทำอย่างไรได้ ก็เธอเป็นห่วงวัชรภู... อยากขึ้นไปหาเขาตอนนี้!

“ซีว่าแค่นอนพักก็น่าจะหาย”

“เอ้อ...” ธราเทพหน้าเจื่อน... รู้ทันทีว่าคราวนี้เขาก็คงจะแห้วอีก...

“งั้นให้ผมขึ้นไปส่งที่ห้องไหมครับ? ว่าแต่คุณซีอยู่ห้องไหน ผมยังไม่รู้เลย”

“ไม่เป็นไรค่ะ”  

ธราเทพแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเอง เขาไปถามเธอทำไมว่าเธออยู่ห้องไหน... ลืมไปได้อย่างไรว่าผู้หญิงไทยคงไม่อยากบอกว่าบ้านช่องหรือห้องหับอยู่ไหน เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัว...

“คุณเทปเป้ไปทานข้าวเถอะนะคะ... นี่ก็จะบ่ายแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับ” ธราเทพไม่ได้เซ้าซี้แต่อย่างใด

อันดามันพยักหน้ารับ แล้วลอบถอนหายใจเมื่อธราเทพหันหลังไป... เธอรู้สึกผิดที่ต้องโกหกธราเทพ แต่เธอคงรอจนกลับจากไปกินข้าวไม่ได้!

@>--------------------<@

อันดามันใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้ามาในห้องของวัชรภูอย่างถือวิสาสะ เขาเป็นคนมอบคีย์การ์ดให้เธอเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หลังจากที่ตกลงกันว่าเธอจะต้องมาอยู่ที่คอนโดของเขาเป็นการชั่วคราวเพราะต้องมาเลี้ยงเจ้าคิตตี้...

“คิตตี้!” อันดามันร้องเรียกแมวสีขาวทันทีที่นึกขึ้นได้... นี่เธอลืมคิตตี้ไปได้อย่างไรกัน!?

เมี้ยว เจ้าคิตตี้ขานรับทันทีที่ได้ยินว่ามีคนเรียกชื่อตัว พร้อมกับเสียงกรุ๋งกริ๋งของกระดิ่งห้อยคอ ไม่ช้าแมวขนปุยก็วิ่งตุเลง ๆ เข้ามาหาเธอ...

อันดามันเป่าปากอย่างโล่งอกเมื่อได้เห็นว่าเจ้าคิตตี้ยังมีอาการครบสามสิบสอง... แสดงว่าวัชรภูก็ไม่ได้ใจร้ายเกินไปนักหรอก ก็คงพอมีน้ำใจให้ข้าวให้น้ำมันไปตามอรรถภาพ

“คิตตี้” เสียงทุ้มเรียกหาคิตตี้เช่นกัน... แมวน้อยเจ้าของชื่อชะงักเท้า... เหมือนมันกำลังลังเลว่าจะไปหาใครดีระหว่างอันดามันหรือวัชรภู...

“คิตตตต ตี้” คนเรียกลากเสียงอย่างเว้าวอน...

อันดามันช่วยคิตตี้ตัดสินใจด้วยการก้มลงไปอุ้ม ตอนแรกมันก็ทำท่ากระสับกระส่าย เหมือนต้องการจะสื่อว่าเจ้านายเรียกหนูแล้ว หนูอยากไปหาเจ้านาย ครั้นพอมันเห็นว่าเธอพามันเดินไปหาวัชรภูนั่นแหละ เจ้าคิตตี้จึงได้ยอมสงบ

แต่แล้วสิ่งที่ทำให้เธอแทบช็อคก็คือ วัชรภูในสภาพที่แทบดูไม่ได้

“คุณพระช่วย!



โถ ๆ ๆ หนูซีจะง้อพี่สายฟ้ายังไงดี

ใครอ่านแล้วชอบ ขอหัวใจ♡♡♡♡♡ ขอคอมเม้นท์ด้วยนะค้า...

1 คอมเม้นท์ = 1 กำลังใจจ้าา...



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #61 chaichana01 (@chaichana01) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 10:58
    งอลให้ตลอดเถอะ
    #61
    1
    • #61-1 ChiisanaHoshi (@chiisanahoshi) (จากตอนที่ 34)
      4 มกราคม 2563 / 19:46
      ใครจะใจอ่อนง้อใครก่อน
      #61-1