พันธะรักซาตานเถื่อน [ E-book+ทำมือพร้อมส่ง ]

ตอนที่ 4 : Chapter 2 : เพื่อนสนิทคิดข้าม Friend Zone [A]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,175
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    8 มี.ค. 62


ศิรศักดิ์ เดชสุทธิรักษ์ นักธุรกิจหนุ่มมาดเพลย์บอยวัยยี่สิบหกปี เขาเติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้า ไม่รู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงคือใคร... แต่โชคดีที่มีครอบครัว เดชสุทธิรักษ์ รับอุปการะเอาไว้เป็นบุตรบุญธรรม ในครอบครัวบุญธรรมนั้นเองมีธุรกิจหลากหลาย บ้างกำลังก่อร่างสร้างตัว บ้างก็ล้มลุกคลุกคลาน สมาชิกในครอบครัวนอกจากมีผู้เป็นพ่อแล้ว เขามีพี่ชายอีกคนหนึ่ง ทั้งสองรักใคร่กลมเกลียวและสนิทกันมาก จะต่างก็ตรงนิสัย คมกริชเป็นคนจริงจังเอางานเอาการเพราะเป็นลูกชายคนโตของครอบครัว ถูกบ่มเพาะเรื่องความรับผิดชอบจากบิดามาตั้งแต่เด็ก ส่วนศิรศักดิ์ แม้จะถูกเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย แต่ด้วยความเป็นลูกชายคนเล็ก ก็ยังถูกตามใจอยู่บ้าง ศิรศักดิ์มีรูปร่างหน้าตาดีไม่แพ้คมกริช นี่จึงเป็นเหตุให้เขามีสาวๆ เข้ามาในชีวิตเยอะ รวมทั้งส่วนตัวเองก็เป็นคนเจ้าชู้มากเสน่ห์ บ่อยครั้งที่มีคำติฉินนินทาต่างๆ นานาว่าเขาไม่เอางานเอาการเหมือนผู้เป็นพี่ แต่ความจริงแล้ว เขาก็มีส่วนช่วยธุรกิจของครอบครัวไม่แพ้พี่ชายเลย เพียงแต่ภาพของความเป็นเพลย์บอยของเขามันจะชัดเจนล้ำหน้าความจริงจังเอางานเอาการไปสักหน่อย


เพลย์บอยหนุ่มอาบน้ำเสร็จ ออกจากห้องน้ำมาด้วยสภาพเปลือยท่อนบน ตลอดทั้งเรือนกายแกร่งกำยำพันรอบเอวหนาด้วยผ้าขนหนูเพียงผืนเดียว นั่นมันเป็นภาพชินตาที่วิลาสินีไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ถ้าเพื่อนคนนี้มาพักค้างอ้างแรมกับเธอ


“อาบน้ำแล้วก็ใส่เสื้อผ้าซะ มากินข้าวกัน” ขณะปากเอ่ยออกไปนั้น ดวงตากลมวาวก็เสมองไปทางอื่น เจตนาหลบสายตาจากภาพยั่วยุนั้น จริงอยู่ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นศิรศักดิ์อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน แต่ระยะหลังๆ มานี้ ภาพเดิมๆ แต่เพิ่มเติมคือเธอรู้สึกร้อนรุ่มแบบแปลกๆ ทุกครั้งที่เห็นเขาอยู่ในสภาพนั้น


ทำไม... จู่ๆ ถึงเห็นความเซ็กซี่ของอีตาเพื่อนบ้าคนนี้ขึ้นมาได้วิลาสินีนึกตำหนิตัวเอง แถมอยากเขกหัวตัวเองเบาๆ ด้วยที่เผลอจินตนาการต่อไปเสียยาว ถ้าเพื่อนหนุ่มไม่มีผ้าเช็ดตัวผืนยาวใหญ่นั่น... จะเป็นยังไง


“แล้วมีให้ถอนหรือเปล่า?” ศิรศักดิ์ถามถึงน้ำสีอำพัน


“นี่ยังจะอยากเมาอีกหรือไง?” เพื่อนสาวตวาดแว้ดใส่หน้าเขา ปากร้ายก็จริง แต่ใจมีเจตนาเป็นห่วง ไม่อยากเห็นเพื่อนอายุสั้น


“มันปวดหัวน่ะ” เขาว่าพลางสะบัดศีรษะไปมาช้าๆ ราวกับว่าจะสลัดความเป็นหัวหนึบๆ ที่คลอบงำเขาอยู่ให้มันหลุดออกไปได้อย่างนั้นล่ะ


ไม่เลย... ปวดยิ่งกว่าเดิม


“อืม... มีเหลืออยู่ในตู้น่ะ ซื้อมาเป็นลังตั้งแต่คราวนั้นล่ะ ศักดิ์ก็รู้... เราไม่ใช่เมรีขี้เมานะ คราวก่อนศักดิ์ซื้อมาแค่ไหน ตอนนี้อยู่เท่าเดิมแหละ” วิลาสินีแถลงไข ไม่เข้าใจทำไมเพื่อนชอบซื้อเหล้าเบียร์มาตุนที่ห้องเธอไว้ทีละเยอะๆ


“เกือบลังน่ะนะ?” ว่าทั้งที่ยืนหันหลังให้หญิงสาว วิลาสินีจึงมองเห็นเพียงไหล่กว้างและแผ่นหลังแกร่งกับผิวขาวของเขา ยิ่งมอง... ก็ยิ่งพบว่าเพื่อนสมัยมัธยมคนนี้ ยิ่งโต... ยิ่งแตกหนุ่ม เขาก็ยิ่งดูหล่อเหลามากออกปานนั้น แต่ทำไมนะ มันถึงอกหักบ่อยได้ขนาดนี้ บางทีวิลาสินีก็ไม่เข้าใจ


“อืม...” หญิงสาวพยักหน้า “แต่ชงกับน้ำนะ ขี้เกียจลงไปซื้อโซดา” เธอคงไม่ทำตัวเป็นสาวเสิร์ฟหรอกนะถ้าเขาจะเมาต่อที่ห้อง เพราะมีงานบ้านต้องทำอีกตั้งเยอะตั้งแยะ นี่ว่าจะรีดผ้าต่อ เมื่อคืนคิดว่าพอเขาตื่นนอนกลับไป เธอจะเก็บกวาดเช็ดถูห้องเสียหน่อย แต่นี่สงสัยต้องเลื่อน เพราะเขาไม่มีท่าทีว่าจะกลับตอนไหนเลย


“เพียวๆ เลยละกัน” ชายหนุ่มว่า ทันพอดีกับมานั่งลงโต๊ะกินข้าว ก่อนมองสบตาเพื่อนสาว


“นีนี่... ยิ่งโต ก็ยิ่งสวยนะเนี่ย ทำไมตอนเด็กๆ ถึงขี้เหร่ไม่รู้เนอะ” เพื่อนหนุ่มพูดจากระเซ้า คนฟังถึงกับแก้มร้อนวูบ หัวใจสั่นด้วยความขวยเขิน ก็จู่ๆ เล่นมาชมกันซึ่งหน้าแบบนี้ ไม่เขินก็ไม่รู้จะว่ายังไง หรือน้ำเมาทำเขาถึงกับตาลาย ทำให้เธอที่เขาเคยมองข้ามกลายเป็นคนสวยขึ้นมาในพริบตา ถ้าเพราะฤทธิ์เหล้าทำให้เขามองว่าเธอสวย แม่จะให้เมาทั้งวันทั้งคืนเลยก็ได้ เธอก็ชอบนะเวลามีใครชมว่าสวยน่ะ ถึงแม้ความจริงเธอจะไม่ได้สวยขนาดนั้นก็ตาม


“คนบ้า ปากดีแบบนี้ให้กินดีมั้ยเนี่ย” เขินอายจนหน้าแดง แต่ยังมิวายโต้ออกไปแก้เก้อเขิน แก้มร้อนวูบวาบยังไม่พอ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวอย่างกับประทัดกำลังระเบิดในอก


“ล้อเล่นน่า... นี่ชมนะว่าสวย” เพื่อนหนุ่มยิ่งล้ออย่างนึกสนุก ก็บอกแล้วว่าเขาชอบแกล้ง ชอบเวลาวิลาสินีเขินอายเพราะเขา นี่กระมังที่เป็นเหตุให้ศิรศักดิ์คอยขวางลำเพื่อนฝูงคนอื่นๆ หวงก้างไม่ให้ใครเข้ามาแกล้งวิลาสินี ที่แท้ ตัวเองจะเก็บเอาไว้แกล้งคนเดียวล่ะสิไม่ว่า


“ขอบใจ กินๆ เข้าไปสิข้าวน่ะ” ว่าด้วยท่าทางกระเง้ากระงอด คนบ้า ชมกันอยู่ดีๆ คนฟังกำลังเคลิ้ม อยู่ๆ มาดับฝันกลางคัน บอกว่าล้อเล่น เพื่อนเล่นนายหรือไง ไอ้คนขี้อกหักเอ๊ย!

“จ้า”


สิ้นคำสนทนา เพื่อนสนิทสองหนุ่มสาวก็นั่งกินข้าวเช้า ในเวลาเกือบสิบโมง 


+++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอบพระคุณสำหรับการติดตาม โปรดรอตอนต่อไปด้วยนะคะ

หรือใครอยากฟินเลย ตอนนี้ "พันธะรักซาตานเถื่อน" มีอีบุคพร้อมโหลดแล้วนะคะ

จิ้มๆ จ้า ขอบพระคุณทุกยอดโหลดเลยนะคะ

พันธะรักซาตานเถื่อน
ภัคร์ภัสสร
www.mebmarket.com
เธอต้องการลูก แต่ไม่ต้องการเขา...เธอจึงเลือกที่จะหายไปจากชีวิตเขาตลอดกาลเมื่อเด็กน้อยเจริญวัย รักครั้งใหม่... ชีวิตใหม่ที่สมบูรณ์โดยไม่ง้อ ‘พ่อของลูก’ อย่างเขาดูเหมือนเรื่องราวจะเป็นไปด้วยดี หากการกลับมาพบกันอีกครั้งและได้ใช้เวลาร่วมกันมันแปลกไป...ความรักที่เขาเคย ‘มองข้าม’  กลับแสนหวานสุดวิเศษแต่เธอจะเชื่อได้อย่างไร... ว่าทั้งหมดนั้นเป็นแค่สวรรค์แกล้ง หรือแผนทวงทายาทที่เขาบงการอยู่เบื้องหลัง!...“นีท้องหรือเปล่า” เขาเปิดฉากถามถึงสิ่งที่ก่อกวนจิตใจเขามาตลอดระยะเวลาหลังค่ำคืนนั้น“ทำไมถามแบบนี้” วิลาสินีใจหล่นวูบ ถ้าท้อง... แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไปงั้นหรือ จะขอเธอแต่งงานหรือยังไงกัน“คืนนั้น... ถึงผมจะเมามาก แต่ก็รู้ตัวว่าไม่ได้ป้องกัน” เอ่ยทั้งมองเพื่อนด้วยดวงตาเปี่ยมความใส่ใจ ในแววตานั้น มันก่อให้เกิดความรู้สึกหลากหลายกับวิลาสินีอย่างยากอธิบาย คล้ายๆ ว่าเขาจะมองเห็นเธออยู่ในสายตาบ้าง... ซึ่งก่อนนั้นเขามีแต่มองข้ามไป“ครั้งเดียว... ไม่ท้องหรอก นีคงไม่โชคร้ายขนาดนั้น” เมื่อดึงสติตนเองกลับมาได้ คนถูกกระทำรีบบอกปัดทันควันเธอ... คงไม่โชคร้ายหรอกวิลาสินี หญิงสาวพร่ำบอกตัวเองในใจ            “ท้องกับผม.... เป็นโชคร้ายงั้นหรือนี” .......
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

138 ความคิดเห็น