[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 10 : Still the One EP09 || That Don't Impressive Me Much [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    5 ส.ค. 60

Still the One EP09

ผมนิ่งอึ้งไปทันทีที่ปุณณ์พูดจบ

ร้องเพลงอย่างนั้นเหรอ…

เป็ดอย่างผมเนี่ยนะจะร้องเพลงน่ะ...

 

ผมวางกีตาร์ลงบนโซฟาแล้วเงยหน้าไปพูดกับปุณณ์

“พี่คงอ้าปากไปเพราะความเคยชินล่ะมั้ง เสียงแบบนั้นน่ะ… ฮึก...”

น้ำตาไหลอีกแล้วสินะเรา...

ผมกลั้นร้องไห้เอาไว้แล้วพูดประโยคต่อไปกับปุณณ์

“มันไม่ใช่เสียงร้องหรอกปุณณ์ ฮึก... พี่ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว”

ไม่ไหวแล้ว…

ผมตัดสินใจจะเดินหนีขึ้นห้องผม แต่ทว่าปุณณ์กลับจับข้อมือผมเอาไว้แล้วดึงให้ผมนั่งลงกับโซฟา จากนั้นปุณณ์ก็ใช้มือทั้งสองข้างตรึงหน้าผมกับหน้าของเขาเอาไว้

“พี่ปอนด์ฟังผมนะ ฟังให้ดีๆ ล่ะ”

เสียงหนักแน่นของปุณณ์จริงจังนั้นทำให้สติของผมเริ่มกลับมาบ้าง

“ตอนนี้พี่กำลังพยายามเพื่อก้าวผ่านเรื่องในอดีต และสิ่งที่พี่ปอนด์กำลังทำอยู่ตอนนี้ มันคือจุดเริ่มต้นที่พี่ปอนด์คิดได้เองไม่ใช่เหรอ”

ปุณณ์พูดถูกทุกอย่าง ผมทำเพราะผมอยากก้าวข้ามอดีต

“ปุณณ์บอกตามตรงนะ เมื่อกี้สีหน้าท่าทางของพี่ดูมีความสุขมากเลยนะ แม้ว่าจะเล่นเพี้ยนร้องเพี้ยนก็เถอะ อ๊ะ! ไม่ได้ร้องเพี้ยน ปุณณ์หมายถึงร้องแปร่งๆ ไม่สิ เอ่อ คือ...”

ปุณณ์ทำหน้าเหรอหราทันทีที่รู้ตัวว่าพูดในสิ่งที่ไม่ควรจะพูดออกมา แต่ผมกลับเห็นท่าทางแบบนั้นของปุณณ์เป็นเรื่องตลก เพราะผมไม่ค่อยเห็นมุมนี้ของปุณณ์สักเท่าไร

“ฮ่าๆ ปุณณ์ตลกอะ”

“ขำอะไรพี่! ปุณณ์อุตส่าห์ให้กำลังใจพี่นะเว้ย!”

“อื้ม ขอบใจนะ” ผมเอามือไปขยี้ผมน้องชายตัวโตแต่กำลังทำตัวเหมือนเด็กในตอนนี้

“พี่ปอนด์… พี่อย่าฝืนตัวเองมากนักนะ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปนะครับ”

“อื้ม พี่จะพยายามนะปุณณ์”

 

หลังจากผ่านอาทิตย์นั้นไป คนๆ นั้นเขาก็ไม่ได้มาหาผมที่มหา’ลัยอีก นับว่าเป็นโชคดีของผม แม้จะยังระแวงอยู่บ้าง แต่คนรอบข้างที่รู้เรื่องก็คอยเป็นหูเป็นตาให้ผม

และเพราะไม่มีเขามาป้วนเปี้ยนกวนใจให้คิดมาก โฟกัสของผมในตอนนี้จึงเป็นการหัดเล่นกีตาร์…

ไม่สิ สอบกลางภาคต่างหาก!

ตอนนี้ผมอยู่ที่ร้านพี่เฟิร์สและถูกเจ้านายตัวเองสั่งให้อ่านหนังสือเนื่องจากว่าใกล้จะสอบแล้ว แถมยังใช้พี่ฟรานให้ดูแลผมอีกต่างหาก

“พี่ฟรานสุดหล่อออออ สอนเรื่องนี้ให้ปอนด์หน่อยสิ” ผมหยิบชีทวิชาการบัญชีบริหารที่ผมไม่ค่อยรู้เรื่องให้พี่ฟรานดู พี่แกก็รับไปกวาดสายตาดูแปปนึงแล้วก็ส่งคืนมาให้ผม

“เป็ด มึงจะโง่ไปถึงไหนวะ แค่ ABC เอง เรื่องนี้แม่งขี้หมามาก”

ไอ้เจ้า ABC ที่ว่านี่ ไม่ได้หมายถึงตัวอักษรภาษาอังกฤษ 3 ตัวแรกแต่อย่างใด แต่มันคือคำย่อของคำว่า Activity-Based Unit Cost หรือต้นทุนฐานกิจกรรมในภาษาไทยต่างหาก

ถ้าไม่ติดว่าเป็นรุ่นพี่นะ ผมต่อยจริงๆ ด้วย

พอพี่ฟรานเห็นผมงอนตุ๊บป่องเข้าหน่อย เขาก็ง้อผม

“โอ๋ๆ ล้อเล่นน่า เรื่องนี้ไม่ยากหรอก เดี๋ยวสอนให้ก็ได้ แต่รออะไรหน่อยดิ”

นั่นไงผมว่าแล้วว่ามันต้องไม่ฟรี

“พี่ฟรานอยากได้อะไรล่ะครับ”

พี่ฟรานทำท่านึกอยู่แปปนึงแล้วพูดออกมา

“อืม… ขอกอดแล้วก็หอมแก้มทีนึงดิ”

“เฮ้ย! จะบ้าเหรอพี่ ถึงปอนด์จะเป็นเกย์ก็เถอะแต่จะมากอดมาหอมกันแบบนี้ไม่ได้นะพี่”

“ก็ปอนด์ตัวทั้งนิ่มทั้งหอมนี่นา วันนั้นที่นอนกอดที่ร้าน พี่นอนสบายมากเลย ขอกอดหน่อยๆ”

พี่ฟรานปรี่เข้ามากอดผมแถมยังฉกแก้มผมไปหอมทั้งสองข้างโดยที่ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัว ถึงจะไม่รังเกียจก็เถอะ แต่พี่ฟรานเป็นพี่ผมนะเว้ย!

ปัง!

“ไอ้ฟราน!”

จู่ๆ เสียงประตูก็ดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงพี่เฟิร์สที่ดูเหมือนจะหงุดหงิดไม่ใช่น้อย

“โอ๊ะโอ่… ซวยแล้วสิเรา”

“เมื่อกี้มึงทำอะไรเป็ด”

“ก็แค่กอดแล้วก็หอมแก้มเบาๆ เอง เป็ดมันน่ารักอะฟรานเลยอดใจไม่ไหว แหะๆ” พี่ฟรานยิ้มเก้อๆ ออกมา

“กูให้ช่วยดูแลน้องไม่ใช่ให้มึงมาแดกน้องไอ้ฟราน ถ้ามีอีกนะ เดือนหน้ากูจะไม่ให้เงินมึงใช้สักบาทเดียว” พี่เฟิร์สชี้หน้าขู่พี่ฟราน

“เฮ้ยได้ไงอะพี่ ไม่เอาาาาาา แล้วฟรานจะกินจะอยู่ยังไงเล่า!”

“เรื่องของมึง ส่วนเป็ด” เข้าหันมาพูดกับผม “ถ้าไอ้ฟรานมันทำอะไรเราให้รีบมาฟ้องพี่ แล้วก็ช่วยขัดขืนมันด้วย ยืนทื่อให้มันจับให้มันหอมอยู่นั่นแหละ” เขาว่าผม

“ปะ...เป็ดไม่ได้ยอมนะ!”

“พี่เฟิร์สอย่าไปว่าอะไรเป็ดเลยน่า ฟรานผิดเองแหละที่ทำให้พี่หึงน่ะ” พี่ฟรานพูดจบ พี่เฟิร์สก็นิ่งไปแต่หน้าพี่เฟิร์สแดงถึงหูเลยล่ะ

ว่าแต่หึงอะไรวะ?

“หึงอะไรเหรอครับพี่ฟราน” ผมหันไปถามพี่ฟรานอย่างงงๆ

“ช่างเถอะเป็ด คนแถวนี้มันโง่กว่าเป็ดอีก” พูดคำว่าโง่แล้วหันหน้าไปหาพี่เฟิร์ส “มาๆ เดี๋ยวสอน ABC ยกทรงชั้นดีมีมาตรฐานต่อดีกว่าเนอะ คิกๆ”

สรุปผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีกว่าหึงอะไร

เป็ดงง!

 

จากนั้นพี่ฟรานก็เริ่มสอนผม พี่เฟิร์สเองก็ไม่ได้ไปไหน นั่งอยู่ในออฟฟิศทำบัญชีร้านเพราะวันนี้เป็นวันสิ้นเดือนพอดี ส่วนพี่คิสวันนี้ไม่มาครับ เพราะต้องไปทำธุระกับที่บ้านเขา

“เอ่อ พี่ฟรานช่วยอธิบายตรงนี้ใหม่ทีสิครับ” ผมเอ่ยปากถามพี่ฟรานหลังจากที่พี่เขาสอนเรื่อง ABC จบ

จะว่ายังไงดีล่ะ ผมก็ไม่ได้หัวดีขนาดนั้น ส่วนพี่ฟรานก็เป็นสไตล์ที่พูดเองเข้าใจเอง มันก็เลยจูนกันไม่ติดสักที

“โอ๊ยเป็ด! เรื่องนี้ง่ายจะตาย พูดรอบเดียวก็น่าจะเข้าใจแล้วเนี่ย ซื่อบื้อชะมัด” พี่ฟรานว่าก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาพี่เฟิร์ส

ปัง!

“ไปสอนมันดิ๊! ฟรานก็จะอ่านของฟรานเหมือนกัน” พี่ฟรานตบโต๊ะทำงานของพี่เฟิร์สเสียงดัง

พี่เฟิร์สหน้าหงิกทันทีที่ได้ยินพี่ฟรานว่า เขาคลิ๊กๆ อยู่ 2-3 ครั้งก่อนจะลุกออกจากโต๊ะทำงานมาหาผม เขานั่งลงข้างๆ ผมแล้วชะโงกหน้ามาดูชีทแบบฝึกหัดที่ผมกำลังทำอยู่

“ไหนให้พี่ดูหน่อยสิ” พี่เฟิร์สว่าก่อนจะหยิบชีทผมไปอ่าน

“อืม ABC เหรอ งั้นก็ไม่ยากหรอก อย่างข้อนี้เค้าถามว่าค่าใช้จ่ายที่ประมาณการไว้กับค่าใช้จ่ายจริงต่างกันเท่าไรใช่มั้ย”

“ครับ” ผมตอบ

“ถ้าอย่างนั้นเป็ดก็ต้องดูก่อนว่าโจทย์ให้อะไรมาบ้าง อย่างอันนี้เค้าประมาณการค่าใช้จ่ายการผลิตมา 2 แผนก ล้านนึงแล้วก็แยกมาให้ด้วยว่าเป็น 8 แสน กับ 2 แสน แล้วก็ให้ชั่วโมงเครื่องจักรกับแรงงานทางตรงมา 8 หมื่น กับ 5 หมื่น” พี่เฟิร์สถามผม

“ครับ”

“เพราะงั้นต้องคำนวณอะไรก่อน”

พี่เฟิร์สหันมาจ้องผมด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่ไม่ได้ดูดุแต่อย่างใด

“เอ่อ… อัตราค่าใช้จ่ายของทั้งสองอันก่อนรึเปล่าครับ”

คำตอบของผมทำให้เขายิ้มบางๆ ออกมา

“อื้ม เพราะงั้นก็คำนวณซะ ได้เท่าไร”

ผมเปิดแอปเครื่องคิดเลขมาจิ้มคำนวณตัวเลขแล้วเขียนมันลงบนกระดาษแบบฝึกหัด

“ได้ 10 กับ 4 ครับ”

“โถ่เอ้ย แค่นี้ยังต้องจิ้มเครื่องอีกเหรอเนี่ย” พี่ฟรานที่ไม่รู้มายืนซ้อนหัวผมตอนไหนพูด

“ไอ้ฟราน มึงไปอ่านเงียบๆ ของมึงเลยไป สอนมันก็ไม่รู้เรื่อง” พี่เฟิร์สไล่พี่ฟราน

“แล้วพี่รู้ได้ไงว่าฟรานสอนไม่รู้เรื่อง”

“ก็กูนั่งฟังมึงสอนมันอยู่ไง งบแม่งเลยไม่เสร็จสักทีเนี่ย!” พี่เฟิร์สว่าก่อนจะยกเท้าถีบที่ฟรานจนเจ้าตัวหนีออกไปอ่านหนังสือต่อที่อีกมุมหนึ่งแทน

“แหมๆ คนเค้าอุตส่าห์เปิดโอกาสให้หรอกนะ ฟรานแกล้งสอนไม่รู้เรื่องไปงั้นแหละ ฮ่าๆ”

“ไอ้ฟราน!”

“พะ… พี่เฟิร์สครับ ถะ… ถ้างานยังไม่เสร็จก็ไปทำต่อเถอะครับ เดี๋ยวผมอ่านเองก็ได้” ผมพูดขัดทั้งสองก่อนที่จะทะเลาะกันไปมากกว่านี้

“ไม่อะ ถ้ามันไม่เสร็จก็เอาไปทำที่บ้านต่อได้ แต่นี่มันเป็นการสอบ มันสำคัญกว่า”

“อ่าครับ...”

เห็นสีหน้าจริงจังของเขาแล้วก็อดรู้สึกดีไม่ได้แฮะ ที่พี่เขาอุตส่าห์เสียสละเวลาของตัวเองมาสอนหนังสือผม ทั้งๆ ที่ผมก็เป็นแค่ลูกจ้างของเขา

พี่เฟิร์สคลี่ยิ้มออกมาแล้วเอามือมาลูบหัวผมเบาๆ

“เพราะงั้นนะเป็ด อย่าคิดมากแล้วก็เรียนเข้าไป เพื่ออนาคตของตัวเราเองเข้าใจมั้ย”

“ขะ… เข้าใจแล้วครับ”

“ดีมาก ถ้าอย่างนั้นก็ต่อเลยดีกว่าเนอะ”

“ครับพี่”

 

จากนั้นพี่เฟิร์สก็ใช้เวลาทั้งตลอดหัวค่ำไปกับการสอนหนังสือผม ไม่ใช่เพียงแค่เรื่อง ABC แต่ยังสอนเรื่องอื่นๆ ด้วย พี่เฟิร์สเป็นคนที่สามารถสอนได้เข้าใจกว่าพี่ฟรานมาก เขาใจเย็นและไม่มีท่าทีหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อยเวลาที่ผมถาม เขาบอกว่าให้ถามเยอะๆ จะได้อธิบายให้เข้าใจทีเดียวแล้วไม่งงอีก

และสิ่งนึงที่ผมชอบพี่เฟิร์สเวลาเขาสอนก็คือ เขายิ้มบ่อยมาก

แล้วมันก็ทำให้ใจของผมสั่นไหวทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มของเขา…

 

 

“เอ้อเป็ด หลังสอบมิดเทอมเนี่ยพวกปี 2 ภาคเป็ดเค้ามีให้ขายของนี่จะขายอะไรอะ”

จู่ๆ พี่ฟรานก็ถามขึ้นมาในระหว่างทางที่พี่เฟิร์สขับรถไปส่งผม ที่พี่ฟรานบอกว่าภาคผมก็เพราะพี่ฟรานไม่ได้เรียนภาคเดียวกันกับผมแต่เรียนภาคสารสนเทศทางการจัดการครับ

“อืม… ยังไม่รู้เลยอะครับ เป็ดต้องถามพวกออมก่อนว่าจะทำอะไรกันดี”

“งั้นเหรอ ถ้าคิดได้เมื่อไรก็บอกพี่แล้วกัน เดี๋ยวจะขนเพื่อนไปถล่มร้านให้” พี่ฟรานบอก

“ขอบคุณครับ”

“ถ้าจะทำอาหารก็บอกละกัน เดี๋ยวให้พี่เฟิร์สสอนให้” พี่ฟรานว่าก่อนจะสะกิดพี่ชายตัวเอง “สอนป่าวววววว จะสอนเป็ดมันป่าว”

“อะ… เออ! สอนดิ ให้มันเลือกก่อนเถอะว่าจะทำอะไร พี่ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” พี่เฟิร์สว่า

“ขอบคุณนะครับพี่เฟิร์ส” ผมยิ้มกว้างผ่านกระจกมองหลังไป

 

“นี่ๆ ไอ้ปุณณ์มันทำงานที่นี่ใช่มั้ย” พี่ฟรานถามผม

“ใช่ครับ ทำไมเหรอพี่”

“งั้นก็ดี อยากแกล้งเด็กเซเว่นหน่อย พี่เฟิร์สวนไปจอดรถหน้าเซเว่นแปปดิ”

เนื่องจากวันนี้เราออกจากร้านกันมาเร็วกว่าปกติพอสมควร พี่เฟิร์สก็เลยวนรถมาจอดในลานจอดหน้าเซเว่น ซึ่งปกติเขาจะส่งผมแล้วขับตรงต่อไปเลย

พี่ฟรานปลดเข็มขัดออก เขาหยิบหมวกแก๊ปกับแว่นดำขึ้นมาสวมแล้วหันมาพูดกับผม

“อย่าเพิ่งลงนะปอนด์ ขอแกล้งไอ้ปุณณ์มันหน่อย”

จากนั้นพี่ฟรานก็ลงจากรถไป และด้วยความอยากรู้ของผม ผมก็เลยหันหลังไปมองการกระทำของพี่ฟราน แต่เพราะกระจกรถมันมืดก็เลยมองไม่ค่อยเห็นเท่าไร ก็เลยเลิกมองไป ไม่ช้าพี่ฟรานก็กลับมาพร้อมกับเสียงหัวเราะและถุงพลาสติกใบนึง

“ฮ่าๆๆ หน้าแม่งเหวอไปเลยว่ะ ขอบใจนะเป็ด น้องมึงตลกว่ะ”

“แหะๆ” ผมหัวเราะแห้งๆ ผสมโรงพี่แกไป “ถ้างั้นผมกลับก่อนนะครับ ขอบคุณที่มาส่งนะครับพี่เฟิร์ส”

“เดี๋ยวก่อน เริ่มสอบวันไหน” พี่เฟิร์สรั้งผมไว้

“มะรืนนี้ครับ ทำไมเหรอครับ”

“งั้นก็ไม่ต้องมาที่ร้านจนกว่าจะสอบเสร็จก็แล้วกัน แต่ถ้าอยากให้สอนอะไรอีกก็บอกแล้วกัน”

“อ่าครับ ขอบคุณมากครับ เป็ดไปก่อนนะครับพี่ๆ” ผมขอบคุณพร้อมบอกลาพี่ๆ ทั้งสองคน

“อื้ม กลับดีๆ นะเป็ด” พี่ฟรานว่า

 

ไม่นานปุณณ์ก็เลิกงาน พอมันเห็นหน้าผมที่ยืนรออยู่ก็แล้วพุ่งมากอดผมทันที

“พี่ปอนด์ วันนี้ปุณณ์เหนื๊อยเหนื่อย” มันเอาหัวมาเกยบ่าผมแล้วโอดครวญออกมา

“โอยปุณณ์ มันหนักนะเว้ย!” ผมใช้มือดันหน้ามันออก

ปุณณ์เอาหัวออกจากผมแล้วปล่อยผมให้เป็นอิสระแล้วบ่นออกมาต่อ

“เมื่อกี้ปุณณ์เจอลูกค้ากวนประสาทอะ”

“หืม? ทำไมเหรอ”

“ก็เค้ามาซื้อเจลหล่อลื่นกับถุงยางน่ะสิ แล้วทีนี้เค้าก็ถามปุณณ์ใหญ่เลยว่ามันต่างกันยังไง มันใช้ยังไง แล้วเค้าควรจะซื้อไซส์ไหนให้กับแฟนเค้าดี ปุณณ์ก็งงว่าเค้าจะซื้อให้แฟนทำไมก็ในเมื่อเค้าเป็นผู้ชาย”

เดี๋ยวนะ…

“ทีนี้ปุณณ์ก็เลยเดาว่าเค้าเป็นเกย์แล้วหยิบกล่องมันมาดูไซส์ พอปุณณ์ถามเค้าว่าของแฟนเค้ายาวเท่าไรจะได้แนะนำถูก พี่รู้มั้ยเค้าบอกว่าอะไร”

“ไม่รู้อะ” ผมตอบ

“เค้าบอกว่า ‘พี่ไม่มีแฟนหรอก แต่พี่อยากได้น้องสุดหล่อน่ะ เพราะงั้นช่วยเลือกไซส์เดียวกับของน้องก็แล้วกัน’ แล้วเค้าก็เอามือแตะปากตัวเองก่อนจะเอามาแปะแก้มผมอะ”

“แล้วปุณณ์หยิบไซส์ไหนให้เค้าล่ะ”

“ปุณณ์ก็ไม่รู้เว้ย! ปุณณ์ตกใจตั้งแต่ที่เค้าเอามือมาแปะหน้าแล้ว ก็เลยรีบๆ หยิบรีบๆ คิดตังค์ไปอะดิ แม่งโคตรน่ากลัวอะ”

เห็นมันทำท่าขนลุกขนพองแล้วผมถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่ หลุดขำกร๊าออกมาทันที เพราะผมรู้ว่าคนที่มันพูดถึงนั่นคือใคร

“เค้าใส่แว่นดำกับหมวกแก๊ปด้วยใช่มั้ย ฮ่าๆ”

“พี่ปอนด์รู้ได้ไงอะ แม่งโคตรโรคจิตอะ”

“ฮ่าๆ จะไม่ให้รู้ได้ไงล่ะ นั่นน่ะพี่ฟรานเว้ย!”

พอผมเฉลยว่าคนที่มันพูดถึงเป็นใครปุ๊ป สีหน้าที่หงุดหงิดนั่นก็แปรเปลี่ยนเป็นแดงแปร๊ดแทน

“หา! นะ… นั่นพี่ฟรานเหรอ”

“ก็เออสิ พี่ฟรานเค้าตั้งใจจะไปแกล้งเรานั่นแหละ จริงๆ พี่มาสักพักแล้วแหละ แต่อยู่ในรถพี่เฟิร์สน่ะ ฮ่าๆ ”

“ละ… แล้วพี่ก็ปล่อยให้เค้ามาแกล้งผมเนี่ยนะ เฮอะ!” มันกอดอกสะบัดหน้าผมหนีด้วยความงอน

“โถ่ ปุณณ์อะ พี่ก็ไม่รู้ว่าเค้าจะแกล้งอะไรแบบนี้นี่นา อย่าใส่ใจเลยน่า” ผมบอกแล้วไปดึงๆ แขนมันเป็นการง้อเล็กน้อย

“ช่างเถอะ ไว้ผมค่อยหาทางเอาคืนพี่เค้าทีหลัง กลับกันดีกว่า ปุณณ์เหนื่อยจะตายละ” มันว่าก่อนจะหมุนควับไปขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่

ท่าทางงอนตุ๊บป่องของไอ้ปุณณ์ที่ตลกดีแฮะ ถ้ามันไม่งอนที่ผมรวมหัวกับพี่ฟรานก็คงจะงอนพี่ฟรานไม่หายแน่ๆ เลย

ไอ้เจ้าปุณณ์นี่เห็นหล่อๆ แบบนี้ แต่มันไม่ค่อยชอบเรื่องลามกๆ เท่าไรนะครับ โดนเพื่อนแหย่เรื่องนี้ทีไร ถ้ามันไม่โกรธมันก็จะเขินหน้าแดงทำอะไรไม่ถูกแล้วก็งอนแบบนี้แหละ

 

 

ผ่านไปอาทิตย์กว่าๆ การสอบกลางภาคของผมก็สิ้นสุดลง โดยช่วงระหว่างสอบ ผมก็ได้พี่เฟิร์สช่วยสอนบ้าง อ่านเองบ้าง การสอบที่ผ่านมาก็เลยทำได้มากกว่าปกติ ซึ่งก็ดีครับ ก็ต้องขอบคุณพี่เค้าด้วยแหละที่สละเวลามาสอนคนโง่ๆ อย่างผม ส่วนตอนนี้พวกเราสี่คนที่เพิ่งเลิกเรียนกันมาก็กำลังประชุมกันเพื่อหาของไปขายเป็นคะแนนของวิชาภาคที่ผมเรียนอยู่

“มึงว่าไงวะปุณณ์ ขายไรดี” ดรีมพูดไปพลางจิ้มโทรศัพท์หาไอเดียไปพลาง

“ตอนแรกอาจารย์ก็บอกให้ขายอะไรก็ได้หรอก แต่วันนี้ดันมาบอกว่าให้ขายแต่อาหารอย่างเดียวน่ะสิ” ออมว่าก่อนจะถอนหายใจออกมา

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าอาจารย์กลัวว่าจะมีการได้เปรียบเสียเปรียบกันก็เลยกำหนดให้ทุกกลุ่มขายอาหารแทนครับ แต่ปัญหาเรื่องนั้นไม่เท่าไรหรอก ที่มันน่าหนักใจกว่านั้นก็เพราะว่าพวกผม 4 คน ไม่มีใครทำอาหารเป็นเลยแม้แต่คนเดียว

“นี่พวกมึง เลือกมาเหอะ พี่เฟิร์สเค้าบอกกูไว้ว่าถ้าจะทำอาหารกันเค้าก็จะสอนให้” ผมบอก

“ฮั่นแน่! มึงกับพี่เฟิร์สนี่มีอะไรกันรึเปล่าฮะไอ้เป็ด” ออมทำหน้ากวนๆ ใส่ผม

“จะบ้าเหรอ! พี่เค้าแค่อาสาช่วยแค่นั้นแหละ คิดต่อก่อนเถอะว่าจะทำอะไรกัน” ผมโวยวายกลับไป

“พี่ปอนด์ ปุณณ์ว่าเลือกที่มันง่ายๆ หน่อยก็ดีนะ อย่างกลุ่มไอ้โจ้มันทำไข่เจียวรวมมิตรอะ ง่ายๆ เลย” ปุณณ์บอกผม

“ถ้างั้นเราก็เอาง่ายๆ เหมือนกันดิ แต่แบบต้องเจ๋งกว่าแม่ง” ออมพูด

“มึงว่าเอาไรดีวะเป็ด… เป็ด…” ดรีมเรียกผมซ้ำๆ อยู่หลายรอบก่อนจะพูดออกมาเสียงดังด้วยท่าทางมั่นใจสุดๆ

“กะเพราเป็ดย่าง!”

“เออได้นะ กะเพราก็ไม่น่าจะทำยากมากป่าววะ” ออมว่า

“แล้วมึงจะไปซื้อเป็ดมาจากไหน มึงหั่นเป็ดเป็นหรอไอ้ดรีม” ปุณณ์ถาม

“แถวบ้านกูมีเจ้านึง อร่อยเหี้ยๆ เป็นเพื่อนกับแม่กูเอง คุยให้เค้าหั่นเนื้อไว้ให้ได้แหละ ไม่ต้องห่วง” ดรีมบอก

“เอองั้นก็ดีไป” ปุณณ์ว่าก่อนจะหันมาพูดกับผม “ว่าแต่พี่ปอนด์ พี่เฟิร์สเค้าจะสอนเราจริงๆ ใช่มั้ย”

“เอ่อ… ก็น่าจะนะ ฮ่าๆ ถ้าเค้าไม่สอนเราก็หาในเน็ตดูก็ได้” ผมหัวเราะแห้งๆ ออกไป

“คุยอะไรกันเสียงดังไปถึงโน่นเลย”

จู่ๆ คนที่ถูกพาดพิงก็เดินมาก่อนจะนั่งลงรวมกับพวกเรา

“พี่เฟิร์สหวัดดี มารอพี่ฟรานกลับเหรอ” ออมทักพี่เฟิร์สเป็นคนแรก พวกเราก็เลยยกมือไหว้ตามกัน

“อือ”

“มาก็ดีเลยพี่เฟิร์ส พวกผมจะทำกะเพราเป็ดย่างขายกันเป็นงานกลุ่มอะ พี่ช่วยสอนทำทีได้มั้ยครับ ช่วยหน่อยน้าาาา” ดรีมพูดกับพี่เฟิร์สด้วยเสียงอ้อนๆ

“ไอ้ดรีมมึงอ้อนไม่น่ารักเลยว่ะ เลิกทำเหอะ”

“โห่พี่อะ! ผมอุตส่าห์ทุ่มสุดตัวอ้อนเลยนะเนี่ย” คนโดนว่าพองลมที่แก้มอย่างไม่พอใจ

“เออๆ จะทำกะเพราเป็ดย่างใช่มั้ย ให้สอนอะได้อยู่หรอก แต่ร้านกูไม่มีเป็ดย่างอะ เพราะงั้นมึงต้องหามาให้กู” พี่เฟิร์สว่า

“ได้เลยพี่ ไม่มีปัญหา” ดรีมบอก

“ถ้างั้นก็ได้เมนูแล้วละ ถ้าอย่างนั้นจะใช้วิธีอะไรเรียกลูกค้าดีวะ” ปุณณ์ถามพวกเรา

“นั่นสิมึง” ออมว่า “ใช้ความหล่อมึงเป็นไง มึงแค่ถอดเสื้อไปผัดไป สาวก็เข้าเต็มซุ้มเราแล้ว”

“ไม่เอาเว้ย! กูไม่ทำนะแบบนั้นอะ” ปุณณ์โวยวายออกมา

“ทำไมปอนด์ไม่เล่นกีตาร์เรียกแขกละ” พี่เฟิร์สพูดออกมาแค่นั้นทั้งไอ้ดรีมและไอ้ออมก็หันมามองผมเป็นตาเดียว

“มึงเล่นกีตาร์เป็นด้วยเหรอเป็ด” ออมถามผม

“นะ… นิดหน่อยน่ะ เพิ่งหัดเล่นเฉยๆ แหะๆ”

“พี่เฟิร์สพี่กำลังจะทำอะไร” ปุณณ์ถามเสียงเรียบ แต่พี่เฟิร์สไม่สนใจแล้วพูดต่อออกมา

“เป็ดเล่นไม่ได้หรอกพี่ ปะ… เป็ดดีดยังเพี้ยนอยู่เลย”

ตอบแบบนี้ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไรเลยแฮะ พี่เชื่อว่าเป็ดทำได้ เป็ดแค่เล่นกีตาร์เองนะ ไม่ได้ร้องเพลงสักหน่อย”

“ตะ… แต่ว่า” ผมยังคงพยายามปฏิเสธพี่เฟิร์สอยู่ พอเขาเห็นท่าทียึกยักลังเลก็เลยหันไปพูดกับพวกนั้น

“เอาละพวกมึง ถ้าเป็ดไม่เล่นกีตาร์ งั้นกูไม่สอนก็แล้วกัน”

“ไอ้เป็ด! มึงเล่นไปเลยนะมึง!” ไอ้ดรีมลุกขึ้นมาคว้าคอเสื้อผมแล้วเขย่าร่างผมไปมา

“เพื่อพวกกูและตัวมึงเอง มึงต้องเล่นนะเว้ย!” ออมว่า

“ว่าไงเป็ด เล่นป่าววววว”

หน็อย… ไอ้พี่เฟิร์ส ยียวนกวนประสาทนักนะ

คิดซะว่านี่เป็นการก้าวข้ามขั้นนึงก็แล้วกัน เป็นไงเป็นกันวะ!

“เออ! เล่นก็ได้เว้ย!”

เออไหนว่าป่วยไง แล้วทำไมตอนมันถึงงอกไวขนาดนี้กันละเนี่ย 55555 ป่วยจริงครับ ถึงขั้นเข้าโรง'บาลเลยละ แต่วันนี้มันดีขึ้นพอจะเขียนได้ก็เลยเขียนต่อให้จบไป ช่วงนี้เนื้อหาจะไม่ค่อยหนักเท่าไร ให้น้องเป็ดเค้าสบายใจบ้างเนอะ แล้วเจอกันตอนหน้าครับ

สำหรับตอนนี้เพลงที่ใช้เป็นชื่อตอนชื่อ That Don't Impressive Me Much ครับ



ชิวู 21/06/17



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #448 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 12:22
    แกล้งบังคับน้องอีกแล้วนะ!!
    #448
    0
  2. #431 matoom23 (@matoom23) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 17:34
    สังเกตหลายตอนคืออารมณ์พี่ขึ้นลงมากค่ะ ตั้งแต่ล็อกแขนคร่อมที่โซฟา อีกอย่างเรื่องนี้ด้วย บางตอนบังคับเกินไป ความรู้สึกที่อ่านเลยแบบสรุปปอนด์ป่วยมั๊ยนะ? เข้าใจคำว่าก้าวผ่านแต่การบังคับแบบนี้ไม่ดีนะ แต่ก็นะมันมีคำว่านิยาย แต่เราอ่านแล้วมันขัดๆคิดพระเอกสุขุมเข้าใจมากกว่านี้อีกหน่อย
    #431
    0
  3. #404 benyapasuk (@benyapasuk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 00:33
    จริงๆแล้ว ไม่ควรบังคับขนาดนั้นนะ เพราะมันเหมือนเป็นการบังคับให้ทำทั้งๆที่ปอนด์ยังไม่หายจากอาการนี้อะ แล้วมันเป็นการเพิ่มความเครียดให้กับตัวปอนด์เองด้วย แล้วยังส่งผลให้ปอนด์กลัวยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ //แต่ก็ช่างเถอะ ถือว่าเป็นนิยาย แต่ไรท์ควรจะเขียนกำกับไว้ท้ายตอนด้วยว่าไม่ควรใช้วิธีนี้นะค่ะ
    #404
    0
  4. #397 Yanapat. (@Mumu_story) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 23:17
    น้องเป็ดของเราต้องสู้ต่อไป!
    #397
    0
  5. #262 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 16:52
    พี่ค่ะบังคับไปป่าว
    #262
    0
  6. #124 saiikun (@patiya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 04:25
    เอิ่ม แปลกๆนะ ปุณณ์น่าจะทำอาหารได้นะ เห็นก่อนหน้าไลพี่ฟรานออกจากครัวอยู่เลย
    #124
    1
  7. #70 Beer Sakunrat (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 22:50
    หายไวๆเน้อไรต์ ว่าแต่...ปุณณ์ฟราน หรือ ฟรานปุณณ์ กันแน่นะ???
    #70
    1
    • #70-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 10)
      21 มิถุนายน 2560 / 23:08
      ถ้าส่วนสูงของสองคนนี้ ปุณณ์สูงกว่าพี่ฟรานครับ
      #70-1
  8. #66 Masmas2609 (@Masmas2609) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 11:00
    หายไวๆนะชิวู...ฟรานปุณณ์เท่านั้น...บังคับนะชิวู...ฟรานปุณณ์ๆๆๆๆๆ
    #66
    0
  9. #65 miyaki32 (@uriko20) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 20:57
    หายไวๆน้าชิวูเรารอเธออยู่555
    #65
    0
  10. #64 XLay (@lovesungmin82) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 16:53
    เจิมมมมมม
    #64
    0
  11. #63 miyaki32 (@uriko20) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 20:01
    เจิมมมมมมมมมมม5555
    #63
    0
  12. #59 No! Sparrow (@1896reborn2) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 14:52
    เจิมๆๆๆๆๆๆๆ
    #59
    0
  13. #58 Pkumsomsri-2546 (@Pkumsomsri-2546) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 09:09
    เจิมค่ะ...
    #58
    0
  14. #57 Mparn (@Mparn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 08:19
    เจิมมม
    #57
    0
  15. #56 กุหลาบสีเทา (@somoo62) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 23:49
    เจิมมมมมม เตรียมที่นอนหมอนเสบียงพร้อม
    #56
    1
  16. #55 U&ME12 (@your-name) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 23:20
    เจิม เจิ่ม เจิ้มมมมมมม~~~
    #55
    1
  17. #54 tinkakibum (@tinkakibum) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 23:13
    เจิมมมม
    #54
    1