[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 11 : Still the One EP10 || It Can't Be... [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    27 มิ.ย. 60

Still the One EP10

เนื่องจากโปรเจคขายของที่ผมว่านั้นจะมีขึ้นในวันศุกร์หน้าแล้ว และพวกมันก็ทำเป็นลืมไปจนกระทั่งเมื่อวานก่อน เพราะฉะนั้นวันนี้ที่เป็นวันเสาร์ พวกเราก็เลยทำตัวให้ว่างกันแล้วพากันมาที่ร้านของพี่เฟิร์สกันในตอนสายๆ เพื่อขอให้พี่เฟิร์สสอนทำกะเพราเป็ดย่าง

“โหเป็ด ร้านพี่เฟิร์สแม่งดูดีว่ะ” ดรีมเอ่ยปากชม ตาก็มองสำรวจไปรอบๆ มือก็แกว่งถุงก๊อบแก๊บใส่เป็ดย่าง เหมือนเด็กที่ตื่นเต้นเวลาพ่อแม่พาไปเที่ยวห้าง

อย่าว่าแต่ไอ้ดรีมเลย ทั้งไอ้ออมและไอ้ปุณณ์เองก็เหมือนกันนั่นแหละ

“อื้ม”

“นี่มึง แล้วเราต้องไปตรงไหนวะ” ออมสะกิดผม

“ตามกูมาก็แล้วกัน” ผมว่าก่อนจะเดินนำพวกมันทั้งสามคนตรงไปยังห้องออฟฟิศของพี่เฟิร์สที่ผมคาดว่าเจ้าตัวน่าจะอยู่ในนั้น

พอมาถึงผมก็เคาะประตูก่อนจะผลักเข้าไปก็เห็นเจ้าตัวกำลังง่วนอยู่โน้ตบุ๊กตรงหน้า สงสัยคงจะดูบัญชีอีกตามเคยนั่นแหละ

“พี่เฟิร์สหวัดดี เป็ดกับเพื่อนมาแล้ว” ผมยกมือไหว้ทักทายพี่เฟิร์ส เพื่อนๆ ก็ยกมือไหว้ตามกัน พี่เขาก็พยักหน้ารับก่อนจะพับจอโน้ตบุ๊กลง

“มาไวกันจัง นี่กี่โมงแล้วเนี่ย” พี่เฟิร์สถามขึ้นมา ระหว่างนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมโต๊ะออกมาหาพวกเรา

“10 โมงกว่าแล้วครับ” ผมหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลาแล้วตอบกลับไป

“โอเค คงไม่น่านานเท่าไร ว่าแต่เอาเป็ดมารึเปล่า”

จู่ๆ ไอ้ออมมันก็มาดันตัวผมเข้าใกล้พี่มัน

“อะไรของมึงเนี่ยไอ้ออม!”

“นี่ไงพี่ เป็ด ถึงหน้ามันจะเหียกๆ ไปหน่อยก็เถอะ แต่มันก็คือเป็ดเหมือนกัน”

“ออม” พี่เฟิร์สว่า

“ครับ?”

“ถ้ามึงเล่นมุขกากๆ แบบนี้อีกทีนึงนะ กูจะไม่สอนทันที”

โดนพี่เฟิร์สว่าไป มันก็ถึงกับผงะแต่มันก็ยังคงไม่ยอมแพ้

“โถ่! พี่ก็… แต่เรื่องหน้าเห่ยมันเรื่องจริงนะเว้ย!”

เอ้า! แล้วมึงมาเสือกอะไรกับหน้ากูเนี่ย ที่สำคัญหน้ากูไม่เห่ยนะเว้ย!

พี่เฟิร์สได้ยินคำพูดของออมก็ย่นคิ้วเข้าหากันก่อนจะโน้มตัวลงมาจ้องหน้าผม

“เห่ยตรงไหนกัน น่ารักดีออก”

“อะ...อะไรของพี่เนี่ย!”

ผมผละพี่เฟิร์สออกอย่างแรงจนเขาเซถอยไป พอเจ้าตัวตั้งหลักได้เขาก็เดินผ่านผมเปิดประตูเดินออกไปโดยไม่สนใจผมที่กำลังหน้าร้อนอยู่เลยสักนิด

“เสน่ห์แรงว่ะเป็ด” ดรีมพูด

“อะไรของมึง” ปุณณ์หันไปพูดกับดรีม

“ปล๊าววว กูหมายถึงเป็ดย่างในถุงนี่ กลิ่นมันหอมมีเสน่ห์ดีออก” มันยกถุงขึ้นมาแล้วสูดกลิ่นเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะหันมายักคิ้วกวนๆ ให้ผมแล้วเดินออกไป

“มึงโดนแน่ไอ้เป็ด” ออมเสริมอีกคน

“โดนบ้าอะไรเล่า! ไปกันได้แล้วเว้ย!”

ผมเสียงดังขึ้นมาก่อนจะเดินออกจากห้องตามไอ้ดรีมกับพี่เฟิร์สไป

 

ถึงแม้ว่าผมจะมาทำงานที่ร้านนี้ได้สักระยะนึงแล้วก็ตามที แต่ครั้งนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้ก้าวเข้ามาในครัวของร้านพี่เฟิร์ส ด้านนอกห้องมีเตาไว้สำหรับเผากุ้ง เผาปลา อยู่ 3 เตา ซึ่งถือว่าไม่มากเพราะร้านพี่เฟิร์สไม่ได้ใหญ่มาก แล้วก็มีตู้แช่เครื่องดื่ม ส่วนด้านในกว้างครับ มีทั้งตู้เย็นแบบตู้กระจก ตู้แช่แข็ง มีพื้นที่เตรียมอาหารกว้างและมีเตาหลายหัวมากตามฉบับร้านอาหารทั่วไป

พี่เฟิร์สเดินไปยืนหน้าเคาท์เตอร์เตรียมอาหารที่โล่งๆ อยู่ เขาเรียกพวกเราให้ไปยืนรอตรงนั้น

“พวกมึงมารอตรงนี้ เดี๋ยวไปหยิบของแปป” เขาว่าก่อนจะเดินไปยังตู้แช่เย็น พี่เฟิร์สเลือกๆ อยู่ไม่นานก็เดินกลับมาหาพวกเรา

“อันนี้กะเพรา อันนี้โหระพา แยกให้ออก” พี่เฟิร์สชูมันขึ้นมาด้วยมือทั้งสองข้าง แต่ด้วยความที่ผมและเพื่อนๆ มีสกิลในการทำอาหารเป็นศูนย์ แน่ละว่าแยกไม่ออก

“มันแยกยังไงอะพี่ หน้าตาแม่งเหมือนๆ กันเลย” ออมถาม

“มึงก็ดมสิวะ โหระพามันฉุนกว่า ดูใบมันก็ได้ ใบมันจะมันๆ กว่า” พี่เฟิร์สอธิบายก่อนที่จะส่งมันมาให้ผม

“แยกให้ออกนะ เวลาไปซื้อจะได้ไม่ซื้อผิด” พี่เฟิร์สหันไปหาปุณณ์แล้วพูดกับมัน “ปุณณ์ไปหยิบจานมา จะได้เอามาใส่เป็ดย่างใส่ใบกะเพรา”

ปุณณ์เดินไปหยิบจานที่ตั้งกองสูงมา 3-4 ใบ ไม่รู้มันจะเอามาทำไมนักหนา สงสัยคงขี้เกียจเดิน พี่เฟิร์สเองก็เหมือนจะลืมของ เขาเดินกลับไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบของออกมาอีก

“เป็ดเด็ดใบกะเพราไป ส่วนพวกที่เหลือก็ปอกกระเทียมไป เดี๋ยวพี่ตำพริกเอง”

พี่เฟิร์สออกคำสั่งพวกเรา จากนั้นจึงเดินไปหยิบครกมาแล้วเริ่มตำพริกเสียงดัง ผมก็เด็ดใบกะเพราไป ไม่นานก็เสร็จ พอหันกลับไปดูไอ้ 3 คนนั้นนั่งล้อมวงปอกกระเทียมแล้ว ผมก็รู้สึกได้ว่าถ้าขืนพวกมันยังปอกแบบนี้ต่อไปวันนี้คงไม่ได้กินแน่ๆ เพราะพวกมันใช้มือแกะกันทีละกลีบๆ เลยครับ

“พี่เฟิร์ส… สอนพวกมันปอกกระเทียมทีสิพี่ เป็ดว่าไม่ไหวมั้ง" ผมหันไปพูดกับพี่เฟิร์สที่ตอนนี้มีสีหน้าระเหี่ยใจสุดๆ เขาถอนหายใจก่อนจะเดินไปหยิบมีดด้ามเล็กๆ มา

“แกะกันแบบนี้วันนี้คงไม่ได้กินหรอก ที่จริงถ้ามันเป็นกระเทียมอันใหญ่ มันก็เอาไปเขย่าๆ ให้เปลือกมันล่อนออกได้หรอกนะ แต่นี่มันกระเทียมไทย เม็ดเล็ก ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะงั้นเอามีดไปคนละอันแล้วแกะแบบนี้”

พี่เฟิร์สสาธิตวิธีการปอกกระเทียมด้วยมีด ซึ่งก็ไม่ได้เร็วกว่าปอกด้วยมือมากสักเท่าไร แต่ก็ยังเร็วกว่าอยู่ดี

พอแกะได้จนพอที่จะผัดสำหรับเรา 5 คนแล้ว จากนั้นพี่เฟิร์สก็ไปหยิบกระทะก้นกลมใบใหญ่ออกมา

“กระทะแบบนี้มีเยอะ ถ้าผัดขายเยอะก็ยืมไปใช้ได้” เขาวางกระทะลงบนเตาแต่ยังไม่จุดไฟ

“ผัดกะเพราไม่ยากหรอก ใส่น้ำมัน พอมันร้อนก็ใส่กระเทียมกับพริกลงไปผัดให้มันหอม แล้วก็ใส่เป็ดไป จากนั้นก็ปรุง แล้วก็ใส่ใบกะเพราลงไปผัด แค่นั้นแหละ”

พูดเหมือนง่ายเลยว่ะ โดยเฉพาะที่บอกว่าปรุงเนี่ย

“งั้นทำเลยพี่” ดรีมว่าก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลืมแกะเป็ดออกจากถุงใส่จาน มันจึงรีบแกะเตรียมเอาไว้

พี่เฟิร์สจ้องมองเป็ดในจานที่ดรีมเทไว้ ก่อนจะหยิบขึ้นมาชิม

“อื้ม อร่อยดี ไม่เหนียว”

“แน่นอน ระดับนี้แล้วพี่ ผมไม่ซื้อของไม่อร่อยกินหรอก ฮ่าๆ” ดรีมหัวเราะ

พี่เฟิร์สจุดแก๊สแล้วเทน้ำมันลงไปนิดนึง ผมดูท่าทางทะมัดทะแมงของเขาแล้วรู้สึกใจเต้นอย่างบอกไม่ถูก

ผู้ชายหล่อทำกับข้าวนี่ทำไมมันถึงได้ดูดีขนาดนี้วะเนี่ย

“พี่จะทำแค่จานเดียวแล้วที่เหลือเดี๋ยวให้ลองทำกินกันเองดู โอเคมั้ย”

“ได้ครับพี่” ปุณณ์พูด

พอไฟเริ่มร้อนเขาก็ใส่พริกกับกระเทียมลงไปผัดจนกลิ่นหอมขึ้นมา ต่อจากนั้นพี่เฟิร์สก็หยิบชิ้นเป็ดใส่ลงไป เขาใส่ไปแค่ไม่กี่ชิ้นเพราะต้องเหลือไว้ให้พวกเราไว้ฝึกทำ

“หอมว่ะพี่” ออมพูด

“แน่นอน ถ้าทำไม่เป็น พี่คงไม่มาทำร้านอาหารหรอก ฮ่าๆ” พี่เฟิร์สหัวเราะอย่างอารมณ์ดี จากนั้นเขาก็เริ่มปรุงรส

“ปรุงก็ไม่ยาก อันนี้ฟรีสไตล์แล้วแต่ชอบ แต่พี่จะใส่แค่ซอสหอยนางรม น้ำปลาแล้วก็น้ำตาล แค่นี้ก็พอ เพราะเป็ดมันอร่อยอยู่แล้ว”

ทำไมตอนพูดคำสุดท้ายเขาต้องหันมามองหน้าผมด้วยเนี่ย

พี่เฟิร์สปรุงเสร็จ เขาก็ผัดต่อ จากนั้นก็ใส่ใบกะเพราลงไปผัดแล้วปิดไฟ กลิ่นนี่หอมฉุยเลยครับ

“เอาจานมาหน่อยปุณณ์”

ปุณณ์หยิบจานส่งให้พี่เฟิร์ส พอเขาตักมันขึ้นมาใส่จาน แล้วก็ถือมันให้พวกเรา 4 คนดูกัน

“เชดดดดด น่ากินฉิบหายเลยว่ะพี่” ดรีมกลืนน้ำลายดังเอื้อก

“งั้นก็ไปเอาช้อนส้อมมาชิมดิ อยู่ข้างนอกตรงโน้นแหน่ะ” เขาชี้ไปทางประตูออก

“ตรงไหนอะพี่” ดรีมถามอีก

“เดี๋ยวกูไปหยิบเอง รอนี่แหละ” ด้วยความที่ผมเป็นเด็กเสิร์ฟที่นี่ ผมก็เลยรู้ตำแหน่งที่พี่เฟิร์สบอก ที่เก็บช้อนส้อมของร้านไม่ได้อยู่ในครัวครับ แต่อยู่ในตู้ที่อยู่ในโซนโต๊ะทานอาหาร

ผมเดินออกไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับช้อนส้อม 5 คู่ แต่ทว่าผมคงมาช้าไป เพราะตอนนี้ในจานเหลือแต่ใบกะเพรากับเศษพริกกระเทียม ไม่เหลือเป็ดแม้แต่ชิ้นเดียว

“ไรวะ! หมดแล้วอ่อ”

“อึงอ้าอะ (มึงช้าอะ)”

เคี้ยวให้หมดก่อนก็ได้มั้งไอ้ออม แล้วดูนั่นไอ้ปุณณ์เลียปากแผลบๆ เชียว

“หมดแล้วพี่ โคตรอร่อยอะ”

“ไอ้น้องเวร! มึงไม่คิดจะเหลือให้พี่บ้างรึไงวะ” ผมวิ่งเข้าไปเขย่าๆ ตัวไอ้ปุณณ์เพื่อหวังจะให้มันคายออกมาให้ผมกิน

แม่งเอ้ย! ยังไม่ได้ชิมสักคำเลยว่าฝีมือพี่เฟิร์สอร่อยจริงรึเปล่า

“เอาน่าๆ ไว้วันหลังพี่ไปทำให้กินที่บ้านก็ได้” พี่เฟิร์สเข้ามาดึงผมออกจากปุณณ์

“พี่พูดแล้วนะ ห้ามเบี้ยวเป็ดด้วย!”

“เฮ้ๆ อะไรกันเนี่ย มีส่วนตัวมีถึงบ้านกันด้วย อะไรยังไงเนี่ย” ดรีมแซวผมกับพี่เฟิร์ส

“เงียบไปเลยมึงอะ ไม่คิดจะเหลือให้เพื่อนบ้าง ไอ้พวกเลว”

“โถๆ เป็ดน้อย เดี๋ยวมึงก็ได้ผัดกินเองแล้วนี่ไง มึงจะผัดเผื่อพี่เฟิร์สด้วยก็ได้นะ พวกกูไม่ว่าหรอก จริงมั้ยพวกมึง” ดรีมหันไปถามความเห็นจากออมและปุณณ์

ไอ้ออมพยักหน้า แต่ไอ้ปุณณ์ไม่หือไม่อือ ดรีมมันก็เลยสรุปว่าได้

“ถ้างั้นก็ตามนี้ เมื่อกี้พี่เฟิร์สผัดไปนิดเดียวเอง เดี๋ยวแบ่งส่วนของมึงให้มากเป็นพิเศษเผื่อพี่เฟิร์สก็แล้วกัน”

จากนั้นไอ้ออมก็หยิบเป็ดแบ่งใส่จานเล็กๆ โดยที่จานของผมนั้นมากกว่าของคนอื่นๆ เป็นเท่าตัว

“เดี๋ยวก่อนนะมึง” ผมรั้งไอ้ออมเอาไว้ในระหว่างที่มันกำลังแบ่งเป็ดไปหยิบกินไปเพลินๆ มันก็หันมามองผมงงๆ “วันนั้นมึงให้กูไปดีดกีตาร์นี่ แล้วมึงจะให้กูมาผัดทำไมวะ”

“เออนั่นดิ” ดรีมเห็นด้วยกับผม “ให่้มันไปซ้อม หัดเล่น แล้วก็เอาเป็ดของมันมาแบ่งให้พวกเราแล้วเราก็ลองทำกัน”

“ผมก็ว่างั้นอะพี่ปอนด์ พี่ไม่ต้องทำก็ได้” น้องชายผมก็ดันเห็นดีเห็นงามกับพวกมันไปด้วยอีกคน

“มันมีกีตาร์ให้ซ้อมที่ไหนละ พี่ไม่ได้เอามา” ผมบอกปุณณ์

“ถ้างั้นมึงกับพี่เฟิร์ส วันนี้ให้เป็นคนชิมละกัน เดี๋ยวพวกกูจะผัดกันคนละจาน แล้วเอาให้มึงกับพี่เฟิร์สชิม โดยไม่บอกว่าจานไหนเป็นของใคร โอเคมั้ย” ออมเสนอไอเดียขึ้นมา ผมว่าก็ดีนะ ถ้ามันไม่อร่อยสักจานก็จะได้ปรับสูตรปรับรสชาติทันก่อนถึงวันงานอาทิตย์หน้า

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่กับเป็ดไปรอตรงโต๊ะฝั่งเวทีนะ อุปกรณ์ในครัวก็หยิบใช้ตามสบาย แล้วก็ระวังไฟด้วยล่ะ” พี่เฟิร์สบอกพวกมันทั้งสามคนแล้วเอามือมาจับข้อแขนลากผมให้เดินตามเขาออกไป

“พี่เฟิร์สจะลากผมทำไมเนี่ย”

“เดี๋ยวหลง”

ฮ่วย! ผมทำงานมาหลายอาทิตย์แล้วนะ หลงเหลิงอะไรกันเล่า

 

ผมกับพี่เฟิร์สมานั่งรอพวกมันเล่นเป็นพ่อครัวทำผัดกะเพราอยู่ตรงโต๊ะหน้าเวที ที่ที่แก๊งพนักงานออฟฟิศขี้เมาชอบมานั่งกินกันนั่นแหละ พี่เฟิร์สมาถึงเขาก็เอาแต่เหม่อมองไปทางเวที ทำอย่างกับมานั่งคนเดียวอย่างนั้น

“เป็ด”

“ครับ?”

“เวลาที่เป็ดเห็นคิสมันนั่งร้องเพลงอยู่ตรงนี้ เป็ดรู้สึกยังไง” เขาชี้ไปยังเก้าอี้ที่มีขาไมค์ตั้งอยู่ด้านหน้า ใบหน้าเรียบเฉยของเขาหันกลับมาเอาคำตอบจากผม

“พี่คิสเค้าเป็นคนมีความสามารถมากครับ เขาทั้งเล่นทั้งร้องเก่ง”

“ไม่ใช่สิ พี่หมายถึงความรู้สึกของเป็ด ไม่ใช่เรื่องของไอ้คิส”

รู้สึกยังไงอย่างนั้นเหรอ…

“ผมอิจฉาพี่คิส”

เป็นคำพูดเดียวที่ผมนึกออกในตอนนี้ มันไม่ใช่ความอิจฉาแบบอยากได้อยากมี แต่อิจฉาที่พี่เขายังคงทำสิ่งที่เขารักได้อยู่

พี่เฟิร์สเลื่อนเก้าอี้ของเขามาจนชิดติดกับเก้าอี้ผม มือใหญ่ของพี่เฟิร์สเอื้อมมากดหัวผมให้พิงกับไหล่กว้างของเขา

“อย่าไปอิจฉาไอ้คิสมันเลยนะ ตอนนี้เป็ดเองก็กำลังพยายามอยู่ไม่ใช่เหรอ ที่พี่แกล้งขู่เรื่องไม่สอนทำผัดกะเพราก็เพราะพี่อยากช่วยเป็ดหรอกนะ”

เพียะ!

ผมฟาดมือไปยังน่องพี่เฟิร์สเต็มแรง

“ไอ้พี่บ้า!”

“เออน่า ก็ไปหัดเล่นซะสิ ดีดเพลงง่ายๆ ก็ได้ อีกอย่างนึงนะเป็ด” พี่เฟิร์สถอยเก้าอี้กลับไปอยู่ที่เดิมแล้วพูดต่อ “ถึงเวลานั้น ต่อให้เล่นเพี้ยนเล่นห่วยแค่ไหน เค้าก็ฟังไม่รู้เรื่องหรอก เพราะเสียงมันดัง คนมันเยอะ ฮ่าๆๆ”

เออ เอาเข้าไป หัวเราะจนจะหงายหลังตกเก้าอี้แล้วนั่น

 

ในขณะนั้นเองผมก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกดังขึ้นมาจากครัว จนผมกลัวว่าพวกมันจะเป็นอะไรกันรึเปล่า ก็เลยวิ่งกลับไปดูพวกมัน

“มีอะไรกันรึเปล่า เสียงดังไปถึงนู่นเลย” ผมถาม

“ปะ...เปล่าพี่ พี่ไปนั่งรอเถอะ จะเสร็จแล้วๆ” ปุณณ์ว่าก่อนจะดันผมให้ออกจากประตูครัวไป

ผมยืนเกาหัวงงๆ ก่อนที่จะเดินกลับไปนั่งที่เดิม

“ว่าไงอะ อะไรในครัวพี่เจ๊งล่ะ” พี่เฟิร์สถามยิ้มๆ

“ไม่รู้อะพี่ เป็ดก็กลัวๆ ว่ามันจะเจ๊งเนี่ย”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรต่อ ผมก็เหลือบไปเห็นพวกมันทั้ง 3 คนกำลังถือจานกำลังมุ่งตรงมายังเรา

ตึง!

มันวางจานลงบนกับโต๊ะ โดยที่แต่ละใบก็มีจานครอบมาอีกทีนึง

“พวกผมสลับกันถือมาพี่” ดรีมบอก

“ทำไมกลิ่นมันแปลกๆ วะ”

ผมทำจมูกฟุดฟิดดมแต่ละจาน คือกลิ่นแม่งแปลกมาก แถมมีกลิ่นไหม้อีกต่างหาก โคตรไม่น่าไว้ใจ แต่ผมก็ทำใจดีสู้เสือด้วยการสั่งให้น้องชายไปหยิบช้อนส้อมมาให้ผมกับพี่เฟิร์สเพื่อชิม

“ปุณณ์ไปหยิบช้อนส้อมให้พี่หน่อยสิ”

ปุณณ์เดินไปหยิบช้อนส้อมที่เคาท์เตอร์ด้านหลังเราแล้วกลับมา

“งั้นกูเปิดจานแรกแล้วนะ”

ก่อนผมจะเปิด ผมจ้องหน้าพวกมันทั้ง 3 คนไปด้วย แต่ละคนดูยุกยิกๆ ผิดปกติ ดูเป็นกังวลกันทุกคน

เอาวะ เปิดก็ได้ คงไม่เลวร้ายมากหรอกมั้ง…

พรึบ!

“เหี้ยไรเนี่ย”

ไม่ใช่คำพูดของผมครับ พี่เฟิร์สเป็นคนพูด และผมก็เห็นด้วยกับเขาทุกประการ ก็ดูจากสีในจานแรกแล้ว มันช่างไม่น่ากินเอาเสียเลย ทั้งดำทั้งไหม้

“แดกได้จริงๆ เหรอวะ” ผมถามพวกมัน

“ดะ...ได้สิ ได้มั้ง ฮ่าๆ” ไอ้ออมตอบผมแล้วหัวเราะเก้อๆ ออกมา พอผมทำท่าจะชิม พี่เฟิร์สก็เบรกผมไว้แล้วตัดส่วนที่ดูเหมือนเป็ดที่สุดขึ้นมาชิม

พี่เฟิร์สหน้ายู่ทันทีที่เคี้ยว เขาคายมันทิ้งใส่ทิชชู่แล้วใช้ให้ผมไปหยิบน้ำ

“ไหม้จนไม่รู้รสชาติอะไรเลยแม่ง เป็ดไม่ต้องกิน เดี๋ยวตาย ใครทำวะเนี่ย!” คนกินหันไปเหวี่ยงใส่คนทำ แต่ละคนตอนนี้สีหน้าไม่ต่างจากเมื่อกี้เลยสักนิด

“ใจเย็นๆ นะพี่เฟิร์ส ปะ...เป็ดว่าจานต่อไปอาจจะอร่อยก็ได้นะ”

ผมเอามือไปแตะบ่าพี่เฟิร์สเบาๆ แล้วใช้มืออีกข้างหยิบจานที่ครอบจานที่ 2 ออก ก็พบว่ามันไม่ต่างจากจานแรกเลยสักนิด ผมก็เลยเปิดจานที่ 3 ออกด้วยเลยทีเดียว และแน่นอนว่าจานนี้ก็ไหม้

“เหอะๆ กูว่าพวกเราไปคั้นน้ำส้มขายดีกว่ามั้ง”

ผมพูดออกมาอย่างปลงๆ หลังเห็นสภาพผัดกะเพราเป็ดย่างของพวกมันแต่ละคน

ปึง!

“พี่ว่าไม่ต้องชิมแล้วแหละ ดูจากสีแต่ละจานแล้ว ขืนกินไปคงได้เข้าโรง’บาลแหงๆ” เขาส่ายหน้าด้วยความหน่ายใจก่อนจะลุกจากเก้าอี้

รู้สึกสงสารพวกมันอยู่เหมือนกันนะ ดูแต่ละคนสิ หน้าหงอยเชียว

“เอาน่า… อย่างน้อยก็ได้ลองทำกันแล้วนี่นา ครั้งแรกมันก็แบบนี้แหละ ลองทำไปเรื่อยๆ ก็คงจะดีขึ้นแหละ” พี่เฟิร์สเดินไปแตะบ่าของปุณณ์กับออมที่นั่งติดกัน

แม้ว่าปากจะพูดกับ 3 คนนั้น แต่สายตาของเขากลับจ้องมองมายังผมราวกับว่ากำลังพูดกับผมอยู่ด้วย

เขาคงจะหมายถึงกีตาร์สินะ

“จริงๆ มันอาจจะอร่อยก็ได้ แค่มันไหม้เฉยๆ” ผมเสริมพี่เฟิร์ส พยายามพูดให้อารมณ์ของพวกมันดีขึ้น

“ขอบใจนะมึง” ดรีมว่า

“จ๋อยกันหมดเลย เอาไงดีวะ” พี่เฟิร์สพูดกับตัวเอง เขานิ่งไปคล้ายกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่ จากนั้นเขาก็ชี้ไปยังผัดกะเพราจานที่ 3

“จานนี้ดูดีสุดใน 3 จาน ใครเป็นคนทำ”

“ผมเองพี่” ปุณณ์ยกมือขึ้นบอกพี่เฟิร์ส

“เฮ้อ...” เขาถอนหายใจออกมาแล้วว่าต่อ “วันศุกร์หน้าเดี๋ยวพี่ไปช่วยก็แล้วกันแต่ให้เราเป็นลูกมือพี่หน่อย ไม่งั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าพี่มาทำงานให้แทน”

“อ้าว แล้วผม 2 คนอะพี่” ออมพูด

พี่เฟิร์สเดินกลับมายืนข้างๆ ผม เขาวางมือลงบนหัวผม

แหมะ...

“ตอนเป็ดเล่นกีตาร์ ก็ช่วยร้องเรียกแขกให้หน่อยก็แล้วกัน”

“โถ่พี่ แค่นี้เอง พวกผมก็ต้องอยู่ๆ แล้วแหละน่า” ดรีมพูด

“แล้วก็ถ้าคนเยอะก็มาช่วยขาย แค่นั้นพอแล้ว” พี่เฟิร์สว่าแล้วหันไปหาปุณณ์ “ปุณณ์ มีวันไหนที่ไม่ทำเซเว่นบ้าง”

“อาทิตย์หน้า… วันอังคารครับ”

“มาที่ร้านวันนั้นก็แล้วกัน เดี๋ยวจะให้พ่อครัวช่วยสอนด้วย”

“ได้ครับพี่” ปุณณ์บอก

 

เมื่อเห็นว่าอยู่ไปก็รกร้านเปล่าๆ พวกเราก็เลยจะกลับกัน แต่ผมดันลืมไปว่าวันนี้ตัวเองก็ต้องทำงานก็เลยเบรกตัวเองไว้ทันก่อนถึงทางออก

“กลับกันก่อนเลย ลืมไปว่าวันนี้ต้องทำงานน่ะ แหะๆ”

“ปุณณ์กำลังจะถามพี่เลยว่า วันนี้พี่ไม่ต้องทำงานเหรอ ฮ่าๆ” ปุณณ์หัวเราะก่อนจะขยี้ผมของผม “งั้นปุณณ์กับพวกนั้นไปก่อนนะพี่ วันนี้ปุณณ์ไม่ได้ทำงานนะ เพราะงั้นให้พี่เค้าไปส่งที่บ้านเลย”

“อื้ม กลับดีๆ ล่ะพวกมึง” ผมตะโกนบอกพวกนั้นที่ไกลออกไป

 

ผมเดินกลับไปยังออฟฟิศพี่เฟิร์สก็เห็นเจ้าตัวกำลังเปิดคอมเตรียมทำงานอยู่

“อ้าว กลับมาทำไม ลืมของเหรอเป็ด” พี่เฟิร์สทักขึ้นมา

“เปล่าครับ ผมลืมไปว่าวันนี้มันวันทำงานของผม” ผมพูดพลางหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟา

“เออ พี่ก็ลืมนะเนี่ย”

“แก่แล้วก็อย่างงี้แหละ คิกๆ” ผมแซวพี่เฟิร์ส

เจ้าตัวได้ยินก็หน้างิก ลุกขึ้นเดินมานั่งลงข้างๆ ผมแล้วก็เขกกะโหลกผมเข้าให้ทีนึง

“นี่แหน่ะ! ว่าพี่แก่เหรอ”

“เป็ดล้อเล่นคร้าบบบบบ”

เขาเอามือทั้งสองข้างวางพาดบนพนักพิงแล้วถอนหายใจ

“เฮ้อ… เพื่อนเป็ดนี่ทำอาหารไม่ได้เรื่องกันสักคน”

“แหะๆ ถ้าผมทำก็ไม่ต่างจากพวกมันหรอกครับ”

จู่ๆ เขาก็หันตัวเข้าหาผมแล้วโน้มตัวมา

“ต่างสิ”

“มันไม่อร่อยหรอกพี่ ทำก็คงไหม้ ไม่ก็กินไม่ได้อะ จะไปต่างได้ยังไง”

ใบหน้าหล่อเหลาของเขาตอนนี้อยู่ห่างจากหน้าของผมไม่กี่คืบ

“มันต่างเพราะคนที่ทำคือเป็ด”

ตึกตัก…

มันมาอีกแล้ว อาการใจเต้นตึกตักแบบนี้เวลาที่พี่เฟิร์สอยู่ใกล้ๆ

“พี่จะรอกินเป็ดนะ”

เขาพูดจบก็ลุกขึ้นกลับไปนั่งทำงานตามเดิม

“ดะ...เดี๋ยวสิพี่! พี่หมายความว่ายังไงกัน”

“ก็… ตามคำมันนั่นแหละ”

 

‘พี่จะรอกินเป็ดนะ’

หากสมองของผมประมวลผลถูก ประโยคของพี่เฟิร์สในที่นี้สามารถตีความได้ 2 แบบ แบบแรกคือเขาอยากกินเป็ดที่ผมทำ และแบบที่สอง เขาอยาก…

ไม่หรอกน่า! อย่างพี่เฟิร์สเนี่ยนะ จะบ้าเหรอวะไอ้เป็ด!

พี่เขาแค่ทำดีด้วยหน่อย อย่าหลงผิดคิดไปเองสิไอ้เป็ดโง่ ประสบการณ์ก็มีแล้วหัดจำซะมั่ง

มาแล้วจ้า ช่างเป็นตอนที่ไม่มีอะไรเลยจริงๆ คุยเรื่องกะเพราทั้งตอน 555555



"กะ...กะ...กินเป็ด?!"



น้องเป็ดมาแว้วววววววว


ชิวู 25/06/17


เนื่องจากคาดว่าจะมาไม่ทันในอาทิตย์นี้ เพราะงั้นชิวูก็เลยเขียนอะไรมาให้อ่านกันเล่นๆ บางอันก็เคยบอกไปแล้ว บางอันก็ไม่เคย คิดซะว่าเป็นเกร็ดความรู้ เผื่อวันดีคืนดีชิวูจัดกิจกรรมแจกของจะได้เอาไปตอบได้ 5555


[Fun Fact] เรื่องน้องเป็ด #1
- เนื่องจากเรื่องนี้ใช้เรื่องราวของ Shania Twain อ้างอิง ดังนั้นตอนหลายๆ ตอนจะถูกตั้งตามชื่อเพลงหรือเนื้อหาในเพลงของเธอ แต่นอกจากในเรื่องนี้แล้ว ยังปรากฎในเรื่อง 'Return บังเอิญรักกลับมา' ด้วย ได้แก่ตอน The One, จากนี้ต่อไป, Any Man Of Mine แล้วก็ 'UNLUCKY7' ในตอน You Win... (บอกเลยมีรียูสชื่อตอนแน่ๆ 555 ระหว่างรอจะไปลองอ่านทั้งสองเรื่อง ชิวูว่ามันก็จะดีนะครับ อิอิ)
- ชื่อตัวละครชื่อแรกที่คิดได้คือ 'เฟิร์ส' เพราะล้อไปกับคำว่า One (มันคนละความหมายกันนะ ที่หนึ่งกับหนึ่ง) เป็นชื่อที่น่ารำคาญมากจนอยากเปลี่ยน เพราะชอบพิมพ์ผิด
- 'ฟราน' เป็นชื่อที่สองที่ิคิดได้ มาจากฟรานซิสที่เป็นชื่อเพื่อนของชิวู 555 เช่นเดียวกับ 'หมู' และ 'อาร์ม'
- 'ปอนด์' กับ 'ปุณณ์' อันนี้นึกได้ว่าไม่เคยใช้ก็เลยเอาชื่อนี้ ง่ายๆ แบบนี้แหละ แต่แอบเกลียดชื่อปุณณ์เพราะพิมพ์ยาก 555
- 'คิส' เป็นตัวละครที่ไม่ได้อยู่ในโครงตอนแรก เป็นตัวละครที่ถูกเสกขึ้นมาระหว่างพิมพ์ (จับยัดนั่นแหละ) เพราะลืมหาเพื่อนให้พระเอก ถถถถถ
- คำว่า 'เป็ด' ที่ใช้เรียกปอนด์เป็นคำที่นึกได้ตอนพิมพ์เพราะนึกไม่ออกจะบรรยายเสียงแบบที่ปอนด์เป็นยังไงดี
- การที่จะป่วยแบบน้องเป็ดได้ภาวะซึมเศร้าไม่ใช่ปัจจัยหลักแต่อย่างเดียว แต่ยังมีเชื้อไลม์ที่มาจากเห็บเป็นอีกปัจจัยนึง (นิยายเรื่องนี้สมมติให้เกิดจากภาวะซึมเศร้าแต่อย่างเดียว)
- เฟิร์สกับฟรานไม่ได้มีรถแค่คันเดียว แต่ชอบคันนี้ทั้งคู่ก็เลยแย่งๆ กันขับ

พอละเดี๋ยวไม่มีเขียนหนหน้า 555 ช่วงนี้ไม่สบายครับ แต่ยังไงก็จะรีบมานะครับ
ชิวู 23/06/17

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #472 palm-mild (@palm-mild) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 11:04
    คนซึนเขาพูดอ่ะ
    #472
    0
  2. #449 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 14:04
    คิดดีไม่ได้เลยค่าาา5555555
    #449
    0
  3. #104 6002thecey (@pikipinocchio) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 17:54
    ขอบคุณค่าาา
    #104
    1
    • #104-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 11)
      6 กรกฎาคม 2560 / 20:14
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเหมือนกันจ้า
      #104-1
  4. #75 Beer Sakunrat (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 16:33
    หมายถึงเป็ดไหนพี่ เป็ดย่างหรือเป็ดปอนด์55555555555
    #75
    0
  5. #74 ++BoTaN++ (@bootan2526) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 09:57
    ถึงกะจะรอกินเป็ดเลยหรอ
    #74
    0
  6. #73 cczeonf (@cczeonf) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 06:49
    รอออออออ
    #73
    0
  7. #72 Masmas2609 (@Masmas2609) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 06:43
    รอนะค่ะ....รอคู่ปุณณ์ฟรานอยู่นะค่ะ...ดราม่าได้แต่อย่ามากเลย...เราไม่ค่อยสนิทกับดราม่าเท่าไหร..ถ้านิยายเรื่องไหนมีดราม่ามากๆ...มันจะฝังใจอ่ะ..แล้วก้จะไม่กล้ากลับมาอ่านอีกเลย..(ส่วนมากอ่านแต่นิยายจบแล้ว..แล้วก็จะอ่านตอนจบก่อนเลย55)
    #72
    2
    • #72-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 11)
      26 มิถุนายน 2560 / 11:58
      นี่ยังไม่รู้เลยครับว่าจะเขียนคู่รองด้วยดีมั้ย ไม่ได้เผื่อเรื่องไว้ด้วยสิ ถ้ามีก็คงไม่ม่าอะครับ
      #72-1
    • #72-2 moths2 (@moths) (จากตอนที่ 11)
      10 ตุลาคม 2560 / 06:02
      ทำไมรู้สึกเหมือนตัวเองเลย เรื่องไหนดราม่าไม่อ่านแม่ง ส่วนเรื่องไหนจบแล้วอ่านตอนจบก่อนขอดูก่อนว่าจบแบบแฮปปี้หรือเปล่า ถ้าจบแบบดราม่าเราขาดกัน 555
      #72-2
  8. #71 Rabper (@sabay670) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 15:39
    รอๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #71
    1
  9. #69 miyaki32 (@uriko20) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 21:54
    ชิวูชอบอู้ไปเที่ยวคอน+0+
    #69
    3
    • #69-2 miyaki32 (@uriko20) (จากตอนที่ 11)
      23 มิถุนายน 2560 / 20:18
      ไม่เข้าใจจจจ
      #69-2
    • #69-3 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 11)
      24 มิถุนายน 2560 / 01:48
      ข่ดเฬว งอลแพร๊บ
      #69-3
  10. #68 kalnee (@kalnee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 20:23
    ไม่นึก!!? รู้แล้วมาให้เร็ว
    #68
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #68-2 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 11)
      21 มิถุนายน 2560 / 20:42
      ทำไมเกรี้ยวกราดดดดดด กล้วล้าวววว
      #68-2
  11. #67 cczeonf (@cczeonf) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 19:46
    รอออออ
    #67
    1
    • #67-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 11)
      21 มิถุนายน 2560 / 22:43
      ฮึบๆ จะรีบมาคร้าบ
      #67-1