[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 12 : Still the One EP11 || The One [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    28 มิ.ย. 60

Still the One EP11

ผ่านไปหลายวัน ในช่วงที่ผ่านมา ผมไม่ได้ไปทำงานพิเศษ เพราะพี่เฟิร์สเห็นว่าผมยุ่งๆ กับโปรเจคก็เลยให้เวลาผมไปซ้อมเล่นเพลงเต็มที่ ในตอนนี้นอกจากเพลงเซ็กซี่ ผมก็ได้ลองหัดเล่นเพลงง่ายๆ ตามที่พี่คิสแนะนำได้บ้างแล้ว

พอเล่นๆ ไปมันก็เริ่มคุ้นชินเหมือนร่างกายมันจำได้ ดีดก็ไม่ค่อยบอดแล้ว ผมก็เลยท้าทายตัวเองขึ้นอีกขั้นด้วยเพลงที่ผมชอบมากที่สุดเพลงนึง

เพลงๆ นั้นชื่อว่า You’re still the one ครับ


ผมชอบความหมายของเพลงนี้มาก โดยเนื้อเพลงของเพลงนี้กล่าวถึงคู่รักคู่นึงที่โดนสังคมคำสบประมาทว่ายังไงก็ไม่มีทางไปด้วยกันรอด แต่ด้วยเพราะความรักของทั้งคู่ สุดท้ายแล้วก็สามารถลบคำสบประมาทนั้นไปได้

สมัยก่อนที่ผมยังทำงานเป็นนักร้องตามร้านอาหารอยู่ ถ้าวันไหนผมร้องเพลงสากล บ่อยครั้งที่ผมเลือกเพลงนี้มาร้อง เพราะผมชอบเพลงนี้มากจริงๆ

เพราะมันตรงกับเรื่องราวของผมกับพี่กาย


เขายังคงเป็นคนที่ผมรัก...

เป็นคนเดียวที่ผมถวิลหา...

เป็นคนเดียวที่ผมอยากจูบลาก่อนเข้านอน…

พี่กายคนเดียวเท่านั้น...


ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะหัดเล่นเพลงที่ตัวเองรักมากที่สุด แต่พอหยิบกีตาร์ขึ้นมา เรื่องราวร้ายๆ มันก็กลับหวนคืนมาในความทรงจำของผม ทำลายความหมายของเนื้อเพลงที่ผมชอบ

เพราะคนเดียวคนนั้น…

ร้ายที่สุด


ผมนั่งจับเจ่ากอดกีตาร์คู่ใจอยู่นานสองนาน ในหัวสมองของผมตอนนี้มันมีแต่เรื่องของพี่กายจนไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งสิ้น

ครืด…  ครืด...

เสียงสั่นจากโทรศัพท์ทำให้ผมได้สติขึ้นมา ผมจึงวางกีตาร์ลงแล้วลุกไปหยิบมันมาดูก็พบว่าพี่เฟิร์สส่งข้อความมา


F1RST : เป็ดน้อยซ้อมเป็นไงบ้าง (01:23 น.)


แค่ข้อความเป็นห่วงเป็นใยจากพี่เฟิร์ส แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ

มุมปากของผมก็ดันเผยอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวซะด้วยสิ


QuackyDuckP : ก็พอได้มั้งครับ แหะๆ (01:24 น.)

F1RST : ถ้างั้นก็ดี แล้วพวกป้ายร้านล่ะทำกันรึยัง (01:24 น.)


ตายละหว่า! ลืมไปสนิทเลย ไม่มีป้ายแถมลืมโปรโมตร้านอีก ไอ้พวกนั้นมันจะรู้ตัวกันมั้ยละเนี่ย


F1RST : อ่านแล้วไม่ตอบ แสดงว่าลืมทำสินะ (01:25 น.)

QuackyDuckP : ลืมค้าบบบบ (01:25 น.)

F1RST : พรุ่งนี้ก็วันพฤหัสฯ แล้วนะ ตอนเย็นก็ไปซื้อของมาทำแล้วเอาไปตกแต่งเต็นท์ซะ (01:25 น.)

QuackyDuckP : ค้าบๆ ขอบคุณมากครับที่เตือน เป็ดก็ลืมไปสนิทเลย (01:25 น.)

F1RST : อื้ม ถ้าอย่างนั้นก็ซ้อมดีดซ้อมไรไปเถอะ เดี๋ยวพี่นอนแล้ว ฝันดีนะเป็ดน้อย (01:26 น.)

QuackyDuckP : ฝันดีครับพี่เฟิร์ส ^^ (01:26 น.)

F1RST : นอนละ เป็ดโง่! (01:27 น.)


ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้นั่งอมยิ้มกับข้อความของพี่เฟิร์ส แม้ว่าเขาจะด่าผมว่าโง่ก็เถอะ แต่มันรู้สึกน่ารักอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน

อย่างน้อยในช่วงเวลา 3 นาทีที่คุยกับเขาในวันนี้ มันกลับทำให้ผมลืมเรื่องเมื่อ 3 ปีก่อนได้ก็แล้วกัน

ขอบคุณนะพี่เฟิร์ส พี่ทักมาคุยได้จังหวะดีจริงๆ



ช่วงบ่ายวันพฤหัสผมกับเพื่อนๆ ไม่มีเรียนกัน เราก็เลยไปดูเต็นท์ที่เราได้กันเพื่อที่จะได้ดูว่าซื้อของมาตกแต่งมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเต็นท์ทั้งหมดมี 10 หลัง เรียงติดกันฝั่งละ 5 หลังขนาบคู่กันไป โดยเต็นท์ของกลุ่มผมนั้นอยู่หน้าสุดด้านซ้าย ซึึงเป็นมุมที่ดีที่สุด เพราะมันติดถนนหลักที่คนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะครับ

“กูว่าแค่ซื้อฟิวเจอร์บอร์ดมาแล้วก็แปะป้ายร้านก็พอแล้วมั้งมึง” ออมเท้าสะเอว ตามองไปยังด้านบนของเต็นท์ ปากก็พูดออกมา

“นั่นดิ กลุ่มอื่นแม่งก็ไม่เห็นทำอะไรกันมากเลย” ดรีมเสริมอีกคน ผมเลยหันไปมองรอบๆ ก็พบว่าแต่ละกลุ่มก็ไม่ได้ทำอะไรกันมากมายสักเท่าไร อย่างดีก็มีสายรุ้งมาติดที่เสาเต็นท์

“พี่ว่าไงอะ” ปุณณ์หันมาถามผม

“งั้นทำแค่ป้ายติดก็พอมั้ง”

“ไอ้เป็ดแล้วพรุ่งนี้มึงจะนั่งดีดตรงไหนวะ เต็นท์แม่งก็หลังเล็กนิดเดียวแค่วางของก็ไม่มีที่จะยืนแล้วมั้ง” ดรีมหันถามผม

ผมมองซ้ายมองขวาหาที่ที่ผมจะนั่งเล่นได้ก่อนจะชี้ไปยังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างๆ เต็นท์

“นั่งตรงนี้ก็ได้มั้ง”

“ตรงไหนก็เหมือนกันแหละพี่ ไปซื้อของกันเถอะเดี๋ยวจะไม่ทันเวลากัน เย็นนี้ผมต้องไปทำงานอีกนะ” ปุณณ์บ่นกับผมก่อนจะเดินไปลากทั้งไอ้ออมกับดรีมให้ตามมันไปซื้อของ


พวกเรานั่งรถไอ้ดรีมมายังร้านเครื่องเขียนหลังมหา’ลัย พวกเราก็หยิบโน่นหยิบนี่แบบมั่วๆ แล้วก็จ่ายตังค์ พอกลับมาถึงมหา’ลัย ปัญหาใหม่ก็มาอีก เพราะดันลืมคุยว่าจะทำป้ายอะไร ชื่อร้านก็ยังไม่มี

“พวกเรานี่ไร้แผนดีเนอะ นึกอะไรได้ก็ทำ มาทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร” ผมเหน็บพวกมัน รวมถึงตัวเองด้วย

“ว่าแต่ตั้งชื่อร้านอะไรดีวะ” ออมว่า

“ร้านไอ้โจ้ชื่ออะไรวะมึง” ปุณณ์หันไปถามดรีม

“ไข่เจียวเอี๊ยวเอี๊ยว”

“โด่วววว กูก็นึกว่าชื่อจะคูลกว่านี้ซะอีก” ออมพูดก่อนจะหันไปหยิบกระดาษกับปากกาออกมา แล้วเขียนอะไรบางอย่างลงไป

“ชื่อร้านเรามันต้องคูลๆ ให้เหมือนหน้าตากู นี่เลย!” มันชูกระดาษหันให้เรา 3 คนดู


‘YES! เป็ด’


“ไอ้เหี้ยออม! ชื่อพี่กู!” ปุณณ์ว่าเสียงดังก่อนจะคว้ากระดาษนั่นมาขยำแล้วปาใส่หัวมัน

“ฮ่าๆ กูชอบว่ะ แต่มันแรงไปป่าว อาจารย์อาจจะตัดคะแนนกลุ่มได้นะเว้ย” ดรีมหัวเราะ

“เออ! มึงจะมาตั้งชื่อเลวๆ แบบนี้ไม่ได้นะเว้ย พี่กูนะเว้ย พี่กู!” ปุณณ์ยังคงเคืองๆ ไอ้ออมอยู่

มันหยิบกระดาษขึ้นมาอีกแผ่นแล้วก็จรดปากกาเขียนลงไป

“งั้นก็แบบนี้ละกัน”


‘HERE! เป็ด’


ไอ้ฉิบหาย! ไม่ได้ต่างจากเมื่อกี้เลย ใส่เครื่องหมายตกใจท้ายคำว่า here ยิ่งรู้เลยว่ามันไม่ได้หมายความว่า ที่นี่ขายเป็ด แต่มึงด่ากู!

“ไอ้เชี่ยออม! ตลกมากนักนะมึงอะ” ผมเริ่มโวยวายขึ้นมาบ้าง แต่ไอ้ตัวการกลับหัวเราะร่า แถมมีการแทคมือไอ้ดรีมอีกต่างหาก

“ฮ่าๆ เหี้ยเป็ด! เหี้ยเป็ด!” เออ ขำเข้าไปแม่ง

“พี่ปอนด์” ปุณณ์เรียก ผมเลยหันไปมองหน้ามัน “ปุณณ์มาคิดๆ ดูแล้วปุณณ์ว่าตั้งชื่อแบบนี้ก็ไม่เลวนะ จำง่ายดี”

เออดีเว้ย น้องผมก็เป็นไปกับพวกมันด้วย



สรุปว่าร้านของเรา 4 คนก็เป็นไปตามนั้น ชื่อร้าน ‘HERE! เป็ด’ ซึ่งมันก็เฮียมากๆ จนผมอยากจะโขกโต๊ะตายไปเลย

“อ้าว ทำอะไรกันอยู่วะ คณะเรามีกีฬาสีเหรอ”

พี่รหัสหน้าสวยของไอ้ปุณณ์เดินตรงมายังเราพร้อมกับถุงกระดาษพะรุงพะรัง ผมก็เลยวิ่งไปช่วยพี่ฟรานถือถุง

“กีฬาสีไรละพี่ งานผมไง พรุ่งนี้พวกผมขายของกัน อย่าลืมมาซื้อด้วยล่ะ” ปุณณ์ส่ายหน้าให้กับพี่ฟราน

“กูจะไปรู้เหรอ เห็นมีเต็นท์มากาง ก็นึกว่ามีกิจกรรมอะไรกัน” พี่ฟรานเดินมาถึงก็หย่อนก้นลงนั่งข้างผม ผมก็วางถุงลงตรงหน้าเขา แล้วมาตัดกระดาษต่อ

พี่ฟรานรื้อของในถุงออกแล้วเดินไปยืนหลังปุณณ์ที่กำลังวาดรูปเป็ดอยู่

“วาดรูปเป็นกับเค้าด้วยเหรอเนี่ย”

“ก็แค่เปิดในเน็ตดูแล้วก็ลอกตาม ของง่ายๆ แค่นี้”

เป็ดที่ปุณณ์มันวาดอยู่ มันคือนกโทริเพื่อนเจ้าหมีริลัคคุมะครับ

เห็นแล้วก็นึกถึงพี่เฟิร์สแฮะ วันนั้นที่พี่เขาซื้อให้ผม ผมยังไม่ได้เอามาใช้เลย

“คนเค้าอุตส่าห์ชม พูดให้มันดีๆ หน่อยไม่ได้รึยังไง เป็นพนักงานเซเว่นได้ยังไงเนี่ย พูดจายังไม่ได้เรื่อง” เสียงพี่ฟรานเริ่มขุ่นแล้วครับ

“คนปกติๆ ผมพูดดีด้วยหมด” ปุณณ์หมุนตัวไปจ้องตาพี่ฟราน “แต่กับคนโรคจิตๆ ที่มาถามขนาดไอ้นั่นของพนักงานเซเว่น ผมไม่พูดดีด้วยหรอกครับ”

มันเน้นคำว่า ‘โรคจิต’ เน้นๆ เลยด้วย พี่ฟรานได้ยินก็ถึงกับหน้าร้อนแล้วเอากล่องเหล็กที่ถือมาด้วยฟาดไปยังหัวของปุณณ์เต็มแรง

แรงจริงครับ กล่องบุบเลยอะ

“โอ๊ยพี่! มันเจ็บนะเว้ย!”

“ไอ้เด็กบ้า! อุตส่าห์ซื้อช็อกโกแลตมาให้ ไม่ต้องแดกแล้วเว้ย!”

คนโรคจิตของไอ้ปุณณ์เดินกระแทกเท้าปึงปังกลับมานั่งลงข้างๆ ผม ก่อนจะเอาเปิดกล่องนั่นออกแล้วยื่นให้ออมกับดรีม

“กินไปเลย ไม่ต้องให้แม่งแดก”

“เฮ้ยอะไรอะพี่ ซื้อให้ผมไม่ใช่เหรอ ทำไมเอาให้พวกมันกินอะ” ปุณณ์ดึงกล่องจากมือพี่ฟรานมาไว้ที่ตัวเอง

“ก็พูดไม่ดีทำไมอะ”

“ก็พี่แกล้งผมก่อนอะ” ปุณณ์สวนกลับทันทีอย่างไม่ยี่หระ

“ก็แค่แหย่เล่นเอง” นี่ก็ไม่ยอมเหมือนกัน

ปุณณ์ลุกขึ้นยืน มันโน้มตัวมาแล้วคว้าคอเสื้อพี่ฟรานดึงเข้าหาตัวมัน

“เฮ้ยมึงใจเย็นดิ พี่รหัสมึงนะนั่น พี่เค้าแค่แหย่มึงเล่นเอง อย่าไปโกรธพี่เค้าเลยน่า” ดรีมกระตุกเสื้อไอ้ปุณณ์เรียกสติมัน แต่มันก็ไม่สนใจ

“มะ… มึงจะทำอะไร” เสียงพี่ฟรานสั่นเพราะความตกใจกลัว สีหน้าของไอ้ปุณณ์ตอนนี้ก็ดูเคียดแค้นเอาซะเหลือเกินจนผมกลัวว่ามันจะต่อยพี่ฟรานเข้า

ปุณณ์ดันหน้าตัวเองเข้าใกล้กับพี่ฟรานจนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบเดียว

“ขอผมจูบคุณลูกค้าแทนเงินทอนได้รึเปล่าครับ”

ความเงียบบังเกิดขึ้นทันทีที่คำพูดของปุณณ์สิ้นสุดลง ไม่ใช่อะไร พวกผมอึ้งกับมันต่างหาก

“แบบนี้พี่ชอบมั้ยล่ะ”

พี่ฟรานผลักไอ้ปุณณ์ออกเต็มแรงก่อนจะคว้ากระเป๋าขึ้นมาบังหน้าตัวเอง

“มะ… ไม่รู้ ไอ้บ้า!” เขาว่าอย่างตะกุกตะกัก ก่อนจะลุกขึ้นแล้วพูดกับพวกผมต่อ “ขะ… ขนมพวกนี้ซื้อมาให้ กะ...กินๆ ไปเลย พี่ไปก่อนนะ”

แล้วพี่ฟรานก็รีบๆ ลุกออกจากโต๊ะเราไป

“ปุณณ์ เล่นแรงไปนะ พี่ฟรานเค้าเป็นพี่เรานะ” ผมดุมัน

“ไม่แรงหรอกพี่ปอนด์ ก็เค้าเล่นกับผมแบบนี้ก่อนเอง พี่ปอนด์ก็รู้ว่าปุณณ์ไม่ชอบ” ปุณณ์พูดก่อนจะวาดรูปบนกระดาษสีต่อ มืออีกข้างก็พลางลูบหัวตัวเองไปด้วย “ตีผมอีกต่างหาก”

“แต่มึง ท่าทางของพี่ฟรานเมื่อกี้ดูยังพี่เค้าก็เขินมึงอะ” ออมหันมาพูดกับปุณณ์

“เหรอวะ กูคิดว่าโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้แล้วหนีซะอีก”

ดรีมที่เงียบอยู่นานก็ทนไม่ไหวด่าไอ้ปุณณ์ด้วยอีกคน

“โอ๊ยไอ้ควาย มึงนี่มีดีแค่หน้าตาหรือไงวะ หน้าพี่ฟรานแดงซะขนาดนั้น เค้าเขินมึงเห็นๆ แถมยังซื้อของมาให้มึงอีกต่างหาก ที่พวกกูได้แดกเนี่ยก็เพราะอานิสงส์จากมึงเลยนะเว้ย”

“มึงจะบอกอะไรกันแน่”

“กูว่าพี่ฟรานชอบมึง”

ไอ้ปุณณ์หน้าเหยเกไป ก่อนจะพูดออกมาแบบกึ่งหัวเราะ

“เหอะๆ ตลกแล้วมึง ถึงพี่เค้าจะหน้าออกสวยๆ แต่เค้าก็ไม่ได้ตุ้งติ้งอะไร จะมาชอบกูเนี่ยนะ บ้าแล้ว”

“ไอ้เป็ดพี่มึงก็ชอบผู้ชายไม่ใช่หรอ ไม่เห็นจะตุ้งติ้งเลย”

ทำไมหวยมาออกที่ผมซะแล้วละ ผมอุตส่าห์อยู่นิ่งๆ แล้วเชียวนะ

“ไอ้ดรีม ลามปามละ นี่พี่กู” ปุณณ์ว่าเสียงขุ่น

“แหะๆ ขอโทษนะเป็ด” ดรีมหันมายกมือไหว้ผม สงสัยมันกลัวจะโดนไอ้ปุณณ์ต่อย

“ถ้าพี่เค้าชอบกูจริง แล้วกูต้องทำไงวะ”

“มึงชอบพี่เค้าด้วยรึเปล่าล่ะ” ออมพูดขึ้นมาบ้าง

“กู… กูไม่รู้ กูรู้แค่ว่าพี่ฟรานเค้าใจดีกับกูมากๆ”

“เอาเถอะ มันก็ยังไม่แน่ว่าพี่ฟรานเค้าจะชอบมึงจริงๆ รึเปล่า กูก็แค่สันนิษฐานเอา ทำงานกันต่อดีกว่า มัวแต่คุยเลยทำไม่ถึงไหนเลยเนี่ย”

“พี่ฟราน...” ปุณณ์พูดอะไรสักอย่างที่ผมฟังไม่ออกก่อนจะกลับมาสนใจกระดาษตรงหน้าตัวเอง



เช้าวันต่อมาผม เพื่อนๆ ก็ช่วยกันจัดร้านเพื่อเตรียมขายของกันในตอนเที่ยง ส่วนพี่เฟิร์สที่จะมาช่วย พี่เขาบอกจะมาตอนสายๆ เพราะตอนเช้าจะเข้าไปเคลียร์ร้านให้เรียบร้อยก่อน

“ปุณณ์ปีนเก้าอี้ไปขยับป้ายหน่อยสิ พี่ว่ามันเบี้ยวนะ” ผมสะกิดเรียกน้องชายตัวเองที่ตัวสูงที่สุดในบรรดาพวกเรา 4 คนให้ช่วยขยับป้ายร้าน ‘HERE! เป็ด’ ของเราให้เข้าที่เข้าทาง

ผมลากเก้าอี้ที่ผมจะใช้นั่งเล่นมาให้น้องชายปีนขึ้นไป ปุณณ์ปีนขึ้นไปก่อนจะขยับป้ายร้านให้ตรงแล้วลงมา

“ตรงละๆ พี่ก็ไปลองดีดเล่นเถอะ ไม่ได้เล่นนานแล้วคงจะเกร็งน่าดู”

“อื้ม”

จริงอย่างที่ปุณณ์ว่า เพราะตอนนี้ผมเองก็รู้สึกเกร็งๆ เหมือนกัน ผมไม่ได้เล่นต่อหน้าคนดูมานานแล้ว ไม่สิ… ไม่เคยเลยจนกระทั่งถึงวันนี้

“พยายามเข้านะพี่ปอนด์” ปุณณ์ให้กำลังใจผมก่อนจะใช้ออมให้หยิบกีตาร์ของผมที่วางไว้ในซุ้มออกมา

ผมรับกีตาร์นั่นมาแล้วลากเก้าอี้มานั่งใต้ต้นไม้ข้างๆ เต็นท์เรา ก่อนจะเริ่มลองดีดมันดู

ช่วงนี้ยังไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเพราะเป็นช่วงที่นิสิตคณะผมมีเรียนกัน คนที่เดินผ่านไปมาจึงเป็นนิสิตคณะอื่นกับพวกเพื่อนในภาคผมที่เตรียมซุ้มอยู่เหมือนกัน


แม้ว่าบรรยากาศจะไม่เหมือนกับตอนที่ทำงานที่ร้านอาหาร แต่แบบนี้เองก็ดีไม่ใช่น้อย เล่นกีตาร์เพลินๆ ใต้ต้นไม้ ตามองเพื่อนๆ ที่ง่วนอยู่กับการเตรียมซุ้ม เห็นไอ้ออมกับไอ้ดรีมเถียงกันว่าจะให้ไอ้ปุณณ์ถอดเสื้อใส่โชว์กล้ามด้วยดีมั้ย หรือจะแจกไลน์มันเป็นของแถมดี ส่วนคนที่โดนพาดพิงก็หันไปบอกว่า ‘กูไม่ถอดแล้วก็ไม่แจกด้วย’ ก่อนจะตบกบาลพวกมันไปคนละที

เห็นท่าทางตลกๆ ของพวกมัน มันก็อดทำให้ผมรู้สึกดีไม่ได้

“ฮือ ฮือ หื่อ ฮือ หื้อ ฮือ”

เดี๋ยวนะ?! นี่กูฮัมเพลงออกมาเหรอวะ

ให้ตายเถอะเป็ด แค่ฮัมยังเพี้ยนเลย พับผ่าสิ


เกือบ 11 โมงพี่เฟิร์สก็มาถึง เขากับไอ้ปุณณ์ก็เลยเริ่มช่วยกันลงมือผัดกะเพราเพื่อที่จะเตรียมขายในตอนเที่ยง  และดูเหมือนว่าไอ้ปุณณ์จะทอดไข่ดาวไม่ทัน พี่เฟิร์สเลยลากไอ้ดรีมไปช่วยไอ้ปุณณ์มันทอด ส่วนไอ้ออมก็ไปตักข้าวใส่กล่องเตรียมไว้ ส่วนผมที่ว่างอยู่ก็ช่วยหยิบโน่นหยิบนี่ให้พี่เฟิร์ส

พอถึงตอนเที่ยงจริงๆ คนที่มาเข้าซุ้มของพวกเรานั้นเยอะมากๆ จนแค่ 2 คนทำไม่ทัน ผม ออม และดรีมก็ต้องไปช่วยขาย คงอาจจะเป็นเพราะว่าเบื่ออาหารในโรงอาหารด้วยแหละ แผนโปรโมตเล่นกีต้งกีตาร์ อะไรพวกนี้เป็นอันต้องยกเลิกหมด


ผ่านไปชั่วโมงนึงคนถึงได้ซาลงไป

“เฮ้อ… เหนื่อยชะมัด” ออมบ่นออกมาทันทีหลังหย่อนก้นลงเก้าอี้

“นั่นดิ นี่แค่ชั่วโมงเดียวเองนะ” ดรีมควักยาดมขึ้นมาสูดแล้วนั่งลงข้างๆ ออม “กูเข้าใจพวกมึงละไอ้เป็ดไอ้ปุณณ์ ทำงานแม่งเหนื่อยฉิบ”

“เอาน่า ขายดีก็ดีแล้วนี่” พี่เฟิร์สเดินไปหยิบน้ำขึ้นมาดื่มแล้วส่งมันมาให้ผม

“ขอบคุณครับ” ผมรับมันมาแล้วเปิดฝาดื่ม ในขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์พี่เฟิร์สก็ดังขึ้นมา

เขากดรับโทรศัพท์แล้วคุยอยู่สักพัก แล้วหันมาพูดกับพวกเรา

“วันนี้ฟรานมันไม่สบาย มันงอแง แต่ตอนนี้พี่ต้องไปดูแลร้านแล้วน่ะสิ” เขาถอนหายใจ

“พี่ฟรานเป็นอะไรเหรอครับ” ปุณณ์ถาม

“อืม… เป็นไข้ล่ะมั้ง เมื่อวานก็เห็นดีๆ อยู่นะ แต่พอกลับบ้านมาก็ดูเพลียๆ แล้วไอ้นี่เวลามันป่วยมันก็ชอบง้องแง้งชอบอ้อน อย่างเมื่อกี้มันก็บอกจะกินผัดกะเพราตอนนี้”

ปุณณ์ส่ายหน้าให้กับความเอาแต่ใจของพี่ฟราน

“ตอนนี้พี่ฟรานอยู่บ้านเหรอครับ”

“อื้ม แต่พี่คงไม่เข้าบ้านตอนนี้อะ ช่างมันเถอะ เดี๋ยวมันก็คงหาอะไรกินมันเองนั่นแหละ”

“งั้นผมไปเองพี่ บ้านพี่อยู่ไหน”

มันว่าก่อนจะเดินไปหยิบข้าวกล่องนึงไปใส่ถุง พี่เฟิร์สเห็นท่าทีของมันก็ทำตัวไม่ถูก

“เฮ้ยอะไรของมึงเนี่ย มันไม่เป็นอะไรหรอกน่า มึงจะไปทำไม”

“ผมต้องไปครับพี่ ผมต้องขอโทษพี่เขา”

พี่เฟิร์สเหมือนจะเข้าในสถานการณ์ก่อนจะบอกที่อยู่ของบ้านเขาให้ปุณณ์ จากนั้นมันก็เดินออกจากเต็นท์แต่ไอ้ดรีมก็รั้งมันเอาไว้

“เดี๋ยวดิเฮ้ย! แล้วมึงจะทิ้งให้พวกกูอยู่กันแค่ 3 คนเนี่ยนะ”

“ดรีม ปล่อยมันไปเหอะ ตอนนี้คนก็ไม่เยอะแล้ว ขายกันเองแค่นี้ก็ได้”

ออมบอก ดรีมจึงยอมปล่อยปุณณ์

“กูยอมก็ได้ แต่มึงต้องจิ๊กสแตมป์เซเว่นมาให้กูเป็นการตอบแทนนะ” ดรีมพูด

“มึงจะเอากี่ดวงก็ไลน์มาบอกกูเลย งั้นพี่ปอนด์ พี่เฟิร์ส ผมไปก่อนนะ” ปุณณ์ยกมือไหว้พี่เฟิร์ส แล้วหันมาโบกมือให้ผม ก่อนจะรีบวิ่งออกไปยังลานจอดรถมอเตอร์ไซต์


พอปุณณ์ลับตาไปแล้ว พี่เฟิร์สก็เลยขอตัวกลับก่อนด้วยเช่นกัน

“เป็ดก็เอาไปผัดหมดไม่เหลือแล้ว ไข่ดาวก็ทอดได้เนอะ แค่ตักข้าวตักกับคงทำได้”

ขนาดจะไปแล้วพี่เขายังเป็นห่วง… หรือเขากำลังสบประมาทพวกผม 3 คนกันอยู่ละเนี่ย

“เป็ดทำได้น่า กลับไปเลยๆ ชิ่วๆ” ผมยกกีตาร์ทิ่มไปทางเขา

พี่เฟิร์สหัวเราะก่อนสีหน้าของเขาจะแปรเปลี่ยนเป็นความผิดหวัง

“เสียดายจังเลยเป็ด”

“เสียดายอะไรครับ”

“อุตส่าห์ซ้อมเพลงมาแต่พี่ไม่ได้ฟังเลยสักนิดเดียว”

พอได้ยินคำตอบของพี่เฟิร์สผมก็ถึงกับยิ้มกว้างออกมา

“เป็ดพอเล่นได้แล้วล่ะ ไว้วันหลังเป็ดจะเอาไปเล่นให้ฟังที่ร้านดีมั้ย ฮ่าๆ”

“สัญญาแล้วนะ” พี่เฟิร์สยื่นนิ้วก้อยออกมาให้ผม

ให้ตายสิ! เด็กชะมัดเลยผู้ชายคนนี้ แต่ถึงกระนั้นผมก็เล่นตามน้ำไปกับเขาด้วยการเอานิ้วก้อยไปเกี่ยวกับนิ้วของเขา

“สัญญาครับ”

พี่เฟิร์สยิ้มเล็กๆ ออกมาแล้วดูนาฬิกาบนข้อมือของเขา

“ตายละ จะสองโมงเย็นแล้วเหรอเนี่ย” เขาหันมาพูดกับพวกเรา 3 คน “ถ้าอย่างนั้นพี่ไปร้านก่อนนะ ขายดีๆ ล่ะ”

“ครับพี่ ขอบคุณมากนะครับพี่เฟิร์ส” ดรีมยกมือไหว้พี่เฟิร์ส ผมกับออมก็ไหว้ตาม

“อื้ม ไปละๆ”



ผม ออมและดรีมนั่งขายของไปเรื่อยๆ ในช่วงบ่าย มีคนเดินเข้ามาดูมาซื้อเรื่อยๆ ครับ เท่าที่สังเกตดูก็เห็นว่าทุกซุ้มก็ขายได้เรื่อยๆ เหมือนกัน

“เป็ด กูไปห้องน้ำแปปนะ ปวดขี้ว่ะ” ออมพูดกับผม ผมเลยพยักหน้ารับ

“เดี๋ยวมึง กูไปด้วยดิ” ไอ้ดรีมว่าก่อนจะวิ่งตามไอ้ออมออกไป


ในตอนนี้ด้วยความที่ร้านไม่ได้มีคนเยอะแยะมากมาย ผมก็เลยมานั่งดีดกีตาร์เล่นไปพลางๆ ทว่าก็มีลูกค้าคนนึงเดินตรงมาทางร้านของผม ผมก็เลยหยุดเล่นและวางกีตาร์ลงบนเก้าอี้เพื่อขายของ

“เอากะเพรากล่องนึงครับ”

คนตรงหน้าของผมแต่งตัวดีมาก เสื้อผ้าของเขาเพียงแค่เห็นก็สามารถบอกได้ว่ามันมีราคา ผมไม่เห็นใบหน้าของเขาเพราะเขาตัวสูงอีกอย่างนึงก็เพราะป้ายร้านมันบังอยู่

ผมตักข้าวตักกะเพราใส่กล่องเอาใส่ถุงพร้อมพริกน้ำปลา ก่อนจะส่งให้เขา

“ร้อยนึงครับ”

เขาหยิบธนบัตรสีส้มส่งมาให้ผม แต่เพราะว่าเขายืนไกลและโต๊ะมันขวางอยู่เลยทำให้ผมต้องเอื้อมตัวไปรับเงินและนั่นทำให้ผมได้เห็นใบหน้าของเขาและรู้ทันทีว่าเขาคือใคร

“พี่เองครับ ปอนด์”

คนเดียวคนนั้นที่กลับเป็นคนที่ทำร้ายจิตใจของผมจนผมกลายเป็นแบบนี้

พี่กาย...


ด้วยความกลัว ความหวาดผวา สมองของผมจึงสั่งให้ตัวเองหนี แต่ทว่าร่างกายตอนนี้มันสั่นสะท้านจนไม่สามารถทำตามคำสั่งสมองได้

พี่กายเดินเข้ามาในซุ้มแล้วจับตัวผมหมุนเขาหาเขาก่อนที่เขาจะคุกเข่าลงตรงหน้าผม

“ปอนด์... พี่ขอโทษ”

น้องเป็ดมาแว้ววววววว แถมน้องปุณณ์พี่ฟรานด้วย

ช่างเป็นตอนที่หลายอารมณ์ดีเหลือเกิน 555 เจอกันตอนหน้าครับ

ปล. รียูสชื่อตอนจากอีกเรื่องนึงมา ส่วนเพลงที่เป็นเพลงที่อยู่ในเรื่องก็คือเพลงเดียวกันกับที่อยู่ในหน้าหลักนั่นแหละครับ

ชิวู 26/06/17


You're Still the One - Shania Twain




"นี่ๆ เป็ดเล่นได้นิดหน่อยแล้วนะครับ ^^"



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #450 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 14:14
    อื้มหืมมม พี่เฟีร์สกลับมาก่อนนน
    #450
    0
  2. #428 จงอัพๆ (@fin-26147) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 20:10
    ฟักทอง!!! มาทำไม
    #428
    0
  3. #415 snnting1 (@snnting1) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 17:12
    ปุณณ์ฟรานนนนนร
    #415
    0
  4. #413 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 19:55
    มาทำไมวะ
    #413
    0
  5. #398 Yanapat. (@Mumu_story) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 23:29
    มาทำไม!! น้องเป็ดน้อยย หนีไปปป
    #398
    0
  6. #338 arenajangg (@arenajangg) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 14:19
    ถีบเลยเป็ดน้อย
    #338
    0
  7. #324 kamp2196 (@kamp2196) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 14:34
    ไม่รับ! ไปขอโทษที่อื่น
    #324
    0
  8. วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 10:13
    ต๊ายยย หมั่นไส้กาย กลับมาทำไม!!!!!!!!!
    #233
    0
  9. #223 Minsoek_Baozii69 (@xiumin_minsoek) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 01:52
    มาทำไมให้อายบ้านนาาาา นะนวลน้อง ไม่ต้องกลับคืนมาาาาา
    #223
    1
    • #223-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 12)
      9 ตุลาคม 2560 / 02:02
      วันจะไปไม่ลา หนีหน้า ไปกับหนุ่มเมืองหลวง
      #223-1
  10. #160 AoRoc (@AoRoc) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 09:49
    ทำไมรู้สึกอยากถีบให้มันหน้าหงายจังตอนมันบอกว่าขอโทษอ่ะ
    #160
    0
  11. #82 Beer Sakunrat (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 13:33
    กลับมาทำไม!!? ไปไกลๆเลย ไป๊!!! พี่เฟิร์ส พี่ฟราน ปุณณ์ มาช่วยเป็ดด้วยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #82
    1
    • #82-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 12)
      28 มิถุนายน 2560 / 19:27
      ไล่แรงมาก เหมือนไล่แมลงสาป 555
      #82-1
  12. #81 sp-in-k (@sp-in-k) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 13:14
    กลับมาทำไม ไปไกลๆ ชิ่วๆ
    #81
    1
    • #81-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 12)
      28 มิถุนายน 2560 / 15:57
      ไล่เหมือนน้องเป็ดไล่พี่เฟิร์สเลยช้ะ555
      #81-1
  13. #80 Masmas2609 (@Masmas2609) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 11:25
    กลับมาทำไมว่ะ...ปอนด์คงไม่ต้องการนายแล้วแหละ...อย่ากลับมาทำให้ปอนด์คิดมากเลย......ปุณณ์ฟรานคือที่1ในใจ...ลุ้นมาดชอบๆ
    #80
    1
    • #80-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 12)
      28 มิถุนายน 2560 / 19:28
      ใจร่มๆ นะ 555
      #80-1
  14. #79 FahSida (@himeji) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 00:07
    จะร้องไห้ ทำไมชิวูทำกับเราแบบนี้ล่ะ ทุกคนอุตส่าช่วยจนเป็ดดีขึ้นแล้วแท้ๆ ทำไมชิวูต้องส่งไอบ้านี่กลับมาด้วย ฮืออออ
    #79
    1
    • #79-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 12)
      28 มิถุนายน 2560 / 00:22
      เดี๋ยวนะ อันนี้เค้าผิดเหรอเนี่ย?! แงงงงงงง
      #79-1
  15. #78 No! Sparrow (@1896reborn2) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 22:29
    สายไปแล้วม้างงงง กาย
    #78
    0
  16. #77 กุหลาบสีเทา (@somoo62) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 22:55
    เมื่อไหร่เฮียแกจะได้กินเป็ด
    #77
    1
  17. #76 Masmas2609 (@Masmas2609) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 21:51
    ไรท์จ้า..ขอคู่ปุณณ์ฟรานบางสิ..รีดรออยุ่นะ...ไม่มีดราม่าจะดีมาก
    #76
    2
    • #76-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 12)
      26 มิถุนายน 2560 / 22:06
      เก๊ายังหาเนื้อหาให้คู่นั้นบ่ด้ายยยยยยยย ไว้ได้เมื่อไรมีแน่นวล ไม่ม่าด้วย ด้วยลักษณะนิสัยของทั้งคู่นะ
      #76-1
    • #76-2 Masmas2609 (@Masmas2609) (จากตอนที่ 12)
      28 มิถุนายน 2560 / 11:26
      คู่ปุณณืไม่ม่า...คู่ปอนด์ก็ห้ามม่านะ...เจ็บกระดองใจ
      #76-2