[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 13 : Still the One EP12 || I Wasn't Just Broken, I Was Shattered [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,807
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    4 ก.ค. 60

Still the One EP12

ในหัวตอนนี้มันมีอะไรหลายอย่างตีกันเต็มไปหมด ขาที่ก้าวไม่ออกอยู่แล้วก็เริ่มยืนไม่อยู่จนต้องร่นถอยไปพิงกับขอบโต๊ะ

พรืด!

มือผมลื่นออกจากขอบโต๊ะจนทำให้ผมล้มหัวฟาดกับขอบโต๊ะ

“โอ๊ย!”

ผมร้องลั่นด้วยความเจ็บ ด้วยสัญชาติญาณผมเลยใช้มือกุมเข้าไปตรงจุดที่เจ็บ และสัมผัสได้ถึงความเปียกและกลิ่นคาวเลือด

“ปอนด์! ปอนด์เป็นอะไรรึเปล่า”

พี่กายที่นั่งคุกเข่าอยู่วิ่งมาดูอาการของผม เขาดึงตัวผมออกจากขอบโต๊ะแล้วจับหัวของผมดู

“ไปโรง’บาลกันก่อนเถอะปอนด์ ปอนด์หัวแตก เลือดไหลเยอะมาก” พี่กายพยายามจะพยุงตัวผมขึ้นมา แต่ผมก็ขืนตัวไว้

ไม่ต้องมาแกล้งทำดีกับผมหรอก…

ผมจะไม่ยอมเป็นไอ้โง่คนนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง

 

“เฮ้ยเป็ด มีอะไรกันรึเปล่า เสียงดังไปถึงเต็นท์กูเลย” ไอ้โจ้เพื่อนของปุณณ์เดินมายังเต็นท์ของผม “อ้าวเฮ้ย! เป็ดหัวมึงแตก”

“น้องครับ พี่ฝากร้านนี่หน่อยนะ เดี๋ยวพี่จะพาปอนด์ไปโรง’บาลก่อน” พี่กายบอกกับไอ้โจ้ก่อนจะฉุกผมให้ลุกขึ้นยืนเต็มแรง

“ได้พี่ เดี๋ยวผมช่วยดูให้ รีบพามันไปเถอะ เลือดไหลเต็มไปหมดแล้ว” โจ้รับปาก พี่กายพยักหน้ารับแล้วลากผมให้เดินตามเขาออกจากเต็นท์ไป

ระหว่างที่เดินผมก็พยายามจะขัดขืนแต่ด้วยความที่พี่กายตัวใหญ่กว่าผมมาก แรงผมจึงไม่สะทกสะท้านเขาเลยแม้แต่น้อย

“ปอนด์ไม่ไป! ปล่อย!”

“กดไว้นะปอนด์ ชักช้าแบบนี้เดี๋ยวเลือดหมดตัวก่อน พี่จะแบกนะ ฮึบ!” พี่กายหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋ากางเกงของเขาออกมาแล้วใช้มันกดลงไปยังปากแผล

“เหวอ! ไม่เอา! ปล่อยปอนด์นะ!”

“ไม่! ปอนด์ พี่จะไม่ปล่อยปอนด์อีกแล้ว!”

 

 

พี่กายพาผมขึ้นรถพอร์ชสีดำคันเดิมของเขาที่ผมเคยนั่งเมื่อหลายปีก่อนกับเขามายังโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ใกล้ๆ กับมหา’ลัยของผม

ทันทีที่มาถึงผมก็ได้รับการทำแผลทันที คุณหมอบอกว่าบริเวณที่แตกคือใกล้ๆ กับขวัญบนหัว และเนื่องจากแผลนั้นกว้างเพราะขอบโต๊ะนั้นมันคมพลาสติก ผมเลยต้องเย็บหลายเข็ม

เจ็บชะมัด…

เจ็บทั้งหัว เจ็บทั้งใจที่ปฏิเสธพี่กายไม่ได้

 

ระหว่างที่ผมรอรับยาพี่กายก็นั่งอยู่ข้างๆ ผม เขาเอาแต่มองผมด้วยสายตาเศร้าๆ แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมา

ครืด… ครืด…

โทรศัพท์ของผมสั่นขึ้นมา พี่กายหันมามองผมแว๊บนึงแต่ก็หันหน้าออกไปเหมือนไม่ได้มองทันทีที่ผมมองเขา

พอเห็นว่าคนโทรมาคือดรีมผมเลยกดรับ

“ฮัลโหล...”

[เป็ด! มึงอยู่ไหนตอนนี้ เกิดอะไรขึ้น ทำไมมึงหัวแตก!]

ดรีมยิงคำถามใส่ผมรัวจนผมตอบไม่ทัน มันคงได้ยินเรื่องผมจากไอ้โจ้สินะ

“กูอยู่โรง’บาล มาทำแผล”

[เป็นไงบ้างวะ ไอ้โจ้บอกเลือดมึงออกเยอะมาก]

“ก็เจ็บหัวนั่นแหละ ปวดหัวนิดหน่อย”

ที่บอกว่าปวดหัวนิดหน่อยนั้น ผมโกหก ตอนนี้ผมปวดหัวมาก ไม่ใช่จากแผล แต่เพราะคนที่นั่งข้างๆ ผมนี้ต่างหาก

[เออๆ ถ้าอย่างนั้นวันนี้มึงก็ไม่ต้องเข้ามาที่ซุ้มแล้ว ของขายหมดแล้ว เดี๋ยวพวกกูเก็บร้านกันเอง มึงกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ]

“อื้ม… ขอบใจมึงกับออมมากนะ”

 

หลังจากที่วางสายดรีมไป ก็ถึงคิวผมจ่ายเงินพอดี แน่นอนว่าผมไม่อยากข้องเกี่ยวกับคนๆ นี้อีก ผมจึงเลือกที่จะจ่ายเงินเอง แต่ก็ช้ากว่าพี่กาย

“ให้พี่ได้ชดใช้ปอนด์หน่อยเถอะครับ พี่ขอโทษจริงๆ ปอนด์”

ผมเงียบและยอมให้เขาจ่ายเงินค่ารักษา พอรับยาเสร็จ ผมก็จะกลับบ้าน

“ขอบคุณที่ช่วยออกค่ารักษาให้ ผมไปก่อนก็แล้วกัน”

ผมพูดโดยไม่มองหน้าเขาและรีบเดินหนีเขาออกมาหน้าโรง’บาลเพื่อขึ้นรถแท็กซี่

ไม่ไหวแล้ว… ขืนอยู่ต่อหน้าเขาต่อ ผมต้องร้องไห้ออกมาแน่ๆ

หมับ!

“ปอนด์… พี่ขอร้องล่ะ ให้พี่ได้ทำอะไรเพื่อปอนด์บ้างเถอะ”

พี่กายจับแขนของผม ผมเลยแกะแขนเขาออก

ผมแหงนหน้ามองเขาด้วยสายตาที่สะอิดสะเอียน

“เพื่อปอนด์เหรอครับ อย่าเลยดีกว่าครับ”

ผมหมุนตัวกลับมาโบกเรียกรถแท็กซี่ที่จอดอยู่ พอรถมาถึงผมเปิดประตูรถและกำลังจะบอกจุดหมายปลายทาง แต่คนข้างๆ ก็ขัดผมไว้

“ไม่ไปแล้วครับ ขอโทษด้วย” เขาว่าก่อนจะปิดประตูรถ

“ขอร้องล่ะปอนด์… ไปคุยกันก่อนได้มั้ย”

หน้าของพี่กายเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ แต่คนที่ควรร้องไห้ตอนนี้ ควรเป็นผมมากกว่า

ผมไม่ได้ตอบอะไรเขาไป เขาจึงจับมือผมลากจูงเดินตามเขากลับไปขึ้นรถของเขา

 

 

“ปอนด์ย้ายบ้านเหรอ พี่ไปที่บ้านเก่าแล้วไม่เจอปอนด์ แถมร้านที่เมื่อก่อนปอนด์ไปร้องเพลงตอนนี้ก็กลายเป็นตึกแถวไปแล้ว” พี่กายเริ่มบนสนทนาในขณะที่เขากำลังขับรถ

บ้านที่ผมอยู่ตอนนี้มันไม่ได้ห่างจากบ้านเดิมนักหรอก บ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นของเพื่อนแม่ที่ย้ายไปอยู่ที่อื่น เขาขายให้แม่ผมในราคาที่ถูก แม่ก็ตัดสินใจซื้อเพราะเทียบค่าบ้านกับค่าเช่าบ้านแล้วค่าผ่อนบ้านแพงกว่าไม่มาก

ผมไม่อยากให้เขารู้ที่อยู่ใหม่ของผม…

พี่กายถอนหายใจออกมาจากนั้นจึงพูดต่อ

“ย้ายบ้านจริงๆ สินะ แล้วปอนด์ก็ไม่อยากบอกพี่ ถ้าอย่างนั้นบอกที่ที่พี่จะไปส่งได้หน่อยได้มั้ยครับ”

ยังเหมือนเดิมเลยจริงๆ เขาอ่านทะลุผมหมดทุกอย่าง

“ไปส่งผมที่เซเว่นหลังซอยลักกี้เซเว่นคาเฟ่”

พี่กายทำหน้างงๆ ใส่ผม ดูเหมือนเขาจะไม่รู้จักร้านนี้

“ร้านอะไรอะ เปิดใหม่เหรอ?”

ผมไม่ตอบเขาเพราะไม่อยากคุย แต่เลือกที่จะเปลี่ยนสถานที่ที่จะให้เขาไปส่งผมแทน

“ถ้าไม่รู้จักก็ไปส่งที่ร้านเฮียพัดตรงถนนใหญ่”

ร้านนี้ก๋วยเตี๋ยวร้านดังแถวมหา’ลัยผม บริเวณที่ร้านตั้งอยู่มันติดถนนใหญ่ รถจึงผ่านไปผ่านมาเยอะ ผมน่าจะหารถแท็กซี่ได้ไม่ยากจากตรงนั้น

“อ๋อๆ ร้านนี้จำได้ ถ้างั้นเราก็ไปกินข้าวกันที่นั่นเลยก็แล้วกันเนอะ”

“อย่าเลยดีกว่า แค่ส่งผมอย่างเดียวก็พอ”

 

พอขับมาถึงร้าน ผมก็เปิดประตูรถลงทันที แต่พี่กายเองก็ดับเครื่องแล้วเดินตามมาด้วยเช่นกัน

“กินข้าวคุยกันก่อนนะปอนด์แล้วค่อยกลับ”

เขาลากผมเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวไปโดยไม่สนผมเลยสักนิด พี่เขาพาผมเดินไปนั่งลงก่อนจะเรียกพนักงานในร้านมารับออเดอร์จากเรา

“รับอะไรดีครับ”

คนที่มารับออเดอร์จากเราหน้าตาดีมาก หน้าเขาออกไปทางน่ารักๆ แลดูมีความกวนอยู่เหมือนกัน

“ไอ้พีช! มาเอานี่ไปเสิร์ฟโต๊ะ 7 ด้วย” เสียงตะโกนดังขึ้นจากทางหน้าหม้อก๋วยเตี๋ยว

“โห่! แปปดิเฮีย พีชกำลังรับออเดอร์อยู่เนี่ย!” เขาตะโกนกลับไปก่อนจะหันมาถามเราอีกครั้ง “โทษทีครับ รับอะไรดีครับ”

“เอาเส้นเล็กต้มยำ ไม่งอกครับ” พี่กายสั่งพี่เด็กเสิร์ฟที่ชื่อพีชไป

“แล้วน้องล่ะครับ รับอะไรดี เร็วๆ หน่อยก็ดีนะ เฮียพัดมันจ้องพี่ใหญ่แล้วเนี่ย” เห็นเขาทำหน้าตื่นๆ ผมก็เลยรีบๆ สั่งไป

“บะหมี่เย็นตาโฟต้มยำครับ”

“รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ” ปากก็ถามไป ตาเขาก็มองกลับไปหาเฮียของเขาไป

“โค้ก 2 น้ำแข็ง 2 ก็แล้วกันครับ”

พี่กายบอกพี่เด็กเสิร์ฟไป เขาจดยิกๆ ก่อนจะเดินออกไป

 

ไม่นานพี่เด็กเสิร์ฟก็ยกก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟเราสองคน ด้วยความหิวบวกกับไม่อยากมองหน้า ไม่อยากคุยกับพี่กาย ผมจึงรีบๆ กินเพื่อที่จะได้ชิ่งกลับ

ระหว่างที่กินกันอยู่ จู่ๆ พี่กายก็เปิดประเด็นขึ้นมา

“ปอนด์ พี่ว่าจะถามตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ปอนด์เป็นหวัดเหรอ ทำไมเสียงแปลกๆ”

กึก…

ผมวางตะเกียบลงทันทีที่ได้ยิน แล้วจ้องหน้าเขาคืนด้วยสายตาอันดุดันของผม

“หึ ถ้าแค่เป็นหวัดมันก็ดีหรอก”

พี่กายย่นคิ้วเข้าหากัน เขามองหน้าผมด้วยสายตาไม่เข้าใจ

“อ้าว แล้วปอนด์เป็นอะไรครับ บอกพี่ได้รึเปล่า”

ตึง!

“พี่เป็นใคร พี่เป็นอะไรกับผม ทำไมผมต้องบอกพี่ด้วย!” ผมลุกขึ้นตบโต๊ะเสียงดังจนคนในร้านหันมามองผมเป็นตาเดียว และนั่นทำให้พี่เด็กเสิร์ฟคนน่ารักๆ เดินเข้ามาปรามผม

“นะ...น้องใจเย็นๆ นะ ค่อยๆ คุยกัน ทะเลาะกับแฟน ลูกค้าร้านพี่เค้ากลัวนะ”

“ผมขอโทษพี่! แต่ผมทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ฮือ...”

ผมหันไปตวาดใส่พี่พีชก่อนจะนั่งทรุดลงร้องไห้กับพื้นร้านอย่างไม่อายสายตาชาวบ้าน

“ปอนด์ พี่ขอโทษ...” พี่กายเดินอ้อมโต๊ะมาประคองผมให้ลุกยืนแต่ผมขืนตัวนั่งลงไม่ยอมลุกตามแรงดึงของเขา

เมื่อเห็นว่าผมไม่ยอมเขา เขาก็นั่งยองๆ กดหัวผมเข้ากับอกของเขา พี่กายใช้มือลูบหลังผมเพื่อปลอบใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด

“เจ็บแผลเหรอปอนด์ พี่ขอโทษ”

 

ครั้งที่เท่าไรแล้วเขาเอ่ยคำขอโทษออกมาตั้งแต่ที่เขาหาผมเจอในวันนี้

ทำไมเขาถึงได้กลับมาแล้วอยากรู้เรื่องของผมมากนัก ทั้งๆ ที่เราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว

 

ผมผละตัวออกจากอกเขาแล้วระเบิดความในใจออกมา

“ผมไม่ได้แค่เจ็บปวดหรอกนะ... แต่ทั้งใจ... ทั้งเสียงของผม... มันป่นปี้ไม่มีชิ้นดีตั้งแต่พี่ทิ้งผมไปคบกับเจนในวันนั้นแล้ว!”

ใบหน้าหล่อเหลาของพี่กายตอนนี้ซีดเผือดเหมือนคนไม่มีเลือด เขาคงจะรู้สึกช็อคเพราะตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้

“ปะ… ปอนด์ พี่ขอโทษจริงๆ แต่ให้พี่อธิบายก่อนได้มั้ยครับ”

“หึ! ตอนพี่ทิ้งปอนด์ไป ตอนนั้นปอนด์ก็อยากรู้ว่าทำไม แต่พี่ไม่เคยแม้แต่จะบอกปอนด์ ปอนด์อยากรู้จนปอนด์ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จนเสียงปอนด์พัง ผ่านไป 3 ปีแล้วพี่ถึงสำนึกขึ้นมาได้แล้วอยากบอกงั้นเหรอ...”

ผมร้องไห้จนตาพร่ามัวจึงใช้หลังมือเช็ดน้ำตาออกและทำให้เห็นหน้าของพี่กายชัดๆ อีกครั้ง

"ปอนด์ไว้ใจพี่มาก... ปอนด์มีพี่แค่คนเดียว..."

“พี่ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้นกับตัวปอนด์ในตอนนี้ เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว...”

“ปอนด์… อย่างน้อยให้พี่ได้ชดเชยในสิ่งที่พี่ทำพลาดไปได้มั้ยครับ” เขากระเถิบตัวเข้ามาใกล้ผมและจับมือผมเอาไว้

“ให้พี่ได้แก้ตัวอีกครั้งได้มั้ย”

นี่ผมกำลังถูกคนที่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจขอคืนดีอยู่อย่างงั้นเหรอ เหอะ!

“พี่กายครับ”

“ครับ?”

“ถ้าพี่กายอยากชดเชยในสิ่งที่ทำพลาดไป ปอนด์ขอแค่อย่างเดียว พี่กายจะทำให้ปอนด์ได้รึเปล่าครับ”

เขาพยักหน้าอย่างไม่ลังเล

“ออกจากชีวิตปอนด์ไป และอย่าได้เจอกันอีกเลยครับ ปอนด์ขอร้องล่ะ”

ผมยกมือไหว้เขาอย่างไม่เหลือศักดิ์ศรี น้ำตาที่แห้งไปแล้วกลับมาไหลพรากอีกครั้งเพราะความเจ็บปวดในใจที่มี ผมไม่อยากเจอหน้าเขาแล้วจริงๆ

“ไม่ปอนด์! สิ่งเดียวที่พี่จะไม่ทำคือเรื่องนี้!”

พี่กายสวมกอดผมเอาไว้แน่น ผมก็เลยยิ่งร้องไห้เสียงดังลั่นร้าน

 

“เอ่อ คุณลูกค้าครับ ผมว่าคุณกลับไปก่อนจะดีกว่านะครับ”

สงสัยผมกับพี่กายจะเสียงดังจนรบกวนร้านเขาเอามากๆ จนทนไม่ไหว พี่ชายของพี่พีชเดินมาแยกพี่กายกับผมจากกัน

พี่พัดดึงพี่กายออกไป ส่วนผมก็โดนพี่พีชดึงเอาไว้

“ผมต้องขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะครับ ผมเข้าใจดีว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวแต่ตอนนี้มันรบกวนลูกค้าท่านอื่นอยู่น่ะครับ” พี่พัดบอกพี่กาย

“ครับ ผมต้องขอโทษด้วยครับ ปอนด์งั้นเรากลับกันเถอะ”

“ไม่ครับ! คุณกลับไปคนเดียวเถอะ น้องเขาคงไม่อยากไปกับคุณ” พี่พัดว่าเสียงแข็งใส่พี่กาย พี่กายก็เลยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“เฮ้อ วันนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องจริงๆ แต่พี่จะไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอกนะปอนด์ ถ้าอย่างนั้นปอนด์ก็กลับดีๆ นะครับ พี่ขอโทษด้วยนะที่ทำให้เจ็บตัว วันหลังพี่จะไปหาที่มหา’ลัยใหม่”

เขาว่าจบก็เดินไหล่ตกออกจากร้านไป เหลือผมที่นั่งร้องไห้อยู่โดยมีพี่พีชเป็นคนปลอบใจ เขาหยิบทิชชู่บนโต๊ะมาเช็ดหน้าผม

“ใจเย็นๆ นะน้องนะ แฟนน้องเค้าไปแล้ว”

“ไอ้เวรนั่นไม่ใช่แฟนผม!” ผมตวาดเสียงดังอีกครั้ง

“อ่าๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ พี่ขอโทษ”

“พีช พาน้องไปล้างหน้าล้างตา ไปนั่งทำใจให้สงบในบ้านไป” พี่ชายของพี่พีชสั่ง พี่พีชเลยพยุงตัวผมขึ้นยืนและพาผมเดินเข้าไปในตัวบ้านของเขา

 

 

“งั้นเหรอ สรุปเราก็เป็นรุ่นน้องมหา’ลัยเดียวกันกับพี่สินะ”

“ครับ”

“ดีๆ มีอะไรก็ปรึกษาคุยกันได้ พี่น้องกันๆ”

พี่พีชพาผมมานั่งในห้องรับแขกของบ้านเขา เขาพยายามชวนผมคุยสารพัดเรื่องโดยหวังที่จะทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้น ทั้งๆ ที่เราไม่เคยรู้จักกันแท้ๆ แต่เขากลับดีกับผมอย่างน่าประหลาด

จริงๆ แล้วเราอายุเท่ากันนะ แถมผมเป็นแก่เดือนกว่าตั้ง 2 เดือนด้วย แต่เอาเถอะ ผมขี้เกียจจะบอกเขา ก็เลยปล่อยเลยตามเลยไป

“เฮ้อ… นี่น้องปอนด์ พี่ก็มีแฟนเป็นผู้ชายเหมือนกันนะ ถ้าเค้าทิ้งพี่ไปเพราะพี่เป็นผู้ชายแบบที่ปอนด์โดน พี่ก็คงเจ็บปวดไม่แพ้กับเราหรอก”

“หืม? พี่พีชก็เป็นเกย์เหรอครับ”

หน้าน่ารักๆ ของเขาสีระเรื่อขึ้นมาก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ

“อื้ม”

“แต่ไม่เหมือนน้องปอนด์นะ แฟนพี่เค้าเด็กกว่าน่ะ พี่เป็นอมตะรู้รึเปล่า ฮ่าๆ” เขาหัวเราะออกมาก่อนจะเปลี่ยนประเด็นอีก

“ว่าแต่อิ่มรึยัง ถ้ายังไม่อิ่มเดี๋ยวไปบอกเฮียพัดให้ทำมาอีกชามก็ได้นะ กินฟรีเลยเอ้า”

“ไม่ล่ะครับ ผมอิ่มแล้ว” จริงๆ แล้วกินอะไรไม่ลงแล้วต่างหาก “ผมว่าผมกลับก่อนดีกว่า ขอบคุณนะครับพี่พีช”

“เฮ้ย ไม่ต้องๆ พี่น้องกัน เดี๋ยวพี่ไปส่งหน้าร้านก็แล้วกัน”

ถึงจะบอกไม่ต้องขอบคุณแต่ผมก็ต้องขอบคุณเขาอยู่ดี

“ขอบคุณจริงๆ นะครับที่ช่วยผมไว้”

 

ระหว่างที่เดินออกจากบ้านทะลุตัวร้านอยู่ จู่ๆ ก็มีเสียงคุ้นหูเรียกผม

“อ้าวปอนด์ มาทำอะไรที่นี่”

ผมหันไปมองก็พบว่าคนๆ นั้นคือพี่คิสนั่นเอง

“อ๊ะ พี่คิส หวัดดีครับ”

ผมยกมือไหว้พี่คิสและเดินไปหาเขา

“อ้าวพี่ หวัดดี” พี่พีชก็ยกมือไหวพี่คิสเช่นกัน

“เออหวัดดีๆ ปอนด์มาทำอะไรที่นี่ล่ะ ทำไมเดินออกมาจากหลังร้าน” พี่คิสหรี่ตาลงราวกับกำลังจ้องจับผิดผมอยู่

“ตาบวม แล้วนั่นอะไรน่ะ” เขาวางตะเกียบลงแล้วเอามือมาจับหัวผมพลิกดู

“เฮ้ย! หัวแตกนี่ ไปทำอะไรมา”

“เสียงดังอะไรของมึงวะไอ้คิส” พี่พัดเดินมายังโต๊ะเราก่อนจะใช้ที่ตักซุบที่ถือมาด้วยเขกหัวพี่คิส

“โอ๊ยพี่! มันเจ็บนะเว้ย!”

“ก็มึงเสียงดังทำไมละ”

“ก็น้องผมมันหัวแตกเนี่ย! ผมก็เลยตกใจดิ”

“น้องมึง? กูไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่ามึงมีน้องด้วย” พี่พัดทำหน้างงๆ ใส่พี่คิส

“น้องที่รู้จักกันพี่ ไม่ใช่น้องแท้ๆ” พี่คิสอธิบาย พี่พัดเลยพยักหน้าเป็นอันเข้าใจ

“เออๆ คุยกันดีๆ ล่ะ น้องเพิ่งทะเลาะกับแฟนมา กูไปขายของต่อก่อนละ” ว่าแล้วเขาก็เดินออกไป เหลือผม พี่พีชและพี่คิสอยู่ 3 คน

“แฟน? ปอนด์มีแฟนด้วยเหรอ”

ผมไม่รู้จะเริ่มเล่าตรงไหนดี ก็เลยหันไปขอความช่วยเหลือจากพี่พีช

“อ่า… เอ่อ… แฟนเก่าน่ะๆ น้องมันเจอแฟนเก่าแล้วก็ทะเลาะกันน่ะพี่”

พี่คิสเบิกตากว้างเมื่อได้ยินว่าผมเจอกับแฟนเก่ามา

“ห๊ะ?! อะไรยังไงเนี่ย! อย่าบอกนะว่าคือไอ้กายคนนั้นน่ะ”

ผมพยักหน้ารับ

“แล้วที่หัวแตกก็ฝีมือมันเหรอ”

“เปล่าครับ ปอนด์ตกใจก็เลยลื่นหัวฟาดโต๊ะที่วันนี้ปอนด์ไปขายของอยู่ พี่กายก็เลยพาผมไปทำแผล...”

จากนั้นผมก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้ให้พี่คิสฟัง

“แล้วไอ้เฟิร์สกับน้องเรามันรู้ยัง”

กึก…

ลืมไปสนิทเลยแฮะ จะโกหกว่าไม่ได้เจอพี่กายก็ทำได้อยู่ แต่แผลที่หัวคงจะปิดบังไม่ได้

“เงียบแบบนี้คงจะยังสินะ” พี่คิสถอนหายใจ ก่อนจะหันไปพูดกับพี่พีช “พีชมึงไปทำงานทำการของมึงเถอะ เดี๋ยวพี่จัดการตรงนี้เอง”

“โอเคครับพี่” พี่พีชตอบรับพี่คิสแล้วหันมาพูดกับผม “ปอนด์ พี่ไปช่วยเฮียพัดก่อนนะ มีอะไรก็คุยกันได้นะ” พี่พีชว่าก่อนจะลุกออกจากเก้าอี้ไปทำงานต่อ

“ว่าแต่พี่คิสรู้จักกับร้านนี้ด้วยเหรอครับ”

“อ๋อ พี่พัดเค้าเป็นรุ่นพี่ของพี่น่ะก็เลยรู้จักกัน”

“อ่อครับ เห็นดูสนิทกัน”

“นี่ๆ ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องเลย ตกลงจะเอายังไงต่อ”

โดนบี้ไล่แบบนี้ผมเองก็ไปไม่ถูกเหมือนกัน

 

“ผม… ผมไม่รู้ ชีวิตของผมกำลังจะดีขึ้นแล้วแท้ๆ แต่พี่เค้าดันกลับมาขอผมคืนดี ผมพยายามปฏิเสธแล้ว แต่เค้าบอกว่าเค้าจะไม่ยอมแพ้ ผมสับสนจนไม่รู้จะทำอะไรต่อแล้วจริงๆ”

พี่คิสถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะพูดกับผมด้วยเสียงที่จริงจัง

“ที่ปอนด์เริ่มหัดเล่นกีตาร์ใหม่อีกครั้ง นั่นเพราะว่าปอนด์อยากก้าวข้ามอดีตไม่ใช่เหรอ ปอนด์อยากใช้มันเป็นสิ่งที่บอกถึงความเข้มแข็งของตัวเองไม่ใช่เหรอ”

“แต่ปอนด์ยังไม่พร้อมจะเจอกับเขาในตอนนี้ มันเร็วเกินไป”

“เฮ้อ… พี่เองก็ไม่รู้จะช่วยยังไงว่ะแบบนี้ งั้นเอาแบบนี้ละกัน ถามผู้มีประสบการณ์ตรงน่าจะดีกว่า”

จู่ๆ พี่คิสก็ล้วงเอาโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมากดโทรหาใครสักคน ผมมองการกระทำของเขาอย่างงงๆ จนกระทั่งได้ยินเขาพูดกับคนปลายสาย


“ฮัลโหล ไอ้เฟิร์ส มึงมาร้านก๋วยเตี๋ยวของพี่พัดด่วนเลย”

หายไปหลายวันในที่สุดมันก็งอกมาแล้วจ้า 555 มาช้าเพราะแอบตันนิดหน่อย บวกกับอู้เล่นเกมด้วย ช่วงนี้มีของใหม่เข้าก็เลยยาวไปจย้าาาา แหะๆ 

ปล.พี่พีชกับพี่พัดเป็นตัวละครจากเรื่อง UNLUCKY7 นะครับ มาเรื่องนี้พีชชึสุดหล่อของเราพูดจาเพราะเกิ๊นนนน


"เป็ดไม่อยากเจอพี่กาย"


เจอในPinterestมา พี่ลู่หยั่งน่าย๊ากกกกก


ส่วนชื่อตอนก็เป็นเนื้อเพลงครับจากเพลง Life's About to Get Good เพลงใหม่ล่าสุดของ Shania Twain หลังห่างหายจากการออกอัลบั้มใหม่ไป 15 ปี เป็นเพลงที่พูดถึงอดีตกับการก้าวผ่านอดีตอันเจ็บปวดของเธอครับ



ชิวู 03/07/17


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #451 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 14:21
    พี่เฟีร์สมาเอาไอ่เลวนั้นออกไปจากชีวิตน้องที
    #451
    0
  2. #94 Beer Sakunrat (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 10:31
    พี่เฟิร์ส มาหาเป็ดที เป็ดเศร้า ฮืออออออออออออ ทำไมไอ่บ้านั้นต้องกลับมา ฮือออออออ
    #94
    1
    • #94-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 13)
      4 กรกฎาคม 2560 / 22:10
      โอ๋เอ๋ ไม่ร้องสิ
      #94-1
  3. #93 FahSida (@himeji) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 01:17
    ชิวูทำไมต้องส่งไอบ้านั้นมาทำร้ายจิตใจน้องซ้ำซากด้วยยยยย แถมนี่ทำน้องเจ็บตัวอีกตะหาก อารมณ์ขึ้นมากกายทำงี้ได้ไงอ่ะ คิดจะไปก็ไป คิดจะมาง้อก็มาไม่ต้องมีสำนึกกันเลยหรอคนเรา
    #93
    1
    • #93-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 13)
      4 กรกฎาคม 2560 / 01:24
      แล้วทำไมชิวูผิดละเนี่ย555555555
      #93-1
  4. #92 TagLaser (@dasszoss69) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 23:53
    อยากอ่านอีกกกกกกก
    #92
    1
    • #92-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 13)
      4 กรกฎาคม 2560 / 00:10
      รอต่อปายยยยยย
      #92-1
  5. #91 Masmas2609 (@Masmas2609) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 23:00
    รอต่อไป....งานม่าก็มา...พี่ชิวูอย่าให้มันเยอะมากนะค่ะ..รับไม่ไหวใจสลายแล้ว...โอ้โศกเศร้าน้องปอนด์ผู้น่ารัก...
    #91
    1
    • #91-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 13)
      3 กรกฎาคม 2560 / 23:11
      ให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อนก็แล้วกันนะครับ อยากเขียนโมเม้นต์ที่น้องเป็ดมีความสุขแล้วเหมือนกัน ฮ่าๆ
      #91-1
  6. #90 tinkakibum (@tinkakibum) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 00:56
    เจิมมมมมมม
    #90
    1
    • #90-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 13)
      30 มิถุนายน 2560 / 16:45
      รอก่อนเด้ออออ
      #90-1
  7. #89 frunkfrink2 (@FrunkFrink) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 00:20
    เจิมมมมมมมมมมม
    #89
    1
    • #89-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 13)
      29 มิถุนายน 2560 / 01:09
      โอ๊ะ เพิ่งเคยเห็น สวัสดีนะครับ ^^
      #89-1
  8. #88 Pkumsomsri-2546 (@Pkumsomsri-2546) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 23:06
    เจิมค่ะ... คล้านคำว่าเทิมมั้ยอ่ะ อืม... มันก็คล้านกันนะ งั้นเขียน เจอมงี้นะไรท์ อะเจอม!
    #88
    1
    • #88-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 13)
      28 มิถุนายน 2560 / 23:11
      ถ้า 'เริม' ตัวใครตัวมันนะ
      #88-1
  9. #87 Prasitthiphon (@0933789979) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 21:39
    เจิมเมิมเอิมมมม
    #87
    1
    • #87-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 13)
      28 มิถุนายน 2560 / 23:12
      ดองดองดอง
      #87-1
  10. #86 Luzel (@ah-chan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 21:03
    อะเจิมให้
    #86
    1
    • #86-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 13)
      28 มิถุนายน 2560 / 21:09
      ทำดีมีเปย์
      #86-1
  11. #85 Beer Sakunrat (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 20:47
    โอ๋เอ๋ๆๆๆๆ ไม่ร้องนะคะน้องเป็ด
    #85
    1
    • #85-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 13)
      28 มิถุนายน 2560 / 21:09
      ซื้อไก่KFCให้หนูหน่อย - เป็ด
      #85-1
  12. #84 Masmas2609 (@Masmas2609) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 20:16
    ดราม่านะได้...แต่อยากเยอะเลยขอร้องเพราะยังไงก็มีคนที่ปอนด์สนใจแล้ว...อย่าแคน์ค่ะ...ขอคู่ปุณณ์ฟรานด้วยเด้อ
    #84
    1
    • #84-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 13)
      28 มิถุนายน 2560 / 21:08
      อยากเยอะ???? จัดไปเลยงั้น 555555
      #84-1
  13. #83 กุหลาบสีเทา (@somoo62) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 20:14
    รอวนไปปปปป แลดูจะมีความสะใจในมาม่านิดๆนะ
    #83
    1
    • #83-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 13)
      28 มิถุนายน 2560 / 21:09
      เป็นคำที่นึกได้พอดี เนื้อหาจริงๆ ยังไม่งอกเลยจ้า 555
      #83-1