[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 14 : Still the One EP13 || Just Gotta Learn to Have A Laugh [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    13 ก.ค. 60

Still the One EP13


[เฟิร์ส]


ครืด… ครืด…

โทรศัพท์ของผมที่วางอยู่ข้างๆ โน้ตบุ๊กสั่นขึ้นมา ผมจึงเหลือบตาไปมอง ปรากฎว่าเป็นไอ้คิสที่ปกติแล้วไม่ค่อยโทรหาผมสักเท่าไร

ผมพักมือจากการทำงานแล้วรับสายของไอ้คิสมัน

“ว่าไงมึง”

[ฮัลโหล ไอ้เฟิร์ส มึงมาร้านก๋วยเตี๋ยวของเฮียพัดด่วนเลย]

เสียงปลายสายจากไอ้คิสดูลนลานมาก

“ใจเย็นๆ เกิดอะไรขึ้น ทำไมกูต้องไปด้วย” ผมพยายามเรียกสติของไอ้คิสให้กลับมา

[โถ่เว้ย! ไม่เย็นแล้ว เด็กมึงร้องไห้ตาบวมอยู่เนี่ย มึงจะมามั้ยไอ้สัด!]

เด็กของผม?

ไอ้เป็ด?

“โอเค เดี๋ยวกูจะรีบไป มึงดูน้องให้กูก่อนนะ”



ผมรีบเหยียบรถมายังร้านเฮียพัดซึ่งเป้นร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังย่านนี้ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากร้านผม เมื่อผมขับรถมาถึงก็เห็นไอ้เป็ดนั่งอยู่กับไอ้คิส

ภาพแรกที่ผมเห็นเป็ดคือตาของเป็ดบวมอย่างที่ไอ้คิสบอกจริงๆ แถมจมูกยังแดงแจ๋เป็นเครื่องยืนยันว่าผ่านการร้องไห้มาหนักหน่วงจริงๆ

“ช้าจริงมึง มัวทำอะไรอยู่วะ น้องมันร้องไห้จนบ่อน้ำตาแห้งแล้วเนี่ย” ไอ้คิสเปิดฉากด้วยการบ่นชุดใหญ่

“เออกูมาแล้วก็แล้วกันน่า” ผมเลิกสนใจไอ้คิสแล้วหันไปดูอาการของเป็ดต่อ

“เกิดอะไรขึ้น เล่าให้พี่ฟังได้มั้ย”

เป็ดเริ่มก้มมองพื้น สีหน้าฉายความลังเลอย่างชัดเจนจนผมต้องพูดอีกครั้งเพื่อให้เป็ดพูดออกมา

“คิสเรียกพี่มาเพราะอยากให้พี่ช่วยเรา ถ้าเป็ดไม่เล่าพี่จะแก้ปัญหาให้ได้มั้ยครับ”

“เฮ้ยไอ้เฟิร์ส มึงไม่เห็นต้องพูดขนาดนั้นเลย มึงเองก็ใจเย็นๆ น้องเครียดมากพอแล้วตอนนี้” คิสตีแขนผมโทษฐานที่พูดแรงไป

“เครียด? เป็ดไปทำอะไรมาแล้วตรงหัวนั่นอะไรอะ”

ผมสังเกตเห็นเทปติดผ้าก๊อซจากด้านข้างของหัวเป็ดเลยถามขึ้น และนั่นทำให้เป็ดยิ่งไม่กล้าสบตาผมมากกว่าเดิมอีก

“ปะ… เป็ดหัวแตก”

“หัวแตก? ไปทำอะไรมาถึงได้ถึงหัวร้างข้างแตกแบบนี้ วันนี้ก็แค่ขายของไม่ใช่เหรอ”

เป็ดค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองหน้าของผม แววตาของเด็กนี่ฉายความหวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจน มันทำให้ผมเองก็เริ่มเครียดกับเรื่องที่เป็ดเจอมาในวันนี้แล้วเหมือนกัน

ผมเครียดเพราะผมรู้ดี

เพราะมันเหมือนกับผมเมื่อหลายปีก่อนไม่มีผิด…



“วันนี้เป็ดเจอกับพี่กาย...” เป็ดเริ่มน้ำตาซึมแต่ก็พูดต่อ “พี่กาย… แฟนเก่าของเป็ด”

กาย?

“เล่าต่อสิเป็ด”

เป็ดพยักหน้าช้าๆ น้องมันจะใช้หลังมือเช็ดน้ำตา แต่ผมหยิบทิชชู่ส่งให้แทน

“ฮึก… วันนี้เป็ดเจอพี่กายมา พี่เค้ามาหาซื้อของที่ซุ้มของเป็ด ตอนแรกเป็ดไม่รู้ว่าเป็นเขาเพราะป้ายร้านมันบังหน้า พอเป็ดเห็นหน้าเขาและรู้ว่าเขาคือใคร เป็ดตกใจมาก เป็ดอยากวิ่งหนี ฮึก... แต่เป็ดทำไม่ได้ ขามันสั่น มันไม่มีแรง ไม่รู้จะทำยังไง” เป็ดสะอื้นไปพลางเล่าไปด้วย ผมเลยหยิบทิชชู่ขึ้นมาแล้วซับหน้าให้น้องมัน

“แล้วแผลที่หัวมันมาได้ยังไง เป็ดโดนมันทำร้ายเหรอ” ผมถาม

“เปล่าครับ... เป็ดตกใจตอนที่พี่กายเข้าใกล้เป็ด เป็ดล้มหัวฟาดขอบโต๊ะเอง”

โชคยังเข้าข้างไอ้คนที่ชื่อกายนั่น เพราะถ้าคำตอบของเป็ดคือใช่ ผมนี่แหละ จะเป็นคนตามล่าเอาเลือดออกจากหัวมันเอง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ไอ้เวรนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เป็ดบาดเจ็บอยู่ดี ยังไงผมก็จะเอาเลือดออกจากหัวมัน!

ผมกำมือกัดฟันแน่น จนไอ้คิสสังเกตเห็น มันก็เลยปรามผมให้เย็นลง

“เฟิร์ส”

“เออ กูรู้ตัวอยู่”

“แล้วไงต่อ มันพาไปทำแผล แล้วพามากินข้าวที่นี่” ผมเดาเรื่องราวหลังจากนั้น

เป็ดพยักหน้ารับ จากนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอีกครั้งก่อนจะก้มหน้ามองโต๊ะอีกครั้ง ผมจึงรู้ว่ายังมีเรื่องอื่นที่เกิดขึ้นอีกจึงถามเป็ดอีกครั้ง

“เล่ามาเถอะ พี่บอกเป็ดแล้วว่าพี่เข้าใจเรามากกว่าที่เราคิดนะเป็ด”

ใบหน้าของเป็ดที่ดูเศร้าสร้อยแบบนี้ ผมไม่ชอบเอาเสียเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ

“ถ้าเป็ดเชื่อใจพี่ เป็ดเล่าให้พี่ฟังได้มั้ยครับ”

เป็ดนิ่งงันไปราวกับว่ากำลังให้ความคิดอยู่

“พี่อยากรู้เรื่องของเรา… ทุกเรื่องเกี่ยวกับเรา...”


“พี่กาย… พี่กายขอคืนดีกับเป็ด”


ก้อนเนื้อตรงอกข้างซ้ายของผมกระตุกวูบ ผมรู้สึกถึงความชาไปทั่วร่างกาย เพียงแค่ได้ยินว่าคนที่ทำร้ายคนที่ผมชอบกำลังจะกลับมาขอคืนดี

ใช่แล้วละ…

คนที่ผมชอบก็คือ เป็ด

ผมรู้สึกว่าเด็กคนนี้เหมือนกับตัวเองเมื่อก่อนไม่มีผิด ผมอยากดูแลเขา ผมไม่อยากให้เป็ดจมอยู่ในความเศร้าอีกต่อไป...


“เฟิร์ส มึงโอเคป่าว” คิสถามผม มันตบบ่าผมเบาๆ เรียกสติของผมให้กลับมา

“กะ… กูโอเค แค่ตกใจนิดหน่อยน่ะ”

“เรื่องมันก็ตามที่น้องมันเล่านั่นแหละ มันทะเลาะกับไอ้กายอะไรนั่นที่ร้านนี้ จนเฮียพัดกับไอ้พีชต้องมาแยกสองคนนี้เอาไว้ ส่วนกูก็บังเอิญมากินแล้วเจอพอดีก็เลยเรียกมึงมานี่แหละ” คิสบอกผม

“ทะเลาะ?”

“พี่กายอยากชดใช้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเป็ดด้วยการเริ่มต้นใหม่ แต่เป็ดทนไม่ไหวจริงๆ … เป็ดปฏิเสธเขาแล้วขอร้องให้เขาออกไปจากชีวิตของเป็ด แต่เขาบอกว่าเขาจะไม่ยอมแพ้ เป็ดสับสนจนไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว” เป็ดว่า

ทันทีที่เป็ดบอกว่าเป็ดปฏิเสธมัน ความโล่งใจก็บังเกิดขึ้น

ผมคิดไม่ออกจริงๆ ถ้าเป็ดกลับไปคืนดีกับไอ้บ้านั่น แล้วตัวผมเองจะเป็นยังไงต่อ จะกลับมาเป็นผู้เป็นคนแบบนี้ได้เป็นครั้งที่สองรึเปล่า…


“ความสุขของเป็ดคืออะไร”

เป็ดเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยหลังผมถามจบ เจ้าตัวเอียงคอขาวๆ ของเขาพลางใช้ความคิดไปด้วย

“อืม... ก็มีเยอะนะครับ”

ดูเหมือนว่าผมจะถามกว้างไป เป็ดก็เลยตอบออกมาแบบนั้น

“เอาใหม่ สิ่งที่เป็ดทำแล้วมีความสุขที่สุดคืออะไร”

“ร้องเพลงเล่นดนตรีครับ”

กะแล้วว่าต้องตอบแบบนี้

“เป็ดเลิกกับไอ้กายนั่นมากี่ปีแล้ว” ผมถามต่อ

เป็ดแบมือแล้วนับ

“ตั้งแต่วันจบม.6 ก็… 1… 2… 3… 3 ปีแล้วครับ” เป็ดชูนิ้วขึ้นมา 3 นิ้ว


ฟรานบอกว่าเป็ดพักรักษาตัวอยู่บ้านปีนึงก็เลยเรียนช้าจนต้องมาเรียนกับน้องชายตัวเอง ถ้าอย่างนั้น ช่วงนั้นเมื่อ 3 ปีก่อน ผมก็ใกล้จะปี 4 พอดี

บังเอิญไปรึเปล่า?

เพราะผมเองก็โดนแฟนบอกเลิกตอนนั้นเหมือนกัน ในวันจบม.6 ของเธอ


“3 ปีเชียวนะเป็ดที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เป็ดไม่เสียดายเหรอ เป็ดจะให้เรื่องร้ายๆ ในอดีตมันมารบกวนชีวิตไปตลอดไม่ได้หรอกนะ”

“เป็ดรู้… ตอนนี้ก็กำลังพยายามอยู่นี่ไง แค่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเกินไปหน่อย เป็ดยังไม่พร้อม...”

ดูเหมือนผมจะพูดกับน้องตรงไปหน่อย แววตากังวลเริ่มกลับมาอีกครั้ง

ผมไม่ค่อยอยากเล่าเรื่องในอดีตของตัวเองสักเท่าไร แต่วันนี้คงต้องเล่าแล้วละ


“ตอนพี่อยู่ปี 2 พี่เคยคบกับเด็กผู้หญิงม.ปลายคนนึง...”

“เล่าเรื่องนี้จะดีเหรอมึง” คิสเบรกผม ผมจึงส่งสัญญาณว่าไม่เป็นไรด้วยการพยักหน้ากับมัน

“แรกๆ ก็ไปกันได้ดีนั่นแหละ พี่ก็รักเธอมากเหมือนคนรักกันทั่วไป พี่ให้เกียรติเธอมาก ไม่เคยล่วงเกินเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ขนาดจะจับมือ พี่ยังต้องขอเลย คิกๆ”

ผมพยายามเล่าให้มันตลกเพื่อหวังคลายความเครียดความกังวลของคนตรงหน้าผม

“ช่วงเวลาแห่งความสุขมันก็อยู่ไม่นานหรอกเป็ด ยิ่งคบไปแฟนพี่ก็ยิ่งตีตัวออกห่าง อ้างว่าต้องไปเรียนพิเศษตอนเย็นบ้างละ มีธุระกับครอบครัวบ้างละ ยิ่งคบไปก็ยิ่งข้ออ้างเยอะ แต่พี่ก็ยังพยายามจะเชื่อเธอนะ ก็ประคับประคองความสัมพันธ์เอาไว้ได้ จนตอนที่เธอจบม.6 นั่นแหละ พี่ถึงได้รู้ความจริงว่าที่ผ่านมา เธอแอบคบซ้อนกับอดีตเพื่อนสนิทของพี่”

ผมเน้นคำว่าอดีตเป็นพิเศษ เพราะตอนนี้มันไม่ใช่แม้กระทั่งคนที่ผมรู้จักอีกต่อไป

“แล้วก็ตามสูตร พี่ก็โดนบอกเลิกจนไปแอบร้องไห้คนเดียวที่ลานจอดรถหลังงานเลี้ยง”

“ลานจอดรถ?” เป็ดพูดเบาๆ เขาย่นคิ้วเล็กน้อยก่อนจะสะบัดหน้าเร็วๆ แล้วพูดอะไรสักอย่างแต่ผมไม่ได้ยิน

“พี่จะได้แม่นเลยว่าตอนนั้นเหมือนโลกทั้งใบพังครืนลงมา พี่รักเธอมากแต่เธอกลับทำกับพี่แบบนี้ ตอนนั้นพี่ได้แต่คิดโทษตัวเอง ถามตัวเองอยู่ในใจว่าทำอะไรผิดพลาดไปตรงไหน”

“แต่ในตอนที่พี่ยืนพิงรถร้องไห้อยู่ก็มีเรื่องดีๆ อยู่เหมือนกันนะ… ตอนนั้นมีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนนึงเดินมาพูดอะไรสักอย่างกับพี่ แต่ตอนนั้นพี่แทบไม่เหลือสติเลย พี่ก็เลยไม่รู้ว่าเขาพูดอะไร แต่ให้พี่เดาจากน้ำเสียงของเขานะ เสียงเขาก็ดูเศร้าๆ เหมือนกับพี่ เหมือนเราเข้าใจกันแล้วน้องเขาคงจะอยากปลอบใจพี่ล่ะมั้ง”

เล่าถึงตรงนี้แล้วก็อยากเจอน้องคนนั้นอีกสักครั้งนึงจัง ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง

คำพูดเล็กๆ น้อยๆ ในวันที่แย่ที่สุด อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว


ผมมองหน้าเด็กน้อยหน้าขาวที่จ้องมองผมด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็เผลอยิ้มไปให้ไปอย่างไม่รู้ตัว

“หลังจากนั้นไม่นานพี่ก็เรียนจบ ตอนสอบไฟนอลสุดท้ายเป็นอะไรที่แย่มาก เหมือนเข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วก็ออก เพราะตอนนั้นพี่ยังทำใจไม่ได้ เกรดเทอมสุดท้ายของพี่เลยมีแต่หมากับแมว ”

“แล้วหลังจากนั้นล่ะครับ พี่เป็นยังไง”

ผมมองน้องด้วยความประหลาดใจ เพราะน้ำเสียงของเป็ดตอนนี้ไม่ได้ดูเศร้าสร้อยเหมือนเมื่อกี้ แถมยังหยุดร้องไห้แล้วอีกต่างหาก

“เป็นบ้า งานการไม่หาไม่ทำ ด้วยความเครียด ความเศร้า จากคนที่ไม่เคยกินเหล้าเมายา ช่วงนั้นพี่ทำหมด เหล้านี่กินต่างน้ำเลย บุหรี่ไม่เคยสูบก็สูบ พี่ไม่ได้สูบแค่มวนสองมวน สูบวันนึงหลายซองก็มี… มันไม่รู้จะทำยังไง เครียดจนเกือบเป็นบ้า”

“แล้วพี่ผ่านมันมาได้ยังไงครับ”

“นี่ไง” ผมชี้ไปยังไอ้คิส “ไอ้นี่เป็นคนที่ช่วยทำให้พี่กลับมาเป็นผู้เป็นคนได้อีกครั้งนึง”

“เฮ้ยๆ ไม่ใช่แค่กูคนเดียวเหอะ น้องมึง พ่อแม่มึง คนรอบตัวก็ช่วยมึงด้วย” คิสบอกผม

“อื้ม แต่มึงคือคนที่กูพูดได้ทุกเรื่องไงคิส มึงเป็นคนที่เตือนสติกู”

“ก็กูทนเห็นสภาพของมึงไม่ไหวแล้วนี่หว่า” คิสส่ายหน้าให้ผมแล้วหันไปพูดกับปอนด์ “นี่ปอนด์ เห็นมันดูเท่ดูหล่อแบบนี้นะ ตอนนั้นอะนะ สภาพนี่ยังกับคนไร้บ้านข้างถนน ผมเผ้ารุงรัง หนวดเคราเฟิ้ม น้ำก็ไม่อาบ แถมกลิ่นตัวก็มีแต่เหล้าหึ่งเหม็นไปหมด”

เคืองมันเหมือนกันนะที่เผาผมต่อหน้าคนที่มันรู้ว่าผมชอบแบบนี้ แต่มันคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ผมจึงไม่ว่าอะไรคิสมัน

“แล้วพี่ผ่านมาได้ยังไงครับ” เป็ดน้อยถามผมอีก

“วันนึงไอ้คิสเดินเข้ามาในห้องรกๆ ที่มีแต่ขวดเหล้าของพี่ คิสกระชากคอเสื้อพี่ให้ยืนขึ้นแล้วต่อยหน้าพี่อย่างแรง จนพี่ล้มลงไปนั่งใหม่”

เป็ดมองหน้าคิสอย่างไม่เชื่อหู

“คิสถามพี่ว่า ‘มึงเสียเวลาชีวิตไปเท่าไรแล้วกับเรื่องในอดีต’ แน่นอนว่าพี่ตอบไม่ได้ เพราะตอนนั้นพี่ไม่รู้อะไรเลย จากนั้นมันก็เลยถามพี่ต่อ ‘สิ่งที่มึงทำแล้วมีความสุขคืออะไร’ ” ผมหันไปพูดกับคิส “มึงจำได้มั้ยว่ากูตอบว่าอะไร”

“จำได้ดิ คำตอบมึงโง่มาก” คิสว่า

“พี่เฟิร์สตอบว่าอะไรเหรอครับ” ปอนด์ถามผมตาแป๋วถึงจะยังบวมๆ ก็เถอะ

“มันบอกว่า ‘แดก’ ” คิสตอบแทนผม

“คิกๆ” เป็ดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกตั้งแต่ผมมาถึง

เวลาที่เป็ดหัวเราะ เวลาที่มันยิ้ม มันน่ารักกว่าตอนเศร้าๆ เยอะเลยจริงๆ

“จากนั้นคิสมันก็ไปเรียกแม่พี่กับฟรานมาแล้วพูดกับพวกเขาว่าพี่ชอบกิน เป็ดรู้มั้ยแม่พี่ว่าอะไร” ผมถามเป็ด

เป็ดส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ

“แม่บอกว่า แม่จะเปิดร้านอาหารให้พี่ ในตอนนั้นพี่กลัวมากเพราะพี่กลัวจะบริหารไม่ดีจนทำร้านที่แม่จะให้เจ๊ง แต่แม่ก็บอกพี่ว่า ‘ถ้ายังอยู่เฉยๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ชีวิตก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ออกไปทำงานทำการ เรียนรู้หาประสบการณ์ ดีกว่ามานั่งจมปรักอยู่กับอดีตแบบนี้’ ”

เป็ดเริ่มเงียบอีกครั้ง

“คำพูดของแม่ ทำให้พี่ร้องไห้ออกมาแล้วสวมกอดแม่กับฟรานอย่างไม่อายที่ไอ้คิสอยู่ด้วยเลยสักนิด หลังจากนั้นไม่นานแม่ก็ไปเซ้งร้านที่อยู่ตอนนี้มาทำต่อ แล้วให้พี่บริหารโดยมีพ่อของพี่เป็นที่ปรึกษาอีกที แม่เองก็เหมือนกัน”

“แรกๆ นะปอนด์ แม่งบริหารได้ห่วยแตกมากจนร้านจะเจ๊งแหล่ไม่เจ๊งแหล่ จนแม่มันไปขอร้องพี่ให้มาช่วยนี่แหละ” คิสเสริม

ที่บ้านคิสทำธุรกิจหลายอย่างครับ ครอบครัวผมว่ามีฐานะร่ำรวยพอสมควรแล้ว แต่เมื่อเทียบกับคิสแล้ว ยังห่างชั้นกันเยอะ ตอนกลางวันคิสก็จะเข้าสำนักงาน ไม่ก็ออกพบลูกค้า ส่วนตอนเย็นมันก็จะมาเล่นดนตรีที่ร้านและเป็นที่ปรึกษาให้ผมต่อ

เรียกได้ว่าร้านนี้ถ้าไม่ได้มันช่วยในตอนแรกๆ ป่านนี้เจ๊งไปนานแล้ว

“ปอนด์ไม่เคยรู้เลยว่าพี่คิสทำงานอื่นด้วยนอกจากร้องเพลงกลางคืน” เป็ดหันไปพูดกับคิส

“ก็แหม ตอนทำงานที่ร้านนั้น ปอนด์คุยกับพี่ที่ไหนกันล่ะ”

“นั่นสินะครับ แหะๆ” เป็ดหัวเราะแห้งๆ ออกมา

“นี่แหละคือสาเหตุที่พี่บอกเป็ดมาตลอดว่าพี่เข้าใจเรามากกว่าที่เราคิด และพี่ก็เข้าใจดีด้วยว่าเรื่องของพี่มันอาจจะไม่ร้ายแรงเท่าเป็ด พี่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือเสียงพังแบบเรา แต่พี่ไม่อยากเห็นเราอยู่อย่างนี้อีกต่อไปแล้ว”

“เป็ดพยายามอยู่ ตะ… แต่พี่กาย พี่กายเขาบอกว่าเขาจะกลับมาอีก ปะ… เป็ดกลัว”

“เป็ดต้องแสดงให้มันเห็นว่า เป็ดก้าวพ้นจากเรื่องในอดีต เป็ดลืมมันไปหมดแล้ว เมื่อไรที่เป็ดทำได้ ไอ้เวรนั่นมันก็จะทำอะไรเป็ดไม่ได้อีก”

“ใช่แล้วปอนด์ ปอนด์เล่นกีตาร์เพื่อที่จะได้เอาไปเล่นตอนร้องเพลงไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ยังร้องไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป พี่เอาใจช่วยนะ” คิสยิ้มให้เป็ด

ผมเอามือประสานกันบนโต๊ะจ้องหน้าน่ารักๆ ของเป็ดเอาไว้

เรื่องแย่ๆ พวกนั้นมันทำให้เราร้องไห้ ทำให้เราเสียใจแค่ไหน แต่เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะหัวเราะไปกับมันนะ เหมือนกับที่พี่เล่าไปยิ้มไปให้เป็ดฟังแบบนี้ไง”

“ครับ… เป็ดจะพยายามให้มากขึ้นครับ ขอบคุณมากครับพี่เฟิร์ส พี่คิส เป็ดขอบคุณจริงๆ”

เป็ดยกมือไหว้ผม ตัวก็สั่นอีกครั้งเพราะร้องไห้ออกมาอีก

“โถ่ เด็กขี้แยเอ้ย!”



เนื่องจากคิสเอารถมันมา ผมก็เลยไม่ต้องไปส่งมัน ผมจึงขับรถไปส่งเป็ดที่บ้านคนเดียว ในระหว่างทางเป็ดก็เริ่มบทสนทนาขึ้นมา

“พี่เฟิร์สครับ เป็ดถามอะไรอย่างนึงได้มั้ยครับ”

“อื้ม ได้สิ”

“แฟนเก่าของพี่ชื่ออะไรเหรอครับ”

ผมนิ่งไปเพราะคาดไม่ถึงว่าเป็ดจะอยากถามเรื่องนี้

“อะ… เอ่อ ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมไม่อยากรู้แล้วก็ได้”

ทำไมเป็ดถึงอยากรู้เรื่องนี้?

“ชื่อเจน เด็กกว่าพี่ตั้ง 4 ปีแหน่ะ ฮ่าๆ” ผมหัวเราะเพื่อให้เป็ดรู้สึกไม่เกร็งที่จะถาม

“เป็ดขอถามอีกอย่างนึงได้มั้ยครับ”

“ได้สิ อยากรู้อะไรล่ะ”

“เป็นไปได้มั้ยครับว่า เพื่อนเก่าของพี่เฟิร์สชื่อกายเหมือนกัน”

ทำไมเป็ดถึงรู้ล่ะ?!

“ชะ… ใช่ ชื่อกายเหมือนกัน ตายห่าไปแล้วมั้งป่านนี้ เลิกคบมันไปนานแล้ว ฮะๆ” ผมหัวเราะคราวนี้เพื่อกลบเกลื่อนความตกใจของตัวเอง


เป็ดไม่ถามอะไรผมต่อ จนกระทั่งผมขับรถมาส่งถึงหน้าบ้าน เป็ดปลดเข็มขัดออก แต่ยังไม่ยอมลงจากรถผม

“ถึงแล้วไม่ลงเหรอครับ” ผมหันไปถามน้อง

เป็ดหันมาถามผมด้วยสีหน้าที่ผมอ่านไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่

“พี่เฟิร์ส… เป็นไปได้มั้ยว่า พี่กาย แฟนเก่าของผมกับเพื่อนของพี่จะเป็นคนเดียวกัน”

กึก...

“ไม่หรอกมั้ง มันชื่อกายก็จริง คงแค่บังเอิญชื่อเหมือนกันมากกว่า”

เป็ดเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดต่อ

“ในวันที่ผมจบม.6 หลังโดนบอกเลิก ผมเดินไปเปลี่ยนชุดที่ห้องน้ำด้านหลังโรงเรียน ด้านหลังห้องน้ำเป็นลานจอดรถ ตอนนั้นผมเจอผู้ชายคนนึงกำลังยืนพิงกับรถร้องไห้อยู่ ผมก็เลยเดินเข้าไปพูดปลอบเขาสั้นๆ ก่อนจากไป”

อะ… อย่าบอกนะว่า


“เด็กคนนั้นที่พี่เฟิร์สเล่าคือเป็ดเอง”


เจิมไว้เช่นเคยครับ วันนี้มาขยายความในตอนที่แล้วนิดนึงก็แล้วกัน คือว่าพี่คิสกับพี่เฟิร์สเป็นเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่เด็กแต่ไม่ได้เรียนด้วยกันในช่วงมหา'ลัย คิสก็เลยไม่รู้จักกาย แถมดันเข้าใจว่าเป็นพี่ชายของน้องเป็ดอีก (ชิวูพลาดไปทีนึง พิมพ์ไปซะเหมือนคิสรู้จักกาย แต่แก้ไปแล้วครับ) เฮียพัดที่เป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นรุ่นพี่ของคิสอีกทีนึงครับ อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้กับ UNLUCKY7 เป็น Universe เดียวกันครับ ก็เลยอาจจะมีตัวละครจากเรื่องนั้นมาแจมๆ บ้าง แต่ไม่เยอะหรอก แซมๆ นิดหน่อย (พีชชึ : ชิวูมันดองผม ผมก็เลยต้องมาเผือกที่นี่ไง)

กลับมาตอนต่อไปต่อ ช่วงนี้พระเอกของเราค่าตัวแพง แต่ตอนต่อไปคงได้รู้เรื่องของพี่เฟิร์สกันมากขึ้นนะครับ

ปล. เมื่อไรเป็ดมันจะกล้าร้องเพลงเนี่ย 55555555


ชิวู 04/07/17


อัปแล้วจ้าาาาาา รอกันนานมากจริงๆ ฮืออออออ ชิวูขอโทษจริงๆ มีทั้งเรื่องปลอกหุ้มเอ็นนิ้วโป้งอักเสบจนแตะไม่ได้ ทั้งไปต่อเรื่องอื่น แถมหน้าด้านเปิดใหม่อีก 555 แต่อย่างไรก็ดี เรื่องนี้เป็นเรื่องหลักที่เขียนนะครับตอนนี้ จะมาให้ไวขึ้นนะครับ คราวนี้ให้พี่เฟิร์สเป็นฝ่ายเล่าบ้าง ส่วนคราวหน้ากลับมาเจอกับน้องเป็ดกันต่อนะครับ

ปล. เรื่องที่เขียนอยู่อีกเรื่องคือ UNLUCKY7 กับอีกเรื่องที่เปิดไว้แต่ตั้งใจจะเขียนต่อตอนเรื่องนี้จบ Dream Lover รักจากฝัน จิ้มรูปตามไปอ่านกันนนนน ฝากด้วย 555


     


ส่วนเพลงที่แทรกมาในตอนนี้ชื่อ Up! ครับ


ชิวู 12/07/17





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #474 AmyOh (@AmyOh) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 23:44

    ชอบบบบ สนุกอ่ะ
    #474
    1
    • #474-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 14)
      25 กรกฎาคม 2562 / 00:45
      ชอบคุณที่แวะมาอ่านครับ ^^
      #474-1
  2. #452 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 14:32
    ว่าแล้ววว ผู้ชานคนนั้นต้องเป็นพี่เฟีร์ส5555
    #452
    0
  3. #312 Rrattikan07 (@R_T_K_07) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 21:05
    โลกช่างกลมแต่เราชอบบบ555
    #312
    0
  4. #174 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 08:33
    โหหหหก โลกโคตรกลม พี่เฟิร์สก็โดนบอกเลิกเพราะคู่นรกนั่น เจ็บไม่ต่างกันเลย เหมือนคนรักและเพื่อนรักหักหลัง

    เลวได้ใจ หากินกันไม่ไกลจริงๆ
    #174
    0
  5. #114 Beer Sakunrat (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 11:49
    โลกกลม พรหมลิขิตตตตตต
    #114
    1
  6. #110 No! Sparrow (@1896reborn2) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 20:58
    โคตรโลกกลม
    #110
    1
  7. #109 Masmas2609 (@Masmas2609) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 19:51
    รอต่อไป...ม่านิดม่าหน่อยไม่เป็นไร
    #109
    1
  8. #108 Tanee Lov (@baitong_55) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 19:35
    บังเอิญจุง
    #108
    1
  9. #107 shirayuuki (@shirayuuki) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 19:27
    ค้างมากแต่ก้อรอเด้อ
    #107
    1
  10. #106 คนผ่านมา (@ras21) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 09:56
    ดองนานจัง เจ็บนิ้วไปหา-ังคะ
    #106
    1
    • #106-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 14)
      11 กรกฎาคม 2560 / 22:10
      ปลอกหุ้มเอ็นอักเสบครับ ไปหาหมอมาแล้ว ตอนนี้ก็ค่อยๆ พิมพ์อยู่ ใจเย็นๆ นะ
      #106-1
  11. #105 คนผ่านมา (@ras21) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 21:32
    รอๆๆๆๆๆ
    #105
    1
    • #105-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 14)
      6 กรกฎาคม 2560 / 21:57
      รอก่อนน้า เจ็บข้อนิ้วอีก T^T
      #105-1
  12. #97 nidana (@nidana) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 22:02
    อ่ะเจิมมมม
    #97
    1
    • #97-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 14)
      4 กรกฎาคม 2560 / 22:08
      อนุโมทนาสาธุ กด99ด้วยล่ะ
      #97-1
  13. #96 TagLaser (@dasszoss69) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 21:55
    จิ้มๆ เจิมๆ
    #96
    1
    • #96-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 14)
      4 กรกฎาคม 2560 / 22:08
      จิ้มแรงเลาเจ็บนะตะเอง
      #96-1
  14. #95 Manzanas (@apple28012542) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 21:47
    รอค่าาาาาาาาาาา
    #95
    1
    • #95-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 14)
      4 กรกฎาคม 2560 / 22:07
      รอวนปายยยยย
      #95-1