[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 17 : Still the One EP16 || Any Man Of Mine [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    20 ส.ค. 60

Still the One EP16

นับตั้งแต่ช่วงที่เกิดเรื่องขึ้น นี่ก็ผ่านไปแล้วเดือนเศษ ระหว่างผมกับพี่เฟิร์ส แม้ผมจะรู้แล้วว่าพี่เฟิร์สคิดอย่างไรกับผม และผมเองก็ค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าตัวเองนั้นเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้เขา แต่เพราะพี่เฟิร์สพูดไว้แบบนั้น ผมจึงยังไม่คิดถึงเรื่องสารภาพรักเขาไป ดังนั้นช่วงที่ผ่านมาผมจึงหัดเล่นเพลงหลายต่อหลายเพลง โดยในวันหยุดก็พี่คิสก็มาช่วยสอนบ้างในตอนที่เขาว่าง

นอกจากนี้ผมยังมีพัฒนาการมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะในตอนนี้ผมเริ่มร้องเพลงคลอระหว่างที่เล่นกีตาร์ไปด้วยได้บ้างแล้ว แต่ต้องไม่ใช้ไมโครโฟนนะ แล้วก็ต้องมีคนร้องด้วยกันด้วย อย่างในตอนนี้ที่ผมเพิ่งร้องเพลง Take me to your heart จบลงไปกับพี่คิส

“It’s easy… Take me to your heart”

ทันทีที่ร้องจบพี่คิสก็ปรบมือให้ผมเบาๆ สองสามที เขายิ้มให้แล้วก็เอ่ยปากชม

“จริงๆ แล้วเสียงก็ไม่ได้เสียเยอะมากนะปอนด์ ร้องเพราะเหมือนเดิมเลย”

ผมรู้ว่าเขากำลังปลอบผม เพราะตอนที่ร้องเสียงผมทั้งสั่นทั้งแห้ง ไม่ทรงพลังเลยสักนิด แถมพี่คิสยังร้องกลบผมซะมิด แกล้งพูดให้ผมดีใจแน่ๆ

“พี่คิสไม่ต้องแกล้งชมปอนด์หรอกครับ ปอนด์รู้ดีว่ามันเพี้ยน”

“หวา… ไม่ได้แกล้งชมนะ” เขาโบกไม้โบกมือปฏิเสธ

ผมยู่หน้าลงเล็กน้อย พี่คิสก็เลยเอามือมาปัดหน้าม้าผมขึ้นแล้วใช้นิ้วมืออีกข้างมาจิ้มตรงกลางระหว่างคิ้วผม

“คิดมากน่า บอกว่าดีก็ดีสิ ไม่เชื่อก็ถามปุณณ์สิ”

บุคคลที่สามที่นอนอยู่บนโซฟาตัวยาวพอได้ยินชื่อตัวเองถูกพาดพิงก็ตอบกลับมา

“พี่ปอนด์หัดร้องก็ดีแล้วน่า อย่าคิดมาก ร้องๆ ไปเหอะ เดี๋ยวก็ดีขึ้น”

พูดแบบนี้แปลว่าร้องห่วยสินะ ไอ้น้องเวร แทนที่จะเข้าข้างพี่


พี่คิสเห็นผมยังคิดมากอยู่ เขาก็เลยขยี้หัวผมปลอบก่อนจะลุกเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นบ้านผมมาดื่ม ในขณะนั้นเองปุณณ์ก็พูดขึ้นมา

“พี่คบกับไอ้พี่กายมันยังไงนะ ปุณณ์ลืมแล้ว”

ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อนี้มันทำให้ผมรู้สึกแย่ทุกที

“เจอครั้งแรกตอนงานแนะแนวแล้วก็คบกันตอนพี่ไปเล่นที่ร้านเก่า” ผมเล่าไปสั้นๆ

“พี่รู้รึเปล่าว่าไอ้พี่กายมันชอบอะไรในตัวพี่” ปุณณ์ถาม ส่วนพี่คิสเดินกลับมานั่งข้างๆ ผม เขามองผมรอเอาคำตอบเช่นกัน

อืม… เอาตรงๆ ผมเองก็ไม่เคยถามพี่กายเลยว่า พี่เขาชอบผมตรงไหนกัน หน้าตาผมก็ไม่ได้ดีมากสักเท่าไร แถมยังตัวเล็กอีกต่างหาก

แต่จะว่าไปแล้ว เวลาที่เรามีอะไรกัน…

‘ปอนด์… ครางดังๆ เลยครับ พี่ชอบเสียงหวานๆ ของปอนด์นะ’

คิดได้ดังนั้นผมจึงตอบปุณณ์ไป

“เสียงล่ะมั้ง”

“พี่คิส พี่ว่าพี่ปอนด์จะร้องได้ใกล้เคียงกับเมื่อก่อนมั้ย” ปุณณ์หันไปถามพี่คิส

“อืม… เอาตามตรง มันก็แหบแห้งไปเยอะ แต่ถ้าหัดเรื่อยๆ ก็อาจจะได้สัก 70 เปอร์เซ็นต์จากของเดิมล่ะมั้ง”

“70 เปอร์เซ็นต์เลยเหรอครับพี่คิส”

สำหรับผม ผมถือว่ามันเยอะมาก แต่ลึกๆ แล้วก็ยังเสียใจที่มันไม่กลับมาเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์…

“ก็แค่ประเมินคร่าวๆ อะนะ อาจจะมากกว่านี้ก็ได้” พี่คิสยิ้มให้ผม ก่อนเขาจะขอให้ผมร้องเพลงอีกครั้ง

“ลองร้องเพลงสักเพลง เพลงอะไรก็ได้ เดี๋ยวพี่จะลองฟังแล้ววิเคราะห์ดู” ได้ยินพี่คิสพูดดังนั้น ผมก็สงสัยขึ้นมา

“พี่ทำอย่างนั้นได้ด้วยเหรอครับ”

“สมัยมัธยมเคยเรียนร้องเพลงน่ะ ก็จำได้บ้างแหละ ถึงมาร้องมาเล่นได้ทุกวันนี้ไง”

ไม่เคยร้องคนเดียวเลยนับตั้งแต่หัดเล่นกีตาร์อีกครั้ง ผมจึงประหม่าเอามากๆ

“สู้ๆ พี่ พี่ปอนด์ของผมเก่งอยู่แล้ว” ปุณณ์ให้กำลังใจผม

ผมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ก่อนจะตั้งสติแล้วร้องเพลงเดียวกับที่ร้องไปก่อนหน้าออกไปท่อนหนึ่ง พอร้องจบเขาก็นิ่งงันไปครู่หนึ่ง

“ฟังดูแล้วเหมือนแตะคีย์ไม่ถึง น่าจะร้องคีย์ต่ำกว่านี้หน่อย แล้วก็เหมือนยังมีปัญหาการออกเสียงอยู่บ้าง”

“พี่คิส ถ้าพี่ว่างก็ช่วยสอนพี่ผมหน่อยสิ ผมไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรพวกนี้หรอก” ปุณณ์พูดกับพี่คิสก่อนจะร้องเสียงดังเพราะนึกอะไรออก “อ๊ะ จริงสิ พี่ปอนด์เคยไปทำกายภาพบำบัดมานี่”

ผมเคยไปทำมาก็จริงนะ แต่มันก็นานแล้ว ประมาณว่าพอพูดได้โอเคแล้วก็ไม่ได้ฝึกต่อเลย

“นานแล้วปุณณ์ พี่ลืมหมดแล้วละ”

“นี่ก็ใกล้จะปิดเทอมแล้วใช่มั้ย” พี่คิสถามเราสองคน

เหลือเวลาอีกประมาณสองสัปดาห์ถึงจะสอบไฟนอลเสร็จ ผมจึงพยักหน้าให้พี่คิส

“ถ้าอย่างนั้นปิดเทอมนี้เดี๋ยวให้ปอนด์ลองไปเล่นที่ร้านไอ้เฟิร์สดูอีกที”

ได้ยินดังนั้นผมก็ร้องลั่นออกมาด้วยความตกใจ

“ห๊ะ! ไม่ไหวหรอกพี่คิส ผมไม่ไหวหรอก ผมทำไม่ได้จริงๆ”

ปุณณ์ได้ยินก็ลุกจากโซฟามานั่งลงข้างๆ แล้วตบไหล่ผมปุๆ

“เสียงพี่ปอนด์น่ะ ไม่ว่ามันจะเป็นยังไง มันก็มีเสน่ห์อยู่เสมอ ใช้เสน่ห์เสียงของพี่สร้างความสุขสิครับ ทั้งพี่และคนฟัง ผมเอาใจช่วยนะ”

คำพูดของน้องชายเล่นเอาผมอึ้งงันไป เพราะไม่คิดว่าปุณณ์จะพูดแบบนี้กับผม

“ใช่แล้วปอนด์ เมื่อกี้พี่ก็ว่าจะพูดเรื่องนี้แหละ เมื่อก่อนเสียงปอนด์ใสหวานมากจนทำให้ไอ้คนที่ชื่อกายอะไรตกหลุมรักใช่มั้ย ตอนนี้ในเมื่อมันเปลี่ยนไปแล้ว ก็ใช้สิ่งที่มีอยู่ทำให้ไอ้เฟิร์สมันตกหลุมรักเราบ้างสิ” พี่คิสว่าบ้าง

“พี่คิสอะ! พูดบ้าอะไรเนี่ย!” ผมผลักไหล่พี่คิส

เจ้าตัวหัวเราะร่วนก่อนจะว่าต่อออกมาอีก

“เอาเป็นว่าตามนั้นก็แล้วกัน ไปลองร้องสดๆ ไม่ใช้ไมค์เล่นคืนละเพลงขำๆ กับพี่ พอชินคนเมื่อไรก็เดี๋ยวให้ลองร้องคนเดียวดู”

“แต่ว่า...”

“เอาอย่างนี้ เดี๋ยวปิดเทอมนี้ ถ้าวันไหนผมไม่ได้ทำเซเว่น ผมจะไปที่ร้านพี่เฟิร์ส ไปดูพี่ปอนด์ร้องทุกวันเลย” ปุณณ์ว่าแล้วยิ้มให้ผม “ผมอยากเห็นพี่ชายของผมร้องเพลงบนเวทีดูสักครั้งนึงน่ะ”

ในเมื่อทุกคนคอยช่วยเหลือ คอยสนับสนุนผมอย่างนี้แล้ว ผมจะปฏิเสธได้อย่างไร

“ตกลง พี่จะร้อง”



ยิ่งใกล้ไฟนอล รายงานยิ่งเยอะ ผม น้องชายและเพื่อนทั้งสองจึงมานั่งทำงานกันที่ใต้ถุนตึกในคณะ แล้วก็บังเอิญเจอกับพี่ฟรานและเพื่อนของเขาที่นั่งทำงานอยู่ก่อนหน้านี้

“พี่ฟรานหวัดดีครับ”

ปุณณ์เอ่ยทักก่อนจะนั่งลงข้างๆ เขา แต่ทว่าพี่ฟรานกลับสะดุ้งตัวโหยง แถมยังทำท่าเก้ๆ กังๆ มือไม้ไม่รู้จะเอาไว้ไหน ก่อนยกมือรับไหว้แบบลวกๆ

“อะ… เออ หวัดดีๆ แหะๆ”

เกิดอะไรขึ้นกับสองคนนี้วะ ทำไมพี่ฟรานดูตื่นๆ กับไอ้ปุณณ์

“มาทำงานกันเหรอครับ” ปุณณ์ถามต่อ

“ชะ… ใช่ๆ ทำงานๆ”

“เป็นอะไรของมึงเนี่ยฟราน มึงกลัวน้องรึยังไง” พี่หมูถาม

“เปล่าๆ คะ… คือ เอ้อ ช่างเถอะๆ ไม่มีอะไรหรอก” พี่ฟรานเหมือนจะพูดอะไร แต่เขาก็ไม่พูดซะอย่างนั้น แถมผมยังเห็นด้วยว่าตอนนี้ พี่ฟรานหน้าแดงก่ำ...

คล้ายกับคนกำลังเขินอยู่เลย

จริงๆ นับตั้งแต่วันที่ผมเจอกับพี่กาย หลังจากนั้น ทุกครั้งที่พี่ฟรานเจอหน้าไอ้ปุณณ์ เขาก็มักออกอาการแบบนี้อยู่ทุกครั้ง พอผมถามปุณณ์ มันก็บ่ายเบี่ยงที่จะตอบ มันตอบเพียงว่า ‘ไม่รู้เหมือนกัน’ แต่ผมก็ไม่อยากเซ้าซี้ถามมากก็เลยไม่ได้เค้นจนได้คำตอบจริงๆ

“ไอ้หมู ไอ้อาร์ม กะ… กูว่าไปทำที่อื่นกันเถอะ”

พอพี่ฟรานจะลุก ปุณณ์ก็คว้าแขนเขาเอาไว้ แล้วดึงเขาให้นั่งลงเหมือนเดิม

“จะไปไหนล่ะพี่ อยู่ด้วยกันนี่แหละ เผื่อพี่ช่วยดูรายงานพวกผมได้”

“นั่นสิมึง กูขี้เกียจจะลุกแล้ว” พี่อาร์มเห็นดีเห็นงามกับปุณณ์ด้วยอีกคน

พี่ฟรานไม่รู้จะทำอย่างไรก็ยอมนั่งลงที่เดิมแต่โดยดี จากนั้นปุณณ์ก็กระซิบกระซาบอะไรกับพี่ฟรานไม่รู้ พี่ฟรานก็เลยนั่งนิ่งได้

ออมกับดรีมเองก็งงไม่ต่างจากผม พวกมันจึงหันมากระซิบถามผม

“สองคนนั้นมีอะไรกันรึเปล่าวะเป็ด หรือว่ามันจะเป็นไปอย่างที่กูว่าจริงๆ วะ” ดรีมว่า

“อะไรเหรอ”

“ก็พี่ฟรานชอบมันไง น้องมึงอะเป็ด” ออมเฉลยให้ผมฟัง

“กูไม่รู้หรอก แต่ดูจากอาการแล้วกูก็ว่าใช่”

ปุณณ์หันมาเห็นพวกผมสามคนสุมหัวคุยกันก็เลยโพล่งออกมา

“นี่ๆ นินทาอะไรกู”

“ปะ เปล่าๆ เฮ้ย เป็ด ทำงานกันดีกว่า เดี๋ยวจะไม่เสร็จเอา” ไอ้ออมเปลี่ยนเรื่องหนีปุณณ์ซะดื้อๆ

ปุณณ์เองก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ เราสี่คนจึงเริ่มทำรายงานกัน ส่วนพวกพี่ฟรานก็หันไปทำในส่วนของพวกเขา แต่ทุกครั้งที่มีอะไรไม่เข้าใจแล้วปุณณ์หันไปถามพี่ฟราน ก็ได้เห็นพี่ฟรานสะดุ้งทุกครั้งไป แต่เขาก็ช่วยนะ เพียงแต่จะเขาไม่ยอมคุยกับปุณณ์ตรงๆ แต่จะลุกมาคุยกับพวกผมสามคนแทน

จะว่าตลกมันก็ตลก เพราะถ้าบอกว่าระหว่างสองคนนี้ไม่มีความลับอะไรที่บอกพวกผมไม่ได้ ให้ตายผมก็ไม่เชื่อ


ตกเย็นรายงานก็คืบหน้าไปมาก เพราะได้พี่ๆ ทั้งสามคนช่วยด้วยส่วนหนึ่ง ผมกับพี่ฟรานรอพี่เฟิร์สมารับไปร้านเพราะวันนี้เขามาส่งพี่ฟราน พี่ฟรานจึงไม่มีรถ ปุณณ์ก็เปลี่ยนชุดไปทำงานแล้วเช่นกัน พี่ๆ กับเพื่อนที่เหลือก็แยกย้ายไปกันหมดแล้ว


เมื่อพี่เฟิร์สมาถึงก็เกือบห้าโมงครึ่ง แถมวันนี้การจราจรยังแย่เอามากๆ ขนาดแค่เพิ่งออกจากตัวมหา’ลัยรถยังติดหนักชนิดที่ว่าเดินเอายังเร็วกว่า ติดหนักจนพี่เฟิร์สต้องโทรไปบอกลูกน้องในร้านให้เปิดร้านและดูแลร้านไปก่อนเขาไปถึง

“ฮ้าว… นี่เป็ด ถามไรหน่อยสิ” จู่ๆ พี่ฟรานที่นั่งข้างหน้าก็พูดกับผมผ่านกระจกมองหลัง

“ครับ ว่ามาเลยครับพี่”

“คะ… คือ สเป็กผู้ชายของเป็ดเป็นยังไงเหรอ”

“หะ...ห๊ะ?”

ไม่เพียงแค่ผมจะตกใจแล้ว แต่คนขับรถอย่างพี่เฟิร์สเองก็ตกใจจนเผลอเหยียบเบรกรถเสียงดังเอี๊ยด แม้ว่ารถจะขยับไปได้แค่นิดเดียว

“ถามอะไรของมึงเนี่ยไอ้ฟราน ตกใจหมดเลยแม่ง”

“เหอะน่าพี่ ผมอยากรู้ พี่เองก็อยากรู้เหมือนกันแหละ คิกๆ”

ผมลอบมองพี่เฟิร์สผ่านกระจกมองหลัง เห็นเขาหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยด้วยละ

“ว่าไงเป็ด บอกหน่อยได้มั้ย” พี่ฟรานถามย้ำ

แน่นอนว่าผมไม่อยากได้คนแบบพี่กายอีกแล้ว แต่ผมอยากได้คนแบบไหนมาเป็นแฟนกันนะ

“อืม… คนที่จะมาเป็นคนของผม เขาจะต้องภูมิใจในตัวผม ไม่ว่าผมจะหน้าตาดีหรือน่าเกลียดก็ตาม เสียงก็เหมือนกัน เขาต้องรับกับเสียงในตอนนี้ของผมให้ได้”

“เหรอ แล้วมีอะไรอีก” พี่ฟรานว่าแล้วหันไปมองพี่ชายตนเอง

“ถ้ามีเดตกันแล้วผมไปสาย เขาต้องไม่โกรธผม แต่เขาควรจะไปให้ทันเวลานะ”

จู่ๆ พี่เฟิร์สก็ว่าขึ้นมา

“ไม่มีปัญหา… เอ้ย ช่ายมันเถอะๆ มีอะไรอีกล่ะ”

“คนๆ นั้นของเป็ดยังต้องเป็นคนที่ไม่นอกลู่นอกทาง เป็นคนที่ทำให้ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันมีแต่ความรู้สึกดีๆ”

“ทำได้รึเปล่าๆ” พี่ฟรานเย้าแหย่พี่ชายตัวเองไปแล้วขำ

“ก็ทำอยู่นี่ไงเล่า!”

รู้แล้วละ พี่ฟรานถามผมเพื่อแกล้งพี่เฟิร์สนี่เอง คงจะรู้อยู่แล้วสินะว่าพี่เฟิร์สชอบผม

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วขอร่วมวงแกล้งพี่เขาด้วยเลยก็แล้วกัน

“เป็ดอยากได้คนที่เข้าใจเป็ด เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น”

“ก็เล่าไปแล้วนี่… เป็ดก็เล่าให้พี่ฟังแล้วเหมือนกัน” เขาบ่นอุบ

“คนๆ นั้นของเป็ดนะ จะต้องเป็นคนที่ทำให้เป็ดใจเต้นทุกครั้งที่เจอ”

พี่เฟิร์สนั่นแหละ

“หล่อ ดูดี”

ก็พี่เฟิร์สอีก

“ดูแลรักษาใจเป็ดได้”

ผมยังไม่กล้าคอนเฟิร์มแต่จากวันที่รู้จักกันจนถึงวันนี้… ใช่ พี่เฟิร์สอีกนั่นแหละ

“เห็นแล้วใจเต้นรัวจนเผลอลืมหายใจ… สั่นแรงเหมือนแผ่นดินไหว...”

ยอมรับว่าพูดเวอร์ไปหน่อย แต่พี่เฟิร์สในตอนนี้เป็นคนเดียวที่ทำให้ผมสั่นไหวได้

“นั่นแหละสเป็กของเป็ด”

“แย่ละสิพี่เฟิร์ส พี่ทำได้หมดนั่นรึเปล่าเนี่ย” พี่ฟรานว่าก่อนจะหลุดขำพรืดออกมา เขาขยิบตาให้ผมผ่านกระจกหลังมาเป็นสัญลักษณ์แถมยังชูนิ้วโป้งให้ผมอีกต่างหาก

คนตัวโตที่โดนแกล้งให้เขิน พอโดนถามย้ำก็เขินหนักยิ่งขึ้นไปอีก

“ไม่รู้เว้ย! ไม่แน่ใจ”

ผมแกล้งทำหน้าจ๋อยแสดงความผิดหวังออกมา พี่เฟิร์สมองเห็นเขาก็รีบพูดขึ้นมา

“ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าทำได้หมดรึเปล่า แต่พี่จะพยายามเป็นคนๆ นั้นที่เป็ดชอบให้ได้นะ อีกอย่างนึง พี่บอกเป็ดไว้ว่าพี่จะรอจนกว่าเป็ดจะลืมไอ้กายได้”

รถเคลื่อน พี่เฟิร์สเลยหยุดพูด พอหยุด เขาจึงพูดต่อ

“รีบๆ ลืมสิ พี่จะได้เป็นคนๆ นั้นของเป็ดยังไงล่ะครับ”

กลายเป็นผมเองบ้างที่เป็นฝ่ายเขินจากคำพูดของพี่เฟิร์ส

ใครสอนให้พี่เฟิร์สพูดแบบนี้เนี่ย!



กว่าจะไปถึงร้านได้เล่นเอาเกือบสามทุ่ม สาเหตุที่รถติดหนักขนาดนั้นก็เพราะมีอุบัติเหตุเป็นรถเทรลเลอร์พลิกคว่ำขวางถนนทุกเลน แถมยังบรรทุกสารเคมีมาด้วย การดำเนินการของเจ้าหน้าที่จึงเป็นไปด้วยความล่าช้าเพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้คนด้วย

เมื่อถึงออฟฟิศ เราต่างก็เมื่อยล้า พี่ฟรานมาถึงก็จองโซฟานอนหลับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พี่เฟิร์สเองก็เข้าใจผมดีจึงไม่ยอมให้ผมไปทำงานเสิร์ฟ แต่ให้ช่วยเขาพิมพ์เอกสารเล็กๆ น้อยๆ แทน ส่วนตัวเองก็ไปตรวจตราความเรียบร้อยของร้าน เพราะเข้าช้า

พอผมพิมพ์เอกสารให้เขาเสร็จ ผมก็เบื่อเลยจะเปิดเพลงฟัง ผมเซฟงานแล้วปิดโปรแกรมเวิร์ดที่ใช้พิมพ์งานไปก็เห็นโฟลเดอร์ที่เกี่ยวกับร้านมากมายบนหน้าจอเดสก์ท็อป

จู่ๆ ผมก็นึกคึกอยากลองหารูปสมัยพี่เฟิร์สเรียนในคอมของเขาดู ก็เลยถือวิสาสะเข้าไปในโฟลเดอร์รูปของเขา ผมเห็นรูปในอดีตทั้งพี่เฟิร์สและพี่ฟราน ตั้งแต่ยังตัวแดงๆ ยันเรียนมหา’ลัย พี่เฟิร์สฉายแววหล่อตั้งแต่เด็กเลยครับ ขนาดผมเกรียนๆ ยังหล่อเลย ส่วนพี่ฟรานก็หล่อ แต่จะดูน่ารักมากกว่าพี่เฟิร์สอยู่มาก มีรูปหนึ่งเป็นรูปที่พี่เฟิร์สสมัยเรียนมหา’ลัยถ่ายคู่กับพี่ฟรานสมัยมัธยมปลาย พอยืนเทียบกันก็เห็นได้ชัดเจนเลยว่าพี่ฟรานตัวผอมบางกว่ามาก

ผมดูรูปไปอมยิ้มไปอย่างไม่รู้ตัวจนกระทั่งเลื่อนไปเจอโฟลเดอร์หนึ่งที่ทำให้ผมหน้ามุ่ยลง


‘w/ Jane’


จริงสิ พี่เฟิร์สคือแฟนเก่าของเจนนี่ จะมีรูปด้วยกันก็ไม่แปลก

ผมลังเลอยู่นานว่าจะกดเข้าไปดูดีหรือเปล่า แต่ยังไม่ทันจะได้ตัดสินใจอะไร เสียงก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของผม

“เป็ดอยากดูก็กดเข้าไปดูสิ”

“เฮ้ย! ปะ… เป็ดขอโทษครับพี่เฟิร์สที่แอบดู”

ผมตกใจที่จู่ๆ พี่เฟิร์สก็โผล่มาทางด้านหลัง พอตั้งสติได้ก็รีบยกมือไหว้ขอโทษเขา

“ไม่เป็นไรหรอก พี่ไม่มีความลับอะไรกับเป็ดหรอก เป็ดกดเข้าไปดูสิ”

เขายังคงยืนยันให้ผมกดดูให้ได้ ผมจึงกดเข้าไปดูก็พบกับความว่างเปล่า

ว่างเปล่าจริงๆ ภายในโฟลเดอร์นี้ไม่มีรูปอะไรแม้แต่รูปเดียว

“ไม่มีหรอกเป็ด พี่ลบเขาออกจากใจไปตั้งนานแล้ว ใจของพี่ตอนนี้มีแค่เป็ดคนเดียวนะครับ”

ฟอด!

พี่เฟิร์สใช้ช่วงที่ผมกำลังงงอยู่ฉกแก้มผมไปหอมหนึ่งที จากนั้นเขาก็คร่อมตัวผมแล้วใช้มือจับเมาส์กับคีย์บอร์ดแล้วสร้างโฟลเดอร์ขึ้นมาใหม่อันหนึ่ง


‘w/ Ped’


“สร้างรอไว้ใส่รูปเป็ดตอนเราคบกัน”


ไม่ผิดจริงๆ …

ไม่ผิดจากสเป็กที่บอกไปเมื่อตอนเย็น

เขาทำได้ทุกอย่างจริงๆ ผู้ชายที่ชื่อว่าเฟิร์สคนนี้





​"My duck's on fire!" - First


มาแล้วครับๆ อย่าเพิ่งด่าชิวู สำนึกผิดไม่ทัน 555 ในตอนนี้ได้เห็นด้านน่ารักๆ ของพี่เฟิร์สบ้าง ช่วงนี้ก็ชุ่มฉ่ำใจไปก่อนนะครับ ทั้งสองคู่เลย แถมเป็ดเองก็เริ่มร้องเพลงแล้วด้วย

เพลงในตอนชื่อ Any Man Of Mine ครับ ในตอนนี้ใช้เล่าเป็นฉากๆ เลย ไม่ได้มาแค่ชื่อ 555 เพลงนี้ชิวูชอบมากๆ เลยครับ

ตามที่คิดไว้เรื่องนี้ก็เดินเรื่องมาราวๆ 70% แล้วแหละ คาดว่าสัก 6-7 ตอนก็น่าจะจบแล้วครับ



ตอนนี้ชิวูทำงานกับสนพ.รักคุณแล้วด้วยหลังจากนี้ถ้าใครซื้อหนังสือของรักคุณก็อาจจะเจอชื่อชิวูในเครดิต ตัวจริงครับ อย่าคิดมาก 555 นิยายที่ดองแล้ว อาจจะดองเค็มปี๋ยิ่งกว่าเดิมอีก อันนี้กราบขออภัยจริงๆ แต่ยังไงก็จะมาให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ

อ้อ! เผื่อคนที่อ่านเรื่องนี้ยังไม่ทราบกันว่า 'Man On the Moon ชายบนดวงจันทร์' หรือพี่เดือน (คนกาม) ที่เรารู้จักกัน กำลังจะได้ตีพิมพ์ในเร็วๆ นี้ด้วยนะครับ ออกกับรักคุณนี่แหละ 555 ประมาณปลายปีนี้ครับ ส่วนน้องเป็ดจะได้ออกมั้ย อันนี้ก็ต้องรอดูก่อนว่าคนรักน้องเป็ดเยอะมั้ย ถ้าเยอะก็จะส่งดูครับ :)

ชิวู 19/08/17



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #137 com23476 (@com23476) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 16:18
    อ้ากๆๆๆๆๆๆๆ เขินนนนนนนฟุดๆเลย ~♥~L(*OεV*)E(●´з`)♡(๑・ω-)~♥”(´∀`)♡(´ε` )♡(づ ̄ ³ ̄)づ(。’▽’。)♡♡(∩o∩)♡
    #137
    0
  2. #134 PATPAT69 (@s-1-a-8-i-7) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 20:35
    ฮือออ น่ารัก
    #134
    1
    • #134-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 17)
      19 สิงหาคม 2560 / 21:20
      ผมใช่มั้ย - ฟราน
      #134-1
  3. #133 Beer Sakunrat (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 15:10
    ถามสเปกเป็ด แล้วสเปกพี่ฟรานล่ะเป็นแบบไหนหรอ เด็กกว่าป่ะ คึคึ
    #133
    1
    • #133-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 17)
      19 สิงหาคม 2560 / 16:35
      *เขิน - ฟราน
      #133-1
  4. #132 tan~tan (@bootan2526) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 12:36
    น่ารักอ่ะ
    #132
    1
    • #132-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 17)
      19 สิงหาคม 2560 / 21:20
      ฟรานใช่มั้ยครับ - ฟราน
      #132-1
  5. #131 saiikun (@patiya) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 10:23
    เป็ดน่าจะถามพี่ฟรานกลับเนอะ
    ว่าพี่ฟรานสเปกยังไง
    #131
    1
    • #131-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 17)
      19 สิงหาคม 2560 / 21:20
      หึหึ - ฟราน
      #131-1
  6. #130 sweet lady (@fai_fancartoon) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 07:10
    เจิมจ้า
    #130
    0
  7. #129 Manzanas (@apple28012542) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 20:25
    เจิมมมมมมมมมมมค่าาาาาาาาาาาาา
    #129
    0
  8. #128 flowerhlaing (@flowerhlaing) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 08:24
    เจิมมมค้าาา
    #128
    0
  9. #127 TagLaser (@dasszoss69) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 23:24
    จิ้มครับ
    #127
    1
    • #127-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 17)
      10 สิงหาคม 2560 / 00:31
      เลาเจ็บนะตะเอง 555
      #127-1