[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 18 : Still the One EP17 || I'm Jealous [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,606
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    30 เม.ย. 61

Still the One EP17

[กาย]


ในชีวิตของคนเรา มันมักจะมีครั้งหนึ่งที่เราได้ทำบางสิ่งบางอย่างพลาดไป แม้ปรารถนาอยากได้สิ่งๆ นั้นคืน แต่เพราะผลของการกระทำในอดีต มันจึงทำให้สิ่งๆ นั้นกลับคืนมาเหมือนเดิมไม่ได้…

สิ่งๆ นั้น ที่ผมพูดถึง คือ ปอนด์ อดีตคนรักของผม


ผมรู้จักกับเขาตอนเขาเรียนอยู่ ม.4 โดยผมไปเป็นพี่แนะแนวให้ที่โรงเรียนนั้น ภาพแรกที่ผมเห็นเขาคือเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ทำหน้าอาลัยตายอยากเดินวนไปวนมา ผมจึงเข้าไปคุยกับเขา ในตอนแรกเขาดูตื่นๆ กับผม แต่ก็ยอมฟังผมแต่โดยดี

ผมแนะแนวจบ เขาก็จากไป ทิ้งผมให้โดนเพื่อนร่วมคณะแซวไม่หยุดว่า ผมเต๊าะเด็กบ้าง ผมคิดจะกินเด็กบ้าง แต่ผมไม่ได้แคร์หรอก เพราะผมก็แค่ทำหน้าที่ที่ได้รับหมายมาแค่นั้น หน้าที่ที่ต้องแนะแนวทางการเรียนต่อให้น้องๆ เขาก็เป็นแค่เด็กที่ยังไม่รู้เส้นทางชีวิตและผมช่วยเสนอทางเลือกให้เขาแค่นั้น


อาทิตย์ต่อมาผมไปสังสรรค์กับเพื่อนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัย อาหารที่ร้านนี้ถือว่ารสชาติธรรมดามากๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้รสชาติของมันดีขึ้นมาเป็นอย่างมากนั่นก็คือ เสียงขับร้องของคนบนเวทีกับเสียงกีตาร์โปร่งที่เล่นได้อย่างไพเราะ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อผมมองไปยังเวที ผมพบว่าคนที่นั่งไขว่ห้างดีดกีตาร์เล่นอยู่นั้นคือเด็กคนนั้น คนเดียวกันกับที่ผมเจอเมื่ออาทิตย์ก่อน

“อ้าว นั่นมันน้องที่กูไปแนะแนวให้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่หว่า บังเอิญฉิบหายเลยว่ะพวกมึง คนนี้เลยๆ”

ผมชี้ไปยังเวทีให้เพื่อนผมเห็นคนที่ผมพูดถึงด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าจะบังเอิญได้เจอกับเขาในที่แบบนี้

จากตอนแรกที่คิดว่าเขาก็เป็นแค่เด็กไร้อนาคตคนหนึ่ง แต่จากสิ่งที่เห็นอยู่ในตอนนี้ เขาดูเท่มาก ต่างจากเมื่ออาทิตย์ที่แล้วลิบลับ

เห็นแล้วใจเต้นตึกตัก…

ผมรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อที่จะได้เจอกับเขาอีก

จู่ๆ น้องเขาก็หยุดเล่นไปด้วยสาเหตุอะไรผมไม่ทราบ ในจังหวะที่เขาหยุดเล่นอยู่นั้น ผมหยิบทิชชูสีชมพูที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกับปากกาในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเขียนข้อความลงไปในกระดาษ

เขียนอะไรลงไปดีวะ?

‘พี่ชอบเรานะ’

ไม่รู้ว่าน้องเขาจะคิดอย่างไรกับผมตอนเขาเปิดมันอ่าน เขาคงคิดว่าผมเป็นคนประหลาด ไม่ก็พวกโรคจิตที่จู่ๆ ก็มาบอกชอบ

เอาเถอะ อย่างน้อยผมควรลองเสี่ยงดู

ผมเดินเอากระดาษนั่นไปให้น้องเขาแล้วกลับมากินเบียร์กับเพื่อนต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ในใจตอนนั้น ผมเขินเป็นอย่างมาก


พอกินกันเสร็จผมก็ส่งเพื่อนๆ กลับบ้านกันแต่ผมยังไม่กลับ เพราะคิดว่าผมควรจะอธิบายให้น้องเขาฟัง ผมรอจนเขาเลิกงาน เมื่อน้องเขาเดินผ่านผมไป ผมจึงตะโกนเรียกพร้อมกับรั้งแขนเขาไว้

“น้อง!”

“ผะ...ผมเหรอ”

เสียงหวานน่ารักดูตื่นๆ เพราะถูกคนแปลกหน้าอย่างผมเรียกไว้

“พี่รอน้องนั่นแหละ อ่านกระดาษของพี่แล้วใช่มั้ย”

เขาหลบตาผมก่อนตอบออกมาเสียงค่อย

“อะ...อ่านแล้วครับ”

ผมใช้มือช้อนใบหน้าของน้องเขาให้มองตรงมายังผมก่อนจะตรึงมันเอาไว้

“แล้วคำตอบล่ะ”

“ตะ...แต่ เราเพิ่งระ...รู้จักกันนะครับ ละ...แล้วพี่เป็นเกย์เหรอครับ”

เขาดูลนลานเป็นอย่างมาก ตัวก็สั่นๆ แถมหน้ายังแดงอีกต่างหาก ผมจึงรู้ว่าเขากำลังเขินผมอยู่

“ไม่รู้สิ แต่รู้ว่าพี่ชอบน้องก็แล้วกัน ถ้าน้องไม่รังเกียจพี่ ให้พี่ได้มีโอกาสทำความรู้จักกับน้องก่อนก็ได้นะ”

ผมยิ้มกว้างให้เขาแล้วพูดออกไป แต่ใจของผมเต้นรัวเป็นอย่างมากเพราะเป็นกังวลกับคำตอบของเขา กลัวที่ผมจะผิดหวัง

แต่ทว่าคำตอบของคนตัวเล็กตรงหน้าผมกลับทำให้ผมดีใจสุดขีด

“ตกลงครับ”

ผมสวมกอดเขาทันทีด้วยความดีใจ ก่อนจะเอ่ยปากขอคบเขาเป็นแฟนอีกครั้ง ซึ่งน้องก็ตกลง ไม่ได้ขัดข้องอะไร ครั้นผมจะไปส่งที่บ้าน แต่เขาก็ปฏิเสธเพราะว่าตัวเองเอารถมอเตอร์ไซค์มา ผมก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ

น้องจากไปแล้ว เหลือแต่ผมที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่หน้าร้านเพียงคนเดียว

พี่สัญญาว่าพี่จะดูแลเราเป็นอย่างดี...



ความรักของเราเป็นไปด้วยความราบรื่น ผมคอยเทียวไปเทียวมาส่งเขาและน้องชายของเขาไปทำงานตอนเลิกเรียน บางครั้งเขาก็จะมารอผมที่คณะ เรียกได้ว่าอายุที่ห่างกัน ไม่เป็นอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย

ราบรื่นกระทั่งเรื่องบนเตียง และนั่นคือสิ่งหนึ่งที่ผมค้นพบตอนมีอะไรกันกับปอนด์

จากเดิมที่ปอนด์เป็นคนที่เสียงดีอยู่แล้ว เวลาที่เราทำกัน เสียงของปอนด์ที่หวานใสอยู่แล้วนั้นกลายเป็นเสียงยั่วเย้าเร้าอารมณ์จนผมกลายเป็นคนที่เสพติดเสียงนั้นโดยไม่รู้ตัว

ผมชอบแกล้งเขาด้วยการทำแล้วหยุดค้างไว้ ให้เจ้าตัวอ้อนเพื่อที่จะไปถึงจุดหมาย พอถึงแล้วแต่บางทีมันก็อยากทำต่อ อ้อนเจ้าตัวหน่อยก็ยอมแต่โดยดี

นอกจากหน้าตาน่ารักๆ ของเขาแล้ว เสียงของปอนด์นี่แหละ ไม่มีใครเทียบเท่าแล้ว


แต่ทว่าเพราะตัวผมเองนั่นแหละที่ไม่รู้จักพอ

พอผ่านไปปีเศษนับตั้งแต่เราคบกัน ช่วงนั้นผมก็เริ่มยุ่งมากขึ้นจนไม่ค่อยมีเวลาเจอกับปอนด์เพราะต้องทำงานที่คณะจนมืดค่ำ และเพราะสาเหตุนี้เอง ผมจึงได้เจอกับเจน แฟนของเฟิร์สเพื่อนสนิทของผม

เฟิร์สคบกับเจน เด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับปอนด์ที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน ต่อมาผมรู้ว่าเธอคือเพื่อนสนิทของปอดน์ แต่ด้วยความที่ว่าเฟิร์สมันบ้างาน มันก็เลยไม่ค่อยมีเวลาให้เธอ ผมถึงกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของเธอ เธอมักจะบ่นถึงเรื่องที่เฟิร์สไม่ค่อยมีเวลาให้ ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเธอ หลายๆ ครั้งเธอร้องไห้ต่อหน้าผมจนผมรู้สึกสงสารเธอ

ยิ่งนานวันไป เจนกับผมก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น ในทางกลับกันผมก็คุยกับปอนด์น้อยลง เราเจอกันน้อยลงเรื่อยๆ แต่ยังคงความเป็นแฟนกันเอาไว้ จนกระทั่งเวลาผ่านไป ผมจึงมั่นใจแล้วว่าตัวเองไม่ได้รักปอนด์เหมือนที่เคยแล้ว

ผมบอกเลิกปอนด์ในงานวันจบการศึกษาของเขา…


“พี่ว่าเราหยุดเถอะปอนด์ พี่ไม่ได้รักปอนด์แล้ว”

สิ้นเสียงของผมร่างเล็กก็ร้องไห้ออกมาไม่สนใจสายตาเพื่อนร่วมชั้นที่อยู่แถวนั้นเลยสักนิด เขาร่ำไห้กอดขาผมเอาไว้อย่างไร้ศักดิ์ศรี ผมแกะตัวเอาออกจากขาผม

“ปอนด์อย่าทำแบบนี้ พี่ไม่ชอบ” ผมว่าเสียงเรียบ

“ทำไมล่ะครับพี่กาย ปอนด์ไม่ดีตรงไหน บอกปอนด์สิ ทำไมพี่กายถึงทำแบบนี้กับปอนด์ ฮือๆ ...”

“พี่ไม่ได้รักปอนด์เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว พี่มีคนใหม่ของพี่แล้วปอนด์” ผมว่าก่อนจะพาเจนที่ยืนแอบอยู่หลังเสาออกมา

“นี่เจนแฟนใหม่ของพี่”

ปอนด์อึ้งงันไปทันทีที่รู้ว่าเพื่อนสนิทของเขาเป็นแฟนใหม่ของผม

จากนั้นผมก็ได้เอ่ยคำที่โหดร้ายที่สุดสำหรับเขาออกไป

“ปอนด์ เราเลิกกันเถอะ”

ผมว่าแค่นั้นแล้วเดินจากเขาไปพร้อมกับเจน แฟนคนใหม่ของผม ทิ้งให้เขานั่งร้องไห้พร้อมกับพวกไทยมุงที่กำลังซ้ำเติมเขา

แม้จะรู้สึกสงสาร แต่เมื่อผมเลือกแล้ว ผมจึงไม่หันกลับไปมองเขาอีก



หลังจากนั้นเราก็ตัดขาดกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งปอนด์และเฟิร์สที่โดนเจนบอกเลิกคบก่อนที่ผมจะบอกเลิกกับปอนด์ ผมที่เรียนจบก็เข้าทำงานกับบริษัทของพ่อที่เป็นผู้มีอิทธิพลเป็นเจ้าของ ส่วนเจนก็ไปเรียนต่อที่มหา’ลัยเอกชน ไม่ใช่มหา’ลัยที่ผมเรียนจบมา

ชีวิตช่วงแรกหลังทำงานก็ราบรื่นดี ผมกับเจนรักกันมาก แต่บางสิ่งบางอย่างของเธอ ไม่เหมือนกับปอนด์ แม้เธอจะหน้าตาดีและค่อนข้างสูงสำหรับผู้หญิง แต่เธอกลับไม่มีสิ่งที่ปอนด์มี เจนไม่มีเสียงเสน่ห์เหมือนที่ปอนด์มี

ทว่าเสียงที่เจนมีคือเสียงคำนินทาลับหลังผม


วันหนึ่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อนผมไปรับเธอที่คณะหลังเลิกงาน ผมกะจะแกล้งเธอให้ตกใจด้วยการโผล่ไปทางด้านหลังแบบไม่รู้ตัว

“แหม แก ตกผู้ชายแต่ละคนดีๆ ทั้งนั้นเลยนะ”

“แน่สิ คราวก่อนก็พี่เฟิร์สคนนั้นทั้งหล่อ หุ่นดี แถมมาคราวนี้ยังได้ลูกชายเศรษฐีใหญ่อีกต่างหาก โอ๊ย ล้อหล่อด้วย”

เจนกำลังคุยกับเพื่อนของเธอกันสามคน นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจ แต่เพราะชื่อของอดีตเพื่อนสนิทของผมหลุดออกมา ผมจึงยังไม่เข้าไปหาเธอแต่คอยสังเกตการณ์ก่อน

“แหม พี่เขาดีกว่าจริงๆ นี่นา นี่พอฉันเรียนจบไปนะ ก็คงได้เป็นเลขาสาวหน้าห้องท่านประธานของพี่กายสบายๆ เลยละ” เจนว่า

“อิจฉาแกจริงๆ เลยว่ะ สวยเลือกได้จริงๆ” เพื่อนเธอบอกเธอก่อนจะหันไปคุยกับอีกคนหนึ่ง

“เป็นอีเจนนี่โชคดีจริงๆ มีแต่ผู้ชายรวยๆ หน้าตาดีๆ เห็นแล้วหมั่นไส้”

“อย่าให้พูดเลยแก เขาอะนะ ทั้งรักทั้งหลังฉันหัวปักหัวปำขนาดนี้ นี่แกรู้รึเปล่า ก่อนที่เขาจะมาคบกับฉันน่ะ เขาคบกับผู้ชายมาก่อนนะแก”

“อะไรนะแก?! พี่กายของแกเป็นเกย์มาก่อนเหรอ”

“ก็ใช่นะสิ ฉันน่ะเปลี่ยนเกย์ให้เป็นแมนเลยนะแก ผู้ชายโปรไฟล์ดีๆ จะให้ตกไปเป็นของเกย์แบบนั้นน่ะเหรอ เฮอะ! ฉันทนไม่ได้หรอก ฉันก็เลยแย่งพี่กายมาจากมันยังไงล่ะ”

ผมแทบไม่เชื่อในสายตาของตัวเองว่านี่คือคำพูดของคนที่เป็นแฟนผม

‘มัน’ ที่เจนว่าก็คือ ปอนด์ อดีตคนรักของผม

เหลือเชื่อว่าเธอจะพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้โดยไม่ละอายแก่ใจตัวเอง แถมยังหัวเราะออกมาราวกับว่าเป็นเพียงเรื่องตลกขำๆ

“โง่กันทั้งคู่นั่นแหละ ฮ่าๆ”

คำพูดคำนี้ของเธอเป็นหมุดตอกฝาโลงตัวสุดท้ายที่ถูกตอกเข้ามายังกลางใจของผม ความอดทนของผมสิ้นสุดลง ผมพุ่งไปประจันหน้าเธอทันที

“อ๋อ ที่คบกับพี่ก็เพราะเรื่องนี้เองน่ะเหรอ”

แม้ในใจตอนนี้จะระอุแค่ไหน แต่ผมก็ยังคงยิ้มให้เธอ แต่เป็นรอยยิ้มที่ไม่จริงใจที่สุดที่ผมเคยยิ้มให้ใคร

“ว้าย! พะ… พี่กาย พี่มาได้ยังไงเนี่ย!”

เพื่อนของเธอตอนนี้หนีกันไปคนละทิศคนละทางแล้ว เหลือแต่เจนกับผมเพียงสองคน

“มายังไงก็เรื่องของฉัน!” ผมตะคอกใส่เธอเสียงดังลั่นโดยไม่สนใจคนที่เริ่มมองเราสองคน

“พี่กายดะ… ได้ยินแค่ไหน ให้เจนอธิบายก่อน”

“หุบปากของเธอไป ฉันไม่อยากได้คำอธิบายของเธอ ฉันได้ยินทุกอย่างที่เธอคุยกับสองคนนั่น ฉันได้ยินทุกอย่าง” ผมเน้นประโยคสุดท้ายอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“ที่ผ่านมาเธอก็แค่หวังจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือ เธอไม่ได้รักฉันเพราะฉันคือฉันเลย”

เสียงผมเริ่มอ่อนลงเพราะในหัวของผมมีภาพซ้อนขึ้นมา

ภาพตอนที่ผมบอกเลิกปอนด์…

“ที่ผ่านมา ฉันมันก็เหมือนวัวตัวเมีย คอยให้เธอรีดเงินออกมาใช้สินะ”

เจนหน้าเจื่อนไป เธอไม่แม้แต่สบตาผม เอาแต่ก้มหน้ามองพื้น

“ถ้าไม่มีเธอ ฉันก็คงรักกันดีกับปอนด์จนถึงทุกวันนี้” ผมเริ่มตาชื้นขึ้นมาเพราะเสียใจกับการกระทำของตัวเองในอดีต

“พี่กาย… จะ...เจนขอโทษ เจนขอโทษ”

เจนโผกอดผมแน่น ปากก็เอาแต่พูดขอโทษผม เธอร้องไห้ออกมาด้วย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเห็นใจเธอแม้แต่น้อย

ผมผละเธอออกแรงจนเธอล้มลงไปกองกับพื้น

“ปกติแล้วฉันจะไม่ทำร้ายผู้หญิง แต่ถ้าเธอยังอยู่ตรงหน้าฉัน ฉันก็ไม่แน่ใจว่าจะควบคุมอารมณ์อยู่หรือไม่”

ผมชี้ออกไปยังด้านนอกตัวตึก

“รีบไปซะ”

นี่คำพูดสุดท้ายที่ผมพูดกับเธอ ก่อนที่เธอจะรีบหนีหายไปจากผม


ผมกลับมาบ้านด้วยสภาพจิตใจที่แย่มากๆ สิ่งๆ เดียวที่ผมนึกออกในตอนนั้นคือ ผมอยากคุยกับปอนด์ อยากแก้ตัวกับเขา…

คิดได้ดังนั้นแล้วผมก็หยิบโทรศัพท์ของผมมากดโทรออกเบอร์ที่ผมท่องได้ขึ้นใจจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ลืม ไม่นานก็มีคนรับสาย

[ฮัลโหลครับ]

“ปอนด์ใช่มั้ย”

ได้ยินเพียงแค่นั้น ผมก็ได้ยินเสียงเหมือนของกระแทกกับพื้นพร้อมกับสายที่ตัดทิ้งไป

หลังจากนั้นไม่ว่าผมจะเพียรโทรไปสักเท่าไร เขาก็ไม่รับสายผมอีกเลย…


ผมไม่ละทิ้งความพยายามในการติดต่อกับปอนด์ บ้านเราของปอนด์ที่เป็นตึกแถว ตอนนี้ก็ไม่ใช่บ้านของปอนด์แล้ว คนที่อยู่ก็ไม่รู้ด้วยว่าย้ายไปไหน

หาจนไม่รู้จะไปหาที่ไหนแล้ว ทว่าจู่ๆ ผมก็ดันนึกถึงเรื่องตอนที่เราเจอกันครั้งแรกออกมา

ถ้าผมคิดเข้าข้างตัวเองหน่อย ปอนด์อาจจะเรียนอยู่คณะของผมที่ผมเคยไปแนะแนวให้เขาก็เป็นได้


เมื่อคิดได้ดังนั้นผมจึงลองเสี่ยงไปตามหาเขาที่คณะบริหารธุรกิจที่ผมจบการศึกษามา

“โทษนะครับ น้องรู้จักคนชื่อปอนด์รึเปล่าครับ”

“ไม่อะค่ะ”

“ครับๆ ขอบคุณมากนะครับ”

ผมยืนถามนิสิตที่เดินผ่านไปผ่านมาบริเวณนั้นเผื่อจะมีใครรู้จักกับปอนด์คนแล้วคนเล่า จนกระทั่งผมเห็นเด็กคนหนึ่งจากด้านหลังละม้ายคล้ายกับปอนด์ ผมจึงเดินเข้าไปถามเขา

“น้องครับ พี่ถามอะไรหน่อย”

ทันทีที่ผมถามจบ เขาก็รีบลุกหนีผมทันที โดยที่ผมยังไม่ทันได้เห็นหน้าเขา

ไม่บอกกันก็ไม่เห็นต้องหนีแบบนี้เลยนี่นา…

ช่างเถอะ ที่ผมคิดไว้มันก็แค่คิดเฉยๆ ปอนด์คงไม่ได้มาเรียนที่จริงๆ หรอก แม้เขาจะเคยบอกผมว่าเขาสอบติดที่นี่ แต่เพราะผมค่อยไม่สนใจเขาแถมยังเลิกกับเขาแล้ว เขาคงไปเรียนที่อื่นไม่ให้ตัวเองทุกข์ใจที่ต้องมาเป็นรุ่นน้องของผมล่ะมั้ง



ผมเริ่มหมดหวังในการตามหาปอนด์แม้ลึกๆ ในใจแล้วผมอยากจะเจอเขาเพื่อขอโทษและอยากขอโอกาสแก้ตัว ถ้าเขายังไม่มีใคร แต่แล้ววันหนึ่งผมเข้าไปส่งเอกสารสมัครเรียนต่อปริญญาโทที่ผมตกค้างไปที่คณะ ผมก็ได้บังเอิญเจอกับปอนด์ที่กำลังยืนขายของอยู่ในเต็นต์กับเพื่อนของเขา

เรียนที่นี่จริงๆ ด้วยสินะปอนด์…

เพียงเห็นเขาจากไกลๆ น้ำตาก็ไหลออกมาเอง

น้ำตาของคนโง่ที่ไม่เห็นค่าของสิ่งที่มี


ผมยกมือปาดน้ำตาตัวเองก่อนจะเดินไปล้างหน้าล้างตาที่ห้องน้ำในตึกแล้วเดินออกมาเพื่อที่จะไปหาเขา ตอนที่ผมเดินออกมา ผมเห็นเขากำลังนั่งถือกีตาร์อยู่ด้านนอกเต็นต์ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในตัวเต็นต์ ปอนด์คงจะรู้ตัวว่ามีลูกค้าอย่างผมเดินตรงเข้ามายังร้านของเขา

ผมเดินมาถึงก็ใช้ป้ายร้านขนาดใหญ่ของเขาอำพรางหน้าของตัวเอง ผมสังเกตว่าตอนนี้เขาอยู่คนเดียวไม่มีเพื่อนอีกสองสามคนที่ผมเห็นเมื่อกี้อยู่ด้วย

“เอากะเพรากล่องนึงครับ” ผมสั่งไปทั้งๆ ที่ไม่ได้หิวเลยสักนิด

ปอนด์ตักกะเพราเป็ดย่างที่ผัดไว้แล้วใส่กล่องข้าว เขาหยิบกล่องใส่ถุงพลาสติก จากนั้นก็หยิบถุงพริกน้ำปลาใส่แล้วส่งให้ผม

“ร้อยนึงครับ”

ผมยื่นเงินให้เขา แต่เพราะเขาตัวเล็กแถมยังมีโต๊ะคั่น ก็เลยต้องเอื้อมตัวออกมาจึงทำให้เขาได้เห็นผมชัดๆ

“พี่เองครับ… ปอนด์” ผมยิ้มเจื่อนให้เขาไป

ปอนด์ตกใจที่เจอผมเป็นอย่างมาก ผมเข้าใจเขาดีเพราะผมคือคนที่เขาเกลียดไปแล้ว แต่ผมก็ยังดีใจที่อย่างน้อยผมมีโอกาสได้เจอกับเขาอีก

ผมเข้าไปในเต็นต์ ปอนด์ถ่อยร่นจนติดขอบโต๊ะ มือที่จับโต๊ะอยู่ก็ลื่นหลุดจนทำให้หลังหัวของเขากระแทกกับขอบโต๊ะเต็มแรงจนเลือดไหลออกมา

เจอกันอีกครั้ง ผมก็ทำให้เขาเจ็บตัวเสียแล้ว…


ผมพาเขาไปทำแผลที่โรงพยาบาลใกล้ๆ แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธแล้วปฏิเสธอีก แต่เพราะผมทนเห็นแผลของปอนด์ไม่ได้ผมจึงแบกเขาขึ้นรถไป

พอทำแผลรักษาเสร็จ ปอนด์ก็ขอตัวกลับ แต่เพราะผมมีเรื่องอยากจะคุยกับเขาและอยากชดเชยให้เขา ผมจึงรั้งเขาไว้

“ปอนด์… พี่ขอร้องล่ะ ให้พี่ได้ทำอะไรเพื่อปอนด์บ้างเถอะ”

สายตาเดียดฉันท์จากคนตัวเล็กส่งมายังผม

“เพื่อปอนด์เหรอครับ อย่าเลยดีกว่าครับ”

ปอนด์เรียกแท็กซี่ที่จอดอยู่หน้าโรงพยาบาล เขาเปิดประตูรถเตรียมก้าวเข้าไป แต่ผมดึงตัวเขาออกแล้วบอกคนขับรถไปว่าไม่ไปแล้ว

“ขอร้องล่ะปอนด์… ไปคุยกันก่อนได้มั้ย”

ไม่รู้ว่าผมทำสีหน้าแบบไหนออกไป แต่มันคงน่าสมเพสน่าดู ปอนด์ถึงได้ยอมคุยกับผม ผมพาเขาขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของผม

ผมพยายามจะถามที่อยู่ใหม่ของปอนด์ แต่เขาก็ไม่ยอมบอกผม ปอนด์เลือกที่จะให้ผมไปส่งที่ร้านก๋วยเตี๋ยวของเฮียพัดใกล้ๆ กับมหา’ลัยแทน

พอมาถึงปอนด์ก็ทำท่าจะกลับอย่างเดียว ผมจึงลากเขาเข้ามาในร้าน

อย่างน้อยปอนด์ก็ควรจะกินข้าวกินปลาบ้าง เขาดูผอมลงไปจากสมัยม.ปลายมาก


ระหว่างที่ปอนด์สั่งอาหาร ผมสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งของเขา

เสียง… เสียงปอนด์เปลี่ยนไปมาก

จากหวานใสกลายเป็นแหบแห้งบี้แบนขึ้นจมูก เกิดอะไรขึ้นกับปอนด์?


ระหว่างที่เรากิน ด้วยความสงสัยผมจึงเอ่ยถามเขาไป

“ปอนด์ พี่ว่าจะถามตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ปอนด์เป็นหวัดเหรอ ทำไมเสียงแปลกๆ”

ปอนด์กำมือที่ถือตะเกียบแน่นก่อนกระแทกมันลงบนชาม เขาจ้องมองผมอย่างอาฆาตแค้น

“หึ ถ้าแค่เป็นหวัดมันก็ดีหรอก”

“อ้าว แล้วปอนด์เป็นอะไรครับ บอกพี่ได้รึเปล่า” ผมพยายามคุยกับปอนด์อย่างไม่ใส่อารมณ์ เพราะเข้าใจว่าปอนด์คงไม่อยากคุยกับผม

ทว่าเขากลับทุบโต๊ะเสียงดังปึ้งลั่นร้านก่อนระเบิดคำพูดออกมาอย่างเดือดดาล

“พี่เป็นใคร พี่เป็นอะไรกับผม ทำไมผมต้องบอกพี่ด้วย!”

ปอนด์เสียงดังจนเด็กเสิร์ฟในร้านเขามาปราม เขาหันไปขอโทษก่อนจะทรุดตัวนั่งร้องไห้กับพื้นร้าน

ปอนด์ร้องไห้เพราะผมอีกแล้ว…

ผมเดินไปปลอบเขาพลางฉุดเขาลุกขึ้นยืนแต่ปอนด์ขืนตัวไม่ยอมทำตาม ผมจึงนั่งลงตามเขา กดหัวเขาเข้ากับอกและลูบหลังเขาเป็นการปลอบโยน

“เจ็บแผลเหรอปอนด์ พี่ขอโทษ”

ปอนด์ผละผมออกแล้วว่าออกมาเสียงดังลั่น

“ผมไม่ได้แค่เจ็บปวดหรอกนะ... แต่ทั้งใจ... ทั้งเสียงของผม... มันป่นปี้ไม่มีชิ้นดีตั้งแต่พี่ทิ้งผมไปคบกับเจนในวันนั้นแล้ว!”

ผมนิ่งอึ้งไป

นี่ผม… เป็นสาเหตุที่ทำให้เสียงของเขากลายเป็นแบบนี้เหรอเนี่ย?!

“ปะ… ปอนด์ พี่ขอโทษจริงๆ แต่ให้พี่อธิบายก่อนได้มั้ยครับ”

สิ่งเดียวที่ผมนึกออกในตอนนั้นคือ ผมอยากอธิบายให้เขาเข้าใจ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่อยากฟังอะไรจากผมอีกแล้ว

“หึ! ตอนพี่ทิ้งปอนด์ไป ตอนนั้นปอนด์ก็อยากรู้ว่าทำไม แต่พี่ไม่เคยแม้แต่จะบอกปอนด์ ปอนด์อยากรู้จนปอนด์ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จนเสียงปอนด์พัง ผ่านไป 3 ปีแล้วพี่ถึงสำนึกขึ้นมาได้แล้วอยากบอกงั้นเหรอ...”

ผมทำให้เขาเสียใจจนถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้า...

"ปอนด์ไว้ใจพี่มาก... ปอนด์มีพี่แค่คนเดียว..."

ปอนด์นิ่งไปก่อนพูดต่อออกมา

“พี่ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้นกับตัวปอนด์ในตอนนี้ เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว...”

มันคือความจริง เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว แต่อย่างน้อย ผมอยากชดเชยในสิ่งที่ได้ทำพลาดลงไป

“ปอนด์… อย่างน้อยให้พี่ได้ชดเชยในสิ่งที่พี่ทำพลาดไปได้มั้ยครับ” ผมกระเถิบตัวเข้าไปใกล้ก่อนคว้ามือเล็กมากุมไว้

“ให้พี่ได้แก้ตัวอีกครั้งได้มั้ย”

ปอนด์นิ่งไปก่อนว่าต่อ

“พี่กายครับ”

“ครับ?”

“ถ้าพี่กายอยากชดเชยในสิ่งที่ทำพลาดไป ปอนด์ขอแค่อย่างเดียว พี่กายจะทำให้ปอนด์ได้รึเปล่าครับ”

ผมพยักหน้าอย่างไม่ลังเล ทว่าสิ่งที่ปอนด์พูดออกมาคือสิ่งที่ผมไม่อยากได้ยินที่สุด

“ออกจากชีวิตปอนด์ไป และอย่าได้เจอกันอีกเลยครับ ปอนด์ขอร้องล่ะ” ปอนด์ยกมือไหว้ขอร้องผม เขาร้องไห้ออกมาทั้งๆ ที่มือยังยกไหว้ผมอยู่

“ไม่ปอนด์! สิ่งเดียวที่พี่จะไม่ทำคือเรื่องนี้!” ผมกอดปอนด์แน่น ปอนด์เลยยิ่งร้องไห้ออกมาเสียงดังมากขึ้น จนเจ้าของร้านอย่างเฮียพัดกับน้องชายที่เป็นเด็กเสิร์ฟของเขามาแยกเราออกจากกัน เพราะเรากำลังรบกวนลูกค้าคนอื่น

ผมถอยทัพออกไปแต่ก็ทิ้งท้ายเอาไว้ว่าจะไปเจอเขาอีกในวันหลัง



ผมรู้ว่ามันเห็นแก่ตัวมากเพียงใด ผมทั้งทิ้งเขาไป ทำร้ายจิตใจของเขาจนแหลกไม่มีชิ้นดี ทำลายสิ่งล้ำค่าอย่างเสียงของเขาที่เขามี แต่ผมไม่อยากจะเสียโอกาสที่ได้เจอกับปอนด์อีกครั้งไปแบบนี้

ผมรู้ตัวดีว่าโอกาสที่เราสองคนจะกลับมารักกันนั้นริบหรี่มากเพียงใด การที่ผมได้เจอเขาในวันนี้เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่า ปอนด์เกลียดผมมากแค่ไหน



ในเทอมหน้าผมจะกลับไปเรียนต่อที่คณะ ผมหวังจะได้เจอกับปอนด์อีกอย่างน้อยในฐานะคนรู้จัก

ผมอยากอธิบายทุกอย่างให้เขาเข้าใจ แม้ว่าเขาจะไม่ยกโทษให้กับคนโง่ๆ อย่างผมก็ตาม

นั่นมันก็เป็นเพราะสิ่งที่ร้ายๆ ผมเคยทำกับเขาไปในอดีต

อดีตที่ผมไปแก้ไขไม่ได้…


ไม่ว่าหัวใจของปอนด์จะมีใครต่อจากนี้ไป

ผมอิจฉานะ…

แต่ก็คงได้แค่อิจฉานั่นแหละ



ดองไม่ค่อยเค็มเท่าไรเนอะงวดนี้ 555 ลองมาดูมุมของพี่กายดูกันบ้างครับ โดนด่ามาทั้งเรื่องแล้ว ตอนหน้าเจอกับน้องเป็ดต่อครับ




ซ้อมไว้เล่นจีบพี่เฟิร์ส


เพลงที่ใช้เป็นชื่อตอนครับ I'm Jealous


ชิวู 21/08/17



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #455 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 15:17
    สงสารไม่ลงอะ เหตุผลที่มีก็ฟังไม่ขึ้น พูดมาได้ว่ารักน้องอยากให้น้องกลับมาแล้วที่น้องขอร้องให้คุณรักให้คุณกลับมาคุณก็ไม่กลับมานิ ถ้าเจนมันโป๊ะแตกคุณหันกลับมามองน้องมั้ยก็ไม่ การนอกใจมันก็คือการนอกใจ ฝันไปเถอะว่าจะได้น้องกลับมา /ทำปากแบบพี่กิ๊ก สุวัจนี
    #455
    0
  2. #402 นานา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 01:16
    ยิ่งอ่านตอนนี้ยิ่งเกลียดกายกว่าเดิม ที่กลับไปหาปอนด์ก็เพราะรู้ว่าตัวเองโดยผู้หญิงหลอก นึกว่าจะมีเหตุผลที่ดีกว่านี้ แล้วตอนขอเลิกก็ไม่แคร์เลย ไม่มีแม้แต่ความเห็นใจ เอาแฟนใหม่มาเยาะเย้ยอีก ขอให้โดนเอาคืนหนักๆนะ เหอะ
    #402
    0
  3. #373 ดekเบื่oโลk (@yaemdonprai) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 01:06
    รู้ตัวก็ดี จะได้ไม่ต้องไปแย่งของคนอื่นอีก
    #373
    0
  4. #363 อยากกินข้าวต้ม (@aiyarina) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 22:33
    ก็สมแล้วอะ
    #363
    0
  5. #348 kecodibsm60 (@kecodibsm60) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 00:45
    เหตุผลก็ฟังไม่ขึ้นอยู่ดีนั่นแหละ นอกใจยังไงก็คือนอกใจ แถมคนนั้นเป็นแฟนเพื่อนด้วยแล้วคนนั้นก็เป็นเพื่อนกับแฟน ก็แค่โยนความผิดให้เจนคนเดียวไม่ใช่เหรอ รู้ว่าผิดก็ยังไปขอคืนดีเขา แค่สำนึกผิดยังไม่ทำเลยนี่หว่า
    #348
    0
  6. #326 kamp2196 (@kamp2196) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 15:34
    จะสงสารก็สงสารนะ แต่ไม่ดีกว่า
    #326
    0
  7. #318 Rrattikan07 (@R_T_K_07) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 11:16
    เราอ่านพาร์ทกายไม่มีความรู้สึกสงสารกายสักนิด...
    #318
    0
  8. #317 lovelykik (@kikka123) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 09:40
    เอิ่ม อ่านพาร์ทกายแล้วยังไงก็ไม่สงสารอะ จะอธิบายไรหรอ อธิบายว่าอ๋อ โดนเมียใหม่หลอกนะเป็นควายนะ เลยคิดถึงปอนด์ เงี้ยหรอ เหอะ เหอะ (พยายามจะไม่อินนะ แต่ทำไม่ได้555555 อ่านไปเบะปากไปรัวๆ)
    #317
    0
  9. #310 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 20:28
    ยังมีหน้ากลับมาเจอน้องเนอะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าความเลวความโง่หรือความด้านอย่างไหนมีมากกว่ากันหรือมากทุกอย่าง สมควรไปโดดเหวตายนะคะไม่ใช่เสนอหน้ากลับมาทำให้น้องทุกข์ใจอีก
    #310
    0
  10. วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 10:56
    ทำไมเริ่มสงสารกาย ไม่ๆๆๆ ห้ามค่ะห้ามมมมมมมม
    #234
    0
  11. #228 เปลวเทียน (@phisutthiporn) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 13:03
    อินมาก บ้านอิพี่กายอยู่ไหน จะไปบึ้มบ้านมันนนนนน โว้ยยยยยย ยยย
    #228
    0
  12. #215 บะบี๋ (@pyanc) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 14:44
    พยายามท่องบอกตัวเองทั้งตอนค่ะ อย่าอินจัด อย่าอินเยอะ ใจเย็นนี่นิยาย 5555
    #215
    0
  13. #187 BL_Bualalissa (@BL_Bualalissa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 04:13
    สงสารนะแต่ก็นะทำอะไรลงไปก็ควรได้รับโทษกับการกระทำ(เราเข้าใจดีว่ามันเป็นยังไง เพราะมันสายเกินไปแล้วสิ่งที่กายควรจะทำจริงๆคืออาจไปขอโทษเป็นครั้งสุดท้ายแล้วหายไปจากชีวิตเป็ด เพราะนี่อาจเป็นคำขอโทษที่ดีที่สุดที่จะทำได้)#อินน
    #187
    0
  14. #175 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 09:12
    ไม่รู้จะพูดกับกายยังไง คือกายเป็นคนทิ้งปอนด์ป่ะ พอรู้ตัวว่าโดนเจนเกาะเพราะชอบเงินก็เลยคิดถึงปอนด์ ซึ่งถ้าหากว่ากายกับเจนไปด้วยกันได้ดีกายก็คงไม่คิดจะขอโทษปอนด์เลยซินะ กายนี่มันสุดยอดจริง คิดจะทิ้งก็ทิ้ง คิดอยากกลับมาก็กลับมา พูดง่ายๆว่าอยากชดเชยเรื่องในอดีต โอ๊ยยยยย ขึ้นเลยๆๆ ปรี๊ดดดเลย #อินนนนนจัด
    #175
    1
    • #175-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 18)
      25 กันยายน 2560 / 20:10
      ใจเย้นนนนน
      #175-1
  15. #161 AoRoc (@AoRoc) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 21:49
    โง่ชิบหาย มัก ง่าย เอง
    #161
    0
  16. #148 Beer Sakunrat (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 10:32
    สั้นๆนะพี่กาย สมน้ำหน้า มีของดีอยู่กับตัวไม่รู้จักรักษา มาเห็นค่าในวันที่สายไป เหอะ!!
    #148
    1
    • #148-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 18)
      22 สิงหาคม 2560 / 11:55
      อินนนนนนน
      #148-1
  17. #147 FahSida (@himeji) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 05:36
    สมควรแล้วที่จะต้องโดนเกลียด ทำกับน้องขนาดนี้ยังกล้าไปขอโอกาส ไปอธิบายเพื่อ จะบอกน้องว่าตัวเองโง่เองที่โดนเจนหลอกให้รัก? แต่เจนก็ไม่ได้บังคับให้รักให้เลิกกับน้องหนิ เอาจริงๆ คนที่เลือกจะหักหลังเพื่อนสนิทกับคนรักก็คือกายเองทั้งนั้น
    #147
    1
    • #147-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 18)
      22 สิงหาคม 2560 / 11:55
      ไฟลุกมากตอนนี้ 555
      #147-1
  18. #146 ++Milady++ (@Suiji) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 02:15
    สมควรที่น้องจะเกลียดแล้ว
    เพราะนางปันใจไปหาอิเจนเอง
    รู้ว่าไม่สมควรแต่ก็ทำ
    ทั้งเพื่อนสนิทแฟน
    และแฟนของเพื่อน
    คือเส้นที่ไม่ควรก้าวล้ำ
    โง่เองช่วยไม่ได้ ฟายค่ะ!
    #146
    1
  19. #145 krixi (@nice2542hot) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 01:04
    โนสงสารค่ะ พี่กายโตแล้วนะคะที่จะโดนเจนหลอก พี่นอกใจค่ะ ตอนนอกใจทำไมไม่คิดถึงปอนด์คะ ถ้าเจนนิสัยดีพี่จะกลับมาหาปอนด์ไหม...
    //อินแทนเป็ดมากค่ะ
    #145
    1
  20. #144 FRE_SHY (@FRE_SHY) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 00:17
    สงสารกายนะแต่ยังไงก็เกลียดอ่ะไม่รู้สิไม่ชอบเลย/อินหนักมาก เราเชียร์พี่เฟิร์ส
    #144
    1
    • #144-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 18)
      22 สิงหาคม 2560 / 00:25
      ถูกใจคำว่าอินหนักมาก
      #144-1
  21. #143 flowerhlaing (@flowerhlaing) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 23:05
    สงสารกายนะที่โดนเจนหลอกแต่มันก็สายไปแล้วสำรับกาย
    แต่พี่เฟิร์นกำลังเริ่มและกำลังดี
    ีเราเชียพี่เฟิร์นสุดหัวใจเลยค่ะ

    #143
    1
    • #143-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 18)
      22 สิงหาคม 2560 / 00:26
      ผมชื่อเฟิร์สคร้าบบบบบ - เฟิร์ส
      #143-1
  22. #142 Ning Nong (@ningnong321) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 23:03
    เข้าใจนะแต่สงสารปอนด์มากกว่า
    #142
    1
  23. #141 mmee- (@mmee-) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 22:25
    สงสารกายอ่าา
    #141
    0
  24. #140 dewwdrop (@dewwdrop) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 22:09
    ใจเขาใจเราค่ะพี่
    แต่เลาเชียร์พี่เฟิร์สนะ ฮ่าา
    #140
    1
  25. #139 Masmas2609 (@Masmas2609) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 21:55
    มาบอกตอนนี้มันสาย..แล้วนะพี่กาย..ไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดพี่..แต่แค่จะบอกว่ามันสายไปแล้วค่ะ
    #139
    1