[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 2 : Still the One EP01 || The Lost Voice [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,092
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    13 มิ.ย. 60

Still the One EP01

“เฮือก​!”

ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อสิ่งที่เห็นเมื่อสักครู่นั้นเป็นเพียงแค่ความฝัน

ความฝันจากเหตุการณ์จริงที่คอยหลอกหลอนผมมาตลอด 3 ปี

เหตุการณ์ที่ทำลายเกือบจะทำลายชีวิตของผมลง



ผมชื่อปอนด์ครับ ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ เอกการจัดการ ม. CW และผมเป็นเกย์ครับ เป็นโดยที่ไม่ปิดบังใครๆ ถึงแม้ว่าจะไม่บอกแต่คนทั่วไปก็มักจะสันนิษฐานได้จากรูปร่างของผมที่เล็กกว่าผู้ชายทั่วไปในวัยเดียวกัน ประกอบกับเสียงเป็ดๆ ของผม จนหลายๆ คนที่นี่เรียกผมว่า ‘เป็ดปอนด์’



ที่มาของเสียงเป็ดๆ ของผมนั้นไม่ได้เป็นตั้งแต่กำเนิด แต่เป็นเพราะภาวะซึมเศร้าและความเครียดสะสมจนส่งผลไปยังเส้นเสียงของผม หรือโรคดิสโทเนีย (Dysphonia) ทำให้การออกเสียงของผมนั้นเป็นไปด้วยความลำบาก และต้องใช้เวลาในการบำบัดรักษาถึง 1 ปีเต็มๆ ถึงได้เสียงคืนกลับมา

แต่ก็ไม่ใช่เสียงเดิมที่ผมเคยใช้ทำมาหากินอีกต่อไป



สมัยม.ปลาย ผมเคยรับจ้างร้องเพลงตามร้านอาหารเพื่อเป็นรายได้เสริมให้ที่บ้าน เนื่องจากว่าพ่อของผมนั้น เสียชีวิตลงตั้งแต่ผมเด็กๆ ประกอบกับฐานะของแม่ผมนั้นไม่ได้มีอันจะกินมากเท่าไร ทั้งผมและน้องก็เลยต้องช่วยหารายได้เพื่อจุนเจือครอบครัวของเรา

ช่วงแรกๆ ที่พ่อเสีย เราลำบากมากครับ แต่ด้วยความสามารถของแม่ ปัจจุบันแม่ก็ได้เป็นหัวหน้าฝ่ายขายของบริษัทผลิตกระป๋องชื่อดัง ทำให้รายได้ในตอนนี้มีพอกินพอใช้ครับ ไม่ลำบากมากเหมือนแต่ก่อน



ในตอนแรกที่ผมป่วยและต้องเลิกร้องเพลง เพราะไม่สามารถเปล่งเสียงได้นั้น ผมกะจะหางานอย่างอื่นทำ แต่แม่ก็ไม่ยอมให้ทำงานอีกต่อไป แม้แต่จะเรียนก็ยังไม่ยอมให้ไป จนกระทั่งผ่านไป 1 ปี อาการของผมดีขึ้น สามารถพูดได้ชัดเจน แม้เสียงจะเป็นเป็ดก็ตามที

และด้วยความที่ผมเข้าเรียนช้า ผมจึงต้องมาเรียนปี 2 กับน้องชายแท้ๆ ของตัวเอง มันชื่อ ‘ปุณณ์’ ครับ



ปุณณ์เป็นน้องผมครับ เราเกิดห่างกันปีนึงพอดิบพอดี แม้ว่าเราจะเป็นพี่น้องกันแท้ๆ แต่ปุณณ์ก็ไม่ได้ดูคล้ายผมมาก ปุณณ์ทั้งสูง ทั้งหล่อ มันได้เชื้อของพ่อไปเต็มๆ ส่วนผมนั้นได้เชื้อแม่ ก็เลยตัวเล็กกว่ามันมาก เราสูงห่างกัน 10 ซม. จนบางทีเพื่อนของมันก็คิดว่าผมเป็นน้องของปุณณ์มัน ถึงผมจะหยุดทำงานแล้ว แต่ปุณณ์มันก็ยังทำอยู่นะครับ มันทำงานเป็นพนักงานเซเว่นกะกลางคืน ทั้งๆ ที่แม่เองก็บอกแล้วว่าไม่ต้องทำแล้ว แต่ด้วยความรั้นบวกกับความขี้เบื่อของมัน มันก็ดื้อไปทำ จนแม่ผมก็ปล่อยเลยตามเลยไป

อ้อ ทั้งเจ้าปุณณ์ ทั้งแม่ผมก็รู้นะครับว่าผมเป็นเกย์ สองคนนี้ไม่เคยโกรธไม่เคยว่าผมในเรื่องนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เป็นคนที่ผมรักมากที่สุดในชีวิต



“ไอ้เป็ดกับปุณณ์มาแล้วมึง”

เพื่อนของผม ไม่สิ ถ้านับตามอายุ มันอ่อนกว่าผมปีนึง อย่างไอ้ ‘ออม’ ทักทายผมกับปุณณ์อย่างอารมณ์ดี ผมมองไปทางที่มันโบกมือเรียกเราก็เห็นว่าเพื่อนอีกคนของผมก็นั่งอยู่แล้วด้วย มันชื่อ ‘ดรีม’ มันบอกพ่อแม่มันตั้งชื่อนี้ให้เพราะอยากให้เป็นความหวังของพ่อแม่ แต่ดูจากการที่มันเอากระดาษรายงานเปล่าๆ มาตั้งพร้อมกับปากกาแล้วนั้น ความหวังของพ่อแม่มึงคงจะหวังไม่ค่อยได้เท่าไรนะ

“เออ กูมาแล้ว” ผมว่าก่อนจะวางกระเป๋านั่งลงข้างๆ ออม ส่วนปุณณ์ก็นั่งลงข้างดรีม

ดรีมแบบมือกระดิกๆ ใส่หน้าผมพลางยิ้มในแบบฉบับของมันมาให้ผม แบบฉบับที่ว่าก็คือ ‘เอาการบ้านมาลอกหน่อยปอนด์เพื่อนรัก’

ผมส่ายหน้าพร้อมกับขำในท่าทางของมัน แต่ก็หยิบการบ้านออกมาให้มันเอาไปลอก

เท่านั้นแหละ ทั้งออมทั้งดรีม แม่งไม่สนใจผมกับปุณณ์เลย ตั้งหน้าตั้งตาลอกกันอย่างเดียวจนกระทั่งถึงเวลาเข้าเรียน



ชีวิตประจำวันของผมหลังจากผ่านเรื่องร้ายๆ มาก็ประมาณนี้แหละ ตื่นมาเรียน เรียนเสร็จกลับบ้าน ไม่ก็แวะไปส่งไอ้ปุณณ์ที่เซเว่นหน้าปากซอยก่อนเข้าบ้าน

เพื่อนสมัยมัธยมของผมตอนนี้ไม่มีแล้วครับ เลิกคบเลิกคุย ตัดขาดทั้งหมด ไอ้ออมกับดรีมนั้นมาคบกันได้ก็เพราะปุณณ์เป็นคนชวนให้ผมคุยกับพวกมัน พวกมันเป็นเพื่อนเพียงสองคนที่ผมมีในตอนนี้

เหตุการณ์นั้นมันเลวร้ายมากจนผมไม่อยากจะคบกับใครอีก แม้แต่คบเป็นเพื่อนก็ตามที ต้องขอบคุณน้องชายของผมที่ช่วยให้ผมเริ่มก้าวผ่านจากอดีตได้บ้างแล้ว



ตอนนี้ก็มีความสุขดีกับสาขาที่เรียนอยู่ มีความสุขกับเพื่อนใหม่ทั้งสอง มีความสุขกับครอบครัว แต่ความฝันลึกๆ ของผมนั้น ไม่ใช่การเป็นนักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แต่อย่างใด

ผมอยากเป็นนักร้อง



แต่อย่างที่บอกไปว่าผมเป็นโรคซึมเศร้า จนส่งผลทำให้เส้นเสียงบิดเกร็งไป เสียงร้องของผมจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผมจึงไม่ร้องเพลงอีกต่อไป

เสียงที่เคยเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าในร้าน

เสียงที่สร้างชื่อเสียงให้ผมในฐานะนักร้องตัวเก่งประจำร้าน

เสียงที่เคยใช้สร้างรายได้ช่วยเหลือแม่

ตอนนี้มันไม่เหลืออะไรแล้วล่ะครับ



จะบอกว่าแล้วทำไมผมถึงไม่ฝึกร้องเพลงใหม่โดยใช้เสียงเป็ดๆ แบบที่ผมเป็นอยู่ร้องล่ะ

คำตอบ คือ เคยครับ แต่ทุกครั้งที่จับไมค์ มือของผมมันจะสั่น เสียงของผมก็สั่นไปด้วย เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง มันกลายเป็นโฟเบีย (Phobia) จนผมล้มเลิกความตั้งใจที่จะฝึกไปแล้ว



“พี่เป็ดพี่คิดอะไรอยู่เนี่ย กินข้าวมั้ย เดี๋ยวปุณณ์ไปซื้อให้”

ปุณณ์สะกิดเรียกผม เลยทำให้ผมหลุดจากภวังค์ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับน้องชาย

“เอาเหมือนเดิมปะพี่”

“อื้ม เอ้านี่เงิน”

ผมหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ส่งให้ปุณณ์ไปร้อยนึง แต่เจ้าตัวก็ไม่รับแถมรีบก้าวฉับๆ ไปซื้อข้าวด้วยความเร็ว

ปุณณ์มันก็เป็นแบบนี้แหละครับ ไม่เคยยอมให้ผมเสียเงินเลยแม้แต่บาทเดียวเวลาอยู่กับมัน ขนาดตอนมันนอนแล้ว ผมแอบเอาเงินไปใส่กระเป๋าตังค์มันเป็นการคืนนะ เช้าขึ้นมา มันเคาะกะโหลกผมดังโป๊ก แถมยังบอกอีกว่า ‘พี่ปอนด์ต้องกินเยอะๆ เพราะพี่ยังไม่โต’

ฮ่วย! ก็มันสูงได้แค่นี้นี่หว่า



ปุณณ์เดินกลับมาพร้อมกับจานข้าวสองจาน จานนึงเป็นของผม อีกจานนึงเป็นของมัน ทั้งสองจานมีกับข้าวเหมือนกัน ต่างกันเพียงที่ปริมาณของปุณณ์นั้นเยอะกว่าของผมเกือบเท่าตัว มันกินจุมากครับ

กินข้าวไปก็มองไอ้ออมกับไอ้ดรีมไป ไอ้สองตัวนี้นี่นั่งลอกอย่างเอาเป็นเอาตายมาก ไม่พูดไม่จากันสักคำ มีแต่พึมพำว่า ‘ตัวนี้อ่านว่าอะไร’ แล้วก็บอกว่า ‘ช่างแม่ง เขียนเขี่ยๆ ไปก็ได้ อาจารย์คงเดาออกแหละ’

โคตรเวรเลยไอ้ดรีม



ระหว่างที่พวกเรากำลังทานข้าวกันนั่งทำ(ลอก)การบ้านกันอยู่ จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มนึงเดินเข้ามาหาพวกเราที่โต๊ะ พวกเขามากัน 3 คน โดย 1 ในนั้นมีผู้ชายที่หน้าตาน่ารักมากๆ คนนึงอยู่ด้วย

“พี่ฟรานหวัดดีครับ” ปุณณ์ยกมือไหว้คนชื่อ ‘ฟราน’ ซึ่งเป็นคนที่ผมว่าน่ารัก ก่อนจะหันไปยกมือไหว้พี่ๆ คนอื่น ผมกับพวกนั้นก็เลยไหว้ตามมันไป

“พี่อาร์ม พี่หมู หวัดดี”

คนชื่ออาร์มตัวสูงที่สุด หน้าตาไม่ถึงกับหล่อ แต่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ส่วนคนชื่อหมูนั้นไม่ได้อ้วนเป็นหมูเหมือนชื่อเลยแม้แต่น้อย กลับผอมและสูงกว่าพี่ฟรานเล็กน้อยเท่านั้น

“อือ หวัดดี นั่งด้วยได้ปะ” พี่ฟรานว่า

“เอาสิครับ เชิญเลยพี่” ปุณณ์ผายมือให้ทั้งสามคนนั่งกับพวกเรา และด้วยความสงสัยของผมว่าทั้งสามคนเป็นใคร ผมจึงกระซิบถามน้องชายตัวเอง

“ใครอะปุณณ์”

“อ๋อ นี่พี่ฟราน เป็นพี่รหัสปี 4 ของปุณณ์เอง ส่วนนี่พี่อาร์มแล้วก็พี่หมู เป็นเพื่อนของพี่ฟรานเค้าน่ะพี่ปอนด์” ปุณณ์แนะนำทั้งสามคนให้ผมรู้จัก

“เฮ้อ มึงเนี่ยน้าปอนด์ เรียนมาตั้ง 2 ปีแล้ว พี่รหัสของน้องมึงแท้ๆ มึงยังไม่รู้จักอีกเหรอวะ ให้กูเดานะ พี่รหัสของมึง มึงก็จำไม่ได้ใช่มั้ยว่าเป็นใคร” ออมว่าไปพลางลอกยิกๆ ไป

“กูก็ว่างั้น ก็แม่งเล่นไม่คบใครเป็นเพื่อนเลยนี่หว่า นี่ถ้าไอ้ปุณณ์มันไม่คบพวกเรานะ กูว่ามันคงจะเหงาน่าดู” ดรีมเสริม

เถียงไม่ออก เพราะที่พวกมันพูดมานั้น จริงทุกประการ เพื่อนของผมมีแค่พวกมัน สายรหัสของผมก็ไม่เคยมี เพราะไม่เข้าร่วมกิจกรรม

ผมต่างกับปุณณ์ตรงลักษณะนิสัยด้วย ปุณณ์เป็นคนที่เข้ากับคนง่าย มีเพื่อนฝูงเยอะ ด้วยความที่มันหล่อและสูงด้วย มันก็เลยได้รับเลือกให้เป็นเดือนประจำคณะเมื่อปีที่แล้ว เลยทำให้มีคนมาเข้าหามันเยอะ แต่ก็ไม่เห็นมันจะสนใจใครสักคน แถมชอบเอาผมไปอ้างอีกว่า ‘ต้องดูแลพี่ แม่สั่งไว้’ ทำอย่างกับผมเป็นเด็กสามขวบแหน่ะ

“เลิกว่าน้องเป็ดเถอะน่า” พี่ฟรานว่า

ชื่อที่เค้าเรียกผม ทำให้ผมเลิกคิ้วสูงขึ้นเป็นเครื่องหมายคำถามยิงใส่เขา

“ทำหน้าแบบนั้น งงล่ะสิ ฮ่าๆ ปุณณ์เค้าบอกให้พี่เรียกเราอย่างนั้นเองแหละ” พี่ฟรานยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรให้ผม

“ฟราน พวกกูไปซื้อข้าวแดกก่อนนะ มึงจะเอาไรปะ เดี๋ยวกูซื้อให้” พี่หมูหันไปถามพี่ฟราน

“ดีๆ ขี้เกียจลุกเลย เฮ้อ” เขาล้มตัวเอาแขนทั้งสองข้างเหยียดไปบนโต๊ะก่อนจะหันไปบอกพี่หมู “เอาเหมือนมึงละกัน คิดไม่ออก มึงกินไรกูก็กินงั้นแหละ”

ว่าจบพี่หมูกับพี่อาร์มก็ลุกออกไป พอทั้งสองจากไปผมก็ได้ยินพี่ฟรานพูดออกมาเบาๆ ว่า ‘ดีจังไม่ต้องเดิน’ ก่อนจะหลับตาลง

ผมเห็นท่าทางของพี่ฟรานเด็กๆ ก็แอบยิ้มไม่ได้ พี่เขาน่ารักมากๆ จมูกรั้นๆ ของพี่ฟรานเข้ากับหน้าของเขาเป็นอย่างดี

“เออพี่ปอนด์ วันนี้ปุณณ์เลิกดึกนะ พอดีว่าคนขาด ก็เลยต้องอยู่ช่วย” ปุณณ์บอกผม

“อ่าๆ งั้นพี่เอารถไว้ให้ปุณณ์นะ ดึกๆ จะได้กลับเองได้”

ปกติแล้วผมจะส่งปอนด์ที่หน้าเซเว่นปากซอยบ้าน ก่อนจะเอารถมอ’ไซต์เข้าบ้าน พอปุณณ์เลิกงานผมก็จะขี่ออกมารับเป็นปกติ เว้นแต่บางวันที่ปุณณ์เลิกดึกมากๆ อย่างวันนี้ ปุณณ์ก็จะไม่รบกวนผมด้วยการให้มารับ แต่จะขอรถเอาไว้ขี่กลับเอง

“หืม ปุณณ์ทำเซเว่นหรอ” พี่ฟรานปรือตามองหน้าปุณณ์แล้วถาม

“ครับพี่”

“อือดีๆ แล้วเป็ดอะ ทำด้วยกันมั้ย” ตอบปุณณ์แล้วก็หันมาถามผมบ้าง

“ผมไม่ได้ทำครับ”

“โหย อะไรเนี่ยให้น้องชายทำงาน แต่พี่ชายไม่ทำเนี่ยนะ” พี่ฟรานว่าอย่างติดตลก แต่คนที่ไม่ตลกด้วยคือปุณณ์

“พี่ฟรานไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่าครับ” ปุณณ์ว่าเสียงแข็งใส่พี่รหัสของตัวเอง จนผมต้องปรามมัน

“ปุณณ์ใจเย็นๆ พี่ไม่เป็นอะไร พี่ฟรานเค้าไม่รู้”

“อ่าๆ ขอโทษละกัน แต่พี่กำลังอยากได้คนไปช่วยงานที่ร้านอาหารของพี่ชายอะ ตอนแรกกะจะชวนปุณณ์ไปทำด้วยกัน แต่ทำเซเว่นแล้วก็เลยไม่ได้ งั้นพี่ชวนเป็ดละกัน อยากทำงานมั้ย” พี่ฟรานว่า

“ก็ดีนะมึงเป็ด ไปทำงานเจอคนซะบ้างจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน” ดรีมพูดขึ้นมา ตอนนี้มันลอกเสร็จแล้วเหลือแต่ออมที่กำลังลอกแผ่นสุดท้ายอยู่

ปุณณ์หันหน้ามามองผมเหมือนกำลังบอกว่า ‘ไม่ต้องทำหรอกพี่’ แต่ด้วยความสงสัยของผมก็เลยถามพี่ฟรานออกไป

“แล้วจะให้ผมทำอะไรล่ะครับ”

“อืม… ก็งานทั่วไปอะ เด็กเสิร์ฟอาหาร รับออเดอร์ คิดเงิน เช็ดโต๊ะ ทำความสะอาดร้าน” พี่ฟรานร่ายยาว ดูเหมือนว่างานของพี่ฟรานนั้นจะครอบจักรวาลมากกว่าที่ผมคิดซะอีก

เมื่อเห็นผมทำหน้าเหยเก พี่ฟรานจึงว่าต่อออกมากอีก

“ร้านพี่เป็นเหมือนสวนอาหารอะ เอ้าท์ดอร์ กินลมชมธรรมชาติ มีดนตรีสดฟังชิวๆ”

ดนตรีสด…

ได้ยินคำนี้ทีไรแล้วนึกถึงตัวเองเมื่อก่อนเลยแฮะ นั่งดีดกีตาร์ร้องเพลงให้กับลูกค้าที่นั่งกินข้าวฟัง บางทีก็ได้กระดาษเขียนรีเควสเพลงมา บางทีก็ได้ทิปด้วย

แต่เฮ้อ… มันก็แค่อดีตแหละว้า ตอนนี้แค่ให้ร้องยังไม่อยากร้องเลย

“พี่ปอนด์... พี่ปอนด์!” ปุณณ์สะกิดเรียกผมแถมพูดเสียงดังใส่อีกต่างหาก

“หะ… หา อะไรทำไมปุณณ์”

“ปุณณ์เรียกตั้งนานแล้ว เหม่ออะไรอยู่ละพี่ ไม่ทำก็ปฏิเสธพี่ฟรานไปสิ”

“ม่ายน้าาาาาาาา อย่าปฏิเสธพี่เลยนะน้องเป็ด ถ้าพี่หาคนไม่ได้ไอ้พี่ ‘เฟิร์ส’ มันต้องฆ่าพี่แน่ๆ เลย เห็นใจพี่ชายคนนี้หน่อยน้าาาาา”

พี่ฟรานลุกมายืนซ้อนหลังผม เขาก้มหน้าเอาใบหน้าสวยๆ มาเกยไหล่ผม ก่อนจะออดอ้อนผมเหมือนเด็กๆ

“พี่ก็ชวนคนอื่นดิ ไอ้ออมไอ้ดรีมก็นั่งหัวโด่อยู่เนี่ย” ปุณณ์ชี้ไปหาเพื่อนทั้งสอง

“เฮ้ย ไม่เอา กูขี้เกียจ” ไอ้ออมรีบโบกมือปฏิเสธ

“กูก็ไม่ทำ” ไอ้ดรีมก็เช่นกัน

“เนี่ยๆ พี่เหลือแค่น้องเป็ดคนเดียวแล้วน้าาาาาา ช่วยกันหน่อยสิ ฮี่ๆ” พี่ฟรานจับหน้าผมหันเข้าหาเขา เขายิ้มกว้างเผยฟันเรียงสวยกันในปากของเขา

ให้ตายสิ ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะ ผมคงใจละลายให้กับเขาไปแล้วล่ะ

“ทำไรของมึงวะฟราน มึงจะกินเด็กอ่อ” พี่อาร์มเดินกลับมาพร้อมกับพี่หมู พี่หมูวางจานข้าวลงตรงหน้าพี่ฟราน

“อะฟราน ของมึง”

“กินเด็กพ่อมึงสิ กูกำลังชวนน้องเค้าไปทำงานที่ร้านพี่กูเว้ย” พี่ฟรานว่าพี่อาร์มเสียงดังก่อนจะหันมาถามผมอีกครั้ง

“นะๆๆ ไอ้พวกนี้มันก็ไม่ยอมทำด้วย แม่งติดเมียกันหมด พี่ไม่เหลือใครแล้วนะเป็ด ช่วยหน่อยน้าาาาาา”

ยิ่งอ้อน ใจยิ่งระทวย บอกเลยว่าถ้าพี่ฟรานไปอ้อนผู้หญิงแบบนี้ ป่านนี้พี่คงตั้งฮาเร็มได้แล้วแหงๆ

“ไอ้ฟรานรีบแดก เดี๋ยวต้องขึ้นไปเตรียมพรีเซ้นต์อีก” พี่หมูว่า

“เออๆ” พี่ฟรานตอบแล้วก็กลับไปนั่งฝั่งตรงข้ามพี่หมูเพื่อกินข้าว



เมื่อใกล้ถึงเวลาเข้าเรียน พวกผมก็ขอตัวพี่ๆ ออกมาแต่ก็ไม่วายโดยพี่ฟรานรั้งตัวเอาไว้อีก

“เป็ดค้าบบบบ ช่วยพี่ฟรานสุดหล่อหน่อยเถอะนะ”

ผมยังคงนิ่งใส่พี่ฟราน แต่หันหน้าไปมองปุณณ์เพื่อเป็นการถามความเห็น

“เฮ้อ เอาไงก็เรื่องของพี่เถอะ ปุณณ์ไม่ขัดพี่หรอก” ปุณณ์ถอนหายใจ ส่วนพี่ฟรานเห็นน้องชายผมไฟเขียวแล้วก็ถึงกับร้องเย้ออกมาด้วยความดีใจ

“เย้ๆ แล้วเป็ดอะ เป็ดๆๆ ก๊าบๆๆ” พี่ฟรานทำท่าตีปีก เห็นแล้วก็อดขำกับท่าทางของพี่มันไม่ได้ พี่ฟรานเล่นใหญ่มาก

“ฮ่าๆๆ โอ๊ย พี่หยุดเถอะ ผมไปช่วยก็ได้ครับ”

“เย้ น้องเป็ดสุดยอดดดดด”

คนน่ารักตรงหน้าลุกขึ้นมากอดผมแถมหอมแก้มผมอีกต่างหาก

“เชี่ยฟราน น้องมันเป็นเกย์ มึงอย่าไปหอมแก้มซี๊ซั๊วดิวะ เดี๋ยวมันก็คิดว่ามึงจีบมันหรอก” พี่หมูว่า

“อ้าวเหรอ ขอโทษๆ แต่พี่ไม่ได้รังเกียจอะไรเรานะ แหะๆ เอ้อนี่ ขอเบอร์หน่อยสิเดี๋ยวจะโทรหาอีกทีนึงนะ” พี่ฟรานหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเตรียมเมมเบอร์ของผม

“08x-xxx-xxxx ครับ”

เขากดโทรออก ผมเลยชูโทรศัพท์ของผมให้เขาดูว่าโทรติดแล้ว พี่ฟรานเลยตัดสายไป

“อ่าๆ โอเคได้ละ เมื่อกี้ขอโทษนะเป็ด พี่ไม่รู้”

“ครับ ไม่เป็นไรครับ”

“ไปเถอะพี่ปอนด์ เดี๋ยวจะสายเอา” ปุณณ์เรียกผม ผมมองนาฬิกาบนจอมือถือก็เห็นว่าเกือบจะ 9 โมงแล้วก็เลยขอตัวลา

“เจอกันตอนเย็นนะเป็ด” พี่ฟรานโบกมือลาผม ผมก็ยกมือไหว้พี่ๆ เขาก่อนจะเดินออกมา แต่ก็ได้ยินเสียงตามหลังมาอีก

“เชี่ย จะ 9 โมงแล้ว รีบแดกเลยสัด เดี๋ยวไม่ได้รายงานนะเว้ย!”

ผมว่าพี่ๆ แก๊งนี้ต้องไม่ค่อยเต็มกันแน่ๆ เลย แต่ละคนดูท่าทางตลกๆ โดยเฉพาะพี่ฟราน สงสัยว่าผมคงจะได้รู้จักกับคนที่คิดว่าน่าจะคบหาได้เพิ่มแล้วละ



อย่างน้อยก็ถือซะว่าไปสัมผัสบรรยากาศแบบเมื่อก่อนที่เคยทำก็แล้วกัน

แค่คนละงาน...

แค่เป็นเด็กเสิร์ฟ...

แค่ไม่ได้ร้องเพลง...

จริงๆ แล้วผมแค่อยากเห็นคนมีความสุขจากเสียงร้องของผมอีกสักครั้ง

แต่ช่างเถอะ ก็ผมร้องเพลงไม่ได้แล้วนี่นา




          พระเอกของเราก็ยังไม่โผล่มา ฮ่าๆ มาแค่ชื่อ ไว้เจอกันต่อหลังพี่เดือนจบจ้า ชอบไม่ชอบยังไงบอกกันไว้ได้เหมือนเดิมครับ
          มีคนชอบบอกว่าชิวูไม่ค่อยเว้นที่ ติดกันเป็นพรืด เพราะงั้นก็เลยลองเคาะบรรทัดเพิ่มดู เผื่อจะดีขึ้นครับ
ชิวู 04/05/17

ส่งน้องวุนซา มาเดบิวท์ก่อนพี่เฟิร์สละกัน ฮ่าๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #468 Noey_y (@Noey_y) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 23:50
    อือหือ... คำพูด-พี่หมู
    #468
    0
  2. #467 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 21:17
    พี่อย่าพูดงั้นดิ
    #467
    0
  3. #440 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 10:02
    เป็นรุ่นพี่ที่ไม่น่าคบเลยสักคน ชวนไปทำงานแบบบังคับบ้าง พูดว่าอย่าไปเล่นด้วยเยอะน้องมันเป็นเกย์ ใช่เรื่องหรือไงสนิทก็ไม่สนิทถึงจะสนิทกันก็ไม่ควรทำ
    #440
    0
  4. #433 mashiro_iro (@zukiyo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 16:26
    เป็นเพื่อนกันจริงเหรอ พูดไม่ดีกันสักคน
    #433
    0
  5. #432 คุณตัวกลม (@mkyg) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 19:58
    ตามหาตั้งนาน พอดีว่าตอนนั้นเห็นผ่านๆจากธัญรีวิวแต่ไม่ได้กดเข้าไปดูพอจะอ่านล่ะจำชื่อเรื่องไม่ได้งือออ ดีใจอ่ะ
    #432
    0
  6. #412 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 18:26
    พี่หมูไม่น่าพูดงั้นเลยอ่ะ ฟังแล้วรู้สึกแย่ไงไม่รู้
    #412
    0
  7. #406 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 10:10
    โห เสียเพื่อนเสียแฟน เสียเสียงร้องเพลงไปอีก น่าสงสารจัง แต่มันก็ผ่านมานานแล้วเนอะ ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป
    #406
    0
  8. #347 ⓒoup . t (@1900hqilo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 20:38
    ช่างมัน--tail อดีตคืออดีตค่ะน้องเป็ดเลวก็ทิ้งหาใหม่ดีกว่า
    #347
    0
  9. #306 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 19:46
    ปอนด์เอ้ย~อย่าไปคิดถึงเรื่องเลวๆที่ผ่านมาเลย ช่างมันเถอะลูก
    #306
    0
  10. #267 chocolate_love2 (@Chocolate_Love) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 20:38
    สงสารปอนด์เลย เพราะโรคซึมเศร้า แถมอาการหนักเอาการอยู่ เอาใจช่วยๆ ^^
    #267
    0
  11. #249 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 15:12
    สงสารอ่ะ
    #249
    0
  12. #186 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 22:17
    บทนี่ก็รู้สึกเอาใจช่วยน้องเป็ดแล้วเนี้ย เอ็นดูน้องเป็ด
    #186
    0
  13. #98 6002thecey (@pikipinocchio) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 15:43
    เราคิดว่าพี่หมูไม่ควรพูดแบบนั้นป่ะ? ถึงจะดูพูดให้ขำๆก็เถอะ น้องมันเป็นเกย์แล้วไงอ่ะ?

    ขอบคุณค่าาาาา
    #98
    4
    • #98-3 Cool (จากตอนที่ 2)
      14 มกราคม 2561 / 18:49
      จริง อ่านเรื่อยๆพอมาถึงตรงนี้รู้สึกขัดมาก
      #98-3
    • #98-4 fainum (@fainum2248) (จากตอนที่ 2)
      26 เมษายน 2562 / 12:49
      คำพูด​ไม่ค่อยดีเลย แต่ในชีวิตจริงมันก็มีล่ะคนที่พูดโดยไม่นึกถึงคนฟัง
      #98-4
  14. วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 16:25
    พี่เฟิร์ส? 555 น่าสนุกดี ติดตามมมมม
    #8
    1
    • #8-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 2)
      6 พฤษภาคม 2560 / 16:54
      ขอบคุณค้าบบบบ
      #8-1
  15. #2 Prasitthiphon (@0933789979) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 19:05
    มาต่อเร็วๆน้า
    #2
    1
    • #2-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 2)
      4 พฤษภาคม 2560 / 19:11
      รอก่อนน้าาาา
      #2-1