[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 20 : Still the One EP19 || She's Not Just A Pretty Face [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    5 ก.ย. 60

Still the One EP19


[เฟิร์ส]


ย้อนกลับไปช่วงที่ผมคบกับเจน ตอนนั้นผมเรียนอยู่ปี 2 เธออยู่ม.4 เราเจอกันได้เพราะเราเคยเรียนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษด้วยกัน คุยกันไปคุยกันมาก็ตกลงคบหากันเป็นแฟน

เจนเป็นผู้หญิงที่สวยออกไปทางน่ารักมากกว่า เจ้าตัวมีดวงตากลมโต พวกแก้มชมพูใสของเธอเคยทำให้ผมอดใจไม่ไหวหอมจูบไปหลายต่อหลายครั้ง

ในตอนนั้นผมคิดว่าเธอสดใสน่ารักประดุจผ้าขาว

หากแต่มันไม่ใช่…


ยิ่งคบกันไป ผมยิ่งได้เห็นด้านที่ไม่ค่อยน่ารักของเธอ เจนเป็นขี้หึงแถมยังเจ้าคิดเจ้าแค้นกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกต่างหาก

ครั้งหนึ่งช่วงที่ผมยุ่งๆ กับโครงการที่ผมกับเพื่อนเป็นตัวแทนของคณะอยู่ ซึ่งในกลุ่มที่ประกวดนั้นมีผมกับเพื่อนอีกคนเป็นผู้ชายเพียงสองคนในกลุ่ม นอกนั้นเป็นผู้หญิงทั้งหมด

ช่วงที่ผมทำงาน ผมก็คุยเล่นหยอกล้อตามประสาเพื่อนบ้าง เวลาที่เธอมารอผมที่คณะแล้วเห็นภาพนั้น เธอก็มักจะชักสีหน้าใส่เพื่อนของผมจนผมต้องปรามเธออยู่เนืองๆ บางทีหนักกว่านั้นถึงขั้นมาดึงผมออกจากเพื่อนด้วย

หลายครั้งเข้าผมก็เลยบอกเธอไปว่าเราเล่นกันเพราะเราทำงานเครียด ก็เลยหยอกล้อกันบ้าง ผมกลัวเธอเข้าใจผิด ซึ่งเธอก็ยิ้มให้และเหมือนจะเข้าใจ


จากนั้นต่อมา เจนไม่เคยชักสีหน้าหรือทำนิสัยไม่ดีต่อหน้าผมและเพื่อนอีก หากแต่ลับหลังนั้นเธอเข้าไปจัดการกับเพื่อนผมทีละคนๆ ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอก เพราะคิดว่าเธอน่าจะเข้าใจแล้ว ขนาดเพื่อนๆ มาฟ้องผมว่าโดนเธอกลั่นแกล้งลับหลังผมสารพัด ตั้งแต่ปล่อยลมรถ เอากระดาษไปติดที่กระจกรถว่า ‘อย่าร่านให้มากนัก’ หรือบางทีก็เข้ามาทำร้ายร่างกายเอาเสียดื้อๆ ช่วงแรกๆ ผมเองก็ไม่เชื่อเพราะคิดว่าเคลียร์กันรู้เรื่องแล้ว แต่หลายครั้งเข้าผมจึงถามเธออีกครั้ง เธอก็รับสารภาพออกมาว่าเป็นคนทำทั้งหมดหน้าตาเฉย

ตอนนั้นผมก็ยังรักเธอเหมือนเดิมนะ แต่ก็ดุเธอไปแรงหมือนกัน และด้วยเหตุนั้นเองจึงทำให้เราเริ่มมีช่องว่างระหว่างกัน ประกอบกับโครงการที่ส่งไปผ่านเข้ารอบ ผมกับเพื่อนจึงต้องทำงานหนักมากขึ้น

และเพราะความเป็นห่วงเธอ ผมจึงฝากให้เพื่อนสนิทอย่างไอ้กายที่ไม่ได้ทำโครงการด้วยกันให้ช่วยดูแลเจนช่วงที่ผมทำงานด้วยความเกรงที่เธอจะก่อเรื่องอะไรขึ้นอีก

แต่นั่นเป็นการตัดสินใจผิดมหันต์

สองคนนั้นแอบคบกันลับหลังผม


ยิ่งนานไป เจนกับผมยิ่งได้เจอกันน้อยลง ผมพยายามเข้าหาเจนแต่เธอมีข้ออ้างสารพัดในการเลี่ยงที่จะเจอกับผม จนสุดท้ายผมก็ถูกเจนบอกเลิกในวันจบการศึกษาของเธอเพราะไปคบกับไอ้กายนั่นแหละ

จากเรื่องนี้เองผมถึงเข้าใจว่า เธอไม่ได้มีใบหน้างดงามอย่างเดียว แต่ยังใจร้ายที่ทิ้งคนที่อยู่ข้างเธอ คอยเตือนสติเธอ คนที่หวังดีกับเธอทุกเรื่องอย่างผมได้ลง


จนถึงวันนี้ผมก็ไม่เคยคิดอาฆาตแค้นเธอนะ เพียงแต่รู้สึกสมเพชตัวเองที่ถูกทั้งเพื่อนทั้งแฟนสวมเขา และถ้าไม่มีเธอ ผมก็คงไม่ได้เจอคนที่อยากปกป้อง อยากดูแล อยากรักตลอดไปอย่างเป็ดหรอก

ก็ได้แต่รอเวลาที่เป็ดพร้อมนั่นแหละ ผมจะได้รักเขาเต็มที่เสียที

และผมก็หวังว่าสิ่งที่ไอ้กายมันเตือนผมจะไม่เกิดขึ้น...


[ปอนด์]


“โอ๊ย พี่เฟิร์ส พี่เป็นบ้ารึไงจะกอดอะไรนักหนา เป็ดจะอ่านหนังสือ!” ผมหันไปแหวใส่คนตัวโตด้านหลังที่เอาแต่กอดผมไม่ปล่อยมาเป็นชั่วโมงแล้ว ไม่ว่าจะดิ้นแค่ไหนเขาก็ไม่ยอมปล่อย

“ไม่เอา พี่จะกอด” ว่าแล้วก็เอาหน้ามาเกยบ่าผมอีก

“พี่ก็ไปแกล้งมัน ปล่อยมันอ่านหนังสือเหอะพี่” ไอ้ออมว่า

“เสือก คนเค้าจะจู๋จี๋กัน เนอะเป็ดเนอะ” หันไปด่าไอ้ออมแล้วหันมาพูดกับผม

ผมไม่ตอบแต่กลอกตาไปมาก่อนจะกลับมาโฟกัสตัวหนังสือตรงหน้าต่อ


ช่วงนี้ผมกับเพื่อนๆ มาอ่านหนังสือกันที่ร้านพี่เฟิร์สกันทุกเย็น เว้นแต่ปุณณ์ที่ทำงาน แต่วันไหนที่ว่างก็จะมาด้วย ซึ่งก็แปลกอยู่อย่างหนึ่งตรงที่ว่า วันไหนที่ปุณณ์มา พี่ฟรานจะไม่มา วันไหนที่พี่ฟรานมา ปุณณ์จะไม่มาสลับกัน ทว่าวันนี้ทั้งสองกลับไม่มาที่ร้านทั้งคู่

สองคนนี้มีเรื่องอะไรกันอยู่แน่ๆ ถึงเข้าหน้ากันไม่ติดแบบนี้

อีกอย่างหนึ่งที่ผมรู้สึกแปลกไป ก็คือพี่เฟิร์ส ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ตัวติดผมเป็นตังเมแบบนี้ แต่ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาพี่เฟิร์สไปรับไปส่งผมตลอด งานที่ร้านก็ไม่ให้ทำ ให้มานั่งเล่นในห้อง ถ้าไม่ช่วยเขาพิมพ์งานในห้องก็ให้อ่านหนังสือ แถมยังอี๋อ๋อมากเกินกว่าปกติ ครั้นถามไปพี่เฟิร์สก็บอกไม่มีอะไรแค่อยากจีบว่าที่แฟน

ก็น่ารักอยู่หรอกนะ ไม่สิ เล่นเอาผมเขินไปเลยแหละ แต่ผมว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ เพราะปกติแล้วเขาไม่ได้เป็นถึงขั้นนี้น่ะ

“นัวเนียกันซะขนาดนี้ พี่จีบมันอยู่รึไง” ดรีมหันไปถามพี่เฟิร์ส

“เอ้า! พวกมึงยังไม่รู้รึไง กูชอบเป็ด”

ว่าแล้วก็หอมแก้มผมโชว์เพื่อนดื้อๆ เล่นเอาทั้งไอ้ดรีมกับไอ้ออมอ้าปากหวอไปเลย

อย่าว่าแต่พวกมึงเลย กูก็ตกใจ!

“พี่ทำบ้าอะไรเนี่ย!” ผมผละเขาออกสุดแรงจนเขาหลุดตัวตัวผม

“แหม เขินอะดิๆ ก็พวกมันไม่รู้ พี่ก็เลยบอกไง ฮ่าๆ”

พี่เฟิร์สหัวเราะร่วนก่อนลุกไปนั่งโต๊ะทำงานของเขาเพื่อทำงานต่อ ทิ้งให้ผมอยู่กับไอ้เพื่อนหน้าหมาสองตัวที่หูกำลังผึ่งรอเผือกเต็มที่

“เรื่องมันเป็นยังไงเนี่ย กูรู้แค่พี่เขาดีกับมึงเพราะเขาเป็นห่วงมึง แต่ไปๆ มาๆ พี่เฟิร์สเขามาจีบมึงได้ยังไง มึงใช้มารยาอะไรหลอกพี่เขามาให้หลงมึงฮะ แล้วก็ตั้งแต่เมื่อไร...” ออมถามผมรัวจนผมต้องยกมือมาป้องหูไว้

“โอ๊ยยยยยยย กูปวดหัวแล้วเนี่ย ใจเย็นๆ ดิ เดี๋ยวกูเล่าเอง”

เนื่องจากไม่มีอะไรจะเสียแล้วผมก็เลยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ผมเจอกับพี่กายที่คณะจนไปถึงเรื่องของพี่เฟิร์สกับผมที่เกิดขึ้นเหมือนกันอย่างบังเอิญให้มันสองคนฟัง พอเล่าจบก็ตาโตด้วยความตกใจ

“เหี้ย… นี่ถ้าไม่ใช่มึงเล่านะเป็ด กูคงคิดว่านี่คือเรื่องโกหก ไม่ก็พวกนิยายน้ำเน่า ดราม่าสัดๆ” ออมสบถออกมาเบาๆ

“จริงมึง อะไรจะขนาดนั้นวะ” ดรีมว่า ก่อนจะลุกมานั่งข้างๆ ผมและกอดผมเบาๆ ก่อนผละออก “ที่ผ่านมากูรู้ว่ามึงแค่มีปัญหาในอดีต แต่กูไม่เคยคิดจะถามเพราะรู้ว่ามึงคงไม่อยากเล่า”

“กูดีใจนะเป็ดที่ได้รู้เรื่องของมึงเพิ่ม ที่ผ่านมามึงคงจะเป็นทุกข์มากเลยสินะ” ออมพูดถึงตรงนี้ก็เริ่มสะอื้นออกมาแล้วเข้ามากอดผมอีกคน “ฮึก… เป็ด พวกกูอยู่ข้างมึงเสมอนะ”

ดรีมเข้ามาดึงออมออกจากตัวผมก่อนหัวเราะออกมา

“โอ๊ย ไอ้ออม ร้องไห้เลยเหรอวะ ฮ่าๆ”

“มึงอะ! ไอ้คนใจดำ เป็ดมันน่าสงสารออก” ออมฟาดแขนไปที่ต้นไหล่ของดรีมทีหนึ่ง

“ฮ่าๆ ตลกว่ะ ตั้งแต่รู้จักกันกูเพิ่งเคยเห็นมึงร้องไห้นี่แหละไอ้ออม” ว่าดังนั้นออมก็เลยทุบเข้าไปอีกทีแล้วร้องไห้โฮออกมา ดรีมขำอีกครั้งก่อนหันมาหาผม

“ก็ตามออมมันบอกแหละ กูก็อยู่ข้างมึงนะ มีอะไรก็เล่าให้ฟังได้เสมอจะได้ช่วยกันหาทางออก ดีกว่าเก็บไปคิดคนเดียวนะเป็ด” ดรีมยิ้มให้ ก่อนดึงตัวออมขึ้น “ลุกเลยมึงๆ ไปล้างหน้าล้างตาไป”

ออมไม่ขัดขืน ยืนตามก่อนจะถูกดรีมลากออกไปจากออฟฟิศ

คนที่นั่งทำงานอยู่หลังจอโน้ตบุ๊กเงยหน้ามามองทำตาหวานเยิ้มก่อนยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยออกมา

“หึงนะ”

ไอ้พี่เฟิร์สบ้า!


กลายเป็นว่าตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าพี่เฟิร์สชอบผมและเดินหน้าจีบผมอย่างเป็นทางการ ผมมารู้ตอนหลังว่าไอ้ดรีมกับไอ้ออมก็คาดเดาไว้แล้วว่าพี่เฟิร์สชอบผม พวกมันสองคนก็เลยไม่ค่อยตกใจเท่าไรเมื่อรู้เรื่องระหว่างผมกับพี่เฟิร์ส

จนกระทั่งประมาณสามทุ่มเศษ ออมกับดรีมก็ลาพี่เฟิร์สกลับบ้านไปกัน เหลือเพียงแค่ผมกับพี่เฟิร์สสองคน

“พี่เฟิร์ส ช่วงนี้พี่ฟรานกับปุณณ์มันมีอะไรกันรึเปล่า ผมรู้สึกว่าทั้งคู่เหมือนกำลังหลบหน้ากันอยู่” ผมถามเรื่องที่คาใจมาสักระยะออกไป

พี่เฟิร์สเงยหน้าละสายตาจากจอโน้ตบุ๊กมามองผมก่อนตอบออกมา

“เป็ดได้ถามปุณณ์รึยังล่ะ”

“ถามแล้ว แต่ปุณณ์บอกปุณณ์ก็ไม่รู้เหมือนกัน ปุณณ์บอกแค่ว่ามันไม่ได้ทะเลาะกับพี่ฟราน”

พี่เฟิร์สเอียงคอเล็กน้อยทำท่าครุ่นคิดไปสักพักก่อนงึมงำบางอย่างออกมา

“อืม… หรือจะเป็นเพราะวันนั้นหว่า”

ผมได้ยินก็ลุกเดินเข้าไปยืนคำหัวอยู่ข้างๆ พี่เฟิร์ส

“พี่รู้เหรอๆ เล่าให้เป็ดฟังหน่อยสิ”

ดูเหมือนผมจะทำหน้าอยากเผือกเกินไปหน่อย พี่เฟิร์สก็เลยขำพรืดออกมา

“พรืด… ฮ่าๆๆ โอ๊ยเป็ด จะอยากรู้อะไรขนาดนั้นเนี่ย หน้าตาบอกชัดเลยนะ”

“ก็แหม! ไอ้ปุณณ์มันก็น้องเป็ดนี่! เป็ดก็แค่อยากทำตัวเป็นพี่ชายที่ดีที่สนใจความเป็นอยู่เป็นไปของน้องชายบ้างไม่ได้รึไง” ผมยู่หน้าลงด้วยความไม่พอใจที่โดนเขาแซว

“ดูทำหน้าเข้าสิ”

เขาหมุนเก้าอี้หันเข้าหาผมก่อนเอามือทั้งสองข้างมาจับหน้าผมไว้จากนั้นก็ดึงแก้มของผมออก

“ยิ้มสิยิ้ม ยิ้มแล้วน่ารักนะ”

“อ่อยอ๊ะ! (ปล่อยนะ!)”

“ปล่อยแล้วยิ้มสวยๆ ให้พี่หน่อยได้ไหมครับ” พี่เฟิร์สว่าก่อนยิ้มกว้างออกมาให้ผมเป็นตัวอย่าง

“อ้อไอ้ (ก็ได้)” ว่าไปดังนั้น พี่เฟิร์สจึงยอมปล่อยมือออกจากแก้มผม

“บีบซะแรงเลย เป็ดเจ็บนะ” ผมทำเสียงอูดใส่ ทว่าพี่เฟิร์สกลับขำออกมาอีก

“ฮ่าๆ ขอโทษๆ แค่อยากให้ยิ้มน่ะ”

ผมเลยยิ้มแข็งๆ ใส่เขาไปทีนึง

“ยิ้มดีๆ ทำไม่ดีไม่เล่านะ” เขายกนิ้วชี้ผมขู่ ทำเหมือนผมเป็นเด็กห้าขวบที่กำลังอ้อนแม่ให้ซื้อของเล่นให้ไปได้

ถึงจะไม่อยากยิ้มเพราะถูกบังคับให้ทำสักเท่าไร แต่ด้วยความที่ผมอยากรู้ ผมก็เลยยิ้มให้พี่เฟิร์สไปทีนึง ทว่าพี่เฟิร์สกลับดึงตัวผมนั่งลงทับตักเขาโดยที่ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัว

“เหวอ! อะไรของพี่เนี่ย!”

มือข้างที่ฉุดผมเปลี่ยนมารั้งตัวเอาไว้กันผมดิ้นหนี ส่วนอีกข้างก็คว้าเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดโหมดกล้องถ่ายรูป แล้วยกมันมาหน้าเราสองคน

เซลฟี่?

“เอ้ายิ้ม หนึ่ง… สอง… สาม!”

เผลอทำตามคำสั่งอย่างไม่ทันคิด รูปที่ปรากฎบนจอจึงออกมาดูดีทั้งคู่ เป็นรูปที่ผมยิ้มกว้างจนตาหยีโดยพี่พี่เฟิร์สเอียงคอมาพิงผม เขายิ้มเล็กๆ ให้กล้องเท่านั้น

“รูปคู่รูปแรกของพี่กับเป็ด”

จริงสิ… ตอนนั้นพี่เขาสร้างโฟลเดอร์ที่จะเอาไว้ใส่รูปผมกับเขาในคอมเอาไว้นี่นา

เพียะ!

“ไอ้พี่เฟิร์สบ้า! จะถ่ายก็ขอกันดีๆ สิ แล้วจะถ่ายไปทำไมก็ไม่รู้ ตะ...ตอนนี้เรายังไม่ได้ ปะ...เป็นอะไรกันสักหน่อย” พูดไปหน้าก็ร้อนขึ้นมาจนต้องเบือนหนี

“ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นอะไรกัน? ถ้าอย่างนั้นแปลว่าหลังจากนี้เป็ดจะยอมคบกับพี่เหรอครับ” เขาถามก่อนเอาหน้ามาพิงกับหลังผม

คบน่ะคบอยู่แล้ว เพราะผมเองก็ชอบพี่เขา เพียงแต่ผมยังไม่รู้ว่าเมื่อไร…

“ลำบากใจที่จะตอบล่ะสิ”

เสียงพี่เฟิร์สฟังดูเศร้าลงจากประโยคก่อนหน้านั้นอย่างชัดเจน

ผมดันตัวลุกออกจากเก้าอี้ คนตัวใหญ่ที่รั้งผมอยู่ก็ไม่ได้ขืนแต่อย่างใด

ผมหมุนตัวกลับมามองเขาก็ปะทะกับสายตาอันเลื่อนลอยของเขา

ทนไม่ได้...

“พี่เฟิร์ส...”

พี่เฟิร์สยิ้มเจื่อนๆ มาให้ผม

ความรู้สึกอึดอัดแบบนี้ผมไม่ชอบเลย...

พี่เฟิร์สที่เป็นแบบนี้ผมเองก็ไม่ชอบเหมือนกัน

“ปอนด์ก็ชอบพี่เฟิร์สเหมือนกันแหละ เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว!”

ผมพุ่งไปดึงแก้มพี่เฟิร์สคืน ทว่าเจ้าตัวกลับไถเก้าอี้หลบผมทันจนผมเกือบหน้าคะมำไปกับพื้น ดีที่ว่าพี่เฟิร์สลุกขึ้นมาคว้าตัวผมได้ทัน

“ขะ… ขอบคุณครับที่ช่วย”

พี่เฟิร์สหมุนตัวผมให้หันหน้าหาเขาก่อนพูดขึ้น

“พูดจริงรึเปล่าเมื่อกี้น่ะ”

ยิ้มแล้ว… ยิ้มกว้างด้วย ยิ้มแบบที่ทำให้ใจผมสั่นระรัว

ผมก้มหน้างุดผงกหัวให้เขาเบาๆ

“ดีใจจังที่ปอนด์ชอบพี่… เหมือนที่พี่ชอบปอนด์”

ชื่อที่พี่เฟิร์สเรียกผมต่างไปจากทุกครั้ง มันทำให้ผมรู้สึกเขินหนักยิ่งขึ้นไปอีก

“ถะ… ถ้าเป็ดมะ… ไม่ชอบพี่ ปะ...เป็ดไม่ยอมให้พี่จะ...จีบหรอกน่า ฮ่าๆๆ” ตอบไปแบบตะกุกตะกักแถมท้ายด้วยการหัวเราะแก้เขิน

ผมผละพี่เฟิร์สออกก่อนจะไปนั่งลงตรงโซฟาที่ประจำแล้วใช้หมอนบังสีหน้าของตัวเองเอาไว้

ก็มันเขินนี่!

คนหล่อตัวสูงเดินยิ้มอย่างอารมณ์ดีตรงมานั่งลงข้างๆ ผม เขาโอบไหล่ผมแล้วดึงผมให้พิงกับเขา

“เป็ดรู้ว่าพี่ต้องการอะไร เป็ดไม่พูดอีกรอบหรอกนะ”

พี่เฟิร์สไม่ได้ว่าอะไร เขาเพียงแต่ลูบเส้นผมของผมเบาๆ ไปมา

“เฮ้อ… ก็น่ารักขนาดนี้แหละ พี่ถึงได้ตกหลุมรักเข้าเต็มเปาเลย คิดว่าจะเก้อแล้วซะอีก พี่ไม่เคยจีบผู้ชายมาก่อนด้วยสิ”

“พูดบ้าอะไรก็ไม่รู้” ผมฝังหน้าลงกับหมอนหนุนที่ยังคงกอดอยู่แล้วพูดใส่หมอนไป แต่พี่เฟิร์สดันได้ยิน

“เอ้า! ก็พี่พูดจริงนี่แฟนเก่าพี่ก็คือเพื่อนเก่าเรานี่ พี่เคยจีบแค่เจนเท่านั้นแหละ”

ได้ยินชื่อนี้ขึ้นมาผมก็อารมณ์ไม่ดีขึ้นมาทันทีเสียอย่างนั้น

“คิ้วชนกันอีกแล้วคนเก่งของพี่ ก็แค่เรื่องในอดีตน่า ตอนนี้พี่มองแค่เป็ดคนเดียวนั่นแหละ” เขาว่าแล้วใช้มือข้างขวาจับมือข้างซ้ายของผมผสานกันไว้

“ใจตรงกันแล้ว แต่พี่รู้ว่าเป็ดต้องการเวลากับเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น ยังไงพี่ก็ยังรอเราเหมือนเดิมนะเป็ด”

ดีจังที่ชอบคนๆ นี้…

เขาเข้าใจผม

“ครับ” ผมตอบไปเพียงสั้นๆ ก่อนนึกขึ้นได้ว่ายังถามเรื่องของปุณณ์กับพี่ฟรานค้างไว้อยู่ “อ๊ะ! แล้วๆ เรื่องพี่ฟรานกับปุณณ์ล่ะ พี่ยังไม่ได้เล่าเลยนะ”

“ฮ่าๆ ก็ไม่อะไรมากหรอก ไอ้ฟรานน่ะ เวลามันป่วยแล้วมันชอบอ้อน อืม… ยังไงดีล่ะ ตอนป่วยนะ ฟรานมันชอบแทนตัวเองว่าฟราน แถมงุ้งงิ้งๆ เป็นเด็กเล็กๆ เลยละ ตอนนั้นที่มันป่วยแล้วปุณณ์ไปเฝ้าไข้ให้ มันคงลืมตัวทำตามปกติที่ทำกับพี่ ฟรานมันคงเขินไม่กล้าสู้หน้าปุณณ์มันละมั้ง” พี่เฟิร์สว่ายิ้มๆ

“หา... เป็นเดือนแล้วนะพี่ เพราะเรื่องแค่นี้เองเหรอ”

ถึงจะตกใจนิดๆ ก็เถอะ เพราะพี่ฟรานที่ผมรู้จัก แม้เขาจะหน้าสวยแต่พี่เขาก็ดูเป็นผู้ชายแมนๆ เลยนะ นึกไม่ออกเลยแฮะว่าเวลาเขาอ้อนแบบนั้นจะเป็นยังไง

“ที่มันไม่แค่นี้ก็เพราะไอ้ฟรานมันชอบน้องเรายังไงล่ะ”

“ห๊ะ? พี่ว่าอะไรนะ”

“พี่บอกว่าไอ้ฟรานน่ะมันชอบปุณณ์ เหมือนที่พี่ชอบเรายังไงล่ะ” ว่าแล้วก็ทำหน้ายียวนใส่ผมอีก

“อันหลังน่ะรู้แล้ว แต่พี่ฟรานเนี่ยนะ พี่ฟรานเป็นเกย์เหรอ” ผมถามโดยไม่สนใจพี่เฟิร์สที่เล่นหูเล่นตาใส่ผม

“ไม่รู้สิ ไม่เคยถามมัน แต่ก็ไม่เคยเห็นมันมีแฟนนะ เหมาะกันดีออก เหมือนเราสองคนเลยเนอะๆ” มีการกระแซะตัวใส่ผมด้วย

“กาแฟเหรอ” ผมถาม

“กาแฟอะไรครับ”

“ชงเก่งซะขนาดนี้ นึกว่าชงกาแฟขายด้วยซะอีก”

โดนผมแซวบ้าง เขาก็หน้าเหวอไปก่อนจะเปลี่ยนเป็นหัวเราะออกมา

“เป็ดของพี่เล่นมุกเป็นกับเขาด้วยเหรอเนี่ย ฮ่าๆ”

“มันไม่ขำก็ไม่ต้องฝืนหัวเราะหรอกพี่” ผมส่ายหน้าเบาๆ ใส่เขา

“บ้าเหรอ ไม่ได้ฝืนสักหน่อย แค่ประหลาดใจเฉยๆ น่ะ” พี่เฟิร์สยื่นมือใหญ่มาขยี้ผมของผมแรงๆ ทีนึง ก่อนลุกขึ้นแล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน

“ชื่นใจละวันนี้ เดี๋ยวพี่ขอลงบัญชีต่ออีกหน่อยแล้วเดี๋ยวไปส่งบ้านนะ อ่านหนังสือทำการบ้านรอพี่ก่อน”

“ครับพี่เฟิร์ส”


ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงร้านก็ปิด พี่เฟิร์สที่ทำงานหน้าคอมเสร็จเมื่อสักครู่ก็ไปดูความเรียบร้อยของร้านก่อน ขับรถเบนซ์สีดำคันเดิมกลับมาส่งผมที่หน้าเซเว่นปากซอยเหมือนทุกครั้ง

พอรถจอดผมก็ปลดเข็มขัดออกเพื่อจะลง แต่พี่เฟิร์สก็รั้งแขนผมเอาไว้ก่อน

“เป็ดอย่าไปบอกปุณณ์มันนะเรื่องที่ฟรานมันชอบน่ะ ให้ฟรานมันเป็นคนบอกเองจะดีกว่า”

“ครับ”

“อีกอย่างหนึ่งนะเป็ด ช่วงที่เป็ดสอบพี่อาจจะยุ่งมากเพราะแม่ขอให้ไปช่วยงานที่บ้านด้วย พี่อาจจะไม่ได้ไปรับไปส่งเราตลอดนะ เฮ้อ...” พี่เฟิร์สถอนหายใจยาวแล้วขยี้หัวตัวเองแรงๆ “ยังไงตอนเย็นถ้าพี่ไม่ได้ไปรับ ก็มาอ่านหนังสือที่ร้านเหมือนเดิมนะ มากับฟราน ไม่ก็ปุณณ์นะ”

ผมมองเขาด้วยความงุนงง มันก็ปกตินี่ ถ้าวันไหนพี่เฟิร์สไม่ว่าง ผมก็ไปกับพี่ฟรานเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก็ตอบรับเขาไป

“ครับพี่”

ผมเปิดประตูเพื่อจะลงทว่ากลับโดนรั้งอีกครั้ง

ฟอด…

“กลับบ้านดีๆ นะครับ ปอนด์คนเก่งของพี่”

ระ… เรียกแบบนี้อีกแล้ว

“อะ… อื้ม พี่เฟิร์สก็ขับรถดีๆ นะ”

ผมก้าวลงจากรถแล้วปิดประตู คนขับโบกมือลาผมก่อนขับรถแล่นออกไป ทิ้งให้ผมยืนลูบแก้มด้วยความเขินอยู่คนเดียว


“อ้าว มายืนไรตรงนี้อะพี่ ทำไมไม่รอที่มันสว่างๆ”

“เฮ้ย!”

ไม่รู้ว่าผมยืนเขินอยู่นานแค่ไหน ขนาดปุณณ์มาอยู่ข้างๆ ยังไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย

“กินไรที่ร้านมายัง ซื้อขนมไปกินป่าว” ปุณณ์เอียงคอถามผม “หน้าแดงๆ นี่พี่ไม่สบายรึเปล่าเนี่ย”

“ปะ… เปล่าๆ ไม่เป็นอะไร แค่ร้อนน่ะ ฮ่าๆ”

ปุณณ์ย่นคิ้วแล้วถามต่อ

“อะไรของพี่เนี่ย ดูแปลกๆ ไปนะ ว่าแต่ขนมน่ะ เอารึเปล่า”

“ห๊ะ? ขนมเหรอ เอาสิๆ” ว่าแล้วก็เดินนำลิ่วเข้าร้านไป

“อะไรของเขาเนี่ย บ๊องชะมัด” ปุณณ์บ่นพึมพำ


หน็อย… ไอ้น้องเวร ลองโดนคนที่ชอบจู่โจมแบบนี้ เป็นมึง มึงก็คงไม่ต่างอะไรจากกูหรอกเชื่อเถอะ!



ดองนานแค่ไหน ถามใจเธอดูววววว์ ฮือออออ ชิวูขอโทษ มันตื้อมากกกกก แต่ยังไงก็จะมาให้ไวที่สุดนะครับ ^^

เรื่องนี้ใกล้จบแล้วนะครับ เท่าที่นับดูก็เหลือไม่กี่ตอนแล้วละ เต็มที่ก็ 5 ตอน ใกล้ถึงฝั่งฝันแล้ว ทั้งชิวู ทั้งน้องเป็ด ฮ่าๆ


ป.ล. จริงๆ แล้วอยากตั้งชื่อตอนอีกอย่างนึงมากกว่า แต่จองไว้แล้วก็เอาตามนั้นละกันครับ ชื่อจากเพลงนี้ครับ She's Not Just A Pretty Face แต่เนื้อหาไม่ใช่เน้อ เพลงนี้เนื้อหาดีครับ

ป.ล.2 ช่วยชิวูคิดชื่อภาษาไทยของเรื่องนี้ทีสิครับ เคยคิดมาแล้วแต่รู้สึกมันเห่ยๆ ก็เลยลบออก ฮ่าๆ

ชิวู 05/09/17




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #457 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 15:54
    ค่อยพัฒนาอย่างมั่งคง ความรักมันแบบนี้แหละเชื่อชั้นเถอะ ชั้นอ่านนิยายมาเยอะ55555555
    #457
    0
  2. #335 insinsutee (@insinsutee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 10:25
    เขินจัง
    #335
    0
  3. #168 Beer Sakunrat (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 21:15
    พี่เฟิร์สมันร้าย!!! เอะอะจูบ เอะอะหอม ตอดนิดตอดหน่อย เป็ดขาดทุนนะพี่ ไปขอดีๆก่อนดิ555555555
    #168
    1
    • #168-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 20)
      5 กันยายน 2560 / 22:24
      อดใจไม่ไหว 555
      #168-1
  4. #167 manoysa (@manoysa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 11:14
    พี่เฟิร์สกังวลว่าเจนจะเข้ามาหาปอนด์แน่ๆ หู้ยยยยยจะดราม่าหนักมั้ยเนี่ย สงสารน้องปอนด์ #คิดถึงหนักมาอ่ะไรท์ สู้ๆ
    #167
    2
    • #167-1 manoysa (@manoysa) (จากตอนที่ 20)
      5 กันยายน 2560 / 11:14
      *หนักมาก
      #167-1
    • #167-2 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 20)
      5 กันยายน 2560 / 22:24
      นิดนึงๆ
      #167-2
  5. #166 b_eam2 (@B_EAM) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 08:17
    เมื่อไหร่ปอนจะเลิกคิดกับเรื่องอดีตสักที
    #166
    0
  6. #165 Masmas2609 (@Masmas2609) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 02:21
    ขอตอนฟรานปุณณ์ยอะๆหน่าชิวู
    #165
    1
    • #165-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 20)
      5 กันยายน 2560 / 02:36
      น่าจะมีก่อนจบตอนนึงนะครับ แล้วหลังจากนั้นก็เจอกันในสเปฯ โลด
      #165-1
  7. #164 shirayuuki (@shirayuuki) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 00:47
    โอม จงอัพ จงอัพ จงอัพ จงอัพ จงอัพ จงอัพ จงอัพ เพี้ยงงงง
    #164
    1
  8. #163 DsnoopyD (@linmin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 00:29
    อ่านยาวๆไป เป็นกำลังใจให้เป็ดนะ~
    #163
    1
  9. #159 Chatchaann1 (@Chatchaann1) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 23:58
    เอ่อ กายถอยง่ายไปนะ แต่อยากให้นังเจนมันได้รับกรรมอ่ะ
    #159
    0
  10. #158 Beer Sakunrat (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 23:17
    ใส่เกลือเพิ่ม ฟิ้ววว
    #158
    0