[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 25 : Still the One EP24 || Today Is Your Day [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,477
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    11 ต.ค. 60

Still the One EP24


เหมือนจะผ่านเรื่องเครียดๆ แย่ๆ มาจนหมดแล้ว แต่มันไม่หมดเพราะยังมีสิ่งที่เรียกว่า ‘สอบไฟนอล’ เหลืออีกอยู่อย่างนึง

โชคดีที่ว่าตอนผมเข้าโรงพยาบาลนั้น ช่วงวันนั้นมันไม่มีสอบพอดีก็เลยรอดตัวไป ไม่เช่นนั้นจะต้องมาทำเรื่องขอสอบย้อนหลังอีก

แม้ว่าจะเสียเวลาอ่านหนังสือไปกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เพราะผมเองก็ไม่ได้ฉลาดน้อยอะไรมากมาย แถมได้ติวเตอร์กิตติมศักดิ์ผู้เป็นถึงเจ้าของร้านที่ให้ลิงสี่ตัวอย่างพวกผมสิงสถิตอยู่เป็นผู้ติวให้ ตอนนี้ผมก็เลยมั่นใจระดับหนึ่งว่าไฟนอลนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร


“ปอนด์ ว่าแต่ปอนด์จะร้องเพลงวันไหนเหรอ แล้วได้ลองใช้ไมค์ดูรึยัง”

พี่คิสที่มาถึงก่อนเวลาขึ้นแสดงและนั่งอยู่ในออฟฟิศกับพวกผมเอ่ยถามขึ้น

จริงด้วยสิ… ยังมีไอ้นี่อีกเรื่องนึงนี่นา

มันดีแล้วจริงๆ น่ะเหรอที่ผมจะร้องเพลงให้คนอื่นฟังแบบนี้อีกครั้งนึงน่ะ

“หน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่ยอมตอบพี่แบบนี้แปลว่ายังไม่ได้ลองใช้ไมค์สินะ ฮ่าๆ” พี่คิสว่าก่อนหัวเราะออกมา เขามองนาฬิกาในห้อง เมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่เขาต้องทำการแสดงแล้วเขาก็ยันตัวขึ้นยืนพร้อมสะพายกระเป๋าใส่กีตาร์ของเขา

พี่คิสจ้องผม เขาย่นคิ้วพลางใช้ความคิด

“อืม… พี่ว่าพี่มีวิธีอยู่นะ เดี๋ยวไว้ตอนเราสอบเสร็จ พี่จะลองใช้วิธีนั้นดูก็แล้วกัน”

“เฮ้ยๆ ไอ้คิส อย่าทำอะไรแผลงๆ อีกล่ะ ไอ้แบบตอนนั้นที่หลอกให้ไปร้องไม่เอาแล้วนะ” พี่เฟิร์สที่นั่งอยู่หลังจอโน้ตบุ๊กว่าขึ้นมา

“ไม่หรอกน่า เชื่อใจกูเถอะ” ว่าจบก็ขยิบตาขวาให้ผมก่อนผลักประตูเดินออกไป

แม้จะยังเดาไม่ออกว่าพี่คิสจะทำอะไรและแม้ว่าลึกๆ แล้วก็ยังคงกลัวที่จะร้องเพลงต่อหน้าฝูงชนอยู่ แต่ผมก็อยากจะรู้ว่าพี่คิสจะมีวิธีอะไรมาช่วยผมให้คุ้นชินกับการใช้ไมค์ร้องเพลงเหมือนกัน



“ปิดเทอมสักทีนึงโว้ย!” ไอ้ดรีมเฮลั่นหลังจากที่สอบวิชาสุดท้ายเสร็จ มันหันไปหาไอ้ออมเพื่อแท็กมือ ไอ้ออมส่ายหัวด้วยความระอาให้มันแต่ก็ยอมยกมือขึ้นให้ดรีมแปะอยู่ดี

“เป็ด ปิดเทอมนี้มึงจะเล่นที่ร้านพี่เฟิร์สใช่มั้ย” ออมถาม

“อือ แต่กูยังไม่ค่อยมั่นใจตัวเองเลยว่ะ” ผมว่า

“คิดมากว่ะ มึงทำได้อยู่แล้ว” ออมตบบ่าผมปุๆ ให้กำลังใจ “จะเล่นวันไหนก็บอกละกัน หรือจะชวนกูไปเที่ยวก็ได้นะ ปิดเทอมนี้คงจะเบื่อแย่”

“ชวนกูด้วยนะเป็ด สู้ๆ นะมึง กูเป็นกำลังใจให้” ดรีมว่าก่อนตรงเข้ามาขยี้หัวผมจนกระเซอะกระเซิง

ผมใช้มือจับๆ ผมให้เข้าทรงก่อนบอกมันสองคนไป

“อื้อ ยังไงเดี๋ยวกูบอกก็แล้วนะ”

“ถ้าอย่างนั้น เจอกันนะเป็ด” ดรีมว่าก่อนพูดกับน้องชายของผมที่ยืนเงียบกดมือถือต๊อกแต๊กอยู่ตั้งแต่เมื่อกี้นี้ “มึงด้วยไอ้ปุณณ์ ไว้เจอกัน”

“หะ...หา เออๆ ไว้เจอกัน โชคดีๆ” ปุณณ์ผงะก่อนยกมือโบกลาสองคนนั้น

คุยจนไม่ฟังเพื่อนฟังฝูงแบบนี้ สงสัยคงจะคุยกับพี่ฟรานแฟนมันแน่ๆ


เนื่องจากพี่ฟรานไม่มีสอบและพี่เฟิร์สเองก็ยังคงยุ่งๆ กับงานที่บ้านอยู่ วันนี้ปุณณ์ก็เลยขี่รถมาส่งผมที่ร้านพี่เฟิร์สก่อนจะจอดไว้ที่ลานจอดรถของร้าน ปุณณ์บอกลาผมจากนั้นจึงเดินไปทำงานที่เซเว่นใกล้ๆ

ผมผลักประตูออฟฟิศเข้าไปก็เห็นพี่เฟิร์สนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดจ้องโน้ตบุ๊กพลางงึมงำอะไรสักอย่างอยู่ ที่แปลกไปคือวันนี้เขาใส่แว่นตาด้วย ผมไม่เคยเห็นเขาใส่เลย เพิ่งรู้ด้วยว่าพี่เฟิร์สสายตาสั้น

แต่ก็เท่ไปอีกแบบแฮะ

เมื่อเห็นว่าเขาไม่รับรู้การมาถึงของผมแม้แต่น้อย ผมก็เลยเดินย่องๆ เข้าไปยืนข้างๆ เขาก่อนตบโต๊ะเสียงดังปึ้ง

“แฮ่!”

“เฮ้ย!” พี่เฟิร์สสะดุ้งตัวโหยงก่อนหันมามองหน้าผม “โถ่! เป็ดก็ ตกอกตกใจหมด ดูสิเนี่ย เกือบกดลบรูปเลยนะ”

เขาหันจอให้ผมดู พอผมมองก็เห็นเป็นโฟลเดอร์ ‘w/Ped’ ที่เขาเคยสร้างไว้ ภายในนั้นมีรูปที่ผมไม่เคยเห็นเต็มไปหมด ทั้งตอนเผลอ ตอนหลับ ตอนทำหน้าประหลาดๆ ไม่รู้ว่าไปแอบถ่ายไว้ตอนไหนกัน

ในนั้นมีรูปของผมรูปเดียวที่ผมว่าดูดี นั่นก็คือรูปที่ถ่ายเซลฟี่คู่กันกับพี่เฟิร์ส

“นี่ถ้าตกใจแล้วเผลอกดลบไปนี่ ไม่มีสำรองแล้วนะเนี่ย” พี่เฟิร์สว่าก่อนถอนหายใจออกมา

“นี่! รูปแบบนี้พี่จะเก็บไปทำไมกัน”

ผมชี้ไปยังจอ บนจอปรากฏรูปผมนอนน้ำลายบูดหกใส่หมอนบนเตียงผู้ป่วย หัวก็โพกผ้าพันแผล แถมผมยังฟูชี้โด่ชี้เด่ไม่เป็นทรงอีก

สภาพโคตรแย่!

“ฮ่าๆ แต่พี่ชอบนะ ธรรมชาติดี ไม่รู้ละๆ พี่ไม่ลบหรอกนะ”

พี่เฟิร์สหัวเราะร่วนก่อนพับจอลง เขาหมุนเก้าอี้เข้าหาผมแล้วแหงนมามองหน้า

“กินข้าวมารึยังครับ” เสียงนุ่มเอ่ยถามผมพร้อมรอยยิ้ม

“ทำมาเป็นเปลี่ยนเรื่อง” ผมว่าอุบอิบพลางคิดในใจว่าถ้าได้แตะคอมนี่เมื่อไร ผมจะเข้าไปลบรูปพวกนั้นให้หมด

“ทำหน้ายู่พี่ก็ไม่ลบหรอกนะ กินอะไรก็ไปบอกพ่อครัวนะ” พี่เฟิร์สว่าแล้วก่อนหมุนเก้าอี้กลับ “อ๊ะ จริงสิ วันนี้คิสมานะ เห็นว่าจะเอาของที่ช่วยให้เป็ดให้ไมค์ร้องเพลงได้มาด้วย”

“ของ?” ผมทำหน้างงใส่เขา

“เออ พี่ก็ไม่รู้หรอก แต่เห็นมันบอกให้เชื่อใจมัน พี่ก็เลยไม่ได้ซักไซ้มัน”

แอด…

เสียงผลักประตูดังขึ้นพร้อมกับผู้มาใหม่อย่างพี่คิส

“นั่นไงมาพอดีเลย ตายยากชะมัด”

“นินทาอะไรกัน หืม” พี่คิสว่าก่อนถอดกีตาร์ที่สะพายมาแล้วหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟา

“พี่คิส หวัดดีครับ” ผมยกมือไหว้เขา

“ดีปอนด์ สอบเสร็จแล้วใช่มั้ย” พี่คิสรับไหว้ก่อนถามผม

“ครับ หมดแล้ว เหนื่อยโคตร แหะๆ” ผมว่าก่อนเดินไปนั่งลงบนโซฟาข้างๆ พี่คิส

“ดีแล้วแหละ” พี่คิสหันไปมองนาฬิกาที่อยู่ในห้อง “จะซ้อมต่อเลยมั้ย พี่ยังมีเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนขึ้นร้อง”

“อ่า… วันนี้เหนื่อยอะพี่ ขอปอนด์พักสักวันนะครับ พรุ่งนี้ก็เป็นวันเสาร์ด้วย พี่คิสมาที่บ้านสิครับ” ผมปฏิเสธเพราะความเหนื่อยจากการสอบ

“ชวนกันไปกระหนุงกระหนิงกันสองคน เฮ้อ… หมาหัวเน่าจริงๆ”

เสียงบ่นอุบจากคนตัวใหญ่ที่นั่งทำงานอยู่เล่นเอาผมหลุดขำพรืดออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“ขำอีกๆ ใช่ซี้ พี่มันร้องเพลงไม่เป็น สอนเราไม่ได้นี่นา” เขาประชดใส่

ผมกับพี่คิสหัวเราะร่วนออกมาเพราะการกระทำเด็กๆ ที่เห็นไม่บ่อยของพี่เฟิร์ส ทว่าเจ้าตัวกลับปั้นหน้าหงิกกว่าเดิมจนผมอดไม่ได้ที่ต้องเดินไปหาเขาแล้วก็...

ฟอด…

“ช่วยตั้งเยอะตั้งแยะแล้วน่า คิดมากจังวุ้ย”

พี่เฟิร์สเหมือนถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราวเอาไว้ ร่างของเขาแข็งทื่อไปทั้งตัว พอเขาตั้งสติได้ก็ค่อยๆ หมุนคอ… ไม่สิ มันเหมือนหุ่นยนต์ที่จวนจะเจ๊งเสียมากกว่า ก็กระตุกซะขนาดนั้น

“ทะ...ทำอะ...อะไร...อะ”

“หอมแก้มไง ยังจะคิดมากอยู่อีกมั้ยครับ” ผมว่าก่อนอมยิ้มกวนๆ ให้เขา

“ไม่แล้วครับๆ ขะ...ขออีกครั้งได้มั้ย” พี่เฟิร์สส่ายหัวรัวๆ

“แบร่! ไม่!”

ว่าแล้วก็สะบัดก้นกลับไปนั่งขำกับพี่คิสกันสองคน ปล่อยให้พี่เฟิร์สนั่งหน้ามุ่ยไป

“ใจร้ายที่สุด...”

นานๆ ทีจะได้แกล้งเขาแบบนี้ ขอผมหน่อยเถอะ!


[เฟิร์ส]


จริงๆ ผมแค่แกล้งงอนเขาไปแค่นั้นแหละ แต่ไม่คิดว่าผลลัพธ์จะออกมาดีเกินคาดถึงขนาดนี้ ผมเสียเองที่กลับกลายเป็นฝ่ายที่ต้องตะลึงกับการกระทำของเขา

แต่ชอบอะ อยากได้บ่อยๆ จัง...

สงสัยต้องหาเรื่องแกล้งงอนบ่อยๆ ซะแล้วสิ


ตอนนี้คิสไปร้องเพลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็เลยทำงานต่อ ส่วนเป็ดออกไปช่วยงานเสิร์ฟ ทีแรกผมก็จะไม่ให้ทำหรอก ทว่าเจ้าตัวกลับยืนยันว่าจะทำเพราะรู้สึกเบื่อ เป็ดบอกว่าจะได้ดูบรรยากาศภายในร้านเมื่อถึงเวลาที่ตัวเองต้องร้องด้วย

เมื่อสักครู่ผมเดินออกไปเข้าห้องน้ำมาพอกลับมาก็เห็นซองพลาสติกวางอยู่บนโซฟา ข้างในซองมีเม็ดหลากสีอยู่เต็มไปหมด

“นี่มันอะไรกันละเนี่ย”

ผมพลิกไปพลิกมาก็ไม่เห็นว่ามันจะมีฉลากอะไรจึงถือวิสาสะแกะมันออกมาดูแล้วเอาเข้าปากไป

“ลูกอมนี่ ของเป็ดรึยังไงกัน”

แต่อร่อยดีแฮะ ขโมยกินเลยก็แล้วกัน เอาคืนที่แกล้งหอมแก้มผมต่อหน้าไอ้คิส


[ปอนด์]


วันต่อมาพี่คิสมาที่บ้านของผมเพื่อจะปัดฝุ่นการเล่นกีตาร์ของผมรวมไปถึงช่วยเรื่องการร้องผ่านไมค์ด้วย ส่วนพี่เฟิร์ส รายนั้นไม่ว่างครับ งานยังคงเข้าอย่างต่อเนื่อง วันนี้เจ้าตัวเข้าบริษัทของแม่ก็เลยไม่ได้มา พี่เฟิร์สก็บ่นๆ แหละว่าอยากฟังผมร้องเพลงๆ แต่พอจะร้องให้ฟังเขากลับบอกว่าจะฟังตอนวันที่จะแสดงจริงเลยทีเดียว

แปลกคนจริงๆ

กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน ตอนนี้ผมนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นกับพี่คิสสองคน เราต่างมีกีตาร์โปร่งกันคนละตัว ด้านหน้าตรงโต๊ะกาแฟมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กกับแผ่นคอร์ดกีตาร์ที่วางระเกะระกะอยู่

“เอาละ กีตาร์เดี๋ยวค่อยลองเล่นก็ได้ พี่ว่าปอนด์ก็เล่นได้อยู่แล้ว ลองใช้นี่ร้องดูสิ พี่ว่าน่าจะได้นะ”

‘นี่’ ที่พี่คิสว่ามีลักษณะกลมๆ สีฟ้าด้านบน ตรงกลางเป็นสีเดียวกันแต่เป็นทรงกระบอก ส่วนปลายของไอ้นั่นเป็นฝาปิดสีเหลืองที่มีเชือกห้อยต่องแต่งอยู่

มันคือ ไมโครโฟนของเล่น…

“เมื่อวานพี่เอาขนมออกมาว่าจะกินสักหน่อย พอเล่นเสร็จกลับมาดันหายไปไหนก็ไม่รู้ ปอนด์กินไปรึเปล่า” พี่คิสถามผม ผมจึงส่ายหัวให้เป็นคำตอบ

“ช่างมันเถอะ ใครสักคนคงกินไปนั่นแหละ” พี่คิสว่าก่อนหยิบไมค์ของเล่นขึ้นมาจ่อปากตัวเอง

“ถ้าใช้ไอ้นี่แล้วร้อง ปอนด์คิดว่าทำได้มั้ย”


ผมพินิจดูเจ้าไมโครโฟนของเล่นนั่น ตอนนี้ผมรับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังกลัวจนตัวสั่น ทว่าคำพูดของพี่เฟิร์สที่ครั้งหนึ่งเขาเคยบอกผมเอาไว้ลอยเข้ามาในหัวของผม

‘พี่อยากฟังเราร้องเพลงจริงๆ นะ’

อยาก… อยากทำให้ได้เพื่อเขาและตัวผมเอง

มันก็แค่ไมค์ของเล่น!

หมับ!

ผมค่อยๆ เอื้อมมือไปคว้ามันมากำแน่นบนมือของตัวเอง

“ปะ...ปอนด์จะลองดู”

พี่คิสยิ้มกว้างให้ผม เขากระเถิบตัวเข้ามาแล้วใช้มือลูบหัวปลอบผม ร่างที่สั่นเทาอยู่จึงค่อยๆ สงบลง

“เก่งมากเลยน้องรักของพี่ แต่ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนนะ เดี๋ยวพี่จะโดนไอ้เฟิร์สฆ่าเอา”

ผมพยักหน้ารัวๆ ใส่เขา

“ถ้าพร้อมเมื่อไรก็ลองเลย พี่จะฟังและช่วยเรานะ”

สำหรับผมแล้วพี่คิสเป็นพี่ชายที่แสนดีจริงๆ

ในฐานะน้องชาย ผมหวังว่าเขาคงจะได้เจอกับคนดีๆ สักวันนึง…



เวลาผ่านไปร่วมสองสัปดาห์ จากไมค์ของเล่นพัฒนากลายเป็นไมโครโฟนบลูทูธ ถ้านึกไม่ออกว่าหน้าตาเป็นอย่างไรก็ให้นึกถึงไมค์นักข่าวที่มีหัวเป็นโลโก้เลขช่องนั่นแหละครับ มันเป็นลำโพงที่ใช้เปิดเพลงจากมือถือและร้องเพลงได้ เพราะเสียงมันไม่ค่อยดีเท่าไร แถมยังมีเสียงเพลงกลบ ความเกร็ง ความกลัวก็เลยไม่ค่อยเกิด

วันศุกร์คือพรุ่งนี้แล้วสินะ… วันที่ผมตกลงจะไปร้องเพลงที่ร้านพี่เฟิร์ส

ไมค์จริงก็ยังไม่เคยได้ลองใช้เลยสักครั้ง

จะไหวรึเปล่านะเรา…


[เฟิร์ส]


ในวันนี้ผมตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้ยินคนรักของผมร้องเพลงให้ฟังเป็นครั้งแรก แม้ว่าจะไม่เคยได้ไปดูตอนเป็ดซ้อม แต่ผมก็หมั่นถามไอ้คิสอยู่แทบทุกวันว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งคิสก็บอกว่าดีขึ้นเรื่อยๆ ผมก็เลยใจชื้นขึ้นมา ผมส่งข้อความไปบอกเพื่อนๆ ของเป็ดว่าวันนี้เป็ดจะเล่นที่ร้าน รวมโทรไปบอกไอ้กายด้วย แต่มันกลับบอกว่าไม่แน่ใจว่าควรจะมารึเปล่า ขอคิดดูอีกที ผมก็เลยบอกไปว่าแล้วแต่มัน


เวลาผ่านไปเพื่อนๆ พี่ๆ ของเขาก็ทยอยกันมาถึง ต่างคนต่างเข้ามาทักทายเป็ดที่ออฟฟิศและออกไปนั่งรอที่โต๊ะด้านหน้าสุดที่ผมจัดเตรียมโต๊ะเอาไว้ให้สำหรับพวกเรา

แรกๆ ก็เหมือนทุกอย่างจะโอเค แต่ยิ่งใกล้ถึงเวลา เป็ดยิ่งแสดงออกว่าเขากำลังกลัวอยู่ ไม่เหมือนที่คิสบอกว่า ‘ดีขึ้นเรื่อยๆ’ เลยแม้แต่น้อย

เป็ดน้อยของผมตอนนี้นั่งตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่บนโซฟาในออฟฟิศผม เป็ดหายใจหอบถี่ด้วยความกลัวปนตื่นเต้น

ผมเห็นสภาพเขาแล้วก็ทนไม่ได้จึงเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ เขาแล้วดึงตัวเขาเข้ามากอด

“ไหวรึเปล่าเป็ดน้อยของพี่ ถ้าไม่ไหวเอาไว้วันอื่นก็ได้นะ พี่ไม่รีบหรอก”

แม้ผมจะพูดไปอย่างนั้นแต่เจ้าตัวกลับส่ายหน้าให้ผม

“มะ...ไม่ เป็ด...เป็ดจะร้องวันนี้แหละ”

“วันนี้ที่ร้านมีเพื่อนเรามากันด้วยนะ มากันทุกคนเลย ทุกคนมาให้กำลังใจเป็ดนะครับ” ผมว่าต่อพลางใช้มือลูบหลังปลอบเขา

“อื้ม เป็ดรู้”

ผมค่อยๆ คลายกอดออกแล้วดันตัวน้องออกแต่ยังคงตรึงไหล่เขาเอาไว้

นัยน์ตาของเขาที่ยังคงฉายความกลัวออกมาอยู่

“เป็ดเอาชนะมันได้แน่ๆ พี่ขอให้วันนี้เป็นวันเริ่มต้นของเป็ด เริ่มเรื่องราวดีๆ ในชีวิตใหม่”

ร่างเล็กยังคงจ้องหน้าผมรอฟังสิ่งที่ผมจะพูดต่อ

“อย่ายอมแพ้ อย่าล้มเลิก ตอนนี้เป็นเวลาของเป็ดแล้วนะ พี่รู้ว่าเป็ดทำได้ เป็ดต้องทำได้”

“ตะ...แต่”

“ถ้าเป็ดอยากดูทิวทัศน์สวยๆ บนยอดเขา เป็ดต้องทำยังไง”

เป็ดย่นคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ แต่ก็ตอบออกมา

“ปะ...ปีนมันขึ้นไปดูครับ”

“ใช่แล้ว ถ้าไม่ปีนมัน เราก็จะไม่มีทางได้เห็นสิ่งสวยงามบนนั้น และไอ้การปีนนั่นแหละคือความสนุกของมัน”

“...”

“สิ่งที่เป็ดกำลังจะทำอยู่ในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นตัดสินใจได้แล้วว่าจะออกไปท้าทายตัวเองหรือจะอยู่กับความกลัวนี้ต่อไป”

ร่างของเขาหยุดสั่นลง เป็ดกำมือทั้งสองข้างแน่น เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนเป่าปากเสียงดังฟู่ออกมา

“ไปกันเถอะพี่เฟิร์ส”

เขาว่าก่อนคว้ากีตาร์ที่วางอยู่ข้างๆ ตัวเขาและลุกขึ้นยืนมองผมด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว

สายตาที่บอกผมว่า เขาพร้อมแล้วที่จะสู้ไปกับมัน

นี่แหละเป็ดน้อยใจสู้ของผม!


[ปอนด์]


“สวัสดีครับทุกๆ ท่าน คิสเองครับ”

พี่คิสทักทายลูกค้าที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ตามปกติ ก่อนจะหมุนเก้าอี้มาหาผมที่ยืนขาสั่นอยู่ด้านข้างเวที

“วันนี้คิสมีแขกรับเชิญพิเศษสุดจริงๆ ครับ หลายๆ ท่านที่มารับประทานอาหารที่นี่เป็นประจำอาจจะเคยเห็นเขาเดินไปเดินมาที่นี่ เขาเป็นน้องชายที่รักของผมเองครับ”

ว่าถึงตรงนี้ พี่คิสก็ลุกขึ้นเดินมาหาผมก่อนคว้ามือผมจูงขึ้นไปยังบนเวที ก่อนจะจับให้ผมนั่งเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่เมื่อครู่นี้

“วันนี้น้องมาเอาชนะความกลัวของตัวเอง ด้วยการมาทำสิ่งที่เขาเคยทำได้ดีเสียยิ่งกว่าผม นั่นก็คือ การร้องเพลง ครับ ขอให้ทุกท่านปรบมือต้อนรับน้องชายของผมทีครับ”

เสียงปรบมือเป่าปากดึงก้องไปทั่วร้าน

แม่ ปุณณ์ ออม ดรีม พี่อาร์ม พี่หมู พี่ฟราน พี่เฟิร์ส… ทุกคนปรบมือเป็นกำลังใจให้ผม

“ถ้าอย่างนั้นช่วงต่อจากนี้ไป ขอเชิญฟังน้องชายผมแนะนำตัวและร้องเพลงสักเพลงนึงนะครับ”

เขาว่าก่อนเดินเอาไมค์มาเสียบไว้ยังแท่นขาตั้งที่วางอยู่ตรงหน้าผมแล้วเดินจากไป

ไมค์ของจริงอยู่ตรงหน้าผม...

เสียงของผมกำลังจะถูกสิ่งๆ นี้ขยายความดังให้ทุกคนได้ยิน…

ผมนั่งนิ่งเงียบ ทำอะไรไม่ถูกเพราะถูกกลัวครอบงำอีกครั้ง


ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ทุกคนต่างรอฟังผมอยู่ จนกระทั่งเมื่อผมสบตากับพี่เฟิร์สเข้า

“วันนี้เป็นวันของเป็ด”

เขาพูดสั้นๆ แต่ทรงพลัง ไม่มีน้ำเสียงล้อเล่นในคำพูดของเขา

จริงสินะ…

ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติให้กับตัวเองก่อนเปล่งเสียงผ่านไมโครโฟนออกไป

“สวัสดีครับทุกท่าน”

“วู้ๆ น้องเป็ดๆ” พี่ฟรานร้องเสียงดังก่อนจะโดนปุณณ์หันมาทำตาดุใส่เขาจึงเงียบลง

“เอ่อ… ผมชื่อปอนด์ครับ วันนี้ผมจะมาร้องเพลงเล่นกีตาร์ให้ทุกคนฟังกันครับ”

ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง

ไม่มาแฮะ…

“เมื่อก่อนผมเคยทำงานร้องเพลงตามร้านอาหารอยู่กับพี่คิส ในตอนนั้นผมมีแฟนอยู่ แต่เขานอกใจไปคบกับเพื่อนสนิทที่สุดของผม ผมเสียใจมากจนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า...”

น้ำตาของผมเอ่อขึ้นมาเมื่อเล่าถึงตรงนี้ ผมจึงใช้หลังมือเช็ดน้ำตาที่ขอบตาออก

“ไม่เพียงเท่านั้น เสียงที่ผมเคยใช้ร้องเพลงนั้น… มันยังถูกทำลายลงไปด้วย… แม้แต่พูดก็ยังทำไม่ได้ ฮึก...”

น้ำตาไหลมากกว่าเดิมจนพี่เฟิร์สต้องเข้ามาซับน้ำตาให้ผม

“เช็ดน้ำตาซะนะคนเก่ง ไม่มีอะไรต้องเสียใจ ไม่ต้องคาดหวังอะไร ขอเพียงแค่เป็ดทำให้ดีที่สุดก็พอแล้วครับ” เขากระซิบก่อนกลับไปลงนั่งด้านหน้าผมตามเดิม

“ผมสู้จนเอาเสียงคืนกลับมาได้ แต่มันกลับไม่ใช่เสียงเดิมที่เคยมี มันเป็นเสียงเป็ดๆ แบบที่ผมกำลังพูดอยู่แบบนี้ และการที่ผมมีเสียงแบบนี้จึงทำให้ผมกลัวการร้องเพลง ไม่อยากร้องอีกต่อไป ถ้าใครจำผมได้ ผมเคยขึ้นมาตรงนี้แล้วเป็นลมคาเวทีไป เพราะผมกลัวไมโครโฟนมาก กลัวที่มันจะขยายเสียงเน่าๆ ของผมให้คนอื่นๆ ได้ยิน...”

แขกในร้านเริ่มฮือฮากับเรื่องของผม

“ทว่าคนๆ นี้” ผมชี้ไปยังพี่เฟิร์ส “เขาคือเหตุผลที่ผมอยากก้าวผ่านเรื่องในอดีต เป็นเหตุผลที่ผมอยากจะทำในสิ่งนี้อีกครั้ง”

“สู้ๆ นะน้อง!” เสียงจากแขกที่นั่งอยู่ไกลตะโกนขึ้นมา

“ขะ...ขอบคุณครับ”

จากนั้นเสียงตะโกนสู้ๆ จากแขกก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือจากทุกคน ผมรู้สึกตื้นตันมากจนน้ำตาไหลอีกครั้ง

“เพลงที่ผมจะร้องในวันนี้ชื่อว่า You’re still the one ของ Shania Twain ครับ เพลงๆ นี้มีความหมายกับผมมาก เพราะมันตรงกับเรื่องราวของผมกับแฟน… ไม่สิ แฟนเก่าของผม”

ผมหลุดหัวเราะออกมาเล็กๆ ก่อนมองไปรอบๆ อีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าเขาไม่มา

“อืม… ไม่มาจริงๆ แฮะ” ผมว่ากับตัวเองเบาๆ ก่อนพูดกรอกใส่ไมค์ต่อ “ตอนนี้ผมกับแฟนเก่า เราคืนดีกันและกลายเป็นพี่น้องไปแล้ว ตอนนี้เขาไม่ใช่ The one ของผมอีกต่อไป แต่คือเขาคนนี้… พี่เฟิร์ส พี่คือคนเดียวของผม”

ผมมองไปยังพี่เฟิร์สที่ตอนนี้นั่งเขินหน้าแดงอยู่ แถมยังโดนคนอื่นๆ แซว จนเขาหันไปโวยวายใส่ทุกคนจึงหยุดแซวเขา

“ผมไม่รู้ว่าจะร้องออกมาได้ดีแค่ไหนด้วยเสียงเป็ดๆ แบบนี้ แต่ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ”

ผมกระชับกีตาร์ให้ถนัดมือก่อนเริ่มดีดมัน…

เอาละนะ…


“Looks like we made it

Look how far we've come, my baby

We mighta took the long way

We knew we'd get there someday


They said, "I bet they'll never make it."

But just look at us holding on

We're still together, still going strong


* (you're still the one)

You're still the one I run to

The one that I belong to

You're still the one I want for life

(you're still the one)

You're still the one that I love

The only one I dream of

You're still the one I kiss good night


Ain't nothing better

We beat the odds together

I'm glad we didn't listen

Look at what we would be missing


They said, "I bet they'll never make it."

But just look at us holding on

We're still together still going strong


(*)

You're still the one


(*)

I'm so glad we made it

Look how far we've come, my baby”


สิ้นสุดโน้ตตัวสุดท้าย สติของผมก็หายไป ผมนั่งนิ่งอยู่บนเวทีไม่ทำอะไร

ไม่มีเสียงโห่ไล่

กลับเป็นเสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วร้าน


“ไอ้เป็ด มึงแม่งเจ๋งสาด”

“เชี่ย! ร้องดีกว่านักร้องบางคนอีก”

“พี่ผมคร้าบ พี่ผมๆ เก่งมั้ยครับ วู้ๆ”

“สุดยอดเลยน้อง! ร้องอีกๆ”


น้ำตาของผมไหลออกมาอีกครั้ง มันเป็นน้ำตาแห่งความปีติ ไม่ใช่ความเศร้าโศกอย่างที่ผ่านมา

ผมทำได้แล้ว…


เมื่อคนเดียวคนนั้นของผมเห็นผมนั่งร้องไห้บนเวที เขาก็ขึ้นมาหาผมก่อนบอกผมข้างๆ หูว่า…

“เก่งมากครับ เป็ดน้อยของพี่ ยินดีด้วยนะครับที่ทำได้แล้ว”

ผมเอื้อมตัวไปกอดเขาแน่นและร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายสายตาใครทั้งสิ้น

“ฮือๆ ขอบคุณจริงๆ ครับพี่เฟิร์ส”

จากนั้นแม่กับปุณณ์ รวมไปถึงเพื่อนๆ ทุกคนก็เข้ามาแสดงความยินดีกับผม


วันนี้เป็นวันของผม

วันที่ผมได้ทำในสิ่งที่รักอีกครั้ง

ความสุขจากการได้ทำในสิ่งที่รัก มันเป็นแบบนี้นี่เอง

ขอบคุณพี่เฟิร์สจริงๆ ที่เข้ามาในชีวิตของเป็ดน้อยขี้กลัวคนนี้





ซ้อมร้องเพลงจีบพี่เฟิร์ส


ในที่สุดเป็ดน้อยของเราก็ทำได้เสียทีนะครับ :) ตอนหน้าก็จบแล้ว ใจหายเหมือนกันครับ ฮ่าๆ

EP25 || From This Moment On [END]

นอกจากนี้ก็ยังมีตอนพิเศษที่คิดว่าจะเลือกมาอัปในนี้สักสองตอน ที่เหลือไว้ไปเจอกันในหนังสือ (ถ้าลูกพี่เซย์เยสนะ 555) อยากอ่านอะไรก็บอกได้ครับใน 5 ตอนนี้ไม่มีดราม่าสักตอน (มันยังไม่ได้เขียน เพราะฉะนั้นมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอนาจาาาา)

EPSP || Love Gets Me Every Time (กาย)

EPSP || You Win My Love (ฟราน)

EPSP || Let's Kiss And Make Up (ฟราน)

EPSP || Don't Be Stupid (You Know I Love You) (ปอนด์)

EPSP || Forever And For Always (ปอนด์)

เพลงในตอนชื่อ Today Is Your Day ครับ เป็นเพลงแรกของ Shania Twain ที่แต่งขึ้นหลังจากหย่ากับสามี ไม่ใช่เพลงที่เป็ดร้องนะครับ


ชิวู 10/10/17





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #475 AmyOh (@AmyOh) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 01:29

    ทำได้แล้ว!!!
    #475
    0
  2. #462 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 19:07
    ทำได้แล้วนะลูก ยินดีด้วย
    #462
    0
  3. #437 mayigot7 (@mayigot7) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 22:34
    ปรบมือรัวๆค่ะฮือภูมิใจ
    #437
    0
  4. #346 arenajangg (@arenajangg) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 18:24
    ดีใจกับเป็ดน้อยอ่ะ หนูทำได้ละนะ เก่งมาก
    #346
    0
  5. #322 Rrattikan07 (@R_T_K_07) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 12:28
    ยินดีด้วยยยพี่เป็ดน้อยยยย~
    #322
    0
  6. #242 หางสีเงิน (@lookplapla) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 10:49
    โอ้ยยยย ตื้อตันใจเหมือนเป็นลูกตัวเอง
    #242
    0
  7. #241 Masmas2609 (@Masmas2609) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 05:07
    กายกับใครหว่า..ผู้ชายหรือผู้หญิง...อยากให้คู่กับผู้ชายอ่ะ สู้ๆนะไรท์
    #241
    0
  8. #240 Luciano_aummy (@Luciano_aummy) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 02:27
    รออยู่นะคะ
    #240
    0
  9. #239 oh!!mygod (@nongping123) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 02:05
    สู้ๆค่ะไรท์ เรารออยู่นะ ^^
    #239
    0
  10. #238 Minsoek_Baozii69 (@xiumin_minsoek) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 01:27
    ดีใจ TT
    รักเป็ดนะะะะ
    #238
    0
  11. #237 Nanny Sulaksana (@nannyna112738) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 00:56
    เก่งมากค่ะลุ้นจนจะร้งไห้
    #237
    0
  12. #236 Earn_Kun (@Earn_Kun) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 23:52
    เป็ดเก่งมากกกก
    #236
    0
  13. #235 bwyy.29 (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 23:33
    ในที่สุดน้องเป็ดก็ทำได้ ปลื้มปริ่มมาก //ปรบมือรัววววววววว
    #235
    0
  14. #231 pleple779205 (@pleple779205) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 02:15
    พึ่งมาเจออ อ่านจบในวันเดียว55555 รอค่าา
    #231
    1
    • #231-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 25)
      10 ตุลาคม 2560 / 02:20
      ขอบคุณค้าบบบบ ไปอ่านเรื่องอื่นก่อนก็ได้นะ 555 แต่ถ้าไม่ขี้เกียจมืดๆวันนี้ก็น่าจะมาต่อแล้วครับ
      #231-1
  15. #230 noina_sweetnoina (@noina_sweetnoina) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 19:26
    โอ๊ย..สนุกมาก แทบจะรอตอนต่อไปไม่ไหวเลยคร่า
    #230
    1
    • #230-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 25)
      9 ตุลาคม 2560 / 20:06
      ทำไมอ่านแล้วเหมือนโดนประชด55555
      #230-1
  16. #226 Earn_Kun (@Earn_Kun) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 11:01
    ฉันว่าคิสต้องเอาอย่างอื่นมาแทนไมค์ให้ปอนด์ใช้แน่เลย หรือไม่ก็แปลงโฉมไมค์555555
    #226
    0