[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 27 : Still the One SP01 || Love Gets Me Every Time [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,942
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    11 ต.ค. 60

Still the One SP01


[กาย]


‘เข็ดแล้วจริงๆ ความรัก’

มันคือประโยคที่ผมท่องจนขึ้นใจนับตั้งแต่ที่ผมโดนเจนหลอกคบ จะบอกว่ามันเป็นเวรกรรมที่ผมทำกับปอนด์เอาไว้ก็คงไม่ผิด

นี่คือสิ่งที่ผมสมควรจะได้รับจากความไม่ซื่อสัตย์ต่อคนรักของผม


ในตอนนี้พ่อของผมก็ต้องการจะให้ผมสืบทอดตำแหน่งประธานเครือโรงแรมใหญ่ตอนนี้เขากำลังเป็นอยู่ เนื่องจากท่านก็อายุมากแล้ว พ่อจึงอยากพักผ่อน

แม้จะยังเสียใจและเสียดายเรื่องของปอนด์ แต่ตอนนี้ปอนด์ไม่มีผมในหัวใจแบบคนรักอีกต่อไปแล้ว เรากลายเป็นพี่น้องกันเพราะปอนด์ยอมยกโทษให้ผมกับเรื่องในอดีต

ผมเองก็ควรจะก้าวเดินต่อไปเสียที เพื่อ ‘น้องชาย’ ที่ผมรัก

ดังนั้นผมจึงทำงานอย่างหนักเพื่อแสดงความสามารถให้พ่อได้เห็นว่าผมสามารถดูแลบริษัทแห่งนี้ต่อจากเขาได้


“ขอโทษนะครับ ผมจะมาขอเข้าพบคุณธนวัฒน์ต้องติดต่อใครเหรอครับ”

ในขณะที่ผมก้าวออกจากลิฟต์เดินผ่านหน้าล็อบบี้ของสำนักงานก็ดันได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งที่รู้สึกคุ้นๆ กำลังคุยกับพนักงานหน้าล็อบบี้เพื่อขอเข้าพบคุณธนวัฒน์หรือพ่อของผมนั่นแหละ

ผมจะไม่รู้สึกแปลกใจเลยหากแต่ผู้ชายคนนี้เขาไม่ได้แต่งตัวมาเหมือนที่จะมาติดต่อกับประธานบริษัทแห่งนี้เลยสักนิด

รองเท้าผ้าใบสีขาว กางเกงยีนส์ขาเดฟขาดๆ เสื้อแจ็กเก็ตยีนส์สีฟ้าคลุมทับเสื้อยืดสีขาวที่ยาวเลยชายแจ็กเกตออกมา

อะไรก็แล้วแต่ไม่สะดุดตาผมเท่ากับสิ่งที่เขาแบกมาด้วย

กีตาร์…


“คนแบบนี้มีธุระอะไรกับพ่อกันนะ”

ผมพึมพำก่อนเหลือบไปเห็นเวลาบนนาฬิกาที่แขวนอยู่เหนือล็อบบี้ก่อนต้องร้องออกมาเพราะว่าเกือบจะถึงเวลานัดคุยงานกับลูกค้าแล้ว

“อ๊ะ! แย่ล่ะสิ”

เมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังจะสาย ความสนใจในชายหนุ่มที่สะพายกีตาร์ก็ต้องพักไว้ก่อน เพราะงานสำคัญกว่า เกิดพ่อไม่ไว้ใจผมแล้วชวดตำแหน่งมาล่ะซวยแย่เลย


ตกเย็นวันนั้นผมได้รับสายจากอดีตเพื่อนสนิทที่กลายเป็นคนไม่รู้จักกันเพราะผมไปแย่งแฟนเขา แต่ตอนนี้เขายกโทษผมให้แล้วเราจึงกลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง

“ว่าไงเฟิร์ส”

ผมกรอกเสียงลงไป

[จำที่กูบอกว่าเป็ดจะมาร้องเพลงได้มั้ย] เฟิร์สถาม

จริงด้วยสินะ ปอนด์เลิกร้องเพลงก็เป็นเพราะผมนี่นา

สมัยที่เราคบกันมีเพียงไม่กี่ครั้งที่ผมจะได้เห็นเขาร้องเพลง

แล้วปอนด์จะอยากได้ผมไปจริงๆ เหรอ…

[วันศุกร์นี้ตอนทุ่มครึ่ง น้องจะร้องเพลงต่อหน้าคนดูเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เป็ดเลิกกับมึง น้องมันพยายามมากเพื่อที่จะเอาชนะความกลัว เพราะฉะนั้น...]

เฟิร์สเห็นผมนิ่งเงียบไปเขาก็เลยพูดต่อ

[กาย กูอยากให้มึงมานะ]

“ขอคิดดูก่อนก็แล้วกัน กูไม่แน่ใจว่ากูควรจะไปหรือไม่ควรไปว่ะ”

[เอาเถอะ กูไม่บังคับมึงก็แล้วกัน ถ้ามาได้ก็มานะมึง]

“อื้ม”

ผมตอบเพียงเท่านั้นก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา

พี่ควรไปหรือไม่ควรไปดีปอนด์…



เย็นวันศุกร์แล้วแต่ก็ยังติดสินใจไม่ได้สักที ผมตอกบัตรเลิกงานก่อนเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่บนลานจอดของบริษัท

“ไอ้เวรที่ไหนมันจอดรถขวางแล้วใส่เกียร์ P วะเนี่ย!”

ผมที่คิดไม่ตกอยู่แล้วกลับต้องมาหัวเสียเพราะเรื่องบ้าๆ แบบนี้อีก เพราะไม่เพียงแค่รถออดี้สีแดงคันนี้จะใส่เกียร์ P แต่ยังดึงเบรกมือไว้ด้วย

มีตังค์ซื้อรถแพงซะเปล่าแต่ไม่มีมารยาทในการจอดรถ แย่มาก!

ป้าบ!

ว่าแล้วก็เตะเข้าไปที่ล้อยางของรถคันที่จอดขวางเพื่อระบายอารมณ์ก่อนเดินกลับเข้าไปยังตัวบริษัทเพื่อให้ประชาสัมพันธ์ประกาศเรียกเจ้าของรถมาเลื่อนรถออก


ระหว่างที่รอผมก็มองเข้าไปยังตัวรถออดี้คันนั้นก็เห็นกีตาร์ตัวหนึ่งนอนแอ้งแม้งอยู่ที่เบาะหลัง มันทำให้ผมได้สติและนึกขึ้นได้ว่าคืนนี้ปอนด์จะร้องเพลง

ถ้าผมไม่ไป ผมคงไม่มีโอกาสนี้เป็นครั้งที่สอง

“แฮ่กๆ ขอโทษครับ ผมรีบก็เลยเผลอตัวน่ะครับ”

เสียงลมหายใจหอบของผู้ชายคนหนึ่งที่วิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม

แจ็กเก็ตยีนส์ กางเกงขาเดฟขาดๆ รองเท้าผ้าใบแบบนี้ แถมยังมีกีตาร์ในรถอีก

ไอ้หมอนี่มันคือคนที่มาพบพ่อเมื่อวันก่อนนี่นา

“นายน่ะเลื่อนรถเร็วๆ เข้าฉันมีธุระต้องไป”

“ครับๆ ขอโทษจริงๆ นะครับ เดี๋ยวผมก็ไปแล้วเหมือนกัน”

จังหวะที่เขาขอโทษผมอยู่ ผมก็ได้เห็นหน้าเขาชัดๆ เป็นครั้งแรก

โอ้โห หน้าตาดีเลยนี่หว่า แถมยังผิวเนียนสะอาดอีกต่างหาก แม้จะแต่งตัวแบบเท่ๆ แต่ผมกลับรู้สึกว่าเขาน่ารักมากกว่าเท่ซะอีก

คนๆ นั้นเลื่อนรถที่ขวางรถผมอยู่ออกไปก่อนจะขับออกจากลานจอดรถ รถผมจึงออกจากลานได้


เวลาหนึ่งทุ่มเศษผมก็มาถึงร้านของไอ้เฟิร์ส ทว่าระหว่างที่ผมวนหาที่จอดรถอยู่กลับสะดุดตาเข้ากับรถออดี้สีแดงคันหนึ่งที่จอดอยู่เข้าให้

นี่มันรถของหมอนั่นนี่ ผมจำป้ายทะเบียนมันได้

สงสัยมันคงมากินข้าวที่นี่ละมั้ง


ที่ลานจอดรถนี่สามารถมองทะลุเห็นตัวร้านได้ ผมมองเข้าไปในร้านก็เห็นว่ามีเวทีดนตรีสดให้ชมให้ฟังด้วย แต่ครั้นจะเดินไปดูตรงๆ ผมเกรงว่าการปรากฏตัวของผมจะมีผลกระทบต่อปอนด์ที่จะทำการเล่นในคืนนี้

ผมพยายามมองหาบริเวณมืดของร้านที่มองเห็นเวทีเพื่อรอฟังก็เห็นว่าแถวห้องน้ำที่อยู่ในลานจอดรถนั้นค่อนข้างมืด ใต้ต้นไม้หน้าห้องน้ำนั้นมีม้านั่งหินอ่อนที่ตั้งอยู่หลังพุ่มไม้ ผมจึงนั่งลงตรงนั้นก่อนตัดสินใจว่าจะรอฟังปอนด์ร้องเพลงแล้วค่อยกลับ

ไม่นานก็มีเสียงเคาะไมค์ดังขึ้นก่อนตามด้วยเสียงพูด

“สวัสดีครับทุกๆ ท่าน คิสเองครับ”

อ้าว ไม่ใช่ปอนด์นี่ ว่าแต่เสียงคุ้นๆ จัง

ผมแหวกพุ่มไม้ออกเพื่อมองเวทีชัดๆ ก็เลยได้รู้ว่า ไอ้คนที่ชื่อคิสกับไอ้คนมันมาจอดรถขวางรถผมคือคนเดียวกัน

มันเล่นที่ร้านนี้รึยังไงกัน? แล้วตกลงมันทำอาชีพอะไรกันแน่?

มีหลายคำถามประดังเข้าในหัวแต่ความคิดทั้งหมดก็ต้องหยุดลงชั่วคราวเมื่อไอ้เสื้อยีนส์นั่นพูดต่อ

“วันนี้คิสมีแขกรับเชิญพิเศษสุดจริงๆ ครับ หลายๆ ท่านที่มารับประทานอาหารที่นี่เป็นประจำอาจจะเคยเห็นเขาเดินไปเดินมาที่นี่ เขาเป็นน้องชายที่รักของผมเองครับ”

คิสกำลังประกาศแนะนำตัวให้ปอนด์สินะ

“วันนี้น้องมาเอาชนะความกลัวของตัวเอง ด้วยการมาทำสิ่งที่เขาเคยทำได้ดีเสียยิ่งกว่าผม นั่นก็คือ การร้องเพลง ครับ ขอให้ทุกท่านปรบมือต้อนรับน้องชายของผมทีครับ”

จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงปรบมือดังขึ้น ผมเองก็ปรบมือให้น้องอยู่เงียบๆ คนเดียวเช่นกัน

“ถ้าอย่างนั้นช่วงต่อจากนี้ไป ขอเชิญฟังน้องชายผมแนะนำตัวและร้องเพลงสักเพลงนึงนะครับ”


ผมเห็นคิสจูงปอนด์ขึ้นไปนั่งลงบนเวที ทว่าปอนด์เอาแต่นั่งเงียบอยู่หลายนาทีโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรจนกระทั่งเฟิร์สขึ้นไปพูดอะไรบางอย่างกับเขา ปอนด์จึงค่อยๆ จับไมโครโฟนมาพูด

ปอนด์เริ่มแนะนำตัวเองและบอกว่าวันนี้เขาจะมาเล่นเพลงเพลงนึง

“เมื่อก่อนผมเคยทำงานร้องเพลงตามร้านอาหารอยู่กับพี่คิส ในตอนนั้นผมมีแฟนอยู่ แต่เขานอกใจไปคบกับเพื่อนสนิทที่สุดของผม ผมเสียใจมากจนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ไม่เพียงเท่านั้น เสียงที่ผมเคยใช้ร้องเพลงนั้น มันยังถูกทำลายลงไปด้วย… แม้แต่พูดก็ยังทำไม่ได้ ฮึก...”

ปอน์เล่าทั้งน้ำตา เมื่อถึงตรงนี้ ผมเองก็อดน้ำตาไหลออกมาไม่ได้

เพราะมันคือความผิดของผม

“ฮึก… พี่ผิดเองปอนด์ พี่มันไม่ดี ฮึก...”

ในจังหวะนั้นเองเฟิร์สก็ขึ้นไปบนเวทีอีกครั้ง เขาเช็ดหน้าให้น้องก่อนลงมานั่งเหมือนเดิม

“ผมสู้จนเอาเสียงคืนกลับมาได้ แต่มันกลับไม่ใช่เสียงเดิมที่เคยมี มันเป็นเสียงเป็ดๆ แบบที่ผมกำลังพูดอยู่แบบนี้ และการที่ผมมีเสียงแบบนี้จึงทำให้ผมกลัวการร้องเพลง ไม่อยากร้องอีกต่อไป ถ้าใครจำผมได้ ผมเคยขึ้นมาตรงนี้แล้วเป็นลมคาเวทีไป เพราะผมกลัวไมโครโฟนมาก กลัวที่มันจะขยายเสียงเน่าๆ ของผมให้คนอื่นๆ ได้ยิน… ทว่าคนๆ นี้ เขาคือเหตุผลที่ผมอยากก้าวผ่านเรื่องในอดีต เป็นเหตุผลที่ผมอยากจะทำในสิ่งนี้อีกครั้ง”

มือเล็กชี้ไปยังเพื่อนสนิทของผมก่อนว่าต่อ

“เพลงที่ผมจะร้องในวันนี้ชื่อว่า You’re still the one ของ Shania Twain ครับ เพลงๆ นี้มีความหมายกับผมมาก เพราะมันตรงกับเรื่องราวของผมกับแฟน… ไม่สิ แฟนเก่าของผม”

อกข้างซ้ายเจ็บแปล๊บขึ้นมาเมื่อได้ยินคำว่าแฟนเก่าจากปากของปอนด์

เจ็บแต่ก็ต้องยอมรับมัน

“ยังคงชอบเพลงนี้จริงๆ” ผมพยายามแค่นยิ้มให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย

ทว่าคนบนเวทีกลับหันซ้ายหันขวาราวกับว่ากำลังหาใครอยู่ ผมเห็นเข้าก็เลยรีบหุบพุ่มและก้มตัวลงหมอบไปกับโต๊ะ

อย่าลังเลที่จะทำในสิ่งที่รักเลยนะปอนด์

ร้องเพลงเถอะ

“ผมไม่รู้ว่าจะร้องออกมาได้ดีแค่ไหนด้วยเสียงเป็ดๆ แบบนี้ แต่ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ”

น้องว่าออกมาก่อนจะเริ่มขับขานบทเพลงที่เจ้าตัวชอบมากที่สุด


ผมทนฟังไปได้เพียงครึ่งเพลงน้ำตาที่ไหลเอ่ออยู่แล้วก็ยิ่งไหลมากขึ้นไปอีก มันไม่ใช่เพราะว่าปอนด์ร้องได้ไม่ดี เขามีเทคนิคที่ทำให้มันออกมาไพเพราะเหมือนเดิม แต่เป็นเพราะว่าผมรู้ว่าเสียงร้องในอดีตของเขาเป็นอย่างไรและเสียงในวันนี้ของเขานั้นเปลี่ยนไปมากเพียงใด มันยิ่งทำให้ผมเสียใจมากขึ้นไปอีก

ไม่มีอีกแล้วเสียงหวานที่ทำให้ผมหลงรัก…

ผมกลัวว่าจะมีคนผ่านมาเห็นว่ามีคนนั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้จึงเดินเข้าห้องน้ำไปขังตัวเองแล้วร้องออกมาอย่างเต็มที่

“ฮือ… เพราะพี่เอง...”

ทว่าในขณะนั้นเองผมก็ได้ยินเสียงผีเท้าใครสักคนเดินเข้ามาในห้องน้ำ ผมจึงพยายามสงบเสียงลง

“ฮึก… ฮึก...”

“หืม? เสียงร้องไห้นี่”

เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากด้านนอกประตู

ปึ้งๆ !

“เฮ้! ใครอยู่ข้างในน่ะ”

แย่ล่ะสิ… ถ้าเปิดไปเขาคงคิดว่าผมต้องบ้าแน่ๆ เลยที่มาร้องไห้ในห้องน้ำคนเดียวแบบนี้

ปึ้งๆ !

“เฮ้! เปิดประตูหน่อยสิ นายโอเครึเปล่า”

ผมยกแขนเสื้อมาเช็ดหน้าตัวเองก่อนเปิดประตูออก

แกร็ก…

รองเท้าผ้าใบสีขาว กางเกงยีนส์ แจ็กเก็ตยีนส์

ไอ้คิส...

“เฮ้! โอเคมั้ย อะ...อ้าว นายเองเหรอ”

“อืม”

ผมว่าก่อนเดินเบียดเขาออกไปล้างหน้าที่อ่างล้าง

“นายน่ะ ใช่แฟนเก่าของปอนด์รึเปล่า”

กึก…

ผมชะงักมือที่กำลังวักน้ำอยู่ทันที

“อาการแบบนี้ ชัดเลย ใช่ไอ้คนที่ชื่อกายจริงๆ ด้วยสินะ”

“อืม ผมเอง” ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องปฏิเสธ

คิสใช้มือลูบคางตัวเองก่อนว่าออกมา

“ว่าแล้วเชียว ก็ว่าหน้านายคุ้นมาก”


คิสว่าก่อนจับข้อมือผมดึงให้เดินตามเขาออกจากห้องน้ำไป เขาเดินพาผมมาหลังร้านที่เป็นมุมมืดกว่าด้านหน้าที่ผมอยู่เมื่อครู่

“ฉันเข้าใจนายนะ นายคงไม่อยากให้น้องเห็น แต่นายก็อยากฟังใช่มั้ยล่ะ”

ผมพยักหน้ารับ

“เฮ้อ… นายนี่น้า… สำนึกรึยังล่ะ”

ตาใสแหงนมองผมจึงทำให้ผมรู้ว่าผมสูงกว่าเขาพอสมควร

“ครับ แค่นี้ก็ไม่รู้จะรู้สึกผิดยังไงแล้วครับ เรียกได้ว่าหมดศรัทธาในความรักเลยก็ว่าได้ แหะๆ” ผมพยายามหัวเราะออกมาเพื่อให้สถานการณ์มันไม่อึดอัดจนเกินไป

คิสพยักหน้ารับ

“ว่าแต่นายน่ะ คือลูกชายคุณธนวัฒน์ใช่มั้ย”

การเปลี่ยนเรื่องฉับพลันของเขาเล่นเอาผมถึงกับตั้งตัวไม่ทันกันเลยทีเดียว

“หะ… คะ...ครับ ใช่ครับ คุณธนวัฒน์คือพ่อของผมเอง”

คิสยกยิ้มมุมปากออกมา

“นายรู้จักคุณสิเรียมมั้ย”

“อืม… คุณสิเรียมที่เป็นประธานบริษัทใหญ่ด้านการบัญชีรึเปล่าครับ”

“ใช่แล้วล่ะ นั่นน่ะแม่ฉันเอง”

ผมเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“ที่ฉันไปบริษัทพ่อนายก็เพราะว่าพ่อนายต้องการวางระบบบัญชีใหม่”

คิสนิ่งไปสักพักก่อนว่าต่อ

“แม่ฉันอยากได้ดีลกับบริษัทของพ่อนายมาก เพราะฉะนั้นนายช่วยฉันหน่อยได้มั้ย”

“หา?”

เห็นผมทำหน้างงออกไป คิสก็เกาหัวตัวเองแรงๆ จนฟูฟ่องไม่เป็นทรง

“นายนี่… นายชอบเสียงปอนด์ใช่มั้ยล่ะ”

“อ่าใช่”

“ฉันก็ร้องได้ไม่ต่างจากปอนด์หรอกนะ เพราะงั้นช่วยฉันดีลงานนี้”

คิสว่าก่อนดึงคอเสื้อผมลงมาแล้วก็…

จูบ… เขาจูบผม

“ลืมปอนด์ได้แล้วน่า ดีลงานนี้ให้ฉัน แล้วฉันจะเป็นของนาย”

เมื่อเขาเห็นผมยืนอึ้งไป เขาก็ว่าออกมาอีก

“ฉันไม่ได้อยากได้แค่ความสัมพันธ์ทางกายหรอกนะ นายโสด ฉันก็โสด คบกันก็ไม่เสียหายอะไรใช่มั้ยล่ะ ว่าไงล่ะคุณชายกาย ฉันจริงจังนะ”

จากที่ว่าจะพักใจยาวๆ ท่าทางจะไม่ได้พักซะแล้วล่ะ

“ถ้าคุณไม่รังเกียจผู้ชายอย่างผมก็ ตกลงครับ ผมจะช่วยคุณ”

“ดี ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้ เดี๋ยวฉันไปหาปอนด์ก่อนนะ รออยู่ตรงนี้ก่อน คืนนี้เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกยาว”

คิสว่าก่อนยิ้มให้ผมแล้ววิ่งจากไป


อ่า… ให้ตายสิ ความรักเล่นงานผมได้ทุกครั้งเลยแฮะ

ครั้งนี้แหละผมจะไม่ทำมันพังอีกเป็นอันขาด



มีใครเดาคู่นี้ออกบ้างมั้ยครับ ฮ่าๆ ตอนแรกคิดว่าสั้นๆ ที่ไหนได้ยาวเกือบเท่าตอนหลักเลย

หวังว่าคงจะถูกใจกันนะครับ :) สเปฯ ตอนต่อไปยังนึกไม่ออกว่าจะเอาอันไหนมาลง คงจะลงอีก 1-2 ตอนก็จบจริงๆ สำหรับบนเว็บนะครับ

ป.ล. เพลงในตอนชื่อ Love Gets Me Every Time ครับ

ป.ล.2 ตอนนี้ยังไม่มีแพลนอะไรระหว่างสองคนนี้นะครับ เป็นสเปฯ เฉยๆ แต่ถ้าหวีดกันมาก ก็อาจจะมี อาจจะได้เรื่องใหม่งอกออกมา แต่คงต้องไปหาไอเดียก่อน T_T



ชิวู 11/10/17




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #476 AmyOh (@AmyOh) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 01:39
    อยากให้มีเป็นเรื่องใหม่อ่ะ ชอบคู่นี้
    #476
    1
    • #476-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 27)
      25 กรกฎาคม 2562 / 11:17
      มันมีนะ แต่มันไม่จบ555๕
      #476-1
  2. #464 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 19:28
    พี่คิสคือแซ่บบบบบ แอบคิดอยู่ว่าคู่นี้อาจคู่กันด้วยนะ555555
    #464
    0
  3. #422 apple_72 (@piyapa72) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 00:02
    น่ารักกก
    #422
    1
    • #422-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 27)
      5 พฤษภาคม 2561 / 00:25
      หมายถึงชิวูใช่ไหมครับ 555
      #422-1
  4. #386 lascaboy (@lascaboy) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 09:34
    เชียรคู่รองทุกคู่ค่าาาาา
    #386
    0
  5. #360 Rrattikan07 (@R_T_K_07) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 21:36
    เชียร์คู่เน่555
    #360
    0
  6. #341 insinsutee (@insinsutee) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 15:22
    คิสนี่น่ารักสุด
    #341
    0
  7. #325 0940810803 (@0940810803) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 14:52
    คิดไว้แล้วว่าต้องเปนคิส. แต่มันคบกันง่ายไปมั๊ย?-
    #325
    1
    • #325-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 27)
      13 ตุลาคม 2560 / 15:52
      ยังไม่ได้คบน้าาาา แค่เป็นจุดเริ่มต้นเฉยๆ
      #325-1
  8. #303 sl2112 (@sl2112) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 19:22
    คิสกายได้กันง่ายไปอ่ะ
    #303
    0
  9. #301 rin14123 (@rin14123) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 18:44
    เเต่งเถอะน้าาาาา????????
    #301
    0
  10. #298 ลักกี้โซระ (@belleyoss) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 16:46
    แต่งเถิดดด
    #298
    0
  11. #297 Yuixo (@Yuixo) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 15:39
    เขินนนนน
    #297
    0
  12. #296 knightknight (@knightknight) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 15:10
    งอกออกมาเถอะะะ คิสต้องเล็งกายไว้อยู่แล้วแน่นวล. พี่สัมผัสได้
    #296
    0
  13. #295 bwyy.29 (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 14:45
    เป็นคู่ที่ไม่คาดคิดมาก
    #295
    0
  14. #294 Chanomm (@oppamaknae) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 14:27
    โอ้ยยยย เขินนนน ฮือออออ
    #294
    0
  15. #293 pontip270943 (@pontip270943) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 13:07
    เอ่าแล้วงานเข้าเเล้วคุณกาย
    #293
    0
  16. #292 น้องซีคนสวย (@khwa) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 13:01
    เขิลลลลลลลลล แต่งคู่นี้ด้วยนะคะ อยากเห็นพี่กายเขามีแฟนจะน่ารักขนาดไหนกันน๊าาาาาาา
    #292
    0
  17. #291 ฮันอวี้หลง (@amano-ichigo) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 10:24
    โอ้ยยยเขินนนนนยยมีเถอะๆนะไรท์
    #291
    0
  18. #290 Napasorn Noi-pla (@annnawee99) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 10:18
    รออ่านเลยยยยยย
    #290
    0
  19. #289 ApinyaWongngam (@ApinyaWongngam) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 09:58
    ????????????????????????????????????
    #289
    0
  20. #288 0611257262 (@0611257262) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 06:54
    ชอบบบบบบบ
    #288
    0
  21. #286 crazy5506 (@evecz) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 02:39
    เดี่ยวๆๆๆๆ
    #286
    0
  22. #285 ๛Petch_naja๛ (@echizennice) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 01:55
    เดี๋ยวๆๆๆๆ พี่คิส ใจเย็นๆ นี่กะรวบหัวรวบหางรวบบริษัทเลยใช่ไหม
    #285
    0
  23. #284 YaiMooMam_ELF (@mam_jang33) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 00:57
    แต่งคู่นี้ด้วยเถอะค่ะไรท์
    #284
    0
  24. #283 Chatchaann1 (@Chatchaann1) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 00:10
    คิส เธอจะไวไปไหม
    #283
    0
  25. #282 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 23:53
    เป็นคู่ที่... รุกไว้เชียวน้าาาา
    #282
    0