[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 5 : Still the One EP04 || We Aren't Different [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    12 มิ.ย. 60

Still the One EP04

‘พี่รักปอนด์นะครับ’

ทะ...ทำไมพี่กายถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ

‘ปอนด์ก็...’

ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร จู่ๆ รอบข้างผมก็รายล้อมไปด้วยคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาในสมัยก่อนมากมาย

‘อีตุ๊ด!’

‘อีแรด!’

‘ไอ้พวกผิดเพศ! พี่กายเค้าไม่เหมาะกับเกย์แบบแกหรอก!’

ด้วยความตื่นตกใจรวมกับความกลัวจากคนเหล่านั้น ผมก็เลยตัดสินใจจะฝ่าดงนี้ออกไป แต่คนพวกนั้นก็เข้ามารุมดึงรุมทึ้งผมซะก่อนที่จะได้ก้าวออกไปไหน

‘พี่กายช่วยปอนด์ด้วย!’

พี่กายไม่ได้มาช่วยผมแต่อย่างใด แล้วจู่ๆ ทำไมเจนถึงปรากฎตัวได้ล่ะ

‘ไปกันเถอะพี่กาย อีตุ๊ดนี่มันสมควรโดนแล้วล่ะ’

‘ไม่นะพี่กาย...’

 


“พี่กาย!”

ไม่มีพี่กาย…

ไม่มีเจน…

แล้วก็ไม่มีคนกลุ่มนั้นที่เข้ามาทำร้ายผมด้วย รอบๆ ตัวผมเป็นห้องออฟฟิศของพี่เฟิร์ส และมีเพียงแค่พี่เฟิร์สที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมเท่านั้น

ผมฝันร้ายอีกแล้วสินะ

“พะ...พี่เฟิร์ส พี่เฟิร์ส!”

“พี่เองเป็ด ใจเย็นๆ อย่าลุกพรวดพราดขึ้นมาสิ” พี่เฟิร์สกดไหล่ผมให้นอนลงไปกับโซฟาอีกครั้ง “จู่ๆ ก็เป็นลมไป เล่นเอาตกอกตกใจหมด”

มือใหญ่ของพี่เฟิร์สยื่นมาสัมผัสกับหัวของผมอย่างอ่อนโยน เหมือนกับว่ากำลังปลอบผมอยู่

“เมื่อกี้ผมเป็นลมไปเหรอ” ผมหันไปถามพี่เฟิร์สและด้วยความรู้สึกคอแห้งก็เลยขอน้ำพี่มันด้วย “ขอน้ำให้ผมด้วยนะ”

พี่เฟิร์สลุกไปหยิบน้ำในตู้เย็นเล็กข้างๆ ตู้เก็บแฟ้มแล้วเดินกลับมานั่งลงข้างๆ ผมก่อนจะเทน้ำใส่แก้วแล้วยื่นให้ผม

“อ่ะ นี่น้ำ ค่อยๆ ลุก เดี๋ยวหน้ามืดไปอีก”

ผมค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งแล้วรับแก้วจากพี่เฟิร์สมาดื่ม

“อ้า… ขอบคุณครับ”

“อื้ม ไม่เป็นไร”

เขาว่าจบก็เอาแต่จ้องหน้าผมคล้ายกับมีอะไรอยากจะพูดกับผม แต่ก็ไม่พูดออกมา จนผมรู้สึกแปลกๆ ก็เลยกะว่าจะไปทำงานต่อ

“งะ...งั้นผมไปทำงานต่อก่อนนะครับ”

พอเห็นผมทำท่าจะลุก คนตรงหน้าก็พูดเสียงแข็งออกมา

“นั่งลงแล้วก็นอนไป ไม่ต้องทำวันนี้ เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งอีก พี่ไม่ใจร้ายขนาดจะให้คนที่ไม่สบายไปทำงานหรอกนะ” แม้ว่าเสียงจะดุ แต่ผมสัมผัสได้ว่ามันคือความเป็นห่วงมากกว่า

“งั้นผมนอนต่อก็ได้ครับ ขอบคุณมากนะครับพี่เฟิร์ส” ผมยิ้มให้กับพี่เฟิร์สเป็นการขอบคุณ

“อืม ไม่เป็นไร ดะ… เดี๋ยวบริการลูกค้าไม่ดี”



ผมตื่นมาอีกทีก็ราวๆ สามทุ่มเศษได้ ไฟในห้องถูกปิดลง แต่ก็ยังคงมีแสงจากตัวร้านสาดเข้ามาบ้าง ผมมองไปตรงโต๊ะก็ไม่เห็นพี่เฟิร์สอยู่ สงสัยจะออกไปดูร้านล่ะมั้ง

ผมพลิกตัวตะแคงข้างเพื่อจะเอาเท้าลงแล้วลุกขึ้นยืน แต่เท้าก็ดันไปเหยียบอะไรเข้าให้จนผมร้องออกมาด้วยความตกใจ

“เฮ้ย อะไรวะเนี่ย!”

“โอ๊ย! ใครวะ!”

ผมชักขาออกแล้วกลับไปนั่งบนโซฟาด้วยความตกใจ พอพิจารณาดูดีๆ ก็พบว่าคนที่นอนด้านล่างก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นพี่ฟรานนั่นเอง

“อะไรของมึงวะเนี่ยไอ้เป็ด มาแย่งที่นอนกูแล้วยังจะมาทำร้ายกูอีก” พี่ฟรานดีดตัวลุกขึ้นนั่ง มือก็ขยี้ผมตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์

“คนเพิ่งจะได้นอนเอง แม่งเอ้ย!”

“ขะ...ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

“เออๆ ไม่เป็นไร มึงไม่สบายช้ะ พี่เฟิร์สบอกเมื่อกี้” พี่ฟรานถาม

“อ่าครับ เป็นลมไปเมื่อตอนค่ำครับ”

พี่ฟรานส่ายหัวให้ผมก่อนจะว่าต่อ

“มึงเนี่ยน้าเป็ด อย่าทำตัวให้คนอื่นเป็นห่วงมากดิวะ ดูแลตัวเองหน่อย แล้วนี่ถ้าไอ้ปุณณ์มันรู้ มันไม่มาฆ่ากูกับพี่เฟิร์สเลยเหรอวะเนี่ย” พี่ฟรานว่าอย่างติดตลก

“ครับ ขอโทษครับ ว่าแต่พี่ฟรานมาตอนไหนเหรอครับ” ผมถามกลับไปบ้าง

“ก็เพิ่งมาไม่นานนี่แหละ มัวแต่เถียงกันว่าใครจะทำอะไร กว่าจะเสร็จงานก็เกือบ 3 ทุ่มแล้ว มาถึงกูก็เจอมึงหลับบนโซฟานี่แหละ ตอนแรกก็คิดว่ามึงอู้ เลยกะจะถีบมึงให้ร่วงโซฟา แต่พี่เฟิร์สดันมาเห็นแล้วก็ห้ามกูไว้ทัน”

นิสัยพี่มึงนี่ขัดกับหน้ามากๆ อะ หน้ามึงก็ออกไปทางสวยมากกว่าหล่อ ออกแนวน่ารัก แต่การกระทำคำพูดคำจาของมึงแม่งเถื่อนฉิบหาย ไม่เห็นเหมือนพี่เฟิร์สเลย

“ไหนๆ มึงก็ตื่นแล้ว ไอ้เป็ดมึงลงมานอนข้างๆ กูนี่ เป็นน้องจะมานอนสูงกว่าพี่ได้ยังไง ลงมาๆ” พี่ฟรานตบผ้านวมปุๆ เรียกผม และด้วยความที่ยังคงงัวเงียๆ ผมก็เลยดึงหมอนกับผ้าห่มที่ให้นอนเมื่อครู่ลงไปนอนด้วยอย่างว่าง่าย

“นอนเถอะ เดี๋ยวร้านปิดแล้วไปส่ง” พี่ฟรานว่าก่อนจะพลิกตัวตะแคงข้าง หันหลังให้กับผม ส่วนผมก็หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย


 

ทำไมมันรู้สึกอึดอัดจังวะเนี่ย อย่างกับมีคนมาทับเลย

“อือ… อือออออ หนัก” ผมพยายามผลักวัตถุที่มาทับร่างผมออก แต่ก็ไม่เป็นผล ผมเลยลืมตาตื่นขึ้นมาดูไอ้วัตถุที่ว่านั่น

ไม่ใช่อะไรหรอกครับ มันคือไอ้พี่ฟรานนั่นแหละ มันนอนเอาแขนพาดผม ขาก็ก่ายผม แล้วตัวพี่ฟรานมันก็ไม่ใช่เล็กๆ เลยด้วย

“พี่ฟรานออกไป ผมหนัก” ผมแกะแขนพี่มันออก แต่พี่มันก็วางทับลงมาอีก

กูชักจะหงุดหงิดกับมึงละพี่ฟราน!

“ผมบอกว่าผมหนักไงพี่!”

“ขอกอดนิดกอดหน่อยจะเสียงดังทำไมวะ กูติดหมอนข้าง” พี่แม่งแถน้ำขุ่นๆ เลยนี่หว่า เวลาผมเห็นพี่มันนอนในออฟฟิศนี่ผมไม่เห็นมันจะนอนก่ายหมอนเลย มีแค่หมอนหนุนหัวกับผ้าห่มผืนเดียว

“แต่มันหนักเว้ยพี่ ปล่อยเป็ดเถอะ” ไม่ปล่อยแถมรัดผมแน่นขึ้นอีกต่างหาก

โอ๊ย! ไอ้พี่เวรนี่

“กูไม่ปล่อยหรอก ให้กูกอดเถอะเป็ด ตัวมึงห้อมหอม”

แกร็ก...ปัง!

“ฟอดดดด ชื่นใจละ กูนอนต่อละ”

ผมโดนพี่ฟรานหอมแก้มว่ะ… ไอ้ตัวการเห็นผมทำหน้าเหรอหราก็ขยิบตาข้างนึงให้ผมก่อนจะนอนต่อโดยไม่สนใจผมแม้แต่น้อย

จู่ๆ ไฟในห้องก็ถูกเปิดขึ้นพร้อมกับเสียงของคนที่เข้ามาในห้อง

“อุ๊ย! เรามาผิดจังหวะกันว่ะไอ้เฟิร์ส”

“ไอ้ฟราน มึงทำอะไรของมึงเนี่ย!”

ผมสะดุ้งกระเด้งตัวลุกนั่งทันทีที่ได้ยิน พอลืมตาดูก็เห็นว่าเป็นพี่เฟิร์สกับพี่คิสเข้ามาในห้อง ไอ้พี่หน้าสวยที่หอมแก้มผมเมื่อกี้เองก็ลุกขึ้นมานั่งขยี้ตาแล้วเหมือนกัน

“อือ… อะไรอะพี่เฟิร์ส จะกลับแล้วเหรอ” พี่ฟรานพูดอย่างงัวเงีย

“อะ...อะ...ไอ้ฟราน! มึงทำอะไรเป็ดเนี่ย!” จู่ๆ พี่คิสก็ทำหน้าเหมือนเจอผี มือก็ชี้เราสองคนสลับไปมา

“เฮ้ย! ไม่ได้ทำอะไรพี่ ใช่มั้ยพี่ฟราน”

ผมรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ พอหันไปมองพี่ฟรานก็ตกใจยิ่งกว่าเดิมอีก ก็เพราะว่าไอ้พี่ฟรานมันไม่ได้ใส่เสื้อ!

ขะ...ขาวจั๊วะ ขาวโบ๊ะมาก!

เฮ้ย ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนั้นนี่หว่า

“ไม่ใช่นะพี่ อย่าเข้าใจผิด พี่ฟรานให้เป็ดลงมานอนเป็นเพื่อนด้วยกันต่างหาก”

“แล้วมึงทำไมนอนถอดเสื้อฮะ!” เป็นพี่เฟิร์สที่เสียงดังขึ้นมาบ้าง

“ก็เป็ดมันไม่สบาย ผมก็เลยหรี่แอร์ แล้วก็ร้อน ก็เลยถอด แค่นั้นแหละเนอะเป็ด” เนอะอย่างเดียวก็ได้ปะมึง มึงจะมาโอบไหล่กูแล้วเอาหัวมาถูๆ กับต้นแขนกูทำไมเนี่ย!

ผมหันไปหัวเราะแห้งๆ ให้พี่เฟิร์สที่ตอนนี้มีท่าทีน่ากลัวขึ้นยิ่งกว่าเดิม คล้ายจะระเบิดขึ้นมาได้ทุกเมื่อ

“พอๆ ไอ้ฟราน ใส่เสื้อผ้าซะ เป็ดมึงก็ไปล้างหน้าล้างตาซะ จะได้กลับบ้านกัน” พี่เฟิร์สพูดก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ทำงาน

 


ผมเดินออกไปล้างหน้าล้างตาเพื่อให้ร่างกายสดชื่นขึ้นมา พอเดินกลับมาในห้องก็โดนพี่คิสถามเรื่องของวันนี้ขึ้นมา

“ปอนด์ พี่ขอโทษนะปอนด์ที่เป็นต้นเหตุทำให้ปอนด์เป็นลมไปน่ะ” พี่คิสว่าอย่างจ๋อยๆ

“เออ เพราะมึงคนเดียวแหละไอ้คิส ไม่รู้จักเคลียร์คิวให้เรียบร้อย ลำบากน้องมันเลยเห็นมั้ย” พี่เฟิร์สซ้ำเติมพี่คิสมัน

“เออ กูก็สำนึกผิดอยู่นี่ไงเล่า” พี่คิสหันไปว่าเพื่อนตัวเองก่อนจะหยิบกีตาร์ของผมที่ยืมใช้ส่งมาให้ผม “อ่ะ อันนี้คืนให้ ตัวหากินสำคัญเลยนะเนี่ย”

ใช่… สำคัญมากเลยล่ะตอนนั้น แต่จริงๆ แล้วผมเล่นไม่ค่อยเก่งเท่าไรหรอก แค่พอเล่นได้ ไม่ได้เก่งแบบพี่คิสที่เล่นได้หลายแบบ

“ไอ้คิส! น้องคิดมากอีกแล้วเนี่ย!” พี่เฟิร์สโวยวายก่อนจะเดินมาตบกะโหลกพี่คิสเสียงดังสนั่น

“โอ๊ย! ไอ้เชี่ยเฟิร์ส! เจ็บนะเว้ย!” พี่คิสลูบหัวตัวเองป้อยๆ มองพี่เฟิร์สอย่างเคืองๆ

“แหะๆ ไม่เป็นไรครับ เรื่องมันก็ผ่านมาแล้วแหละ” ผมว่า

“เรื่องนี้ไม่เป็นไร แต่มีอีกเรื่องนึงที่เป็นแน่ๆ ไอ้ฟราน!” พี่เฟิร์สว่าเสียงดังลั่น จนพี่ฟรานที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ข้างๆ ผมถึงกับอยู่สะดุ้งเฮือก

“อะไรวะพี่! ตกอกตกใจหมด วู้!”

พี่เฟิร์สเดินไปยืนหน้าพี่ฟรานก่อนที่จะ…

ป๊าบ!

“มึงไปแกล้งไอ้เป็ดนี่มันทำไม”

คนโดนว่าโดนตบหัวทำหน้างงเพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่ชายตัวเองกำลังกล่าวหา

“ผมไปทำอะไรมันอะ ก็แค่ให้มันลงมานอนด้วยกันเอง”

“ไม่ใช่เรื่องนั้น” พี่เฟิร์สส่ายหน้า

“อ้าว แล้วมีอะไรอีกอะพี่ ผมไม่ได้แกล้งอะไรมันเลยนะ”

“มึงไปหอมแก้มมันทำไม”

เชี่ย! พี่มันเห็นด้วยเหรอวะเนี่ย!

“กะ...ก็เป็ด เป็ดมันน่ารักอะ ตัวก็ห้อมหอม ไม่เชื่อพี่ลองดิ” พี่ฟรานจับตัวผมดันหาพี่เฟิร์ส

ป๊าบ!

พี่เฟิร์สตบหัวพี่ฟรานซ้ำอีกครั้ง

“นี่แหน่ะ! แกล้งมันชัดๆ เลยมึงเนี่ย”

“โอ๊ยพี่! เป็ดมันไม่คิดมากหรอก” พี่ฟรานว่า

“มึงไม่ต้องไปคิดแทนเป็ดมันเลย ขอโทษน้องมันซะ แล้วอย่าทำอีก”

“แหม อยากหอมก็บอกมาตรงๆ เถอะ พี่จะจีบมันก็ได้นะ เป็ดมันเป็นเกย์รู้ป่าวเนี่ย”

จู่ๆ ความเงียบก็เข้าปกคลุมไปทั้งห้องทันทีหลังจากที่พี่ฟรานพูดจบ

“เนี่ยๆ เป็ดมันน่าร๊ากน่ารัก ตัวก็นิ่ม ผมกอดมันนอนเมื่อกี้โคตรสบายอะพี่”

มึงยังมีน่ามาพูดอีกเหรอวะไอ้พี่ฟราน! ไอ้พี่เฟิร์สกับพี่คิสหน้าเหวอไปแล้วเนี่ย!

“จะ...จริงเหรอปอนด์” พี่คิสว่าเสียงสั่นๆ

คงช็อกสินะที่รู้ว่าผมเป็นเกย์เนี่ย สมัยก่อนเวลาทำงานผมไม่เคยพาพี่กายไปด้วยเลย ปกติแล้วพี่กายจะแค่มารับมาส่งผมเป็นบางวันเท่านั้น จริงๆ แล้วผมไม่อยากให้พี่กายมารับมาส่งด้วยซ้ำ เพราะกลัวคนจะรู้ว่าเราคบกันแล้วพี่กายจะเดือดร้อน

“ถ้างั้นผู้ชายหล่อๆ คนนั้นก็ไม่ใช่พี่ชายของปอนด์ละสิ” พี่คิสถาม

“ครับ ไม่ใช่พี่ชาย แต่เป็นแฟนเก่าของผมเอง”

ไม่มีอะไรจะต้องปกปิดแล้วล่ะ ถ้าพี่เฟิร์สรังเกียจผมที่เป็นเกย์ ผมก็พร้อมจะลาออกหรือจะไล่ผมออกก็ไม่เป็นไรหรอก

พี่คิสทำหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ก่อนจะพูดออกมาอย่างเดือดแค้น

“อย่างงี้เองเหรอวะ เหี้ยเอ้ย!”

“เฮ้ยๆ อะไรของมึงเนี่ยไอ้คิส” พี่เฟิร์สว่า

“ก็แม่งเหี้ยจริงๆ นี่หว่า ปอนด์รู้รึเปล่าว่าไอ้เหี้ยนั่นน่ะ มันชอบพาผู้หญิงมาวันที่ปอนด์ไม่ได้มาเล่น แถมนัวเนียกันจนน่าเกลียดประจำ แม่งเอ้ย! คือกูเข้าใจมาตลอดว่าไอ้เหี้ยนั่นมันเป็นพี่ชายของปอนด์ไง กูก็เลยไม่ได้อะไร ถ้ากูรู้ว่ามันเป็นแฟนปอนด์นะ กูจะลุกไปกระทืบแม่งแล้ว”

ทันทีทันใดที่พี่คิสเล่าจบ น้ำตาของผมจู่ๆ มันก็ไหลออกมาเอง

“ฮึก… จริงเหรอครับพี่คิส”

“เออดิ เฮ้ยฟรานน้องร้องไห้ มึงไปเอาทิชชู่มาดิ!” พี่เฟิร์สสั่ง พี่ฟรานก็เลยลุกไปหยิบทิชชู่มาให้ผมเช็ดคราบน้ำตา

“เล่าให้พวกพี่ฟังก็ได้นะเป็ด แต่ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรนะ แล้วก็เมื่อกี้พี่หลุดปากไป พี่ขอโทษนะเป็ด” พี่ฟรานลูบหัวปลอบผม

“ครับ ไม่เป็นไรครับพี่ฟราน” ผมยิ้มเล็กๆ ให้พี่ฟราน

“ปอนด์… พี่ขอโทษ พี่ไม่คิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้” พี่คิสขอโทษผม

“พี่คิสไม่ได้ผิดอะไรหรอกครับ ปอนด์ผิดเองที่รักพี่กายมากไป”

“กาย...” พี่เฟิร์สทวนชื่อนั้นซ้ำเบาๆ

 


จากตอนแรกที่เราว่าจะกลับบ้านกันเลย กลับกลายเป็นว่าพี่ๆ ทั้งสาม ต้องมานั่งรอผมหยุดร้องไห้ก่อน แม้ว่าผมจะบอกให้กลับเลยจะได้ไม่เสียเวลา แต่ทั้งสามก็ยืนยันจะรอผม

“เลิกกันเมื่อไร” พี่เฟิร์สถามขึ้นมา

“พี่เฟิร์ส! มันใช่เรื่องที่ควรถามมั้ยวะเนี่ย” เป็นพี่ฟรานที่ว่าพี่ชายตัวเองบ้าง

“ไม่เป็นไรพี่ฟราน เป็ดไม่เป็นไรครับ” ผมบอกพี่ฟรานแล้วหันไปตอบพี่เฟิร์ส

“ตอนจบ ม.6 ครับ”

“อืม กาย… ม.6 ก็ตอนปี 4 พอดี” พี่เฟิร์สพึมพำอะไรบางอย่างแต่ผมได้ยินไม่ถนัดก็เลยไม่รู้ว่าพี่เฟิร์สพูดอะไร

“บ่นอะไรคนเดียววะเฟิร์ส” พี่คิสหันไปถามพี่เฟิร์ส

ผมมองทั้งสองสลับไปมาอย่างงงๆ

“ไม่หรอก” พี่เฟิร์สตอบก่อนจะหันมามองผม “คงไม่น่าจะบังเอิญอะไรขนาดนั้น”

“อะไรเหรอครับพี่” ผมถาม

“ปะ...เปล่าๆ ไม่มีอะไร” พี่คิสว่า ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ปอนด์ พี่ถามได้มั้ยเรื่องเสียงเราเนี่ย ตกลงแล้วมันเป็นอะไร เกิดขึ้นเมื่อไร”

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา พี่คิสก็เลยรีบขอโทษขอโพยผมอีก

“เฮ้ยๆ ขอโทษๆ ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร พี่แค่อยากรู้น่ะ”

“ไว้คราวหลังปอนด์จะเล่านะ ปอนด์ไม่อยากเล่าจริงๆ ครับ” ผมบอก

“ไม่เล่าก็ไม่เล่า อย่าคิดมากๆ งั้นเรากลับกันเถอะพี่เฟิร์ส” พี่ฟรานขยี้หัวผมก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปเป็นคนแรก

 


พี่เฟิร์สขับรถมาส่งผมที่หน้าเซเว่นปากซอยตามปกติ แต่วันนี้มาช้ากว่าปกติ ผมเลยเห็นปุณณ์มันมายืนรอผมหน้าร้านแล้ว

“โอย มาช้าจังเลยพี่ งานยุ่งเหรอวันนี้” ปุณณ์ถามผม

“อื้ม นิดหน่อยน่ะ” ผมเลือกที่จะไม่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ให้ปุณณ์ฟัง

“อ้าวแล้วเอากีตาร์ไปทำอะไรมาเนี่ย” ปุณณ์เห็นผมสะพายกีตาร์มาก็เลยถามขึ้นมาอีก “มาๆ ผมสะพายให้เอง”

“เฮ้ย ไม่ต้องๆ เดี๋ยวปุณณ์ก็ขี่รถอีก กีตาร์นี่พี่เอาไปให้พี่ที่ร้านเค้ายืมน่ะ วันนี้เค้าลืมเอามา”

“งั้นเหรอ ไม่ใช่ว่าเกิดอะไรขึ้นหรอกนะ” ปุณณ์โน้มตัวลงมา ทำหน้าจ้องจับผิดผม

“ไม่มีหรอกๆ ไปๆ กลับกันเถอะ” ว่าจบก็เดินไปที่รถมอเตอร์ไซต์ของเราที่จอดอยู่ตรงลานหน้าร้าน

ให้ตายเถอะ เป็นการโกหกที่ไม่เนียนเลยว่ะ ดูหน้าไอ้ปุณณ์มันสิ คิ้วชนกัน จ้องจับผิดผมไม่เลิกเลยเนี่ย

 


แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อผมกลับมาถึงบ้าน อาบน้ำอาบท่า ทำอะไรเสร็จแล้ว ด้วยความที่ผมนอนมาตลอดหัวค่ำ ตอนนี้ก็เลยไม่ง่วงเลยสักนิด ระหว่างที่ดูทีวี ไอ้ปุณณ์มันก็พยายามจะถามสิ่งที่ผมทำวันนี้ตลอด แล้วก็ถามอีกว่า ‘ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นะ’ อยู่หลายรอบมาก ก็ผมรู้ว่าถ้าผมบอกปุณณ์ไป เดี๋ยวปุณณ์ก็จะไปโกรธพี่ๆ เค้าอีก สู้ไม่บอกให้มันคิดมากซะดีกว่า

 


“พี่ปอนด์ พี่ไม่มีอะไรจริงๆ นะ” ปุณณ์ถามย้ำผมเป็นรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้

“อื้มมมมมม ไม่มีจริงๆ ไปนอนเถอะ” ผมว่าก่อนจะดันตัวมันให้ลุกจากโซฟา

“แน่นะ” ปุณณ์ย้ำอีกที

“เอออออ ไปนอนเถอะ ทำงานมาเหนื่อยๆ พี่ยังไม่ง่วงเลย”

“ไม่ง่วงจริงอะ พี่ปอนด์ก็ทำงานหนักไม่ใช่เหรอวันนี้ ก็ขึ้นไปนอนพร้อมกันสิ”

ชะอุ่ย… เกือบโป๊ะแล้วกู

“เออน่าาาาา อย่าเซ้าซี้เลย เดี๋ยวพี่ง่วงก็นอนเองแหละ”

“เออๆ งั้นผมนอนละ ฝันดีพี่” ปุณณ์ว่าก่อนจะขยี้หัวผมแล้วลุกขึ้นเดินออกไป

“มีอะไรชัดๆ” มันบ่นอะไรสักอย่างแต่ผมไม่ได้ยิน

 


ผมนั่งเล่นโทรศัพท์ไป เปิดทีวีให้อยู่เป็นเพื่อนคลายเหงาไปสักพัก ก็มีข้อความเด้งขึ้นมาจากไลน์ของผม


F1RST : เป็ดอย่าคิดมากเลยนะเรื่องวันนี้น่ะ ยังไงถ้าอยากเล่า พี่ก็จะเป็นที่ระบายของเป็ดเองนะครับ (02:15 น.)

F1RST : เราคงไม่ต่างกันเท่าไรหรอก อย่าคิดมากเลยนะ ฝันดีครับเป็ดน้อย (02:15 น.)

 

ผมอ่านข้อความจากพี่เฟิร์สที่ส่งมาหาผมเป็นครั้งแรก ก็อดยิ้มให้กับความเป็นห่วงเป็นใยจากเขาไม่ได้ เลยพิมพ์ขอบคุณแล้วก็ฝันดีตอบกลับไป

 

QuackyDuckP : ขอบคุณนะครับพี่เฟิร์สที่เป็นห่วงผม (02:16น.)

QuackyDuckP : ฝันดีนะครับ ^^ (02:16น.)


มาแล้วครับผม ห่างหายกันไปนานอยู่ ชายบนดวงจันทร์ก็เพิ่งจบไป ฮ่าๆ เจอคำผิด พิมพ์ผิด หรืออะไรก็บอกกันได้นะครับ แล้วเจอกันตอนหน้าครับ

 ชิวู 02/06/17


อิมเมจพี่ฟรานหน้าสวยแล้วก็สูงหน่อย เอาเป็นฮันจินโฮก็แล้วกัน
นึกใครไม่ออกละ ตัวหลักยังหาไม่ได้เลยเนี่ย 555555555
          





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #443 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 10:48
    พี่เฟีร์สรู้อะไรมาไหนพูดสิ!
    #443
    0
  2. #382 lascaboy (@lascaboy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 20:58
    สวยยยยยยย
    #382
    0
  3. #337 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 11:18
    เมจสวยจริงๆ
    #337
    0
  4. #304 kamp2196 (@kamp2196) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 19:36
    น่ารักกกก
    #304
    0
  5. #257 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 16:02
    สวยมากกกก
    #257
    0
  6. #179 AbFirst (@AbFirst) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 15:27
    โหหหห~ เห็นอิมเมจฟรานละแบบ...อยากจับใส่วิก
    #179
    0
  7. #101 6002thecey (@pikipinocchio) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 16:04
    ขอบคุณค่า
    #101
    0
  8. #14 Noname07 (@Noname07) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 09:28
    พี่ฟรานน่ารักเรารักพี่ฟราน555
    #ปอนด์สู้ๆ
    #14
    1
    • #14-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 5)
      3 มิถุนายน 2560 / 17:13
      *ยิ้มกว้าง - ฟราน
      #14-1
  9. #13 miyaki32 (@uriko20) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 00:28
    อย่าให้พี่ปอนด์เปิดใจแล้วกลับมาร้องเพลงได้ไวๆ
    #13
    2
    • #13-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 5)
      3 มิถุนายน 2560 / 02:25
      อยาก รึเปล่าครับ 555
      #13-1
    • #13-2 miyaki32 (@uriko20) (จากตอนที่ 5)
      3 มิถุนายน 2560 / 23:14
      นั้นแหละ-///-
      #13-2