[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 6 : Still the One EP05 || Say It On The Mic [100%+ชี้แจง]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    1 ก.ย. 60

Still the One EP05

ครืด… ครืด…

เสียงสั่นจากโทรศัพท์ของผมดังขึ้น ซึ่งผิดวิสัยมากที่จะมีใครโทรมาหาผมตอนเช้าวันเสาร์แบบนี้ แต่ถึงกระนั้นผมก็เอื้อมมือไปคว้ามันมากดรับสายอยู่ดี

“ฮัลโหลครับ”

[ฮัลโหลปอนด์ นี่พี่คิสเองนะ]

พอรู้ว่าเป็นใครโทรมาตาผมก็เริ่มสว่าง

“อ่าครับ พี่คิสมีอะไรเหรอครับ” พอผมถามไปปลายสายก็ตอบกลับมาทันที

[ปอนด์ว่างมั้ยอะวันนี้]

“อืม… ก็ว่างอยู่นะ ปอนด์ไม่ต้องทำงานวันนี้ด้วย”

ผมไม่ไปทำงานร้านพี่เฟิร์สวันเสาร์-อาทิตย์เพราะผมจะใช้มันเพื่อเคลียร์งานที่สะสมไว้ตลอดสัปดาห์รวมถึงพักผ่อนด้วย

[ถ้างั้นปอนด์อยู่บ้านรึเปล่า… เดี๋ยวสิมึง!] เสียงพี่คิสโวยวายแต่ผมกลับได้ยินเสียงแค่เบาๆ เหมือนว่าพี่คิสไม่ได้คุยอยู่แค่คนเดียว

[เอางี้ๆ เดี๋ยวพี่ไปรับปอนด์ที่บ้านละกัน ส่งโลเคชั่นมาแล้วก็แต่งตัวรอไว้ล่ะ]

แล้วพี่คิสก็ตัดสายไป ปล่อยให้ผมยังงงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น สรุปคือเดี๋ยวพี่คิสจะมารับไปเที่ยวใช่มั้ยวะ ยิ่งคิดก็ยิ่งงง คนยิ่งเพิ่งตื่นด้วย

ผมขยี้หัวที่ตอนนี้เป็นทรงนกกระปูดยุ่งๆ ก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ

 

พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เจอแม่นั่งกินข้าวอยู่ ผมก็เลยร่วมวงกับแม่ด้วยอีกคน ส่วนไอ้ปุณณ์น้องชายสุดหล่อของผม มันไม่อยู่แล้วแฮะ

“แม่ ปุณณ์ไปทำงานแล้วเหรอ”

“ไปตั้งนานแล้ว” แม่มองการแต่งตัวของผมที่ดูดีกว่าปกติแล้วถามต่อ “แล้วนี่ตื่นไวขนาดนี้ จะออกไปไหนเนี่ย”

“ไปกับรุ่นพี่ที่ทำงานด้วยน่ะครับ”

“อืมๆ งั้นก็ไปดีมาดีแล้วกัน อย่ารบกวนพี่เค้ามาก ถ้ากลับมาใกล้ๆ กับปุณณ์เลิกงานก็เข้ามาพร้อมกันเลยนะ”

“ครับแม่”

ผมนั่งกินข้าวจนหมดก็เอาจานไปล้าง ส่วนแม่ก็มีงานด่วนเข้ามาก็เลยต้องออกไปที่บริษัท พอล้างเสร็จก็นั่งรอพี่คิสอยู่บนโซฟา จนกระทั่งพี่คิสโทรมา

[เอ้อปอนด์ บ้านปอนด์ใช่หลังที่อยู่ท้ายซอยรั้วสีขาวรึเปล่า]

“ใช่ครับพี่”

[อ่า โอเค งั้นพี่ก็มาถูกละ… กูบอกแล้วว่ากูเคยมามึงจะโทรไปถามมันทำไมเนี่ย]

เอ๊ะ เสียงคุ้นๆ แฮะ

แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไรออกไป กริ่งหน้าบ้านผมก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

“ปอนด์ พี่มาแล้ว”

ผมได้ยินเสียงพี่คิสก็เลยเดินออกมาหน้าบ้าน ก็เห็นพี่คิสสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้ากับกางเกงขาเต่อสีเบจ แถมยังทำผมมาซะเป็นโอปป้าเกาหลีเลยด้วย

“ไอ้คิส กูบอกว่าอย่าเปิดประตูรถตอนยังจอดไม่สนิท พูดไม่รู้จักจำนะมึง”

ผมชะเง้อมองดูรถ ก็เห็นเป็นรถเบนซ์คันเดียวกับที่พี่ฟรานชอบขับมาเรียน และแน่นอนว่าคนที่เพิ่งก้าวลงมาไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นพี่เฟิร์สนั่นเอง

“อ้าว พี่เฟิร์สมาด้วยเหรอครับ สวัสดีครับพี่เฟิร์ส พี่คิส” ผมยกมือไหว้พี่ๆ ทั้งสองคน

“ดีเป็ด งั้นก็ไปล็อกบ้าน จะได้ไปกันเลย” พี่เฟิร์สว่า ผมจึงเดินกลับเข้าไปล็อกบ้านหยิบกระเป๋าเงินกับโทรศัพท์ออกมา

 

สถานที่ที่พี่ๆ ทั้งสองพามาก็ไม่ใช่ที่ไหนอื่น แต่เป็นร้านของพี่เฟิร์สนั่นแหละ พอเข้าไปในร้านแล้วก็เห็นว่าตอนนี้ยังไม่มีลูกค้าเข้ามา เพราะร้านยังไม่เปิด พี่เฟิร์สกับพี่คิสเดินนำผมไปยังโซนโต๊ะอาหารหน้าเวทีดนตรีสด

พี่คิสเดินมาถึงก็ขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้คว้ากีตาร์โปร่งที่วางอยู่ข้างๆ มานั่งถือไว้ ส่วนพี่เฟิร์สก็นั่งลงตรงข้างหน้าเวที

“ฮึบ! ปอนด์มานี่” พี่คิสกวักมือเรียกผม

“ปอนด์? ทำไมอะ” ผมชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพลางทำหน้างงๆ ออกไป พี่เฟิร์สก็เลยคว้าเก้าอี้ตัวนึงแล้วลากผมให้ไปนั่งลงข้างๆ พี่คิส

พี่เฟิร์สเดินมาซ้อนหลังผมแล้วก้มลงมาพูดข้างหูผม

“เป็ดรู้สึกยังไงบ้างตอนนี้”

คำถามของพี่เฟิร์สทำให้ฉุกคิดขึ้นมา ผมมองไปรอบๆ ที่มีแต่เก้าอี้ว่างเปล่า ไร้ผู้คน ผมจึงไม่รู้สึกกลัวแต่อย่างใด

ผมส่ายหน้าออกมาโดยไม่พูดอะไร พี่เฟิร์สเดินไปหยิบไมค์มาตั้งตรงหน้าผมแล้วถามต่อ

“เป็ดอยากร้องเพลงที่ร้านพี่มั้ยครับ”

พอได้ยินคำถามแทงใจเรื่องร้องเพลงประกอบกับไมค์ที่ตั้งอยู่ตรงหน้า ความกดดัน ความรู้สึกกระอักกระอ่วนก็พรั่งพรูออกมา จนพี่คิสสังเกตเห็นผมมีสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไรเลยหันไปบอกพี่เฟิร์ส

“เฟิร์สๆ น้องหน้าไม่ดีแล้ว มึงเอายาดมมาเร็ว เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปอีก”

พี่เฟิร์สล้วงกระเป๋ากางเกงส่งยาดมออกมาให้ผม ผมรับมันแล้วสูดดมเพื่อให้ความรู้สึกวิงเวียนมันลดลง

“ปอนด์โอเคมั้ย” พี่คิสถามผม

“พอได้ครับพี่คิส” แม้จะหายใจถี่แต่ก็รู้สึกดีกว่าเมื่อสักครู่นี้

“เฟิร์สพาน้องไปออฟฟิศก่อนดีกว่า แล้วคุยกันตรงนั้นเถอะ” พี่คิสว่า พี่เฟิร์สก็พยักหน้าเห็นด้วยแล้วช่วยดึงผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะประคองผมเดินไปยังออฟฟิศของร้าน

 

เมื่อมาถึงออฟฟิศ พี่เฟิร์สดันผมให้นั่งลงบนโซฟาก่อนจะเดินไปหยิบหมอนมาให้แล้วกดผมให้นอนลง แล้วตัวเองกับพี่คิสก็เดินไปนั่งโซฟาอีกด้านนึง

“ปอนด์… ปอนด์โอเครึเปล่า พี่ขอโทษนะที่ทำแบบนี้” พี่คิสพูดเสียงอ่อนใส่ผม

“ไม่เป็นไรครับพี่คิส”

“เฟิร์สมึงจะนั่งนิ่งอีกนานมั้ยวะ บอกน้องไปดิว่าเพราะอะไรถึงได้หลอกมันมาร้านวันนี้” พี่คิสหันไปว่าพี่เฟิร์ส

พี่เฟิร์สนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะเดินมานั่งลงบนโซฟาเดียวกับผมที่นอนอยู่ เขาโน้มตัวลงมาและทำในสิ่งที่ผมไม่คาดคิดว่าคนอย่างพี่เฟิร์สจะทำ

จุ๊บ!

พี่เฟิร์สจูบมายังขมับของผมเบาๆ ก่อนจะถอนออกไปอย่างรวดเร็ว

“พี่อยากฟังเป็ดร้องเพลง พี่อยากเห็นปอนด์กลับมาร้องเพลงอีกครั้งเหมือนที่ไอ้คิสอยาก” พี่เฟิร์สพูดไปพลางลูบหัวผมไปด้วย

“เพราะอะไรล่ะครับ... ตอนนี้ปอนด์ก็เสียงไม่ดีแล้วนะ ปอนด์ไม่อยากร้องเพลงแล้ว” ประโยคด้านหลังนั้นผมพูดออกมาด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอย่างมาก ดวงตาของผมเริ่มชื้นแฉะเพราะรู้สึกอยากร้องไห้

พี่เฟิร์สก้มลงมาใกล้ผมแล้วพูด

“เป็ด… เป็ดฟังพี่นะ เพราะพี่เข้าใจเป็ดมากกว่าที่เป็ดคิดนะ พี่เลยอยากให้เป็ดกลับมาเข้มแข็งอีกครั้งนึง และสิ่งที่พี่จะทำให้เป็ดกลับมาเข้มแข็งได้สิ่งเดียวก็คือ ทำให้เป็ดกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง และไม่ใช่แค่กลับมาร้องเพลง แต่พี่จะต้องทำให้เป็ดร้องเพลงอย่างมีความสุขด้วย”

“ใช่แล้วๆ ปอนด์น่ะร้องเก่งกว่าพี่อีก” พี่คิสเสริม

ผมนิ่งไปพลางคิดตามในสิ่งที่พี่เฟิร์สพูด ก่อนจะตอบออกไป

“แต่เสียงผมเป็นแบบนี้แล้ว ต่อให้ร้องได้ มันก็ไม่เพราะเหมือนเดิมแล้ว...” ผมใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำตาที่ไหบออกมา

“เป็ด! ฟังพี่สิ! พี่บอกรึยังว่าพี่อยากฟังเสียงเพราะๆ น่ะ!”

พี่เฟิร์สโพล่งขึ้นมาเสียงดัง มือก็ตรึงผมเอาไว้กับโซฟา ผมเบือนหน้าหนีพี่เฟิร์สเพราะไม่กล้าสบตาด้วย

“เป็ดฟังพี่นะ พี่แค่อยากทำให้เป็ดมีความสุข พี่อยากให้เป็ดก้าวข้ามเรื่องในอดีตที่มันโหดร้าย และพี่ไม่ได้บอกเลยว่าพี่อยากให้เป็ดร้องเพลงเพราะๆ พี่แค่… อยากให้เป็ดได้ร้องเพลงอย่างที่เป็ดทำได้และมีความสุข เข้าใจมั้ยครับ”

เสียงของพี่เฟิร์สไม่ได้ดุดันเหมือนเมื่อครู่นี้ แต่มันกลับสร้างความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างให้กับผม

ใจผมเต้นแรงมากเมื่อได้ยินคำสุดท้ายที่พี่เฟิร์สพูดออกมาอย่างนุ่มนวล

“คะ...ครับ”

“พอๆ ไอ้เฟิร์ส เลิกคร่อมน้องได้แล้ว เอ้อปอนด์ ถ้าอย่างนั้นเริ่มกันวันนี้เลยมั้ยล่ะ” พี่คิสว่า พี่เฟิร์สจึงลุกขึ้นกลับไปนั่งข้างๆ พี่คิสตามเดิม

“มะ...ไม่นะพี่ ปอนด์...” ผมดีดตัวลุกขึ้นนั่ง มือไม้โบกปฏิเสธเป็นระวิง

“เอาน่าๆ ลองก่อน วันนี้แค่ไปนั่งข้างๆ พี่ก่อนตกลงมั้ยครับ” พี่คิสเสนอมา

“แต่ว่า...”

“เรื่องเยอะจังวุ้ย” พี่คิสว่าออกมาอย่างไม่จริงจัง “ถ้ามีใครมายัดเยียดให้ปอนด์ร้องเพลง เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง โอเคมั้ย”

“คือปอนด์...”

“งั้นให้ไอ้เฟิร์สมันมานั่งดูด้วย ได้ใช่มั้ยเพื่อนรัก” พี่คิสหันไปเล่นหูเล่นตาใส่พี่เฟิร์ส

“เออๆ”

ถ้าผมตาไม่ฝาด ผมว่าผมเห็นพี่เฟิร์สยิ้มด้วยเมื่อกี้นี้

“โอเคแล้วนะ ห้ามต่อรองอีก แค่มานั่งข้างๆ พี่ชายสุดหล่อคนนี้เองน่า”

เฮ้อ… แค่นั่งข้างๆ เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรก็คงได้แหละมั้ง

“ตกลงครับ”

“ดีมาก! เฮ้ยเฟิร์ส ยังมีเวลาอีกนาน ถ้างั้นวันนี้เราสามคนไปเที่ยวกันก่อนดีกว่า”

 

ผมโดนพี่คิสกับพี่เฟิร์สลากมาเที่ยวที่จตุจักร บอกตรงๆ ว่าโคตรร้อน และมันก็ทำให้ผมไม่ค่อยอยากจะทำอะไรเท่าไรด้วย แต่พี่คิสก็พยายามจะชวนผมคุยเรื่อยๆ นะ แกคงจะกลัวผมคิดมากแหละ ส่วนพี่เฟิร์สก็มีชวนคุยบ้าง แต่ดูเหมือนว่าพี่เฟิร์สจะไม่ใช่คนที่คุยเก่งเท่าไร

แต่มันร้อนจริงๆ ว่ะ นี่ผมปาดเหงื่อครั้งที่ 3 แล้วเนี่ย

“อะ”

พี่เฟิร์สสะกิดไหล่ผม พอผมหันกลับไปแกก็ยื่นกาแฟถุงมาให้ ผมทำหน้างงๆ ก่อนจะจับหลอดขึ้นมาดูด

“อ้าาาาา” เย็นชื่นใจแล้วก็ผลักถุงคืนกลับ

โป๊ก!

“โอ๊ยพี่เฟิร์สเขกหัวผมทำไมเนี่ย!”

“ซื้อมาให้แล้วยังคิดจะให้พี่ถืออีกเหรอ” พี่เฟิร์สว่าแล้วก็เอาถุงมายัดใส่มือผมแล้วเดินฉิวนำผมออกไป

เออเว้ย มีมุมน่ารักกับเค้าเหมือนกันนี่หว่า คนตัวโตๆ ทำอะไรแบบนี้ก็ดูมุ้งมิ้งดีนะ…

“อ้าวๆ ไปซื้อน้ำมาตอนไหนเนี่ย” พี่คิสหันมาถามผม ผมก็เลยส่งถุงน้ำไปให้ แต่พี่แกก็หันไปมองอีกคนที่มาด้วย “อ๋อ รู้ละ แหม ทีกับเพื่อนกับฝูงนี่ไม่เคยจะซื้อให้เลยนะมึง แหนะๆ” พี่คิสว่าแล้วก็ดึงหลอดไป

“ถ้าดูดหลอดนี้ ก็เท่ากับพี่จูบปอนด์ทางอ้อมใช่มั้ย” พี่คิสพูดไปแต่ตาไม่ได้มองผมเลยสักนิด

“งั้นพี่ดูดนะ อ๊ะ!”

หมับ!

คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมเข้ามาดึงถุงน้ำออก

“ไปซื้อเอง อย่ามาแย่งน้องกิน”

“จ้าๆ ซื้อเองก็ได้ เฮ้อ...ทำดีไม่ได้ดีเว้ยเฮ้ย” พี่คิสยกมือยอมแพ้บ่นกระปอดกระแปดออกมา

“ไอ้คิส!”

“โอ๊ยยยยย กูรำคาญ กูไม่แย่งน้องปอนด์กินก็ได้เว้ย หวงจังเลยคนนี้เนี่ย”

เดี๋ยวนะ ‘คนนี้’ คืออะไร ไม่ได้หมายถึงน้ำหรอกหรอ

 

พี่ๆ ทั้งสองเดินนำผมดูโน่นดูนี่ไปเรื่อยๆ พี่คิสหยุดแวะซื้อของเล็กๆ น้อยๆ บ้าง ส่วนมากก็จะเป็นของกิน แน่นอนว่าคนใจดีอย่างพี่คิส ก็แบ่งให้ผมกินจนอิ่มเลยล่ะ ส่วนพี่เฟิร์สไม่ได้ซื้ออะไรเลยครับ เดินดูเงียบๆ อย่างเดียว พี่คิสถามคำก็ตอบคำ

“อ๊ะๆ นี่ไอ้เฟิร์ส มึงๆ ซื้ออันนี้ให้ปอนด์ดิ”

พี่คิสหยุดเดินแล้วชี้ไปยังพวงกุญแจรูปนกโทริสีเหลืองที่แขวนอยู่ในร้าน

“ทำไมอะ” พี่เฟิร์สทำหน้างงใส่พี่คิส พี่คิสเลยส่ายหน้าให้เพื่อนสนิทก่อนจะหยิบพวงกุญแจนั้นออกมา

“ก็มึงเรียกน้องเค้าเป็ดนี่ ไอ้นี่มันก็เป็ดไม่ใช่เหรอ น่ารักดีด้วย”

เอ่อ… พี่คิสครับ มันคือนกนะครับ นกโทริ ที่เป็นเพื่อนกับหมีริลัคคุมะน่ะครับ

“เป็ดอยากได้เหรอ” พี่เฟิร์สหันมาถามผม

“ปะ… เปล่าครับ” ผมปฎิเสธ

“พี่ครับเอาอันนี้อันนึงครับ” พี่มันก็เอาส่งให้กับแม่ค้าพร้อมยื่นธนบัตรสีเทาไปด้วย

ถ้าพี่เฟิร์สตั้งใจจะซื้อให้ขนาดนี้แล้วพี่จะถามผมเพื่ออะไรละเนี่ย

แม่ค้าหยิบมันใส่ถุงก๊อบแก๊บแล้วส่งมันมาให้พี่เฟิร์สพร้อมกับเงินทอน จากนั้นพี่เฟิร์สก็จับมือผมแล้วเอาถุงนี่วางบนมือ

“อะ! ให้… เป็ดน้อยน่ารัก”

แม้ว่าคนให้หน้าจะนิ่งไม่แสดงอารมณ์อะไร แต่การกระทำน่ารักๆ ของพี่เฟิร์ส มันทำให้ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

 

จากนั้น เราก็ไปกินไอศกรีมกัน เพราะอากาศมันร้อนมาก และแน่นอนว่าพี่เฟิร์สเป็นคนเลี้ยง ถึงผมจะปฏิเสธแล้วก็เถอะ เพราะเกรงใจพี่เค้าที่ซื้ออะไรให้ทั้งวันแล้ว แต่พี่เฟิร์สก็ไม่ยอมให้ผมออกเงินเลยแม้แต่สตางค์เดียว พอกินเสร็จก็จวนจะถึงเวลาเปิดร้านแล้ว เราสามคนเลยกลับ

 

เมื่อกลับมาถึง พี่เฟิร์สก็ตรวจดูความเรียบร้อยของร้าน ส่วนพี่คิสก็ไปเตรียมเครื่องดนตรีเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยที่ลากผมมาช่วยด้วย

พี่คิสหยิบกีตาร์โปร่งที่เอามาทิ้งไว้ตั้งแต่เช้าก่อนมารับผมขึ้นมาดีดๆ ดู

“ปอนด์ยังเล่นกีตาร์อยู่รึเปล่า” พี่คิสถาม

“ไม่แล้วครับ”

พี่ก็น่าจะรู้อยู่แล้วรึเปล่า คราวก่อนผมยังมาตั้งสายกีตาร์ให้อยู่เลย ถ้าผมเล่นตลอดมันก็คงไม่หย่อนแบบนั้นหรอก

“ปอนด์ลองเล่นดูมั้ย”

“ปะ...ปอนด์ลืมแล้วครับพี่”

“จริงเหรอ ปอนด์ตั้งสายเป็นแต่เล่นไม่เป็นเนี่ยนะ” พี่คิสขมวดคิ้ว ก่อนจะถามผมอย่างจับผิด “ไม่ใช่ว่ากลัวนะ”

“ไม่ได้กลัวครับ แต่ปอนด์ลืมแล้วจริงๆ คราวที่แล้วปอนด์ใช้แอปฯ ช่วยก็เลยตั้งได้”

ไม่ได้โกหกครับ แต่ว่ามันก็ตั้งหลายปีแล้ว ผมก็ลืมๆ ไปแล้วว่าจับอะไรยังไงบ้าง

“อ่า งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร” น้ำเสียงของพี่คิสดูผิดหวังเล็กๆ “กะว่าจะให้ลองเล่นสักหน่อย แต่ช่างมันเถอะ ถ้าวันไหนปอนด์อยากเล่น เดี๋ยวพี่สอนให้นะ”

พี่คิสยิ้มกว้างให้ผม มือใหญ่ขยี้หัวผมเบาๆ

“อะแฮ่ม!”

ผมสะดุ้งตัวโหยงเมื่อได้ยินกระแอม พอหันไปทางต้นเสียงก็เห็นว่าพี่เฟิร์สกำลังเดินมาหาเรา

“แหมๆ กูแค่ปลอบน้องเฉยๆ” พี่คิสพูดกับพี่เฟิร์ส

“เออ อย่าให้มันมากเกินไปก็แล้วกัน กูจะมาบอกว่าถ้าจะกินข้าวก็กินซะตั้งแต่ตอนนี้เลย เดี๋ยวอีกสักพักครัวจะยุ่งแล้ว”

“นั่นสิเนอะ นี่ก็ 6 โมงแล้ว ปะๆ ปอนด์ กินข้าวกันก่อน”

 

เราเดินออกไปยังออฟฟิศเพื่อกินข้าว พี่เฟิร์สสั่งกับข้าวมาสองสามอย่างเตรียมไว้ให้พวกเราแล้ว

“ปอนด์กินเยอะๆ นะ เดี๋ยวเป็นลม” พี่คิสตักทอดมันกุ้งมาให้ผม

“ไอ้คิส!”

“จ้าๆ มึงก็ทำบ้างสิ เอ้า!” พี่คิสดันจานทอดมันกุ้งไปหน้าพี่เฟิร์ส คนตัวใหญ่ได้แต่มองมันอยู่อย่างนั้น ก่อนที่จะเริ่มตัดมันออกแล้วจิ้มน้ำจิ้มบ๊วย

“ปะ...เป็ด อ้าปากสิ”

ผมเห็นท่าทางเงอะๆ งะๆ ปนเขินของพี่เฟิร์สแล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

“ฮ่าๆ”

“ขำอะไรเล่า! อ้าปากเร็วๆ” มีโวยวายกลบเกลื่อนความเขินด้วยล่ะ

“คร้าบๆ อ้าาาาา”

อ้ำ!

ผมเอื้อมหัวไปงับส้อมของพี่เฟิร์สมาเคี้ยวไปพลางยิ้มให้กับพี่เฟิร์สไปด้วย

“ปอนด์ๆ ชิ้นนี้มันหวานกว่าของพี่ปะ” พี่คิสถามผม

“อืม… หวานกว่าครับ” ผมบอกไปตามตรง

“ใช่ม้าาาาาา”

“ไอ้คิส!”

ชิ้นที่พี่คิสตักมาให้ พี่มันไม่ได้ตักน้ำจิ้มบ๊วยราดมาด้วย แล้วทำไมพี่เฟิร์สต้องได้โวยวายใส่พี่คิสด้วยละเนี่ย

 

กินไปสักพักก็เกือบจะถึงเวลาที่พี่คิสต้องขึ้นเล่นเพลงแล้ว พี่คิสเลยจะไปดูอุปกรณ์อีกรอบ

“เฟิร์ส ปอนด์ ไปกันเถอะ จะถึงเวลาเล่นแล้ว”

“ไปกันก่อนเลย” พี่เฟิร์สว่าพลางเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน

“อ้าว ไม่ไปดูน้องเหรอ”

“เดี๋ยวขอดูบัญชีแปปนึง”

ได้ยินดังนั้นผมก็ชักเกิดความกลัวขึ้นมา

“พะ...พี่เฟิร์สต้องมาดูเป็ดนะ”

“บอกว่าไปก็ไปสิ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เดี๋ยวพี่ตามไปนะเป็ด”

“อื้ม”

“ไปกันเถอะปอนด์”

 

เวลานี้คนในร้านเริ่มหนาตาขึ้น เพราะเป็นช่วงเวลาอาหารเย็นพอดี อีกอย่างวันนี้เป็นวันเสาร์ด้วย คนก็เลยเยอะกว่าทุกวัน

ผมกับพี่คิสเดินขึ้นเวทีไป พี่คิสจับผมนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เขา

“อะ นั่งนี่ๆ แล้วก็หยิบไมค์ให้พี่หน่อย...”

ไมค์…

“เอ้ยๆ ขอโทษๆ เดี๋ยวพี่หยิบเอง ปอนด์นั่งเฉยๆ ดูพี่เล่นตรงนี้พอแล้ว”

พอทุกอย่างเรียบร้อยดี พี่คิสก็ต้อนรับลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหาร

“สวัสดีครับ วันนี้ก็พบกับคิสเหมือนเคยนะครับ คิสพร้อมจะมอบรอยจูบผ่านบทเพลงให้กับทุกท่านที่มาทานอาหารกันในค่ำคืนนี้แล้ว แต่วันนี้คิสไม่ได้มาคนเดียว คิสพาน้องชายมาเป็นเพื่อนด้วย”

“อ้าว น้องคนนั้นนี่”

ซวยละ ผมจำเสียงนี้ได้ นี่มันแขกประจำคนนั้นนี่หว่า ขนาดไม่ใช่วันธรรมดายังมากินอีกเหรอวะเนี่ย

“ใช่แล้วครับ น้องคนเดียวกันครับผม ชื่อปอนด์ครับ”

“เสียดายวันนั้นน้องของคิสดันเป็นลมไปซะก่อน พี่เลยอดฟังเลยว่าร้องเพราะรึเปล่า เนอะพวกมึงเนอะ” เขาหันไปพูดกับเพื่อนๆ ที่มาด้วยกัน

“แล้ววันนี้น้องจะมาร้องเพลงเหรอคิส”

“อ๋อเปล่าครับ ผมแค่พาน้องขึ้นมานั่งเป็นเพื่อนด้วยเฉยๆ น่ะ” พี่คิสตอบ

“เฮ้ย จะมาเฉยๆ ได้ยังไงกัน”

“ไม่อยากฟังคิสร้องแล้วล่ะสิ” พี่คิสพูดติดงอน

“ไม่งอนสิ ฮ่าๆ เอ้าๆ ร้องเพลงน้องคิส เพลงไรก็จัดไป พวกพี่ยังไงก็ได้ เอ้าชน!” แล้วเขาก็ยกแก้วชนกับเพื่อนที่มาด้วยกัน ก่อนจะหันกลับไปคุยไปกินไป

 

เวลาผ่านไป พี่คิสก็ร้องไปหลายเพลงแล้ว คนกลุ่มนั้นก็เมาได้ที่ รวมถึงความตื่นเวทีของผมที่เริ่มจะลดลงไปบ้าง จากตอนแรกที่ไม่กล้ามองไปยังคนที่มาทานอาหาร ตอนนี้ก็เริ่มมองแขกได้บ้างแล้ว แต่จนถึงตอนนี้พี่เฟิร์สก็ยังไม่ออกมาดูผมตามสัญญา

“ร้องกันมาตั้งหลายเพลงแล้ว งั้นคิสขอไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะครับ”

พี่คิสลุกออกไป ปล่อยให้ผมอยู่บนเวทีตามลำพัง และสิ่งที่ผมคาดเอาไว้ก็เกิดขึ้นจริงๆ

“ปอนด์ร้องเพลงให้พวกพี่ฟังบ้างสิคร้าบบบบ” เสียงป้อแป้จากโต๊ะหน้าเวทีดังขึ้นมาพร้อมกับพี่คนเดิมเจ้าเก่าที่ปรี่เข้ามาตรงหน้าเวที

“ผมร้องเพลงไม่เป็นครับ” ผมพูดออกไปปากเปล่าไม่ได้ใช้ไมค์แต่อย่างใด

“ม่ายเอาน่าาาา ร้องสักเพลงให้พี่ๆ ได้ชื่นจายหน่อยยยย” ว่าแล้วเขาก็เดินขึ้นมาบนเวทีพุ่งมากอดคอผม

มะ...ไมค์

“ท่อนเดียวววว”

ทั้งเหม็นเบียร์ ทั้งไมค์จ่อปาก อาการวิงเวียนคลื่นไส้อยากจะอ้วกก็กลับมาอีกครั้ง แต่ตอนนั้นเองบุคคลที่ผมรอก็ปรากฎตัวขึ้นมา

พี่เฟิร์สเดินตรงเข้ามาหาผมหน้าเวที ทำท่าเหมือนจะช่วยผม แต่แล้ว…

“ถ้าอยากให้พี่ช่วย ก็พูดออกไมค์สิ พูดธรรมดาพี่ไม่ได้ยินหรอก เสียงมันดัง”

“มะ...ไม่ ช่วยผมด้วย”

“ไม่ใช้ไมค์ งั้นไปละ”

หมับ!

“ไอ้พี่เฟิร์สช่วยเป็ดด้วยยย!”

ผมคว้าไมค์จากมือของลูกค้าขึ้นมาตะโกนใส่สุดเสียงก่อนจะปล่อยมันทิ้งลงกับพื้น และทันทีทันใดนั้นเอง ร่างของผมก็ลงไปกองกับพื้นอย่างไม่รู้ตัวพร้อมกับน้ำตาของผมที่ไหลออกมา

“ฮือ… ทำไมต้องแกล้งเป็ดขนาดนี้ด้วย ไอ้พี่เฟิร์สบ้า”

แม้จะร้องไห้อยู่แต่ผมก็เห็นว่าพี่เฟิร์สจัดการดึงแขกลงไปนั่งตามเดิมก่อนจะขึ้นมาประคองตัวผมให้ลุกขึ้น

“เป็ดๆ อย่าร้องไห้สิ พี่ขอโทษ”

“ฮือๆ พี่เฟิร์สก็รู้ว่าเป็ดกลัวไมค์แค่ไหน แล้วยังจะให้เป็ดใช้มันอีก พี่เฟิร์สใจร้าย”

“โอย...เมื่อกี้มันเสียงใครเรียกไอ้เฟิร์สวะ อะ… อ้าว มึงทำไรปอนด์เนี่ย!” ผมได้ยินเสียงพี่คิสเดินมาหาพวกเรา

“กูผิดเองคิส เมื่อกี้น้องมันโดนแขกแกล้ง กูก็เลยบอกให้มันใช้ไมค์พูดเรียกกู”

“ไอ้เหี้ยเฟิร์ส! มึงเองไม่ใช่เหรอที่อยากช่วยน้อง แล้วมึงมาแกล้งมันทำไมเนี่ย” พี่คิสว่าอย่างเดือดดาล

“กู...”

“พอเลยมึง พาน้องกลับบ้าน เดี๋ยวที่ร้านกูจัดการเอง” พี่คิสว่าก่อนจะคว้าไมค์ขึ้นมาขอโทษขอโพยแขกในร้านและเริ่มร้องเพลงต่อ

 

พี่เฟิร์สขับรถมาส่งผมถึงหน้าบ้าน ระหว่างทางต่างคนต่างเงียบใส่กัน แต่ก่อนจะลงจากรถ พี่เฟิร์สก็รั้งผมเอาไว้ก่อน

“เป็ด พี่ขอโทษจริงๆ นะ”

“...”

“เป็ด ที่พี่ทำไปนั่นก็เพราะว่าพี่เห็นว่านั่นเป็นโอกาสที่เป็ดจะสามารถจับไมค์ได้อีกครั้งนะ”

“...”

“ตอนเห็นเป็ดหยิบไมค์มาแล้วตะโกนเรียกพี่ ใจพี่เต้นแรงมากเลยนะ พี่รู้สึกดีใจมาก เพราะอย่างนั้นพี่เฟิร์สขอโทษน้องเป็ดจริงๆ นะครับที่ทำอะไรไม่คิด”

ถึงผมจะรู้สึกเคืองอยู่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพี่เฟิร์สพูดจริง เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ ผมเชื่อว่าผมคงไม่กล้าจับไมค์มาพูดแน่ๆ

“เป็ดไม่โกรธพี่เฟิร์สแล้วก็ได้ครับ”

“ขอบคุณนะเป็ดน้อย อ๊ะ! นี่ถุงพวงกุญแจ” พี่เฟิร์สเอื้อมไปหยิบถุงใส่นกโทริจากเบาะหลังมาให้ผม

“ขอบคุณครับที่มาส่ง”

“อื้ม ขอบคุณมากนะสำหรับวันนี้ แล้วก็ขอโทษอีกครั้งนึงจริงๆ นะครับ”

“ครับ ขับรถดีๆ นะครับพี่เฟิร์ส” ผมยิ้มให้พี่เฟิร์สก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป

 

พอเข้าไปในบ้านปุ๊ป ผมก็เจอไอ้ปุณณ์นั่งหัวโด่อยู่บนโซฟา มันหันมามองผมแล้วทัก

“ไปไหนมาเนี่ยพี่ปอนด์”

“อ้าวแล้วทำไมตาแดงๆ ละเนี่ย ใครทำอะไรพี่บอกมา!” มึงจะรู้ดีไปไหนวะไอ้ปุณณ์

“ไปเที่ยวกับพี่เฟิร์สพี่คิสมา ที่ตาแดงก็เพราะหาวไง แอร์ในรถมันเย็นก็เลยเผลอหลับไปน่ะ”

แน่นอนว่าไอ้ปุณณ์ไม่ได้คลายความสงสัยแต่อย่างใด เพียงแต่มันไม่พูดออกมาเท่านั้นเอง

“ว่าแต่ปุณณ์เถอะ เหนื่อยมั้ยวันนี้ ที่เซเว่นเป็นไงบ้าง คนเยอะมั้ย” ผมเปลี่ยนประเด็น

“เฮ้อ… ก็เหนื่อยดีอะพี่ แต่ก็เพื่อพี่กับแม่นั่นแหละ” ปุณณ์ว่าแล้วก็เข้ามาดึงแก้มผมทั้งสองข้าง

“อ่อยยยยย อะอึงอำไอเอี่ย (ปล่อยยยยย จะดึงทำไมเนี่ย)”

“ก็พี่น่าแกล้งดีออก ฮ่าๆ ไปอาบน้ำอาบท่าเถอะ ผมนั่งรอพี่กลับนี่แหละ ถ้างั้นปุณณ์ขึ้นห้องแล้วนะ”

“อื้ม”

 

พอปุณณ์ขึ้นห้องไป ผมก็เลยอาบน้ำอาบท่า พลางนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งวันนี้ แม้จะเคืองๆ ที่โดนพี่เฟิร์สแกล้งเมื่อตอนค่ำ แต่พอมานึกถึงเหตุผลกับความพยายามของทั้งพี่คิสและพี่เฟิร์ส ผมก็โกรธไม่ลงจริงๆ แถมยังรู้สึกดีอีกต่างหากที่ได้รู้จักกับคนดีๆ แบบนี้

ครืด… ครืด…

เบอร์ไม่รู้จักแฮะ

“ฮัลโหลครับ”

[ปอนด์ใช่มั้ย]

กึก!

ทันทีทันใดที่ได้ยินเสียงนั้น มือของผมก็ไม่มีแรงขึ้นมาทันทีจนทำโทรศัพท์ร่วงลงกับพื้น

พี่กาย...

คำชี้แจง

การกระทำของพี่เฟิร์สในตอนนี้กับปอนด์เป็นสิ่งที่ ห้าม กระทำโดยเด็ดขาดนะครับ จากที่เห็นในตอนนี้ปอนด์ถูกเฟิร์สขยี้ปมด้วยการแกล้งให้เรียกตัวเองผ่านไมค์ทั้งๆ ที่ตัวปอนด์นั้นกลัวอย่างเห็นได้ชัด (เป็นโฟเบีย) วิธีนี้ไม่ถูกและห้ามทำกับคนที่มีปัญหาแบบนี้ สิ่งที่พี่เฟิร์สทำไปนั้นจะยิ่งทำให้ปอนด์กลัวหนักยิ่งขึ้นไปอีก ดีไม่ดีถึงขั้นเกลียดกันตรงนี้ได้เลย (เอ่อ... จริงๆ มันก็ผิดตั้งแต่โดนเรียก 'เป็ด' แล้วแหละ อันนี้ก็ขยี้ปมเรื่องเสียงที่ป่วยมาจากโรคดิสโทเนียอีก)

คนที่จะช่วยจริงๆ นั้น ควรประคับประคองอารมณ์ของผู้ที่ป่วย คอยสนับสนุนและให้กำลังใจ ชักจูงให้ร่วมกิจกรรมทางสังคมหรืองานอดิเรก แล้วก็อย่าเรียกร้องว่าต้องหายป่วยเร็วๆ ครับ (อ้างอิง : http://www.manarom.com/article-detail.php?id=666672)

เรื่องปัญหาทางจิตเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและยังขาดความเข้าใจกันอยู่มาก ชิวูยอมรับว่าทำการบ้านมาน้อยไป ในตอนเขียนก็เลยคิดไม่ทันครับ พอมีคนทักมาก็ถึงนึกขึ้นมาได้ อันนี้ต้องกราบขออภัยจริงๆ ครับ

ที่เพิ่มคำชี้แจงตรงนี่เพราะมีคอมเมนต์เรื่องนี่ขึ้นมา ซึ่งชิวูเองก็ไม่อยากให้คนที่เข้ามาอ่านได้ข้อมูลอะไรผิดๆ ที่ไม่เหมาะสมไป ก็ต้องขอขอบคุณคอมเมนต์ที่กล่าวถึงเรื่องนี้ขึ้นมานะครับ

สุดท้ายอยากฝากอะไรนิดนึงครับ คือบางทีชิวูก็ทำการบ้านมาน้อยไปอย่างที่บอกแล้วก็อีกอย่างคือชิวูไม่มีเพื่อนที่คอยอ่านและแนะนำให้จริงๆ จังๆ ดังนั้นชิวูจึงต้องใช้คอมเมนต์ของคนอ่านเพื่อพัฒนางานเขียนของชิวู หากมีส่วนไหนที่มันบกพร่องหรือไม่ดียังไง สามารถคอมเมนต์บอกกันได้เลยนะครับ (ถ้าจะให้ดีช่วยชี้แนะด้วยก็ดีนะ แหะๆ)

 ชิวู 01/09/17




ลืมไปว่าได้อิมเมจปอนด์ละ เอาอาลู่นี่แหละ 555 ถ้าใครติดตามกันมานาน ชิวูเคยใช้ลู่หานเป็นอิมเมจเรื่อง Mind Your Mind ด้วยแหละ แถมชื่อพีชอีกต่างหาก (ไม่ใช่พีชชึคนหล่อนะ55555)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #444 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 11:05
    ไล่อิพี่เฟีร์สจากการเป็นพระเอกออก ปากก็บอกจะช่วยๆแต่ทำน้องร้องไห้ตลอด
    #444
    0
  2. #383 lascaboy (@lascaboy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:30
    พี่ลู่คนงาม
    #383
    0
  3. #351 HairmitonZe (@HairmitonZe) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 10:26
    เอา เซฮุนมาด้วยสิ 555
    #351
    1
  4. #328 FocusChomchanok (@FocusChomchanok) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 16:28
    งั้นอิมเมจเฟิร์สก็เซฮุนสิค้าาา
    #328
    0
  5. #327 FocusChomchanok (@FocusChomchanok) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 16:27
    อู้ววว ลู่หานนน
    #327
    0
  6. #307 kamp2196 (@kamp2196) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 19:52
    ขอบคุณคะ
    #307
    0
  7. #258 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 16:17
    เฮ้อ ตอนหน้าไม่ให้อภัยแล้ว
    #258
    0
  8. #150 MenMark (@lunatan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 12:10
    อ่านทุกตอนน้ำตาไหลทุกตอน ดูเหมือนพวกพี่ๆจะอยากช่วยปอนด์ แต่ส่วนตัวไม่คิดว่านี่เป็นการช่วยที่แท้จริงนะ มันเป็นการขยี้ปมมากกว่า เราเป็นปอนด์คงทนไม่ไหว คงเลิกยุ่งกับคนพวกนี้เลยอะ
    #150
    2
    • #150-1 นักอ่านผู้เรื่องมาก (จากตอนที่ 6)
      1 กันยายน 2560 / 02:57
      ใช่ค่ะ เป็นวิธีช่วยที่ผิดมากๆ เหมือนขยี้ปมซ้ำแล้วซ้ำเล่า วิธีที่ถูกต้องคือให้น้องทำเองร้องเอง ต้องให้เขาหาวิธีของเขาเองโดยที่มีเราช่วยเหลือ สิ่งที่เราควรทำคือแค่อยู่ข้างๆเขาและสนับสนุนเขาไม่ว่าเขาจะเลือกวิธีไหน แล้วเขาจะค่อยๆเริ่มเปิดใจอีกครั้งเพราะไม่ว่าสิ่งที่เขาทำมันจะผิดจะถูกเขาจะรับรู้ได้ว่าเขายังมีเราอยู่ข้างๆตลอดเวลา เขาจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยว แล้วเขาจะเริ่มค่อยๆหายกลัว คือเราไม่ควรไปบังคับให้เขาทำแบบนั้นแบบนี้ มันคือสิ่งที่เขาไม่ต้องการ ทำแบบนี้มีแต่จะแย่ลง เหมือนเป็นการเอาน้ำมันไปราดไฟ เขาจะยิ่งปิดกั้นตัวเองมากขึ้น คนเป็นโรคซึมเศร้าคือแค่ต้องการคนที่คอยรับฟังปัญหาแค่อยู่ข้างๆเขาก็พอแล้วไม่ต้องทำไรเลย โรคนี้รักษาไม่หายสิ่งที่ทำได้คือปรึกษาจิตแพทย์และพูดคุยหรืออยู่กับครอบครัวกับเพื่อนดีๆที่คอยสนับสนุนเขาแค่นี้แหละรับแต่สิ่งดีๆพลังงานด้านบวกแล้วจะค่อยๆดีขึ้น คือเราว่าไรท์น่าจะหาข้อมูลของโรคนี้ให้ละเอียดกว่านี้อะ เราไม่อยากให้คนอื่นได้รับข้อมูลผิดๆเกี่ยวกับโรคนี้เพราะโรคนี้มันร้ายแรงกว่าที่คิด หวังว่าไรท์คงจะทำการบ้านให้เยอะกว่านี้ โรคนี้คือไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะคะ ไม่รู้ว่าจะจุ้นจ้านไปไหมแต่อยากให้ไรท์ให้ความสำคัญกับข้อมูลและเหตุ-ผลของเนื้อเรื่องมากๆ มันจะช่วยให้เรื่องมีความสมจริงและตัวละครมีมิติมากขึ้นด้วย



      พัฒนาต่อไปค่ะ ไรท์สู้ๆ
      #150-1
    • #150-2 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 6)
      1 กันยายน 2560 / 21:45
      คือชิวูเข้าใจนะครับว่าที่พวกพี่ๆ นั้นทำไปน่ะ มันไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องเลย คนที่มีปัญหากับเรื่องพวกนี้ถ้าเจอคนขยี้ปมมันจะbackfireอย่างรุนแรงได้ ซึ่งก็จะกลายเป็นว่าปอนด์จะเกลียดทุกคนไปอีก ขอโทษนะครับ ชิวูไม่ทราบว่าอ่านถึงไหนแล้วนะแต่สมมติว่าอ่านเลยตอนนี้ไปจนถึงล่าสุดแล้วก็ละกันนะครับ ซึ่งปอนด์ดันบังเอิญไปเจอกับแฟนเก่าอีก ปอนด์เปลี่ยนมันเป็นแรงขับเคลื่อนให้อยากร้องเพลงได้อีก ซึ่งพี่ๆ ทั้งหลายที่เคยไปขยี้ปมด้วยการทำแบบนี้ในตอนที่ 5 เปลี่ยนเป็นซัพพอร์ตแทนซึ่งเป็นวิธีการที่ถูกที่ควรกับคนที่มีปัญหาแบบนี้

      เอาอย่างนี้ละกัน ชิวูจะเพิ่มโน้ตให้ในตอนนี้ว่าการกระทำของตัวละครที่ปรากฎในตอนเป็นสิ่งที่ห้ามทำกับคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคและวิธีการที่เหมาะสมมาแปะให้ท้ายตอนดีไหมครับ ชิวูยอมรับว่าตอนเขียนก็บางทีก็คิดไม่ทันครับ พอมีคนทักขึ้นมาก็เอ้อ เออใช่ว่ะ กูทำอะไรลงไปเนี่ย ถ้ามีคำแนะนำอะไรเพิ่มเติมรบกวนInboxมาในแฟนเพจได้ไหมครับ จะเป็นประโยชน์มากเลยครับ

      ป.ล.ตอบเมนต์ที่ถามอายุทีเดียวเลยละกัน ชิวูอายุ 23 ครับ (จริงๆ แล้ว 18 มา 5 ปีแล้ว) ชอบฟังเพลงดีว่าๆ หน่อยครับ Mariah Celine Whitney Shania Madonna พวกรุ่นกลางๆ หลังๆ มา อย่าง Taylor Katy Britney Avril ก็ฟังนะ เพลงเกาไม่ค่อยสันทัดเท่าไรแต่ก็ฟังบ้างครับ ฮ่าๆ นิยายชิวูที่งอกมาก็งอกจากเพลงทั้งนั้นแหละครับ
      #150-2
  9. #19 miyaki32 (@uriko20) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 19:44
    อยากให้ปอนร้องเพลงได้เร็วๆ
    #19
    1
    • #19-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 6)
      8 มิถุนายน 2560 / 02:20
      ความหมายที่แท้จริงของประโยคนี้คือ 'อยากให้ชิวูแต่งเร็วๆ' สินะ
      #19-1
  10. #18 jabetight (@antler) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 01:07
    รอค้าาาา มาต่อเร็วน้าา กำลังสนุกก
    #18
    0
  11. #17 TagLaser (@dasszoss69) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 00:32
    ลุ้นนนนนน
    #17
    0
  12. #16 Angfha (@Angfha) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 12:55
    มาเร็วๆนะ
    #16
    1
    • #16-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 6)
      4 มิถุนายน 2560 / 15:08
      รอก่อนน้าาาาา
      #16-1
  13. #15 Prasitthiphon (@0933789979) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 20:03
    เจิมมมมม
    #15
    0