[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 8 : Still the One EP07 || I Ain't No Quitter [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,056
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    21 ส.ค. 60

Still the One EP07

แม้จะบอกตัวเองว่าก้าวขึ้นมาแล้ว แต่เพียงแค่เสียงเรียกชื่อจากคนที่ผมเคยรักเพียงคำเดียว แต่มันกลับทำให้ผมสั่นสะท้านไปทั้งตัว

หัวสมองของผมไม่สามารถสั่งการใดๆ ได้ในตอนนี้ สิ่งเดียวที่ผมนึกออกตอนนี้คือการเรียกน้องชายกับแม่

“ปะ...ปุณณ์! แม่!”

เมื่อปุณณ์ได้ยินเสียงเรียกจากผม มันก็รีบตาลีตาเหลือกวิ่งลงมาจากชั้นบนทันที แล้วไม่ช้าแม่ก็ลงมาเช่นกัน

“อะไรๆ อะไรพี่ปอนด์ พี่ปอนด์เป็นอะไร” ปุณณ์ถามผมด้วยความตกใจไม่แพ้กัน

“ปอนด์เป็นอะไรลูก เกิดอะไรขึ้น”

ผมใช้ปลายนิ้วชี้ไปยังโทรศัพท์ที่ผมไม่แม้แต่ที่จะแตะต้องนั่น ก่อนจะว่าออกไปด้วยเสียงสั่นๆ

“พะ...พี่กาย... ”

ปุณณ์เบิกตากว้างขึ้นทันทีที่ได้ยินชื่อนั้นหลุดจากปากของผม ก่อนจะก้มลงไปหยิบโทรศัพท์ของผมขึ้นมาแล้วกดตัดสายทิ้ง แล้วทำการปิดเครื่องทันที

“พี่ปอนด์ใจเย็นๆ นะ ปุณณ์กับแม่อยู่นี่แล้วพี่ปอนด์” ปุณณ์ว่า

แม่กอดผมไว้หลวมๆ เพื่อปลอบผมที่กำลังขวัญเสีย

“อะ...อื้ม...”

“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ให้พี่ปอนด์ไปนอนห้องปุณณ์แล้วเรามาคิดกันว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดีกว่านะ”

แม่พยักหน้าก่อนจะว่าออกมา

“งั้นก็ดูแลพี่เค้าดีๆ นะลูก แม่ฝากเราด้วยล่ะ แล้วก็มีอะไรก็เรียกแม่นะลูก อย่าคิดมากนะปอนด์” แม่ลูบหัวผมก่อนจะเดินขึ้นห้องไป

 

“งั้นเราก็ไปนอนเถอะพี่”

ผมได้แต่พยักหน้าตกลงตามปุณณ์พูดไป แม้ว่าในหัวของผมจะไม่ได้คิดตามที่ปุณณ์พูดเลยก็ตามที

คำถามที่ผมมีอยู่ในหัวตอนนี้มีหลายคำถามมาก

เรื่องของเราผ่านมาแล้ว 3 ปี แล้ว โดย 3 ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยรับรู้ความเคลื่อนไหวของพี่กายเลยแม้แต่น้อย แล้วพี่กายจะโทรมาทำไม...

เขาต้องการอะไรถึงได้โทรมาหาผม…

ถ้าวันหน้าเขาไม่เพียงแค่โทรมา แต่มาหาผมจริงๆ ผมควรจะทำหน้าอย่างไร…

แม้ว่าจะอยากได้คำตอบ แต่ผมก็ไม่อยากจะยุ่งอะไรกับคนๆ นั้นอีกแล้ว


 

ด้วยความเครียดจึงทำให้ผมนอนไม่หลับทั้งคืน จนวันต่อมาผมรู้สึกปวดหัวมากก็เลยหยุดเรียน ซึ่งทั้งแม่และปุณณ์ก็ต่างไม่ว่างกันเพราะภาระงานที่มี ก็เลยมีแต่ผมที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว

 

เพราะว่านอนไม่หลับนั่นเอง ผมก็ไม่รู้จะนอนห้องปุณณ์ต่อทำไม ผมจึงกลับมานอนในห้องของตัวเองในตอนเช้า

“พี่ปอนด์ ปุณณ์ก็ไม่ค่อยอยากให้พี่กินยานอนหลับสักเท่าไรหรอกนะ แต่วันนี้ปุณณ์ว่าพี่ปอนด์ควรกินหน่อย จะได้พักผ่อนมากๆ ไม่ต้องคิดมากในเรื่องที่มันไม่ดี ไม่น่าจำหรอก” ปุณณ์หยิบน้ำกับยานอนหลับและยาแก้ปวดมาให้ผม ผมก็รับมันมากินทันที

“อืม”

“เฮ้อ… ปุณณ์ก็อยากจะรีบเรียนรีบกลับเฝ้าไข้พี่นะ แต่วันนี้ที่ร้านมีคนลา ปุณณ์ก็เลยหยุดไม่ได้ด้วย”

“ไม่เป็นไรหรอกปุณณ์ ไปเถอะ พี่อยู่ได้”

“แน่ใจนะ” ปุณณ์ถามย้ำ

“อื้ม ไปเถอะเดี๋ยวจะสายเอา อาจารย์ยิ่งดุๆ อยู่”

“งั้นปุณณ์ไปก่อนนะ ถ้ามีอะไรก็เอาโทรศัพท์บ้านโทรมาก็แล้วกัน” ปุณณ์ชี้ไปยังโทรศัพท์บ้านที่วางอยู่บนหัวเตียงผม เมื่อกี้มันเอาขึ้นมาจากข้างล่างมาต่อสายให้ผมไว้ใช้เผื่อโทรหาใคร

 


ผมตื่นขึ้นมาอีกทีตะวันก็เลยกลางหัวไปแล้ว และเพราะว่าได้นอนหลับสนิทอาการมึนหัวจึงดีขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังรู้สึกเพลียๆ อยู่

“อือ… กี่โมงแล้วเนี่ย”

“ไม่รู้สิ อื้ออออ”

จู่ๆ ก็มีเสียงคุ้นหูตอบผมพร้อมกับร่างของใครสักคนดีดตัวขึ้นนั่งบิดขี้เกียจจากด้านล่างของเตียง ด้วยความตกใจผมจึงหยิบหมอนข้างฟาดคนๆ นั้นรัวๆ อย่างไม่กลัวเลยว่ามันจะเป็นโจรหรือมันจะมีอาวุธ

“เฮ้ยใครวะ! ออกไปเลยนะเว้ย!”

“โอ๊ยๆ เป็ดใจเย็นๆ พี่เอง”

ผมหอบตัวโยนเพราะใช้แรงฟาดไปเยอะ แถมยังไม่หายดี ก็เลยหน้ามืดขึ้นมา พอได้สติก็เลยรู้ว่าคนที่มานอนข้างล่างเตียงผม คือ พี่เฟิร์ส

“พะ...พี่เข้ามาที่บ้านผมได้ไงเนี่ย!”

“อ๋อ… เมื่อเช้าตอนไปส่งฟราน พี่เจอน้องของเป็ดแต่ไม่เห็นเป็ดพี่ก็เลยถามมันดู มันก็เลยบอกว่าเป็ดไม่สบายอยู่บ้านคนเดียว พี่ก็เลยอาสามาเฝ้าไข้ให้ไง”

พี่เฟิร์สอธิบายก่อนจะว่าต่อออกมาด้วยน้ำเสียงงอนๆ พลางจับหัวตัวเองสำรวจความเสียหายไปด้วย

“ฟาดซะแรงเลยเนี่ย คนเค้าอุตส่าห์มาช่วยดูแลนะ”

“กะ...ก็ใครใช้ให้มาไม่บอกไม่กล่าวกันแบบนี้เล่า! ผมยิ่งขี้กลัวอยู่”

“เอาเถอะ ตื่นแล้วก็ดี มีแรงฟาดพี่ได้ขนาดนี้ งั้นก็ไปล้างหน้าล้างตาก่อน เดี๋ยวพี่จะได้ไปยกข้าวต้มขึ้นมาให้” พี่เฟิร์สว่าก่อนจะเดินออกจากห้องผมไป

แปลกคนจัง ว่างมากถึงขั้นมาเฝ้าเข้าลูกน้องเนี่ยนะ

 


ผมล้างหน้าล้างตาเสร็จก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อย พอออกจากห้องน้ำมาก็เห็นพี่เฟิร์สยกชามใส่ข้าวต้มหมูขึ้นมา 2 ใบ แต่ดันเอามันวางบนพื้นซะอย่างนั้น

“เอ้า มานั่งกินสิ” พี่เฟิร์สตบพื้นเรียกผมให้เข้าไปนั่งกินด้วยกัน

“จริงๆ แล้วเป็ดว่า พี่ไม่น่ายกขึ้นมาเลยอะ เป็ดว่ายกลงไปกินข้างล่างดีกว่ามั้ง” ผมว่า

“เออแฮะ นั่นสิเนอะ เป็ดไม่ได้เป็นอะไรมากนี่หว่า งั้นพี่ยกลงไปข้างล่างให้ละกัน” พี่เฟิร์สพูดก่อนจะยกชามทั้งสองใบเดินลงไปข้างล่าง

ท่าทางงกๆ เงิ่นๆ ดูเขินๆ ของพี่เฟิร์สนี่มันตลกดีจัง

“ฮ่าๆ”

ผมเดินลงมาข้างล่างตามพี่เฟิร์สไปก็ขำไป พอพี่มันเห็นก็เลยถามอีก

“ขำอะไรเป็ด พี่อุตส่าห์ยกขึ้นไปให้นะ”

“ก็ขำพี่แหละ” ผมพูดแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้กินข้าวด้านตรงข้ามกับพี่เฟิร์ส “พี่ว่างมากรึไงเนี่ยถึงได้มาเฝ้าไข้ให้ผมได้เนี่ย”

“กะ...ก็ไม่เชิงว่าว่างอะไรหรอก ตะ...แต่มันก็ว่างอะ ก็เลยมาดู...”

คำพูดที่ฟังดูไม่รู้เรื่องขัดแย้งกันเองของพี่เฟิร์ส มันบ่งบอกชัดเลยว่าพี่เฟิร์สกำลังเขินอยู่ ผมก็เลยตัดสินใจถามเขาออกไปตรงๆ

“คิดอะไรกับเป็ดรึเปล่าเนี่ย หืม?”

“จะบ้าเหรอ! เป็ดก็เป็นน้องพี่นั่นแหละ จะไปคิดได้ยังไงล่ะ วู้!” โวยวายกลบเกลื่อนซะด้วย

“ฮ่าๆ ผมล้อเล่นน่า ขอบคุณนะครับที่มา เป็ดรู้สึกดีขึ้นมากเลยล่ะ”

ผมยิ้มให้พี่เฟิร์สก่อนจะตักข้าวต้มขึ้นมากินเป็นคำแรก

“อื้ม อร่อยอะพี่ ของที่ร้านเหรอ”

“อ๋อเปล่า ร้านยังไม่เปิด พ่อครัวยังไม่มา พี่ก็เลยแวะไปร้านลักกี้เซเว่นมา”

โถ่! ไอ้เราก็นึกว่าของที่ร้าน หรือไม่ก็ทำเองอะไรแบบนี้ ที่ไหนได้ ซื้อมาหรอกเหรอ

“เป็ดก็นึกว่าที่ร้าน”

“อร่อยก็คืออร่อยแหละ เหมือนกันๆ กินเยอะๆ นะจะได้มีแรง” พี่เฟิร์สตักหมูในชามของตัวเองมาใส่ชามผม จนผมต้องปรามเพราะมันเยอะเกินไป

“เยอะไปแล้วพี่ เดี๋ยวเป็ดกินไม่หมด”

“ไม่ได้! ตักให้แล้วก็ต้องกินนะ ดูสิเนี่ย สงสัยเพราะไม่ยอมกินข้าวกินปลาเลยสูงแค่นี้เอง ไม่เห็นเหมือนน้องชายเลยสักนิด” พี่เฟิร์สยกมือขึ้นมาเทียบความสูงของผม แต่ขอโทษทีเถอะ ไอ้ระดับที่พี่ยกมันแค่ขาโต๊ะเองมั้ย!

“เป็ดกินเยอะนะ! ...แต่ก็น้อยกว่าปุณณ์จริงๆ นั่นแหละ” น้องชายผมมันกระเพาะหลุมดำครับ กินจุโคตรๆ

“นั่นไงๆ กินเลยๆ ไม่งั้นพี่จะป้อนเราเองนะ”

ไม่ว่าเปล่าแต่ตักข้าวใส่ช้อนมาจ่อปากผมแล้วด้วย

“เป็ดกินเองๆ พี่เฟิร์สก็กินของพี่ไปเลย!” ผมเอามือดันมือพี่เฟิร์สออกแล้วตักกินเอง

“ฮ่าๆ น่ารักจัง”

เอ๊ะ? หมายถึงผมรึเปล่าเนี่ย

 

พอผมกินข้าวจนอิ่ม พี่เฟิร์สก็เดินไปหยิบยาในตู้มาให้กิน แต่พอไปเจอกระปุกยานอนหลับเข้า เขาก็หยิบมาออกมาถามผม

“เป็ดกินยานอนหลับด้วยหรอ”

“คะ...ครับ แต่ไม่บ่อยแล้วครับ” ผมตอบไปตามความจริง

“ไม่บ่อยแล้ว? งั้นแปลว่าเมื่อก่อนกินบ่อยเหรอ” เพราะคำตอบที่กำกวมของผมเลยทำให้คนตัวโตสงสัยมากยิ่งขึ้นไปอีก

“ตอนที่ป่วย เป็ดก็นอนไม่ค่อยหลับด้วย ก็เลยกินแทบทุกวันเลย”

“จะว่าไปแล้วป่วยนี่คือเร่องเสียงใช่มั้ย แล้วเป็นนานถึงขั้นหยุดเรียนเป็นปีๆ เลยเหรอ”

“ครับ”

ชักไม่อยากคุยต่อแล้วสิ…

 

พี่เฟิร์สเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของผม เขาก็เดินเข้ามานั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ ผมแทน แล้วดึงมือข้างขวาของผมไปบีบเอาไปเบาๆ

“เป็ด เรื่องแบบนี้น่ะ พี่ว่าถ้าได้เล่าออกมาบ้าง มันก็น่าจะดีขึ้นนะ” เขายิ้มเล็กๆ ให้ผม ก่อนจะเอามือที่จับอยู่ไปลูบหัวผมแทน

ก็ถูกของพี่เฟิร์ส...

“พี่เคยบอกเป็ดแล้วใช่มั้ยว่า พี่เข้าใจเรามากกว่าที่เราคิด”

ผมพยักหน้า

“เพราะฉะนั้น พี่ก็จะไม่เร่งเป็ดให้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่ถ้าเป็นไปได้ก็ค่อยๆ พยายามเล่ามันออกมานะ”

สิ้นสุดคำพูดขั้น เขาก็ขยี้หัวผมแรงๆ แล้วลุกออกไปแล้วเอาชามไปล้างที่ซิ้งค์ล้างจานหลังบ้าน

 

ผมเดินมานั่งที่โซฟาแล้วเปิดทีวีให้มันอยู่เป็นเพื่อนผม ในระหว่างที่พี่เฟิร์สล้างจานอยู่ ผมก็นั่งคิดทบทวนในสิ่งที่พี่เฟิร์สพูด

พี่เค้าเข้าใจผมจริงๆ เหรอ…

แล้วปอนด์ควรเชื่อใจพี่เฟิร์สรึเปล่า…

ทำไมพี่ถึงมาทำดีกับผมแบบนี้…

 

พี่เฟิร์สเดินกลับมานั่งลงข้างๆ ก่อนจะดึงผมให้แนบชิดติดกับเขาแล้วเอี้ยวตัวมามองหน้าผม

“ทำไมหน้านิ่วคิ้วขมวดอีกล่ะ คิดมากเหรอ”

ปลายนิ้วเรียวยาวของพี่เฟิร์สจิ้มเข้ามาที่กึ่งกลางคิ้วผม

จึกๆ

“คิดมากแล้วแก่เร็วนะเป็ด”

หน็อย… กวนประสาทชะมัด

“พี่อะ! เป็ดยังเด็กอยู่เลยเนี่ย!”

“จ้าๆ เชื่อจ้า ดูสิตัวกระเปี๊ยกเดียวเองเนี่ย” ยังจะทำท่าล้อเลียนผมอีก

“โอ๊ยพี่เฟิร์ส! เป็ดไม่คุยด้วยแล้ว!”

 


ตลอดช่วงบ่าย ผมรู้สึกดีขึ้นอย่างมาก เพราะมีพี่เฟิร์สคอยชวนคุยโน่นนี่นั่นเรื่อยเปื่อย ทั้งเล่าเรื่องสมัยเรียนมหา’ลัยของเขา หรือจะเป็นเรื่องตลกๆ ของพี่ฟราน จนทำให้ความเครียด ความวิตกกังวลที่มีอยู่มันลดลงไปพอสมควร

จนกระทั่งเกือบ 5 โมงเย็น พี่เขาก็ขอตัวกลับเนื่องจากจะต้องไปดูร้าน

“เป็ด วันนี้ก็นอนเยอะๆ ล่ะ อย่าคิดมาก ถ้ามีอะไรก็โทรหาพี่ได้ตลอดนะ” เขาบอกผมในขณะที่กำลังผูกเชือกรองเท้าผ้าใบของตัวเอง

“ครับพี่”

พี่เฟิร์สลุกขึ้นยืน เคาะส้นเท้าให้รองเท้าเข้าที่แล้วหันมาพูดกับผมอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้น พี่ไปก่อนนะเป็ด”

หมับ!

“หืม? มีอะไรเหรอ” พี่เฟิร์สหันกลับมามองมือของผมที่กำลังจับชายเสื้อของเขา

นั่นสิผมมีอะไรถึงต้องรั้งพี่เขาไว้

“เป็ด?”

เพราะอะไร…

“ขะ...ขอบคุณนะครับ ทะ...ที่มาเฝ้าไข้ผมวันนี้”

ไม่สิ นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากจะพูดจริงๆ นี่นา

“ไม่เป็นไรหรอกเป็ด เป็ดอย่าลืมนะว่าเป็ดมีทั้งเพื่อนทั้งไอ้ฟรานและก็พี่น่ะ มีอะไรก็บอกกันได้ จะได้ช่วยเหลือกัน”

เขาเอามือมาลูบหัวผมอีกครั้ง ก่อนจะบอกลา

“ถ้าอย่างนั้นไปก่อนนะ ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ”

“ครับ”

 

 

วันต่อมา ผมที่ไม่รู้สึกปวดหัว เวียนหัวแล้วก็เลยออกไปเรียนตามปกติ จะมีแต่คุณพ่อคนที่สองอย่างเจ้าปุณณ์เนี่ยแหละที่เป็นห่วงผมเป็นพิเศษ

เมื่อวานหลังจากปุณณ์กลับมาจากทำงาน ผมเลยว่ามันไปชุดใหญ่เลย โทษฐานที่ไปรบกวนคนอื่น ทั้งๆ ที่ผมก็ไม่ได้เป็นอะไรหนักหนาขนาดนั้น แค่อ่อนเพลียเฉยๆ แต่ปุณณ์มันก็เป็นปุณณ์นั่นแหละ มันไม่ฟังผม แถมยังบอกอีกว่า คราวหน้าถ้ามีอีก มันก็จะเรียกพี่เฟิร์สมาอีก

 

“ไงเป็ด ไงปุณณ์” ดรีมเอ่ยปากทักขึ้นมาหลังจากที่เราสองพี่น้องหย่อนก้นลงนั่งกับม้านั่งที่โรงอาหารที่ประจำของพวกเรา

“หวัดดี” ผมทักทายกลับ

“ดีขึ้นแล้วใช่มั้ยมึง เห็นไอ้ปุณณ์บอกว่ามึงเป็นไข้” ออมถามบ้าง

“ถ้าไม่ดีขึ้นกูก็ไม่มานั่งตรงนี้กับพวกมึงหรอก ฮ่าๆ”

“เออดีๆ กวนตีนกูเข้าไป คนเค้าอุตส่าห์เป็นห่วง” ออมค้อนใส่ผม ผมก็เลยหัวเราะแห้งๆ คืนไป

“แหะๆ ขอโทษๆ ขอบใจพวกมึงมากนะเว้ยที่เป็นห่วง กูดีขึ้นละ”

เบ่งกล้ามโชว์ด้วย เป็นไงล่ะ

“พอเลยไอ้เป็ด เห็นมึงเบ่งกล้ามแล้วกูล่ะอยากจะไปซื้อเวย์มาให้แดก คนห่าอะไรตัวเล็กนิดเดียว แถมกล้ามเนื้อก็ยังไม่มีอีก” ไอ้ออมว่า

“โห่! พวกมึงอะสูงเป็นเปรตกันเอง กูน่ะระดับมาตรฐานหรอกเว้ย!”

“คุยอะไรกันเสียงดังไปถึงประตูเลย”

ตัวยังไม่ถึงแต่เสียงพี่ฟรานดังก็มาก่อนแล้ว ไม่ใช่ใครอื่นไกลหรอก พวกพี่ฟรานนั่นแหละ

“อ้าวพี่ฟรานพี่หมูหวัดดีครับ” ผมยกมือไหว้พี่ทั้งสอง เพื่อนผมก็เลยยกมือตาม

“เออๆ หวัดดี”

“แล้วพี่อาร์มอะพี่ ไปไหนซะล่ะ” ดรีมถาม

“อ๋อ มันมีเรียนวิชาเลือกที่คณะวิทย์ฯ ก็เลยไปก่อนน่ะ” พี่หมูตอบ

“แล้วนี่คุยอะไรกันอยู่หรอ” พี่ฟรานถามต่อ

“ก็คุยเรื่องไอ้เป็ดนี่แหละพี่” ออมตอบ

“อ้าวเออ เป็ดมาเรียนแล้วนี่หว่า สงสัยได้ยาดีจากไอ้พี่เฟิร์สแหงๆ” พี่ฟรานตอบก่อนจะนั่งลงข้างๆ ผม แล้วขยี้หัวผมเล่น

“กวนตีนละพี่” ปุณณ์ว่า

“เออน่า หายก็ดีแล้ว นี่ๆ ซื้อขนมมาฝาก ไอ้หมูมึงหยิบถุงให้หน่อยดิ๊!” พี่ฟรานสั่งพี่หมูที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามให้หยิบถุงกระดาษที่วางอยู่ข้างๆ เขา

พี่ฟรานแหวกถุงออกก่อนจะกล่องขนมออกมาแล้วเปิดมันออก เผยให้เห็นก้อนชูครีมเรียงรายอยู่เต็มกล่อง

“อะ ชูครีมๆ เอาไปแบ่งๆ กันกิน”

“มีของมาฝากค่อยเหมือนพี่รหัสที่ดีหน่อย” ปุณณ์พูดแล้วหยิบชูครีมขึ้นมายัดใส่ปาก

“ไอ้เด็กบ้า! กูเคยเป็นพี่รหัสที่ไม่ดีตั้งแต่เมื่อไรกัน”

“ตอนที่แกล้งพี่ปอนด์ โคตรเลวเลย” ปุณณ์ว่าไปมือก็จกขนมขึ้นมากินอีก

“งั้นก็อย่ากิน!”

หมับ!

มือเรียวขาวของพี่ฟรานพุ่งผ่านหน้าผมไปดึงขนมออกจากปากไอ้ปุณณ์ที่นั่งอีกข้างของผมที่กำลังเคี้ยวหนุบหนับ แต่พอพี่ฟรานจะชักมือกลับ ไอ้ปุณณ์ก็ดันจับมือของพี่ฟรานไว้ได้ก่อน

อ้ำ…

ปุณณ์มันไม่ได้เพียงแค่กินขนมเท่านั้น แต่มันดันเลียครีมที่เปื้อนนิ้วพี่ฟรานด้วย

“อันนี้ไม่อร่อยเลย มันหวานไปว่ะ”

“อะ...อะ...ไอ้เด็กบ้า!” พี่ฟรานว่าไอ้ปุณณ์ก่อนจะเอื้อมตัวไปฟาดแขนใส่มันรัวๆ คนโดนตีก็หัวเราะก๊ากลั่นออกมาโดยไม่สนเลยว่าตรงกลางระหว่างพวกมึงสองคนเนี่ย มีกูนั่งคั่นอยู่

ถ้าจะไม่เห็นหัวกันขนาดนี้ พี่ฟรานถีบหน้าผมเลยเหอะ

 


พอถึงเวลาเลิกเรียน ผมก็เดินไปส่งพนักงานเซเว่นที่หล่อที่สุดในโลกไปทำงานตามปกติ ส่วนตัวเองก็เดินกลับมาที่ใต้ถุนตึกเพื่อรอพี่ฟราน วันนี้ผมจะตั้งใจจะไปทำงาน เพราะรู้สึกผิดที่หยุดงานไป แต่ในขณะนั้นเองผมก็ดันไปได้ยินเสียงใครบางคนเข้า

“โทษนะครับ น้องรู้จักคนชื่อปอนด์รึเปล่าครับ”

“ไม่อ่ะค่ะ”

“ครับๆ ขอบคุณมากนะครับ”

เสียงนั่นจะไม่มีอะไรเลยถ้ามันไม่มีชื่อผมในบทสนทนานั่น

ผมจึงหันหน้าไปดูก็เห็นผู้ชายสูงๆ คนนึง กำลังเดินถามนิสิตที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่ พอผมเห็นใบหน้าเขาไกลๆ เท่านั้นแหละ มือไม้ผมก็เริ่มสั่น เรี่ยวแรงมันหายไปหมด

ผมจำเขาได้ ผมจำเขาได้ดีเลยล่ะ นั่นมันพี่กายนี่นา แล้วทำไมพี่กายถึงมาอยู่ที่นี่!

ไม่สิ… ตอนนี้ผมต้องหนีจากเขาก่อน

“น้องครับ พี่ถามอะไรหน่อย”

ไม่นะ! เขาเดินตรงมาทางนี้แล้ว และเขาก็เรียกผมอยู่

 

ผมไม่รอให้เขาเดินมาถึงตัว ผมรีบลุกจากโต๊ะวิ่งหนีขึ้นตึกไป

“แฮกๆ ทำไมกัน...”

ทว่าในขณะนั้นเอง พี่ฟรานก็บังเอิญเดินลงมาเจอผมพอดี

“อ้าวเป็ด ทำไมหอบแบบนั้นล่ะ ไปทำอะไรมา แล้วขึ้นมาทำไมอะ ไม่รอข้างล่างล่ะ” พี่ฟรานทำหน้างงก่อนจะเอ่ยปากถาม

ผมไม่ตอบคำถามของพี่ฟราน แต่พุ่งเข้าไปเกาะแขนทั้งสองข้างของเขาแล้วพูดออกไปด้วยเสียงสั่นๆ

“พะ… พี่ฟราน ปะ… เป็ดต้องหนีเขา”

“เฮ้ยเป็ด! มันเกิดอะไรขึ้น ใจเย็นๆ”

“พาผมไปที่ร้าน พาผมหนีเขาก่อน”

พี่ฟรานยังคงทำหน้างงเพราะไม่เข้าใจในสถานการณ์ตอนนี้ แต่ก็พยักหน้าตกลง

“โอเคๆ งั้นเรารีบไปกัน”

 

พี่ฟรานพาผมลงจากตึกจากอีกด้านนึง แล้วรีบพาผมวิ่งไปยังรถของเขาที่จอดอยู่ในลาน

“เฮ้อ… ไม่ได้วิ่งมานานเท่าไรแล้วเนี่ย” เขาบ่นขึ้นมาหลังปิดประตูรถ

“ขอโทษครับที่ทำให้ลำบาก”

“เฮ้ยไม่เป็นไรเป็ด ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นเหรอ” พี่ฟรานถามก่อนจะสตาร์ตรถแล้วเริ่มขับออกจากลาน

“ไม่มีอะไรหรอกครับ” ผมโกหก

“เป็ด… พี่อาจจะเรียนไม่เก่งมาก แต่พี่ก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นนะ”

“ขอโทษครับ”

เมื่อเห็นว่าผมเสียงจ๋อยไป เขาก็เลยถามขึ้นมาอย่างติดตลกแทน

“ไปโดนใครไล่กวดมาล่ะ”

 

‘เป็ดอย่าลืมนะว่าเป็ดมีทั้งเพื่อนทั้งไอ้ฟรานและก็พี่น่ะ มีอะไรก็บอกกันได้ จะได้ช่วยเหลือกัน’

จู่ๆ คำพูดของพี่เฟิร์สเมื่อวานก็ผุดขึ้นมาในความคิดของผม

ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าผมยังเลือกที่จะอยู่กับปัญหาคนเดียว สุดท้ายแล้วมันก็จะกลับมาทำร้ายผมอีกครั้งสินะ

เพราะฉะนั้น ผมควรจะเล่าให้พี่ฟรานถึงเรื่องเมื่อสักครู่นี้

 

“ผมหนีคนมาครับ”

“หืม? ใครเหรอ แล้วทำไมต้องหนีล่ะ” พี่ฟรานถามต่อ

ผมกลั้นใจลึก ก่อนจะพ่นคำพูดที่ผมไม่อยากจะพูดออกมา

“เขาคือแฟนเก่าเป็ด”

พี่ฟรานได้ยินดังนั้น เขาก็ถึงกับตกใจจนมือเผลอไปบีบแตร ก่อนที่จะตีไฟเลี้ยวเข้าข้างทางเพื่อหยุดคุยกับผม

“เป็ดโอเคมั้ย”

ผมส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ

“ใช่คนที่ทำให้เสียงเป็ดเป็นแบบนี้รึเปล่า”

คราวนี้ผมพยักหน้ารับ

“เฮ้อ… เข้าใจเลยล่ะทีนี้” พี่ฟรานถอนหายใจยาวก่อนจะพูดกับผมต่อ “แต่เป็ดจะหนีปัญหาแบบนี้ตลอดไม่ได้หรอกนะ เค้ารู้แล้วว่าเป็ดเรียนที่นี่ วันหน้าวันหลังเค้าก็จะมาอีก”

ถูกของพี่ฟราน แล้วผมควรจะทำยังไงดี

“สมมติว่าเค้ามาหาเป็ดทุกวัน ต่อไปเป็ดก็คงหนีต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้ทุกวัน ยังไงซะ สักวันหนึ่งเค้าก็คงจะบังเอิญเจอเป็ดอยู่ดี”

พูดอีกก็ถูกของพี่ฟรานอีก

“เป็ดฟังพี่นะ… จากอาการของเป็ด พี่เข้าใจดีว่ามันเลวร้ายมาก แต่เป็ดต้องเข็มแข็งให้มากกว่านี้เพื่อที่จะสามารถเผชิญหน้ากับเค้าได้ในวันนั้นที่เค้าหาเป็ดเจอ”

เข้มแข็งอย่างนั้นเหรอ…

จริงด้วยสิ ผมพูดเองนี่นาว่า ผมก้าวขึ้นมาแล้ว แต่ยังก้าวไปไม่ถึงขั้นบนสุด

แล้วอะไรล่ะที่จะเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความเข้มแข็งของผมได้ดีที่สุด…

 

 

“พี่ฟราน! เป็ดขอยืมโทรศัพท์หน่อยสิ” ผมหันไปแบมือใส่พี่ฟราน เจ้าตัวเองก็งงๆ ก่อนจะหยิบมันออกมาให้ผม

ที่ผมยืมก็เพราะว่าผมไม่ได้เอามาด้วย ผมปิดมันไว้เผื่อคนๆ นั้นใช้เบอร์อื่นโทรมาอีก

“อะ เอาไปทำไมอะ”

“มีเบอร์พี่คิสมั้ยครับ” ผมถามต่อ

“มีสิๆ เดี๋ยวหาให้” พี่ฟรานว่าจบผมก็เลยส่งโทรศัพท์คืนให้พี่ฟราน พี่ฟรานก็ไล่หาชื่อพี่คิสในคอนแทคก่อนจะยื่นมันคืนมาให้ผม

ผมรับมันมาแล้วกดโทรออกอย่างไม่ลังเล

[ฮัลโหลฟราน มีอะไรหรอ]

“พี่คิส! นี่ปอนด์เองนะ”

[อ้าวปอนด์ ทำไมถึงใช้โทรศัพท์ไอ้ฟรานมันโทรมาล่ะ]

“พี่ช่วยสอนกีตาร์ให้ผมได้มั้ย”


ผมไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ตลอดไปหรอกนะ...

อัญเชิญมาลงชื่อเจิมเรียกร้องตอนต่อไปพร้อมกัน ณ ที่นี้ เนื่องจากว่าอีตาชิวูคนเขียนมันขี้เกียจจะรีไรต์อีกเรื่อง เพราะงั้นอาจจะงอกมาอีกตอนในเร็ววันนี้แหละ 55555

พอไปนั่งไล่อ่านดูแล้ว เฮ้ย! จั่วหัวผิดนี่หว่า ปอนด์ไม่ได้คบกับพี่กาย 5 ปี คบกันจนถึงวันจบม.6 ก็เท่ากับว่าเกือบๆ 3 ปีแหละนับตั้งแต่ช่วงม.4 เทอม 2 อันนี้เป็นความผิดพลาดของผมเอง โน้ตเอาไว้ว่าอายุห่างกัน 5 ปี แต่ตอนพิมพ์จั่วหัวดันลืม 555

ปล. แอบรู้สึกว่ามีคนเข้ามาตามเรื่องนี้เยอะกว่าที่คิด ขอบคุณนะครับสำหรับกำลังใจ ^^

 ชิวู 11/06/17


อัปแล้วจ้าาาาา ในที่สุดเป็ดก็เริ่มพยายามขึ้นมาบ้างละ ส่วนชิวูเองก็ควรจะเริ่มพยายามไปรีไรต์ต่อได้แล้วเช่นกัน 555

ปล. ที่มาของชื่อตอนครับ I Ain't No Quitter


ชิวู 12/06/17


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #446 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 11:35
    น้องเป็ดกำลังจะเดินไปข้างหน้าได้แล้ว
    #446
    0
  2. #309 kamp2196 (@kamp2196) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 20:15
    สู้ๆนะเป็ดน้อยยย
    #309
    0
  3. #260 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 16:34
    ดีมากค่ะ
    #260
    0
  4. #151 MenMark (@lunatan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 12:20
    ไม่เข้าใจว่าเฟิร์สอยากให้ปอนด์เข้มแข็งหรือพยายามทำร้ายกันแน่

    ถ้าไม่ใช่นิยายคงบอกได้ง่ายๆเลยว่าเป็นการทำร้ายกันสุดๆ
    #151
    2
  5. #102 6002thecey (@pikipinocchio) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 16:18
    สู้ๆนะลูกเอ้ยยยยย
    #102
    0
  6. #44 miyaki32 (@uriko20) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 23:55
    เอาพี่กายออกไปปปปปปปปปปไม่เอาพี่กายยยยยย
    #44
    1
    • #44-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      13 มิถุนายน 2560 / 23:57
      หึหึๆ - กาย
      #44-1
  7. #41 Sukdee Hhun (@sukruethai) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 19:43
    เป็นกำลังใจให้นะ
    #41
    1
    • #41-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      13 มิถุนายน 2560 / 20:15
      ชิวูหรือน้องเป็ด 555 ขอบคุณคร้าบบบ
      #41-1
  8. #40 ++BoTaN++ (@bootan2526) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 12:01
    เป็ดสู้วๆๆ
    #40
    1
    • #40-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      13 มิถุนายน 2560 / 14:37
      ขอบคุณครับ - เป็ด
      #40-1
  9. #39 Beer Sakunrat (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 12:00
    ปุณณ์ฟราน....คิดดีไม่ได้จีจี55555555555555
    #39
    1
    • #39-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      13 มิถุนายน 2560 / 14:37
      หืมมมมมมม
      #39-1
  10. #38 tufunum (@meenbake-exo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 21:55
    มาต่อด้วย น้องเป็ดสู้ๆวู้วๆ
    #38
    1
    • #38-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      12 มิถุนายน 2560 / 22:25
      ต้องมาสิ555
      #38-1
  11. #37 miyaki32 (@uriko20) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 20:20
    เจิมด้วยยยมาอัพไว้นะคิดถึงงง555555
    #37
    1
    • #37-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      12 มิถุนายน 2560 / 21:46
      มาเจิมเกือบทันได้อ่านพอดีเลย
      #37-1
  12. #36 tufunum (@meenbake-exo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 11:23
    มาอัพด้วยยยย
    #36
    1
  13. #35 KhAPanG (@khapanginlove) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:41
    เจิมด้วย
    #35
    1
    • #35-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      11 มิถุนายน 2560 / 23:13
      รับพรกันไปถ้วนหน้า
      #35-1
  14. #34 เอม เอ๊ม (@alohaparty11) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 21:42
    เจิมจ้ะ
    #34
    1
    • #34-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      11 มิถุนายน 2560 / 22:00
      รับเจิมแล้วจ้ะ
      #34-1
  15. #33 No! Sparrow (@1896reborn2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 20:39
    เจริมมมมมมมมมมม
    #33
    1
    • #33-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      11 มิถุนายน 2560 / 20:54
      เจ-ริม?
      #33-1
  16. #32 Mparn (@Mparn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 20:38
    เจิมมมมมมม
    #32
    1
    • #32-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      11 มิถุนายน 2560 / 20:53
      อ่าเหื้อออออออ
      #32-1
  17. #31 กุหลาบสีเทา (@somoo62) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 19:22
    เจิมก็ด๊ะ
    #31
    3
    • #31-2 กุหลาบสีเทา (@somoo62) (จากตอนที่ 8)
      11 มิถุนายน 2560 / 21:00
      ป๊าววววว
      #31-2
    • #31-3 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      11 มิถุนายน 2560 / 21:02
      ล้องห้ายยยยยย
      #31-3
  18. #30 Pkumsomsri-2546 (@Pkumsomsri-2546) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 19:12
    เจอม เจิม คล้ายกับ เทอม เทิม มะ? เอาเป็นว่าเจอมละกัน อ่านเหมือน เทอม =_=
    #30
    1
    • #30-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      11 มิถุนายน 2560 / 20:53
      ดอ-ออ-งอ ดองเลยงั้น
      #30-1
  19. #29 kalnee (@kalnee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 18:37
    5555 เจิมก็เจิม
    #29
    1
    • #29-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      11 มิถุนายน 2560 / 18:49
      ทำดีมีเปย์
      #29-1
  20. วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 18:35
    เจิมมมมมมมมมมมม
    #28
    1
    • #28-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      11 มิถุนายน 2560 / 18:49
      เดี๋ยวๆ ยูสเซอร์เนมคืออัลไล5555555
      #28-1
  21. #27 Prasitthiphon (@0933789979) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 18:15
    จอเออเจอ เจอมอ เจิมมมมมมมมมมม
    #27
    1
    • #27-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      11 มิถุนายน 2560 / 18:50
      ไปเรียนสะกดคำใหม่ซะ 5555
      #27-1
  22. #26 ployply (@ploypoy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 18:13
    เจิมค่าาาา
    #26
    1
    • #26-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 8)
      11 มิถุนายน 2560 / 18:50
      จย้าาาาา
      #26-1