[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 9 : Still the One EP08 || Nah! [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    21 มิ.ย. 60


Still the One EP08

แม้ว่าพี่เฟิร์สจะงงๆ กับท่าทีของผมที่จู่ๆ ก็นึกอยากจะเล่นกีตาร์ขึ้นมาอีกครั้ง แต่เขาก็ตอบรับสอนผมอย่างง่ายดาย โดยไม่แม้แต่จะถามเหตุผลจากผมใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนเรื่องวันนี้ที่เกิดขึ้น ผมขอพี่ฟรานให้เก็บเป็นความลับก่อน อย่าเพิ่งบอกพวกพี่เฟิร์ส

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ครับ แล้วก็เป็นวันที่พี่คิสไม่ต้องทำงานทั้งที่บ้านและที่ร้าน เขาจึงนัดสอนกีตาร์ให้ผม และเพื่อความสะดวก ผมก็เลยชวนพี่เขาให้มาที่บ้านผม ซึ่งพี่คิสก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร

“ปอนด์ลองจับดูก่อน” พี่คิสเดินไปหยิบกีตาร์โปร่งของผมแล้วเอามันมาวางบนตักผม

แน่นอนว่าผมจับเป็น

ควับ!

“โอ้โห ไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลยแฮะท่านั่งแบบนี้” พี่คิสพูด

เออเว้ย มันออกมาตามธรรมชาติเลย ท่านั่งเล่นที่ผมถนัดที่สุดคือท่านั่งไขว่ห้างโดยเอาขาขวาทับขาซ้ายครับ

“แหะๆ มันไปเองอะพี่ สงสัยร่างกายปอนด์มันคงจะจำได้มั้ง” ผมยกมือเกาหัวแก้เขิน

“ก็ดีแล้วๆ แล้วจำได้รึเปล่าว่าตอนหัดเล่นเพลงแรกสุดคือเพลงอะไร” พี่คิสถามต่อ

ถ้าพูดถึงเพลงง่ายๆ ที่เป็นเหมือนเพลงประจำคู่มือฝึกหัดกีตาร์แล้วล่ะก็…

“เพลงเซ็กซี่ของพาราด็อกซ์ครับ”

เท่านั้นแหละ พี่คิสก็หัวเราะร่าเลย

“ฮ่าๆๆ เก่งว่ะ ตอนพี่หัดเล่นพี่ก็เล่นเพลงนี้แหละ ถ้าอย่างนั้นก็หัดจากเพลงนี้ก็แล้วกันเนอะ”

“ครับผม”

 

กิ๊งก่อง...

ในขณะที่พี่คิสกำลังจะหยิบกีตาร์ของตัวเองขึ้นมาเพื่อจะจับคอร์ดให้ผมดู เสียงกริ่งหน้าบ้านของผมก็ดังขึ้น

“มาอะไรตอนนี้เนี่ย” ไม่ใช่ผมที่พูด แต่พี่คิสพูด

“แหะๆ เดี๋ยวปอนด์ออกไปดูก่อนนะ เผื่อเป็นจดหมายมาน่ะ”

ผมว่าก่อนจะเดินไปแง้มผ้าม่านดู ก็เห็นรถเบนซ์สีดำที่คุ้นเคย

“พี่เฟิร์สมาน่ะ เดี๋ยวปอนด์ลงไปเปิดบ้านให้พี่เค้าก่อนนะ” ผมว่า พี่คิสพยักหน้าให้ ผมจึงลงมาเปิดประตูบ้านให้พี่เฟิร์สเดินเข้ามา

“พี่เฟิร์สหวัดดีครับ”

“อื้ม หวัดดี แล้วนี่รถไอ้คิสนี่ วันนี้มันมาทำอะไรที่บ้านเราเหรอ”

“สอนกีตาร์น่ะครับ”

“กีตาร์? เป็ดจะเล่นกีตาร์อีกครั้งเหรอ” พี่เฟิร์สทำหน้างงๆ

“ใช่ครับ”

ใช่แล้วละ… ผมต้องเล่นกีตาร์ให้เป็น เพื่อที่ผมจะสามารถใช้มันเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวข้ามความกลัวของตัวเอง และเมื่อผมก้าวข้ามมันได้ ผมก็จะสามารถเผชิญหน้ากับพี่กายได้อย่างไม่เกรงกลัวอีกต่อไป

พี่เฟิร์สได้ยินคำตอบของผม เขาก็คลี่ยิ้มออกมาให้ มันเป็นรอยยิ้มช่วยขับให้ใบหน้าของเขาที่หล่ออยู่แล้วยิ่งดูหล่อมากขึ้นไปอีก และมันก็ทำให้ใจผมเต้นรัวด้วย…

“มึงจะชวนน้องคุยอีกนานมั้ยไอ้เฟิร์ส!”

พี่คิสที่ดูท่าทางจะหงุดหงิดที่มีคนเข้ามาขัดจังหวะในขณะที่เขากำลังจะตั้งใจสอน ถึงกับเปิดประตูออกมาตะโกนว่าพี่เฟิร์ส

“นานว่ะ มึงกลับไปเลยไอ้คิส ชิ่วๆ” พี่เฟิร์สยกเท้าขึ้นถีบอากาศไล่พี่คิสด้วย

“เสียใจกูไม่ไปไหนทั้งนั้นวันนี้ เพราะปอนด์เป็นคนชวนกูมา ไม่เหมือนมึงที่สะเหล่อมาเอง” พี่คิสพูดก่อนจะหัวเราะร้ายๆ ออกมา

ผมว่าผมเห็นพี่เฟิร์สกัดฟันด้วยล่ะ…

“เอ่อคือ… ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็เข้าไปนั่งเล่นก่อนสิครับ”

เท่านั้นแหละ คนตัวโตที่อารมณ์คุกกรุ่นอยู่ก็เผยยิ้มออกมาอีกครั้ง

“ครับ”

 

“ไอ้เฟิร์ส อย่ารบกวนนะ ถ้าไม่มีอะไรจะทำมึงก็ช่วยกวาดบ้าน ถูพ้ืน ล้างจาน รดน้ำต้นไม้ แล้วก็ล้างรถให้กูด้วย”

ทันทีทันใดที่ผมกับพี่เฟิร์สก้าวเข้าไปในบ้าน พี่คิสก็พูดออกมาอย่างกวนๆ

“เหอะ!”

ถึงจะดูไม่ค่อยพอใจ แต่พี่เฟิร์สก็เดินไปหยิบไม้กวาดในครัวออกมาอยู่ดี

นี่กูอัปเกรดตัวเองขนาดถึงขั้นใช้เจ้านายทำงานบ้านให้แล้วเหรอวะเนี่ย

 

พี่คิสหันไปหัวเราะกับเพื่อนของตัวเองก่อนจะหันมาหาผมเพื่อสอนต่อ

“ถ้าอย่างนั้นเราก็มาต่อกันเลยนะปอนด์ เพลงเซ็กซี่เนี่ย มันเล่นง่าย มีแค่ 3 คอร์ดเอง” เขาว่าไปพลางก็ยกกีตาร์ขึ้นมา “มีคอร์ดดี คอร์ดอีไมเนอร์แล้วก็คอร์ดจี”

ผมพยักหน้ารับ พี่คิสเลยจะลองเล่นให้ผมดู เขาจับกีตาร์ขึ้นมาแล้วเริ่มเล่น

ดูปอนด์ออกจะเซ็กซี่ยามที่ ยามปอนด์ส่ายเอวส่าวเอว...

“ไอ้คิส!”

เนื้อเพลงที่ถูกเปลี่ยนสรรพนามเป็นชื่อผม ดูเหมือนจะไม่ถูกใจพี่เฟิร์ส

“อะไรของมึงเนี่ย! กูก็แค่เล่นให้น้องดูเอง”

“มึงก็ร้องดีๆ สิวะ อย่าใส่ชื่อไอ้เป็ดลงในเพลง”

“จ้าๆ ไม่ใส่ก็ได้จ้า แต่กูรู้นะว่ามึงอยากเห็นปอนด์ส่ายเอวส่ายเอว” พี่คิสพูดล้อเพื่อนสนิท

คนถูกล้อหน้าม้านไป ผมก็เลยหัวเราะออกมา

“ฮ่าๆ อะไรของพี่เนี่ย พี่เฟิร์ส ไม่ต้องกวาดบ้านเป็ดก็ได้นะ มานั่งดูเฉยๆ ก็ได้”

“แค่กวาดบ้านเอง ไม่เป็นไรหรอกเป็ด ฟังมันสอนต่อเถอะ” พี่เฟิร์สว่าก่อนจะเดินขึ้นไปกวาดบนชั้นสองของบ้าน

“พี่คิสล่ะก็ ชอบแกล้งพี่เฟิร์สจัง” ผมหันไปว่าพี่คิส เขาก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“ปอนด์จะไปรู้อะไร ฮ่าๆ มาๆ ต่อๆ” เขาว่าจบก็เริ่มอธิบายต่อ “ลองจับคอร์ดดีดูก่อนนะ เอานิ้วชี้จับสายสามช่องสอง นิ้วกลางจับสายหนึ่งช่องสอง แล้วก็เอานิ้วนางจับสายสองช่องสาม” พี่คิสใช้นิ้วไล่แตะไปตามสายตามช่องที่ตัวเองบอก แล้วดีดมันออกมาอย่างสวยงาม

“ลองจับดูสิปอนด์”

เท่านั้นแหละ สมองของไอ้เป็ดคนนี้ถึงกับประมวลผลไม่ได้

“พี่คิสว่าอะไรนะครับ ปอนด์ฟังไม่ทัน”

“ฮ่าๆ สงสัยจะนานไปจริงๆ แฮะ” เขายกกีตาร์ออกจากตัวแล้วเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ ผมก่อนจะจับนิ้วมือของผมไล่ตามสายที่เขาบอกเมื่อกี้

“นิ้วชี้วางนี่ นิ้วกลางวางนี่ แล้วก็นิ้ว...”

“อะแฮ่ม!”

จู่ๆ พี่เฟิร์สที่ไม่รู้เดินลงมาตอนไหนก็กระแอมขึ้นมาเสียงดังลั่นบ้าน

“โอ๊ยไอ้เฟิร์ส นี่น้องกูเว้ย กูแค่สอนๆ” พี่คิสระเบิดคำพูดออกมาอย่างรำคาญ

“ให้มันจริงเหอะ”

หมับ!

“กูละอยากเอากีตาร์นี่ฟาดแม่งจริงๆ”

พี่คิสมันคว้ากีตาร์ของผมไปแล้วง้างขึ้นสุดมือ

“เฮ้ยๆ ใจเย็นพี่คิส นั่นกีตาร์ปอนด์นะ”

“อ่อ เออ แหะๆ โทษทีๆ ลืมตัวไปหน่อย” เขาวางมือลงแล้วคืนให้ผม ก่อนจะหันไปว่าพี่เฟิร์สต่อ “รถกูเขลอะมาก ไปล้างให้ด้วย”

“ล้างเองดิไอ้สัด!” พี่เฟิร์สด่าพี่คิสกลับมา แล้วเดินผ่านหน้าพวกเราออกประตูหน้าบ้านไป

สงสัยจะไปล้างให้จริงๆ ว่ะ

“ฮ่าๆ เฟิร์สแม่งโคตรตลกอะปอนด์ เอ้า! ลองจับใหม่สิ”

ผมลองจับตามที่พี่คิสบอก

“อ่าใช่ๆ จับถูกต้องเลยนี่ แสดงว่าจำได้แล้วเนียนให้พี่ชายสุดหล่อคนนี้มาสอนใช่ม้าาาา” พี่คิสยิ้มให้ผม

“โหยพี่ เลิกเล่นแล้วสอนเถอะ เดี๋ยวก็มืดค่ำกันพอดี”

“ไหนลองดีดซิ”

ถ้าไม่นับวันที่ผมเอามันมาตั้งสายละก็นี่จะเป็นการเล่นกีตาร์ครั้งแรกของผมในรอบหลายปีเลยละ

เอาละนะ!

แปก…

“บอดสนิท เจ้ากินเรียบ”

ไม่ต้องบอกแทงใจดำขนาดนั้นก็ได้พี่คิส!

 

พอเห็นผมหน้าจ๋อยไป พี่คิสก็เลยโน้มตัวมาจับมือผมแล้วดีดมันอีกครั้ง

“ดีดแบบนี้สิ”

แกร๊ง…

ทำไมมันช่างต่างจากที่ผมดีดเองเมื่อสักครู่ราวกับฟ้ากับเหวเลยฟระ

“เอ้า ลองดีดเองดู”

แปก…

ฮึ่ย! เอาใหม่

แปก…

เอาอีก

แปก…

 

ผมพยายามดีดแล้วดีดเล่า แต่เสียงมันก็ยังบอดอยู่ดี นี่ผมชักสงสัยตัวเองแล้วว่าผมเมื่อตอนม.ปลาย มันใช้ไอ้สิ่งนี้หากินได้ยังไงตั้งหลายปี

“ฮ่าๆ พอก่อนก็ได้ปอนด์ ไม่ต้องรีบร้อน” พี่คิสลูบหัวผมเป็นการปลอบใจ

“ขอโทษนะครับที่ปอนด์เล่นไม่ได้สักที”

“ไม่เป็นไรปอนด์ ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาแหละ ปอนด์ก็ลองนึกถึงตอนที่ลองหัดเล่นด้วยตัวเองสิว่ากว่าปอนด์จะเล่นเป็น มันใช้เวลาเท่าไร”

ก็เป็นเดือนๆ อยู่นะกว่าจะอ่านคอร์ดอ่านอะไรได้…

“ว่าแต่ปอนด์ยังอ่านคอร์ดเป็นรึเปล่า” พี่คิสถามต่อ ผมก็เลยส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ

ก็ถ้าผมอ่านเป็นผมคงไม่มาให้พี่สอนหรอก

“งั้นเราก็ลองจับคอร์ดพื้นฐานไล่กันก่อนเนอะ แล้วปอนด์ก็ไปลองดีดให้ไม่บอดดูอีกที”

“ครับพี่คิส”

 

จากนั้นพี่คิสก็สอนผมจับคอร์ดต่างๆ อีกหลายคอร์ดแถมยังไปปรินต์ใบสอนจับคอร์ดออกมาให้ผมไว้ดูอีกด้วย จนกระทั่งเวลาผ่านไปจนเย็น ปุณณ์ที่มีงานพิเศษกะเช้าก็กลับมาถึงบ้าน

“รถพี่ฟรานกับรถใครมาจอดหน้าบ้านเราเนี่ยพี่ปอนด์”

ปุณณ์เอ่ยปากถามผมขณะที่กำลังปิดประตูบ้านอยู่ พอมันหมุนตัวกลับมาก็เห็นพี่คิสนั่งหัวโด่อยู่ข้างๆ ผม

“เพื่อนพี่เหรอ สวัสดีครับ ผมปุณณ์ น้องชายพี่ปอนด์ครับ” ปุณณ์ยกมือไหว้พี่คิส

“พี่เป็นเพื่อนกับเฟิร์สน่ะ” พี่คิสบอก

“อ่อครับ งั้นก็ตามสบายนะครับ เอ้อ! แล้วพี่ฟรานล่ะ” ปุณณ์บอกพี่คิสก่อนหันมาถามผม

“พี่ฟรานอะไร พี่เฟิร์สขับมา พี่ฟรานไม่ได้มาด้วย”

ว่าแต่พี่เฟิร์สไปไหนแล้ววะเนี่ย!

คิดได้ดังนั้นผมก็เลยเปิดประตูออกไปเดินหาพี่เฟิร์สรอบบ้าน จนมาหยุดอยู่ตรงหลังบ้านก็เห็นพี่แกกำลังถือสายยางรถน้ำต้นไม้อยู่หลังบ้าน

“พี่เฟิร์ส!”

“เรียกทำไม พี่รดน้ำต้นไม้อยู่”

“โถ่! เป็ดก็นึกว่าพี่น้อยใจกลับบ้านไปแล้วซะอีก”

“ฮ่าๆ คิดอะไรอย่างนั้นกันล่ะ”

“แต่พี่เฟิร์สพอเถอะ พี่จะมาทำตัวเป็นคนรับใช้บ้านปอนด์ทำไมเนี่ย”

พี่เฟิร์สไม่ตอบผมแต่เดินไปปิดน้ำแทน ก่อนจะเดินกลับมาแล้วจับไหล่ผมด้วยมือทั้งสองข้างของเขา

“พี่มาหาเป็ดเพราะพี่เป็นห่วงนะ พี่รู้ว่าเป็ดต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ ถึงมาขอให้ไอ้คิสมาสอนเล่นกีตาร์ให้แบบนี้”

ผมไม่ได้บอกพี่เฟิร์สว่าผมขอให้พี่คิสสอนเล่นกีตาร์ แสดงว่าพี่คิสต้องบอกเขาแน่ๆ แต่ให้ตายสิ ทำไมพี่เขาถึงได้อ่านทะลุผมได้ถึงขนาดนี้กันนะ

“บอกพี่ได้มั้ยครับ มันเกิดอะไรขึ้น”

คำพูดของพี่เฟิร์ส ไม่ใช่คำสั่ง แต่เหมือนคำขอร้องมากกว่า

‘เป็ดอย่าลืมนะว่าเป็ดมีทั้งเพื่อนทั้งไอ้ฟรานและก็พี่น่ะ มีอะไรก็บอกกันได้ จะได้ช่วยเหลือกัน’

ผมต้องเข้มแข็ง… ผมต้องเปิดใจ...

“ปะ...เป็ด...”

“ใจเย็นๆ นะเป็ด ค่อยๆ พูด”

“เมื่อหลายวันก่อนแฟนเก่าเป็ดโทรมา...”

สีหน้าของพี่เฟิร์สยังคงเรียบเฉยกับสิ่งที่ผมพูดออกมา ผมจึงเล่าต่อ

“เพียงแค่เค้าเรียกชื่อเป็ด เป็ดก็สั่นไปหมดทั้งตัว จนเป็ดไม่สบายแล้วพี่เฟิร์สต้องมาดูแล พอเป็ดบล็อคเบอร์เค้าแล้วก็ปิดเครื่องหนี เค้าก็มาตามหาเป็ดถึงคณะ จนเกือบจะเจอเป็ด แต่เป็ดหนีมาได้ก่อนที่เค้าจะเห็นหน้าเป็ด แล้วก็… แล้วก็...”

พี่เฟิร์สสวมกอดผม มือข้างขวาของเขาก็ลูบหัวผมเบาๆ

“พอแล้วเป็ด พี่เข้าใจเป็ดแล้วล่ะ”

“อื้ม”

“พี่เข้าใจเป็ดนะครับ”

อกของพี่เฟิร์สนั้นทั้งกว้างและอบอุ่นจัง…

เหมือนกับคนๆ นั้นเลย...

“เฮ้ยไอ้เฟิร์ส มึงไม่กลับไปดูร้าน… เหรอวะ...”

จู่ๆ พี่คิสก็เดินตรงมายังพวกเรา ผมกับพี่เฟิร์สที่กอดกันอยู่ก็เลยผละกันด้วยความตกใจ

“คะ...คือ กู...”

“มึงอะไร กูเห็นนะ แต่กูจะทำเป็นไม่เห็นก็แล้วกัน” พี่คิสว่าก่อนจะหมุนตัวกลับ แต่ก็หันมาอีกครั้ง “น้องปอนด์มันบอกว่าให้อยู่กินข้าวด้วยกัน เดี๋ยวแม่ปอนด์ก็จะกลับมาแล้ว”

พี่เฟิร์สได้ยินดังนั้น เขาก็ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือของเขาออกมาแล้วกดโทรออกหาใครสักคน

“ฮัลโหลไอ้ฟราน มึงอยู่ไหน” พี่ฟรานเองหรอกเหรอ

[...]

“กูอยู่บ้านเป็ด มึงสนใจจะกินข้าวด้วยกันป่าว”

อ้าว ไอ้เราก็นึกว่าจะโทรไปบอกให้พี่ฟรานไปเฝ้าร้านซะอีก

[...]

“เออๆ รีบมาล่ะ ช้าหมดอดแดกนะเว้ย”

พี่มันก็วางสายลง แล้วก็หันมาพูดกันผม

“เดี๋ยวไอ้ฟรานนั่งแท็กซี่มา ตอนนี้มันไปปั่นโปรเจคอยู่ที่บ้านไอ้หมูเพื่อนมัน”

“อ่าครับ ถ้างั้นพี่เฟิร์สก็เลิกรดน้ำแล้วก็ไปนั่งพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวปอนด์ทำต่อเอง” ผมพูดจบก็เดินไปเปิดก็อกน้ำอีกครั้ง แล้วหยิบสายยางขึ้นมารดน้ำต้นไม้หลังบ้านต่อ ส่วนพี่เฟิร์สตอนแรกก็จะไม่ยอม แต่ผมเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน สุดท้ายแล้วพี่มันก็ยอมไปนั่งเล่นในบ้านแต่โดยดี

 

ประมาณเกือบ 6 โมงเย็น พี่ฟรานก็มาถึง แล้วแม่ผมก็มาหลังจากนั้นไม่นานนัก ตอนแรกแม่ก็งงใหญ่เลยว่ารถใครมาจอดหน้าบ้านตั้งหลายคัน แล้วยิ่งมาเห็นหนุ่มหล่อๆ อยู่ในบ้านแม่ก็ถึงกับเอ่ยปากชมพี่ๆ ทั้งสามไม่หยุด และแน่นอนว่าคนที่โดนแม่ชมหนักที่สุดก็คือ พี่เฟิร์ส

“เหรอลูก ลูกเป็นเจ้านายของปอนด์เหรอ”

“ครับคุณน้า” พี่เฟิร์สตอบ

“อุ๊ยตายแล้ว! เรียกแม่ก็ได้ลูก คนกันเองทั้งนั้นแหละ” แม่บอก

“นี่ๆ เค้าให้มึงเรียกแม่แล้วนะเฟิร์ส” พี่คิสยิ้มระเรี่ยก่อนจะถองศอกเข้าไปที่เอวของพี่เฟิร์สเบาๆ คนโดนแหย่เองก็ไม่ยอม ตบหัวพี่คิสซะดังป๊าบเลย

ป๊าบ!

“โอ๊ย ไอ้เฟิร์ส! คุณแม่ครับดูมันสิครับ แม่อย่าไว้ใจไอ้นี่นะครับแม่ มันกดขี่แรงงานใช้งานน้องปอนด์เยี่ยงทาส!”

นี่ก็ไม่ยอม ฟ้องแม่ผมอีก แล้วนี่ก็ดันหูเบาซะอีก

“จริงรึเปล่าลูก ใช้งานน้องหนักเลยเหรอ”

“โหยแม่ พี่คิสเค้าล้อเล่น งานที่ร้านสบายๆ แม่ ปอนด์ไม่เหนื่อยเท่าไร พี่ๆ ในร้านก็ใจดีด้วย” ผมพูดตามความจริง

“แต่ที่จริงแล้ว ลูกไม่ต้องไปทำงานพิเศษก็ได้นะ ทั้งปอนด์ทั้งปุณณ์เลย เงินน่ะแม่หาได้พอจะเลี้ยงพวกเราได้สบายๆ เลย”

พอแม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา ปุณณ์ก็เลยพูดขึ้นมาบ้าง

“แต่ปุณณ์ไม่อยากอยู่เฉยๆ นี่แม่ ปุณณ์ทำแล้วการเรียนปุณณ์ก็ไม่ได้แย่ด้วยนะ”

“ลูกน่ะไม่เท่าไร แต่แม่เป็นห่วงพี่เค้าน่ะสิ”

“แม่… ปอนด์ไม่เป็นอะไรหรอก แม่ก็เห็นแล้วนี่ว่า พี่ๆ เค้าดีกับปอนด์แค่ไหน พี่ฟรานก็เป็นรุ่นพี่ที่ดีของปุณณ์กับปอนด์ ส่วนพี่คิสก็เป็นรุ่นพี่ที่ทำงานที่ดีมาก พี่เฟิร์สก็เหมือนกัน เขาดีกับปอนด์มาก” ผมว่า

“คุณแม่ครับ ผมรู้ว่าน้องมีปัญหาและผมเข้าใจน้องดี การที่น้องได้ออกไปช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ มันจะทำให้น้องไม่จมกับความคิดตัวเองมากเกินไป ซึ่งเป็นผลดีต่อน้องเองนะครับ แล้วอีกอย่างนึงดูเหมือนว่าน้องคงจะคิดอะไรขึ้นมาได้บ้างแล้วในใจ ก็เลยมาขอให้ไอ้คิสมันสอนกีตาร์อีกครั้ง” พี่เฟิร์สร่ายยาว แม่ผมฟังไปก็คิดตามไปด้วยก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยไปกับพี่เฟิร์ส

“ใช่ครับ น้องน่ะน่ารักมากเลย ฟรานลองหอมแก้มมาแล้วด้วยนะ” พี่ฟรานยทำหน้าฟินใส่แม่ผมจนแม่หัวเราะออกมา

“ฮ่าๆ ตายจริง รู้รึเปล่าเนี่ยว่าน้องไม่ใช่ผู้ชายแท้น่ะ” แม่หัวเราะกับท่าทาง

“ฟรานรู้ครับ แต่ปอนด์เค้าน่ารักมากเลยเนอะพี่เฟิร์ส”

“อืม...”

“โอยไอ้เฟิร์ส มึงจะชมน้องก็ชมให้สุดดิวะ มาอือมาอืมแล้วน้องมันจะรับรู้มั้ยเนี่ย” พี่คิสว่าจบก็หัวเราะกร๊ากออกมา

“เออ! มันน่ารักเว้ย!”

“อย่างนั้นแหละไอ้เสือ” พี่คิสจบบ่าพี่เฟิร์สปุๆ

“ก็อย่างที่ผมบอกนั่นแหละครับ ให้น้องไปทำงานที่ร้านผมได้ ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมจะดูแลน้องเอง” พี่เฟิร์สพูดต่อ

“ถ้าอย่างนั้นก็ทำไปเถอะจ้ะ แต่ห้ามให้มันมีผลต่อการเรียนล่ะ” แม่หันมาบอกผมก่อนจะหันไปพูดกับปุณณ์

“เราด้วยนะ ถ้ามีผลต่อการเรียนเมื่อไร แม่จะไปร้องเรียนพนักงานเซเว่นให้เค้าไล่เราออกเลยนะ” แม่พูดอย่างติดตลก “เอาล่ะๆ ถ้าอย่างนั้นแม่ก็เข้าใจแล้วว่าพวกลูกๆ ทั้งสามเนี่ย หวังดีต่อเจ้าปอนด์มัน ถ้างั้นแม่ก็คงไม่มีอะไรคาใจแล้วล่ะ เดี๋ยวแม่ไปทำกับข้าวก่อนนะ”

 

จากนั้นพวกพี่ๆ ก็แสดงสปริทแสดงน้ำใจพากันยกขโยงเข้าครัวไปช่วยเมื่อผมกันยกใหญ่ แต่คนที่ดูงกๆ เงิ่นๆ ที่สุดก็หนีไม่พ้นพี่ฟราน จนไอ้ปุณณ์มันทนไม่ได้เลยไปดึงพี่ฟรานออกจากครัวแล้วลากมานั่งลงข้างๆ ผมแทน

“แหะๆ โดนไอ้ปุณณ์มันไล่มาน่ะ”

สมควรล่ะ… เมื่อกี้ผมได้ยินพี่ฟรานถามว่าใส่เกลือลงไปหมักเลยได้มั้ย แต่ก็มีเสียงโวยวายกันออกมาว่า ‘ไม่ใช่ลูก! นี่น้ำตาล’ ‘ไอ้ฟรานมึงออกไปเลยไป๊!’ แล้วก็ ‘มึงหยุดเทเดี๋ยวนี้!’

เพราะพี่ฟรานแยกน้ำตาลกับเกลือไม่ออกก็เลยเป็นสาเหตุที่โดนไล่ออกมา (ดูเหมือนจะเทลงใส่อะไรสักอย่างไปแล้วด้วย)

 

ไม่ช้ากับข้าวก็ออกมาเสิร์ฟ มื้อนี้มีไก่ทอดที่คาดว่าน้ำตาลน่าจะหกลงไปหมักด้วยหน่อยนึง แล้วก็มีต้มยำทะเล กับแกงส้มปลาช่อนทอด

จากนั้นพวกเราทั้ง 6 คนก็ลงมือทานข้าวกัน แต่เนื่องด้วยโต๊ะอาหารที่บ้านผมมันมีเก้าอี้แค่ 4 ตัว พวกเราก็เลยตัดสินใจเอามันมาวางลงกับพื้นแล้วนั่งล้อมวงกินกัน

ตลอดการกินข้าวมื้อนี้ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แม้แต่พี่เฟิร์สเองก็ยังหัวเราะร่าออกมาอย่างที่ผมไม่ค่อยได้เห็น และที่สำคัญนี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่บ้านนี้เลยมั้งที่มีคนอื่นมากินข้าวด้วย

ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้วจริงๆ สินะ…

ผมมีทุกคนอยู่ด้วยนี่นา

 

พอกินข้าวกันเสร็จ พี่เฟิร์สกับพี่ฟรานก็ขอตัวกลับเพราะต้องไปดูร้าน ส่วนพี่คิสเองก็กลับไปแล้วเช่นกัน แต่ก่อนจะกลับเขาก็ย้ำให้ผมลองไปฝึกอ่านคอร์ด ลองจับคอร์ดให้แม่นๆ แล้วคราวหน้าเขาจะมาสอนอีก

“ไหนพี่ปอนด์ พี่จะเล่นกีตาร์อีกครั้งเหรอ ดีดโชว์ปุณณ์หน่อยสิ”

ผมคว้ากีตาร์ที่วางไว้บนโซฟาอีกตัวมาแล้วก็ลองดีดอีกที

แกร๊ง…

“เฮ้ย! ไม่บอดเว้ย! ปุณณ์ๆ ไม่บอดแล้วๆ”

“โหพี่ ดีใจเวอร์ไปมั้ง กะอีแค่ดีดไม่บอดเนี่ยนะ ไหนลองดีดอีกทีสิ”

แกร๊ง…

“เยส! ไม่บอดแล้วๆ ปุณณ์หยิบคอร์ดเพลงเซ็กซี่มาให้พี่ที พี่จะลองเล่นดู”

ความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม แต่พอจะลองเปลี่ยนคอร์ดดู ก็กลับทำไม่ได้ซะอย่างนั้น พอเปลี่ยนแล้วก็กลับมาดีดบอดอีก

“ฮ่าๆ ของแบบนี้ต้องใช้เวลาน่าพี่ปอนด์ ใจเย็นๆ นะ ลองดีดลองเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็คงได้เองแหละ” ปุณณ์พูดให้กำลังใจผมก่อนจะเดินไปหยิบไอศกรีมกล่องในตู้เย็นที่แม่ซื้อมาออกมากิน

ปุณณ์ดูทีวี ส่วนผมก็หัดดีดหัดเปลี่ยนคอร์ดไปเรื่อยๆ จนผมเปลี่ยน 2 คอร์ดแรกคล่อง จึงลองเปลี่ยนเป็น 3 คอร์ดในเวลาเดียวกัน

“หืม เปลี่ยนคอร์ดแล้วเหรอพี่ปอนด์ แบบนี้ก็เล่นได้แล้วปะ เพลงนี้มันมีแค่ 3 คอร์ดเองนี่” ปุณณ์หันมาถามผม

เออแฮะ เล่นได้แล้วนี่หว่า ถึงจะยังดีดบอดบ้างไม่บอดบ้างก็เถอะ

“งั้นลองเล่นให้ปุณณ์ฟังหน่อย ปุณณ์อยากฟังพี่เล่น”

“จัดไปน้องรัก”

ผมกระชับกีตาร์ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมอีกครั้งก่อนจะเริ่มดีดมัน

“ดูเธอออกจะเซ็กซี่ยามที่ ยามเธอส่ายเอวส่ายเอว...”

“พี่ปอนด์” ปุณณ์ยกมือเบรกผม

ทำไมหว่า ถึงมันจะบอดบ้างเพี้ยนบ้างแต่ผมก็พยายามแล้วนะ

“พี่ปอนด์ พี่รู้ตัวรึเปล่า”

“ก็… เล่นบอดไง แต่มันไม่ได้เล่นนานแล้วอะ ของแบบนี้มันก็มีกันบ้างแหละปุณณ์”

“ไม่... ไม่ใช่”

คราวนี้ผมเลยยิ่งงงหนักขึ้นไปอีก ก็ดีดกีตาร์ใหม่ๆ ปัญหาหลักๆ ก็คือเรื่องดีดบอดนี่แหละ แล้วจะมีเรื่องอะไรอีก

“พี่รู้ตัวรึเปล่าว่า พี่เพิ่งจะร้องเพลงไปน่ะ”


ตอนแรกว่าคืนนี้จะไม่อัปแล้วครับ เพราะเพลียมาก เมื่อคืนนอนน้อย แถมกว่าจะได้พิมพ์ต่อก็หัวเบลอแล้ว เพราะงั้นถ้าอะไรมันงงๆ เดี๋ยวชิวูจะกลับมาแก้อีกครั้งนะครับ

ขอบคุณที่ติดตามกันนะครับ รู้สึกจะแอบเยอะอยู่ ฮ่าๆ


'ตอนใหม่มาแล้ว ปรบมือสิครับ' - เป็ด


ปล. ที่มาของชื่อตอนครับ Nah!



ชิวู 16/06/17


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #447 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 11:49
    กริ๊ดดดดด น้องเป็ดร้องเพลง
    #447
    0
  2. #350 Eil120 (@Eil120) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 07:57
    ทำไมไม่แทนชื่อตัวเองว่าปอนด์ทำไมแทนตัวเองว่าเป็ด
    #350
    0
  3. #261 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 16:43
    เพี้ยนหรือเพราะ
    #261
    0
  4. #214 Earn_Kun (@Earn_Kun) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 21:39
    กรี๊ดดดดดดดดด สู้ๆนะปอนนนน
    #214
    0
  5. #212 ภรรยาคิมมินแจ (@mintbeauty) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 13:28
    พี่ปอนด์ของน้อง อร๊ายย ร้องเพลงได้แล้ววว
    #212
    0
  6. #103 6002thecey (@pikipinocchio) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 16:23
    ขอบคุณค่า^^
    #103
    0
  7. #62 Tanee Lov (@baitong_55) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 09:24
    คิสปุณณ์555555 เรือผี งื้ออเก่งมากกน้องปอนด์
    #62
    1
    • #62-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 9)
      18 มิถุนายน 2560 / 18:36
      ผีจริง ต้องปอนด์ปุณณ์หรอก 555555
      #62-1
  8. #60 Masmas2609 (@Masmas2609) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 20:54
    ปุณณ์ต้องคู่กับฟรานเท่านั้นนะ...ปอนด์สู้ๆ...หัดดีดแล้วโว้ยย
    #60
    1
    • #60-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 9)
      17 มิถุนายน 2560 / 23:30
      ดีดดดดดด
      #60-1
  9. #53 miyaki32 (@uriko20) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 21:22
    หัดดีดกีตาร์แล้วววววววววววว
    #53
    0
  10. #52 Beer Sakunrat (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 17:08
    สงสัยจะเผลอร้องตามความเคยชิน
    #52
    0
  11. #50 กุหลาบสีเทา (@somoo62) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 06:26
    เอ้า ปรบมือ ????????????????????????????????
    #50
    0
  12. #49 Pkumsomsri-2546 (@Pkumsomsri-2546) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 18:51
    ชิวู ผู้ขี้เกียจ ซีเรียส ถ้ารีดจี้ขอนิยาย
    #49
    1
    • #49-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 9)
      14 มิถุนายน 2560 / 20:35
      อย่าทำอะไรผมเล้ยยยยยยย แง
      #49-1
  13. #48 Beer Sakunrat (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 10:32
    เจิมๆๆๆๆๆๆ ระหว่างรอ...ลู่ลู่ ไปกินเคเอฟซีกัน5555555555
    #48
    1
  14. #47 Mparn (@Mparn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 06:24
    เจิมมมมมม
    #47
    1
  15. #46 frunkfrink2 (@FrunkFrink) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 00:31
    เจิมมมมมมมมมมม รอๆ
    #46
    1
    • #46-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 9)
      14 มิถุนายน 2560 / 01:31
      แต่งแทนที เลาขี้เกียจจัง 555
      #46-1
  16. #45 miyaki32 (@uriko20) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 23:58
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมาเจิมแล้วชิวูต้องมาอัพในเร็ววันห้ามขี้เกียจนะเข้าใจ๊.มีดจี้
    #45
    1
    • #45-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 9)
      14 มิถุนายน 2560 / 00:00
      งั้นเจอกันปีหน้าเลยเป็นไง 555
      #45-1
  17. #43 กุหลาบสีเทา (@somoo62) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 23:30
    เจิมมมมม // เอานิ้วจุ่มดินสอพองแล้วจิ้มสามจุด
    #43
    1
    • #43-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 9)
      13 มิถุนายน 2560 / 23:42
      คว่ำถังดินสอพองใส่คืน - เป็ด
      #43-1
  18. #42 No! Sparrow (@1896reborn2) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 23:29
    มาปูเสื่อรอ เจิมๆๆค่ะ
    #42
    1
    • #42-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 9)
      13 มิถุนายน 2560 / 23:42
      อย่าลืมมุ้งกับหมอนนะ ท่าทางจะรอยาวๆ 555
      #42-1