สุดสวาททาสหัวใจ เขียนโดย ณศิกมล

ตอนที่ 26 : 26

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 เม.ย. 56

ห้างสรรพสินค้า

ธิดามาถึงร้านกาแฟที่เป็นสถานที่นัดหมายก่อนเวลาเกือบสิบนาที และเดินเข้าในร้านเพื่อมองหาณีรนารถ เมื่อยังไม่เห็นเธอมาจึงเลือกโต๊ะที่อยู่ริมด้านนอกเพื่อสะดวกแก่การมองเห็นผู้คนที่เดินผ่าน วางแฟ้มขายประกันชีวิตจองโต๊ะไว้ก่อน แล้วจึงเดินไปที่เคาน์เตอร์

“กรีนทีครีมแก้วใหญ่หนึ่งแก้วค่ะ”

“รับขนมไว้ทานด้วยไหมคะ ตอนนี้เราเพิ่งอบคุกกี้เสร็จใหม่ๆ เลยค่ะ ลองชิมรสชาติได้เลยค่ะ” พนักงานรับออเดอร์ทำงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

“ขอบานาน่ามัฟฟินหนึ่งชิ้นก็แล้วกันค่ะ” เธอพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปยังสิ่งที่ต้องการ และจ่ายเงินตามจำนวนที่พนักงานแจ้งด้วยความรู้สึกเสียดายนิดๆ เพราะราคามันมหาโหดมากสำหรับเธอ แต่มันก็คุ้มค่ากับการบริการและสถานที่ที่น่าประทับใจ จากนั้นไม่นานก็ถือถาดบรรจุของที่สั่งกลับไปที่โต๊ะ “อุ๊แม่!” เธอตกใจจนหลุดปากอุทานออกไป เมื่อมีคู่อริเข้ามานั่งร่วมโต๊ะด้วยโดยไม่ทันตั้งตัว

“ตกใจเว่อร์ไปป่ะยายโอลีฟ” หยางฮั่นเบะปากและค้อนใส่หญิงสาวด้วยความหมั่นไส้

หญิงสาวมองชายหนุ่มที่นั่งพาดแขนและไขว่ห้างทำหน้ายียวนใส่ตนด้วยความตกใจ เขามาทำไมที่นี่ หรือว่าเขาเห็นเธอก็เลยเข้ามาชำระแค้นรอบสอง พี่หมวยอยู่ไหนนะ ทำไมยังมาไม่ถึงสักที แล้วบอสของเธอล่ะ เขาจะเห็นหรือเปล่าว่าเธอกำลังถูกคุกคามจากคนที่นั่งเบ่งคับโต๊ะคนนี้

“คุณๆ มาทำอะไรที่นี่” เธอเชิดหน้าถามออกไปทั้งที่ในใจนั้นกลัวว่าเขาจะทำอะไรบ้าๆ อีก

“มาทำธุระมีปัญหาอะไรไหม”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปหาที่นั่งของคุณเอาสิ มานั่งโต๊ะฉันทำไม”

แผ่นหลังที่พิงเก้าอี้หยัดไปข้างหน้าตามใบหน้าอันหล่อเหลา “จะให้ฉันตะโกนคุยกับเธอหรือไงยายโอลีฟ” แล้วหยิบชาเขียวของเธอมาดูดหน้าตาเฉย ตามด้วยเค้กกล้วยหอมอีกครึ่งก้อน “อร่อยดีนะ”

“นั่นมันน้ำกับขนมของฉันนะ” ดวงตาโตเบิกกว้างพร้อมกับชี้นิ้วใส่ขนมในมือของเขา

“เหรอ” เขาเลิกคิ้วใส่พร้อมคำถาม “งั้นก็ขอเลยละกัน” แล้วยัดอีกครึ่งก้อนที่เหลือใส่ปาก หยิบชาเขียวมาดูดต่อจนหมดแก้ว “เออะ..”

“นาย.. นาย..”

“หยางฮั่น ฉันชื่อหยางฮั่นจ้ะยายโอลีฟ” เขาตีหน้าซื่อ แต่ในใจหัวเราะดังลั่นด้วยความสะใจ เมื่อได้เห็นอาการเกรี้ยวกราดแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ของเธอ

“ใครอนุญาตให้นายกินของฉัน ฉันเสียเงินไปตั้งเกือบสามร้อยบาทเชียวนะ”

“เบาๆ หน่อยก็ได้เธอ อายคนอื่นเขาบ้าง เห็นไหมว่าเขาแอบหัวเราะคำพูดของเธอกันใหญ่แล้ว”

“ทำไมฉันต้องอาย นายสิสมควรอาย มาถึงก็มาหยิบของคนอื่นกินหน้าตาเฉย หน้าตาก็ดีแต่ไม่มียางอายเอาซะเลย”

“หน้าฉันไม่ค่อยมียาง แต่ปากฉันยางดีเป็นเลิศเลยนะ จูบใครทีนี่ติดหนึบแทบแยกไม่ออก เธอนี่รู้จริงรู้ลึกนะเนี่ย”

คราวนี้ธิดาเริ่มร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าด้วยความอับอาย รีบหลบสายตาโต๊ะใกล้ๆ ที่หันมามองยิ้มๆ แทบไม่ทัน

“ถ้าคุณอยากใช้โต๊ะนี้ก็เชิญ ฉันไปหาโต๊ะใหม่เองก็ได้” เถียงไปก็มีแต่อับอาย หนีซะดีกว่าจะได้จบๆ “ปล่อยสิ! จะมาจับฉันไว้ทำไมอีกล่ะ!” เธอกล่าวเสียงลอดไรฟันเมื่อถูกเขาดึงแฟ้มเอาไว้

“ก็ฉันมีธุระที่ต้องทำกับเธอ”

“แต่ฉันไม่มีธุระกับคุณ ฉันมาที่นี่เพราะฉันนัดกับพี่หมวยต่างหาก”

“ก็ฉันนี่แหละที่เป็นคนบอกให้คุณหมวยนัดเธอมาที่นี่”

เธอชักสีหน้าใส่เขาและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาณีรนารถ  เพราะไม่เชื่อคำพูดของเขาสักเท่าไหร่ แต่รออยู่นานก็ไม่มีคนรับสาย จึงกดวางและโทรไปใหม่

“คุณหมวยเขาคงคุยอยู่กับช่างก็เลยไม่รับโทรศัพท์ของเธอ”

“พี่หมวยเหรอคะ” ธิดาเบ้ปากใส่ชายหนุ่มเมื่อมีคนรับสายพอดีกับที่เขาพูดจบ “กุ๊กมาถึงแล้วนะคะ พี่หมวยถึงไหนแล้ว”

(คุณหยางฮั่นเขายังไปไม่ถึงอีกเหรอจ๊ะ) ปลายสายถามอย่างแปลกใจ

“เกี่ยวอะไรกับเขาล่ะคะพี่หมวย”

(ก็คุณหยางเขาอยากจะซื้อประกันกับเรา เขาก็เลยโทรมาบอกให้พี่นัดกุ๊กไปพบที่นั่น)

“แล้วพี่หมวยจะไม่มาเหรอคะ” ธิดาเริ่มเครียดขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าจะถูกทิ้งให้อยู่กับผู้ชายคนนี้ตามลำพัง

(ตอนแรกพี่ก็จะไปด้วยนั่นแหละ แต่ขับออกไปได้ครึ่งทางรถของพี่ก็ยางแบน พี่ก็เลยต้องตามช่างมาเปลี่ยน พอดีคุณฮั่นเขาโทรมาพี่ก็เลยบอกให้เขาไปคุยกับกุ๊กเอง เพราะพี่คงไปไม่ทันแล้ว เขาก็โอเค เดี๋ยวถ้าเจอเขาแล้วก็ลองคุยกับเขาดู ไม่ต้องกลัวเขาหรอก เขาแค่ยิ้มยากไปหน่อยเท่านั้นเอง แต่จริงๆ แล้วเขาใจดีมากนะ ถ้ากุ๊กพูดถูกใจเขาซื้อประกันกุ๊กหลายล้านแน่ พยายามเข้านะจ๊ะน้องสาว แล้วก็ขอโทษด้วยที่ผิดนัด)

“ค่ะ กุ๊กจะพยายาม” เธอตอบรับคำพูดปลอบใจนั้น รู้สึกห่อเหี่ยวไปทั้งหัวใจที่ต้องมาพูดเรื่องประกันกับผู้ชายที่เรียกได้ว่าเป็นคู่อริคนนี้ ครั้นจะบอกยกเลิกก็คงถูกเขาพูดจาส่อเสียดใส่อีกแน่ และที่สำคัญคือเธอไม่อยากปล่อยเงินก้อนใหญ่ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมให้หลุดมือ “พี่หมวยบอกว่าคุณอยากทำประกันกับฉันเหรอคะ”

“ฉันกำลังจะเป็นลูกค้าเธอนะยายโอลีฟ พูดจากับลูกค้าให้มันจริงใจกว่านี้หน่อยสิ”

“ฉันก็พูดดีสุดๆ แล้วนะคะ”

“โกหก เรียกเด็กเพิ่งหัดพูดมาฟังเด็กยังกลัวเลย น้ำเสียงเธอ หน้าตาเธอ มันบอกชัดเจนว่าไม่เป็นมิตร เป็นคนขายประกันได้ไงเนี่ย” หยางฮั่นหาเรื่องยียวนกวนประสาทหญิงสาวไม่เลิก เพราะรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นหน้าคมๆ นั้นงองุ้มเป็นจวัก

“สรุปมาเลยดีกว่าว่าคุณจะซื้อประกันกับฉันไหม ถ้าซื้อก็บอกมาว่าต้องการส่งปีละประมาณเท่าไหร่ ฉันจะได้แนะนำถูก” ตาลุงคนนี้ผีเจาะปากมาให้พูดหรือไง พูดออกมาแต่ละทีไม่เคยระรื่นหูบ้างเลย

“คุณเป็นคนขายประกัน คุณก็ควรแนะนำมาสิ อยากขายประกันตัวไหนให้ฉันก็แนะนำมาเลย แล้วฉันจะพิจารณาเองว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ” เขายักคิ้วใส่ใบหน้าปั้นปึ่ง

“ระดับคุณต้องตัวนี้ถึงจะเหมาะสมค่ะ” ธิดาเปิดแฟ้มไปที่หน้าวงเงินประกันสิบล้านบาทแล้วเริ่มอธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียดว่าผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับจากการทำประกันตัวนี้มีอะไรบ้าง และได้ผลกำไรตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์เมื่อครบอายุประกัน

“แล้วมีตัวไหนที่เหมาะกับหมิงเทียนเขาบ้าง ลองแนะนำมาสักตัวสิ วงเงินสักหนึ่งล้านบาทก็พอ” เมื่อฟังเธอพูดจบเขาก็ถามเผื่อให้ลูกน้องคนสนิท ที่กระสันอยากจะทำประกันกับเธอด้วยเหลือเกิน

“คุณจะทำให้เขาเหรอคะ”

“ทำไมล่ะ ไม่อยากได้เงินเหรอ”

ความจริงหมิงเทียนเพิ่งทำประกันชีวิตกับเธอไปเมื่อสามวันก่อนนี้เอง แต่ถ้าครั้งนี้เขาบอกว่าจะทำให้ฝ่ายนั้นอีกเธอก็จะขายให้อีกสักหนึ่งฉบับ เงินเยอะนักก็แบ่งๆ มาให้เธอใช้บ้างไรบ้าง แค่นี้ขนหน้าแข้งคงไม่ร่วงหรอก

“อยากสิ แต่สงสัยก็เลยถาม เพราะไม่ค่อยได้เจอเจ้านายใจดีแบบคุณสักเท่าไหร่ ส่วนมากก็ทำแต่ประกันอุบัติเหตุให้เท่านั้น”

“มีแต่เธอเท่านั้นแหละที่ไม่รู้ว่าฉันใจดี”

“ฉันกำลังรับรู้อยู่นี่ไงคะ เจ้านายผู้มีจิตใจกว้างขวางยิ่งกว่ามหาสมุทรอาร์กติก ฉันนับถือคุณจริงๆ เลยค่ะ”

“ปากเธอนี่ร้ายจริงๆ เลยนะยายโอลีฟ สงสัยอยากให้ฉันจูบซ้ำบ่อยๆ ถึงได้ขยันเหน็บแนมแบบนี้” นึกว่าเขาไม่รู้เหรอว่าอาร์กติกคือมหาสมุทรที่เล็กที่สุดในโลก ถึงได้กล้าเหน็บแนมใส่เขาแบบนี้

“บ้าสิ!” ดวงตาเรียวโตเบิกกว้าง ไม่คิดเลยว่าจะถูกชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันโน้มมาจูบปากเอาดื้อๆ ต่อหน้าคนมากมายในร้านกาแฟกลางห้างแบบนี้

“ทีนี้ก็สงบปากสงบคำได้แล้วใช่ไหม”

“ไอ้แก่ตัณหากลับนี่!” ตั้งสติได้เธอก็ด่าเขาดังลั่น หยิบแก้วชาเขียวที่เขาดูดจนแห้งแล้วปาใส่ด้วยความโมโห แล้วคว้ากระเป๋ากับแฟ้มวิ่งออกไปจากร้านทันที ก่อนที่น้ำตาเม็ดโตจะไหลออกมาให้เขาเห็น

หยางฮั่นได้สติก็รีบวิ่งตามหญิงสาวออกไป พร้อมกับนึกโมโหตัวเองที่ทำอะไรตามอำเภอใจจนเกิดเรื่อง อุตส่าห์นัดเธอมาเจอข้างนอกพร้อมกับณีรนารถ ก็เพราะกลัวตัวเองจะอดใจเอารัดเอาเปรียบปากจิ้มลิ้มนั้นไม่ได้ แต่สุดท้ายเขาก็ลืมตัวเมื่อได้เห็นปากนั้นขยับขึ้นลง เบะบ้าง เบ้บ้าง ยู่บ้างไม่หยุดหย่อน

“ยายโอลีฟหยุดก่อน เธอยังไม่ได้ให้ฉันเซ็นชื่อซื้อประกันเลยนะ.. สิบเอ็ดล้านเลยนะ” เขาตะโกนบอกหญิงสาวที่วิ่งอยู่ห่างกันเกือบสิบเมตร แต่แทนที่ระยะห่างจะสั้นลงมันกลับกลายเป็นไกลออกไปอีกเมื่อเธอซอยเท้าวิ่งเร็วขึ้น “กุ๊กหยุดวิ่งก่อนสิ ฉันขอโทษที่แกล้งเธอ”

ธิดาไม่สนใจเสียงตะโกนเรียกที่ดังไล่หลัง ซอยเท้าถี่ขึ้นพร้อมกับป้ายน้ำตาเพื่อไม่ให้มันบดบังการมองเห็น เมื่อพ้นประตูห้างออกมาก็รีบวิ่งไปหาแท็กซี่คันหน้าสุดที่จอดรอผู้โดยสาร

“พี่คะกดล็อกรถเลยค่ะ” เธอสั่งคนขับแท็กซี่และเขาก็ทำตามด้วยความตกใจอย่างรวดเร็วเหมือนกัน แล้วจึงบอกจุดหมายปลายทางแก่เขา

ก๊อกๆๆ

“กุ๊กลงมาก่อน ผมขอโทษ เรามาคุยกันดีๆ นะ”

“ไปเลยค่ะพี่ไม่ต้องไปสนใจ” เธอบอกกับคนขับแท็กซี่ที่ยังลังเล

“ครับ” โชเฟอร์ที่ราบสูงค่อยๆ เหยียบคันเร่งขับเคลื่อนออกไปอย่างใจเย็น เพื่อเปิดโอกาสให้ชายหนุ่มหน้าหล่อได้ตั้งหลัก

“โธ่เว้ย!” หยางฮั่นเท้าสะเอวอย่างหัวเสีย มองรถแท็กซี่ที่ขับออกไปอย่างหงุดหงิด จากนั้นจึงเดินกลับเข้าไปในห้างท่ามกลางสายตาของประชาชนนับร้อยอย่างไม่ใส่ใจ เพราะตอนนี้ในหัวสมองของเขามีแต่ภาพของหญิงสาวที่วิ่งหนีขึ้นรถแท็กซี่ไปเพียงคนเดียวเท่านั้น...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #41 pittanan (@pittanan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 00:53
    น่ารักดีนะคะ คู่นี้ 
    #41
    0