สุดสวาททาสหัวใจ เขียนโดย ณศิกมล

ตอนที่ 6 : 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 577
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 มี.ค. 56

เกือบครึ่งชั่วโมงต่อมาทั้งคู่ก็เดินทางออกจากบริษัทไปด้วยกัน ชายหนุ่มขับรถฝ่าการจราจรที่แออัดผิดปกติ จนไปถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งจึงเลี้ยวรถเข้าไป

            “ไม่ต้องเอาลงไปหรอก” เขาบอกกับหญิงสาวที่เอื้อมไปหยิบกระเป๋าใส่เอกสาร

            “ทำไมล่ะคะ”

            “เราจะลงไปกินข้าว ไม่ได้ลงไปหาลูกค้า พี่นัดกับลูกค้าตอนบ่ายสามโมงโน่น”

            “แล้วพี่เด่นรีบออกมาทำไมตอนนี้คะ” เธอมองนาฬิกาที่ยังไม่ถึงเวลาพักกลางวันด้วยซ้ำ

            “พี่ก็อยากเกงานเหมือนคู่อื่นเขาบ้างสิ”

            “พี่กับน้องนี่เหมือนกันทั้งคำพูดและการกระทำเลยนะคะ”

            “รู้ด้วยเหรอว่าพี่หมายถึงใคร”

            “ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ก็เห็นๆ กันอยู่” เธอย่นจมูกใส่เขาแล้วเปิดประตูลงจากรถ

            “เราจะกินอะไรกันดีล่ะ” เขาถือโอกาสจับมือเธอขณะกำลังจะข้ามถนนภายในลานจอดรถ

            “ให้หมวยเป็นคนเลือกเหรอคะ” เธอประสานมือกับมือใหญ่อย่างเต็มใจ

            “จ้ะ”

            “ถ้าอย่างนั้นเราไปเดินดูกันก่อนแล้วค่อยตัดสินใจดีกว่าค่ะ เพราะหมวยก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะทานอะไร” มืออีกข้างของเธอเอื้อมมาเกาะแขนเขาไว้อย่างเป็นธรรมชาติขณะคุย

            “ก็ดีเหมือนกัน” เขาจึงพาเธอไปที่ลิฟต์และกดขึ้นไปที่ชั้นสี่ ซึ่งเป็นชั้นที่มีร้านอาหารนานาชนิดให้เลือก

            “อาหารเวียดนามพี่เด่นทานได้ไหมคะ” เธอถามเขาหลังจากเดินครบทุกร้าน และกำลังเดินย้อนกลับไป

            “พี่กินได้ทุกอย่างแหละ หมวยพี่ก็กินได้นะถ้าจะให้พี่กิน” เขาก้มลงไปพูดใกล้ๆ เพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน  “ให้พี่กินหรือเปล่าล่ะ”

             

            “หมวยไม่ใช่อาหารนะคะ ไม่ใช่ขนมด้วย” เธอตอบออกไปอย่างขัดเขิน ไม่กล้าสู้สายตาแวววาวของเขาสักเท่าไหร่

            “อย่างหมวยต้องเป็นลูกอมจูปาจุ๊บส์ถึงจะถูก รู้ไหมทำไม”

            “เพราะมันมีหลายรสเหรอคะ” ยิ่งฟังเธอก็ยิ่งอาย แต่ก็อยากรู้คำตอบของเขา “แล้วอะไรล่ะ” เธอถามต่อเมื่อเขาส่ายหน้าว่าคำตอบของเธอผิด

            “เพราะพี่ชอบจูปาจุ๊บส์มาก จะดูดจะอมจะเลียก็อร่อยไปหมด” ดวงตาสีดำนิลขยิบใส่เธออย่างมีเสน่ห์ และคลี่ยิ้มกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของเธอเป็นสีแดงเรื่อ

            “เห็นท่าทางสุขุมไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนแบบนี้นะคะ” เธอแข็งใจต่อว่าเขาแล้วเดินเข้าไปในร้านอาหารเวียดนาม

            “พี่เป็นคนแบบไหนพูดดีๆ นะ” เขาก้มลงไปกระซิบที่หูของเธอเมื่อขยับเข้าไปนั่งติดกับเธอ

            “ทำไมไม่ไปนั่งฝั่งนั้นล่ะคะ”

            “ก็อยากนั่งใกล้แฟนบ้างอะไรบ้าง” เขายื่นหน้าเข้าไปหาเธอ “ไม่ได้เหรอ”

            “ก็นั่งให้มันดีๆ สิคะ” เธอเอนหน้าหนีพร้อมกับจับคางเขาแล้วดันออกห่าง “เลิกแกล้งแล้วก็สั่งอาหารได้แล้วค่ะ”

            ชายหนุ่มหัวเราะหึๆ ในลำคอและทำตามที่เธอบอก และช่วยกันเลือกอาหารตามคำแนะนำของพนักงานมาห้าจาน รอไม่ถึงยี่สิบนาทีอาหารทั้งหมดก็ถูกนำมาเสิร์ฟจนครบ จึงเริ่มลงมือรับประทาน

            “เพิ่งจะบ่ายโมง เราจะไปที่ไหนต่อดีคะ” เธอถามเขาเมื่อเดินออกมาจากร้าน  “มีอะไรเหรอคะ” และสงสัยเมื่อเห็นเขาเอาแต่จ้องหน้า

            “ถ้าพี่บอกแล้วจะยอมไปกับพี่ไหมล่ะ”

            แววตากรุ้มกริ่มกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากทำให้ใจของเธอเต้นรัว

            “จะไปห้องน้ำเหรอคะ” เธอแกล้งถามกลบเกลื่อน แล้วชี้ไปที่ทางเข้าห้องน้ำ “หมวยเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

            ปฏิวัติคลี่ยิ้มกว้างขณะมองตามด้านหลังเรือนร่างกลมกลึงที่เดินลิ่วๆ นำหน้าไปก่อน เธอคงคิดไปไกลถึงไหนต่อไหน ถึงได้ประหม่าขนาดนั้น เพราะความจริงเขาจะชวนเธอไปเลือกซื้อชุดทำงานใหม่ต่างหาก

            “ไปกันเลยไหม” ออกมาจากห้องน้ำเขาก็ถามเธอที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

            “ไปไหนคะ”

            “ไปที่ที่พี่อยากไปกับหมวยมากที่สุดไงล่ะ รีบไปเถอะพี่ทนรอไม่ไหวแล้ว” เขาจูงมือเธอแล้วเดินนำ แต่ก็ถูกเธอรั้งเอาไว้จึงเหลียวมอง “ส่ายหน้าทำไม”

            “หมวยไม่ไปนะคะ วันนี้หมวยยังไม่พร้อม ให้เวลาหมวยเตรียมตัวเตรียมใจอีกสักหน่อยนะคะ” เธอไปกับเขาไม่ได้เด็ดขาด เพราะวันนี้ชุดชั้นในเธอทั้งเก่าทั้งเชย ถ้าเขาเห็นเขาต้องรับไม่ได้แน่ๆ

            “แล้วเมื่อไหร่หมวยถึงจะพร้อมล่ะ” เขาถามสีหน้าละห้อย

            “เป็น..เป็น..”

            “เป็นอะไรหมวย ตอบมาเร็วๆ สิ หรือว่าหมวยไม่อยากไปกับพี่”

            “อาทิตย์หน้าได้ไหมคะ เดือนหน้าดีกว่าค่ะ เดือนหน้า.. เดือนหน้านะคะ ให้เวลาหมวยสักนิดนะคะพี่เด่น”

            เขาอยากหัวเราะออกมาดังๆ กับท่าทางเคร่งเครียดของเธอ แต่ในเมื่อเธออยากเข้าใจผิดและยินยอมพร้อมใจให้สัญญากับเขาเอง ถ้าเขาไม่รับไว้ก็คงต้องกินหญ้าแทนข้าว

            “พี่ยอมเพราะพี่รักหมวย และหวังว่าหมวยก็รักพี่เหมือนกัน คนรักกันเขาไม่ผิดสัญญากันหรอกนะ”

            “ค่ะ”

            “ยังมีเวลาเหลือเป็นชั่วโมง ไปช่วยพี่เลือกชุดทำงานหน่อยสิ” เขาเอาเรื่องที่ต้องการทำจริงๆ มาเป็นข้ออ้างคั่นเวลา แล้วจูงมือเธอด้วยหัวใจที่เป็นสุข นึกอยากให้เดือนหน้ามาถึงในเร็ววัน

            เขาพาเธอเดินไปถึงแผนกเสื้อผ้า และด่านแรกที่เห็นก็คือชุดชั้นในสตรีหลากหลายรูปแบบ รุ่นไหนที่มาใหม่ก็จะถูกโชว์อยู่ในหุ่นเพื่อดึงดูดความสนใจ บ้างก็แขวนเข้าชุดกันไว้หลากสี หลายขนาดให้เลือกซื้อ

            “พี่ชอบแบบนี้นะ เซ็กซี่เป็นบ้า”

            “ชุดผู้ชายอยู่ทางโน้นค่ะ” เธอทำเป็นไม่สนใจแล้วดันเขาให้เดินไป เมื่อเขายอมทำตามจึงหันกลับไปมองที่ชุดชั้นในที่เขาชี้ให้ดู และจดจำรายละเอียดของมันเอาไว้อย่างรวดเร็ว...

           

            เทย่ามองเพื่อนสนิทที่เอาแต่เลือกเนกไทเส้นแล้วเส้นเล่าอย่างเอาใจใส่มาสักพักใหญ่แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เส้นที่ถูกใจสักที ทั้งๆ ที่มันก็มีอยู่เพียงแค่ไม่มีกี่แบบ และมันก็คล้ายๆ กันเกือบทุกยี่ห้อ

            “เธอจะเลือกไปให้ใครเหรอเดีย พ่อเธอก็ไม่อยู่แล้วนี่” เธอเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

            “ฉันจะซื้อให้แฟนฉันสิ”

            “เธอมีแฟนด้วยเหรอเดีย ทำไมไม่แนะนำให้ฉันรู้จักบ้างเลย ฉันนึกว่าเธอยังโสดซะอีก” เทย่าถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

            “เขาไม่อยากให้ฉันเปิดเผย เราก็เลยตกลงว่าจะคบกันเงียบๆ”

            “ร้ายนะยะ แล้วคบกันมานานเท่าไหร่แล้วล่ะ”

            “เป็นปีแล้วแหละ”

            “ใครเหรอ ฉันรู้จักหรือเปล่า”

            “เธอคงไม่รู้จักเพราะเขาไม่ใช่ลูกหลานตระกูลไฮโซระดับประเทศ”

            “แล้วรวยไหมล่ะ”

            “จากข้อมูลเท่าที่รู้มาก็ระดับร้อยล้าน”

            “แม่เจ้า! แค่นั้นก็ไม่ธรรมดาแล้วย่ะ หล่อนนี่โชคดีจริงๆ เลยนะ ถ้าเจอแบบนั้นก็แนะนำให้เพื่อนคนนี้บ้างสิ”

            “น้องชายเขารวยกว่าเขาเป็นสิบเท่า แต่ได้ข่าวว่าเพิ่งสละโสดไปเมื่อเดือนสองเดือนนี้เอง”

            “เสียดายเป็นบ้า น่าจะรู้เร็วกว่านี้สักหน่อย แต่ฉันก็ไม่แคร์หรอกนะ มีเมียแล้วก็เอาได้”

            “อย่าฝันเฟื่องไปหน่อยเลยเทย่า ผู้ชายเขาคงไม่เอาแกหรอก เพราะสายของฉันบอกว่าเขาชอบผู้หญิงเรียบร้อย และเขาก็รักเมียเขามากๆ ขนาดอยู่ในที่ทำงานยังจูบเมียจนปากเจ่อแทบทุกครั้งที่เจอเธอ” ลิเดียบอกกับเพื่อนสนิทตามที่ได้ข้อมูลมาจากธิดา แต่ยังไม่ละสายตาจากเนกไท

            “โรแมนติกเป็นบ้าเลยว่ะ” เทย่าตาโตเป็นประกายแล้วมองไปรอบๆ และสายตาของเธอก็ไปเจอกับคู่รักคู่หนึ่ง ที่กำลังช่วยกันเลือกซื้อเสื้อเชิ้ตแขนยาว “ผู้หญิงคนนั้นโคตรน่ารักเลยว่ะเดีย เมียเด็กซะด้วยสิ แบบนี้ผู้ชายหลงตายเลยแก”

            “ขนาดนั้นเชียว” ลิเดียไม่คิดที่จะมองด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าคงเป็นเสี่ยแก่ๆ หุ่นลงพุงที่ชอบควงนักร้อง นักศึกษา

            “ผู้ชายก็โคตรหล่อเลยว่ะ มาดดีชิบเป๋ง หุ่นแมนโคตรๆ ถ้าฉันเป็นอีหนูคนนั้นฉันคงละลายเพราะสายตาของเขาแน่”

            “ไหนขอดูหน่อยซิว่าหล่อแค่ไหนกันเชียว” คำพูดชวนเชื่อของเพื่อนทำให้ลิเดียต้องละสายตาจากเนกไทแล้วมองตาม “หล่อสู้แฟนฉันได้หรือปะ..”

            “ไงล่ะแก ถึงกับอึ้งเลยเหรอ” เทย่าเยาะเย้ยเพื่อนสนิทที่พูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ โดยไม่ยอมละสายตาไปจากคู่รักคู่นั้น

            “เดี๋ยวฉันมานะ” ลิเดียรีบเดินหนีจากเพื่อนรักก่อนที่น้ำตาจะล้นทะลักออกมาให้เธอเห็น ตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำและปิดประตูขังตัวเองเอาไว้ แล้วน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็ไหลรินมาเป็นทาง เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งหัวใจกับภาพบาดตาที่เห็น

            “เดียอยู่ในห้องน้ำหรือเปล่า” เทย่าเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วลองเรียกหาเพื่อนสนิทที่หายไปนาน “เดีย.. หายไปไหนของมันวะ” เธอตัดสินใจเดินออกไปเมื่อไม่มีการตอบรับ

            “ย่า” ลิเดียเปิดประตูออกมาหลังจากเช็ดน้ำตาเรียบร้อยแล้ว

            “แกไปทำอะไรอยู่ในนั้นตั้งนาน.. แกร้องไห้เหรอเดีย”

            “เปล่า ฉันหยอดน้ำตาเทียมเพราะตามันแห้งต่างหาก”

            “เห็นแกหายมานานนึกว่าเป็นอะไรซะอีก จะไปเลือกซื้อเนกไทให้ผัวแกต่อไหม”

            “ไม่ซื้อแล้ว ฉันปวดหัวมาก อยากกลับบ้านมากกว่า แกจะเดินต่อก็ได้นะ” เธอปฏิเสธเพราะไม่อยากไปเจอภาพบาดตาบาดใจของเขากับผู้หญิงคนนั้น

            “เอาอย่างนั้นก็ได้ แกขับรถไหวใช่ไหม”

            “สบายมาก ขอโทษด้วยนะที่ต้องทิ้งแกให้เดินคนเดียว”

            “ไม่เป็นไรกลับไปพักผ่อนเถอะ โทรไปอ้อนผัวให้มาฉีดยาให้ด้วยล่ะ จะได้หายไวๆ” เทย่าทำตาเป็นประกายล้อเลียนเพื่อนรัก หลังจากนั้นทั้งสองคนก็แยกย้ายจากกัน...

 

            เกือบๆ บ่ายสามโมงปฏิวัติและณีรนารถก็มาถึงโกดังที่นัดหมาย และได้รับโทรศัพท์จากลูกค้าว่าจะเดินทางมาถึงช้ากว่ากำหนดประมาณครึ่งชั่วโมง เพราะเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวกันนิดหน่อย กำลังรอให้ประกันมาจัดการอยู่ ทั้งคู่จึงเข้าไปสำรวจในโกดังที่ผู้ดูแลมาเปิดประตูไว้ให้แล้ว

            “ข้างในนี้กว้างมากเลยค่ะ ไม่ร้อนด้วย”

            “ตอนนี้มันยังโล่งไง แต่ถ้าเขาเอาของมาเก็บแล้วอาจจะร้อนก็ได้ ไปดูด้านนั้นกันดีกว่า” เขาชวนเธอไปทางด้านหลังของโกดัง “คุณหยางบอกว่าจะต่อเติมทำห้องพักผ่อนเพิ่มอีกห้องทางนี้ พี่ว่าเขาต้องทำห้องเอาไว้เล่นไพ่กันแน่ๆ”

            “เขาเล่นกันเก่งเหรอคะ”

            “จากที่รู้ๆ มาพวกนี้เขาชอบเล่นมาก ว่างไม่ได้ ว่างแล้วต้องเล่น เล่นกันเป็นจริงเป็นจังด้วยนะ”

            “แล้วตำรวจไม่จับเหรอคะ”

            “คงจับยากหน่อยนะ เพราะเขาเล่นเฉพาะพวกเขาเอง”

            “แล้วพี่เด่นรู้สึกยังไงบ้างคะ”

            “จะให้พี่ทำอะไรได้ล่ะ ในเมื่อเขาเช่าเราไปแล้ว แต่ถ้าเรื่องมันเดือดร้อนถึงเรา เราก็แค่เอาหลักฐานสัญญาเช่าไปยืนยันกับตำรวจว่าเราไม่เกี่ยวข้อง ระวัง!” เขาร้องเตือนเมื่อเห็นกำลังจะเหยียบโดนท่อพีวีซีท่อนหนึ่ง แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว จึงรีบคว้าร่างที่เสียหลักเอาไว้ในอ้อมแขน

            “ขอบคุณค่ะ” ความตกใจทำให้เธอลืมตัวกอดเขาไว้แน่น

            ชายหนุ่มมองใบหน้างามตรึงใจที่เงยขึ้นมามองในระยะใกล้ๆ ด้วยหัวใจที่เต้นแรง และโน้มลงไปหาตามที่หัวใจเรียกร้อง ประกบจูบลงไปบนกลีบปากนุ่มที่เคลือบไว้ด้วยลิปกลอสรสหวาน

            “หวานจัง” และแตะจมูกลงบนกลีบปากของเธออีกหนึ่งที “หอมด้วย”

            หญิงสาวรีบเบี่ยงหน้าหนีเมื่อเห็นเขามองที่ปากของตนและโน้มหน้าลงมาอีกรอบ รีบปล่อยมือที่โอบกอดเขาไว้แล้วดันแผ่นอกกว้างนั้นไว้

            “อย่าเอาเปรียบหมวยแบบนี้สิคะ”

            “ถ้าอย่างนั้นก็เอาคืนไปสิ” เขารัดเธอแน่นขึ้นแล้วยื่นปากให้

            “ไม่เอาหรอกค่ะ หมวยยอมให้ก็ได้ ปล่อยหมวยสิคะ”

            “ขอจูบอีกทีหนึ่งก่อนแล้วจะยอมปล่อย”

            “ไม่เอาหรอกค่ะ เดี๋ยวปากหมวยช้ำ”

            “ไม่ให้ก็ไม่ปล่อย จะกอดอยู่แบบนี้จนกว่าคุณหยางจะมา” เขาโอบรัดเธอแน่นขึ้นอีก

            “ก็ได้ค่ะ แต่สัญญาต้องเป็นสัญญานะคะ”

            “สัญญาจ้ะ” เขารับปากแล้วก้มลงจูบเธอทันที ครั้งนี้เขาไม่ได้จูบฉาบฉวยเหมือนครั้งแรก แต่บรรจงจูบอย่างดูดดื่มและเร่าร้อน ค่อยๆ แทรกซอนปลายลิ้นเข้าไปในช่องปากของเธอแล้วสำรวจความหวานล้ำอย่างนุ่มนวล

            จูบที่แสนเร่าร้อนของเขาทำให้ขนกายของหญิงสาวลุกซู่ไปทั่วเรือนร่าง ใจเต้นรัวยิ่งกว่าวิ่งแข่งระยะไกล หายใจหายคอแทบไม่ทั่วท้อง นิ้วมือทั้งสิบจับแน่นอยู่กับต้นแขนแน่นตึง แล้วค่อยๆ เข้าสู่โหมดความเคลิบเคลิ้ม เคลื่อนมือขึ้นไปกอดไหล่ เบียดกายกระแซะแนบกับแผ่นอกกว้าง เรียวลิ้นที่ตอบโต้อย่างเก้ๆ กังๆ เริ่มลื่นไหลไปได้คล่อง เพราะอาศัยการเรียนรู้จากเขานั่นเอง

            ติ๊ดๆ...

            ณีรนารถได้สติเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น พยายามจะผละริมฝีปากออกแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ จึงเบี่ยงหน้าหนีไปด้านข้าง ทำให้ปากกับจมูกของเขาเลื่อนไปที่ซอกคอแทน

            “รับโทรศัพท์ก่อนสิคะพี่เด่น” เธอพยายามปัดป้องความสยิวอันใหม่

            “พี่ไม่อยากทำอย่างอื่นแล้วตอนนี้” เขามองเรียวปากอวบอิ่มที่ดูบวมฉ่ำนิดๆ เพราะถูกดูดเอาไว้อย่างหลงใหล

            “ไม่ได้นะคะ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้า รับโทรศัพท์ก่อนนะคะ”

            ปฏิวัติตัดใจละใบหน้าจากซอกคอระหง แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากเธอ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายแบบไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก

            “ปฏิวัติครับ.. ครับคุณหยาง.. โอเคครับเดี๋ยวเจอกัน” เขากดวางสายแล้วมองอาหารจานโปรดในวงแขนอย่างหิวกระหาย “มาต่อกันดีกว่า”

            “ไม่นะคะ พี่เด่นสัญญาแล้วนะ” เธอรีบยกมือปิดปากแล้วส่ายหน้าปฏิเสธด้วยความรู้สึกเก้อเขิน

            “พี่ก็ไม่ได้ผิดสัญญานี่ เมื่อกี้พี่ยังจูบไม่ครบหนึ่งทีเลยนะ แต่หมวยบอกให้พี่รับโทรศัพท์ก่อนเองนะ พี่ก็เลยต้องหยุดกลางคัน”

            “พี่เด่นอย่าขี้ตู่แบบนี้สิคะ พี่เด่นจูบจนปากหมวยบวมไปหมดแล้วเห็นไหม” เธอเอามือออกแล้วให้เขาดู

            “แบบนี้ต้องประคบให้หายบวม” เขาโน้มหน้าลงไปใหม่

            ติ๊ดๆ...

            แต่โทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดันมาดังขัดความสุขขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าระรื่นจึงเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดขึ้นมาทันที แต่ก็หยิบขึ้นมากดรับสาย

            “ปฏิวัติครับ..” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คลายแขนที่โอบกอดหญิงสาวออกแล้วเดินห่างออกไป “คงไม่ได้หรอกครับเพราะผมกำลังทำงานอยู่ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”

            (เดียมีปัญหากับเพื่อนค่ะ เราทะเลาะกันรุนแรงมาก เดียไม่รู้จะปรึกษาใครดีนอกจากคุณเด่น มาหาเดียหน่อยนะคะ ตอนนี้เดียเครียดมากอยากจะตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยค่ะ)

            “ใจเย็นๆ นะครับคุณเดีย เสร็จธุระแล้วผมจะรีบไปหานะครับ” เขาปลอบใจหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายอย่างอ่อนโยน เพราะกลัวเธอจะบุ่มบ่ามทำอย่างที่พูด “ตอนนี้คุณเดียอยู่ที่ไหนครับ”

            (อยู่ระหว่างทางกลับบ้านค่ะ เดียไม่มีแรงจะขับรถแล้วค่ะ)

            “ถ้าอย่างนั้นคุณเดียหาที่จอดรถแล้วนั่งแท็กซี่กลับบ้านนะครับ รอผมอยู่ที่บ้านห้ามไปไหน เสร็จธุระทางนี้แล้วผมจะรีบไปหาตกลงไหมครับ” เขายิ่งรู้สึกกังวลใจเมื่อเธอร้องไห้หนักกว่าเดิม ไม่รู้ตัวเลยว่าเป็นเพราะคำพูดห่วงใยของเขานั่นแหละที่ไปสะกิดต่อมน้อยใจของเธอ

            (คุณเด่นต้องมาจริงๆ นะคะ อย่าหลอกให้เดียดีใจนะคะ เดียไม่เหลือใครแล้วตอนนี้นอกจากคุณเด่นคนเดียว ถ้าคุณเด่นหลอกเดียอีกคนเดียก็ไม่อยากหายใจอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้วค่ะ)

            “จริงสิครับ ผมไม่โกหกหรอก ผมเป็นห่วงคุณเดียมากนะ รอผมนะครับ” เขาพยายามปลอบประโลม

            (ค่ะ เดียจะรอกรี๊ดดดด..)

            “คุณเดีย!.. คุณเดียครับ!..” ปฏิวัติรู้สึกร้อนรนจนอยู่ไม่สุขเพราะเสียงกรีดร้องของเธอก่อนที่สัญญาณจะขาดหายไป พยายามต่อสายหาเธอแต่ก็ติดต่อไม่ได้

            “เกิดอะไรขึ้นเหรอคะพี่เด่น” ณีรนารถได้ยินเขาตะโกนเรียกชื่อคุณเดีย และเห็นท่าทางกระวนกระวายใจของเขาก็ถามด้วยความเป็นห่วง

            “พี่มีเรื่องด่วนต้องรีบไปจัดการ หมวยอยู่รอต้อนรับคุณหยางที่นี่นะ เดี๋ยวพี่จะโทรคุยกับคุณหยางระหว่างทางเอง พี่ไปก่อนนะ” เขาเป็นห่วงลิเดียจนลืมถามความสมัครใจของคนรัก ทิ้งให้เธอรอคอยลูกค้าเพียงลำพังแล้วรีบจากไป...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #25 tanya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2556 / 13:01
    คุณเด่นอายุจนปูนนี้แล้วยังไม่รู้เท่าทันมารยาหญิงอีกหรือคะ

    อ่อนไปป่ะเพ่
    #25
    0
  2. #6 hakuron (@hakuron) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 14:19
    เฮ้อ! สุดท้ายก็พลาดหลงกลมารยาหญิงจนได้...
    #6
    0
  3. #5 silk19 (@silk19) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 13:13
    คุณเด่นทำอย่างนี้หมายความว่างัยล่ะ หมวยเชิดใส่ไปเถอะ
    #5
    0