สุดสวาททาสหัวใจ เขียนโดย ณศิกมล

ตอนที่ 7 : 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 600
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 มี.ค. 56

ลิเดียโยนโทรศัพท์ที่ดังอย่างต่อเนื่องไปที่เบาะว่างด้านข้าง แล้วนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้นจนหนำใจจึงปาดน้ำตาที่หลั่งรินให้แห้งเหือด และขยี้ตาแรงๆ ให้บวมช้ำยิ่งกว่าเดิม แล้วจึงหยิบโทรศัพท์ที่ส่งเสียงร้องอีกครั้งมากดรับสาย

            (เกิดอะไรขึ้นครับคุณเดีย คุณทำให้ผมตกใจมากรู้ไหมครับ)

            “เดียตกใจเพราะเกือบชนถูกคนข้ามถนน โชคดีที่เดียเบรกทัน แต่เดียก็ต้องลงไปขอโทษเขาค่ะ เดียขอโทษนะคะที่ไม่ได้รับสายคุณ” เธอร้องไห้และทำเสียงสั่นคล้ายคนขวัญเสีย

            (ตอนนี้คุณอยู่ตรงไหนครับ)

            “เดียอยู่ใกล้ปากซอยนราธิวาสยี่สิบสี่ค่ะ ใกล้ถึงบ้านแล้วค่ะ”

            (คุณเดียรอผมอยู่ตรงนั้นนะครับ ห้ามขับรถเด็ดขาด ผมจะรีบไปหาคุณเดียเดี๋ยวนี้แหละ)

            “คุณเด่นไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ ทำงานให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาก็ได้ แค่นี้เดียก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว” หัวใจของเธอพองโตคับอกเมื่อรู้ว่าเขากำลังเดินทางมาหาตน แต่ก็ยังพูดใส่จริตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

            (ผมจะเห็นงานสำคัญกว่าคุณได้ยังไงครับ คุณกำลังมีปัญหาแบบนี้ผมทิ้งคุณไว้คนเดียวไม่ได้หรอก ผมกำลังขับรถไปหาคุณนะครับ รอผมหน่อยนะ)

            “คุณเด่นเป็นห่วงเดียจริงๆ เหรอคะ ไม่ได้หลอกให้เดียดีใจเล่นใช่ไหมคะ”

            (ผมจะหลอกคุณเดียทำไมครับ ผมเป็นห่วงคุณเดียมากนะครับ)

            “เดียไม่น่าทำตัวเป็นภาระกับคุณเลยค่ะ เดียขอโทษนะคะ” เธอร้องสะอื้นด้วยความตื้นตันใจกับคำพูดห่วงใยของเขา

(ผมเต็มใจ คุณเดียอย่าคิดมากสิครับ)

“เดียไม่เหลือใครแล้วนี่คะคุณเด่น จะไม่ให้เดียคิดได้ยังไง”

(คุณเดียยังมีผมนะครับ)

“อีกหน่อยคุณเด่นก็จะทิ้งเดียไปอีกคนเหมือนกัน เดียรู้ดีค่ะ”

(ถ้าผมทิ้งคุณเดียผมก็คงไม่รีบไปหาแบบนี้หรอกครับ ใจเย็นๆ นะครับ รอผมอยู่ในรถห้ามไปไหนเด็ดขาด แค่นี้ก่อนนะครับ)

“รีบมานะคะคุณเด่น”

(ครับ)

“เดียรักคุณค่ะ” เธอรอให้เขากดวางสายแล้วจึงพูดประโยคสุดท้ายลงไป...

 

หยางฮั่นก้าวลงจากรถเมื่อคนขับรถเปิดประตูให้ เหลียวไปมองเลขาสาวที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลังเล็กน้อย

“ไหนล่ะเจ้าหน้าที่ของคุณเด่น” เขาถามอย่างไม่ค่อยพอใจนัก เพราะรู้สึกเคืองฝ่ายนั้นที่ไม่ให้ความสำคัญกับตน “แทนที่จะมายืนรอต้อนรับ กลายเป็นเราต้องมารอเขาอีกเหรอ แย่จริงๆ”

“สวัสดีค่ะ”

เสียงทักทายสดใสเป็นภาษาจีนที่ดังมาจากทางเข้าทำให้ผู้มาเยือนทั้งสามหันไปมอง โดยเฉพาะเจ้าของดวงตาเรียวรีเหมือนตาเหยี่ยว ที่ซ่อนอยู่ในกรอบแว่นตากันแดด มองหญิงสาวรูปร่างเล็กแต่ดูสมบูรณ์แบบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยหัวใจที่เต้นรัว แล้วจึงถอดแว่นออกเมื่อเธอเดินใกล้เข้ามา

“สวัสดีค่ะคุณหยาง” ณีรนารถเดินเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับรอยยิ้ม ยกมือไหว้ชายหนุ่มบุคลิกดีไร้ที่ติทั้งรูปร่างและหน้าตา และทักทายผู้ติดตามทั้งสองคนของเขาด้วยเช่นกัน “ขอโทษนะคะที่ไม่ได้อยู่ต้อนรับ แต่คิดว่าตอนเดินตรวจโกดังคุณอาจจะหิว ฉันก็เลยออกไปซื้อน้ำเตรียมไว้ให้ค่ะ” เธอหยิบน้ำชาเขียวส่งให้ผู้ติดตามเขาคนละขวดพร้อมกับหลอด ส่วนของเขาเธอบริการเปิดให้พร้อมแล้วค่อยยื่นให้

“ขอบคุณ” หยางฮั่นรับน้ำชาเขียวมาจากหญิงสาว และดูดไปอึกใหญ่เมื่อเห็นเธอมองอย่างมีความหวัง เขารีบสวมแว่นกลับไปบนใบหน้าเมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจของเธอ

“เรื่องสัญญาเช่า” เลขาของหยางฮั่นหยุดพูดเมื่อเห็นเจ้านายทำสัญญาณมือ

หลังจากได้รับโทรศัพท์จากปฏิวัติเขาก็พูดกับเลขาทันทีว่าจะไม่เช่าโกดังแห่งนี้ และให้ติดต่อหาที่ใหม่โดยเร็วเพื่อให้ทันกับสินค้าที่ลงเรือมาแล้ว แต่เขาก็ต้องเปลี่ยนใจอีกครั้งเพราะเธอคนนี้

“พาผมเดินสำรวจรอบๆ หน่อยได้ไหม”

“ได้ค่ะ..” ณีรนารถตอบรับแล้วมองเขาอย่างสนใจมากขึ้น “คุณพูดภาษาไทยได้ด้วยเหรอคะ”

“คุณก็พูดภาษาจีนได้เหมือนกัน” เขาไม่ตอบแต่ย้อนถาม และทำสัญญาณห้ามไม่ให้เลขาเดินตามมา

“พ่อแม่ฉันเป็นคนจีนค่ะ เรามีญาติพี่น้องอยู่ที่ประเทศจีนเหมือนกันค่ะ พ่อกับแม่ฉันจะไปเยี่ยมพวกเขาทุกปี” เธอไม่ได้คุยอวดแต่คิดว่าการคุยแบบนี้จะทำให้รู้สึกเป็นกันเองมากขึ้น และการเจรจาก็จะง่ายขึ้นเพราะมีพื้นเพมาจากถิ่นฐานเดียวกัน

“พ่อแม่คุณมาจากมณฑลไหน”

“ปู่ฉันมาจากไห่หนาน เมืองวั่นหนิงค่ะ แต่พ่อฉันเกิดที่ประเทศไทย ส่วนแม่ฉันเป็นรุ่นทวดที่อพยพมาจากซานตง ท่านก็เลยไม่รู้จักกับญาติๆ ที่ประเทศนั้นเลยค่ะ ที่ไปเยี่ยมอยู่ทุกปีก็คือญาติทางพ่อค่ะ”

“ครอบครัวแม่คุณคงมีฐานะดีกว่าครอบครัวพ่อคุณสินะ”

“คุณทราบได้ยังไงคะ”

“ผมทายถูกใช่ไหมล่ะ”

“ใช่ค่ะ แม่บอกว่าครอบครัวแม่ไม่ยอมรับพ่อฉันที่จนมาก บังคับให้พวกท่านเลิกกัน แต่แม่ก็ไม่เลิกและตัดสินใจหนีตามพ่อมาสร้างฐานะกันเองค่ะ” เธอเล่าอย่างภาคภูมิใจในความรักของบุพการี ไม่ได้รู้สึกว่าการกระทำของมารดานั้นเป็นสิ่งที่น่าอับอาย “แล้วคุณหยางทราบได้ยังไงคะ”

“ผมเดาจากมณฑลที่บรรพบุรุษคุณอาศัยอยู่ ซานตงจัดว่าเป็นมณฑลที่รวยเป็นอันดับหนึ่งในสามของจีนเลยนะ” เขาเดินคุยกับเธอไปเรื่อยๆ แทบจะไม่สนใจกับบริเวณรอบๆ ของโกดัง

“สมัยทวดฉันคงไม่ได้มั่งคั่งเหมือนสมัยนี้ ไม่งั้นท่านคงไม่อพยพมาที่เมืองไทยหรอกค่ะ”

“เมืองไทยน่าอยู่กว่าประเทศจีนเยอะ ทุกวันนี้คนจีนก็ยังอพยพมาอยู่เมืองไทยกันเยอะแยะ มีทั้งผิดกฎหมายและถูกกฎหมาย”

“ใช่ค่ะ ไม่มีที่ไหนน่าอยู่เท่าประเทศไทยของเราอีกแล้ว” เธอยอมรับอย่างภาคภูมิใจอีกครั้ง

ชายหนุ่มคลี่ยิ้มกว้าง มองใบหน้าสวยใสนั้นไม่วางตา รู้สึกถูกชะตาถูกใจไปทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอ

“คุณเป็นสาวหมวยที่สวยกว่าสาวหมวยมากๆ รู้ตัวบ้างไหม ฟ่านปิงปิงยังสวยสู้คุณไม่ได้เลย”

“ถ้ามันเป็นคำชมที่มาจากใจจริงฉันก็ขอรับไว้ค่ะ แต่อย่าเอาฉันไปเทียบกับฟ่านปิงปิงเลยนะคะ ฉันคิดว่าประโยคนี้ของคุณหยางไม่จริงใจพอค่ะ” เธอกลั้วหัวเราะขณะมองหน้าเขา

“ผมจริงใจนะ ฟ่านปิงปิงเขาพัฒนาความสวยด้วยมีดหมอ เขารู้กันทั้งประเทศจีน ผมถึงว่าเขาสวยสู้คุณไม่ได้ไง เพราะคุณไม่น่าจะเป็นเหมือนเธอ”

“ฉันสวยมาตั้งแต่อยู่ในท้องแล้วค่ะ”

คำตอบอันเฉียบแหลมของเธอทำให้หยางฮั่นปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นด้วยความชอบอกชอบใจ การเดินสำรวจโกดังเกือบชั่วโมงครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนข้ออ้างที่ทำให้เขาได้รู้จักกับเธอมากขึ้น

“เรื่องสัญญาเอาไว้ผมจะนัดคุยกับคุณหมวยอีกทีก็แล้วกันนะครับ บอกตามตรงว่าวันนี้ผมตั้งใจจะยกเลิกทุกอย่างด้วยซ้ำ เพราะไม่พอใจการกระทำของคุณปฏิวัติมาก แต่โชคดีที่ได้มาเจอกับคุณ ผมก็เลยจะกลับไปทบทวนรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งก่อน หวังว่าคุณจะเข้าใจผม”

“ฉันเข้าใจค่ะ ถ้าอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมหรือไม่พอใจตรงไหนก็โทรมาหาฉันได้นะคะ”

“ปรึกษาได้สี่ยิบสี่ชั่วโมงเลยหรือเปล่าครับ” เขาถามยิ้มๆ ขณะที่เก็บนามบัตรของเธอใส่กระเป๋าเงิน ไม่ได้ยื่นให้เลขาเหมือนเอกสารฉบับอื่น

“ด้วยความยินดีค่ะ”

“ลาก่อนครับ” เขาโค้งศีรษะให้เธอเล็กน้อยแล้วเข้าไปนั่งในรถที่คนขับเปิดประตูรอไว้แล้ว

“สวัสดีค่ะ ขอให้โชคดีนะคะ” เธอไหว้ลาเขาและผู้ติดตามทั้งสอง ยืนส่งจนรถเคลื่อนตัวห่างออกไปจึงเดินออกจากโกดังเพื่อให้ยามตามรถแท็กซี่ให้

คิ้วเข้มเรียวยาวของหยางฮั่นขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย เมื่อไม่เห็นรถยนต์จอดอยู่บริเวณโกดังแม้แต่คันเดียว จึงเหลียวหลังกลับไปมองให้แน่ใจ

“หยุดรถก่อน” เขาออกคำสั่งเมื่อเห็นหญิงสาวเดินเขย่งเท้าอยู่ไกลๆ ตามทางที่รถวิ่งออกมา และสรุปว่าเธอคงมาพร้อมกับเจ้านายที่มีธุระด่วนต้องกลับไปก่อน “ถอยรถกลับไปหาเธอ”

ณีรนารถหยุดเดินและยืนอยู่กับที่เมื่อเห็นรถของลูกค้าถอยหลังกลับมา ก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้มองเห็นคนที่กำลังเปิดกระจกให้ชัดขึ้น

“ลืมอะไรเหรอคะ”

“ลืมถามว่าคุณจะกลับยังไง”

“อ๋อ เดี๋ยวฉันจะให้ยามขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งที่หน้าปากซอยค่ะ ฉันบอกกับเขาไว้แล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นก็กลับด้วยกันสิ” เขาเปิดประตูให้เธอแล้วขยับเข้าไปด้านใน

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณคุณหยางมากๆ นะคะ” เธอปิดประตูกลับที่

“ผมรู้นะว่าคุณเจ็บเท้า มันทำให้ผมรู้สึกผิดมากเลยนะที่ให้คุณพาเดิน ให้ผมมีส่วนรับผิดชอบนะครับ... เรายังมีเรื่องงานต้องคุยกันอีกนะครับ อย่าให้เรื่องนี้ทำให้เราผิดใจกันเลยนะครับ” เห็นเธอยังอ้ำอึ้งจึงเอาเรื่องงานมาอ้าง และมันก็ใช้ได้ผลดีเยี่ยม

“ขอบคุณคุณหยางมากๆ เลยค่ะ ฉันเกรงใจคุณจริงๆ นะคะ เจ้านายของฉันทำให้คุณไม่พอใจแล้วคุณก็ต้องมาเดือดร้อนเพราะฉันอีก”

“เจ้านายของคุณกับคุณมันคนละส่วนกัน อย่าเหมารวมสิครับ” เขาส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอ “แต่ผมถามได้ไหมว่าเจ้านายคุณเขามีธุระด่วนเรื่องอะไร”

“ฉันไม่ทราบเหมือนกันค่ะ” เธอเองก็ยังแคลงใจอยู่เหมือนกัน เพราะโทรศัพท์จากคนที่เขาเรียกว่าคุณเดียนั้นสามารถทำให้เขาถึงกับกล้าทิ้งเธอไว้เพียงลำพัง ทั้งๆ ที่เขาเพิ่งจูบเธอด้วยซ้ำ

“ถ้าเจ้านายคุณมีภรรยา ผมก็อาจจะสงสัยว่าภรรยาเจ็บท้องคลอดลูก หรือมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นกับภรรยาหรือลูกของเขานะ เขาถึงได้กล้าทิ้งคุณไว้คนเดียวแบบนี้ เขาคงไม่ได้แอบมีภรรยาไว้หรอกนะ”

“คงไม่ใช่หรอกค่ะ” เธอคลี่ยิ้มตามเขา แต่ในใจนั้นไม่รู้สึกตลกกับคำเหน็บแนมนั้นด้วยสักนิด

“เท้าคุณเป็นยังไงบ้าง” เขาเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของเธอ เพราะคิดว่าเธอคงไม่อยากพูดเรื่องของเจ้านาย

“ไม่เป็นไรนี่คะ” เธอปฏิเสธแล้วขยับเท้าชิดกันมากขึ้น

“คุณโกหกไม่เก่งเลยนะ สารภาพมาซะดีๆ” เขาทำตาดุใส่เธอเหมือนเธอเป็นเด็กหญิงตัวน้อย

“แค่ร้องเท้ากัดนิดหน่อยเองค่ะ คือฉันไม่รู้ว่าต้องตามเจ้านายมาที่นี่ด้วย ก็เลยใส่รองเท้าคู่ใหม่มาทำงานค่ะ” นอกจากใหม่แล้วมันยังเป็นส้นสูงถึงหกนิ้วอีกต่างหาก เพราะอยากใส่เพื่อกลบปมด้อยเรื่องส่วนสูงที่มีอยู่น้อยนิดนั่นเอง

“ขอผมดูแผลหน่อยได้ไหม”

“ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้เด็ดขาด” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่คนระดับเขาจะลดตัวมาดูแผลที่เท้าให้ตน

“โอเค ไม่ดูก็ไม่ดู” เขายอมแพ้อย่างง่ายดาย “ขับรถไปที่โรงพยาบาลก่อนนะหมิง”

“ครับเฮีย”

“ไปโรงพยาบาลทำไมคะ ถ้าจะไปเพราะเรื่องเท้าของฉันไม่ต้องไปนะคะ ฉันกลับไปล้างน้ำเกลือที่บ้านแล้วใส่ยาฆ่าเชื้อก็หายแล้วค่ะ”

“ขอผมคุยโทรศัพท์สักครู่นะครับ” ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาพอดีโชว์ให้เธอดูแล้วจึงกดรับสาย

หญิงสาวจำเป็นต้องปิดปากเงียบ และฟังการสนทนาระหว่างเขากับเพื่อนไปตลอดเส้นทางจนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าไปในโรงพยาบาล เขาจึงบอกวางสายแล้วพาเธอลงจากรถ...

“คุณไม่ควรใส่รองเท้าสูงขนาดนี้นะครับ” คุณหมอเตือนหญิงสาวที่พยาบาลกำลังล้างแผลใส่ยาให้ และพูดถึงโทษที่จะได้รับจากการสวมใส่ พร้อมกับให้คำแนะนำที่เหมาะสมแก่เธอ

“หมวยก็ไม่ได้อยากใส่หรอกค่ะคุณหมอ แต่หมวยเตี้ยนี่คะ หมวยก็เลยต้องใส่กลบปมด้อยของตัวเอง” เธอเถียงหน้าละห้อย

“ไม่เห็นเตี้ยตรงไหนเลย รูปร่างคุณดูสมส่วนแล้วก็น่ารักมาก จริงไหมครับคุณหมอ” หยางฮั่นขอความเห็นจากคุณหมอวัยกลางคนอีกหนึ่งเสียง

“จริงครับ คุณอย่าไปมองเรื่องความสูงความเตี้ย แต่ให้มองเรื่องน้ำหนักกับส่วนสูงว่าสมดุลกันไหมดีกว่า อย่างคุณนี่ถือว่ารูปร่างสมบูรณ์แบบนะครับ” คุณหมอกล่าวชมเชย “เดี๋ยวหมอจะให้คุณใส่รองเท้าแตะยี่ห้อโรงพยาบาลกลับไปก่อนนะครับ ส่วนคู่นี้ใส่ถุงกลับไปก็แล้วกัน”

“ค่ะ” เธอตอบรับด้วยใบหน้างอง้ำเพราะถูกล้อเลียน...

“รองเท้าสวยดีนะครับ” หยางฮั่นมองเท้าเล็กๆ ที่อยู่ในรองเท้าแตะแบบเดินในบ้านแล้วกลั้วหัวเราะ

“อยากได้สักคู่ไหมคะ หรือจะเอาคู่นี้” เธอยกถุงในมือขึ้นเล็กน้อย

“ไม่ดีกว่าครับ คู่นี้เท่ห์กว่าเยอะ” เขาหมายถึงรองเท้าที่กำลังสวมอยู่ มองหญิงสาวตัวเล็กแค่ระดับราวนมนั้นด้วยความรู้สึกพึงพอใจ

“หมวยต้องขอบคุณคุณหยางอีกครั้งนะคะที่อุตส่าห์พามาหาหมอ” เธอบอกกับเขาเมื่อเข้ามานั่งอยู่ในรถของเขาอีกครั้ง เพราะเขายืนยันว่าจะส่งเธอที่บ้านให้ได้

“เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นข้าวสักมื้อหรือดูหนังสักเรื่องได้ไหมครับ”

“ได้สิคะ คุณหยางสะดวกวันไหนก็โทรมานะคะ”

“คุณหมวยสะดวกวันไหนค่อยโทรนัดผมดีกว่าครับ” ชายหนุ่มแอบยิ้มด้วยความดีใจ และคิดเอาไว้ว่าจะทำทั้งสองอย่างในวันนั้น...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #26 tanya (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2556 / 13:06
    หมวยมีตัวเลือกเข้ามาแล้วดีใจด้วยทำให้รู้ไปเลยถ้าคุณเด่นบอกว่าเป็นแค่เพื่อนแต่สำคัญกว่าหมวยขนาดนี้

    หมวยอย่าเพิ่งหลวมตัวไปมีมีอะไรกะคุณเด่นนะ ต้องหมั้นหรือแต่งแล้วค่อยยอมถ้ายอมง่ายๆไม่มีค่าเลยนะคะ
    #26
    0
  2. #11 hakuron (@hakuron) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มีนาคม 2556 / 16:51
    สม...จริงๆ หลงมารยา แฟนเลยโดนคนอื่นคว้าไปแล้ว

    ต้องให้ตามหวงให้เข็ด
    #11
    0
  3. #7 silk19 (@silk19) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มีนาคม 2556 / 10:27
    นั่นแหละคู่แข่งหัวใจคุณใหญ่มาแล้ว ดีจังให้หมวยมีตัวเลือกบ้างซิเนอะ
    #7
    0