คัดลอกลิงก์เเล้ว

มนต์รักกระท่อมปลายนา 2 [Sunggyu x Myungsoo]

โดย CHOKOONsDIARY

ฟิคน่ารักต้อนรับวันสงกรานต์ที่แฝงไปด้วยกลิ่นไอของบ้านนา ท้องทุ่ง และความเป็นไทย

ยอดวิวรวม

262

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


262

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


6
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 เม.ย. 60 / 18:20 น.
นิยาย ѡз¹ 2 [Sunggyu x Myungsoo] มนต์รักกระท่อมปลายนา 2 [Sunggyu x Myungsoo] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
มนต์รักกระท่อมปลายนา 2



[Sunggyu x Myungsoo]















สวัสดีค่ะทุกคน กลับมาอีกครั้งแล้วนะคะกับฟิคน่ารักๆที่แฝงไปด้วยกลิ่นไอของความเป็นไทย "มนต์รักกระท่อมปลายนา 2" กลับมาครั้งนี้กำนันตี๋เล็กและน้องหมูหยองเมียรัก พร้อมด้วยชาวตำบลโคกดอกคูณจะมีเรื่องราววุ่นๆอะไรนั้น ไปอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ


ปล.เราแต่งฟิคนี้ตอนช่วงสงกรานต์พอดีนะคะ เป็นช่วงที่ต้องเดินทางหลายจังหวัดและใช้เวลาแต่งในรถเป็นส่วนใหญ่ เลยทำให้เนื้อเรื่องดูแปลกไป อ่านแล้วงงยังไงก็ให้อภัยกันด้วยนะคะ ถ้ามีอะไรติชม หรือแนะนำเพิ่มเติมก็บอกกันได้เลยนะคะ







#หมูหยองเด็กพี่ตี๋






เพื่อเป็นการดำเนินเนื้อเรื่องให้เข้ากับความเป็นไทยมากขึ้น เราจึงทำการดัดแปลงชื่อตัวละครเล็กน้อย ใครจะเป็นใครมาดูกันเลยค่ะ















































?star

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 เม.ย. 60 / 18:20


มนต์รักกระท่อมปลายนา2
















“หมูหยอง...”




“หมูหยอง ทางนี้”




“อ้าวพี่กระด้ง ทำไมวันนี้ถึงมารับฉันล่ะจ๊ะ” หมูหยองถามพร้อมกับเดินเข้าไปหาคนที่กำลังโบกไม้โบกมือเรียกเขาอยู่




“ก็วันนี้พี่กำนันตี๋เล็กติดธุระด่วนพอดี เลยให้พี่มารับหมูหยองแทน”




“อ๋อ ว่าแต่ทำไมพักนี้พี่ตี๋ถึงดูยุ่งๆกว่าเมื่อก่อนนี้ยังไงก็ไม่รู้นะจ๊ะพี่กระด้ง” หมูหยองพูดพร้อมกับเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถกระบะคันใหญ่ข้างๆคนขับ




“มีผู้ใหญ่บอกว่าตำบลโคกดอกคูณของเราต้องพัฒนาและปรับปรุงอีกตั้งหลายอย่างเพื่อจะเป็นตำบลนำร่องโครงการตำบลต้นแบบและหมู่บ้านในฝันตามที่รัฐบาลมีคำสั่งมาน่ะ ในฐานะที่เป็นกำนันพี่ตี๋ก็เลยต้องทำงานหนักหน่อย วันๆต้องไปโน่นไปนี่ น่าปวดหัวแทน” กระด้งบอกก่อนจะติดเครื่องรถและขับออกจากมหาวิทยาลัย




“แล้วนายอำเภอคนใหม่ที่ย้ายมาเมื่อปีที่แล้วเป็นยังไงบ้างจ๊ะพี่ด้ง ฉันไม่เห็นพี่ตี๋พูดถึงเลย” หมูหยองถามพร้อมกับหันไปมองคนที่นั่งขับรถอยู่ข้างๆ




“เฮ้อ พี่ตี๋คงจะช้ำใจอยู่ไม่น้อยเลยแหละหมูหยอง อยู่ดีๆก็มีคำสั่งจากผู้ใหญ่ย้ายนายอำเภอจากที่ไหนก็ไม่รู้มาประจำที่อำเภอของเรา แถมยังจะย้ายพี่ตี๋ไปอยู่จังหวัดอื่นอีก เพราะแบบนี้ไงพี่ตี๋เลยไม่เป็นนายอำเภอแล้ว เลยต้องเป็นกำนันแบบนี้ไปเรื่อยๆก่อน” กระด้งบอกแล้วถอนหายใจออกมา




“จะทำไงได้ล่ะจ๊ะ มันเป็นคำสั่งจากผู้ใหญ่นี่นา เฮ้อ... แต่พี่ตี๋เป็นกำนันแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะจ้ะ” หมูหยองบอกแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันออกไปมองข้างทาง




“หมูหยองก็รู้ว่าพี่ตี๋ไม่ได้เรียนจบมาเพื่อมาเป็นกำนัน เดี๋ยวพี่ตี๋ก็ต้องหาทางอีกจนไปได้ล่ะ อีกอย่างพี่ตี๋คงไม่ยอมทนให้ไอ้ปลัดขิก เอ้ย ปลัดจีวรนั่นมาเยาะเย้ยทั้งเช้าทั้งเย็นแน่ๆ”




“คุณปลัดจีวรเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้จ๊ะพี่กระด้ง”




“ก็ไอ้นายอำเภอที่ย้ายมาใหม่เป็นรุ่นพี่คนสนิทของไอ้ปลัดจีวรน่ะสิหมูหยอง พี่ว่านะ ตอนนี้พี่ตี๋กำลังโดนเพ่งเล็งเพราะไอ้คนพวกนี้แหละ ที่พวกมันยังทำอะไรพี่ตี๋ไม่ค่อยได้เพราะพี่ตี๋บ้านรวยนี่แหละ มีแบ็คใหญ่เลยไม่ค่อยมีใครกล้าทำอะไร”




“ฉันว่าพี่คิดมากไปล่ะมั้งจ๊ะ คุณปลัดไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกจ้ะ” หมูหยองบอกแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะหันออกไปมองนอกตัวรถอีกครั้ง เมื่อไหร่ตี๋เล็กกับปลัดจีวรจะเลิกเป็นไม้เบื่อไม้เมากันสักทีนะ
















“หมูหยอง พี่กลับมาแล้ว”




“อ้าว กลับมาแล้วหรอจ๊ะพี่ตี๋ ฉันเพิ่งทำอาหารเสร็จเมื่อกี๊เอง ไปอาบน้ำอาบท่าแล้วมากินข้าวสิจ๊ะ อาหารกำลังร้อนๆเลย” หมูหยองบอกเมื่อเดินออกมาจากห้องครัวและเดินไปหาคนที่เพิ่งเดินขึ้นบันใดมาบนบ้าน




“เดี๋ยวพี่ต้องไปหานายอำเภออีกน่ะสิ สงสัยวันนี้พี่จะอดกินข้าวฝีมือเมียแน่ๆเลย” ตี๋เล็กบอกพร้อมกับเดินเข้าไปกอดเมียรัก




“ไปหานายอำเภอหรอจ๊ะ มีอะไรกันหรือเปล่าจ๊ะพี่ตี๋”




“เห็นนายอำเภอบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับพี่ เฮ้อ จะหาเรื่องอะไรอีกก็ไม่รู้”




“นี่มันก็ค่ำแล้วนะจ๊ะ ทำไมถึงไม่คุยกันพรุ่งนี้เช้าล่ะจ๊ะ”




“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เฮ้อ พี่ไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวจะเลยเวลานัด” ตี๋เล็กบอกด้วยท่าทางเบื่อหน่ายก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอน




“มีเรื่องอะไรต้องคุยกันเอาป่านนี้นะ” หมูหยองพูดกับตัวเองพร้อมกับมองคนที่เดินหายเข้าไปในห้องนอนด้วยความแปลกใจ
















“ดึกป่านนี้แล้วยังไม่นอนอีกหรอหมูหยอง”




“จะนอนแล้วจ้ะ แล้วนี่พี่กระด้งจะไปไหนจ๊ะ” หมูหยองถามเมื่อเห็นกระด้งสวมหมวกกันน็อกใบใหญ่




“พี่ขับรถไปเที่ยวงานที่บ้านโคกดอกจานกับเพื่อนๆน่ะ หมูหยองนอนได้แล้ว เดี๋ยวพี่จะล็อกประตูบ้านให้” กระด้งบอกแล้วยิ้มให้ก่อนจะเอาแว่นตาสีดำมาสวมและหมุนตัวเพื่อจะเดินลงบันได




ปึ้ก!




“โอ๊ย! ใครปิดไฟวะ อยากโดนกระทืบหรือไง รู้ไหมว่าลูกพี่ข้าเป็นใคร ห๊า!” กระด้งโวยวายด้วยความโมโหหลังจากที่ชนเดินชนเสาจนหงายหลังล้ม




“เป็นไงบ้างจ๊ะพี่ด้ง เจ็บตรงไหนไหม” หมูหยองถามพร้อมเข้ารีบตรงเข้าไปพยุงกระด้งให้ลุกขึ้นยืน




“หมูหยองเองหรอ จะรีบปิดไฟทำไมพี่ยังไม่ได้ลงจากบ้านเลย” กระด้งถาม




“ฉันยังไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลยนะพี่กระด้ง ฉันว่าพี่ถอดไอ้แว่นดำนี่ออกดีไหมจ๊ะ” หมูหยองบอกพร้อมกับเอื้อมมือไปถอดแววตาสีดำออกจากใบหน้าของอีกฝ่าย




“อ้าว เป็นเพราะแว่นหรอกหรอ” กระด้งพูดพร้อมกับยิ้มแหยให้ก่อนจะเอาแว่นกลับมาใส่ตามเดิม




“ถอดออกเถอะจ้ะพี่กระด้ง นี่มันก็จะเที่ยงคืนแล้ว ใส่แว่นแบบนี้มันอันตราย”




“ไม่เป็นไรหรอกหมูหยอง แว่นอันนี้พี่ตี๋เพิ่งถอยให้พี่เลยนะ เดี๋ยวพี่จะใส่ไปอวดสาว... ไปแล้วนะ” กระด้งบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนและเอื้อมมือทั้งสองข้างไปข้างหน้าเพื่อคลำดูทาง




“ระวังนะจ๊ะพี่กระด้ง” 




โครม!




ปึ้ก! ปึ้ก! ปึ้ก!




“โอ๊ย!”




“พี่กระด้ง!” หมูหยองเรียกด้วยความตกใจพร้อมกับรีบไปดูที่บันไดแล้วเห็นว่ากระด้งกำลังนั่งกองอยู่ที่พื้นด้านล่าง




“แหะๆ ไม่เป็นไรหมูหยอง พี่แค่ลื่นนิดหน่อย ไปแล้วนะ” กระด้งบอกแล้วยิ้มให้แหยๆก่อนจะหยิบแว่นตาที่กระเด็นไปอีกทางด้านหนึ่งมาใส่เอาไว้อีกครั้งและคลำทางเดินตรงไปรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจและขับออกไปทันที




“เฮ้อ รั้นพอกันทั้งลูกพี่ทั้งลูกน้องเลย” หมูหยองพูดกับตัวเองด้วยความเหนื่อยใจก่อนจะล็อกประตูบ้านและเดินกลับเข้าไปในห้องนอน




ติ๊ด ติ๊ด ตี๊ดดดดดดดดด




“ฮัลโหล ว่าไงขนุน” หมูหยองรับโทรศัพท์ด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่าเพื่อนโทรมากลางดึกขนาดนี้




((“หมูหยอง ตอนนี้ไอ้พี่ตี๋ผัวเอ็งอยู่ไหน!”))




“พี่ตี๋ไปคุยงานกับนายอำเภอ มีอะไรหรือเปล่าขนุน” หมูหยองบอกพร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความแปลกใจเพราะร้อยวันพันปีขนุนไม่เคยถามเรื่องตี๋เล็กเลยสักครั้ง




((“ถ้างั้นก็ต้องใช่แน่ๆ เอ็งทำใจดีไว้นะหมูหยอง ข้ามีเรื่องจะบอกเอ็ง”))




“มีอะไรหรอขนุน”




((“ตอนนี้ข้าเห็นไอ้พี่ตี๋เล็กผัวเองนั่งนัวเนียอยู่กับสาวร้านคาราโอเกะในเมืองเนี่ย ท่าทางจะเมาด้วย ผู้หญิงนี่รุมเป็นสิบ”))




“อะไรนะ เอ็งจำคนผิดหรือเปล่าขนุน”




((“ไม่ผิดโว้ยหยอง เอ็งจะดูรูปไหมเดี๋ยวข้าส่งให้ดู แป๊บนึงนะ”))




ติ๊ง!




มยองซูเปิดดูรูปที่เพื่อนส่งมาให้หลังจากที่วางสายไปแล้ว เขานิ่งงันไปเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่คุ้นตาที่อยู่ในรูปท่ามกลางผู้หญิงนับสิบในร้านคาราโอเกะร้านดังของจังหวัด




“พี่ตี๋เล็ก!” หมูหยองเรียกคนที่อยู่ในรูปด้วยความโมโหพร้อมกับกำโทรศัพท์ในมืออย่างแรงจนรู้สึกเจ็บมือ
















“น้องหมูหยองจ๋า พี่ตี๋กลับมาแล้ว” เสียงตะโกนที่ดังอยู่ทางด้านนอกทำให้คนที่กำลังนอนหลับอยู่ในห้องนอนรู้สึกตัวตื่นแต่ก็นอนนิ่งอยู่แบบนั้นเมื่อเห็นว่าประตูห้องถูกเปิดเข้ามา




“หมูหยอง” ตี๋เล็กเรียกเสียงยานคางพร้อมกับเดินเซไปล้มตัวนอนลงบนเตียงนอนก่อนจะยกแขนไปควานหาเมียรักและดึงเข้ามากอดก่อนจะหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอน




“พี่ตี๋.. พี่ตี๋... พี่ตี๋เล็ก!” หมูยองตะโกนเรียกด้วยความขัดใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปแล้ว




“นี่พี่หลับแล้วหรอ ตื่นขึ้นมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้นะพี่ตี๋” หมูหยองโวยวายก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟและเขย่าตัวคนที่นอนหลับอยู่ข้างๆแรงๆด้วยความโมโห




“พี่ตี๋!” หมูหยองเรียกอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดก่อนจะดันอีกฝ่ายออกห่าง แล้วต้องเม้มปากเข้าหากันแน่นเมื่อได้กลิ่นเหล้าคละคลุ้งออกมาจากตัวอีกฝ่ายจนรู้สึกปวดหัว เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดก่อนจะถอดเสื้อผ้าออกให้เพื่อจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ แต่แล้วต้องชะงักไปทันทีเมื่อเห็นบางอย่างอยู่ในกระเป๋ากางเกงของอีกฝ่าย




“นี่มันอะไร... พี่ตี๋เล็ก!” หมูหยองตะคอกด้วยความโมโหเมื่อเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆนับสิบในที่มีเบอร์โทรศัพท์พร้อมกับรอยลิปสติกและที่หมายเลขห้องของคนให้อยู่ในนั้น




“หมูหยอง พี่หนาว.. มาให้พี่กอดหน่อยเร็วคนดี” เสียงงัวเงียที่พูดขึ้นมาทำให้คนฟังขบกรามเข้าหากันแน่นก่อนจะเอาชุดนอนที่ตั้งใจเอามาเปลี่ยนให้โยนทิ้งลงบนพื้นด้วยความโมโหและเปิดประตูออกไปจากห้องนอนด้วยความไม่พอใจ




“ไปกอดน้องกิ๊ฟ น้องเก๋ น้องเชอร์รี่ น้องส้มโอของพี่โน่น” หมูหยองพูดกับตัวเองด้วยความน้อยใจพร้อมกับยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากแก้มและเดินลงไปจากบ้าน
















เอ้ก อี๊ เอ้ก เอ้ก




“โว้ย จะขันอะไรนักหนาวะคนจะนอน!” ตี๋เล็กโวยวายด้วยความรำคาญพร้อมกับยกมือขึ้นมาเกาหัวด้วยความหงุดหงิดก่อนจะลุกขึ้นนั่ง




“หมูหยองไปไหน แล้วทำไมมาแก้ผ้านอนแบบนี้วะเนี่ย หรือว่าโดนเมียลักหลับ แหม น้องหมูหยอง วันหลังจะทำอะไรปลุกพี่ดีๆก็ได้ ไม่เห็นต้องแอบทำเวลาพี่หลับเลย” ตี๋เล็กพูดกับตัวเองด้วยความเขินอายแล้วยิ้มแป้นจนดวงตาทั้งสองข้างยิบหยีลงไป ก่อนจะมองไปรอบๆห้องแล้วเดินไปหยิบผ้าขาวม้ามาพันรอบเอวเอาไว้หลวมๆและเดินออกไปจากห้อง




“หมูหยองจ๋า หมูหยองของพี่ตี๋อยู่ไหนจ๊ะ หืม”




“หมูหยอ... โอ๊ย ใครวะมานอนตรงนี้ ไอ้ด้งเอ็งมานอนทำไมตรงนี้วะ” ตี๋เล็กถามด้วยความแปลกใจเมื่อเดินไปเตะคนที่นอนอยู่บนพื้นอย่างจงจนแทบล้มคะมำลงไปกับพื้น




“พี่ตี๋ นี่เช้าแล้วหรอเนี่ย” กระด้งถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย




“เออ เช้าแล้ว...  เฮ้ย! ไอ้ด้ง! หน้าเอ็งไปโดนอะไรมา แล้วนี่เป็นแผลทั้งตัวแบบนี้ไปทำอะไรมา ใครทำเอ็งบอกข้ามาเดี๋ยวนี้เลยนะ” ตี๋เล็กถามด้วยทันทีด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นตามเนื้อตัวและใบหน้าของลูกน้องมีแผลและรอยฟกช้ำเต็มไปหมด




“เปล่าพี่ตี๋ ไม่มีใครทำอะไรฉันหรอก” กระด้งบอกก่อนจะลุกขึ้นนั่ง




“ไม่มีได้ยังไงวะไอ้ด้ง สภาพเอ็งเป็นถึงขนาดนี้ ใครทำบอกมาข้าจะจัดการมันให้!” ตี๋เล็กถามด้วยความโมโห




“ไม่มีใครทำอะไรฉันจริงๆพี่ตี๋ ฉันก็แค่... ขับรถตกถนน” กระด้งบอกแล้วยิ้มให้แหยๆ




“อะไรนะไอ้ด้ง ขับรถตกถนน เด็กแว้นอย่างเอ็งเนี่ยนะขับรถตกถนน” ตี๋เล็กถามพร้อมกับมองลูกน้องอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าใดนัก




“ก็แว่นที่พี่ซื้อให้ฉันเมื่อวันก่อนนั่นแหละ ฉันตั้งใจจะเอาไปใส่อวดสาว แต่ขับรถออกจากบ้านยังไม่ถึงไหนเลยก็ขับรถตกถนน สลบอยู่ตั้งนานกว่าจะฟื้น” กระด้งบอก




“ไอ้ด้ง เอ็งอย่าบอกนะว่าเอ็งใส่แว่นกันแดดสีดำไปขับรถตอนกลางคืน” ตี๋เล็กถามแล้วต้องถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าทันทีแทนคำตอบ




“เอ็งไม่ตายก็บุญแล้วไอ้โง่ ข้าไม่อยากเสียแวลามาคุยกับเอ็งแล้ว หมูหยองหายไปไหนเนี่ย”




“หมูหยองอะไรล่ะพี่ ตั้งแต่ฉันกลับมาถึงบ้านฉันยังไม่เห็นหมูหยองเลย” กระด้งบอกพร้อมกับมองหน้าลูกพี่ด้วยความแปลกใจ




“ไม่เห็นงั้นหรอ ถ้างั้นหมูหยองไปไหนวะ” ตี๋เล็กพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจก่อนจะเดินตามหาเมียรักจนทั่วบ้านแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา




“หมูหยองหายไปไหนวะไอ้ด้ง”




“จะไปรู้หรอ เมียพี่นะโว้ยไม่ใช่เมียฉัน ฉันไม่อยากเสียเวลามาคุยกับพี่แล้ว ไปนอนดีกว่า” กระด้งบอกก่อนจะเดินกระเผลกลงบันไดไปนอนที่บ้านพักของตนเองที่อยู่ด้านหลัง




“แล้วเมียหายไปไหนอีกวะเนี่ย” ตี๋เล็กพูดกับตัวเองแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความกลุ้มใจ
















“อ้าว พี่ตี๋เล็ก”




“กระจง หมูหยองกลับมานี่หรือเปล่า” ตี๋เล็กถามด้วยน้ำเสียงเครียดๆพร้อมกับเดินเข้าไปหาคนที่นอนเล่นที่เปลใต้ถุนบ้าน




“มาเมื่อตั้งแต่เช้ามืดแล้วพี่ ตอนนี้เห็นเดินไปเก็บผักกับปลัดจีวรในสวน” หูกระจงบอก




“อะไรนะ ไอ้ปลัดจีวรมันมานี่งั้นหรอ”  ตี๋เล็กพูดขึ้นมาด้วยความโมโหก่อนจะรีบเดินไปที่สวนหลังบ้านทันที




“หมูหยอง จะกลับบ้านทำไมไม่บอกพี่ก่อน”




“อ้าว กำนันตี๋ มาแต่เช้าเลยนะครับ” ปลัดจีวรทักทายแล้วยิ้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะยักคิ้วกวนประสาทในตอนท้ายเมื่อเห็นว่าหมูหยองก้มลงไปเก็บผัก




“คุณปลัดก็มาแต่เช้าเลยนะครับ” ตี๋เล็กพูดห้วนๆก่อนจะเดินเข้าไปหาเมียรักที่กำลังก้มเก็บผักอยู่




“พอดีผมแวะซื้อผลไม้มาฝากคุณหูกระจงน่ะครับ แล้วคุณหมูหยองก็เลยชวนผมกินข้าวเช้าด้วย” ปลัดจีวรบอก




“ที่บ้านไม่มีข้าวกินหรอ” ตี๋เล็กถามด้วยความไม่พอใจ




“ไปกันเถอะจ้ะคุณปลัด เดี๋ยวทำกับข้าวเสร็จช้าแล้วคุณปลัดจะไปทำงานสายนะจ๊ะ” หมูหยองพูดขึ้นมาโดยไม่ได้หันไปสนใจคนที่ยืนอยู่ข้างๆเลยแม้แต่น้อย




“ก็ได้ครับ มาครับเดี๋ยวผมช่วยถือตะกร้าผักให้” 




“ของเมียผม ผมถือเอง” ตี๋เล็กบอกห้วนๆก่อนจะแย่งตะกร้าผักมาถือเอาไว้และจูงมือเมียรักเดินออกจากสวนผัก




“ปล่อยฉันได้แล้วพี่ตี๋” หมูหยองบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆก่อนจะแกะมือของอีกฝ่ายออกและเดินนำหน้าไป




“รู้สึกแถวนี้เริ่มมีกลิ่นแปลกๆแล้วนะครับกำนัน” ปลัดจีวรพูดขึ้นมาก่อนจะหัวเราะในตอนท้าย




“กลิ่นอะไร” ตี๋เล็กถามพร้อมกับมองอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าใดนัก




“เหมือนหัวใครสักคนแถวนี้จะเน่ายังไงก็ไม่รู้สินะครับ น่าสงสารจัง” ปลัดจีวรบอกก่อนจะยิ้มเยาะในตอนท้ายและเอาแว่นกันแดดสีดำมาสวมไว้




“งั้นหรอครับ ผมนึกว่ากลิ่นซากศพใครสักคนที่จะโดนกระทืบตายเพราะเสนอหน้ามาวุ่นวายกับเมียคนอื่นซะอีก" ตี๋เล็กบอกด้วยความไม่พอใจ




"คุณหมูหยองไม่ได้มีตัวหนังสือเขียนไว้ที่หน้าผากว่ามีเจ้าของแล้วนี่ครับ"




"อยากตายหรือไงไอ้จีวร!” ตี๋เล็กตะคอกด้วยความโมโหก่อนจะเงื้อหมัดขึ้นมาแต่อีกฝ่ายก็รีบวิ่งหนีไปทันที




"ไอ้ขี้ขลาด ฝากไว้ก่อนเถอะ!"
















“โว้ย! หงุดหงิดโว้ย” ตี๋เล็กโวยวายด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ




“เป็นอะไรอีกล่ะพี่ตี๋ ตามหาเมียเจอหรือยัง” กระด้งถามโดยไม่ได้ละสายตาไปจากหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังดูอยู่เลยแม้แต่น้อย




“เจอแล้ว แต่เจออยู่กับไอ้จีวร ข้าล่ะอยากจะกระทืบมันให้จมดินนัก ลอยหน้าลอยตาน่ากระทืบ” ตี๋เล็กบอกด้วยความโมโห




“แล้วทำไมพี่ไม่พาหมูหยองมากับพี่ด้วยล่ะ จะมาบ่นให้ฟังทำไม รำคาญ โอ๊ย!” กระด้งบอกแล้วต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดในตอนท้ายเมื่อถูกฝ่ามืองามๆตบลงมาที่หัวอย่างแรง




“เอ็งเป็นลูกน้องมีหน้าที่ฟังแล้วทำตามคำสั่ง แล้วโซฟานี่มันที่นั่งเอ็งหรือไง ลงไปนั่งข้างล่าง” ตี๋เล็กพูดด้วยความหงุดหงิด




“แหมพี่ตี๋ ก็มันนั่งสบายฉันก็เลยอยากลองนั่งบ้าง” กระด้งบอกแล้วยิ้มแหยๆให้ก่อนจะขยับเข้าไปนวดขาให้ลูกพี่เป็นการเอาใจ




“แอบนั่งประจำนั่นแหละเอ็งนะ” ตี๋เล็กพูดขึ้นมาอย่างรู้ทัน




“นิดหน่อยเองพี่ ว่าแต่พี่มีอะไรให้ไอ้กระด้งคนนี้รับใช้บอกมาได้เลย”




“พักนี้ไอ้ปลัดจีวรมันดูแปลกๆนะ เมื่อคืนนี้มันก็ให้นายอำเภอนัดข้าไปกินเหล้าที่ร้านคาราโอเกะ เมื่อวันก่อนก็ส่งหมอนวดสองคนมาหาที่บ้าน ดีนะเมียข้าไปเรียน ไม่งั้นบ้านแตกแน่”




“เขาอาจจะอยากผูกมิตรกับพี่ก็ได้ เขารู้ว่าพี่ชอบอะไรก็เลยส่งมาให้พี่ไง” กระด้งบอกพร้อมกับทำหน้าครุ่นคิด





“แต่วันนี้มันไปหาหมูหยองที่บ้านผู้ใหญ่แผ่น”




“พี่จะบอกอะไรฉันก็บอกมาตรงๆเถอะพี่ พูดอ้อมไปอ้อมมาอย่างนี้ฉันไม่เข้าใจพี่หรอก” กระด้งพูดขึ้นมาแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อไม่เข้าใจความหมายที่ลูกพี่พูด




“เฮ้อ ข้ากำลังคิดว่าไอ้ปลัดจีวรมันกำลังจะทำให้น้องหมูหยองเข้าใจข้าผิดและจะแย่งเมียข้าไปไงล่ะไอ้โง่” ตี๋เล็กบอกแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ




“จะยากอะไรล่ะพี่ สั่งคนเก็บมันเลยสิ"




"ข้าไม่ใช่คนเลวขนาดนั้นนะไอ้ด้ง" ตี๋เล็กพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าลูกน้องด้วยแววตาขุ่นเคือง




"พี่คิดไปเองหรือเปล่าว่าพี่ไม่ใช่คนเลว เฮ้ย! พี่ตี๋..." กระด้งบอกก่อนจะวิ่งหลบรีโมทโทรทัศน์ที่ถูกเขวี้ยงมาใส่




"ไอ้ด้ง! จะไปไหนก็ไปเลย เดี๋ยวเอ็งจะโดนกระทืบ!" ตี๋เล็กตะคอกก่อนตะถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ 
















“นี่พี่ตี๋เล็กเป็นไปได้ถึงขนาดนี้เลยหรอพี่หมูหยอง แล้วพี่จะทำยังไงต่อไปล่ะดีนะที่พ่อพาพี่ชบาไปเที่ยวที่เมืองนอก ถ้าพ่ออยู่แล้วพ่อรู้เข้าพี่ตี๋เล็กคงโดนยิงไส้แตกแน่”  หูกระจงพูดพร้อมกับมองดูรูปในโทรศัพท์ด้วยความโมโหแทนผู้เป็นพี่ก่อนจะส่งคืนให้




“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันกระจง พี่ไม่รู้ว่าพี่ไม่ดีตรงไหนทำไมพี่ตี๋ถึงได้ออกไปทำตัวแบบนี้กับผู้หญิงพวกนั้น” หมูหยองบอกด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ




“พี่จะทำยังไง คุยกับพี่ตี๋เล็กให้รู้เรื่องดีกว่าไหม แต่ฉันว่านะพี่หมูหยอง พี่อย่าเพิ่งกระโตกกระตากไปจะดีกว่า เรื่องอย่างนี้มันต้องจับให้ได้คาหนังคาเขาก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที ถ้าพี่โวยวายตอนนี้นะยังไงพี่ตี๋เล็กก็ดิ้นหลุด พี่อย่าลืมนะว่าพี่ตี๋เล็กเจ้าเล่ห์จะตายไป อีกอย่างฉันดูรูปที่พี่ขนุนส่งมานี่มันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยนะพี่หมูหยอง ก็แค่เด็กร้านคาราโอเกะรินเหล้าให้ พี่ไม่ต้องคิดมากกับผู้หญิงพวกนี้หรือ เชื่อฉันเถอะว่าพี่ตี๋ไม่ได้จริงจังอะไรหรอก สภาพแบบในรูปนี่คงเมาจนจำชื่อตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ”” กระจงบอกพร้อมกับมองหน้าผู้เป็นพี่ด้วยแววตาจริงจัง




“อย่างนั้นหรอกระจง” หมูหยองถามพร้อมกับมองหน้าน้องชายอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าใดนัก




“อย่างนี้แหละพี่ เดี๋ยวพี่คอยจับตาดูพี่ตี๋เล็กไปก่อนถ้าพี่ตี๋เล็กเริ่มมีท่าทางแปลกไปฉันจะช่วยพี่วางแผนอีกครั้งนึง" กระจงบอกแล้วยิ้มให้ผู้เป็นพี่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
















“หมูหยอง กลับมาแล้วหรอ โกรธอะไรพี่ทำไมถึงได้หนีกลับไปบ้านแบบนั้น” ตี๋เล็กถามด้วยความดีใจพร้อมกับวิ่งเข้าไปกอดเมียรักที่กำลังจะเดินขึ้นบันไดไปบนบ้าน




“เปล่าจ้ะพี่ตี๋ แล้วนี่พี่กินข้าวหรือยังจ๊ะ”




“พี่กินอะไรไม่ลงเลยทั้งวัน เห็นอะไรก็ไม่อยากกินเลยสักอย่าง แม้แต่น้ำแก้วเดียวพี่ก็ยังไม่ได้กินเลย พี่เอาแต่คิดว่าหมูหยองโกรธอะไรพี่ถึงได้หนีกลับไปบ้านแบบนั้น พี่กลุ้มใจจะตายอยู่แล้ว” ตี๋เล็กพูดพร้อมกับทำหน้าเศร้า




“พี่ตี๋ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเส้นเล็กพิเศษที่พี่สั่งได้แล้วนะ” กระด้งบอกเมื่อขับรถมอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้าบ้าน




“ไอ้ด้ง” ตี๋เล็กเรียกพร้อมกับมองลูกน้องด้วยแววตาดุๆ




“อ้อ มีลูกชิ้นปิ้งสิบไม้กับเบียร์ด้วย” กระด้งบอกพร้อมกับมองหน้าลูกพี่ด้วยความแปลกใจ




“ตาพี่เป็นอะไรเนี่ย จะขยิบตาทำไม ฉันไม่พูดกับพี่แล้ว อ่ะ เอาไป ฉันมีนัดกับเด็กในเมือง” กระด้งบอกพร้อมกับส่งถุงก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นปิ้งและเบียร์ให้ลูกพี่ ก่อนจะเดินไปขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจและขับออกไปอย่างรวดเร็ว




“ถึงกับกินเบียร์ฉลองเลยหรอจ๊ะ” หมูหยองพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ




“ไม่ใช่นะจ๊ะหมูหยอง พี่ไม่ได้ฝากซื้อนะ อันนี้ไอ้ด้งมันซื้อมาให้ มันเห็นพี่เอาแต่นั่งซึมไม่ยอมกินอะไรทั้งวันก็แลยซื้อของของกินพวกนี้มาให้พี่... จริงๆนะ พี่ไม่เคยโกหกหมูหยองเลยนะ” ตี๋เล็กรีบบอกทันทีก่อนจะเอาถุงอาหารทั้งหมดไปวางไว้ที่บนได




“พี่จะกินอะไรก็ตามใจพี่เถอะจ้ะ ฉันมาเอาของเดี๋ยวฉันต้องไปประชุมแทนพ่อ”




“ให้พี่ไปส่งนะ”




“ก็ได้จ้ะ งั้นพี่ตี๋รอแป๊บนึงนะจ๊ะ ฉันขอไปเอาของในห้องก่อน” หมูหยองบอกก่อนจะเดินขึ้นไปบนบ้าน




“เกือบไปแล้วไหมล่ะ ไอ้ด้งนะไอ้ด้ง มาไม่รู้เวล่ำเวลา คอยดูพ่อจะเตะให้เดี้ยงเลย” ตี๋เล็กบ่นแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบลูกชิ้นปิ้งมากิน




“พี่ตี๋จ๊ะ”




“ห๊ะ แค้ก แค้ก” ตี๋เล็กขานรับด้วยความตกใจพร้อมกับสำลักลูกชิ้นปิ้งจนหน้าแดง




“ถ้างั้นพี่กินก่อนเถอะจ้ะ”




“มะ ไม่เป็นไร พี่ไม่ค่อยอยากกินอะไรเท่าไหร่ พี่แค่ลองชิมเฉยๆ พี่อยากกินอาหารฝีมือหมูหยองคนเดียว” ตี๋เล็กบอกพร้อมกับเอาลูกชิ้นที่เหลือใส่เข้าไปในถุงตามเดิม




“งั้นก็แล้วไปจ้ะ ไปกันเถอะป่านนี้ลูกบ้านคงมารอกันเต็มไปหมดแล้ว”  หมูหยองบอกพร้อมกับเดินลงบันไดและไปหยิบถุงลูกชิ้นปิ้งขึ้นมา




“ด่างเอ๊ย ด่าง... อยู่ไหนลูก มานี่มา” หมูหยองตะโกนเรียกแล้วยิ้มออกมาเมื่อเห็นสนักพันธุ์ไทยหลังอานสีขาวแซมด้วยลายสีดำวิ่งเข้ามาหา




“อ่ะ กินลูกชิ้นนี่ซะนะ” หมูหยองบอกพร้อมกับเอาลูกชิ้นปิ้งออกจากไม้และเทลูกชิ้นทั้งหมดลงในชามข้าวเจ้าด่าง




“ให้กินลูกชิ้นปิ้งเลยหรอวะ” ตี๋เล็กพูดกับตัวเองเบาๆพร้อมกับมองลูกชิ้นปิ้งด้วยความเสียดาย




“ไปกันเถอะจะพี่ตี๋”




“ไปจ้ะไป” ตี๋เล็กพูดพร้อมกับเดินเข้าไปเปิดประตูรถยุโรปคันหรูราคาหลายสิบล้านให้เมียรักแล้วปิดประตูให้และหันไปมองเจ้าด่างด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะเดินอ้อมไปนั่งทางด้านคนขับและขับออกไปจากบ้าน




“เมื่อคืนนี้พี่ตี๋ไปคุยธุระอะไรกับนายอำเภอมาหรอจ๊ะ” หมูหยองถามขึ้นมาหลังจากที่เงียบไปนาน




“ไปคุยเรื่องงานสงกรานต์ประจำปีน่ะ ปีนี้นายอำเภอบอกว่าอยากให้ทุกตำบลจัดงานให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีและวันสุดท้ายให้ไปร่วมกันจัดในตัวจังหวัด” ตี๋เล็กบอกแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ




“แล้วทำไมต้องนัดกันไปคุยดึกๆดื่นๆด้วยล่ะจ๊ะ แล้วมีใครไปบ้าง”




“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจะต้องนัดกันหลังเลิกงานด้วย คนที่ไปก็มีพวกนายอำเภอ ไอ้ปลัดจีวรแล้วก็กำนันเกือบทุกตำบล กินเหล้าสนุกสนานเฮฮากันไปตามประสาคนแก่” 




“เมื่อคืนนี้พี่ตี๋เมามาก”




“ใช่ พี่กินไปเยอะจนเมาเลย กลับมาบ้านได้ยังไงยังไม่รู้เลย สงสัยลุงกำนันหมู่หนึ่งจะแวะมาส่ง” ตี๋เล็กบอกก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆแล้วยิ้มออกมา




“ยิ้มอะไรจ๊ะ” หมูหยองถามพร้อมกับทำหน้างอ




“เมื่อคืนนี้ทำอะไรพี่หรือเปล่าน้า” ตี๋เล็กพูดขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี




“ฉันจะไปทำอะไรพี่ล่ะจ๊ะ” หมูหยองถามพร้อมกับมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความงุนงง




“ตื่นเช้ามาพี่ก็นอนแก้ผ้าอยู่ทนโท่ ไม่รู้ว่าตอนพี่หลับเกิดอะไรขึ้นบ้าง”




“ฉันจะไปรู้หรอจ๊ะ ใครจะไปทำอะไรพี่ล่ะ” หมูหยองบอกก่อนจะหันออกไปมองนอกตัวรถเมื่อรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อพอจะเดาความคิดของอีกฝ่ายออก




“เรื่องแบบนี้ไม่เห็นต้องอายเลย เป็นผัวเมียกันแล้วแท้ๆ แต่วันหลังถ้าจะทำก็ปลุกให้พี่รู้ตัวบ้างนะ เดี๋ยวพี่ทำให้”




“พี่ตี๋ พูดอะไรของพี่เนี่ย ฉันไม่คุยกับพี่แล้ว” หมูหยองพูดน้ำเสียงดุๆเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง เขายังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยแค่ถอดเสื้อผ้าให้เท่านั้นเอง ไอ้พี่ตี๋หื่นนี่คิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วเนี่ย น่าอายเป็นบ้าเลย
















“พี่ตี๋จ๊ะ กินข้าวได้แล้วจ้ะ” หมูหยองเดินเข้าไปเรียกแล้วต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังนั่งคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเครียดๆอยู่ที่ระบียง




“มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะพี่ตี๋”




“พี่ต้องไปหานายอำเภอที่บ้านพักสักหน่อยน่ะหมูหยอง นายอำเภอโทรมาบอกว่ามีธุระด่วนจะคุยกับพี่” ตี๋เล็กบอกพร้อมกับทำหน้าเบื่อหน่ายแล้วถอนหายใจออกมาดัง




“สองทุ่มเนี่ยหรอจ๊ะพี่ตี๋” หมูหยองถามพร้อมกับมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าใดนัก




“อืม ธุระอะไรนักหนาก็ไม่รู้ เดี๋ยวพี่ต้องรีบไปแล้ว หมูหยองนอนก่อนพี่เลยนะ”




“แต่ว่าพี่ตี๋จ๊ะ...”




“ไม่ต้องห่วงพี่นะ เดี๋ยวพี่ให้ไอ้ด้งไปเป็นเพื่อน” ตี๋เล็กบอกแล้วยิ้มให้ก่อนจะเดินลงไปจากบ้าน




“ออกไปไหนกลางค่ำกลางคืนแบบนี้แทบทุกวันเลย เอาไงดีนะ” หมูหยองพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเครียดๆก่อนจะกดโทรศัพท์โทรหาน้องชาย




“กระจง พี่ตี๋ออกจากบ้านตอนกลางคืนอีกแล้ว พี่จะทำยังไงดี”




((“ไม่ต้องห่วงนะพี่หมูหยอง ฉันจะส่งตัวช่วยไปให้พี่เดี๋ยวนี้แหละ อีกห้านาทีถึงพี่ รอแป๊บนึง”)) หูกระจงบอกก่อนจะวางสายไป




“ตัวช่วยอะไรเนี่ย พี่ตี๋ไปโน่นแล้ว”
















“กระจง จะส่งตัวช่วยอะไรมาให้พี่เนี่ย พี่นั่งรอมาเกือบชั่วโมงแล้วนะ” หมูหยองกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด




((“อ้าว ยังไปไม่ถึงอีกหรอพี่หมูหยอง”))




“จะส่งอะไรมา...” หมูหยองถามแล้วต้องขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็นปมเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากหน้าบ้าน




แต็ก แต็ก แต็ก แต็กๆๆ




“หมูหยอง อยู่ไหม”




“แค่นี้ก่อนนะกระจง ใครมาดึกดื่นป่านนี้ก็ไม่รู้” หมูหยองบอกก่อนจะกดวางสายและเดินออกไปชะโงกดูที่ระเบียง




“หมูหยอง มาเร็ว กระจงบอกให้พี่มารับ”




“พี่นำชัย” หมูหยองเรียกด้วยความงุนงงพร้อมกับเดินลงไปมา




“ไปเร็ว” นำชัยบอกพร้อมกับสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าๆจวนจะพังอยู่หลายครั้ง




แต็ก แต็ก แต็ก แต็ก




“อย่าบอกนะว่าพี่จะเอารถคันนี้ไปตามพี่ตี๋เล็กน่ะ” หมูหยองถามด้วยความแปลกใจ




“ถะ.. ถะ... ถูกต้องนะค้าบ รถคันนี้แหละไปเร็วเดี๋ยวไม่ทัน” 




“มันจะไม่พังก่อนหรอจ๊ะพี่นำชัย”




“ไม่พังหรอกน่า มอเตอร์ไซค์ฮ่างคันนี้แหละรับรองว่ากำนันตี๋เล็กไม่มีทางรู้แน่ว่าเราสะกดรอยตาม ไปเร็ว” นำชัยบอกด้วยความมั่นใจ




“ก็ได้จ้ะ” หมูหยองบอกก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถมอเตอร์ไซค์




“จะไปแล้วนะ จับดีๆนะหมูหยอง” นำชัยบอกอีกครั้งก่อนจะออกรถ




แต็ก แต็ก แต็ก แต็ก แต็กๆๆ




“เฮ้อ” หมูหยองถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจเมื่อรถมอเตอร์ไซค์ขับออกจากบ้านแล้ว 




“ขับให้เร็วกว่านี้อีกได้ไหมจ๊ะพี่นำชัย” หมูหยองถามขึ้นมาอีกครั้ง




“นี่พี่ก็บิดจนสุดแล้วนะหมูหยอง จับให้ดีๆนะเดี๋ยวตก” นำชัยตอบ




“เฮ้อ” หมูหยองถอนหายใจออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าความเร็วของรถมอเตอร์ไซค์ฮ่างของนำชัยเด็กอนุบาลยังสามรถวิ่งแซงได้สบายเลยด้วยซ้ำ แล้วอย่างนี้เขาจะไปตามตี๋เล็กได้ยังไงกัน ตัวช่วยตัวนี้ของหูกระจงเขาขอไม่เอาได้ไหม
















“นายอำเภอนัดให้ผมมาหาที่บ้านพักมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ” ตี๋เล็กถามพร้อมกับมองหลายคนที่กำลังตั้งวงกินเหล้ากันอย่างสนุกสนานด้วยความเบื่อหน่าย ไม่รู้จะเรียกเขามาทำไม รบกวนเวลาอยู่กับน้องหมูหยองเมียรักซะเปล่าๆ




“อ้าว กำนันตี๋มาพอดีเลย มาๆมานั่งด้วยกัน” นายอำเภอบอก




“เชิญนั่งครับกำนันตี๋ สไบ.. สไบเอ๊ย เอาแก้วมาให้กำนันตี๋หน่อย” ปลัดจีวรบอกก่อนจะหันไปตะโกนบอกคนที่อยู่ในครัว




“ได้ค่ะพี่จีวร นี่แก้วค่ะกำนันตี๋” เสียงหวานๆพูดขึ้นมาพร้อมกับแก้วใบยาวที่วางลงตรงหน้าทำให้ตี๋เล็กหันไปมองคนที่เอาแก้วมาให้ด้วยความแปลกใจ แล้วต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นผู้หญิงที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน




“นี่สไบน้องสาวผมเองครับกำนันตี๋” ปลัดโฮวอนแนะนำพร้อมกับมองน้องสาวตนเองแล้วยิ้มออกมาเมื่อเห็นตี๋เล็กกำลังมองน้องสาวของตนเองโดยไม่ละสายตา




“สวัสดีค่ะกำนันตี๋ สไบเป็นน้องสาวพี่จีวรค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” สไบบอกพร้อมกับยกมือไหว้และโน้มลงไปไหว้ที่อกแกร่งของตี๋เล็ก




“เอ่อ ครับ” ตี๋เล็กตอบรับก่อนจะขยับตัวออกห่างเล็กน้อย




“สไบเพิ่งเรียนจบครับกำนัน ผมอยากให้มาทำงานอยู่ใกล้ๆผมจะได้ดูแลสะดวกหน่อย ได้ข่าวว่าที่โรงงานทำครีมบำรุงผิวของกำนันกำลังรับพนักงานอยู่ ไม่ทราบว่าพอจะมีตำแหน่งว่างพอจะให้สไบเข้าไปทำหรือเปล่าครับ” ปลัดจีวรถามก่อนจะหันไปพยักหน้าให้นายอำเภอเพื่อให้อีกฝ่ายพูดต่อ




“โรงงานครีมผมให้หมูหยองเป็นคนดูแล...”




“เอาน่ากำนัน ยังไงก็ช่วยๆกันหน่อยก็แล้วกัน สไบเพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆยังไม่มีงานทำ ผมเองก็เห็นสไบมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ไม่อยากให้ไปไหนไกลหูไกลตา ยังไงกำนันก็ช่วยรับไว้หน่อยก็แล้วกัน ถือซะว่าสงสารลูกนกลูกกา” นายอำเภอพูดขึ้นมา




“ถ้างั้นก็ได้ครับ” ตี๋เล็กบอกด้วยความจำใจแล้วลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ




“จริงหรอคะ สไบขอบคุณกำนันตี๋มากเลยนะคะที่เมตตาสไบ” สไบบอกพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้และโน้มเข้าไปจรดที่อกแกร่งของตี๋เล็กอีกครั้ง




“ไม่เป็นไรครับ ถือซะว่าช่วยลูกนกลูกกา” ตี๋เล็กบอกก่อนจะยกเหล้าขึ้นจิบเล็กน้อยแล้วมองหน้านายอำเภอกับปลัดจีวรด้วยแววตาครุ่นคิด เขาว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ




“จะยืนให้เมื่อยทำไมล่ะสไบ นั่งลงตรงนั้นแหละ นั่งลงข้างๆกำนันเลย คอยดูและรินเหล้า เติมน้ำแข็งให้กำนันด้วย” ปลัดจีวรบอกแล้วยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าน้องสาวยอมทำตามที่บอกอย่างว่าง่าย แล้วหันไปยิ้มให้นายอำเภอด้วยความหมายที่รู้กันแค่สามคน
















“เสร็จหรือยังจ๊ะพี่นำชัย”




“ยังเลยหมูหยอง ตรงไหนมันเสียก็ไม่รู้” นำชัยบอกพร้อมกับถอดอะไหล่รถมอเตอร์ไซค์ออกมาดู




“นี่มันก็ห้าทุ่มแล้วนะจ๊ะพี่ ป่านนี้พี่ตี๋ไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้” หมูหยองบอกแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความท้อแท้ใจ




“เดี๋ยวก็ติดแล้ว” นำชัยบอกก่อนจะใส่อะไหล่ลงไปตามเดิมและสตาร์ทรถอีกครั้ง




แต็ก แต็ก แต็ก 




กึก กึก




“ติดไหมจ๊ะพี่นำชัย”




“ไม่ติด แต่พี่รู้แล้วว่ามันเป็นอะไร” นำชัยบอกพร้อมกับยิ้มแหยๆให้




“เป็นอะไรจ๊ะ”




“น้ำมันหมด” นำชัยบอกแล้วยิ้มเจื่อนๆให้อีกครั้ง




“อะไรนะพี่นำชัย แล้วเราจะไปยังไงกันล่ะทีนี้ เฮ้อ” หมูหยองพูดขึ้นมาแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจก่อนจะนั่งลงไปกับพื้น
















“กระจง นอนหลับหรือยัง” หมูหยองเรียกเมื่อเดินขึ้นมาบนบ้าน




“กระจง” หมูหยองเรียกอีกครั้ง แล้วต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อได้ยินเสียงเหมือนน้องชายกำลังคุยกับใครอยู่ในห้องนอน




“กระจง อยู่ในห้องหรือเปล่า” 




“มีอะไรพี่หมูหยอง ทำไมมาซะดึกเลย ไหนบอกว่าจะไปตามพี่ตี๋เล็กไง” หูกระจงถามด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อเปิดประตูห้องออกมาแล้ว




“ก็พี่นำชัยน่ะสิ รถเสียอยู่กลางทางพี่เลยเดินมาที่บ้าน... ว่าแต่เมื่อกี๊พี่ได้ยินเสียงกระจงคุยกับใครอยู่ในห้อง” หมูหยองถามพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องน้องชาย




“ฉันไม่ได้คุยกับใครสักหน่อย พี่หูแว่วไปเองหรือเปล่า ฉันเพิ่งตื่นตอนพี่มาเรียกนี่แหละ” หูกระจงบอกพร้อมกับมองพี่ชายที่เดินข้ำไปนั่งที่เตียงนอนด้วยสีหน้าเจื่อนๆ




“งั้นหรอ ช่างมันเถอะ” หมูหยองบอกก่อนจะเอนตัวลงนอนบนที่นอน




“พะ.. พี่หมูหยอง พี่จะนอนในห้องฉันหรอ”




“อืม ขี้เกียจเดินไปนอนที่ห้อง ทำไมหรอ มีอะไรหรือเปล่า” หมูหยองถามพร้อมกับมองหน้าน้องชายด้วยความแปลกใจ




“ไม่.. ไม่มี ไม่มีอะไร พี่นอนเถอะ” หูกระจงบอกก่อนจะหันไปมองตู้เสื้อผ้าด้วยสีหน้าเครียดๆ




“พี่นอนไม่ค่อยหลับ ป่านนี้พี่ตี๋จะทำอะไรอยู่กับใครก็ไม่รู้” หมูหยองพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ




“พี่หมูหยอง อย่าร้องนะ “




แกร๊ก!




“เสียงอะไรน่ะกระจง” หมูหยองถามด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างดังออกมาจากตู้เสื้อผ้า




“ไม่มีอะไรพี่หมูหยอง พี่หูแว่วไปเองหรือเปล่า” หูกระจงรีบบอกทันทีก่อนจะเดินไปล็อกกุญแจตู้เสื้อผ้าเอาไว้




“ทำไมวันนี้พี่หูแว่วบ่อยจัง”




“ไม่มีอะไรหรอก พี่นอนเถอะ” หูกระจงบอกก่อนจะเอนตัวลงนอนข้างๆผู้เป็นพี่และเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
















“พี่หมูหยอง พี่ตี๋เล็กมาหาพี่น่ะ มาตั้งแต่เช้าเลย” กระจงบอกด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อกลับเข้ามาในห้องหลังจากที่ไปเปิดประตูบ้านให้ตี๋เล็ก




“เหอะ หายไปทั้งคืนกลับมาตอนเช้างั้นหรอ” หมูหยองพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน




แกร๊ก! ก๊อก!




“เสียงอะไรมันดังอยู่ในตู้เสื้อผ้าน่ะกระจง” หมูหยองถามเมื่อได้ยินเสียงดังออกมาจากตู้เสื้อผ้า




“ไม่มีอะไรหรอกพี่หมูหยอง สงสัยกระปุกครีมหรือไม่ก็ไม้แขวนเสื้อคงจะตกอยู่ในตู้เสื้อผ้านั่นแหละ” กระจงบอกด้วยน้ำเสียงงัวเงียก่อนจะนอนต่อ




ก๊อก ก๊อก ก๊อก




“หมูหยอง กลับบ้านกับพี่เถอะ” ตี๋เล็กบอกเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องหูกระจง




“ฉันไม่อยากคุยอะไรกับพี่แล้ว เมื่อคืนนี้พี่หายไปไหนมา” หมูหยองพูดพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง




“พี่ไปบ้านนายอำเภอมาจริงๆนะหมูหยอง พี่เมามากเลยขับรถกลับไม่ได้เลยนอนที่บ้านนายอำเภอ”




“แล้วพี่กระด้งล่ะจ๊ะ พี่กระด้งก็ไปกับพี่ไม่ใช่หรอ อย่าบอกนะว่าพี่กระด้งก็เมาจนขับรถให้พี่ไม่ไหว” หมูหยองถามด้วยน้ำเสียงประชดประชันก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง




“มันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะจ๊ะหมูหยอง อย่าเพิ่งโกรธพี่นะ รู้ไหมพอพี่กลับไปถึงบ้านแล้วไม่เห็นหมูหยองอยู่ที่บ้านพี่ก็กระวนกระวายใจแทบแย่”




“ฉันไม่อยากเชื่ออะไรพี่อีกแล้ว พี่ตี๋ปล่อยนะ” หมูหยองบอกพร้อมกับดันอีกฝ่ายออกห่างเมื่อถูกดันมาจนชิดกับตู้เสื้อผ้า




“พี่ตี๋ อย่าทำอะไรบ้าๆในนี้นะ กระจงก็อยู่ด้วยพี่ไม่เห็นหรอ” หมูหยองพูดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นแววตาวาววับของอีกฝ่าย




“ถ้างั้นเราไปคุยกันที่ห้องหมูหยองดีกว่านะ ไม่ได้มานอนที่นี่นานแล้ว” ตี๋เล็กบอกพร้อมกับรีบช้อนร่างเพรียวบางขึ้นจาดพื้นและอุ้มออกไปจากห้องทันที




แกร๊ก แกร๊ก




“กระจง เปิดตู้เสื้อผ้าให้พี่หน่อย กระจง” เสียงเรียกเบาๆที่ดังมาจากตู้เสื้อผ้าทำให้คนที่นอนหลับอยู่ยกมือขึ้นมาปิดหูด้วยความรำคาญก่อนจะนอนหลับไปอีกครั้ง




“กระจง เปิดตู้เสื้อผ้าให้พี่ออกไปหน่อย พี่หายใจไม่ออก กระจง...”
















“หมูหยองจ๋า สงกรานต์นี้เราไปเที่ยวทะเลกันดีไหม”




“ฉันไม่อยากไปไหนกับพี่ทั้งนั้นแหละ” หมูหยองบอกพร้อมกับขยับตัวออกห่าง แต่ก็ถูกดึงเข้าไปกอดอีกครั้ง




“แต่พี่อยากไปกับหมูหยองนี่นา โกรธอะไรพี่ หืม เมื่อคืนพี่เมาจนขับรถไม่ไหวจริงๆ”




“พี่ตี๋มีคนอื่นหรือเปล่าจ๊ะ” หมูหยองถามพร้อมกับพลิกตัวหันไปมองหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาจริงจัง




“พี่ไม่มีคนอื่น มีแต่คนนี้” ตี๋เล็กบอกแล้วกดจมูกลงไปหอมแก้มสีระเรื่อดังฟอด




“ถ้าฉันจับได้ว่าพี่มีคนอื่นนอกจากฉันล่ะจ๊ะ”




“ไม่มีทางจับได้ เอ๊ย พี่ไม่ได้มีใครจริงๆ วันๆพี่ก็อยู่แต่กับเมีย จะให้พี่ไปมีใครที่ไหนล่ะ” ตี๋เล็กบอกก่อนจะดึงผ้าห่มที่คลุมร่างเปล่าเปลือยของเมียรักออก




“พอแล้วพี่ตี๋ ตั้งแต่เช้าแล้วนะ ฉัน... ระบมไปทั้งตัวแล้ว” หมูหยองบอกก่อนจะหันหน้าไปมองทางอื่นด้วยความเขินอาย ทั้งโกรธ ทั้งโมโห ทั้งอาย ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าควรรู้สึกยังไงและควรจัดการกับไอ้ตี๋หื่นจอมกะล่อนนี่ยังไงดี
















“โอ๊ย เพลียเป็นบ้าเลย ห้าโมงเย็นแล้วหรอเนี่ย อากาศจะร้อนไปไหน” หูกระจงบ่นก่อนจะพลิกตัวไปมาบนที่นอนและลุกขึ้นนั่ง




“เฮ้อ อาบน้ำดีกว่า หิวข้าวจนแสบท้องไปหมดแล้ว” หูกระจงพูดกับตนเองก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อเอาผ้าเช็ดตัว




แกร๊ก!




“กระ.. จง...”




“พี่หมวดหย่อน! ตายแล้ว! ฉันลืมพี่ไว้ในตู้เสื้อผ้า” หูกระจงพูดขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วเห็นหมวดหย่อนนั่งเหงื่อท่วมตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าและเป็นลมล้มพับไปทันทีเมื่อเห็นหน้าเขา
















“คืนนี้ไม่ออกไปไหนหรอจ๊ะพี่ตี๋” หมูหยองถามพร้อมกับเดินไปนั่งข้างๆคนที่กำลังนั่งดูหนังอยู่บนโซฟา




“ไม่ล่ะ พักนี้เมียงอนบ่อย คงต้องกอดบ่อยๆให้เมียหายงอน” ตี๋เล็กบอกก่อนจะดึงร่างเพรียวบางเข้ามากอดเอาไว้แน่น




“พี่ตี๋ ปล่อยนะ” หมูหยองบอกแล้วหัวเราะออกมาเมื่ออีกฝ่ายเอาคางที่มีไรเคราที่เพิ่งขึ้นถูไปมาที่ลำคอของเขา




“พี่ตี๋พอแล้ว จั๊กจี๋ พอแล้ว” หมูหยองบอกพร้อมกับหัวเราะจนเหนื่อยและพยายามดิ้นหนี




“พี่ตี๋เล็ก อย่าแกล้ง พอแล้ว”




“ไม่แกล้งแล้วก็ได้ เข้านอนกันดีกว่านะ” ตี๋เล็กบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับใช้ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มสีแดงจัดไปมาด้วยความเอ็นดู




“พอแล้วนะจ๊ะ แค่นี้ฉันก็เมื่อยไปทั้งตัวแล้วนะ” หมูหยองบอกด้วยความเขินอาย




“เอายาหม่องไหม” เสียงที่พูดขึ้นมาทำให้ทั้งสองคนที่นอนกอดกันอยู่บนโซฟาต้องหันไปมองทันทีด้วยความตกใจ




“ไอ้ด้ง เอ็งขึ้นมาทำไม” ตี๋เล็กถามด้วยความหงุดหงิด




“ก็ฉันได้ยินเสียงหมูหยองร้อง นึกว่าเป็นอะไรก็เลยขึ้นมาดู” กระด้งบอกพร้อมกับมองลูกพี่ด้วยแววตาซื่อๆ




“ไม่ใช่เรื่องของเอ็ง ลงไปเลยถ้าไม่อยากโดนถีบลงไป!” ตี๋เล็กบอกด้วยความหงุดหงิด




“เออๆ ลงก็ได้ ว่าแต่จะเอาไหมยาหม่องน่ะ ได้ยินหมูหยองบอกว่าเมื่อย” กระด้งถามด้วยสีหน้าและแววตาซื่อๆ




“ไม่เอาโว้ย! รีบลงไปเลย ไปให้ไกลแล้วไม่ต้องโผล่มาให้เห็นอีก” 




“ไปก็ได้ อุตส่าห์เป็นห่วงเลยขึ้นมาดู ได้ยินเสียงร้องนึกว่ามีอะไรให้ช่วย เสียเวลานัดกับสาวหมดแล้ว” กระด้งบ่นก่อนจะยกมือขึ้นมาเกาหัวและเดินลงบันไดไป




“ไอ้นี่มันน่านักนะ”




“อย่าไปโกรธพี่กระด้งเลยนะจ๊ะพี่ตี๋” 




“ได้จ้ะ ไม่โกรธก็ได้ เมื่อกี๊บอกพี่ว่าเมื่อยใช่ไหม มาเดี๋ยวพี่จะไปนวดในห้องให้” ตี๋เล็กบอกก่อนจะอุ้มเมียรักเดินหายเข้าไปในห้องนอน
















“ทำไมวันนี้พี่ไม่โทรนัดกำนันตี๋เล็กมาอีกล่ะ” 




“พี่ให้คุณอาโทรไปแล้วแต่ไอ้กำนันตี๋มันปิดโทรศัพท์ สงสัยวันนี้มันคงจะได้กินหมูหยองจนหนำใจอีกตามเคย โธ่โว้ย!”




“หมูหยอง ทำไม กำนันตี๋ชอบกินหมูหยองหรอ วันหลังสไบจะได้ซื้อไปฝาก”




“หมูหยองนี่ไม่ใช่ของกิน แต่เขาเป็นเมียไอ้กำนันตี๋ต่างหากล่ะ” ปลัดจีวรพูดขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด




“อะไรนะ กำนันตี๋เล็กมีเมียแล้วงั้นหรอพี่จีวร ทำไมพี่จีวรไม่บอกสไบก่อน สไบไม่ยอมจะ สไบชอบกำนันตี๋ สไบอยากได้ สไบจะเอาให้ได้”




“จะมีปัญญาไหนมาเอาให้ได้ดั่งใจ ขนาดพี่อยากจะกินหมูหยองมาตั้งหลายปีแล้วยังไม่มีโอกาสได้กินแล้ว แม้แต่ดมกลิ่นยังไม่มีปัญญาเลย อย่างมากก็ได้แค่แอบมอง ส่วนไอ้กำนันตี๋มันมาทีหลังแท้มันกลับแย่งไปกินต่อหน้าต่อตา” ปลัดจีวรพูดด้วยไม่พอใจ ในขณะที่แววตาฉายแววขุ่นเคืองออกมาอย่างเห็นได้ชัด




“พี่จีวรอยากกินหมูหยองอะไรนี่ขนาดนี้เลยหรอ เอางี้ไหมล่ะ สไบมีวิธีช่วยให้เราสองพี่น้องสมหวัง”




“จะทำอะไร ที่พี่ให้สไบมาที่นี่ก็เพราะอยากให้มากันไอ้กำนันตี๋ออกจากคุณหมูหยองนี่และ ทำยังไงก็ได้ให้คุณหมูหยองเลิกกับไอ้ตี๋เล็กให้ได้” 




เราไม่ต้องรอถึงขนาดนั้นหรอกพี่จีวร สไบมีวิธีที่ดีกว่านั้น แต่ขั้นแรกสไบจะอ่อยให้ติดกับดักสไบก่อน ถ้าอ่อยไม่ได้ค่อยใช้ไม้ตายของเรา” สไบบอกแล้วยิ้มให้พี่ชาย
















“อ้าว ป้าดอกท้อ สวัสดีจ้ะ มาซื้อกับข้าวหรอจ๊ะ” หมูหยองทักทายเมื่อเห็นพนักงานที่ทำงานในโรงงานครีมมาซื้อของที่ตลาดสด




“อ้อ หมูหยอง ป้ามาซื้อปูนาไปทำน้ำพริกกับแกงอ่อมปูนาน่ะ แดดมันร้อนป้าขี้เกียจไปขุด มาซื้อเอาดีกว่า”




“จ้ะ ดีแล้วล่ะ ป้าก็แกมากแล้วถ้าเกิดไปขุดปูแล้วเป็นลมเป็นแล้งไปแล้วจะยุ่ง ฉันขอตัวไปดูหอยจุ๊บทางนั้นก่อนนะจ๊ะ เย็นนี้กะว่าจะทำแกงอ่อมหอยใส่ใบชะพลูให้พี่ตี๋กิน” หมูหยองบอกแล้วยิ้มให้จนเห็นลักยิ้มน่ารักที่แก้มทั้งสองข้าง




“เดี๋ยวก่อนหมูหยอง คือป้าก็ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องครอบครัวเอ็งหรอกนะ แต่ป้าอดไม่ไหวจริงๆ”




“มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะป้าดอกท้อ”




“เมื่ออาทิตย์ที่แล้วพ่อกำนันตี๋ฝากผู้หญิงคนนึงให้เข้าทำงานที่โรงงาน...”




“พี่ตี๋เล็กฝากผู้หญิงเข้าทำงานที่โรงงาน ทำไมฉันไม่รู้ล่ะจ๊ะป้า”




“พ่อกำนันไม่อยากบอกเอ็งหรอเปล่า ผู้หญิงคนนี้ป้าเห็นแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้ คนเขาหมั่นไส้มันทั้งโรงงาน ทำเป็นมาพูดว่าเป็นเมียพ่อกำนัน ถ้าไม่ติดว่าป้าแก่แล้วป้าอยากจะจับมันหักคอจิ้มน้ำพริกจริงๆเลย”




“งั้นหรอจ๊ะป้า ทำไมไม่เห็นมีใครบอกฉันเลย แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครมาจากไหนจ๊ะ” หมูหยองถามพร้อมกับมองหน้าคนอายุมากกว่าด้วยแววตาเครียดๆ




“เห็นมันบอกว่าชื่อสไบ เป็นน้องสาวปลัดจีวรไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า ที่ไม่มีใครกล้าบอกเพราะไม่มีใครกล้าน่ะสิ นี่พ่อกำนันตี๋เอามาฝากเข้าทำงานเองเลยนะ สงสัยจะใหญ่ใช้ได้เลยล่ะ”




“ชื่อสไบ เป็นน้องสาวปลัดจีวรงั้นหรอ ขอบคุณป้าดอกท้อมากนะจ๊ะที่อุตส่าห์มาบอกฉัน ฉันขอตัวก่อนนะจ๊ะ” หมูหยองบอกก่อนจะรีบเดินออกจากตลาดไปด้วยความรีบร้อน
















“จะให้พี่ทำยังไงกระจง พี่ตี๋มีคนอื่นจริงๆ นี่ถึงกับขนาดเอาไปฝากให้เข้าทำงานที่โรงงานโดยไม่ให้พี่รู้” หมูหยองพูดพร้อมกับสะอื้นจนตัวโยน




“ใจเย็นๆก่อนนะหมูหยอง ไอ้กำนันมันอาจจะไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นก็ได้” หมวดหย่อนพูดขึ้นมาหลังจากที่นั่งเงียบอยู่นาน




“ไม่ได้มีเจตนางั้นหรอพี่หมวด นี่ถึงกับขนาดเอาไปฝากทำงานที่โรงงานโดยไม่บอกฉัน แถมหลายงันที่ผ่านมายังแอบไปหากันตอนกลางคืนแทบทุกวัน” หมูหยองพูดพร้อมกับร้องไห้ออกมา




“ใจเย็นๆก่อนนะพี่หมูหยอง ฉันมีวิธีแล้วพี่ รับรองพี่จับได้คาหนังคาเขาแถมยังทดสอบใจพี่ตี๋เล็กได้อีกด้วย” หูกระจงพูดขึ้นมาพร้อมกับมองพี่ชายด้วยแววตาจริงจัง




“วิธีอะไรกระจง”




“เถอะน่า เชื่อฉันสักครั้ง” หูกระจงบอกอีกครั้งก่อนจะกดโทรศัพท์โทรหาหมายเลขที่ต้องการ
















“ให้พี่แต่งแบบนี้จะดีหรอกระจง พี่ว่ามันแปลกๆ” หมูหยองถามพร้อมกับมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกด้วยความไม่มั่นใจ




“ดีแล้วพี่ แต่งเป็นผู้หญิงแบบนี้พี่ดูสวยจะตาย ดูสิ ปากนิด จมูกหน่อย สวยจะตาย จริงไหมพี่หมวด” กระจงบอกพร้อมกับเดินเข้าไปจัดวิกผมที่ยาวลงไปถึงกลางหลัง0ให้ผู้เป็นพี่ ก่อนจะหันไปถามหมวดหย่อนในตอนท้าย




“อ้อ สวยมาก แต่พี่ว่ามันดูแปลกๆ” หมวดหย่อนตอบ




“เห็นไหม พี่หมวดยังมองว่ามันแปลกเลย แผนนี้ไม่เข้าท่าหรอกกระจง” หมูหยองพูดขึ้นมาแล้วถอนหายใจออกมา




“ฉันรู้แล้วว่าทำไมถึงดูแปลกๆ นี่ไง” หูกระจงบอกพร้อมกับหยิบกระดาษทิชชู่มายัดที่หน้าอกทั้งสองข้างของพี่ชาย




“เออ แบบนี้ค่อยดูเหมือนผู้หญิงจริงๆหน่อย” หมวดหย่อนพูดขึ้นมาพร้อมกับมองเมียรักของเพื่อนด้วยความชื่นชม




“พี่หมูหยองเริ่มแผนได้เลยนะพี่ พี่โทรไปบอกพี่ตี๋เลยว่าพี่ต้องไปดูแลเพื่อนที่ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลสักสี่ห้าวัน แล้วจะกลับบ้านหลังสงกรานต์ อ้อ แล้วพี่อย่าลืมนะว่าตอนนี้พี่คือคนที่เข้าไปทำงานในโรงงานของตนเองในฐานะคนที่คุณหมูหยองฝากให้เข้าทำงาน” หูกระจงย้ำอีกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้พี่ชายลืมแผนที่เตรียมเอาไว้




“อืม พี่รู้แล้ว”




“อ้อ อีกอย่างนึง อันนี้สำคัญแล้วนะ พี่ต้องเข้าไปใกล้ชิดพี่ตี๋เล็กให้มากที่สุด อ่อยให้หลงกันไปเลยจะได้รู้ว่าพี่ตี๋เล็กเป็นพวกเจ้าชู้ โลเลขนาดไหน และอีกอย่างพี่ต้องจับตาดูยัยสไบนางเอาไว้ด้วย”




“เขาชื่อสไบเฉยๆ” หมวดหย่อนท้วงขึ้นมา




“ฉันจะเรียกว่าสไบนางใครจะทำไม ทีพี่กับพี่ตี๋เล็กยังเรียกปลัดจีวรว่าปลัดขิกได้เลย” หูกระจงเถียงกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้




“โอเค ยอมก็ได้ ไปกันได้แล้วล่ะ” หมวดหย่อนบอกแล้วยกมือยอมแพ้ก่อนจะเดินนำสองคนพี่น้องออกจากบ้าน
















“อ้าวไอ้หมวดหย่อน หูกระจง ทำไมถึงมาที่โรงงานได้ล่ะเนี่ย” ตี๋เล็กถามด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นทั้งสองคนเดินเข้ามาหาเขาในโรงงานพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินตามมาด้วย




“ฉันตั้งใจมาหาพี่หมูหยองน่ะ พี่หมูหยองอยู่ไหม” หูกระจงถาม




“หมูหยองไม่อยู่ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ กระจงไม่รู้หรอว่าหมูหยองไปเฝ้าเพื่อนในเมืองเพราะเพื่อนต้องนอนโรงพยาบาล” ตี๋เล็กบอกพร้อมกับมองหน้ากระจงด้วยความแปลกใจ




“อ้าว หรอ ทำไมพี่หมูหยองไม่เห็นบอกฉันเลย ไหนบอกให้ฉันพาเด็กมาฝากเข้าทำงานที่นี่ แล้วจะเอายังไงล่ะที่นี้” หูกระจงพูดขึ้นมาพร้อมกับทำท่าทางตกใจ




“ให้เอาเด็กมาฝากเข้าทำงานหรอ” ตี๋เล็กถามพร้อมกับมองคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลังหูกระจงด้วยความแปลกใจ




“ใช่น่ะสิพี่ตี๋ พี่หมูหยองบอกว่าให้พาเด็กเข้ามาฝากทำงานที่นี่ช่วงปิดเทอม แต่พี่หมูหยองก็ไม่อยู่ แล้วจะทำยังไง” หูกระจงพูดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับทำหน้าลำบากใจ




“เอางี้ก็ได้ เด็กที่หมูหยองฝากมาใช่ไหม เดี๋ยวพี่รับไว้เองก็ได้ ไหนๆหมูหยองก็ฝากมาแล้ว ให้นั่งทำงานในออฟฟิศไปก่อนก็ได้ จะได้ไม่ต้องทำงานหนัก” ตี๋เล็กบอก




“ถ้างั้นก็ดีเลยจ้ะพี่ตี๋” หูกระจงบอกพร้อมกับดันพี่ชายให้เข้าไปใกล้ๆตี๋เล็กที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน




“ชื่ออะไร” ตี๋เล็กถามพร้อมกับมองคนที่ยืนตรงหน้าด้วยความแปลกใจ ทำไมเขาถึงได้รู้สึกคุ้นๆกับผู้หญิงคนนี้แบบนี้นะ เหมือนจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน




“ชื่อ เอ่อ... ชื่อ... หมู เอ๊ย หนูนาจ้ะ เอ๊ย ค่ะ” หมูหยองบอก




“หนูนา อ้อ ถ้างั้นก็นั่งทำงานตรงนั้นก็แล้วกันนะ ใกล้ๆกับสไบ” 




“ขอบคุณค่ะ” หมูหยองบอกและพยายามดัดเสียงให้เล็กที่สุดเพราะกลัวอีกฝ่ายจำได้ ก่อนจะหลบสายตาคมและเดินไปนั่งโต๊ะทำงานตัวเล็กๆที่อีกฝ่ายชี้บอกทันที




“ฉันรับไว้แล้ว ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้วล่ะ” ตี๋เล็กบอก




“แล้วทำไมพี่ตี๋เล็กถึงได้มาขลุกอยู่ในโรงงานทั้งวันแบบนี้ มีอะไรดีหรือเปล่า” หูกระจงถามพร้อมกับมองผู้หญิงที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้ารัดติ้วและแต่งหน้าจัดอย่างไม่ค่อยถูกชะตามากนัก




“ก็จะถึงวันสงกรานต์แล้ว โรงงานก็ใกล้จะหยุดแล้วด้วย พี่ต้องเข้ามาเคลียร์งานและออเดอร์ของลูกค้าก่อนโรงงานหยุดน่ะสิ ความจริงแล้วถ้าหมูหยองอยู่พี่ก็ไม่ต้องเข้าโรงงานหรอก เดี๋ยวตอนบ่ายพี่ต้องไปประชุมตำบลอีก” ตี๋เล็กบอกด้วยน้ำเสียงเครียดๆแล้วถอนหายใจออกมา




“ถ้างั้นก็แล้วไป ฉันนึกว่าที่นี่มีอะไรดีๆซะอีก ถ้างั้นฉันไปแล้วนะ ไปกันเถอะพี่หมวด” หูกระจงบอกพร้อมกับมองพี่ชายด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเดินออกไปจากออฟฟิศ




“กำนันตี๋เล็กคะ ออเดอร์ของลูกค้าตรงนี้สไบลงถูกแล้วใช่ไหมคะ” สไบถามพร้อมกับลุกจากโต๊ะทำงานเดินเข้าไปหาตี๋เล็กและลากเก้าอี้ไปนั่งข้างๆกัน




“ตรงนี้ลงผิดนะสไบ มันต้องเอายอดไปรวมไว้ตรงนี้ก่อนแล้วค่อยเอามารวมกับยอดที่เหลือที่หลัง” ตี๋เล็กบอก




“อ๋อ ค่ะ สไบไม่ค่อยถนัดงานแบบนี้ ถ้าสไบทำอะไรผิดตรงไหนสไบต้องขอโทษกำนันตี๋เล็กด้วยนะคะ” สไบบอกด้วยน้ำเสียงอ้อนๆพร้อมกับยกมือขึ้นมาและกราบงามๆลงไปที่ไหล่ของตี๋เล็ก




ปึ้ง!




เสียงที่ดังมาจากทางด้านหลังทำให้ตี๋เล็กต้องหันไปมองทันทีด้วยความตกใจ แล้วต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นพนักงานที่เพิ่งรับมาใหม่กำลังนั่งเก็บแฟ้มเอกสารที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น




“มีอะไรหรือเปล่าหนูนา” ตี๋เล็กถามก่อนจะลุกขึ้นไปช่วยเก็บ




“เปล่าค่ะ อยู่ดีๆแฟ้มเอกสารพวกนี้มันก็หล่นลงมาจากบนหลังตู้” หมูหยองบอกพร้อมกับมองสบตาคมด้วยแววตาเสียใจวูบหนึ่งก่อนจะก้มลงไปเก็บแฟ้มเอกสารตามเดิม




“มาฉันช่วยเก็บ เดี๋ยวจะสอนงานให้ด้วย” ตี๋เล็กบอกก่อนจะเอื้อมมือไปช่วยเก็บ แต่แล้วต้องชะงักไปทันทีเมื่อมือของเขาดันไปจับมือของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง




“ขอโทษ” ตี๋เล็กบอกก่อนจะดึงมือกลับและรวบแฟ้มเอกสารทั้งหมดขึ้นไปไว้บนหลังตู้ตามเดิม




“เดี๋ยวตามฉันไปดูโรงงานให้ทั่วๆก่อนก็แล้วกัน จะได้รู้ว่าตรงไหนเป็นอะไร เมียฉันฝากเรามาทำงานที่นี่ไม่รู้ว่าตั้งใจจะให้ทำแผนกไหนกันแน่ อยู่ในออฟฟิศไปก่อนก็แล้วกัน หมูหยองกลับมาเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที” ตี๋เล็กบอกพร้อมกับเดินนำอีกฝ่ายเดินออกไปจากออฟฟิศ




“เราไปรู้จักเมียฉันได้ยังไง” ตี๋เล็กถามอีกครั้ง




“รู้จักกันที่มหาลัย.. ค่ะ” หมูหยองบอกอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าใดนัก ตอนนี้เขาอยากอยู่ห่างจากผู้ชายคนนี้ให้มากที่สุด ภาพที่อีกฝ่ายกับผู้หญิงคนนั้นนั่งแนบชิดสนิทสนมกันเมื่อครู่นี้เขายังจำมันได้ดี เขาไม่เคยรู้เลยว่าลับหลังเขาตี๋เล็กจะเป็นคนแบบนี้




“ที่มหาลัยหรอ เป็นยังไงบ้าง หมูหยองเป็นคนน่ารักใช่ไหม คงมีคนชอบเต็มไปหมดเลยใช่ไหมล่ะ” ตี๋เล็กถามด้วยความอยากรู้ แล้วต้องอึ้งไปทันทีเมื่อได้ยินคำตอบจากอีกฝ่าย




“จะอยากรู้อะไรนักหนา” หมูหยองตอบด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินนำหน้าไป




“อะไรของเขาวะ อยู่ดีๆก็หงุดหงิดเฉยเลย” 




“พี่กำนัน.. พี่ตี๋... พี่ตี๋เล็ก”




“มีอะไรไอ้ด้ง แหกปากโวยวายลั่นโรงงานอยู่ได้”




“บ้านยายเมี้ยนอยู่สองไฟไหม้พี่ ตอนนี้ลามไปหลายหลังแล้ว มีคนเจ็บหลายคนเลย” กระด้งบอกพร้อมกับทำหน้าตาตื่น




“จริงหรอวะไอ้ด้ง จะรอช้าทำไมวะ ไปกันเร็ว” ตี๋เล็กบอกด้วยความรีบร้อน




“ฉันไปด้วย” หมูหยองบอกทันทีพร้อมกับเดินตามตี๋เล็กและกระด้งไปที่ลานจอดรถ




"สไบขอไปด้วยนะคะ" สไบตะโกนตามหลังพร้อมกับเปิดประตูเข้าไปนั่งด้านหลังคู่กับหมูหยอง




"ไม่ทำงานหรือไง" หมูหยองถามพร้อมกับมองสไบด้วยแววตาดุๆเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทิ้งงานตามตี๋เล็กมาด้วย




"แล้วหล่อนล่ะ ไม่ทำงานหรือไง" สไบย้อนกลับไปพร้อมกับมองหน้าหมูหยองอย่างไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าใดนัก




"นี่เธอ..."




"พอแล้วๆ ไม่ต้องเถียงกัน ใครอยากไปก็ไป" ตี๋เล็กพูดขึ้นมาด้วยความรำคาญก่อนจะขับรถออกไปจากโรงงาน




"แหม เมียไม่อยู่ไม่ทันไรมีสาวๆจะตีกันแย่งทันทีเลยนะ เสน่ห์แรงใช่ย่อยเลยนะ" เสียงกระด้งที่พูดขึ้นมาทำให้ตี๋เล็กต้องปรายตาไปมองด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะมองคนที่นั่งอยู่ทางด้านหลังจากกระจกมองหลังด้วยแววตาครุ่นคิด จะว่าไปแล้วน้องหนูนาอะไรนี่ก็หน้าคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
















"เป็นยังไงบ้างหมวด อยู่ดีๆไฟไหม้ได้ยังไง" ตี๋เล็กถามพร้อมกับเดินเข้าไปหาเพื่อนที่กำลังง่วนอยู่กับการตรวจสอบหาสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้




"สันนิฐานว่า..."




"ไฟฟ้าลัดวงจรอีกตามเคย" ตี๋เล็กพูดต่อให้พร้อมกับส่ายหน้าไปมาอย่างเซ็งๆ




"เออ" หมวดหย่อนตอบรับก่อนจะมองหน้าเพื่อนอย่างเคือง




"มีใครเป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ" เสียงที่ถามขึ้นมาทำให้ตี๋เล็กต้องหันไปมองด้วยความแปลกใจ แล้วต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นหนูนาเดินตามชาวบ้านไปยังบ้านที่ถูกไฟไหม้ลามไปทางด้านหลังด้วยความรีบร้อน




"ทำไมท่าทางคุ้นๆวะ" ตี๋เล็กพูดกับตัวเองก่อนจะเดินตามไป




"กำนันตี๋เล็กคะ รอสไบด้วยค่ะ" เสียงที่ดังมาจากทางด้านหลังทำให้ตี๋เล็กถอนหายใจออกมาด้วยความรำคาญ แล้วต้องเม้มปากเข้าหากันเมื่ออีกฝ่ายวิ่งเข้ามากอดแขนเขาแน่น




"ปล่อยผมดีกว่าสไบ คุณมาเดินกอดแขนผมแบบนี้มันดูไม่ดีนักหรอก เดี๋ยวชาวบ้านพวกนี้จะเอาคุณไปพูดเสียหายซะเปล่าๆ" ตี๋เล็กบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะแกะมือเล็กออกจากแขน




"ไม่เป็นไรหรอกค่ะกำนันตี๋ สไบไม่สนใจเสียงนกเสียงกาหรอกค่ะ"




"แต่ผมสน ผมมีเมียแล้ว ขืนให้คุณมาเดินกอดแขนผมแบบนี้คงดูไม่ดีแน่"




"กำนัน มาทางนี้หน่อย" หมวดหย่อนตะโกนเรียกพร้อมกับกวักมือให้เพื่อนเข้าไปหา




"ผมขอตัวก่อนนะ คุณกลับไปรอกับกระด้งที่รถก็แล้วกัน" ตี๋เล็กบอกก่อนจะเดินไปหาเพื่อน




"กำนันตี๋เล็ก! ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ ฉันไม่ยอมง่ายๆหรอก"
















"เป็นยังไงบ้างจ๊ะ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า" หมูหยองถามพร้อมกับเดินเข้าไปหาเด็กตัวเล็กๆสองคนที่นั่งร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้




"ฮือ.. ยายหายไปไหนไม่รู้ ฮึก... ฮึก.. พ่อไปตามหายาย ฮึกๆยังไม่กลับมาเลย ฮือ.." เด็กชายตัวน้อยบอกพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น




"โอ๋ๆ ไม่ร้องนะจ๊ะ เดี๋ยวพ่อกับยายก็กลับมาแล้วนะ" หมูหยองบอกพร้อมกับเข้าไปกอดเด็กทั้งสองคนเพื่อปลอบใจ




"หยุดร้องได้แล้วนะ" หมูหยองบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะยกมือขึ้นไปเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าเล็ก




"พ่อกับยายจะกลับมาใช่ไหมคะพี่สาว" เด็กหญิงตัวน้อยถาม




"จ้ะ เดี๋ยวพ่อกับยายก็กลับมาแล้วนะ ไม่ร้องนะจ๊ะ ดูสิเปื้อนหมดเลย" หมูหยองบอกก่อนจะใช้มือคลำที่หน้าอกของตัวเองและดึงม้วนกระดาษทิชชู่ออกมาจากหน้าอกข้างหนึ่ง




"มาพี่เช็ดน้ำตาให้ มอมแมมกันหมดแล้ว" หมูหยองบอกพร้อมกับเอากระดาษทิชชู่เช็ดตามใบหน้าและแขนขาของเด็กตัวน้อยทั้งสองคนอย่างอ่อนโยน





"ผู้หญิงสมัยนี้เอากระดาษทิชชู่ยัดนมเป็นม้วนเลยหรอวะ" ตี๋เล็กพูดขึ้นมาหลังจากที่แอบดูเหตุการณ์อยู่นานแล้ว และมองคนที่กำลังปลอบใจเด็กตัวน้อยทั้งสองคนโดยไม่ละสายตา
















"เฮ้อ เป็นอะไรไปวะไอ้ตี๋เล็ก ทำไมเอาแต่คิดถึงยัยหนูนานั่นอยู่ได้" ตี๋เล็กพูดกับตัวเองแล้วถอนหายใจออกมาหลายๆครั้งด้วยความกลุ้มใจ




"หยุดคิดบ้าๆได้แล้วโว้ย ถึงน้องหนูนาอะไรนั่นจะดูคล้ายหมูหยอง แต่ยังไงเขาก็ไม่ใช่โว้ย ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่" 




"บอกว่าให้หยุดคิดไงวะ หยุดคิด! หยุดคิด! หยุดคิดสิโว้ย" ตี๋เล็กตะคอกตัวเองด้วยความโมโหพร้อมกับโขกหัวตัวเองลงไปกับพนักโซฟาหลายๆครั้งอย่างแรง




"เมียไม่อยู่แค่นี้ถึงกับเป็นบ้าเลยหรอวะ" กระด้งพูดก่อนจะส่ายหน้าไปมาด้วยความระอา
















หมูหยองมองคนที่เดินเข้ามาในโรงงานตั้งแต่เช้าด้วยความแปลกใจเพราะตั้งแต่เปิดโรงงานเมื่อหลายเดือนที่แล้วตี๋เล็กแทบไม่เคยมาที่โรงงานเลยถ้าไม่มีเรื่องด่วนหรือเรื่องจำเป็นจริงๆ แต่หลายวันมานี้ที่เขาปลอมตัวมาทำงานที่นี่เขากลับเห็นตี๋เล็กมาที่โรงงานแต่เช้าทุกวัน แต่แล้วเขาต้องเม้มปากเข้าหากันแน่นเมื่อเห็นสไบเดินเข้าไปกอดแขนตี๋เล็กโดยไม่สนใจสายตาของพนักงานในโรงงานที่พากันมองอยู่




"หนูนา เดี๋ยววันนี้ไปดูผลผลิตข้าวจากชาวนากับฉันหน่อยก็แล้วกัน ช่วงนี้หมูหยองไม่อยู่ฉันเลยต้องทำแทนน่ะ" 




"ให้สไบไปเป็นเพื่อนก็ไ้ด้ค่ะกำนันตี๋เล็ก สไบอยากเรียนรู้งานหลายๆอย่าง" สไบพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหมูหยองด้วยความไม่พอใจ




"อย่าไปเลย ไปแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้เดี๋ยวงานจะพังซะเปล่าๆ" หมูหยองบอกพร้อมกับมองหน้าสไบด้วยความหงุดหงิด




"แล้วหล่อนเก่งมากนักหรือไง เพิ่งเข้ามาทำงานแค่ไม่กี่วันอย่ามาทำเป็นอวดเก่งหน่อยเลย"




"ฉันไม่ได้เก่งหรอก ฉันแค่รู้เรื่องมากกว่าเธอ" หมูหยองเถียงกลับไป




"นังหนูนา! นี่แกว่าฉันโง่หรอ ห๊า!"




"นี่หยุดทะเลาะกันได้แล้ว หนูนา ไปกันได้แล้วเดี๋ยวชาวบ้านจะรอ" ตี๋เล็กพูดขึ้นมาด้วยความรำคาญ ก่อนจะจูงมือน้องหนูนาออกจากโรงงาน




"กำนันตี๋เล็ก!" สไบตะโกนเรียกด้วยความไม่พอใจก่อนจะเดินกลับเข้าไปในออฟฟิศตามเดิม อยากให้ใช้ไม้แข็งนักใช่ไหม ได้!









"ปล่อยได้แล้ว" หมูหยองบอกพร้อมกับแกะมือเรียวสวยที่จับมือของตนเองออก




"อ้อ ขอโทษ" ตี๋เล็กบอกก่อนจะยกมือขึ้นมาเกาหัวแก้เก้อ 




"เราจะไปดูผลผลิตข้าวของชาวบ้านไม่ใช่หรอคะ ไปกันได้แล้วค่ะ เดี๋ยวสายแล้วแดดจะร้อน" หมูหยองบอกพร้อมกับรวบวิกผมที่ยาวสลวยลงมาที่ไหล่ทั้งสองข้างไปไว้ด้านหลังตามเดิม แล้วต้องหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นดวงตาคมกำลังมองเขาอยู่




"มองอะไรคะ" หมูหยองพูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจก่อนจะเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ เขาเพิ่งรู้ว่าตี๋เล็กเป็นคนเจ้าชู้ได้มากขนาดนี้ ขนาดเขาปลอมตัวมาอีกฝ่ายยังถึงเนื้อถึงตัวเขาและมองเขาด้วยแววตาหวานหยาดเยิ้มขนาดนี้ แล้วอีกหลายๆคนที่เขาไม่เห็นล่ะจะขนาดไหนกัน




"ทำไมถึงได้เหมือนน้องหมูหยองขนาดนี้วะ ขนาดมือยังเหมือนกันเลย" ตี๋เล็กพูดกับตัวเองแล้วส่ายหน้าไปมาให้กับความคิดไร้สาระของตนเองก่อนจะขึ้นไปนั่งในรถและขับออกไป
















ตี๋เล็กมองคนที่เดินไปนั่งหลบแดดใต้ต้นไม้ใหญ่ด้วยแววตาครุ่นคิดก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆและมองทอดออกไปยังท้องทุ่งนาที่ไกลสุดลูกหูลูกตาและมีรวงข้าวสีทองที่กำลงโอนเอนไปมาตามแรงลม




"เหนื่อยหน่อยนะ วันนี้ไปหลายที่เลย"




"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เอ๊ย ค่ะ เราแค่มาเดินดูเอง แต่ชาวนาที่เขาทำนาและปลูกข้าวพวกนี้เขาต้องเหนื่อยกว่าพวกเราเป็นร้อยเท่า" หมูหยองบอกก่อนจะถอนหายใจออกมา




"แต่ถึงจะลำบากยังไงเราก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้" ตี๋เล็กพูดขึ้นมาพร้อมกับหรี่ตามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆเพื่อรอฟังคำตอบ 




"พวกเราไม่ควรเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของพวกเขา แต่เราควรสนับสนุนให้พวกเขามีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น" คำตอบของอีกฝ่ายทำให้ตี๋เล็กต้องขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็นปมด้วยความแปลกใจเพราะนอกจากลักษณะท่าทางและหน้าตาของผู้หญิงคนนี้ที่ดูคล้ายกับเมียของเขาแล้ว ความคิดของคนคนนี้ยังเหมือนเมียของเขาราวกับก็อปปี้กันออกมา




"สนับสนุนด้วยการเปิดโรงงานเครื่องสำอางโดยใช้ผลผลิตจากชาวนาและใช้แรงงานจากคนในตำบล อย่างนี้เรียกว่าช่วยไหม" ตี๋เล็กถามขึ้นมาอีกครั้ง แล้วต้องเม้มปากเข้าหากันแน่นเมื่อคำตอบของอีกฝ่ายคือคำตอบเดียวกันกับที่หมูหยองเคยบอกกับเขาก่อนจะเปิดโรงงาน




"การที่เราทำแบบนี้เป็นการช่วยชาวนาและช่วยชุมชนของเราได้มากเลยนะจ๊ะ ชาวนาที่ปลูกข้าวก็ไม่ต้องโดนนายทุนกดราคา ส่วนคนที่ไม่มีงานทำก็มาทำงานที่โรงงานเรา ทำงานใกล้บ้านตัวเอง ไม่ต้องไปอยู่กรุงเทพ ไม่ต้องห่างไกลจากครอบครัว" หมูหยองบอกแล้วยิ้มออกมา




"นั่นสินะ" ตี๋เล็กพูดขึ้นมาพร้อมกับหรี่ตามองอีกฝ่าย เขาว่าเรื่องนี้มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลซะแล้ว




ครืนนนน!




เปรี้ยงงง!




"เหมือนฝนจะตกเลยนะ เรากลับไปที่รถกันเถอะ" หมูหยองบอกเมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องดังสนั่นซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าฝนกำลังจะตกในอีกไม่ช้า




ซ่าาาาา!




"ฝนตกแล้ว ขืนวิ่งไปที่รถเดี๋ยวคงได้โดนฟ้าผ่าตายแน่ ไปหลบฝนที่กระท่อมกันก่อนเถอะ" ตี๋เล็กบอกพร้อมกับจูงมืออีกฝ่ายวิ่งฝ่าสายฝนตรงไปที่กระท่อมปลายนาที่อยู่ไม่ไกลมากนัก




"เข้ามาสิ" ตี๋เล็กบอกเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมตามเข้ามาในกระท่อม




"ไม่เป็นไร ฉันยืนข้างนอกกก็ได้" หมูหยองบอกพร้อมกับมองเข้าไปในกระท่อมด้วยความระแวงเพราะกระท่อมนี้เป็นกระท่อมที่เขาพาตี๋เล็กมาหลบฝนตอนรถเสียเมื่อปีที่แล้ว




"เข้ามาเถอะ ข้างนอกฝนตกหนักแล้ว" ตี๋เล็กบอก




"ไม่เป็นไรจ้ะ" หมูหยองบอกพร้อมกับมองคนที่เดินออกมาจากกระท่อมด้วยความระแวง




"กลัวพี่หรือไง" ตี๋เล็กถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ




"กลัวอะไร ฉันไม่ได้กลัว"




"แล้วนี่อะไร" ตี๋เล็กถามด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะเอื้อมมือไปจับที่หน้าอกทั้งสองข้างของอีกฝ่าย




"จะทำอะไร!" หมูหยองถามด้วยความตกใจพร้อมกับเอนตัวหลบ




"มานี่!" ตี๋เล็กบอกก่อนจะดึงร่างเพรียวบางเข้ามากอดเอาไว้และล้วงมือเข้าไปในเสื้อตัวบางแล้วดึงกระดาษทิชชู่สองม้วนที่หน้าอกออกมา




"พี่ตี๋เล็ก!" หมูหยองเรียกด้วยความตกใจเมื่อกระดาษทิชชู่ถูกล้วงออกมาจากหน้าอก แล้วต้องนิ่งงันไปทันทีเมื่อวิกผมยาวสลวยถูกกระชากออกจากหัว




"ทำไมถึงทำแบบนี้หมูหยอง" ตี๋เล็กถามพร้อมกับมองใบหน้าน่ารักที่กำลังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ด้วยแววตาเครียดๆ ปล่อยให้เขากลุ้มใจแทบตายเพราะคิดว่าตัวเองจะนอกใจเมียไปชอบคนอื่นที่คล้ายเมียตัวเอง ที่ไหนได้คนที่ทำให้เขาว้าวุ่นใจจนไม่เป็นอันทำอะไรตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมานี้คือเมียของเขาเอง




"พี่รู้ได้ยังไงว่าเป็นฉัน"




"ทำไมพี่จะจำเมียตัวเองไม่ได้ บอกพี่มาว่าทำไมต้องทำอะไรแบบนี้ด้วย"




"เพราะอยากจะดูความเจ้าชู้ของพี่ให้เต็มตาไงล่ะ" หมูหยองตอบด้วยน้ำเสียงประชดประชันพร้อมกับดันอีกฝ่ายออกห่าง




"หมายความว่ายังไง"




"ถ้าฉันไม่ปลอมตัวเป็นผู้หญิงเข้าไปอยู่ใกล้ๆพี่แบบนี้ฉันก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าพี่เจ้าชู้มากขนาดไหน"




"พี่เจ้าชู้ยังไงหมูหยอง ถึงพี่จะกะล่อนไปบ้างแต่พี่ก็ไม่เคยทำตัวเจ้าชู้กับใครเลยสักครั้ง" ตี๋เล็กถามพร้อมกับเอื้อมมือไปเชยปลายคางสวยให้เมียรักเงยหน้าขึ้นมามองสบตากัน




"งั้นหรอจ๊ะ แล้วคุณสไบอะไรนั่นล่ะ ทำไมพี่ถึงได้เอาเขาไปทำงานที่โรงงานโดยไม่ยอมบอกฉันสักคำ แล้วทุกครั้งที่เจอกันทำไมพี่ต้องตัวติดกันกับเขาขนาดนั้นด้วย แล้วก่อนหน้านี้ที่พี่ออกจากบ้านกลางคืนบ่อยๆเพราะพี่ออกไปหาเขามาใช่ไหมล่ะ" หมูหยองถามก่อนจะยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาออกจากแก้ม




"ไม่ใช่อย่างที่หมูหยองคิดนะ พี่เคยเจอเขาที่บ้านนายอำเภอแค่ครั้งเดียวแล้วนายอำเภอก็ฝากเขามาทำงานที่โรงงานเรา ที่พี่ไม่ได้บอกเพราะพี่ไม่เห็นว่ามันเป็นเรื่องสำคัญอะไร เขาก็เป็นแค่พนักงานทั่วไปเหมือนคนอื่นๆ" ตี๋เล็กบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง




"ฉันไม่เชื่อ! ปล่อยนะพี่ตี๋" หมูหยองบอกพร้อมกับผลักคนที่ดึงเขาเข้าไปกอดออกห่าง




"พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยนะ หมูหยองก็เห็นไม่ใช่หรอว่าเขามายุ่งกับพี่ก่อน" ตี๋เล็กบอกด้วยน้ำเสียงอ้อนๆก่อนจะดึงร่างเพรียวบางมากอดเอาไว้




"แล้วกับหนูนาล่ะ ทำไมพี่ต้องทำตาหวานเยิ้มมองฉันซะขนาดนั้น พี่ชอบผู้หญิงแบบนี้ใช่ไหม พี่จะนอกใจฉันใช่ไหม"




"พี่มองเพราะหนูนาเหมือนหมูหยองมาก ยิ่งมองทุกอย่างมันก็ยิ่งเหมือนกันอย่างกับคนเดียวกัน" 




"พี่หมายความว่ายังไง" หมูหยองถามพร้อมกับมองสบตาคมด้วยความข้องใจ




"พี่มองหนูนาเพราะว่าหนูนาคือหมูหยอง ความรู้สึกที่พี่มีให้หมูหยองมันไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ไม่ว่าหมูหยองจะปลอมตัวเป็นใคร พี่ก็ยังรู้สึกกับหมูหยองเหมือนเดิม" ตี๋เล็กบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง




"จริงหรอจ๊ะพี่ตี๋ พี่ไม่ได้โกหกฉันใช่ไหม" 




"พี่ไม่เคยมีอะไรที่ต้องโกหกเมีย" ตี๋เล็กบอกอีกครั้งก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปและหอมแก้มสีระเรื่อเบาๆอย่างทะนุถนอม




"อย่าจ้ะพี่ตี๋ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า" หมูหยองบอกพร้อมกับเอียงใบหน้าหลบ




"ฝนตกขนาดนี้จะมีใครมาเห็นล่ะจ๊ะหมูหยอง พี่ไม่ได้กินหมูหยองมาหลายวันแล้วนะ โทษฐานที่หลอกพี่ ยอมให้พี่ลงโทษซะดีๆ" ตี๋เล็กบอกก่อนจะอุ้มเมียรักขึ้นจากพื้นและพาเดินเข้าไปในกระท่อม




"พี่ตี๋ นี่มันยังกลางวันแสกๆอยู่เลยนะจ๊ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า"




"ฝนตกหนักขนาดนี้ไม่มีใครมาเดินให้เปียกฝนหรอก เรามาระลึกความหลังกันดีกว่านะหมูหยองจ๋า"




"พี่ตี๋จ๊ะ อย่าจ้ะ.. อย่า... หยุด.."
















"กลับกันได้แล้วนะจ๊ะพี่ตี๋ นี่ก็จะมืดแล้ว ฝนหยุดตกแล้วด้วย" หมูหยองบอกก่อนจะเอาวิกผมยาวสลวยมาใส่ไว้ตามเดิม




"ไม่ต้องใส่แล้วก็ได้นะ ใส่วิกแบบนี้นานๆหมูหยองคงอึดอัดแย่เลย" ตี๋เล็กบอกพร้อมกับดึงร่างเพรียวบางมากอดเอาไว้




"ก็อึดอัดนะจ๊ะพี่ตี๋ แต่ตอนนี้ฉันแต่งตัวเป็นผู้หญิงอยู่ ขืนให้คนอื่นเห็นฉันผมสั้นใส่ชุดผู้หญิงแบบนี้มันคงจะดูพิลึกน่าดูเลย" หมูหยองบอกแล้วยิ้มให้เล็กน้อย




"ถ้างั้นก็ตามใจหมูหยองเถอะจ้ะ เรากลับกันได้แล้วล่ะ หมูหยองคงอยากอาบน้ำแล้ว" ตี๋เล็กบอกพร้อมกับลุกขึ้นยืนและอุ้มเมียรักขึ้นมาอยู่ในอ้อมกอด




"ให้พี่อุ้มนะ ถ้าให้เดินเองหมูหยองของพี่คงเดินไม่ไหวหรอก" ตี๋เล็กบอกพร้อมกับมองใบหน้าน่ารักด้วยแววตาพราวระยับก่อนจะอุ้มเมียรักเดินออกจากกระท่อมหลังจากที่รำลึกความหลังกันแทบทั้งวัน




"หื่นเกินไปแล้วนะจ๊ะพี่น่ะ" หมูหยองบ่นก่อนจะซบใบหน้าลงไปที่อกแกร่งเพื่อหลบแววตาพราวระยับด้วยความเขินอาย
















"เฮ้ย! พี่ตี๋เล็ก!" กระด้งเรียกพร้อมกับมองลูกพี่ที่อุ้มผู้หญิงขึ้นไปบนบ้านด้วยความตกใจ




"มีอะไรไอ้ด้ง" ตี๋เล็กถามด้วยน้ำเสียงดุๆก่อนจะมองคนที่นอนหลับในอ้อมแขนเพราะจะตื่น




"นี่พี่พาผู้หญิงมานอนที่บ้านได้ยังไงพี่ แล้วเมียพี่ล่ะ แล้วไหนจะผู้ใหญ่แผ่นอีก ถ้าผู้ใหญ่แผ่นรู้ว่าพี่นอกใจลูกเขาพี่โดนยิงไส้ทะลักแน่" กระด้งบอกพร้อมกับมองหน้าลูกพี่ด้วยสีหน้าเครียดๆ




"ไร้สาระน่าไอ้ด้ง หุบปากได้แล้วเดี๋ยวเมียข้าตื่น" ตี๋เล็กบอกก่อนจะอุ้มร่างเพรียวบางขึ้นไปบนบ้าน




"ซวยแล้วไง เอาไงดีวะเนี่ย ทำไมพี่ตี๋ทำแบบนี้วะ ถ้าหมูหยองกลับมาตายแน่พี่ตี๋" กระด้งพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเครียดๆแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ
















แกร๊ก!




แอ๊ด!




เสียงประตูที่ดังขึ้นมาในตอนเช้าทำให้กระด้งที่นั่งหลับอยู่หน้าห้องลูกพี่ต้องสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ แล้วต้องเบิกตากว้างและอ้าปากค้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นคนที่เดินออกมาจากห้อง




"อ้าว พี่กระด้ง ทำไมมานั่งตรงนี้ล่ะจ๊ะ"




"หมูหยอง!" กระด้งเรียกด้วยความตกใจ




"มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ ทำไมทำท่าทางตกใจขนาดนั้นล่ะ" หมูหยองถามพร้อมกับมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความสงสัย




"หมูหยองกลับมาตอนไหน แล้ว... ในห้อง..." กระด้งถามก่อนจะพยายามชะเง้อมองเข้าไปในห้อง




"กลับมาตั้งแต่เมื่อวานตอนหัวค่ำแล้วจ้ะ ในห้องมีอะไรหรอจ๊ะพี่กระด้ง"




"ไหนพี่ขอดูหน่อย" กระด้งบอกพร้อมกับลุกขึ้นไปและชะโงกหน้าเข้าไปมองในห้องจนทั่วด้วยความสงสัย แล้วต้องขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็นปมด้วยความข้องใจเมื่อเห็นว่าในห้องมีเพียงแค่ตี๋เล็กที่ยังคงนอนหลับอยู่บนเตียงเท่านั้น




"หายไปไหนวะ"




"อะไรหายหรอจ๊ะพี่กระด้ง"




"ปละ.. เปล่า เปล่าจ้ะหมูหยอง พี่ขอตัวก่อนดีกว่า" กระด้งบอกก่อนจะรีบวิ่งลงจากบ้านทันที สงสัยงานนี้ต้องเจอดีเข้าแล้วแน่ๆ




"เป็นอะไรของเขา ทำหน้าอย่างกับเห็นผีงั้นแหละ" หมูหยองพูดพร้อมกับส่ายหน้าไปมา
















"ว่ายังไงบ้างพี่จีวร หายไปตั้งหลายวันได้เรื่องอะไรบ้างไหม" สไบถามทันทีเมื่อเห็นพี่ชายกลับมาถึงบ้านพักปลัดอำเภอ




"ระดับนี้แล้วมีหรอจะไม่ได้เรื่อง.. เชิญเข้ามาเลยครับพ่อหมอลิ้นทอง" ปลัดจีวรบอกพร้อมกับเชิญชายชรารูปรางผอมบางเข้ามาในบ้าน




"พ่อหมอลิ้นทอง" สไบทวนคำพร้อมกับมองคนที่เดินเข้ามาในบ้านอย่างไม่ค่อยเชื่อถือเท่าใดนัก




"ใช่ พ่อหมอลิ้นทองเป็นหมอทำเสน่ห์และคุณไสยที่เก่งที่สุดและตามหาตัวยากมากที่สุด กว่าพี่จะพาตัวพ่อหมอมาได้พี่ต้องเข้าป่าขึ้นเขาตั้งหลายวัน" ปลัดจีวรบอก




"มีอะไรให้ข้าช่วยก็บอกมา ข้าช่วยเจ้าได้ทุกอย่าง" เสียงแหบๆของพ่อหมอพูดขึ้นมา




"ทำให้ผู้ชายคนนึงรักฉันและมาสยบแทบเท้าฉัน พ่อหมอทำได้ไหม" สไบถามแล้วยิ้มออกมาเมื่อเห็นชายชราพยักหน้าแทนคำตอบ
















"พี่ตี๋จ๊ะ วันนี้จะต้องไปงานวันสงกรานต์ที่ศาลาวัดบ้านเราก่อนแล้วค่อยเข้าไปในเมืองใช่ไหมจ๊ะ" หมูหยองถามพร้อมกับมองคนที่กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ข้างๆกัน




"จ้ะ เดี๋ยวหมูหยองไปกับพี่นะ พี่จะพาไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่กับพ่อแม่พี่"




"ได้จ้ะพี่ตี๋ แต่ฉันขอเอากระจงไปด้วยนะจ๊ะ เห็นน้องบอกว่าอยากไปเล่นสงกรานต์ในเมืองฉันเลยอยากพาน้องไปด้วย" หมูหยองบอกแล้วต้องขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นตี๋เล็กนั่งเงียบลงไปและไม่ได้สนใจฟังที่เขาพูดเลยแม้แต่น้อย




โอม... รักสไบ... หลงสไบ




คิดถึงแค่สไบ...




ยามหลับก็ฝันถึงสไบ...




ยามตื่นก็อยากเห็นหน้าสไบ...




กินข้าวก็อยากกินสไบ...




ทุกวินาทีจงคิดถึงสไบ โอม...




กำนันตี๋เล็กจงมาหาสไบ มาหาสไบ มาหาสไบเดี๋ยวนี้ โอม...




"พี่ตี๋จ๊ะ เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ"




"อย่ามายุ่งกับกู!" คำตอบของอีกฝ่ายทำให้หมูหยองนิ่งงันไปทันทีด้วยความตกใจ




"พี่ตี๋เล็กจ๊ะ..."




"บอกว่าอย่ามายุ่ง ไปให้พ้นหน้ากู เห็นหน้ามึงแล้วกูอยากจะอ้วก กูจะไปหาน้องสไบเมียกู กูจะไปหาสไบ" ตี๋เล็กบอกพร้อมกับมองใบหน้าน่ารักด้วยความเกลียดชังก่อนจะลุกออกห่าง




"อะไรนะพี่ตี๋ พี่พูดอะไรของพี่น่ะ" หมูหยองถามก่อนจะลุกขึ้นและเดินเข้าไปหา แต่อีกฝ่ายกลับถอยหลังหนีเขาราวกับว่ารังเกียจเขานักหนา




"พี่หมูหยองฉันมาแล้ว ไปกันเถอะ นี่มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า" กระจงถามเมื่อเดินเข้ามาในบ้าน




"กูจะไปหาสไบเมียกู" ตี๋เล็กพูดขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะเดินไปที่บันได




"พี่หมายความว่ายังไงพี่ตี๋ สไบเมียพี่งั้นหรอจ๊ะ ไหนพี่บอกว่าไม่มีอะไรกับเขาไง แล้วฉันล่ะจ๊ะ ฉันไม่ใช่เมียพี่หรือไง" หมูหยองถามพร้อมกับมองอีกฝ่ายด้วยความเสียใจ




"มึงไม่ใช่เมียกู กูมีเมียคนเดียวคือสไบ กูรักสไบคนเดียว" ตี๋เล็กบอกพร้อมกับมองใบหน้าน่ารักด้วยความเกลียดชัง




"พี่ตี๋ แล้วฉันไม่ใช่เมียพี่หรือไง พี่ไม่รักฉันหรือไง" หมูหยองถามด้วยความน้อยใจ แล้วกำมือเข้าหากันแน่นเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย




"มึงไม่ใช่เมียกู กูไม่เคยรักมึง กูรักแค่สไบคนเดีย..."




"พี่ตี๋เล็ก!" 




เพี๊ยะ!




หมูหยองตะคอกด้วยความโมโหก่อนจะตบลงไปที่แก้มสากอย่างแรงจนอีกฝ่ายเซไปอีกทางด้านหนึ่ง




"ไม่เคยรักฉันเลยงั้นหรอ!"




ผลั้วะ!




ผลั้วะ!




เพี๊ยะ!




"พี่หมูหยอง พอแล้วพี่ พี่ตี๋เล็กสลบไปแล้ว" หูกระจงบอกพร้อมกับรีบเข้าไปดึงตัวพี่ชายที่กำลังต่อยตี๋เล็กไม่ยั้งจนอีกฝ่ายสลบไปออกมาทันที




"ไม่ได้ยินที่เขาพูดหรอกระจง เขาไม่เคยรักพี่เลย" หมูหยองบอก




"ใจเย็นๆก่อนนะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมอยู่ๆพี่ตี๋เล็กถึงได้เป็นบ้าแบบนี้ ท่าทางอย่างกับคนโดนทำเสน่ห์" หูกระจงถามพร้อมกับมองคนที่สลบอยู่กับพื้นอย่างพิจารณา




"โดนทำเสน่ห์งั้นหรอ" หมูหยองทวนคำพร้อมกับมองหน้าน้องชายด้วยแววตาครุ่นคิด




"ไปกันได้หรือยัง สายแล้วนะ... เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย พี่ตี๋เล็ก พี่เป็นอะไรไป ใครทำพี่" กระด้งถามด้วยความร้อนใจเมื่อเห็นลูกพี่นอนฟุบอยู่กับพื้น แต่เมื่อจะเข้าไปหาตี๋เล็กเขาต้องชะงักไปทันทีเมื่อเห็นแววตาดุๆของหมูหยองที่มองหน้าเขาอยู่




"แหะๆ หมูหยองเองหรอจ๊ะ" กระด้งพูดแล้วหัวเราะแห้งๆก่อนจะถอยออกห่างจากลูกพี่ทันที นอกจากตี๋เล็กแล้วในหมู่บ้านนี้มีใครไม่รู้บ้างล่ะว่าหมูหยองลูกผู้ใหญ่แผ่นได้ความโหดมาจากผู้ใหญ่แผ่นเต็มๆ




"พี่กระด้งเฝ้าพี่ตี๋ไว้ให้ดีนะจ๊ะ อย่าให้พี่ตี๋ออกไปไหนเด็ดขาด เดี๋ยวฉันจะรีบกลับ" หมูหยองบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะรีบออกจากบ้านไปพร้อมกับหูกระจง




"ไปกวนอะไรเมียอีกล่ะเนี่ยพี่ตี๋เล็กเอ๊ย ไอ้ด้งก็เคยบอกหลายครั้งแล้วว่าอย่าขัดใจเมีย อย่าขัดใจเมียก็ไม่เชื่อ นี่คงจะโดนจับได้เรื่องที่อุ้มน้องหนูนาเข้าบ้านวันนั้นแน่ๆเลย" กระด้งบ่นพร้อมกับเดินเข้าไปนั่งใกล้ลูกพี่




"เอ๊ะ วันนี้นัดน้องบุญหลายไว้ว่าจะพาขับรถไปเล่นสงกรานต์ในเมืองนี่หว่า เอาไงกับพี่ตี๋ดีวะเนี่ย"




"รู้แล้ว.. คราวนี้พี่หนีไปไหนไม่ได้แน่พี่ตี๋เล็ก" กระด้งพูดกับตัวเองพร้อมกับมองหีบไม้อันใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าห้องพระด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
















"ฉันนอนรอจนหลับไปหลายตื่นแล้วนะพ่อหมอ ทำไมกำนันตี๋เล็กยังไม่ยอมมาหาฉันอีก นี่ฉันท่องคาถาจนคอแห้งไปหมดแล้วด้วย" สไบโวยวายพร้อมกับมองพ่อหมอที่กำลังนั่งบริกรรมคาถาบางอย่างด้วยความไม่พอใจ




"เดี๋ยวมันก็มา เอ็งใจเย็นๆหน่อยสิวะ"




"ฉันไม่ยงไม่เย็นมันแล้ว อากาศร้อนจะตายฉันนอนรอในห้องมาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วฉันยังไม่เห็นกำนันตี๋เล็กจะร้อนรุ่มจนต้องคลานมาสยบแทบเท้าเหมือนที่พ่อหมอบอกเลย มีแต่ฉันนี่แหละที่ร้อนจะตายอยู่แล้ว"




"ข้าบอกว่ามันจะมามันก็ต้องมา เอ็งนอนรออีกสักหน่อยเถอะน่า ยังไงซะวันนี้เอ็งต้องได้ผัวแน่นอน" พ่อหมอลิ้นทองบอกห้วนๆก่อนจะหลับตาลงไปและบริกรรมคาถาของตนเองต่อ




"แล้วฉันจะคอยดู!" สไบพูดด้วยความไม่พอใจก่อนจะเดินกลับไปนอนรอที่ห้องนอนของตนเองอีกครั้ง















วันนี้เป็นวันสงกรานต์




หนุ่มสาวชาวบ้านเบิกบานจิตใจจริงเอย




ตอนเช้าทำบุญ ทำบุญตักบาตร




ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันกันเอย




เข้าวัดแต่งตัว แต่งตัวสวยสะ




ไปสรงน้ำพระ ณ วันสงกรานต์เอย




"คุณหมูหยอง ทำไมมาเล่นสงกรานต์คนเดียวแบบนี้ล่ะครับ กำนันตี๋ไม่ได้มาด้วยหรอ" 




"อ้าว คุณปลัดนั่นเอง ฉันมาเป็นตัวแทนพ่อน่ะจ้ะ ส่วนพี่ตี๋ก็ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าแล้ว ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่ตี๋รีบร้อนออกไปไหน" หมูหยองบอกพร้อมกับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้




"กำนันตี๋กล้าปล่อยให้คนน่ารักๆอย่างคุณหมูหยองมาเล่นสงกรานต์แบบนี้คนเดียวได้ยังไงกันครับ เดี๋ยวผมเล่นเป็นเพื่อนคุณหมูหยองเองนะครับ"




"ขอบคุณคุณปลัดมากนะจ๊ะ"




"ขอปะแป้งหน่อยนะครับ" ปลัดจีวรบอกก่อนเอาเอาแป้งที่อยู่ในมือไปแตะเบาๆที่แก้มทั้งสองข้างของหมูหยอง




"ฉันขอปะแป้งคุณปลัดด้วยนะจ๊ะ" หมูหยองบอกแล้วยิ้มให้ก่อนจะเอาแป้งไปละเลงจนทั่วทั้งหน้าของอีกฝ่าย




"พะ.. พอแล้วครับคุณหมูหยอง แค้กๆ" ปลัดจีวรบอกก่อนจะไอออกมาจนหน้าแดงเพราะแป้งที่อีกฝ่ายเอามาทาหน้าเขาเป็นแป้งเย็น แถมยังเข้าตา เข้าปากและจมูกของเขาจนแสบไปหมด




"ก็ได้จ้ะ ถ้างั้นเราไปก่อกองทรายกันที่ลานวัดดีกว่านะจ๊ะคุณปลัด"




"ครับ" ปลัดจีวรตอบรับทันทีพร้อมกับเดินตามร่างเพรียวบางไปยังลานวัดที่มีหนุ่มสาวหลายคู่ รวมถึงเด็กๆและคนเฒ่าคนแก่กำลังพากันก่อกองทรายอย่างสนุกสนาน




'แค่ไม่มีแกทุกอย่างมันก็ดีไปซะหมดไอ้ตี๋เล็ก! คอยดูเถอะฉันจะพาคุณหมูหยองไปดูว่าแกมีคนอื่น คราวนี้คุณหมูหยองจะต้องเลิกกับแกแล้วมาคบกับฉัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"






"กระจง พี่ว่าเราปล่อยให้หมูหยองอยู่กับปลัดจีวรแบบนี้จะดีหรอ ดูหน้าตาท่าทางไม่น่าไว้ใจยังไงก็ไม่รู้"




"เถอะน่าพี่หมวดหย่อน ถ้าพี่หมูหยองไม่เข้าหาปลัดจีวรแบบนี้พี่หมูหยองจะช่วยพี่ตี๋เล็กได้ยังไง เราสองคนแค่คอยจับตามองดูห่างๆก็พอแล้ว ถ้าพี่หมูหยองบอกให้ช่วยค่อยช่วย" กระจงบอกพร้อมกับจับตามองดูพี่ชายที่กำลังนั่งก่อกองทรายกับปลัดจีวรอยู่ที่ลานวัดโดยไม่ละสายตา
















"คุณหมูหยองเปียกไปหมดแล้วนะครับ เดี๋ยวแวะไปเช็ดหน้าเช็ดตัวที่บ้านผมสักหน่อยไหมครับ อยู่ใกล้ๆแค่นี้" ปลัดจีวรถามพร้อมกับมองหมูหยองด้วยความลังเล




"ก็ดีเหมือนกันจ้ะคุณปลัด" หมูหยองบอกแล้วยิ้มให้ก่อนจะซ่อนแววตาของตัวเองเอาไว้อย่างมิดชิด




"ถ้างั้นก็ไปกันเถอะครับ.. แล้วคุณหมูหยองจะได้เห็น..."




"เห็นอะไรหรอจ๊ะคุณปลัด"




"เปล่าครับ เราไปกันดีกว่าครับ" ปลัดจีวรบอกแล้วลอบยิ้มกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ คราวนี้ไม่รอดแน่ไอ้ตี๋เล็ก
















"ทำไมบ้านคุณปลัดเงียบแบบนี้ล่ะจ๊ะ"




"นั่นสิครับ สไบน้องสาวผมอยู่หรือเปล่านะ ทำไมบ้านดูเงียบๆ" ปลัดจีวรพูดก่อนจะเดินขึ้นไปบนบ้านและตรงไปที่ห้องนอนน้องสาวของตนเอง




"สไบ สไบ.. อยู่ในห้องหรือเปล่า เปิดประตูให้พี่หน่อย"




"มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะคุณปลัด"




"สไบไม่ยอมเปิดประตูให้ครับ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า" ปลัดจีวรบอกพร้อมกับแกล้งตีหน้าเครียด




'คราวนี้แกไม่รอดแน่ไอ้ตี๋เล็ก!'




"มีกุญแจไขเข้าไปหรือเปล่าจ๊ะ" หมูหยองถาม




"มีครับ แป๊บนึงนะครับคุณหมูหยอง" ปลัดจีวรบอกก่อนจะเดินไปหยิบกุญแจมาไขประตูห้องนอนของสไบ




แกร๊ก!




แอ๊ด!




"สไบ!" ปลัดจีวรแกล้งตะโกนเรียกทันทีพร้อมกับเปิดประตูห้องเข้าไป แต่แล้วต้องชะงักไปทันทีกับภาพที่เห็น




"คงไม่มีอะไรหรอกจ้ะคุณปลัด คุณสไบก็แค่นอนหลับเฉยๆ สงสัยจะร้อนก็เลยแก้ผ้านอนอล่างฉ่างแบบนี้ ฉันขอตัวไปรอที่ระเบียงบ้านก็แล้วกันนะจ๊ะ" หมูหยองบอกก่อนจะเดินออกไป




"สไบ... สไบ.. นังสไบ!" โฮวอนตะโกนเรียกด้วยความโมโหพร้อมกับมองคนที่แก้ผ้านอนหลับอยู่บนเตียงด้วยแววตาเครียดๆก่อนจะดึงมาห่มมาห่มให้




"อ้าว พี่จีวร" สไบเรียกด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
"ไอ้ตี๋เล็กมันหายหัวไปไหน ทำไมถึงได้มานอนแก้ผ้าอล่างฉ่างแบบนี้"




"กำนันตี๋เล็กยังไม่มาเลยพี่จีวร ฉันนอนแก้ผ้ารอมาทั้งวันแล้ว ยังไม่เห็นมีวี่แววว่าจะมาเลย"




"อะไรนะ มันยังไม่มาอีกงั้นหรอ" ปลัดจีวรถามด้วยความแปลกใจ




"ก็ยังไม่มาน่ะสิ" สไบบอกแล้วถอนหายใจออกมาแรงๆด้วยความขัดใจ




"เป็นไปได้ยังไงกัน" 
















"ถ้าพี่ตี๋โดนทำเสน่ห์เหมือนที่กระจงบอกจริงๆ มันก็ต้องมีคนทำ หรือไม่ในบ้านหลังนี้มันต้องมีอะไรสักอย่างที่จะช่วยพี่ตี๋ได้แน่ๆ" หมูหยองพูดกับตัวเองพร้อมกับเดินไปจนทั่วบ้านพักของปลัดจีวร แล้วต้องชะงักไปเล็กน้อยด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นบ้านหลังเล็กๆที่อยู่หลังบ้านพัก 




"ทำไมหน้าบ้านถึงได้มีผ้ายันต์ติดรอบบ้านเต็มไปหมด" หมูหยองพูดขึ้นมาด้วยความสงสัยแล้วรีบลงจากบ้านตรงไปที่บ้านหลังเล็กๆที่อยู่หลังบ้านทันที




เมื่อเดินมาถึงบ้านหลังเล็กที่อยู่หลังบ้านแล้วหมูหยองต้องขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงสวดมนต์เป็นภาษาที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาเดินอ้อมไปที่หน้าต่างและแอบมองที่มาของเสียง แล้วต้องนิ่งงันไปทันทีเมื่อเห็นชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งสวดอะไรบางอย่าง 




"นั่นมันรูปพี่ตี๋เล็กนี่" หมูหยองพูดด้วยความตกใจเมื่อเห็นรูปถ่ายของตี๋เล็กวางอยู่บนผ้าสีแดงคู่กับรูปของสไบ




"ใครอยู่ตรงนั้น! ออกมาเดี๋ยวนี้! ข้าบอกให้ออกมา!"




"ฉันเอง" หมูหยองบอกพร้อมกับลุกขึ้นและเดินตรงไปที่ประตูก่อนจะเปิดเข้าไป




"เอ็งเป็นใคร!" พ่อหมอลิ้นทองถามพร้อมกับมองหมูหยองด้วยความไม่พอใจ




"เป็นเมียของคนที่แกกำลังทำเสน่ห์ใส่อยู่นี่ไง" หมูหยองตะคอกพร้อมกับรีบเดินเข้าไปหยิบรูปที่วางอยู่บนผ้าสีแดงด้วยความรวดเร็วโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวก่อนจะฉีกรูปทั้งสองออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย




"นี่เอ็งกล้ามาทำลายพิธีของข้างั้นรึ" พ่อหมอลิ้นทองตวาดด้วยความโมโหพร้อมกับมองหน้าหมูหยองก่อนจะขยับปากท่องคาถาบางอย่าง




"โอ๊ย!" หมูหยองร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนจะล้มลงไปและนอนตัวงออยู่บนพื้น




"คุณหมูหยอง! นี่พ่อหมอทำอะไรคุณหมูหยอง" ปลัดจีวรถามพร้อมกับเข้าไปประคองร่างเพรียวบางให้ลุกขึ้นนั่ง




"มันบังอาจมาทำลายพิธีข้า ถอยออกไปข้าจะสั่งสอนมัน ถ้าเอ็งไม่อยากโดนเสกหนังควายเข้าท้องแบบมันเอ็งก็ออกไปจากที่นี่ซะ" เมื่อได้ยินที่ชายชราบอกปลัดจีวรก็มองร่างเพรียวบางด้วยความลังเลก่อนจะปล่อยอีกฝ่ายให้นอนอยู่ที่พื้นตามเดิมและรีบออกไปทันที




"ไอ้ชั่ว" หมูหยองพูดพร้อมกับพยายามลุกขึ้นนั่ง




"ปากดีนักนะ ข้าจะฆ่าเอ็งให้ตายและจะเอาเอ็งมาเป็นบริวารของข้า"




"โอ๊ย! ฮือ.. ฉันเจ็บ" หมูหยองบอกและบิดตัวไปมาด้วยความทรมานเมื่อรู้สึกว่าบางอย่างที่อยู่ในท้องเริ่มขยายขึ้นเรื่อยๆจนเขาเจ็บปวดทรมานจนแทบขาดใจ ร่างเพรียวบางที่นอนร้องไห้ดิ้นทุรนทุรายอยู่กับพื้นไม่ได้ทำให้ชายชราสงสารไดเลยแม้แต่น้อย




"ฮึก.. ฉันปวด ปวดมาก พอแล้ว ฮือ..."




"เอ็งจะต้องมาเป็นผีบริวารของข้า"




เอี๊ยดดดดดดด!




เสียงรถที่ดังอยู่ทางด้านนอกทำให้คนที่กำลังบริกรรมคาถาอยู่ชะงักไปทันที แล้วต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นคนที่ถีบประตูเข้ามา




"ไอ้เสือแผ่น!"




"ปล่อยลูกข้าเดี๋ยวนี้ไอ้ลิ้นทอง" ผู้ใหญ่แผนบอกพร้อมกับมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเกรี้ยวกราด




"พี่หมูหยอง เป็นยังไงบ้าง มันทำอะไรพี่" หูกระจงถามพร้อมกับเข้าไปกอดพี่ชายเอาไว้แน่น




"กระจงพี่เจ็บ ฮึก.. พี่ทนไม่ไหวแล้ว ฮือ... พี่เจ็บ"




"ถอยไปก่อนกระจง" ผู้ใหญ่แผ่นบอกลูกชายคนเล็กด้วยน้ำเสียงเครียดๆพร้อมกับเดินมานั่งข้างๆลูกชายคนโตและเอามือไปวางที่ท้องก่อนจะหลับตาและท่องคาถาบางอย่าง




"พ่อจ๋า ฮือ.. ฉันเจ็บ" หมูหยองบอกพร้อมกับมองผู้เป็นพ่อด้วยแววตาวิงวอน แล้วต้องนิ่งงันไปทันทีเมื่ออาการเจ็บปวดที่อยู่ในท้องหายไปแล้ว




"ไม่เป็นอะไรแล้วนะลูกพ่อ" ผู้ใหญ่แผ่นบอกก่อนจะเอามือที่วางอยู่ที่หน้าท้องของลูกชายออกมาและโยนหนังแผ่นเล็กๆที่ติดมือมาโยนทิ้งไป




"พวกเอ็งพากันออกไปก่อน ข้ามีเรื่องต้องสะสางกับไอ้ลิ้นทอง" ผู้ใหญ่แผ่นบอก




"ไปจ้ะพี่หมูหยอง" หูกระจงพูดพร้อมกับเข้าไปประคองพี่ชาย




"แต่ว่าพ่อจ๊ะ..." 




"กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวพ่อจะตามไป" 




"ไปกันเถอะหมูหยอง" หมวดหย่อนบอกพร้อมกับเข้าไปช่วยหูกระจงประคองหมูหยองออกจากบ้าน




"พ่อมาที่นี่ได้ยังไงกระจง" หมูหยองถามเมื่อเข้ามานั่งในรถแล้ว




"ฉันกับพี่หย่อนคอยตามพี่กับปลัดจีวร แต่ก็คลาดกันจนได้ ฉันหาพี่ยังไงก็หาไม่เจอ แล้วพ่อก็กลับมาพอดีพี่หมูหยอง ฉันไม่รู้จะทำยังไงก็เลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟัง พ่อเลยรีบให้ฉันพามาที่นี่" หูกระจงบอกพร้อมกับหันไปมองพี่ชายที่นั่งอยู่ทางด้านหลังด้วยความเป็นห่วง




"เดี๋ยวก่อนนะ มีใครสักคนพอจะอธิบายให้พี่ฟังสักหน่อยได้ไหมว่าผู้ใหญ่แผ่นจะไปสู้ไอ้หมอผีนั่นได้ยังไง" หมวดหย่อนถามขึ้นมาด้วยความข้องใจ




"พ่อเคยเป็นเสือเก่าน่ะพี่หย่อน พ่อก็เลยมีวิชาอาคมเยอะ แต่พ่อก็ไม่เคยเอามาใช้ทำร้ายใครแบบนี้ ไอ้หมอลิ้นทองกล้าทำกับพี่หมูหยองขนาดนี้ฉันรับประกันได้เลยว่ามันต้องถูกพ่อทำลายวิชาอาคมแน่ๆ ดีไม่ดีอาจถึงขั้นเป็นบ้าไปเลยก็ได้" หูกระจงบอก




"แล้วพี่ตี๋ล่ะ พี่ตี๋เป็นยังไงบ้าง" หมูหยองถามทันทีด้วยความร้อนใจ




"พวกพี่ยังไม่ได้เข้าไปดูไอ้ตี๋เลย มัวแต่ตามหาหมูหยองนี่แหละ" หมวดหย่อนบอก




"ถ้างั้นเรากลับไปดูพี่ตี๋กันเถอะจ้ะพี่หมวด ฉันรู้สึกเป็นห่วงพี่ตี๋ยังไงก็ไม่รู้" 
















"พี่ตี๋จ๊ะ พี่อยู่ไหน" หมูหยองตะโกนเรียกด้วยความร้อนใจเมื่อตามหาตี๋เล็กจนทั่วบ้านแล้วแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา




"เจอไหมจ๊ะพี่หมวด เจอพี่ตี๋ไหมกระจง" หมูหยองถามแล้วต้องน้ำตาคลอทันทีเมื่อเห็นทั้งสองคนส่ายหน้าแทนคำตอบ




"ไม่เห็นทั้งพี่ตี๋เล็กทั้งพี่กระด้งเลย" หูกระจงบอก




"หายไปไหนกัน" หมูหยองพูดแล้วต้องวิ่งออกไปดูทันทีเมื่อได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้าบ้าน




"ฝากตัวรับใช้นาย เอื๊อก.. เป่าหัวผู้ขวางทาง..."




โครม!




"พี่กระด้ง!" หมูหยองเรียกด้วยความตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายร้องลงจากรถมอเตอร์ไซค์และร้องเพลงด้วยเสียงยานคางก่อนจะล้มลงไปที่บันไดและนิ่งไปในสภาพที่เปียกโชกและมอมแมมไปด้วยแป้ง




"สลบไปแล้ว คงจะเมามาก เมาและขับรถแบบนี้สมควรโดนจับปรับเงินซะให้เข็ด" หมวดหย่อนบอกเมื่อลงมาดูกระด้งที่นอนอยู่ที่บันได




"ถ้าพี่ตี๋ไม่ได้อยู่กับพี่กระด้งแล้วพี่ตี๋จะหายไปไหนกัน รถก็ยังจอดอยู่ครบทุกคัน หรือว่าพี่ตี๋จะไปหาผู้หญิงคนอื่น" หมูหยองพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆแล้วเม้มปากเข้าหากันแน่น




"อย่าเพิ่งคิดมากเลยพี่หมูหยอง เดี๋ยวพี่ตี๋ก็กลับมา" หูกระจงปลอบใจพี่ชายแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความกลุ้มใจเมื่อเห็นสีหน้าอีกฝ่ายดูเครียดมากกว่าเดิม
















"พี่หายไปไหนจ๊ะพี่ตี๋ ทำไมดึกป่านนี้พี่ยังไม่ยอมกลับบ้านอีก" หมูหยองพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเศร้าๆพร้อมกับมองไปที่หน้าบ้านโดยไม่ละสายตา




ตึง! ตึง!




แกร๊ก! แกร๊ก!




เสียงที่ดังขึ้นมาทำให้หมูหยองหันไปมองทันทีด้วยความตกใจ แล้วต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไร




"หรือขโมยจะขึ้นบ้าน" หมูหยองพูดขึ้นมาเมื่อนึกได้แล้วรีบวิ่งเข้าไปเอาปืนลูกซองที่แขวนอยู่ในห้องนอนทันที




ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!




ตึง! ตึง!




เสียงที่ดังขึ้นมาติดๆกันทำให้หมูหยองต้องเดินตามหาที่มาของเสียง แล้วต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่าเสียงที่ได้ยินดังออกมาจากหีบใส่ของที่อยู่หน้าห้องพระ เขาเล็งปลายกระบอกปืนตรงไปที่หีบและเดินเข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวังก่อนจะเปิดหีบออก




แอ๊ด!




"พี่ตี๋!" หมูหยองเรียกด้วยความตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายนอนขดตัวอยู่ในหีบในสถาพเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและถูกปิดปากและมัดมือกับเท้าเอาไว้




"พี่ตี๋ ทำไมพี่มาอยู่ในนี้ล่ะจ๊ะ ใครทำพี่" หมูหยองถามด้วยความร้อนใจพร้อมกับช่วยดึงร่างสูงออกมาจากหีบและช่วยแกะเชือกที่ข้อมือกับเท้าออกให้




"หมูหยอง" ตี๋เล็กเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเมื่อเมียรักแกะเชือกที่มัดอยู่ที่ปากออกให้ ก่อนจะหมดสติลงไปด้วยความอ่อนเพลีย




"พี่ตี๋!"
















"รู้สึกตัวแล้วหรอจ๊ะ เป็นยังไงบ้างจ๊ะพี่ตี๋" หมูหยองถามทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายรู้สึกตัวแล้ว




"หมูหยอง นี่พี่เป็นอะไรไป" ตี๋เล็กถามด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือเล็กๆมากุมเอาไว้




"พี่ตี๋เป็นลมไปน่ะจ้ะ ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นจ๊ะ ทำไมพี่ตี๋ถึงได้เข้าไปอยู่ในหีบแบบนั้น" หมูหยองถามพร้อมกับเอื้อมมือไปแตะที่รอยช้ำหลายรอยที่ใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกผิด




"พี่จำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้สึกตัวอีกทีก็เห็นตัวเองอยู่ในหีบมืดๆนั่นแล้ว"




"พี่ตี๋จำอะไรไม่ได้เลยหรอจ๊ะ" หมูหยองถามพร้อมกับมองสบตาคมด้วยความไม่มั่นใจเท่าใดนัก




"พี่จำอะไรไม่ได้จริง แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับพี่หรอ"




"ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ แค่ขโมยมันขึ้นบ้านแล้วมันก็ต่อยพี่จนสลบ... แล้วก็จับตัวพี่ไปไว้ในหีบ" หมูหยองบอกพร้อมกับหันไปมองทางอื่นเพื่อหลบสายตาคม




"ขโมยขึ้นบ้านหรอ! แล้วหมูหยองเป็นอะไรหรือเปล่า มันเป็นใคร ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน" ตี๋เล็กถามด้วยความตกใจพร้อมกับลุกขึ้นนั่งทันทีและมองเมียรักด้วยความเป็นห่วง




"ฉันไม่เป็นอะไรจะพี่ตี๋ พี่หมวดหย่อนมาช่วยไว้พอดีและจับพวกมันไปแล้ว"




"เฮ้อ โล่งอกไปที" ตี๋เล็กบอกแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจก่อนจะดึงเมียรักเข้ามากอดเอาไว้ด้วยความหวงแหน




"พี่ขอโทษที่พี่มาสลบไปซะก่อนเลยปกป้องเมียของพี่ไม่ได้"




"ฉันไม่เป็นอะไรจ้ะพี่ตี๋ ฉันปลอดภัยดี แค่ฉันรู้ว่าพี่ยังรักฉันฉันก็มีความสุขมากแล้ว" หมูหยองบอกพร้อมกับซบใบหน้าลงไปที่ซอกคอขาว




"พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ พี่ก็รักเมียพี่แค่คนเดียวอยู่แล้วนี่"




"ฉันกลัวพี่ไม่รักฉัน"




"หมูหยองไม่ต้องกลัวหรอก พี่รักหมูหยองแค่คนเดียว เชื่อใจพี่เถอะ" ตี๋เล็กบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน




"จ้ะพี่ตี๋.. พี่ตี๋ อย่าจ้ะ นี่มันเช้าแล้วนะจ๊ะ เดี๋ยวฉันต้องไปหาขนุนในเมืองด้วย" หมูหยองบอกพร้อมกับจับมือที่กำลังปลดกระดุมเสื้อของเขาเอาไว้




"เพิ่งจะเช้าเอง เดี๋ยวสายๆพี่ไปส่ง วันนี้พี่จะเล่นน้ำเป็นเพื่อน" 




"กะ.. ก็ได้จ้ะ" 
















"หยอง ทำไมเอ็งพาผัวมาด้วยวะ" ขนุนกระซิบถามเบาๆพร้อมกับมองคนที่นั่งมองมาทางพวกเขาที่กำลังเล่นน้ำกันอยู่




"ก็พี่ตี๋อยากมาด้วยนี่นา ไม่มีอะหรอกขนุน" 




"ไม่มีอะไรหรอ เอ็งดูสายตาผัวเองสิวะ โหดซะขนาดนั้น"




"ช่างเถอะน่า ไปเล่นน้ำเถอะ" หมูหยองบอกพร้อมกับจูงมือขนุนไปยังกลุ่มเพื่อนๆที่เล่นน้ำกันอยู่ริมถนน




"ขอปะแป้งหน่อยนะคะ" ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งบอกพร้อมกับพากันวิ่งลงจากรถกระบะมาหาหมูหยองและรุมปะแป้งอย่างสนุกสนาน




"ทำหน้าให้มันดีๆหน่อยได้ไหมวะไอ้ตี๋ ถ้าร้อนก็ไปเล่นสงกรานต์กับเมียแกโน่นไป" หมวดหย่อนแซวเพื่อนเมื่อขับรถผ่านมา




"จะหน้าแบบไหนมันก็เรื่องของฉัน ว่าแต่แกเถอะไอ้หย่อน วันสงกรานต์แบบนี้ไม่พากระจงเล่นน้ำสงกรานต์บ้างหรอ"




"ฉันเล่นน้ำกับกระจงทุกคืนแหละ อ้อ ไอ้ตี๋ ฉันได้ข่าวว่านายอำเภอกับปลัดอำเภอโดนสั่งย้ายแล้วนะ" 




"โดนสั่งย้าย.. ทำไมวะ" ตี๋เล็กถามพร้อมกับมองหน้าเพื่อนด้วยความงุนงง




"เรื่องนี้มันมีเบื้องลึกเบื้องหลังว่ะ แต่ที่แน่ๆพ่อตาแกมีเอี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย"




"พ่อตาฉันหรอวะ"




"เออ ฉันต้องไปธุระแล้ว ไปก่อนนะ" หมวดหย่อนบอกพร้อมกัลรีบขับรถหนีไปทันทีเพราะกลัวจะผิดคำพูดที่ให้ไว้กับหมูหยองเรื่องปลัดจีวร สไบ และพ่อหมอลิ้นทอง




"มีเรื่องอะไรที่ยังไม่รู้อีกหรือเปล่าวะ" ตี๋เล็กพูดกับตัวเองด้วยความแปลกใจ แต่แล้วต้องหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งลงมาจากหลังรถกระบะพากันกรูเข้ามาหาเมียเขาและรุมปะแป้ง แถมบางคนยังฉวยโอกาสกอดและจับมืออีกต่างหาก




"หมูหยอง!" ตี๋เล็กเรียกด้วยน้ำเสียงห้วนๆพร้อมกับตรงเข้าไปดึงเมียรักออกห่างจากเด็กหนุ่มกลุ่มนั้นทันที




"อะไรจ๊ะพี่ตี๋เล็ก" หมูหยองถามก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้ตาเพราะรู้สึกว่าแป้งเข้าตา
"กลับได้แล้วพี่หวง ดูสิ แป้งเปื้อนไปหมดแล้ว" ตี๋เล็กบอกก่อนจะใช้ขันตักน้ำมาล้างหน้าให้เมียรักอย่างทะนุถนอม




"แต่ฉันยังเล่นสนุกอยู่เลยนะจ๊ะพี่ตี๋" หมูหยองบอกพร้อมกับทำหน้างอใส่ก่อนจะหันไปมองเพื่อนๆที่พากันเล่นน้ำและประแป้งกันอย่างสนุกสนาน




"แต่พี่ไม่สนุกด้วยหรอกนะที่เห็นใครมารุมปะแป้งถึงเนื้อถึงตัวเมียพี่แบบนี้ กลับบ้านได้แล้ว ถ้าอยากเล่นน้ำก็เล่นกับพี่สองคนพอ"




"อยู่กับพี่ฉันคงไม่มีแรงลุกขึ้นมาเล่นน้ำหรอก อยามาหลอก" หมูหยองพูดขึ้นมาแล้วต้องหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสายตาทุกคู่ของเพื่อนๆกำลังมองมาที่เขาด้วยแววตาล้อเลียน




"กลับก็ได้" หมูหยองบอกแล้วรีบวิ่งไปที่รถด้วยความเขินอายโดยมีตี๋เล็กเดินตามไปติดๆ




"บอกแล้วใช่ไหมว่าหยองมันเล่นน้ำกับพวกเราได้ไม่ถึงยี่สิบนาทีหรอก มีผัวตามคุมซะขนาดนั้น เขารู้กันทั้งตำบลโคกดอกคูณแล้วว่ากำนันตี๋เล็กหวงเมียขนาดไหน พวกเอ็งไปเจ๊าะแจ๊เมียเขามากๆเดียวก็ได้กินลูกปืนหรอก" ขนุนบอกพร้อมกับมองเพื่อนที่กลับไปแล้วด้วยความเหนื่อยใจก่อนจะหันกลับมาเล่นน้ำต่อ
















"หมูหยองจ๋า ฟังพี่ก่อน" ตี๋เล็กบอกเมื่อเปิดประตูตามเมียรักลงมาจากรถ




"อย่าตามฉันมานะพี่ตี๋" หมูหยองบอกอย่างงอนๆก่อนจะเดินไปที่ท่าน้ำหลังบ้าน




"เฮ้ย! พี่ตี๋! นี่พี่... พี่ออกมาจากหีบ..." กระด้งพูดขึ้นมาด้วยความตกใจและตื่นเต็มตาเมื่อเปิดประตูห้องออกมาเจอตี๋เล็กเข้าพอดี




"อะไรของเอ็งไอ้ด้ง อย่ามากวน คนยิ่งหงุดหงิดอยู่" ตี๋เล็กพูดด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินตามเมียรักไป




"ฉันลืมพี่ไว้ในหีบ แล้วนี่พี่ออกมาได้ยังไงวะ" กระด้งพูดกับตัวเองก่อนจะยกมือขึ้นมาเกาหัวด้วยความงุนงงและกลับเข้าไปนอนต่อ
















"พี่ตี๋เล็กบ้า พี่จะขี้หึงขี้หวงเกินไปแล้วนะ" หมูหยองพูดด้วยความหงุดหงิดก่อนจะขยับขาที่แช่ลงไปในน้ำแรงๆด้วยความขัดใจ




"ปีที่แล้วก็ไม่ให้ฉันเล่นน้ำ ปีนี้ยังจะห้ามอีกหรอ ฉันโกรธพี่จริงๆแล้วด้วย วันนี้ฉันจะกลับ..."




ตูมมมมมมม!




"ช่วย.. ด้วย" หมูหยองร้องด้วยความตกใจเมื่อถูกกระชากลงน้ำอย่างแรง




"หมูหยอง พี่เอง" ตี๋เล็กรีบบอกทันทีเมื่อเห็นเมียรักตกใจและพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำ




"พี่ตี๋เล็ก! เล่นอะไรของพี่เนี่ย" หมูหยองโวยวายด้วยความไม่พอใจพร้อมกับพยายามดันอีกฝ่ายออกห่างก่อนจะไหว้น้ำไปที่บันไดท่าน้ำ




"หายโกรธพี่เถอะนะ พี่ขอโทษ" ตี๋เล็กบอกพร้อมกับว่ายน้ำเข้าไปใกล้ๆ




"ฉันไม่อยากคุยอะไรกับพี่ตอนนี้ทั้งนั้นแหละ" 




"ไม่เอานะหมูหยอง ไม่โกรธพี่ตี๋นะคนดี"




"ฉันไม่..." หมูหยองบอกแล้วต้องเงียบลงไปทันทีเมื่อริมฝีปากร้อนทาบลงมาปิดริมฝีปากของเขาเอาไว้




"อื๊ออ.."




"เล่นน้ำกับพี่นะ" ตี๋เล็กบอกด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ




"กะ.. ก็ได้จ้ะ" หมูหยองบอกแล้วหลับตาลงไปด้วยความเขินอายเมื่ออีกฝ่ายพาเขาว่ายน้ำไปที่ใต้ท่าน้ำเพื้อหลบแดดและหลบสายตาคนภายนอก คำว่าเล่นน้ำของพี่ตี๋เล็กไม่ได้มีความหมายเหมือนกับการเล่นน้ำของคนอื่น แต่การเล่นน้ำของพี่ตี๋เล็กคนหื่นคือการทำแบบนี้ต่างหาก
















"เดินไหวไหมจ๊ะ ให้พี่อุ้มไหม"




"จะบ้าหรอจ๊ะพี่ตี๋ คนเยอะแยะเต็มไปหมดฉันเดินเองได้จ้ะ" หมูหยองบอกพร้อมกับกอดแขนตี๋เล็กเดินเที่ยวงานวัดประจำปีที่จัดในวันสงกรานต์ซึ่งเป็นวันปีใหม่ของไทย




"เดี๋ยวเราไปปาลูกโป่งกันดีกว่า พี่อยากเอาตุ๊กตาให้หมูหยอง"




"ก็ได้จ้ะ เดี๋ยวฉันช่วยปา" หมูหยองบอกแล้วยิ้มให้ แต่แล้วต้องชะงักไปทันทีเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาหา




"มาทำไมอีก!" ตี๋เล็กถามห้วนๆด้วยความไม่พอใจ




"ผมมีอะไรอยากจะพูดกับคุณหมูหยองครับ ฮึก.. คุณหมูหยองครับ ผมขอโทษกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำ แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่าทั้งหมดที่ผมทำลงเป็นเป็นเพราะผมรักคุณ" ปลัดจีวรบอกก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาของตัวเอง




"พูดจบแล้วใช่ไหม!" ตี๋เล็กถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ




"ครับ ลาก่อนนะครับคุณหมูหยอง ฮึก..." ปลัดจีวรบอกก่อนจะยกแขนขึ้นมาซับน้ำตาของตัวเองแล้ววิ่งจากไปด้วยความเสียใจ




โครม!




"วิ่งภาษาอะไรวะ หัดดูตาม้าตาเรือบ้างสิ" พ่อค้าขายไข่ปิ้งตะคอกด้วยความโมโหเมื่อปลัดจีวรวิ่งเข้ามาชนตะกร้าไข่ปิ้งของตนเองจนกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น




"ขอโทษครับ เดี๋ยวผมเก็บให้ครับ" ปลัดจีวรบอกด้วยสีหน้าเจื่อนๆพร้อมกับรีบก้มลงไปช่วยเก็บไข่ปิ้งใส่ตะกร้าตามเดิม




"ไปกันเถอะจ้ะพี่ตี๋ อย่าไปสนใจคนแบบนี้เลย" หมูหยองบอกพร้อมกับกอดแขนตี๋เล็กเดินตรงไปที่ร้านปาลูกโป่ง




"ไม่สนใจจริงๆหรอ" ตี๋เล็กแซวอย่างไม่ค่อยจริงจังเท่าใดนัก




"หรือพี่ตี๋อยากให้ฉันสนใจล่ะจ๊ะ" หมูหยองแกล้งถามกลับไปพร้อมกับยิ้มหวานให้




"ก็ลองสนใจสิ เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อย" ตี๋เล็กบอก




"คิดมากน่าพี่ตี๋ ไปปาลูกโป่งกันเถอะ" หมูหยองบอกก่อนจะมองไปรอบๆตัวแล้วโน้มใบหน้าเข้าไปหอมแก้มสากอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าไม่มีใครมองมาทางเขา ก่อนจะเดินนำหน้าไปที่ร้านปาลูกโป่งอย่างอารมณ์ดี





"รอพี่ด้วยเมียจ๋า" ตี๋เล็กตะโกนตามหลังพร้อมกับวิ่งตามเมียรักไป











#หมูหยองเด็กพี่ตี๋

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ CHOKOONsDIARY จากทั้งหมด 30 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. #8 beelkyu01
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 16:49
    สนุกมากกกกกกกก เพราะว่ายุ่งๆกว่าจะได้มาอ่านชอบที่แต่งเนื้อเรื่องเป็นไทยๆตามสไตล์บ้านเรา ชื่อตัวละครแต่ละตัวก็น่ารักมาก ตี๋เล็กยังคงหื่นเหมือนเดิมเลย เรื่องนี้ปลัดจีวรร้ายมาก ชอบนะคะพี่ตี๋กับน้องหมูหยอง
    #8
    0
  2. #7 เลาเอง
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 08:31
    โว้ย ชั้นรักความกระด้งมาก55555555555555555555555555555ฮืออออตั้งแต่ใส่แว่นดำขับมอไซค์ตอนกลางคืน ลืมบักพี่ตี๋ไว้ในหีบ โว่ยยยย555555555555555555555555555555ขำมากเลยค่ะ แบบนั่งๆอ่านอยู่ละเหมือนคนบ้า ดีนะไม่เปิดเรื่องนี้อ่านในที่สาธารณะ ละความกระจงลืมพี่หมวดไว้ในตู้เสื้อผ้า แงงตลกก555555555555555555555 คิดภาพลักจีวรเอาผ้าเช็ดน้ำซับน้ำตาในความคิดเราคือทอแลมาก อาจจะเพราะโฮวอนในชีวิตจริงก็เป็นคนแบบนั้น ความบักโฮวอนนี่นะ5555555 ละมาวิ่งชนรถเข็นไข่ปิ้ง บักบ้า555555555555555555555555 ตลกสไบนอนแก้ผ้า แบบดูเป็นผู้หญิงโง่ๆ แต่ความโง่นั่นตลกดีนะคะ555555555555555555555 เกลียดความต้องกราบอกกราบไหล่ แบบหืมนังนี่ /ปรายตามอง อ่อยได้โลว์คลาสลืม

    บักพี่ตี๋นี่ก็หลงเมียละเกิน ดูรักเมียจากใจจริงดีนะคะ เมียปลอมตัวมาละทำนิสัยเดิมๆก็ตกหลุมรักเหมือนเดิมเพราะเมียคือเมีย รัมมมมมคานนนนนนนเอ่าะะะะะะะ ละนี่ใจคอวันๆคิดจะเคลมเมียอย่างเดียวเลยหรือไงคะ คนบ้าบ้าบ้าบ้า

    เกลียดมอเตอร์ไซค์ฮ่างด้วย55555555555555555555555555555555แบบโว้ยยยย555555555555555555555555555555555

    ตลกดีค่ะ ชอบ เป็นสิ่งบันเทิงในชีวิต55555555555555555555555555



    #7
    0
  3. #6 Maya
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 00:59
    น่ารัก จัง พี่ตี๋ น้องหมูหยอง ฟินสุดๆๆๆๆ
    #6
    0
  4. #5 NEW
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 00:28
    รักเมียมากมั้ยตี๋ หมูหยองก็นะยอมพี่มันจนได้ใจใหญ่เลย

    น่ารักแบบลูกทุ่ง ขอบคุณนะไนท์ไม่ว่าเทศกาลไหนๆไรท์ก็มีฟิคให้พวกอ่านตลอดๆ ทั้งๆที่ต้องนั่งรถไปพิมพ์ไปเก่งมากเลยไม่เมารถด้วย มีโอกาสก็เที่ยวให้สนุกนะ สวัสดีปีใหม่ไทยนะ สุขภาพร่างกายแข็งแรง อยู่ด้วยกันอีกนานๆนะ
    #5
    0
  5. #4 NEW
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 00:27
    รักเมียมากมั้ยตี๋ หมูหยองก็นะยอมพี่มันจนได้ใจใหญ่เลย

    น่ารักแบบลูกทุ่ง ขอบคุณนะไนท์ไม่ว่าเทศกาลไหนๆไรท์ก็มีฟิคให้พวกอ่านตลอดๆ ทั้งๆที่ต้องนั่งรถไปพิมพ์ไปเก่งมากเลยไม่เมารถด้วย มีโอกาสก็เที่ยวให้สนุกนะ สวัสดีปีใหม่ไทยนะ สุขภาพร่างกายแข็งแรง อยู่ด้วยกันอีกนานๆนะ
    #4
    0
  6. #3 NEW
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 00:27
    รักเมียมากมั้ยตี๋ หมูหยองก็นะยอมพี่มันจนได้ใจใหญ่เลย

    น่ารักแบบลูกทุ่ง ขอบคุณนะไนท์ไม่ว่าเทศกาลไหนๆไรท์ก็มีฟิคให้พวกอ่านตลอดๆ ทั้งๆที่ต้องนั่งรถไปพิมพ์ไปเก่งมากเลยไม่เมารถด้วย มีโอกาสก็เที่ยวให้สนุกนะ สวัสดีปีใหม่ไทยนะ สุขภาพร่างกายแข็งแรง อยู่ด้วยกันอีกนานๆนะ
    #3
    0
  7. วันที่ 16 เมษายน 2560 / 13:26
    ราวกับรู้ว่าจะมีภาคต่อ อิฉันนี่นั่งอ่านมาล่วงหน้า พอขึ้นดิสทวิตเท่านั้น รอเลย ( ?? ?? ??)
    #2
    0
  8. วันที่ 16 เมษายน 2560 / 13:25
    เห้ยยย ปลัดเค้ากลับมาล้างแค้น555555555 เนื้อเรื่องนี่มาละครไทยสุดๆ มีทำเสน่ห์ คุณหลวง ปลัดจะร้ายไม่มีมาดเลยปัดโถ่ มือปืนก็มา555555555555555 ตอนหมูหยองปลอมเป็นสาว พี่ตี๋พูดซึ้งไปอี้กกกกเป็นกำลังใจให้ค่า
    #1
    0