Future From Me แอบรักก็ต้องอ่อย (Yaoi)

  • 100% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 1,181,067 Views

  • 16,126 Comments

  • 30,319 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    983

    Overall
    1,181,067

ตอนที่ 7 : อ่อยขั้นที่ 6 : ว่างก็ต้องไปส่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 223 ครั้ง
    27 ก.พ. 60

Future From Me แอบรักก็ต้องอ่อย (Yaoi)

- อ่อยขั้นที่ 6 : ว่างก็ต้องไปส่อง -



(เครดิตภาพ : wallpapercave)

 


 

         วิธีการรับน้องของมหาลัยผมจะแตกต่างจากมหาลัยอื่นพอสมควร


         คือ จะเรียกว่ารับน้องก็ไม่ถูกซะทีเดียว เรียกว่าเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อความสามัคคีน่าจะถูกกว่า จะว่าคล้ายกีฬาสีก็ได้ แค่งานนี้ไม่มีกีฬา แต่เน้นวิชาการและความสามารถตามคอนเส็ปต์มหาลัย เป็นงานที่มีชื่อว่า ‘โอเพ่นยู’ หรืองานจัดแสดงโชว์ของมหาวิทยาลัย มีไว้ให้นักเรียนที่สนใจรวม ผู้ปกครอง ทั้งบุคลากรภายนอกที่สนใจเข้ามาชม


         จุดประสงค์นอกจากโปรโมตมหาวิทยาลัยแล้ว ยังจะเน้นให้น้องๆ และรุ่นพี่เตรียมงานร่วมกัน เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและรุ่นพี่ในคณะเดียวกัน ผ่านกิจกรรมการทำงาน วัตถุประสงค์ก็คล้ายกับระบบการรับน้องแบบโชตัส แต่เพราะช่วงหลังเริ่มมีกระแสด้านลบเกี่ยวกับระบบโชตัสมากขึ้น ปีหลังๆ มหาลัยจึงเลี่ยงมาใช้วิธีนี้แทน


         ในช่วงเปิดเทอมตั้งแต่สัปดาห์ที่สองเป็นต้นไป หลังเลิกเรียนทุกคนก็จะถูกบังคับให้มาจัดเตรียมงานโอเพ่นยู ถือว่าเป็นกิจกรรมบังคับของมหาวิทยาลัย ส่งผลต่อการผ่านชั้นปี ซึ่งเอาจริงๆ ผมก็ขี้้เกียจมาก อยากกลับบ้าน อยากไปส่องพี่นิวท์ แต่ถ้าโดดก็จะโดนเขม่นทั้งรุ่นพี่และอาจารย์ ก็เลยต้องยอมทนอยู่


         ผมกำลังนั่งหน้าเซ็งอยู่ใต้ตึกคณะ ร่วมกับเพื่อนร่วมรุ่นที่มีไม่ถึงยี่สิบคน เพราะอย่างที่ผมบอกล่ะครับ คณะของผมคะแนนก็ต่ำ คนไม่ค่อยเลือก คนติดก็สละสิทธิ์อีก


         “ชารู้มั้ยว่างานโอเพ่นยูคืออะไร” ไอ้ต้นมันถามผม ไอ้ต้นคนเดียวกับที่มาเมนท์สเตตัสผมนั่นล่ะครับ ตอนนี้ผมรู้จักมันมากที่สุดในรุ่น แต่ก็ยังไม่สนิทมาก เพราะเลิกเรียนหรือว่างเมื่อไหร่มันก็จะรีบแจ้นไปทำงานพิเศษ เพราะมันเป็นเด็กต่างจังหวัด พ่อแม่ไม่ได้รวย มันเลยต้องทำงานจ่ายค่าเทอมเรียนเอง


         จุดประสงค์ที่ไอ้ต้นมันเลือกเรียนคณะนี้ในมหาลัยนี้ ก็คล้ายที่พ่อแม่ผมยอมให้เรียนนั่นล่ะครับ เอาชื่อมหาลัยไว้ก่อน อย่างอื่นว่ากันทีหลัง


         “กูก็ไม่รู้ละเอียดว่ะ รอรุ่นพี่มาอธิบายเหมือนกัน” ผมตอบ แต่เพราะปีที่แล้วผมเคยร่วมงานเพื่อมาส่องพี่นิวท์ ผมเลยพอรู้คร่าวๆ


         “แต่ปีที่แล้วกูมางาน เหมือนเป็นอีเวนท์แบบทุกคณะจัดบูธแนะนำคณะ เชิญชวนให้น้องๆ มาเรียน ในงานมีเด็กมัธยมมาร่วมงานเพียบ อ๋อ แล้วก็มีพิธีเปิดด้วยนะ โคตรอลังการ เป็นการแสดงของคทากรกับคณะดุริยางค์ของมหาลัย อะไรอีกน้า มีคณะกรรมการอาจารย์ตรวจดูบูธ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้เต็มที่ คนร่วมงานแต่ละคนก็จะมีคูปองไว้หย่อนตอนเข้าชมบูธ บูธไหนได้รับความสนใจเยอะสุดก็ได้รางวัล เห้ย แล้วแต่ละคณะก็มีจัดการแสดงด้วยนะ อย่างมันส์อ่ะ บางคณะฉากอย่างสวย บทอย่างฮา สนุกโคตรๆ”


         “จริงเหรอ” ไอ้ต้นฟังแล้วตื่นเต้น “แล้วคณะเราเป็นไงบ้าง”


         “คณะก็...” ให้ตายสิ ผมไม่อยากจะพูดเลย “ก็ดีมั้ง...”


         อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ครับว่าคณะเรามันง่อยขนาดไหน คนก็น้อย คนสนใจก็น้อย บูธแนะนำคณะแทบจะร้าง บูธวิชาการของคณะแพทย์นี่ทะลักแน่นทุกปี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการแสดง ง่อยจนผมอยากเอาปีบคลุมหัวแทน แทบไม่มีใครสนใจดู ผมไม่อยากจะบอกว่าคณะอื่นมาอย่างจัดเต็ม จัดสวยงาม คอสตูมเต็มที่ การแสดงนี่ต้องยกให้คณะนิเทศน์ ส่วนฉากนี่ต้องสถาปัตย์ แล้วคณะพวกผมทำอะไรได้บ้างล่ะ ไม่มีสักอย่างครับ เห้อ


         “สวัสดีครับ น้องๆ พวกพี่เป็นตัวแทนรุ่นพี่ปีสอง สามและสี่ จะมาบรีฟน้องๆ เรื่องการเตรียมงานโอเพ่นยู”


         หลังจากนั่งรอสักพักพวกรุ่นพี่ก็มา ผมเห็นสีหน้าท่าทางของรุ่นพี่แต่ละคนแล้วต้องเรียกได้ว่า หมดแรงจูงใจ ท่าทางเหมือนเบื่อหน่ายตลอดเวลา เรียนให้จบๆ ไปงั้น ถึงพวกเพื่อนในคณะผมจะไม่มีใครที่เลือกคณะนี้เพราะอยากเรียนจริงๆ แต่สภาพก็ยังดูมีแรงกระตุ้นมากกว่า คงเพราะความสดใหม่ของเฟรชชี่


         “พี่ประชุมกันเรียบร้อยแล้ว ขอแบ่งงานตามนี้นะ” ตัวแทนรุ่นพี่คนนึงเอ่ย “ปีที่สี่กับปีสาม จะดูแลส่วนบูธวิชาการทั้งหมด ส่วนน้องปีสองกับปีหนึ่งก็จะแบ่งหน้าที่จัดการแสดง ปีสองฝากคุยกับปีหนึ่งด้วย”


         ผมเห็นสีหน้าของรุ่นพี่ปีสอง แลดูไม่ค่อยอยากรับงานแต่ก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร พอรุ่นพี่ปีสามกับสี่จากไป ผมก็ได้ยินพี่ปีสองบางคนบ่น


         “พวกรุ่นพี่ก็รับงานที่ไม่ต้องขายหน้ามาก บูธวิชาการก็รู้อยู่ว่าไม่ค่อยมีคนมา สบายไปดิ”


         “เอาน่า เดี๋ยวปีหน้าเรามีอำนาจ เราก็โยนงานน่าอายให้น้องๆ ทำต่อดิ”


         จากนั้นพวกรุ่นพี่ก็หันมาคุยกับปีหนึ่งอย่างพวกผม


         “เอาล่ะ พวกพี่ขอแบ่งหน้าที่นะ” ตัวแทนพี่ปีสองคนหนึ่งเอ่ย


         “เนื่องจากพวกพี่มีประสบการณ์มาแล้ว พวกพี่ก็จะคุมเรื่องบทแสดง ฉาก แสง และเสียง ส่วนน้องๆ ปีหนึ่ง พวกพี่ก็จะคัดเลือกให้น้องๆ ขึ้นแสดงบนเวที”


         น้องปีหนึ่งหลายคนถึงกับแสดงท่าทีไม่มั่นใจ


         “เอ่อ แล้วพวกหนูจะต้องแสดงอะไรบ้างเหรอคะ” เพื่อนปีหนึ่งคนหนึ่งเอ่ยถาม


         “ก็แล้วแต่ บางคณะก็เล่นคอนเสิร์ต ละครเพลง เต้นรำ บางปีก็มีแสดงมายากล แสดงโชว์ความสามารถสารพัด แต่ถ้าไม่รู้จะทำอะไรส่วนใหญ่ก็แสดงละครเวที”


         “แสดงละคร!” หลายคนถึงขนาดทำหน้าตกใจ รวมทั้งผมด้วย


         แล้วพวกพี่เอาปีหนึ่งมึนๆ อย่างพวกผมขึ้นไปแสดงเนี่ยนะ


         ผมไม่อยากจะบอกว่าถ้าเป็นคณะอื่น พวกนักแสดงส่วนใหญ่จะต้องเป็นคนเด่นๆ ปีที่แล้วพี่นิวท์ พี่เชน พี่เป้ก็โดนจับขึ้นเวทีหมด แสดงเรื่องสามทหารเสือ หรือ three marketeers เป็นตัวเด่นทั้งสามคน เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้คนได้มากมาย ถึงไม่ชนะคณะนิเทศน์ซึ่งเป็นแชมป์เรื่องการแสดง แต่ก็มีคนให้ความสนใจเยอะพอตัว


         ส่วนพวกหน้าตาธรรมดาจะถูกดันให้ไปทำงานเบื้องหลัง ปีหนึ่งส่วนใหญ่จะถูกเกณฑ์ไปช่วยงานลูกมือง่ายๆ พวกที่เรียนเก่งหัวกะทิของแต่ละชั้นปีจะคุมบูธวิชาการ ซึ่งพี่ภูมิเองก็มีบทบาทสำคัญในส่วนนั้นเช่นกัน


         มองดูคณะของผมแล้ว เหมือนจัดงานแบบว่า งานสบายไม่ขายขี้หน้ายกรุ่นพี่ปีโต งานเหนื่อยและขายหน้าก็โยนให้น้องๆ อย่างพวกผม ไม่ได้จัดแบ่งหน้าที่เพื่อให้คณะเราชนะเล๊ยยย พูดไปผมก็ปลงแทน


         “เอ่อ แล้วพี่ๆ คิดหรือยังคะว่าจะแสดงละครเรื่องอะไร”


         พวกรุ่นพี่พยักหน้า ทำให้น้องปีหนึ่งหลายคนที่ยังมีไฟตื่นเต้นเล็กน้อย


         “สามปีก่อนแสดงเรื่องเจ้าหญิงนิทรา ก็จะเอาตามนั้นล่ะ สั่งตัดชุดมาแล้ว จะได้ไม่เปลืองงบ ใช้ชุดเดิมนี่ล่ะ ส่วนฉากก็อาจต้องซ่อมและเอามาตกแต่งใหม่นิดหน่อย”


         ผมถึงกับอ้าปากค้างตาโต อะไรนะ?! พวกพี่ครับ ไม่คิดจะลงทุนกันเลย


         “เหนื่อยไปสุดท้ายก็แพ้อยู่ดี แค่ทำให้มันจบๆ อาจารย์จะได้ไม่ต้องมาเพ่งเล็งก็พอ” รุ่นพี่คนนึงกล่าวอย่างเซ็งๆ จนผมฟังแล้วกลุ้มใจแทน


         “แล้วรุ่นพี่จะให้ใครแสดงเป็นอะไรเหรอคะ” เพื่อนปีผมคนหนึ่งถาม


         “ให้ชุดที่ตัดแล้วเป็นตัวเลือกแล้วกัน” รุ่นพี่เอ่ย “ใครใส่ชุดได้ก็ให้คนนั้นแสดง”


         ผมฟังแล้วก็โล่งอก อย่างน้อยผมก็คงได้แสดงเป็นตัวประกอบ ผมคงไซส์ไม่มาตรฐานเพราะเป็นผู้ชายตัวเล็กแถมเตี้ย


         รุ่นพี่เรียกให้รุ่นน้องไปลองชุดทีละคน บทที่ต้องแสดงหลักๆ มีแค่เจ้าหญิงออโรร่า เจ้าชายฟิลิป แม่มดร้าย นางฟ้าสามคน แล้วนอกนั้นก็จะเป็นทหาร


         รุ่นพี่แยกน้องหญิงชายไปผลัดลองเสื้อ ผมเองก็ต้องลองชุดเจ้าชาย แต่อย่างที่ว่ าชุดไซส์นี้ คนใส่จะต้องตัวสูงและหุ่นดีมาก ซึ่งไม่ใช่ผมแน่นอน ผมก็รู้สึกโล่งใจ เป็นแค่ทหารธรรมดาก็ดี ไม่ต้องเหนื่อยและอายมาก


         สุดท้ายแล้วบทบาทเจ้าชายฟิลิปก็ตกเป็นต้องเพื่อนคนนึงตัวสูงที่สุด มันหุ่นดีจริงๆ นะ แต่มองหุ่นอย่างเดียวพอ อย่าให้มันหันหน้ามาเชียวล่ะ ผมไม่ขอพูดอะไรมาก


         พวกผู้หญิงหลายคนก็สวมชุดได้ ได้บทแม่มดร้ายกับสามนางฟ้าเรียบร้อยแล้ว แต่โชคร้ายที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครใส่ชุดเจ้าหญิงได้สักคน


         “ชุดมันคับอกเกินไปอ่ะค่ะพี่” เพื่อนผู้หญิงที่ใส่ได้พอดีที่สุดเอ่ย


         “นั่นสิ สงสัยพี่ที่เคยแสดงคงเป็นคนอกแบน เอาไงดี” รุ่นพี่เองก็ทำหน้าลำบากใจ ก่อนจะหันไปปรึกษากันเองสักพัก


         “เห้ย น้องคนนั้น ออกมาสิ” จู่ๆ รุ่นพี่ก็ชี้มาที่ผม


         “หา? ผมเหรอครับ?” ผมถึงกับทำหน้างง


         “เอ่อ น้องนั่นล่ะ ลุกมานี่สิ” รุ่นพี่ยังยืนยัน


         “มีอะไรเหรอครับ” ผมถาม สักพักรุ่นพี่ก็ส่งชุดเจ้าหญิงออโรร่ามาให้กับผม


         “น้องเอาชุดไปลองสิ”


         “เห้ย” ผมถึงกับร้องเสียงหลง “ด...เดี๋ยวครับพี่ ผ...ผมเป็นผู้ชายนะครับ”


         “ไม่เป็นไร ผู้ชายก็ใส่วิกแต่งหน้าได้” รุ่นพี่ตอบ “ก็น้องหุ่นเท่ากับน้องผู้หญิงคนนี้ แต่น้องไม่มีหน้าอกน่ะสิ พี่ก็เลยคิดว่าน้องน่าจะใส่ได้”


         “โห้ย ไม่เอาอ่ะพี่” ผมแทบอยากร้องไห้


         “ไปลองก่อน” รุ่นพี่ยังยืนกรานดังเดิม ทำให้ผมแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีทีเดียว


         ผมรีบหลับหูหลับตาเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกมา ผมคาดหวังว่าความอุบาทว์นี้ คงทำให้พวกพี่เลิกความคิดบ้าๆ สักที


         เป็นไปตามคาด พอผมเดินออกมาพร้อมกับชุด ทุกคนก็เบิกตาโพลง สีหน้าช็อคกันเป็นแถบ


         “เห็นมั้ยครับพี่ ผมบอกแล้วว่ามันไม่เวิร์ค...” ผมรีบหมุนตัวกลับ กะจะรีบถอดๆ เปลี่ยนๆ ให้สิ้นเรื่อง แต่พวกรุ่นพี่กลับคว้าตัวผมไว้ก่อน


         “เห้ย มันพอดีมาก!” รุ่นพี่ถึงกับอุทานอย่างตื่นเต้น


         “น้องใส่แล้วดูดีมาก” รุ่นพี่อีกคนสนับสนุน


         “หา” ผมถึงกับทำหน้าเหยเก “พี่ ผมเป็นผู้ชายนะครับ”


         “แต่น้องตัวเล็ก หน้าน้องตอนเป็นผู้ชายก็ไม่หล่อเลยนะ แต่พอใส่ชุดนี้แล้วมองเป็นผู้หญิง มัน....น่ารักมาก”


         ด...เดี๋ยว นี่มันคำชมเหรอฟะ


         “ไหนขอถอดแว่นสิ” รุ่นพี่คนหนึ่งดึงแว่นผมออกไปเลย


         “ใส่วิคด้วย” ยัดวิคสีทองผมลอนให้ผมอีก


         “กรี๊ดดด!” รุ่นพี่หลายคนรวมทั้งสาวๆ รุ่นเดียวกับผมถึงกับกรีดร้อง


         “น้องสวยมากค่ะ”


         “ว้ายจริง พี่ก็ไม่คิดว่าน้องจะสวยขนาดนี้”


         “เดี๋ยว ใจเย็นครับพี่” ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่อยากจะรับคำชมแบบนี้


         อะไรนะ ผมไม่หล่อ แต่สวย?! มันคืออะรายยยย


         “พี่ เชื่อเถอะครับ มันไม่เวิร์คหรอก” ผมอยากจิครายยย


         “ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่มีใครรู้หรอกว่าน้องเป็นผู้ชาย”


         “ใช่แล้ว เอาล่ะ เราได้นักแสดงบทเจ้าหญิงออโรร่าแล้ว เย้”


         เดี๋ยวสิ ทำไมไม่มีใครฟังผมเลยล่ะ โอ้ย ผมอยากจะมุดตัวหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว


         ผมต้องมาใส่กระโปรง! ใส่วิก! แสดงเป็นเจ้าหญิง ขึ้นเวทีโชว์ปาหี่


         ว๊ากกก ผมจะเอาหน้าที่ไหนไปเจอพี่นิวท์


         ใบชาเครียดแล้วครับบบ ฮือออ




 

         ผมดีใจมากที่วันนี้รุ่นพี่ปล่อยปีหนึ่งอย่างพวกผมให้กลับบ้านเร็ว เพราะวันนี้บทแสดงยังไม่เรียบร้อย รุ่นเลยจึงขอเวลาเคลียร์บทก่อนแล้วจะมาแจกจ่ายอีกที ผมจึงไม่ต้องทนบรรยากาศที่มีแต่คนมองผมด้วยสายตาแปลกๆ สายตาที่แบบว่า...อ๋อ คนนี้เอง คนที่เป็นผู้ชายแต่จะแสดงเป็นผู้หญิง ฮือออ ยิ่งคิดผมก็ยิ่งกลุ้ม


         ผมตั้งใจว่าจะแวะไปส่องพี่นิวท์ที่คณะย้อมใจ ผมหวังว่าพี่นิวท์ปีนี้จะวุ่นกับบูธวิชาการ เพราะพี่แกสอบได้ที่หนึ่งในปีที่ผ่านมา พี่นิวท์คงจะไม่มีเวลามาดูผม ขอแค่ไม่มีพี่นิวท์มาดู ผมก็จะทำใจลืมๆ ความน่าอับอายเหล่านี้ไปได้โดยง่าย


         ผมยืนด้อมๆ มองๆ อยู่ในโรงอาหารคณะแพทย์ วันนี้ดูเงียบกว่าปกติแหะ คาดว่านิสิตแพทย์ทุกคนก็คงไปรวมตัวกันเตรียมงานโอเพ่นยูที่ไหนสักแห่ง


         “อ้าว เด็กติวนิวท์นิ”


         จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งทักขึ้น ผมถึงกับชะงักกึก เพราะผมจำได้เสียงนี่มัน...


         พี่เชนเพื่อนสนิทพี่นิวท์นี่นา ว่าแต่พี่เชนรู้จักผมได้ยังไงหว่า


         “พ...พี่เชน” ผมเผลอทักพี่แก “สวัสดีครับ พ...พี่รู้จักผมด้วยเหรอ”


         “อืม น้องชนินทร์” พี่เชนพยักหน้า “เห็นรูปโปรไฟล์แวบๆ”


         “โอ้” ผมถึงกับอึ้งไป “เรียกผมว่าชาก็ได้ครับ แหะๆ”


         ผมหัวเราะแห้งๆ พลางครุ่นคิด สงสัยต้องเป็นเพราะตอนนั้นผมไปเมนท์เกรียนๆ ใต้รูปพวกพี่นิวท์ แล้วพี่เชนเห็นแน่เลย


         โอ้ย กูอายครับ แต่ผมก็รู้ว่าผมด้าน


         แต่พี่เชนเห็นแค่รูปโปรไฟล์ผมก็จำได้แล้วเหรอ...


         “อ่อ พี่นิวท์อยู่มั้ยครับ” ผมด้านเนียนถาม “พอดีผมมีอยากถามเรื่องติวนิดหน่อยน่ะครับ”


         “นิวท์เหรอ” พี่เชนส่ายหน้า “ไปประชุมคทากรที่ห้องสโมสรมหาลัย”


         “หา พี่นิวท์เป็นคทากรปีนี้เหรอครับ” ผมถึงกับอุทานตกตะลึง


         เพราะตำแหน่งคทากรของมหาลัยนี้เป็นดาวเด่นมากในงานโอเพ่นยู แสดงในพิธีเปิดร่วมกับวงดุริยางค์ของมหาลัย ซึ่งทำผลงานดีจนเป็นที่จับตามองมาทุกปี ถึงขนาดมีสื่อมวลชนมาถ่ายทอดสดด้วย


         “อืม” พี่เชนพยักหน้า “แพรทันตะ ดาวปีที่แล้วก็เป็น”  


         โอ้ว สุดยอดเลยครับ ดาวกับเดือน ต้องหน้าตาดีและเก่งด้วยนะถึงจะได้เลือกเป็นคทากร เพราะปกติแล้วคทากรที่ขึ้นพิธีเปิดจะเป็นของคณะดุริยางค์ แต่มหาลัยก็มีการคัดเอาคนหน้าตาสวยหล่อมาเรียกความสนใจด้วย แต่ส่วนใหญ่มักไม่ผ่านเพราะไม่ผ่านควงคทา โห้ย พี่เป้นี่โชคดีจนน่าอิจฉา ได้แฟนเป็นดาว มีเพื่อนสนิทเป็นเดือน แถมได้เป็นคทากรยกคู่อีก โฮกกกก


         แต่คิดไปคิดมา พี่นิวท์ไปอยู่ห้องสโมสรแบบนั้น ผมคงอดเจอเลยน่ะสิ เพราะห้องนั้นเป็นส่วนกลางของสภามหาลัย เฉพาะนิสิตที่ทำงานให้กับส่วนกลางเท่านั้นถึงจะเข้าไปใช้ได้


         อดเจอพี่นิวท์เลย กว่าพี่นิวท์จะเสร็จคงจะค่ำน่ะสิ


         ผมถอนหายใจ มองพี่เชนที่เดินไปซื้อไมโลสองกล่อง แล้วพี่แกก็ยื่นให้ผมกล่องหนึ่ง


         “ห...ให้ผมเหรอครับ” ผมรับมาแบบงงๆ


         พี่เชนเพียงพยักหน้า แล้วเจาะหลอดดื่มโดยไม่ได้มองหน้าผม


         “ขอบคุณครับ” ผมกล่าวกับพี่เชน


         จะว่าไปเพื่อนพี่เชนหายไปไหนหมดหว่า ทำไมพี่เชนถึงมาอยู่ตรงนี้คนเดียว


         “เอ่อ แล้วพี่เป้กับพี่ภูมิล่ะครับ” ผมถาม ก่อนจะฉุกคิดได้ว่าพี่เชนจะงงมั้ยว่าทำไมผมรู้จักชื่อเพื่อนพี่แกทั้งหมด แต่ไม่หรอกมั้ง เพราะผมเป็นเด็กติวพี่นิวท์ อีกอย่างกลุ่มพี่แกก็ดังโคตรๆ อยู่แล้ว


         “เป้ไปประชุมเพราะเป็นพิธีกรงาน ภูมิเตรียมงานบูธ”


         โอ้ ผมพยักหน้ารับเบาๆ ผมฟังแล้วไม่แปลกใจ เพราะพี่ภูมิคงชอบงานวิชาการ แต่โห้ย ทั้งพี่เป้และพี่นิวท์ได้ทำงานของส่วนกลางทั้งคู่เลย


         แต่แล้วทำไมพี่เชนปลีกวิเวกอย่างนี้คนเดียวล่ะ


         “เอ่อ แล้วพี่เชนล่ะครับ” ผมอดถามต่อไม่ได้


         “ก็อยู่เฉยๆ” พี่เชนว่าพลางดูดไมโล “รอเขาเรียกใช้”


         กรรม ผมฟังแล้วเกาหัวแกร่กๆ พี่เชนคงเป็นพวกชอบอยู่เฉยๆ ไม่สุงสิงกับใครจริงๆ


         “เห้ย เชน มานี่หน่อย พี่ปีโตเรียกหา” รุ่นพี่แพทย์ปีสองคนนึงตะโกนเรียกพี่เชน


         “เออ” พี่เชนเพียงขานรับตอบ จากนั้นก็หันมาบอกผมสั้นๆ


         “ไปนะ”


         “อ่อ ครับ” ผมไม่รู้จะตอบยังไงดี


         “ขอบคุณนะครับพี่เชน”


         พี่เชนเพียงพยักหน้าแล้วก็เดินจากไป ผมก็ได้แต่มองแล้วถอนหายใจ เห้อ ทุกคนคงยุ่ง พี่นิวท์คงยุ่ง เป็นวันที่น่าเบื่อจริงๆ ผมไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อดีเลยกลับบ้านดีกว่า




        

         พอผมกลับมาก็พุ่งตัวเข้าเตียงหลับอย่างเดียว จนกระทั่งแม่เรียกกินข้าว พอกินข้าวเสร็จก็มาเช็คมือถือตามความเคยชิน


         “หืม?” ผมอุทานเล็กน้อย เมื่อเฟสบุ๊คมันขึ้นแจ้งเตือนว่ามีใครแอดเฟรนด์ผมมา


         ‘Jirapat Chain Dechapraphas ส่งคำขอเป็นเพื่อนกับคุณ’


         เห้ย นั่นมันเฟซพี่เชนไม่ใช่เหรอ!? พี่เชนแอดผมมาทำไมนี่


         เฟซบุ๊คพี่เชนไม่เหมือนกับพี่นิวท์ที่มีคนฟอลโลว์เป็นหมื่น พี่เชนมีเพื่อนในเฟสบุ๊คไม่กี่ร้อยแถมยังไม่เปิดสาธารณะ คงเพราะพี่เชนไม่ค่อยแอดใคร ไม่ค่อยไปเมนท์ใคร หรืออาจไม่ได้ค่อยเล่นเฟซด้วยซ้ำ


         ผมกดรับพี่เชนตามปกติ แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกัน


         ผมไม่รู้จะไปถามใครดี จึงไปคุยกับตัวเองในอนาคต


         CH@rL!e : มึง กูถามหน่อยสิ ทำไมพี่เชนเขาแอดเฟซกูมาวะ


         ผมทักมันไป ทิ้งไปประมาณห้านาที มันก็ส่งสติกเกอร์ตกใจกลับมา


         กูในอนาคต : หาา พี่เชนแอดมึงมาเหรอ


         CH@rL!e : อ้าว มึงเป็นอนาคต มึงไม่รู้เหรอวะ


         กูในอนาคต : เห้ย นี่มันเหนือความคาดหมายกู มึงเล่ามาเดี๋ยวนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น


         อะไรของมันนี่ แค่พี่เชนแอดเฟซผมมา มันทำยั่งกับโลกจะแตก


         ผมก็เลยอธิบายมันไปคร่าวๆ


         CH@rL!e : วันนี้กูแค่จะไปส่องพี่นิวท์ที่คณะ บังเอิญเจอพี่เชน เลยถามหาพี่นิวท์ แต่พี่นิวท์ไปอยู่ห้องสโมสร ก็ไม่มีไรนะ กูก็คุยนิดหน่อย พี่เชนไปช่วยงานต่อ กูก็กลับ แล้วจู่ๆ พี่เชนก็แอดมา กูก็งงเหมือนกัน


         หลังจากผมอธิบายไป ตัวผมในอนาคตก็เงียบไปสักพัก ก่อนจะตอบว่า


         กูในอนาคต : มึงก็อย่าคุยกับพี่เชนบ่อยแล้วกัน


         มันทักมาแบบนี้ทำเอาผมใจไม่ดีแปลกๆ มีอะไรน่ากลัวเหรอวะ


         CH@rL!e : เห้ย พี่ทำไมวะ พี่เชนเขาไม่น่าไว้ใจเหรอ


         พี่เชนเป็นคนไม่ดีเหรอ ไม่หรอกมั้ง ก็พี่เชนเป็นเพื่อนสนิทพี่นิวท์นี่นา


         แต่เจอคำตอบมันที ผมนี่...


         กูในอนาคต : เปล่า เดี๋ยวพี่นิวท์เขาหึง


         CH@rL!e : หาาา มึงรู้ได้ไงว่าพี่นิวท์จะหึง


         CH@rL!e : อ๋อออ เพราะพี่นิวท์เป็นคู่จิ้นกับพี่เชนเหรอ


         กูในอนาคต : ...............


         กูในอนาคต : เห้อ บางทีกูก็เหนื่อยใจกับตัวเองในอดีต


-

        




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 223 ครั้ง

135 ความคิดเห็น

  1. #16030 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 18:17
    นามสกุลพี่เชน เหมือนพี่อินunistarเลยอ่ะ มีความเกี่ยวข้องรึเปล่าคะ
    #16030
    0
  2. #15975 Salintip Thongsuwan (@namkhing365) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 16:30
    แล่วทำไมชาในอนาคต ถึงไม่รู้ว่าเชนจะแอดมาอ่ะ ถ้าเป็นชาจริงๆ นี่คิดว่าเป็นพี่นิวท์อ่ะมันไปทางพี่นิวท์หมดเลย แต่ยังติดเรื่งปากกาที่เอาไปช่วยตัวเองจนเสร็จเนี่ย
    #15975
    0
  3. #15969 Natnicha_F (@Natnicha_F) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 11:30
    กูในอนาคตคือพี่นิวท์ใช่ไม่ใช่
    #15969
    1
    • #15969-1 IN_T (@IN_T) (จากตอนที่ 7)
      13 สิงหาคม 2561 / 15:44
      ความคิดดี ทำไมเราไม่คิดแบบนี้นะ คิดว่ามันต้องแฟนตาซีมีย้อนแล้วเวลาเปลี่ยนอนาคตได้ แต่นี่ เจ๋ง!! แต่บ้างเรื่องมันเป็นเรื่องส่วนตัวเกินไปเกินกว่าที่คนอื่นจะรู้ได้นี่สิ ช่างมัน เอาเป็นว่าชอบความคิดนี้ ถ้าเป็นจริงคงจะพีคน่าดู 555
      #15969-1
  4. #15868 852626 (@toobpong1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:06
    เหมือนพี่นิวท์มากๆๆๆๆ แต่มันค้างคาตรงที่รู้ว่าตั้งชื่อไลน์ว่าก๊อปชื่อ ส่วนเรื่องปากกานี่สามารถคิดได้ว่าพี่นิวท์ก็พูดไปมั่วๆ เพราะแอบเล็งน้องทานาน55555 แต่เรื่องรู้ชื่อไลน์นี่ค้างสุดๆ ทำให้ไม่ปล่อยใจว่าเป็นนิวท์
    #15868
    0
  5. #15854 kachapong (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 17:24
    ให้ความรู้สึกเหมือนพี่นิวท์จริงๆเลย คุณกูในอนาคต5555
    #15854
    0
  6. #15839 JitchutaP (@JitchutaP) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 08:24
    จริงทะแมง ตั้งแต่แรกๆละ เหมือนนิวส์เป็นกูในอนาคตนะเนี้ย เชียร์ตัวเองจัด
    #15839
    0
  7. #15831 mebehindyou_ (@mebehindyou_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 22:35
    นิวท์ปลอมตัวมารึเปล่า มีกลิ่นตุๆนะคะน้องชาในอนาคต5555555555
    #15831
    0
  8. #15779 Sasithorn Sadsang (@sasithorn_bb) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 18:58
    ชาในอนาคตนี่ดูมีพิรุธนะคะ555555
    #15779
    0
  9. #15767 kokograf (@kokograf) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 11:08
    เอ.. ชาในอนาคตนี่ยังไงกันน้าาา 555555555 ชาจริงรึเปล่าเอ่ย -...-
    #15767
    0
  10. #15765 เดือนสิบ October (@u5711056990047) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:54
    กูในอนาคตเนี่ยมันพี่นิวท์หรือป่าวคะ
    #15765
    0
  11. #15700 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 04:12
    พี่เชนยังไงงงงงงงงงงงงง
    #15700
    0
  12. #15664 0933854179 (@0933854179) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 22:17
    เชนชอบชา นิวท์ชอบชา ???
    #15664
    0
  13. #15644 JK____ (@tanatngan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 01:42
    โหะพี่นิวท์ ฟวไยไนฟาฟส
    #15644
    0
  14. #15601 xlnm_ (@minseok_xf) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 05:13
    ลง20บาท ตั้งแต่ตอนสามเบย พี่นิวท์นี่ปลอมไลน์มาแน่นแน่
    #15601
    1
  15. #15528 Newthink (@snow-prince-000) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 16:06
    คิดไปหลายทางมากก จะว่าเปงพี่นิวท์ก็ม่น่ารู้ลึกเรื่องใบชาขนาดนี้นะ5555555
    #15528
    0
  16. #15467 KTuaninuninen7 (@KTuaninuninen7) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 14:09
    พี่เชนคือคนที่ชาแต่งงานด้วยในอนาคตเหรอ ถ้าใช่นี่ โหยยยยย ชาในอนาคตดูตกใจมากเลยที่พี่เชนแอดเฟรนด์
    #15467
    0
  17. #15435 kantimak171 (@kantimak171) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 00:19
    เหมือนคนในอนาคตจะตกใจหนักมากไปป่ะใบชาในอนาคตตกใจหรออออลูกฮึฮึ
    #15435
    0
  18. #15397 ซาตาน ปีกขาว (@aum1992) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 10:47
    คนที่ชาแต่งงานด้วยน่าจะเป็นน้ำหวานรึป่าวนะ? เพราะเห็นบอกว่าเคยเจอมาแล้ว เราว่าน้ำหวานชัวร์!!!!
    #15397
    0
  19. #15378 Blackheart (@premmysweet) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 12:24
    ชัดเลย ไม่ต้องพูดอะไรมากกตัวกู หึหึ หึงก็บอกตรงๆ
    #15378
    0
  20. #15339 sonaunnop012 (@sonaunnop012) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 16:51
    พี่นิวน่าจะปลอมตัวมาเปนชาในอนาคตนะ...(เดา-.-)
    #15339
    3
    • #15339-2 AbFirst (@AbFirst) (จากตอนที่ 7)
      13 กันยายน 2560 / 19:54
      +ล้านเลยล่ะ
      #15339-2
    • #15339-3 @kantima2520 (จากตอนที่ 7)
      28 กันยายน 2560 / 00:18
      +1คิดเหมือนกันเลย
      #15339-3
  21. #15315 ninggdestiny (@Angelikajang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 01:11
    พี่เชนคือคนที่ชาแต่งงานด้วยแน่เลย แต่อดใจรอดูเจ้าหญิงออโรชาบนเวทีไม่ไหวแล้ว
    #15315
    0
  22. #15279 ducky (@kittycat08) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 18:21
    ชานี่ท่าจะเป็นคนน่ารักแต่คงแต่งตัวแบบจะทำให้หล่อก้อเลยไม่เข้ากับตัวเอง แต่ขำกับความบื้ิอของเชนจริงๆ ดูจะเป็นคนดูถูกตัวเองมากๆ
    #15279
    0
  23. #15203 MarydySun (@MarydySun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 09:03
    เราว่า ทังพี่นิว พี่เชนอาจจะมีตัวเองในอนาคดมาบอกเหมือนใบชาก็ได้
    ให้รี้บจีบน้องเข้าใว้
    หรือพี่เชนอาจจะสามีของใบชาในโลกอนาคด
    #15203
    0
  24. #15111 CornettoX (@litter_lba17) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 22:21
    เดี๋ยวพี่เชนจะชอบชาไงงงง แล้วพี่นิวท์เค้าจะหึง55555
    #15111
    0
  25. #15106 cararim (@kimmswnd) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 21:49
    พี่เชนชอบชา ใช่ไหมอ่ะ
    #15106
    0