[เปิดจอง ] UNISTAR เดือน.ครึ่ง.เสี้ยว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 270,642 Views

  • 2,653 Comments

  • 17,216 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    50,288

    Overall
    270,642

ตอนที่ 13 : เดือนที่ 12 : คู่เสี่ยวอะไรฟ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14586
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1118 ครั้ง
    12 ธ.ค. 61

UNISTAR   เดือน.ครึ่ง.เสี้ยว

- เดือนที่ 12 : คู่เสี่ยวอะไรฟ์ -



(เครดิตภาพจาก Wallpaper Abyss)



 

         การถ่ายทำเริ่มต้นจากเมื่อเช็คอินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีมงานมีการอัดวีดีโอเก็บภาพบรรยากาศของแฟนคลับที่มารอส่งพวกผม ก่อนที่จะให้พวกผมเข้าช่องตรวจพาสปอร์ตกับ Security ซึ่งเป็นช่องพิเศษของตั๋วชั้นธุรกิจ แฟนคลับมาส่งพวกผมจนสุดทาง และตะโกนกันอย่างพร้อมเพรียงว่า ‘ฮันนีมูนให้สนุกน้า’


            ผมมาทำงานนะครับแฟน ผมอยากจะบอกกลับเหลือเกิน


            พอเข้ามาถึงด้านใน ก็มีการ์ดสนามบินช่วยพาพวกผมไปยังเลาจน์รับรองของสายการบิน  เนื่องจากสายการบินนี้เป็นสปอร์นเซอร์ให้พวกผมโดยตรง ก็เลยได้ที่รับรองพิเศษซึ่งค่อนข้างเป็นส่วนตัว จนถึงตอนนี้ไอ้หมานั้นจึงยอมปล่อยมือผมสักที


            “เราจะให้น้องวายุกับน้องนทีพักผ่อนตามอัธยาศัยนะคะ แต่เราอยากให้น้องพกกล้องวีดีโอเซลฟี่ไว้ตลอดเวลา น้องๆ ก็สามารถบันทึกภาพได้เรื่อยๆ บางทีอาจใช้เสริมเพิ่มเติมในซีรีส์ที่จะออนแอร์ได้ด้วยนะคะ เพราะเราอยากจะให้มีโมเมนท์ที่ดูเป็นธรรมชาติด้วยเหมือนกัน”


            “ได้เลยครับ” ผมรับกล้องเซลฟี่ขนาดพกพามาส่องดู ทีมงานช่วยสอนวิธีใช้นิดหน่อย แล้วผมก็ลองเปิดเล่นดูเลย


            “วู้ฮู้ ผมวายุสุดหล่อเองครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่เลาจน์แล้วนะครับ โอ้โห้ ดูสิครับ มีบุฟเฟต์อาหารเย็นของหวานเพียบเลย”


            ที่เลาจน์นี้นอกจากมีที่นั่งสบายๆ ให้พวกผมกับทีมงานแล้ว สายการบินยังใจดีเตรียมอาหารไว้ให้อีกด้วย


            “ผมกะว่าจะกินข้าวที่นี่ให้อิ่มเลยนะครับ” ผมพูดกับกล้อง “ขึ้นเครื่องไปจะได้นอนฝันหวานถึงด้อมหวายทุกคนทันทีเลยคร้าบ”


            “ฝันหวานถึงกูด้วยสิวะ” จู่ๆ ไอ้หมาก็เข้ามาแทรกในกล้องผม ทำให้ผมหรี่ตามองมัน


            ตูจะอัดโมเมนท์หล่อๆ ของตัวเอง ไอ้หมาจะมายุ่งทำไม


            แต่ไอ้กล้องนี่มันกล้องส่วนตัวใช่มั้ยนะ ไม่ต้องเอาไปออกรายการทุกช็อต ตอนนี้แฟนๆ ก็ไม่อยู่ด้วย ผมก็ไม่จำเป็นต้องรักษาหน้ามันอีกต่อไป


            “หลีกไป กูจะตักข้าว” ผมเมินมัน จากนั้นก็ไปหยิบจานมาตักอาหาร โดยยังถือไม้เซลฟี่พร้อมกับตักอาหารไปด้วย ตามวิถีของไอดอลที่ดี


            “อาหารที่นี่น่ากินทุกอย่างเลยครับ โอ้โห้ ของโปรดผมทั้งนั้น คาโบราน่า มันบด ดูสิครับ ของหวานเพียบเลย ทั้งช็อคโกแลตเค้ก ทาร์ตผลไม้ พันนาค็อตต้า โห้ย ตะโก้ก็มีนะครับ นี่นึกถึงพี่อินเลย”


            เพราะผมเป็นคนที่ไม่ชอบเดินตักหลายรอบ และผมสามารถกินอาหารหลายๆ อย่างในจานเดียวกันได้ ไม่เว้นแม้แต่ของหวานปนกับของคาว ตอนนี้ผมก็มีทั้งของคาวและของหวานสารพัดในจานเดียว


            “ไอ้ตี๋ มึงต้องควบคุมน้ำหนักมั้ยวะ มึงไม่ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเฉพาะของกินนะเว้ย” ไอ้หมาเอ่ยเตือนขัดจังหวะความสุขในการกิน


            ผมมองจานอาหารมัน ดูสิ ของหวานไม่มีสักอย่าง ตักแต่เนื้อสัตว์กับผัก ข้าวแป้งเส้นก็ไม่ค่อยมี แต่นั่นทำให้ผมนึกขึ้นมาได้


            จริงสิ ถ้าผู้จัดการเห็นผมกินแบบนี้ สงสัยโดนบ่นแน่เลย ผมรีบหันไปมอง ผู้จัดการยังคงนั่งคุยกับทีมงานไม่ได้สังเกตผม ผมก็เลยรีบซ่อนจาน


            “กูฟิตหุ่นทุกอาทิตย์เว้ย” ผมบอกไอ้หมา


            การเป็นไอดอลต้องควบคุมน้ำหนักและรูปร่าง พวกผมอาจจะไม่หนักเท่าเพื่อนดาราบางคนในวงการที่เน้นขายรูปร่างหน้าตา ในขณะที่ยูนิสตาร์เน้นขายคาร์แรกเตอร์เป็นหลัก ไม่ต้องปรุงแต่งรูปโฉมให้ดูดีเกินจริง อย่างน้อยพวกผมก็แค่คุมปริมาณอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็น่าจะเพียงพอ


            แค่ทริปนี้ไม่เป็นไรหรอก ผมคิดในใจ ที่ตึกต้นสังกัดของผมมีห้องฟิตเนส ผมชอบไปออกกำลังกายที่นั่นบ่อยๆ


            “ขอกินก่อน แล้วค่อยเบิร์นทีหลังนะครับ” ผมทำเสียงจุ๊ๆ ใส่กล้องเซลฟี่แล้วเดินไปหาที่นั่งซึ่งอยู่ห่างจากผู้จัดการ


            แต่ไอ้หมาจะตามผมมาทำไมล่ะเนี่ย


            “มึงไปนั่งที่อื่นก็ได้ จะมานั่งกับกูทำไม” ผมไล่มันอ้อมๆ


            “ก็ทีมงานอยู่ฝั่งนั้นหมด จะให้กูไปนั่งไหนวะ” ไอ้หมาว่า ทำให้ผมเงียบไป ถึงจะเซ็งที่จะต้องมานั่งกับมัน แต่ก็ช่างมัน ขี้เกียจโดนทีมงานบ่นด้วยว่าทำไมเดือนครึ่งเสี้ยวไม่ดีกันซะที


            อืม แต่อาหารโคตรอร่อยเลย พอได้กินของอร่อย ผมก็ลืมความหงุดหงิดไปเลย


            ไอ้หมามันนั่งกินข้าวอยู่ตรงข้ามผม แล้วก็มองผมไปด้วย


            “มึงนี่ชอบกินของหวานจริงๆ ว่ะ”


            ไอ้หมานั่นเอ่ย ทำให้ผมเหลือบมองอาหารในจานมัน ผมแอบหมั่นไส้เล็กน้อย เพราะผู้จัดการชอบพูดถึงการกินที่ดีแบบไอ้หมาเป็นกรณีศึกษาโดยหวังให้ผมทำตาม เน้นโปรตีนและผัก ไม่กินแป้งและน้ำตาลเยอะ นอกจากจะไม่อ้วนแล้ว ยังจะทำให้หุ่นเฟิร์มได้ดีด้วย


            “แล้วมึงอ่ะ กินแต่ของเค็มคาว ชีวิตแม่งขาดความหวานชะมัด” ผมเลยแซะมันกลับบ้าง ซึ่งมันก็ยักไหล่ขณะหั่นชิ้นเนื้อในจาน


            “กูไม่ต้องกินหวานหรอก แค่มีมึงก็หวานพอละ” มันยักคิ้วใส่ผม


            คำพูดมันทำให้ผมชะงัก อือหือ เลี่ยนโคตรเลยแม่ง


            “นี่ ไอ้หมา ไม่ได้ถ่ายทำอยู่ มึงไม่ต้องเน่าขนาดนี้ก็ได้”


            “แต่ก็มึงถ่ายอยู่นิ” ไอ้หมานั่นเพยิดหน้าไปทางกล้องเซลฟี่ที่ผมเปิดค้างไว้


            “โอเค กูปิดก็ได้” ผมเม้มปาก ย้อนกูนัก ปิดแม่งเลย


            พอผมปิดกล้อง ก็ต่างคนต่างกินข้าวกันเงียบๆ สักระยะ ผมรู้สึกบรรยากาศมันดูอึดอัดชอบกล ผมก็เลยหยิบมือถือมาดูเล่น


            อะไรวะแม่ง ผมเปิดทวิตเตอร์เป็นอันดับแรก เจอแต่รูปผมกับไอ้หมาจับมือกันเต็มทวิต ไหนอ่ะแฟชั่นสนามบินของผม วันนี้ผมอุตส่าห์แต่งตัวจัดเต็มเลย แต่แฟนๆ กลับโฟกัสแต่มือพวกผมเนี่ย


            “เพราะมึงแท้ๆ เลยไอ้หมาเอ๊ย” ผมกล่าวโทษมันทันที ทำให้ไอ้หมาเลิกคิ้ว


            “ทำไมอ่ะ แฟนๆ ถูกใจ เลยอยากขอบคุณกูล่ะสิ”


            ผมถึงกับมองหน้ามันอย่างจริงจัง


            “ถามจริง นี่มึงกวนตีนกูใช่มั้ยวะ”


            “นี่เรียกกวนตีนเหรอวะ” ไอ้หมาถามกลับ


            “ไม่กวนตีนเรียกไร ตากตีน? อบตีน?” ผมย้อนกลับบ้าง


            “แถวบ้านกูเรียก ‘เติมน้ำตาล’ ว่ะ” ไอ้หมานั่นยิ้มกริ่ม


            “มุกไม่ผ่าน ไปเรียนมาใหม่” ผมเซ็งมันเหลือเกิน


            เดี๋ยวนี้ไอ้หมานี่ไม่ได้มาแนวไอ้ตี๋ ไอ้ลิง ไอ้เผือก ไอ้อ่อน ไอ้กากใส่ผม แต่มาเล่นมุกเสี่ยวเน่าๆ แบบนี้ มันกลับน่าหงุดหงิดยิ่งกว่าเก่า


            ระหว่างนั่งเฉยๆ ผมก็นึกได้ว่ามันโพสต์รูปผมลงไอจีนี่หว่า ผมอดเข้าไปส่องไม่ได้ เพราะมันมีรูปผมนะเว้ย แล้วรูปผมจะออกมาเป็นยังไง


            ไอจีไอ้หมา ส่วนใหญ่ก็มีแต่รูปมัน แต่ละรูปแม่งก็เก็กชิบหาย ผมเปิดดูรูปล่าสุด มีรูปผมอยู่จริงๆ


          natee_handsome

            กูรู้ พวกมึงรอให้กูเปิดตัวใช่มั้ย


            อือหือ คนไลค์อย่างเยอะ แถมแต่ละคอมเมนท์นี่แบบว่า ‘กรี๊ดด เขาเป็นแฟนกันแล้ว’ ‘แงง น่ารักมากเลย’ ‘พี่นทีลงรูปคู่กับพี่วายุ ชั้นนิพพานแล้วจ้า’ ‘เรือเราจะไปถึงฝั่งจริงๆ ใช่มั้ย’


            แต่ผมได้แต่พ่นลมหายใจ เกลียดรูปหน้าตัวเองชะมัด เล่นถ่ายโดยไม่บอกตูเลย ดูหน้ามันนี่เก็กมุมจนหล่อเกินตัวจริง ส่วนผมกำลังหงุดหงิดแยกเขี้ยวพูดคำว่า ‘ไอ้’ ซึ่งตอนนั้นผมกำลังจะพ่นคำด่า ‘ไอ้หมาขี้เรื้อนซังกะบ๊วย’


            แต่ไอ้หมานั่นก็เสือกคอมเมนท์ใต้รูปนี้เพื่อเรียกกระแสว่า


            ‘มันกำลังบอกว่า ‘ไอเลิฟนที’


            เลิฟนทีพร่องสิ ผมอยากล้มอินสตราแกมตอนนี้เลย


            ผมรับไม่ได้ที่รูปผมในไอจีไอ้หมาดูไม่หล่อ ผมก็เลยโพสต์รูปตัวเองเซลฟี่บ้าง เลือกมุมดีๆ ฟิลเตอร์สวยๆ  ถ่ายจนพอใจ


         whywayu

            รอขึ้นเครื่องบินไปสิทธิ์หนี

            วายุอ้อนเดอะเวย์ทูฟายดิ่งหนีโม้

            #วายุ #unistar #เดือนครึ่งเสี้ยว


            พออัพรูปลงแล้ว ก็มีคนมาเมนท์มากมาย แต่ไม่เข้าใจแทนที่จะเมนท์ว่าพี่วายุหล่อมากนู้นนี่ กลับเมนท์ว่า ‘เมื่อไหร่วายุจะเปิดตัวแฟนบ้าง’ ‘อยากได้รูปคู่’ ‘พี่วายุถ่ายรูปคู่กับพี่นทีหน่อย’


            ระหว่างที่ผมกำลังเซ็งกับเมนท์ของแฟนคลับ ผมก็เห็นเมนท์แฟนคลับเมนชั่นไอ้หมานั่นอย่างล้นหลาม


            @natee_handsome กรี๊ด พี่นทีไลค์รูปพี่วายุ


            อร๊าย นุ้งฮัสกี้ฟอลหวายแล้วเหรอ @natee_handsome


            @natee_handsome ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงแล้ว


            @natee_handsome อีกหน่อยเขาจะเป็นแฟนกันจริงๆ ใช่มั้ย


            ไอ้หมานั่นไลค์รูปผมเหรอ ผมเช็คไม่ทันเพราะไลค์มีเยอะ แต่ผมก็เห็นแจ้งเตือนว่ามันฟอลโลว์ไอจีผมแล้สจริงๆ ด้วย


            ผมเหลือบมองไอ้หมาที่นั่งเล่นมือถืออยู่ตรงข้าม มันเหลือบมองผมแล้วก็ฉีกยิ้มกว้างแบบกวนส้นใส่ผม ทำให้ผมตีความเจตนามันทันที


            นี่...ผมอุตส่าห์แต่งหล่อขนาดนี้ แต่แม่งเลือกโดนไอ้หมานั่นสร้างกระแสแย่งซีนเฉย




 

            ผ่านไปไม่นานก็ถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว ผมกลับมาเปิดกล้องเซลฟี่เดินไปด้วย ทีมงานพาพวกผมไปที่เกทพร้อมกับการ์ดสนามบิน ด้านในมีแฟนคลับมารออยู่บ้างแต่ไม่เยอะเท่าด้านนอก แต่ผมโบกมือทักทายพวกเขาได้แค่แปบเดียวเพราะต้องขึ้นเครื่องแล้ว


            พออยู่บนเครื่องบิน พวกผมก็ได้พื้นที่ส่วนตัวอีกครั้ง เพราะสปอร์นเซอร์สายการบินเหมาชั้นธุรกิจทั้งให้พวกผมและทีมงานทั้งหมด การมีสปอร์นเซอร์นี่ดีจริงๆ ถึงจะต้องแลกกับโดนไอ้หมาเลียหน้าก็เถอะ


            “พี่ ผมต้องนั่งข้างไอ้หมาด้วยเหรอ” ผมพูดกับผู้จัดการ เมื่อพบว่าที่นั่งบนตั๋วเป็นที่ติดกับไอ้หมา


            “ก็สปอร์นเซอร์เขาจัดมาแบบนี้ ไปอยู่ด้วยกันให้คุ้นเคยซะ” ผู้จัดการตอบ ทำให้ผมได้แต่พ่นลมแล้วจำใจนั่งอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่


            “มึงจะไม่นั่งกับกูก็ได้นะ นั่งพื้นเอาแล้วกัน” ไอ้หมานั่นว่า


            “ฟวย…กูไม่ใช่หมาเหมือนมึง จะได้นอนกับพื้น” ผมตอกกลับ


            “นทีวายุ ก่อนเครื่องออก มาทักทายกล้องหน่อยเร็ว” ทีมงานพูดขณะถือกล้องมาถ่ายพวกผมแบบไม่ให้ตั้งตัว


            ผมที่เพิ่งทะเลาะกับมัน ก็เปลี่ยนมู้ดแทบไม่ทัน


            “นี่ตี๋ ไปถึงที่นั่นอยากทำอะไรเป็นอันดับแรก” ไอ้หมานั่นทำเนียนหาชวนคุย


            “แน่นอน ต้องไปดูโอ้ปลาล่าเหา เป็นไอคอนของเมืองสิทธิ์หนี ตามรอยหนังฟายดิ่งหนีโม้” ผมตอบอย่างไหลลื่น


            “หะ?” ไอ้หมาสมองตื้น ฟังมุกผมไม่เข้าใจหรอก


            “แล้วมึงล่ะอยากทำอะไร” ผมพยายามพูดดีกับมันหน่อย


            “ไม่รู้สิ ยังไม่ได้คิด” ไอ้หมานั่นตอบยิ้มๆ


            “ตอนนี้คิดแค่ว่า คืนนี้จะได้นอนข้างๆ มึงแล้ว”


            เอ่อ...ผมนี่เงิบเลย ได้ยินเสียงฮิ้วจากทีมงานอีกต่างหาก


            “งั้นนอนด้วยกันเยอะๆ เลยน้า พวกพี่ไม่กวนแล้วค่ะ” ทีมงานว่าก่อนจะปิดกล้องทันที


            “เฮ้ย เดี๋ยวสิพี่” ผมประท้วง พี่จะจบคลิปแบบนั้นได้ไง ผมยังไม่ทันได้โต้แย้งเอาชนะไอ้หมานั่นเลย


            ผมกำลังจะเดินไปเรียกพี่ทีมงานให้กลับมาถ่ายใหม่ ผมไม่ยอมนะ แต่เครื่องบินดันประกาศให้ผู้โดยสารนั่งที่รัดเข็มขัดแล้ว ผมล่ะโคตรจะเซ็งเลย


            พอเครื่องบินกำลังจะขึ้น ไอ้หมานั่นก็เสียบหูฟังเปิดหนังดูเรื่อยเปื่อย ผมก็หาอะไรทำเช่นกัน ไม่อยากคุยกับมันหรอก


            เมื่อเครื่องขึ้นเรียบร้อยและสัญญาณเข็มขัดดับลง ผมเช็คดูเวลา ถึงจะเร็วเกินไปที่จะเข้านอน แต่ไฟลท์นี้ใช้เวลา 8 ชั่วโมงกว่า ผมจะต้องนอนให้เต็มอิ่ม พอถึงที่หมายจะได้สดชื่น


            ผมลุกจากที่นั่ง แล้วหยิบเมคอัพรีมูฟเวอร์กับโฟมล้างหน้าพร้อมครีมบำรุงผิวไปเข้าห้องน้ำ ผมต้องดูแลรักษาผิวหน้าเป็นอย่างดี หน้าขึ้นสิวสักเม็ดก็ไม่ได้ พอผมจัดการล้างเครื่องสำอางแถมยังแปรงฟันเรียบร้อยแล้ว ผมก็กลับมานั่งที่เตรียมเข้านอน


            ไอ้หมาที่กำลังนั่งดูหนังอยู่เหลือบมองผมอย่างพิจารณา แล้วดึงหูฟังลง


            “มึงหน้าเครื่องกับหน้าสด แม่งไม่เห็นต่างตรงไหนเลย” มันวิจารณ์


            หน้าเครื่องหน้าสด....ศัพท์อะไรของมันวะ ผมขมวดคิ้วนิ่วหน้า นี่มันจะด่าผมหรือไง ว่าขนาดผมแต่งหน้าแล้วยังหล่อสู้มันไม่ได้เหรอ


            “ยังไงกูก็หล่อกว่ามึง” ผมตอบกลับ


            “ก็นะ” ไอ้หมายักไหล่ “เพราะมึงได้อานิสงค์ความหล่อจากแฟนอย่างกู”


            “เกี่ยวตรงไหนวะ กูหล่อของกูมาตั้งแต่เกิดแล้ว” ผมไม่เข้าใจตรรกะมันจริงๆ


            “มึงเกิดมาเพื่อเป็นเนื้อคู่กูไง”


            โว้ย ผมไม่ไหวกับความแก็ทเชื่อมโยงมั่วซั่วของมัน


            “รำคาญมึงจริงๆ กูจะนอนละ” ผมเมินไอ้หมา เอาที่ปิดตามาสวมเพื่อนอนอย่างจริงจัง ผมต้องพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อรักษาผิวหน้าและความหล่อ


            “ดีแล้ว นอนเยอะๆ” ไอ้หมานั่นว่า


            “ถ้าตาตี่แล้วยังตาคล้ำ กูเป็นแฟนมึงนี่โคตรอายเลย”


            มันยังจะเสือกพูดต่ออีกเหรอ ผมขบฟันอย่างหงุดหงิด แต่เพราะผิวหน้าสำคัญกว่า ผมขี้เกียจเสียเวลานอนเถียงกับมัน ก็เลยเอาใส่หูฟังซะ จะได้ไม่ต้องได้ยินมันพูดอีก สงบสักที





 

            ผมเป็นคนนอนหลับง่าย ผ่านไปไม่นานผมก็หลับอย่างไม่รู้สึกตัว ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าระหว่างผมกำลังหลับ ไอ้หมาทำอะไรบ้างแล้วก็ขี้เกียจสนใจด้วย ผมสะดุ้งตื่นอีกที ตอนได้ยินเสียงแอร์โฮสเตสกำลังนำอาหารเช้ามาเสิร์ฟ ผมจึงดึงที่ปิดตาลงมา


            ผมหันไปมองข้างๆ เห็นไอ้หมานั่นตื่นอยู่ ผมไม่รู้ว่าเมื่อคืนมันนอนหรือเปล่า หรือมันตื่นก่อนสักพักแล้ว ผมเห็นมันกำลังนั่งฟังเพลง ซึ่งพอผมตื่น มันก็หันมามองผม แล้วก็หัวเราะร่าทันที


            “ฮ่ะๆ มึงนอนยังไงวะไอ้ตี๋ หัวมึงโคตรยุ่งเลย”


            นี่มันกล้าหัวเราะเยาะผมเหรอ ผมแยกเขี้ยวใส่มัน


            ว่าแต่ผมกูยุ่งจริงเหรอวะ ไม่ได้การแล้ว เพราะภาพลักษณ์สำคัญที่สุด แถมยังต้องมาผมเสียทรงต่อหน้าไอ้หมานั่นอีก ผมก็เลยรีบลุกจากที่นั่ง วิ่งเข้าไปจัดแต่งทรงผมใหม่ในห้องน้ำทันที


            พอผมกลับมาอีกที ก็เห็นอาหารเช้าวางเตรียมให้แล้ว ซึ่งไอ้หมาก็กำลังกินข้าวอยู่ อาหารเช้าวันนี้เป็นออมเล็ต ไส้กรอก มันฝรั่ง มะเขือเทศ ครัวซองส์ ขนมปัง น้ำส้ม และผลไม้


            จะได้กินข้าว ผมก็อารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย


            ผมนั่งแล้วเหลือบมองไอ้หมา ผมยังคงเคืองที่ถูกมันหัวเราะเยาะตอนเพิ่งตื่น พอเห็นมันกำลังกินไปดูหนังไป ผมก็เลยเล่นทีเผลอบ้าง


            ผมคว้าส้อมแล้วจิ้มไส้กรอกในจานของมันเข้าปากผมทันที


            มันหันมองหน้าผม ซึ่งผมเคี้ยวตุ้ยๆ เยาะเย้ยมันด้วย


            ไงละ กูฉกอาหารมึงแดกแล้ว มึงจะด่ากูอะไรอีก กูก็คิดตอบโต้ไว้หมดแล้ว โกรธกูซะสิ เอาเลย


            ทว่าไอ้หมากลับมองผมเฉยๆ พร้อมกับดึงหูฟังลง


            “กูเพิ่งรู้นะว่า มึงชอบกินไส้กรอก” มันเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติจนดูไม่ปกติสำหรับผม


            “อะไรอร่อย กูก็ชอบหมดละ” ผมยั่วโมโหมันด้วยการเคี้ยวด้วยสีหน้าเอร็ดอร่อยสุดขีด ให้มันรู้สึกเสียดายที่อดกินเพราะกูแย่งมา หึหึ


            “อืม งั้นกูก็อร่อย มึงก็ชอบด้วยสินะ” มันถามผมยิ้มๆ


            “หะ?” ผมนิ่วหน้า มันจะมาแก็ทเชื่อมโยงเพี้ยนๆ ไม้ไหนอีกวะ


            “มึงชอบกินฮ็อตด็อกนิ” มันโน้มตัวเข้ามาใกล้ๆ แล้วพูดเบาๆ ว่า


            “กูก็เป็น Hot Dog เหมือนกันว่ะ”


            “แค่กๆ” เล่นเอาผมสำลักไส้กรอกทันที


            แม่งเอ้ย....มุกเหี้ยอะไร ทำเอามื้อเช้ากูหมดอร่อยหมด

 




            หลังจากนั้น ทีมงานบอกให้พวกผมรีบกินให้เสร็จเพราะเครื่องน่าจะใกล้ลงจอดแล้ว ช่วงที่เครื่องกำลังแลนดิ่ง ผมก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ผมมองดูวิวผ่านหน้าต่างเครื่องบิน อยากจะรู้ว่าต่างประเทศหน้าตาเป็นยังไง ต่างจากเมืองไทยมากมั้ยพอเห็นภาพเมืองที่ติดทะเลน้ำสีน้ำเงิน ผมก็ดีใจมากๆ มาถึงสิทธิ์หนีแล้ววว


            ทว่า พอเครื่องจอดสนิท ผมเห็นทีมงานคุยแอร์โฮสเตส ซึ่งช่วยติดต่อเจ้าหน้าที่สนามบิน ผมเดินตามทีมงานไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นก็ไปรอรับกระเป๋า เจ้าหน้าที่สนามบินมาคุยกับทีมงานเป็นภาษาอังกฤษ สักพักทีมงานก็มาบอกพวกผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า


            “ผิดคาดนิดนึงนะ ตอนแรกพวกพี่ก็คิดว่าแฟนคลับยูนิสตาร์ที่นี่ไม่น่าเยอะ แต่ทางสนามบินแจ้งว่า มีกลุ่มแฟนคลับมารอตั้งแต่เช้ามืดแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็มีอยู่เป็นร้อยคน”


            “หะ!” ผมตกใจสุดขีด


            ไอ้หยา ผมไม่ได้เตรียมใจจะเจอแฟนคลับที่สนามบินที่นี่มาก่อนเลย ตามตารางคือพอไฟลท์มาถึง มีรถรับเข้าโรงแรม อาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าใหม่ แล้วถึงจะเริ่มถ่ายทำ


            หน้าสดกูละ เรือหายแล้ว ตายห่า ผมต้องแต่งหน้าเป็นชั่วโมง ตอนนี้จะแต่งทันมั้ยเนี่ย แล้วถ้าไม่แต่งแล้วจะเจอแฟนคลับได้ยังไง


            “มาส์กปิดปากอยู่ไหนวะ” ผมรีบคุ้ยกระเป๋าตัวเอง ดีนะที่ผมเตรียมมา ผมใส่มาส์กสีดำพร้อมด้วยหมวกปีกที่คลุมจนปิดหน้าพอดี


            แน่นอนว่า ผมให้แฟนคลับเห็นหน้าสดไม่ได้เด็ดขาด!


            “ไอ้ตี๋ มึงขึ้นเครื่องอย่างนายแบบ แต่ลงเครื่องอย่างอาแปะ” ไอ้หมานั่นเยาะเย้ยผมไม่พอ ทั้งยังเปิดกล้องเซลฟี่มาถ่ายตัวอย่างอย่างเฉิดฉาย ยังกับจะเยาะหยันผม


            “หุบปาก” ผมแค่นเสียงตอบ แต่ตอนนี้หน้ากูน่ากังวลกว่า ไม่มีเวลาเถียงกับหมา


            “พร้อมยังครับวายุนที” ทีมงานถาม


            “ไม่มีปัญหาครับ” ไอ้หมานั่นไม่ปิดมาส์กหรือสวมหมวกเลยแม้แต่น้อย ท่าทีโคตรมั่นอกมั่นใจในความหล่อ จนผมล่ะโคตรหมั่นไส้


            “ครับ พี่ช่วยกันแฟนคลับให้อยู่ห่างๆ ผมด้วยน้า อย่าให้แฟนคลับมาถ่ายรูปผมนะครับ ไม่ได้เด็ดขาดเลยนะครับ” ผมอ้อนวอนผู้จัดการอย่างกังวลสุดๆ


            ผมเดินจับหมวกก้มหน้าเดินลากกระเป๋าออกไปอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ โดยมีทีมงานและเจ้าหน้าที่สนามบินช่วยล้อมหน้าล้อมหลัง อาจจะไม่เหนียวแน่นเหมือนการ์ดประจำผมที่มหา’ลัย เพราะคงไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยไม่ได้เตรียมการล่วงหน้า แต่ก็น่าจะพอเอาอยู่...มั้ง...


            กรี๊ดดดด!


            พอออกไปเท่านั้น ผมก็ได้ยินเสียงกรี๊ดดังสนั่นเลย


            ผมเห็นไอ้หมาโบกมือให้แฟนคลับอย่างอารมณ์ดี แต่ผมซึ่งไร้เครื่องสำอางบนใบหน้า ได้แต่ดึงหมวกมาปิดให้ต่ำลงอีก


            ผมจดจ่ออยู่กับการเดินให้ไวที่สุด เจ้าหน้าที่ก็พยายามพูดกับแฟนคลับเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อขอให้แฟนคลับช่วยเปิดทาง


            ผมได้ยินจากเสียงตะโกนเลยพอรู้ว่า แฟนคลับส่วนใหญ่ที่มารอน่าจะเป็นคนไทยซึ่งอยู่ที่นี่ และมีต่างชาติเอเชียปะปนนิดหน่อย พวกเขาคงไม่มีโอกาสได้เจอพวกผมบ่อยๆ เหมือนที่ไทย พอพวกผมมาที ก็เลยตื่นเต้นกันมาก


            ครับ ผมดีใจที่ได้เจอแฟนๆ ถ้าเป็นเวลาปกตินี่จะโดนรุมหรือโดนถ่ายรูป ผมก็ยินดีเสมอ แต่ตอนนี้ผมไม่ได้แต่งหน้า แฟนๆ อย่าเพิ่งเข้ามาใกล้น้า รอให้ผมแต่งหน้าก่อน


            ผมได้แต่กล้ำกลืนฝืนเดิน แต่เพราะว่าผมพยายามปิดหน้าเสียมิด แถมยังเดินก้มหน้าไปเรื่อยๆ เลยมองไม่ค่อยเห็นทาง รู้ตัวอีกทีก็...อ้าว...แกะหายแล้ว


            “กรี๊ดดดด พี่วายุ อยากเห็น”


            “พี่วายุคนหล่อ ทักทายหนูหน่อย”


            “Oh my god! Wayu I love you!”


            “วายุอา! หว๋อซีฮวนหนี่!”


            ผมทำตัวไม่ถูกจริงๆ ตอนนี้ผมหลุดมาอยู่ในดงแฟนๆ ได้ไง แถมการ์ดก็หายไปไหนหมด นี่คงมัวแต่ก้มหน้าเดินจนหลงทิศแน่เลย ซวยแล้ว


            แฟนคลับพยายามแทรกเข้ามารุมผม ผมจึงพยายามปิดหน้า แล้วรีบเบี่ยงตัวหาทางเดินออกห่าง ผมจะทำยังไงดีละเนี่ย จะเงยหน้ามองหาทีมงานกับการ์ดก็ไม่ได้อีก ไม่งั้นแฟนคลับก็ต้องเห็นหน้าสดผมสิ


            ระหว่างที่ผมกำลังเครียดและตัดสินใจไม่ถูก สักพักก็รู้สึกเหมือนมีใครสักคนมาโอบไหล่ผม ตอนแรกผมตกใจเพราะนึกว่าแฟนคลับ แต่มือนั้นมันใหญ่และดูแข็งแรง ผมก็เลยถอนหายใจอย่างโล่งอก พี่การ์ดมาช่วยผมแล้วสินะ


            “Excuse me, ขอทางด้วยครับ” พี่การ์ดบอกกับแฟนๆ ให้ช่วยเปิดทาง ซึ่งผมก็ได้ยินเสียงแฟนคลับกรี๊ดลั่นจนแทบจะกลบเสียงการ์ด


            การ์ดช่วยพาผมเดินไปตามทาง ระหว่างนั้นก็มีแฟนคลับวิ่งตามมากรี๊ดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เข้ามาใกล้มาก พอถึงรถตู้ที่มารับ ผมรีบกระโดดขึ้นรถทันที พอประตูปิด ผมก็ถอดหมวกถอดมาส์กนั่งพักถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดผมรอดมาได้อย่างหวุดหวิด


            “กรี๊ดดด เมื่อกี้นี้ น้องนทีเท่ม๊ากมาก” จู่ๆ พวกพี่ทีมงานก็เอาแต่วี๊ดว้ายกัน จนทำให้ผมมึนงง


            ผมหันไปมองไอ้หมาที่นั่งอยู่อีกฝั่งหน้าต่าง ไอ้หมามันไปเก็กอะไรต่อหน้าแฟนคลับวะ


            ไอ้หมาก็เหลือบมองผมสักพัก จากนั้นก็หันไปโบกมือให้แฟนๆ โบกมือลาพวกผมจากด้านนอก แม้ว่าฟิล์มกระจกคงจะมืดมาก จนแฟนคลับไม่น่าจะมองเห็นพวกผมได้ก็ตาม


            “ไอ้หมา...เอ่อ นทีทำอะไรเหรอครับ” ผมหันไปถามทีมงานแทน


            “ก็เมื่อกี้นี้อ่ะ ตอนที่น้องวายุ...เฮ้ยๆ เร็วมาก มีคนอัพลงทวิตแล้ว!” ทีมงานเปิดมือถือซึ่งคาดว่าคงสมัครแพ็คเก็ตใช้เน็ตต่างประเทศมา


            “ดูสิ วายุ โอ้ย เห็นแล้วจะกรี๊ด อิจฉานุ้งจุง”


            ทีมงานคะยั้นคะยอให้ผมดูโพสต์ในทวิตเตอร์อันหนึ่ง ซึ่งถูกอัพเมื่อไม่กี่นาที แต่มีคนรีทวิตเป็นพันแล้ว


         ยูนิตี้ในสิทธิ์หนี @unityinsydney

            กรี๊ดดด แกกกก พี่นทีปกป้องแฟนแหละ เขินนนน

            #เดือนครึ่งเสี้ยว #เดือนคู่เสี่ยว #ยูนิสตาร์


            ในคลิปเป็นวีดีโอจากกล้องมือถือของแฟนคลับ มีภาพผมซึ่งสวมหมวกกับปิดมาส์กจนแทบมองไม่ออกว่าเป็นใคร ผมในตอนนั้นกำลังยืนทำตัวไม่ถูกขณะที่โดนแฟนคลับรุมล้อมและพยายามเบียดเข้ามาถ่ายรูป


            สักพักไอ้หมาที่กำลังเดินถ่ายเซลฟี่ตัวเองในวงการ์ด พอตามมาเห็นผมตกอยู่ในสภาพนั้น มันก็เก็บกล้อง แล้วรีบเดินออกจากการ์ดตัวเอง ฝ่ากลุ่มแฟนคลับอย่างรวดเร็ว แล้วเข้ามาโอบไหล่ผมทันที


            ช็อตนั้น ทำเอาแฟนคลับและคนถ่ายคลิปกรี๊ดกันหนักมาก


            “Excuse me, ขอทางด้วยครับ” ไอ้หมาพูดกับแฟนคลับ จากก่อนหน้านี้ที่มันโบกมือทักทายแฟนคลับอย่างเป็นมิตร ใบหน้ามันก็พลันเปลี่ยนเป็นจริงจัง


            ไอ้หมาพาผมเดินพร้อมส่งสัญญาณมือไม่ให้ทุกคนเข้ามาใกล้ คือ พอเป็นการ์ดขอ แฟนคลับก็ไม่ค่อยเชื่อฟัง แต่พอเป็นไอดอลขอ แฟนคลับทุกคนกลับเชื่อฟังเต็มที่ ทำให้ไม่มีใครเข้ามารุมใกล้ๆ เลย แม้ว่าการ์ดจะเพิ่งวิ่งตามมาประกบทีหลังก็ตาม


            คนถ่ายคลิปก็วิ่งตามพร้อมถือกล้องถ่ายไป ระหว่างทาง ไอ้หมานั่นก็ยังคงยกมือขึ้นขอแฟนคลับให้ช่วยเปิดทาง แถมยังคอยก้มมองดูผมเป็นระยะด้วย


            “โอ๊ย น่ารักอ่ะ ดูเหมือนแฟนกันจริงๆ เลย กรี๊ดดด” คนถ่ายคลิปพูดไปขณะวิ่งตามถ่ายจนเสียงหอบ จนกระทั่งถึงรถตู้


            พอดูจบแล้ว ทีมงานก็อ่านคอมเมนท์ให้ผมฟัง


            “ดูสิมีแต่คนบอกว่า พี่นทีพระเอกมาก หล่อจัง รักคู่นี้ น่ารักมาก ดูแลกันอย่างดี  เหมาะสมกันจริงๆ” พอทีมงานอ่านเสร็จก็ยิ้มให้ผม


            “ดูท่ากระแสอีพีแรก น่าจะรุ่งนะเนี่ย”


            ผมถอนหายใจเบาๆ ผมควรจะดีใจใช่มั้ยที่เรตติ้งมันจะดี


            เมื่อวานอุตส่าห์แต่งหล่อแทบตาย แต่กลับโดนไอ้หมาบ้ากลืนซีนไปสนิท


            ผมหันไปมองไอ้หมานั่นอย่างแค้นเคือง ไอ้หมานั่นเหมือนจะรู้ว่าโดนจ้อง จึงหันกลับมามองผมกลับ แต่ทำหน้าเหมือนเป็นหมาฮัสกี้บ๊องแบ๊วไร้เดียงสา


            “เหอะ” ผมบ่นลมหายใจ แต่ถึงกระนั้น แม้จะไม่ค่อยชอบใจ แต่วันนี้ก็เพราะมันช่วยผมไว้ หน้าสดของผมจึงยังปลอดภัยจากกล้องของแฟนๆ


            “ขอบใจนะ” ผมพูดกับมันสั้นๆ จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ


            ทว่าไอ้หมานั่นกลับกะพริบตาสองสามที


            “อะไรนะ?” ไอ้หมาทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ


            “อะไร ก็ arrive แล้วไง” ผมเล่นมุกกลับซะเลย


            “เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะ” ไอ้หมานั่นถามซ้ำ


            “อะไรฟ์...อ่ะ แอ็คเส้นกูดีพอยัง” ผมออกสำเนียงอังกฤษอย่างเต็มที่


            “ก่อนหน้านี้ดิวะ” ไอ้หมานั่นว่า


            ก่อนหน้านี้เหรอวะ ผมครุ่นคิด เมื่อกี้นี้ผมพูดอะไรกับมันนะ...


            อ๋อ...ผมขอบคุณมัน


            “ไอ้หมาหูตึง กูพูดครั้งเดียวพอ” มันจะให้ผมพูดซ้ำอีกรอบเหรอ ฝันไปเถอะ


            “งั้นเดี๋ยวจะทำให้มึงต้องพูดอีก” ไอ้หมาทิ้งท้าย แล้วหันกลับไปดูวิวนอกหน้าต่าง


      



Writer's Talk


ตอนนี้เขียนจากประสบการณ์นิดนึงจากที่เคยไปรอกัซที่สนามบินสมัยเรียนอยู่ออส 555 ฝรั่งแถวนั้นก็มองกันแบบสงสัยว่าทำไมวันนี้สนามบินคึกคักขนาดนี้ มีฝรั่งคนนึงเดินเข้ามาถามเราด้วยว่ารอใครกันอยู่เหรอ เรากับเพื่อนคนจีน(ที่เมนเฮียหวัง)ก็ตอบเสียงใสพร้อมเพรียงว่า Got7! ฝรั่งคนนั้นท่าทางดูสนใจมากบอกว่า Thanks you I will search on google. (ก็ไม่รู้ว่าป่านนี้ได้ตกอากาเซ่เพิ่มอีกคนมั้ย ฮ่า) 


มีแฟนอาร์ตน่ารักเขินๆ มาเพิ่มอีกแล้ว แงงงงง ชอบบบบ มุ้งมิ้งมากเลยค่า

ขอบคุณภาพวายุโดนนทีเลียแก้มสุดฟิน และภาพวายุคนแมน(แต่นทีแมนกว่า ฮ่า) จากคุณ H_hwan


วายุ : บ้าเอ้ย หน้าผมจะสิวขึ้นมั้ยเนี่ย ไอ้หมานี่จะเลียอร่อยไปไหนวะ เหอะ สงสัยผิวผมคงจะหวาน ขอบคุณแฟนมากนะครับที่วาดมาให้ผมน้า วาดสวยจังเลยครับ ^^โห้ย รูปผมสุดยอดอ่ะ หล่อมากและแมนมาก 555555 

นที : ถ้าหน้ามึงหวานจริง กูไม่กินแค่หน้าหรอกเว้ย เฮ้ย ขอบใจนะที่วาดมา เห็นหน้าไอ้ตี๋เหวอแล้วแม่งโคตรตลก 5555


-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนครึ่งเสี้ยว

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.118K ครั้ง

59 ความคิดเห็น

  1. #2537 lio99 (@lio99) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 13:45
    ฉวยโอกาสเก่งงงง
    #2537
    0
  2. #2437 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 05:27
    นี่ก็เมนเฮียนะ..อ่าวไม่เกี่ยว😂#รักเฮียหวังมะมาย
    #2437
    0
  3. #2065 som.vrs (@duangkamon0505) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:36
    เข้าใจทั้งคู่ แต่บางทีคนที่ไม่เคยรับรู้อะไรเลยมันก็มีนะ คือรู้เรื่องอื่นทุกเรื่อง จนมองข้ามเรื่อวของตัวเองอ่ะ
    #2065
    0
  4. วันที่ 25 มกราคม 2562 / 19:46
    แยกไม่ออกแล้วอันไหนเรื่องจริง อันไหนการแสดง555
    #1764
    0
  5. #1625 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 07:19
    มุมหวานๆของนทีกับวายุ
    #1625
    0
  6. #1329 Raatty (@Raatty) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 12:11
    โอยยย นที เก็บทุกช็อต กะจะให้วายุหวั่นไหวใช่ป่ะเนี่ย หึหึ
    #1329
    0
  7. วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 02:14
    ดูแลกันดีมากกกกกก
    #1280
    0
  8. #1274 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 14:21
    งุ้ยยยยยย เขาดูแลกันดีมากเวอร์อ่ะแก แต่วายุก็เกินไปนะ ปิดอะไรขนาดนั้นแค่มาร์กกับแว่นก็พอนะ นี่เล่นหมวกปีกกว้างเลย แฟนคลับที่ไม่ค่อยได้เจอก็อดเห็นเลย เห็นแต่เสื้อผ้าเดินได้ 555 นทีก็บอกอยู่ว่าไม่เห็นต่าง แต่ก็เข้าใจนะ บางคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง มันก็เป็นเรื่องยาก
    #1274
    0
  9. #1273 Jink_chan (@Jink_chan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 08:24
    นทีคือดีย์ๆๆๆๆๆ
    #1273
    0
  10. #1271 Haiyum (@Haiyum) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 19:49
    รักแค่ไหน ถามใจนทีดู
    ปล.หวัดดีเราก็ชาวอากาเซ่
    #1271
    0
  11. #1270 ลิตเติ้ลไวท์ (@ASACZ) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 09:20
    นทีโซผัวมาก
    #1270
    0
  12. #1269 natwannakan (@natwannakan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 21:35
    นทีคือพระเอกสุด
    #1269
    0
  13. #1268 MinorA (@aun-aom) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 17:35
    ขุ่นนที~~~~
    #1268
    0
  14. #1267 ปีใหม่ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 15:47

    รักมากไหมถามใจนทีดู

    #1267
    0
  15. #1266 choconaynn (@nayza_wk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 07:08
    นทีก็คือชัดเจนมาก ฮื่ออออ แต่ตอนไปช่วยวายุจากกลุ่มแฟนคลับนี่เท่ห์จริงๆนะ ส่วนวายุก็ซึนต่อไปลูก เขาทำด้วยใจล้วนๆก็คิดว่าเขามาแย่งซีนตัวเองอีก 55555 วายุนี่วายุจริงๆเลย
    #1266
    0
  16. #1265 toon_smile13 (@toon-sunicha) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 22:26
    ฮัสกี้หยอดขนาดนี้แล้วค่ะหวายรู้ตัวสักทีๆ รักกันสักทีรอยุ55555
    #1265
    0
  17. #1264 yyyyobaby (@yyyyobaby) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 22:08
    งุ้ยยยยย
    #1264
    0
  18. #1263 686814123new (@686814123new) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 21:58
    ยุแกควรรู้ตัวได้แล้ววว่าโดนฮัสกี้หยอดจริงๆไม่อิงมุก. พี่แกมาเต็มมากก ช่วยเก็บศพเราทีแงงง
    #1263
    0
  19. #1262 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 11:00
    ป๊าดดดด ทริแนี้ต้องหวานเจี๊ยบ
    #1262
    0
  20. #1260 ntw96 (@paninfinitekiml) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 09:16
    ตื่นเต้นที่ได้ยินคำว่าขอบคุณจากวายุใช่ไหมล่ะ แบบไม่เชื่อหูอ่ะ 5555 เขิน
    #1260
    0
  21. #1258 Sun_soon (@suntareekwang) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 08:44

    น่ารัก
    #1258
    0
  22. #1257 Kyoheizing (@Kyoheizing) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 06:59
    นที ขอแหมยาวๆเถอะนะ แหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #1257
    0
  23. #1251 chyanin (@chyanin) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 23:25

    นที เนียนเชียวนะ แหมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #1251
    0
  24. #1250 TUANG_PUT (@TUANG_PUT) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 23:08
    นี่แกล้งเป็นแฟนหรือจีบกันคะ นทีไม่เนียนว่ะโด่ววว
    #1250
    0
  25. วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 21:06
    มุกนทีคือแบบเสี่ยวจนเลี่ยน บ้าบอออออ~~ ขนาดยังไม่เป็นแฟนกันนะเนี่ย
    #1249
    0
  26. วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 09:32

    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #1235
    1
    • #1235-1 Haiyum (@Haiyum) (จากตอนที่ 13)
      16 ธันวาคม 2561 / 19:50
      เราเหนเธอบ่อยมากๆเลย 55555 ยินดีที่ได้พบเจอนะคะ
      #1235-1