[เปิดจอง ] UNISTAR เดือน.ครึ่ง.เสี้ยว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 263,596 Views

  • 2,568 Comments

  • 17,167 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    43,242

    Overall
    263,596

ตอนที่ 15 : เดือนที่ 14 : เล่นมุกเก่งแต่แพ้หอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1030 ครั้ง
    26 ธ.ค. 61

UNISTAR   เดือน.ครึ่ง.เสี้ยว

- เดือนที่ 14 : เล่นมุกเก่งแต่แพ้หอย -



(เครดิตภาพ : stmed.net)




            หลังจากเดินถ่ายรูปแถวโอเปล่าเฮ้าส์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีมงานก็กำหนดสถานที่ใหม่ ให้พวกผมเดินทางไปที่ตลาดปลาหรือฟิชมาร์เก็ต เพื่อกินข้าวเที่ยง แน่นอนว่าถ่ายทำด้วยเช่นกัน


            ทีมงานอยากได้บรรยากาศการแบบนักท่องเที่ยว จึงให้พวกผมเดินทางด้วยรถสาธารณะ พวกผมมานั่งรถราง หรือ Light Rail ของที่นี่ ระหว่างนั้นก็มีกล้องตามถ่าย จนคนแถวนั้นก็พากันมองมากมาย


            “นี่ วายุนที สวีทกันหน่อยได้มั้ยอ่ะ” ทีมงานเอ่ยรีเควส เพราะตั้งแต่ขึ้นรถรางมา ผมกับไอ้หมาก็ต่างคนต่างยืน ไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำ


            เอาอีกแล้วเหรอ ผมถอนหายใจ ต้องมาแสร้งเล่นฉากหวานกับไอ้หมานี่อีกแล้ว


            “นี่ ถ้ามึงกลัวล้มหัวทิ่ม มาเกาะกูก็ได้นะ” ผมพยายามเล่นบทมาดแมน ต้องปกป้องพัดลมที่อ่อนแอกว่า


            “เกาะมึงเนี่ยนะ?” ไอ้หมานั่นยิ้มเยาะ


            “เอ้า ก็ต้องดูแลแฟนไม่ใช่หรือคร้าบบบ” ผมเอ่ยเสียงประชด บังอาจมาหัวเราะเยาะกูเหรอ หึ หล่อๆ แบบนี้ ใครๆ ก็อยากเกาะทั้งนั้นล่ะ


            “รถรางนี่วิ่งเบาจะตายชัก” ไอ้หมานั่นว่า ก่อนจะหรี่ตามองผม


            “แต่ถ้ากูจะล้มจริง กูก็ไม่เกาะมึงหรอก”


            “งั้นมึงก็หาเสาเกาะไปแล้วกัน” ผมหมั่นไส้แม่งจริงๆ


            “เปล่า กูหมายถึงว่า...” ไอ้หมานั่นยื่นหน้ามาใกล้


            “จะล้มทั้งที ล้มทับมึงดีกว่า”


            “ว่าไงนะ!” ผมถลึงตามองมัน


            ท่องไว้ว่าถ่ายซีรีส์อยู่ ไม่งั้นผมเนี่ยละจะชิงล้มทับมันก่อนเลย




 

            พอมาถึงที่หมายแล้ว เมื่อได้เห็นของกิน ผมก็ลืมความหงุดหงิดเมื่อตะกี้เป็นปลิดทิ้ง ที่นี่มีอาหารทะเลวางขายอยู่มากมายเต็มไปหมด ละลานตาและน่ากินมาก มีทั้งร้านที่ทำเตรียมไว้แล้ว หรือกำลังทอดและปิ้งสดๆ หลายร้านก็มีตู้โชว์สัตว์ทะเลด้วย บางพันธุ์ผมก็เพิ่งเคยเห็น เช่น ปูตัวยักษ์ หรือปลาที่หน้าตาแปลกๆ


            “โอ้โห้ ผมไม่เคยเห็นอาหารทะเลเยอะแยะขนาดนี้เลย” ผมเดินไปมองไปอย่างตื่นตาตื่นใจ


            “ดูสิครับ ปูตัวใหญ่มาก!” ผมตื่นเต้นสุดๆ “นี่ปลาอะไรอ่ะ โคตรน่ากิน เฮ้ย นี่ล็อปสเตอร์ น่าอร่อยโคตร”


            “How much?” ไอ้หมานั่นเข้าไปถามราคาอาหารที่ผมชี้กับคนขาย คนขายตอบราคาขณะมองมาที่พวกผมและช่างกล้องที่ติดตามอย่างพิจารณา แล้วทักขึ้นมาว่า


            “Wow! Are you guys doing some kind of reality show?”


            “Yeah!” ไอ้หมานั่นยิ้มตอบ จากนั้นก็ทำเป็นโอบไหล่ผมเฉย


            เชี่ยไรของมันเนี่ย ผมพยายามสะบัดออก


            “We are doing our love series.” ไอ้หมานั่นพูดหน้าตาเฉย


            “เลิฟพร่องสิ” ผมได้ยินเป็นคำๆ เลยด่ามันซะ


            “Oh so you two are dating, right?” คำถามนี้ผมฟังได้ชัดเจน


            “โน” ผมตอบทันที


            “Yes” ไอ้หมาตอบ


            ผมมองหน้ามัน แต่มันทำเนียนเมินผม


            “It seems like your boyfriend doesn’t enjoy at all.” คนขายมองหน้าผมแล้วพูดอะไรสักอย่าง  ภาษาปะกิดที่ผมฟังไม่เข้าใจ


            “Don’t worry.” ไอ้หมายิ้มกว้าง ขณะทำเป็นมองผมตาหวาน “I’m gonna make him fucking enjoy tonight.”


            ผมได้ยินทีมงานแอบกรี๊ดด้วย ยิ่งทำให้ผมคาใจ มันพูดเชี่ยอะไรของมัน


            “Oh my god, super hot couple.” คนขายหัวเราะ


            “Exactly.” ไอ้หมานั่นก็หัวเราะ


            ส่วนกูยืนงงสิครับ แต่พูดอะไรก็ช่างเถอะ ผมไม่สนใจหรอก


            จากนั้น ไอ้หมานั่นก็ซื้ออาหารจ่ายเงิน เงินที่ใช้จ่ายก็เป็นเงินจากสปอร์นเซอร์ที่สนับสนุนให้พวกผมได้เที่ยวอิ่มๆ


            คนขายก็เหมือนจะถูกใจพวกผม ก็เลยแถมขาปูทอดเพิ่มให้ด้วยเป็นพิเศษ


            ทีมงานมาช่วยพวกผมถือจาน เพราะพวกผมต่างก็ซื้อเอาซื้อเอา เจออะไรน่าสนใจก็ซื้อหมด จนมือเต็มไปหมดแล้ว และก็ยังมีทีมงานคนอื่นๆ ซื้อมาแจมด้วย


            พอคิดว่าซื้อจนเยอะพอใจแล้ว พวกผมไปหาที่นั่งทานตรงส่วนที่ใกล้กับท่าเรือ ซึ่งมีโต๊ะม้านั่งยาวสำหรับรับประทานอาหารประกอบชมวิวทะเลสวยๆ ผมชอบบรรยากาศกลางแจ้งของที่นี่มาก ฟ้ากระจ่างใส ทะเลสีน้ำเงิน อากาศสดชื่น และมีสีขาวของนกนางนวลที่บินไปบินมา


            นกนางนวลน่ะเหรอ ผมมองอย่างสนใจ หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายด้วย เพิ่งเคยเห็นนกนางนวลใกล้ๆ ขนาดนี้ นกที่นี่ไม่ค่อยกลัวคนเท่าไหร่เลย แถมยังดูสวยมาก สีขาวสะอาดตาสุดๆ คนละเรื่องกับนกพิราบบ้านเราเลย


            “ที่แฟนคลับเรียกพี่ซีว่านกนางนวล พอได้เห็นนกนางนวลจริงๆ ก็ดูสวยสะอาดตาบริสุทธิ์จริงนะ”


            ผมออกความเห็น ขณะแทะขาปูยักษ์ อาหารทะเลที่นี่คนละรสชาติกับบ้านเราเลย มักจะทานคู่กับซอสครีมและสลัด ต่างจากบ้านเราที่เป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ


            “กูว่านกนางนวลมันบ๊องแบ้วเกินไปสำหรับพี่ซีมั้ยวะ” ไอ้หมาที่นั่งกินล็อปสเตอร์อยู่ตรงข้ามก็ออกความเห็น


            นั่นสินะ ผมคิดในใจ แฟนคลับคงมองหน้าใบหน้าพี่ซี เลยเข้าใจว่าพี่ซีจะต้องสวยใสบริสุทธิ์น่าปกป้อง เหอะๆ แต่หารู้ไม่ว่าพี่ซีไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นหรอก เจ้านกนางนวลนี่ออกจะน่ารักเกินไปด้วยซ้ำ ชื่อด้อมนกนางนวลไม่เห็นเหมาะกับพี่ซีตรงไหน


            ช่างเถอะ สนใจอาหารตรงหน้าดีกว่า เรื่องกินสำคัญที่สุด


            ว่าแล้วผมก็ค่อยๆ แกะก้ามปู จิ้มซอสครีมจนเยิ้ม แล้วก็เตรียมเอาเข้าปากเพื่อลิ้มรสชาติแสนอร่อย


            ทันใดนั้นเอง...


            “เชี่ย!” ผมสบถลั่น เมื่อจู่ๆ ก้ามปูในมือก็หายไปต่อหน้าต่อตา ผมอ้าปากค้างงุนงงอยู่พักใหญ่ พอได้สติถึงรู้ว่า


            อ้าว ไอ้นกนางนวลเวร! มันบินโฉบคาบไปแดกต่อหน้าต่อตา!



            ผมรู้สึกโกรธนกที่มาแย่งอาหารผม แต่ก็คงรู้สึกหงุดหงิดกว่า ถ้าไอ้หมานั่นมันจะหัวเราะเยาะผม


            “ไป๊ ชิ่ว ไอ้นกเวร” ไอ้หมานั่นก็ประสบปัญหาเช่นกัน เพราะเจ้านกนางนวลมันเดินมาบนตรงโต๊ะอย่างไม่เกรงกลัว แถมตานี่จ้องอาหารในจานเป็นมันอย่างไม่เกรงใจ


            “ชิ่ว ชิ่ว” ทีมงานต้องลุกขึ้นมาช่วยกันไล่เจ้านกนางนวล พร้อมทั้งปกป้องอาหารบนโต๊ะไปด้วย ไม่งั้นเผลอทีนะ นกจิ๊กไปแน่นอน


            “นกนางนวลที่นี่น่ากลัวโคตร” ผมเปลี่ยนความคิดแล้ว นกนางนวลแม่งไม่น่ารัก แต่โคตรน่ากลัว


            “โคตรใช่พี่ซีเลยว่ะ” ไอ้หมานั่นว่า ขณะกลับมานั่งกินต่อ


            แต่พวกผมก็ยังอดระแวงไม่ได้ เพราะถึงทีมงานช่วยกันไล่ นกมันก็แค่ย้ายไปก่อกวนคนที่โต๊ะอื่นแทนแล้ว


            นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกเห็นด้วยกับมัน


            นกนางนวลที่ดูน่ารัก แต่จริงๆ แล้วกลับโหดแถมน่ากลัวโคตร


            ก็เหมือนกับพี่ซีที่ภาพลักษณ์ดูใสซื่อ แต่ตัวจริงนั้นเหรอ...บรึ่ย


            นับถือคนตั้งฉายานกนางนวลให้พี่ซีจริงๆ โคตรใช่


            พอนกไม่ก่อกวนแล้ว ผมก็กินต่ออย่างมีความสุข อาหารทะเลที่นี่มีหลายอย่าง ทีมงานก็แบ่งให้ผมชิมนู้นนั่นนี่ ด้วยความตื่นเต้นผมก็ลองชิมหมดทุกอย่าง และมันก็อร่อยทุกอย่างเลย


            ตอนแรกผมก็เอร็ดอร่อยอยู่ดีๆ แต่จู่ๆ ผมก็รู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัวแปลกๆ ทำให้ผมวางส้อมกับมีด


            จู่ๆ ก็กินต่อไม่ลง


            ไอ้หมารับรู้ว่าผมดูแปลกไป มันเงยหน้ามองผม แล้วเอ่ยถาม


            “เฮ้ย ไอ้ตี๋ ทำไมมึงหน้าแดงแบบนั้นวะ”


            ผมยกมือขึ้นจับหน้าตัวเองทันที หน้ากูแดงได้ไงวะ


            ถ้าเป็นเวลาปกติ ผมคงจะโต้มันกลับแล้ว แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกแสบร้อนไปหมด เกิดอะไรขึ้นกับผมเนี่ย


            “อ๋อ มาเดทกับกู จำเป็นต้องเขินขนาดนี้เลยเหรอวะ” ไอ้หมานั่นหัวเราะ แต่ผมกลับไม่มีอารมณ์มาต่อล้อต่อเถียงกับผม


            ผมรู้สึกอึดอัด จู่ๆ ก็แน่นหน้าอก ผมเอามือจับคอ แล้วสักพักเริ่มรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ทำให้ผมทรุดตัวลงทันที ผมควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้เลย


            “เฮ้ย” พอไอ้หมานั่นเห็น มันก็วางส้อมกับมีด แล้วรีบกระโดดข้ามโต๊ะมาทันที จนทีมงานตกใจกันหมด


            “ไอ้ตี๋ มึงเป็นอะไรวะ” ไอ้หมานั่นจับตัวผม มองสำรวจอย่างรวดเร็ว แล้วเอ่ยถามอย่างร้อนรน


            ผมมองหน้ามันตอบ แต่แค่หายใจยังลำบาก ไม่สามารถพูดออกมาได้


            ทีมงานคนอื่นๆ ก็แสดงท่าทีตื่นตระหนก ผู้จัดการก็รีบเข้ามาดูอาการผมอย่างกระวนกระวาย


            “มึง…” ไอ้หมานั่นขมวดคิ้ว ก่อนจะเบิกตากว้าง


            “มึงแพ้หอยใช่มั้ย” ไอ้หมานั่นพูดขึ้นมา ทำให้ผมหรี่ตามองมัน แต่ไม่สามารถตอบได้ เพราะผมต้องหายใจทางปากไปด้วย


            มันรู้ได้ไงวะ


            พอไอ้หมาพูดเสร็จ ก็รีบค้นดูอาหารทุกจานบนโต๊ะทันที


            “นี่มัน clam sauce มีส่วนผสมของหอย บ้าจริง” พอไอ้หมานั่นเจอ ก็วางชามกระแทกอย่างรุนแรง แล้วหันมาตะคอกใส่ผม


            “ไอ้เวรเอ๊ย มึงไม่รู้จักระวังวะ มึงจะแดกเข้าไปทำเหี้ยอะไร” มันตำหนิด้วยคำหยาบ


            กูจะไปรู้ได้ไงวะ ผมได้แต่ตอบในใจ ผมปกติไม่ชอบกินหอยอยู่แล้ว เพราะผมรู้สึกว่าหอยมันคาว ผมชอบแต่ของหวานและเนื้อที่รสหวานๆ แต่ผมลืมนึกไปว่าอาหารฝรั่งมักผสมหอยในพวกน้ำสลัดหรือซอสต่างๆ แต่อยู่ที่เมืองไทยผมกินแต่พวกซอสหรือสลัดครีมเบสิกทั่วไป


            “พี่ โทรเรียกรถพยาบาลยังไง” ไอ้หมานั่นถามทีมงาน แต่ทีมงานก็ดูรนๆ เพราะตกใจและคงแปลกสถานที่ ผมเห็นไอ้หมานั่นวิ่งไปถามเบอร์ฉุกเฉินจากคนแถวนั้น แล้วก็ขอยืมมือถือทีมงานเพื่อกดโทร


            “น้องวายุ กินยาก่อนนะ” ผู้จัดการเอาน้ำกับยาแก้แพ้ให้ผมกิน พอได้กินยาผมก็รู้สึกเหมือนทุเลาลงบ้าง หายใจได้บ้างแล้ว


            พอไอ้หมานั่นคุยโทรศัพท์เสร็จ มันก็เข้ามาจับตัวผมไว้อีก


            “มึงอย่าเพิ่งเป็นอะไรนะเว้ย อดทนไว้นะ” ไอ้หมานั่นพูดกับผมจริงจัง สีหน้ามันดูเป็นกังวลอย่างมาก

            ผมได้แต่มองมัน ผมรู้สึกไม่เข้าใจเท่าไหร่ ปกติมันเกลียดผมไม่ใช่เหรอ มันก็ควรจะต้องดีใจสิที่ผมเหมือนกำลังจะตายอยู่แบบนี้


            ทำไมมันต้องดูเดือดเนื้อร้อนใจแทนผมมากขนาดนี้




 

            เนื่องจากกินยาไปบ้างแล้ว พอผมไปถึงโรงพยาบาล อาการก็เลยดีขึ้นแล้ว หมอฉีดยาให้ผมเพื่อบรรเทาอาการ ผู้จัดการอยู่กับผมตลอดเวลา คอยสื่อสารกับหมอเป็นภาษาอังกฤษ ผมฟังไม่ออก พอจะเดาได้ว่าหมอคงพูดว่า ตอนนี้ผมไม่เป็นอะไรแล้ว แต่ยังต้องพักผ่อน และพยายามอย่ากินอาหารที่กระตุ้นอาการแพ้อีก จนกว่าพิษที่ตกค้างในร่างกายผมจะหมดไป


            หมอให้ผมกลับได้ ผู้จัดการจึงให้รถตู้มารับผมไปโรงแรม


            “พี่ขอโทษ” พอนั่งอยู่ในรถ ผู้จัดการก็เอ่ยกับผม


            “เป็นความผิดพี่เอง ทีมงานทุกคนในนี้เป็นทีมถ่ายละครของค่าย ไม่คุ้นเคยกับโปรเจ็คยูนิสตาร์ พวกเขาไม่ทันได้ระวังว่าเธอมีอาหารที่แพ้อยู่ เลยซื้อมารวมบนโต๊ะโดยไม่ได้ตั้งใจ บวกกับงานเร่งด่วนด้วย จึงไม่มีเวลาเตรียมบรีฟงาน ความจริงพี่ต่างหากที่ควรต้องระวังเรื่องพวกนี้”


            “ไม่เป็นไรครับพี่ ตอนนี้ผมโอเคแล้ว” ผมบอกผู้จัดการ ถึงแม้ผมจะป่วย แต่ผมกลับรู้สึกเป็นห่วงงานมากกว่า เพราะวันนี้ผมเสียเวลาเกือบทั้งบ่ายอยู่ที่โรงพยาบาล


            “แล้วถ่ายทำตอนนี้เป็นไงบ้างครับ วันนี้ยังไปสวนสัตว์ทันมั้ยอ่ะ ผมอยากไปดูจิงโจ้อ่ะ”


            ผู้จัดการมองผมด้วยสีหน้าจริงจัง


            “ไม่ได้ไปแล้ว ตอนนี้ตารางงานยกเลิกทั้งหมด”


            “อะไรนะครับ” ผมเบิกตาโตอย่างตกใจ


            “พอพีดีกวางรู้เรื่องนี้ เลยสั่งให้เธอพักผ่อนอย่างเดียว ตอนนี้เลื่อนตั๋วกลับไทยเป็นพรุ่งนี้แล้ว วันนี้เธอก็พักผ่อนอยู่ที่โรงแรมซะ”



            “ได้ไงอ่ะพี่ แล้วที่ตั้งใจจะมาถ่ายทำอีพีแรกที่ต่างประเทศล่ะครับ”


            “ทีมงานบอกว่าจะหาทางตัดต่อให้ความยาวพอกับอีพีแรก เหตุผลที่ต้องยกเลิกเพราะเธอป่วย แฟนคลับเข้าใจ ไม่มีปัญหาหรอก”


            ผมเข้าใจว่าทุกคนเข้าใจ แต่ผมอุตส่าห์ยอมมาถ่ายทำซีรีส์เสี่ยวๆ กับไอ้หมานั่น เพราะผมอยากมาเที่ยวนะ นี่ผมเพิ่งไปเที่ยวแค่นิดเดียวเอง เสียดายมากสุดๆ


            “ผมยังไม่ได้ไปดูจิงโจ้ ยังไม่ได้ไปดูโคอาล่า ไปยังไม่ได้ไปนั่งเฟอร์รี่ ยังไม่ได้ไปหาดบอนได ยังไม่ได้ไปปิ้งบาร์บีคิว ยังไม่ได้ไปอาบแดด ยังไม่ได้ไปปีนเขา ยังไม่ได้ไปกินปิ๊งย่างเกาหลีร้าน 678 เลย!”


            ผมอ่านรีวิวมาเยอะ อุตส่าห์เตรียมตัวเพื่อทริปนี้โดยเฉพาะเลย หมดกันทริปต่างประเทศแรกของผม


            “สุขภาพเธอสำคัญกว่านะวายุ ถ้าเธอเป็นอะไรไป พวกพี่และทีมงานคนไหนจะรับผิดชอบไหว นี่ถ้าไม่ได้นทีนะ เธอแย่แน่”


            คำพูดของผู้จัดการทำให้ผมได้แต่เศร้าใจ ไอ้หอยเวรเอ้ย


            ถึงผมจะชอบเล่นมุก แต่ก็เกลียดหอยที่สุด เพราะทำให้ผมต้องอดเที่ยวเลย อุตส่าห์มาถึงที่แล้วแท้ๆ




 

            ผมมาถึงโรงแรมอย่างเซ็งๆ แต่คำพูดของผู้จัดการกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ทำให้ผมคิดหนักว่า ถ้าผมเจอหน้าไอ้หมานั่นแล้ว ผมควรจะพูดขอบคุณดีหรือเปล่า อย่างน้อยมันก็ช่วยชีวิตผมไว้นะ


            แต่พอคิดอีกที แล้วทำไมผมต้องขอบคุณมันด้วย รู้สึกเสียศักดิ์ศรีชะมัด ไม่ต้องขอบคุณก็ได้มั้ง เพราะต่อให้ไม่มีมัน ผู้จัดการก็ช่วยผมได้อยู่ดี แต่พอคิดอีกแง่ ถ้าผมไม่ขอบคุณมัน ผมจะดูเลวเกินไปมั้ย หรือว่าจะแค่พูดขอบคุณสั้นๆ ดี แค่นั้นก็คงไม่เป็นไร


            ระหว่างที่ผมกำลังเถียงกับตัวเอง จนกระทั่งมาห้องพัก พอเปิดห้องเข้าไป ผมก็เห็นไอ้หมานั่นกำลังนั่งรออยู่พร้อมกับทีมงาน


            ผมเห็นหน้ามันแล้วก็กัดฟัน คำว่าขอบคุณสะกดยังไงนะ ขอเตรียมใจแปบนึง


            ทว่า ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร


            “ไอ้เหี้ยเอ๊ย มึงแพ้หอยก็ควรรู้จักเจียมตอนแดกมั้ยวะ ไอ้ห่า ถ้ามึงเสือกตายขึ้นมา คนอื่นต้องเดือดร้อนขนาดไหนวะ สัสเอ้ย ตาแม่งก็ตี่แล้ว คราวหลังก็เบิ่งตามองตอนแดกด้วยดิเว้ย ไอ้ปากที่แม่งพล่ามแต่มุกเน่าๆ เลือกแดกเป็นมั้ยวะ เกิดเป็นลิงเผือกไม่ชอบ อยากจะโง่เป็นควายนัก อยากเข้าโลงไวใช่มั้ย หอกเอ๊ย”


            เอ้า...ไอ้หมานี่....


            ผมมองหน้ามันอย่างงงๆ ปนหัวเสีย นี่กูเป็นคนป่วยนะเว้ย มาถึงแม่งด่ากูฉอดๆ จนเสียชาติเกิดขนาดนี้ ทำเอาคำขอบคุณที่อุตส่าห์เตรียมไว้หายวับไปในพริบตา


            แต่ก่อนที่ผมจะพ่นคำด่าใส่มันตอบ


            “ถ้ามึงไม่รู้จักดูแลตัวเอง แล้วใครที่ไหนจะมาดูแลมึงวะ มึงไม่รักตัวเองบ้างเลยหรือไง” ไอ้หมานั่นพูดต่อ ทำให้ผมกะพริบตาปริบๆ เพราะปรับอารมณ์ไม่ทัน


            ผมมองไปที่ทีมงาน เห็นพวกเขากำลังเปิดกล้องถ่ายอยู่ อ๋อ ไอ้หมานี่กำลังเล่นตามบทบาทอยู่นี่เอง   

        

            ผมพยายามควบคุมสติอารมณ์ แล้วตามน้ำไปด้วย


            “ก็มึงไง มึงก็มาดูแลดูสิ เป็นพัดลมกูนิ” ผมตอบเอาใจทีมงาน ทำให้ไอ้หมานั่นชะงักไป


            “แล้วถ้ากูไม่อยู่ มึงจะทำไงวะ” ไอ้หมานั่นถาม


            “งั้นมึงก็มาอยู่กับกูทุกเวลาเลยสิ” ผมตอบยิ้มๆ


            แต่ไอ้หมานั่นเสือกไม่ยิ้ม มันยังคงทำหน้าบึ้งใส่ผม


            “ตอนนี้กูป่วย ดูแลกูหน่อยน้า” ผมเลยแสร้งทำเสียงหวาน ทีมงานอยากคงอยากเห็นพวกกูสวีทกันนักสินะ ได้ เดี๋ยวสวีทประชดซะเลย


            ไอ้หมานั่นหรี่ตามองผม คงรู้ว่าผมกำลังแสร้งแกล้งทำ มันถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตามน้ำต่อ


            “ก็ได้ มึงอยากให้กูดูแลอะไรเป็นพิเศษ”


            นั่นสินะ จะใช้ไอ้หมาทำไรดี ผมครุ่นคิด


            อ่ะ จู่ๆ ก็รู้สึกหิวขึ้นมา จริงสิ ตอนเที่ยงผมกินไปได้ไม่เยอะก็แพ้หอยแล้ว ผมยังไม่อิ่มเลย แต่ตอนนี้ผมยังรู้สึกผะอืดผะอมอยู่ ไม่ค่อยอยากกินอะไรหนักๆ


            “กูอยากกินข้าวต้ม” ผมพูดกับมัน


            “ข้าวต้ม? มีด้วยเหรอวะ” ไอ้หมานั่นขมวดคิ้ว


            ตอนแรกผมคิดว่ามันจะตอบว่า อยากกินก็หาเอาเองสิ แต่คาดไม่ถึงว่ามันไปหยิบเมนูโรงแรมมาเปิดอ่านด้วย


            มันเปิดไปเปิดมา สีหน้ามันดูหงุดหงิดพิกล


            “ไม่มีเว้ย มีแต่ซุปเห็ด ซุปข้าวโพด ซุปครีมชีส...”


            หอย... แค่ได้ยินผมก็คลื่นไส้แล้ว เพิ่งแพ้หอยในครีมซอสมา แค่นึกถึงซุปครีมก็จะอ้วกแล้ว


            “กูจะกินข้าวต้มอ่ะ” ผมโวยวาย ตอนนี้เริ่มรู้สึกโมโหหิว


            ไอ้หมานั่นมองหน้าผมนิ่งๆ ขณะปิดเมนู ก่อนจะหันไปถามทีมงาน


            “พี่ แถวนี้มีซุปเปอร์มาร์เก็ตมั้ยครับ” มันถาม


            “อ๋อ มีนะ” ทีมงานคนหนึ่งตอบ “อยู่ตรงเวิร์ดสแควร์น่ะ”


            “ขอบคุณครับ” ไอ้หมานั่นตอบ จากนั้นก็วางเมนู แล้วทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง


            “อ้าว เดี๋ยวมึงไปไหน ไม่ดูแลกูแล้วเหรอ” ผมถามทันที กูเพิ่งบอกว่าจะกินข้าวต้ม พอหาไม่ได้ก็จะชิ่งแล้วเหรอ


            แฟนเหี้ยอะไรวะ โคตรแย่เลย


            “ก็จะไปซื้อของให้มึงแดกไง” ไอ้หมานั่นตอบ จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องพัก โดยมีทีมงานและตากล้องบางส่วนติดตามไปด้วย


            ส่วนผมก็อึ้งอยู่น่ะสิ


            เมื่อกี้มันพูดว่าอะไรนะ ผมฟาดหู หูฝาดไปหรือเปล่า


            มันบอกว่าจะไปซื้อของ...ให้ผมแดกเหรอ


            “โอ๊ย อบอุ่นมาก เขินแทน พี่ไม่เคยเห็นนทีแบบนี้เลยอ่ะ” ทีมงานพูดกับผม  “เห็นปากแข็งๆ แรงๆ ซึนๆ แบบนี้ แต่ดูแลน้องวายุดีม๊ากมาก”


            “เป็นไง ภูมิใจมั้ยมีแฟนน่ารักเอาใจเก่งขนาดนี้” ผู้จัดการแซวผม


            “ภูมิใจอะไรเล่าพี่ มันก็สร้างเรตติ้งไปงั้น” ผมโต้กลับทันที ขณะกระโดดมานั่งกลิ้งบนโซฟาแต่ก็ยังคิดไม่ตกเสียที


            ไอ้หมานั่นดูตั้งใจเล่นบทแฟนปลอมๆ นี่จังเลยแหะ


            ผมครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะแสยะยิ้มกับตัวเอง


            พอป่วยแล้วหลอกใช้ให้มันเหนื่อยนี่ก็ดีเหมือนกันนะเนี่ย


            สมแล้วที่ผมเป็นวายุผู้มีมุกยิ่งกว่าเปลือกหอย ฮ่ะๆ


      



Writer's Talk 

ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องนีโม่ ก็จะรู้ว่านกนางนวลถึงจะน่ารักสวยงาม แต่ก็น่ากลัวจริงๆ 555

เราเคยไปซื้อมันฝรั่งเกลียว 5$AUD (ประมาณ 125 บาทเงินไทย) แต่ปรากฎว่ากินไปได้คำเดียว โดนนกคาบไปต่อหน้าต่อตาเลย เศร้ามาก 555 พี่วายุก็ไม่ต่างกันเด้อ นอกจากนกนางนวลก็มีนกอีกพันธุ์ที่น่ากลัวไม่แพ้กันคือ Ibis แต่นกชนิดนี้ไม่ค่อยบินเท่าไหร่ นกนางนวลก็เลยน่ากลัวกว่า 555 เป็น Seagulls ที่เหมือนจะน่ารักแต่น่ากลัวเหมือนพี่ Sea ของเรา ฮ่า


ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามมากๆ เลยนะคะ ขอบคุณทุกคอมเมนท์และทุกความคิดเห็น ดีใจมากๆ เลยค่า //กอดทุกคนน้า


-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนครึ่งเสี้ยว

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.03K ครั้ง

47 ความคิดเห็น

  1. #2541 lio99 (@lio99) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 16:18
    อ่านมาทั้งหมดเนี้ยเป็นพาร์ทของวายุคนเดียวเลย เราเลยเก็ทฟิลคนที่เกลียดใครสักคนแล้วต้องมาทำงานร่วมกันโดนแกมบังคับจากผู้มีอำนาจเหนือกว่า เราเกลียดอารมณ์คนโดนบังคับถ้าเราเป็นวายุ คงแสดงท่าว่ารังเกียจมากกว่านี้ อยากอ่านพาร์ทส่วนความคิดของนทีบ้าง เท่าที่อ่านมาถึงตอนนี้ก็พอรู้ความรู้สึกของนที แต่ด้วยความอ่านแต่มุมของวายุเราเลยว่านทีก็ยังคงทำให้เห็นไม่ได้ว่าชอบวายุจริง เหมือนหมาหยอกไก่ เล่นๆไป พอเจอนทีดูแลวายุแบบนี้ หินที่ว่าแข็งก็คงจะแหลกเป็นเม็ดทรายยยยยย
    #2541
    0
  2. #2438 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 05:46
    นกนางนวลร้ายจริงๆ#เมื่อไหร่คุณพี่จะรู้ใจตัวเองเหมือนนทีน้าา
    #2438
    0
  3. #2431 Scret-mn (@Scret-mn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 02:36
    นทีดูแลจริงๆน้าวายุ
    #2431
    0
  4. #2331 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 08:50
    นทีเป็นเดือนโคตรซึน 55555
    #2331
    0
  5. #2094 Jink_chan (@Jink_chan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:39
    โถถถถถถถ....วายุเอ้ยยยย

    เมื่อไหรจะรู้ตัวนี่
    #2094
    0
  6. #1817 Cream_2546 (@Cream_2546) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 12:23
    คนซึนนน
    #1817
    0
  7. วันที่ 22 มกราคม 2562 / 14:03
    นทียอมมากอะ
    #1705
    0
  8. #1628 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 20:58
    นทีเขามีใจให้วายุแล้วนะ ทำไมนายช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
    #1628
    0
  9. #1403 Raatty (@Raatty) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 12:57
    +1 ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยยย~~

    เห็นด้วยมากๆเพลงนี้ต้องมา ลำบากนทีตลอดเลยอ่ะ สมควรโดนจริงๆถ้าไม่แคร์นทีคงไม่เกรี้ยวกราดขนาดนั้นหรอกเนอะ #ทีมนที#ด้อมฮัสกี้
    #1403
    0
  10. วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 23:34
    โถ่ววว วายุเอ๋ยยยยยย เจ้าช่างงงง หึ้ยยย ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยยย~ เพลงนี้ต้งมา! นี่ถือว่านทียอมให้เยอะเลยใช่ไหมเนี่ย
    #1375
    0
  11. #1374 KS_yoyo (@KS_yoyo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 23:01
    ถ้าคู่นี้จบ คู่ต่อไปคงพี่ซีใช่ไหมคะ55
    #1374
    0
  12. #1372 yyyyobaby (@yyyyobaby) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 21:39
    วายุเอ๊ยยยยย ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย 555
    #1372
    0
  13. #1371 yyyyobaby (@yyyyobaby) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 21:39
    วายุเอ๊ยยยยย ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย 5555
    #1371
    0
  14. #1370 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 14:36
    โถ่ วายุนทีเขายอมให้ขนาดนี้5555
    #1370
    0
  15. #1369 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 08:42
    เขาเต็มใจทำหรือป่าว ห่วงก็ห่วงจริงนะ วายุนี่ไม่รู้ไรเลย 555
    #1369
    0
  16. #1368 poprock48904890 (@poprock48904890) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 02:04
    มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่านทียอมให้วายุขนาดไหน มีแต่พี่นี่แหละไม่รู้
    #1368
    0
  17. #1367 3sandy (@hamony777) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 00:28
    หูยยย ทำไมนะทีถึงดีขนาดนี้นะ แงง
    #1367
    0
  18. #1366 kundaneilllll (@kundaneilllll) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 22:47
    นทีคนซึนนนเจ้าพ่อซึนนน ยัยพี่ก็ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยย ติดแท็ก #วายุผู้ไม่รู้อะไรบ้างเลย
    #1366
    0
  19. #1365 Jajahpraewpun (@Jajahpraewpun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 21:43
    วายุกำลังโดนนทีตกไปแบบเนียนๆเลยนะเนี่ย แถมยังไปหลอกให้เค้าดูแล แต่เดี๋ยวเหอะจะขาดเค้าไม่ได้
    #1365
    0
  20. #1364 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 21:34
    ข้าวต้มชามนี้หวานแน่เลย555
    #1364
    0
  21. #1362 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 19:35

    พพี่นทีคนซึน

    #1362
    0
  22. #1361 Pople (@chaokaew) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 18:54
    โอ๊ย!! สงสารนทีอ่ะจริงใจแค่ไหนวายุก็คิดแค่ว่าเล่นไปตามบท แต่ว่านะ น่ารักคู่อ่ะ เลิฟๆ
    #1361
    0
  23. #1360 Mo_2548 (@Mo_2548) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 18:39
    นทีคือดีจิงๆๆๆ
    #1360
    0
  24. #1359 MD-story (@MD-story) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 16:52
    แล้วเมื่อไหร่จะรู้เนี่ยยยยยยย
    #1359
    0
  25. #1358 BaBiBuDuB (@poppywnp) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 16:20
    วายุคนโง่ นทีเขาแสดงออกขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวอีก!
    #1358
    0