[เปิดจอง ] UNISTAR เดือน.ครึ่ง.เสี้ยว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 262,487 Views

  • 2,563 Comments

  • 17,148 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    42,133

    Overall
    262,487

ตอนที่ 17 : เดือนที่ 16 : ป้อมป้อมหรือจิงโจ้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11095
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 955 ครั้ง
    4 ม.ค. 62

UNISTAR   เดือน.ครึ่ง.เสี้ยว

- เดือนที่ 16 : ป้อมป้อมหรือจิงโจ้ -



(เครดิตภาพ : WallpaperUP)



 

         ผมกลับมาไทยได้สักพักแล้ว ใช้ชีวิตในมหา’ลัยควบคู่กับทำงานในฐานะยูนิสตาร์ตามปกติ และผมก็รู้ว่าวันนี้เป็นวันแรกที่ซีรีส์เดือนครึ่งเสี้ยวออกอากาศอีพีแรก


            “นี่วายุ ขนาดยังไม่ออนแอร์ทวิตก็ขึ้นเทรนด์แล้ว ก่อนหน้านี้พี่แอบไปขอทีมตัดต่อดูแล้วนะ มันน่ารักมาก นทีน่ารักมากจริงๆ ต้องดูให้ได้เลยนะวายุ”


            ผู้จัดการอุตส่าห์เรียกให้ผมอยู่บริษัทต่อหลังทำงานเสร็จ แค่เพื่อจะเปิดทีวีให้ดูซีรีส์เนี่ยนะ


            “ไม่ดู” ผมส่ายหัว “พี่ พรุ่งนี้ผมมีสอบประจำเซค กลับก่อนนะครับ”


            “อ้าว ทำไมกันซีรีส์ตัวเองแท้ๆ” ผู้จัดการทำหน้าไม่เข้าใจ “เอาเถอะ กลับก็กลับ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”


            ผู้จัดการทำหน้าเซ็ง ส่วนผมก็เซ็ง เรื่องซีรีส์ ผมเป็นคนเล่นเองทำไมจะไม่รู้ล่ะ ซีรีส์นี้แม่ง...มีแต่ฉากไอ้หมาทำเท่ ส่วนผมก็เล่นเป็นรองมันตลอด แถมเจอหอยทำพิษอีก


            คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก ผมถึงจะทำใจดูได้




           

            พอผมตื่นเช้าขึ้นมา ก็พบว่าบนทวิตเตอร์เต็มไปด้วยเมนชั่นถึงผมจากแฟนคลับมากมายที่พากันฟินกับซีรีส์ตอนแรก ไอ้ฉากที่โดนแคปมากที่สุดก็เห็นจะเป็นฉากป้อนข้าวต้มอ้ามอ้ามที่แสนอัปยศ แถมในทวิตเตอร์ยังคงติดเทรนด์ #เดือนครึ่งเสี้ยว ค้างตั้งแต่เมื่อวาน


            “วายุ เมื่อวานซีรีส์มึงฟินมากอ่ะ ขนาดกูไม่ได้ชอบดูละครนะ แต่มันฟินจริงๆ ไม่คิดว่านทีจะน่ารักขนาดนี้ นี่กูชักอยากให้มึงคบกับนทีจริงๆ แล้วนะเนี่ย”


            ขนาดตอนมาที่ห้องเรียน ไอ้ข้าวเพื่อนผมมันยังเอ่ยชมไอ้หมา แถมยังลงเรือจิ้นผม ทำให้ผมได้แต่ทำหน้าเซ็ง


            “ในซีรีส์นั่นมันเสแสร้งแกล้งทำ ไม่ใช่ความจริงเว้ย” ผมตอบไอ้ข้าว


            “เหรอ...” ข้าวทำหน้าครุ่นคิด “แต่ขนาดโอ๊ตยังบอกเลยนะว่า ไม่เคยเห็นนทีทำกับข้าวให้ใครกินเลยนะ แล้วก็เห็นนทียิ้มในซีรีส์บ่อยมากกว่าปกติด้วย”


            “เหอะ” ผมแค่นเสียงตัดบท “มันก็แค่อยากจะทำเรตติ้งเอาชนะกูน่ะสิ อยากสร้างภาพหมาอบอุ่นแสนดีเหมือนพระรองในซีรีส์เกาหลี”


            “มึงจะบอกว่ามึงเป็นพระเอก? เลยนิสัยไม่ค่อยดีอย่างนั้นสิ” ข้าวเลิกคิ้วประชด


            “แหม…” ผมยิ้มกว้าง “รู้ทันกูอีก”




 

            วันนี้ที่ผมมามหาวิทยาลัย มีแฟนคลับมาตามผมเยอะกว่าปกติ คงเป็นเพราะซีรีส์ผมออนแอร์เมื่อวาน จนทำให้พี่การ์ดต้องทำงานหนักกว่าเดิม พอเลิกเรียนแล้ว ผู้จัดการก็มารับผมไปที่บริษัท เพื่อเตรียมงานแฟนมีตติ้งสำหรับเดือนนี้


            งวดนี้ในห้องประชุมมีทีมงานเยอะกว่าปกติ เพราะที่ผ่านมามักจะก็มีแค่ยูนิสตาร์อย่างพวกผม พีดีกวาง และทีมงานฝ่ายครีเอทีฟบางคน แต่คราวนี้เหมือนจะมีทีมงานที่ผมไม่คุ้นเคยด้วย ผมดูป้ายชื่อพนักงาน เห็นเป็นสัญลักษณ์ของบริษัท MW Electronic ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเมธาฯ ของค่ายผมเช่นกัน


            “เอาล่ะ เริ่มเลยก็แล้วกันนะ” พีดีกวางลุกขึ้นพูดพร้อมฉายสไลด์ขึ้นจอ


            “อย่างที่ทุกคนจะเข้าใจดี คอนเส็ปต์ของยูนิสตาร์คือแบรนด์แอมบาสเดอร์ สิ่งที่เราขายให้กับแฟนคลับนั่นคือประสบการณ์ จุดประสงค์หลักในงานแฟนมีตติ้งก็เพื่อให้แฟนคลับได้มีโอกาสใกล้ชิดและร่วมสนุกกับยูนิสตาร์ ที่ผ่านมาเราเน้นการออกแบบในทุกส่วน ไม่ใช่แค่รูปแบบกิจกรรม แต่ยังรวมถึงบรรยากาศสถานที่ และของที่ระลึก”


            ผมฟังแล้วพยักหน้าเบาๆ ถ้าเทียบกันแล้ว ต้นสังกัดค่อนข้างทุ่มทุนกับแฟนมีตติ้งของโปรเจ็คยูนิสตาร์มากกว่าดาราคนอื่นๆ ในบริษัท แม้แต่สถานที่จัดงานก็ยังตกแต่งสวยงามราวกับหอดูดาว ขนาดเก้าอี้ก็ยังนั่งสบายเบาะนุ่มเหมือนปุยเมฆ


            พี่กวางเคยบอกว่าเป็นยูนิสตาร์สร้างจากคอนเส็ปต์เดือน จึงอยากให้แฟนคลับที่ร่วมงานรู้สึกเหมือนกำลังก้าวขึ้นบนท้องฟ้ามาพบกับดวงเดือนยูนิสตาร์ ไม่ใช่แค่สถานที่ แม้แต่บัตรเข้าชมงานก็ยังเป็นประกายมุก ของที่ระลึกก็ใส่ซองผูกริบบิ้นดิ้นทองแถมติดชื่อด้วย ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมสุดๆ ขนาดเจ้าหน้าที่คุมงานก็ยังใส่เครื่องแบบหรูหราเหมือนพนักงานโรงแรม


            นั่นคงทำให้แฟนคลับหลายคนแม้เคยไปแฟนมีตติ้งก็ยังอยากกลับมาอีก คงเพราะติดใจในบรรยากาศของงาน เหมือนเข้ามาในโลกของเดือนยูนิสตาร์ที่งดงามอย่างแท้จริง และ...ความหล่อของพวกผมก็คงเป็นส่วนหนึ่งด้วย ฮ่าๆ


            “สำหรับงานครั้งนี้ เราตั้งใจจะสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เราจะเปลี่ยนสถานที่จัดจาก MW Star dome ที่รองรับผู้ชมหลักพันที่นั่ง เป็นอินดอร์สเตเดียมที่รองรับผู้ชมหลักหมื่นที่นั่ง”


            พอพี่กวางฉายสไลด์โชว์สถานที่จัด ผมก็เบิกตาโต เพราะปกติแล้วแฟนมีตติ้งยูนิสตาร์จะจัดไม่ใหญ่มาก เพราะมันคือแฟนมีตติ้งควบแฟนไซน์กับไฮทัช มีการแจกลายเซ็นและแปะมือในตอนท้าย จึงทำได้จำกัดจำนวน แต่ก็เน้นจัดถี่คือเดือนละครั้ง


            ผมก็เคยขอพี่กวางให้จัดใหญ่ขึ้นนะ เพราะสงสารแฟนคลับที่ไม่ได้บัตร แต่พี่กวางก็ท้วงว่า แล้วเธอเซ็นไหวมั้ยล่ะ ผมก็เลยเงียบเลย...


            แฟนมีตติ้งที่จัดใหญ่พิเศษก็มีแค่บางโอกาสเท่านั้น เช่น ต้อนรับสมาชิกใหม่ หรืออีเวนท์สำคัญซึ่งสเกลงานหลักหมื่นที่นั่งนี่ นอกจากงานประกวดยูนิสตาร์ประจำปีแล้ว ก็ยังไม่เคยจัดงานที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน


            “พี่กวางครับ” พี่เลโอยกมือขึ้น ดูเหมือนว่าทุกครั้งที่ประชุมงาน เลโอจะเป็นยูนิสตาร์เพียงคนเดียวที่กล้าออกความคิดเห็นกับพีดีและทีมงาน


            “ถ้าสเกลงานใหญ่ขนาดนี้ ผมเข้าใจว่าจะไม่มีบัตรไฮทัชและไม่มีแจกลายเซ็น ถูกต้องมั้ยครับ”


            “ถูกต้องครับ” พีดีกวางพยักหน้า ทำให้พี่เลโอพูดต่อทันที


            “แนวคิดของการจัดงานแฟนมีตติ้งคือเน้นให้แฟนๆ ใกล้ชิดกับยูนิสตาร์นะครับ ถ้าจัดแบบนี้แล้ว แฟนคลับจะโอเคหรือเปล่าครับ”


            “นั่นคือสิ่งที่พี่กำลังจะพูดต่อ เฉพาะสำหรับงานนี้เท่านั้นที่เป็นงานพิเศษ พี่ไม่ได้ทิ้งคอนเส็ปต์ใกล้ชิดแฟนคลับ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบให้น่าสนใจ และมีความลุ้นระทึกมากยิ่งขึ้น”


            พอพี่กวางพูดแบบนี้ ทุกคนก็ดูสนใจขึ้นมา ขนาดผมที่ไม่ค่อยชอบฟังประชุมก็ยังอยากรู้เลย


            “งานแฟนมีตติ้งครั้งนี้จะชื่อว่า Let’s Play UNISTAR” พีดีกวางฉายสไตล์คอนเส็ปต์ที่ดูออกเป็นแนวเกมดิจิตัลสุดๆ


            “เนื่องจาก MW Electronic กำลังจะบุกตลาดเกม ในงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ก็จะทำเป็น ‘เกม’ ยังจำได้ใช่มั้ยที่เคยมีออกรายการเล่นบอร์ดเกม งานนี้เราได้ทีม Developer มาช่วยออกแบบงานด้วย เราจะให้แฟนคลับบางส่วนได้มีส่วนร่วมในการแข่งขัน”


            จากนั้นพีดีกวางก็เริ่มอธิบายแนวคิดงาน


            “บัตรเข้าชมงานจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Player กับ Audience แฟนคลับสามารถเลือกได้ว่าอยากจะเป็นผู้เล่น หรือผู้ชมเฉยๆ ถ้าเลือกเป็นผู้เล่น ก็จะต้องเลือกทีมด้วยตามแผนผังนี้”


            บนสไลด์โชว์แผนผังของสเตเดียมจัดงาน และแสดงชื่อพวกผมแต่ละคนในแต่ละโซน


            “พีดีจะแบ่งโซนที่นั่งตามกลุ่มแฟนคลับพวกผมเหรอครับ” พี่ซียกมือถามขึ้น


            “ใช่แล้ว” พีดีกวางพยักหน้า “เราจะให้แฟนคลับทุกด้อมแข่งกัน และพวกเขาจะมีส่วนร่วมในการควบคุมพวกนาย”


            “หมายความว่า...” พี่ซียิ้ม “พวกผมคือหมากในเกมของแฟนคลับงั้นเหรอครับ”


            คำถามของพี่ซี ทำให้พีดีกวางก็ยิ้มตอบเช่นกัน


            “ถูกต้องแล้ว และทีมที่ชนะก็จะมีรางวัลพิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วยเช่นกัน”


            ผมมองคอนเส็ปต์งานแล้วก็รู้สึกว่าน่าจะสนุก จัดแฟนมีตติ้งแบบเป็นเกมจริงๆ ให้แฟนคลับเล่นเกมแข่งกัน โดยมีพวกผมเป็นหมาก ด้อมไหนที่ชนะได้รับรางวัลพิเศษ


            หึหึ แบบนี้ด้อมหวายก็ต้องชนะเห็นๆ ด้วยพลังความรักของแฟนคลับอยู่แล้ว





 

            หลังจากประชุมงานเสร็จ พีดีกวางบอกว่าอยากจะถ่ายวีดีโอ Safety Instruction ของการเข้าชมงานอันใหม่ เนื่องจากอันเก่านั้นจะใช้ของค่ายโดยตรง ซึ่งมันดูเป็นทางการเกินไปหน่อย ไหนๆ พวกผมก็เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์แล้ว ทางครีเอทีฟเลยให้พวกผมเป็นคนบอกกฎการเข้าชมงานกับแฟนคลับด้วยตังเอง


            พอผมอ่านสคริปต์แล้ว แทบอยากจะเขวี้ยงทิ้งโดยทันที


            “พี่ นี่มันอะไรเนี่ย ทำไมผมทำเหมือนจูบกับไอ้หมานั่นด้วยอ่ะ” ผมโวยวายกับทีมงาน


            “ไม่ใช่จูบซะหน่อย แค่เกือบๆ จูบกัน รอฟังเสียงโทรศัพท์ดัง ก็หยุดได้แล้ว” ทีมงานพยายามอธิบาย


            “มึงจะกลัวอะไร ก็เป็นแฟนกันแล้ว” ไอ้หมาได้ยิน มันก็พูดขึ้นมา


            “พอเลยมึง นี่ไม่ได้อัดรายการอยู่” ผมแขวะกลับ


            “อะไรวะ พอไม่อัดรายการ ก็เลิกกันเลยเหรอ” ไอ้หมานิ่วหน้า


            “เออสิ พัดลมป้อมๆ เฉพาะเวลาถ่ายทำเว้ย” ผมตอบทั แต่ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ ทีมงานก็เริ่มเทคของยูนิสตาร์คนอื่นแล้ว ผมก็เลยปิดปากเงียบเพื่อไม่ให้รบกวน


            “สวัสดีครับ ยูนิตี้ทุกคน เพื่อความสนุกสนานและเพลิดเพลิน ตลอดการเข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งกับพวกเรายูนิสตาร์ โปรดปฏิบัติตามกฎข้อบังคับอย่างเคร่งครัดนะครับ...”


            น้องซันเป็นคนแรกที่พูดเปิดวีดีโอ ตามสคริปต์มันก็จะมีเซอร์วิซเล็กๆ น้อยๆ ปิดท้าย ก่อนที่จะตัดเป็นคนอื่นด้วย


            “ถ้ารักผม ช่วยทำตามด้วยนะครับ”


            น้องซันยิ้มหน้ากล้องด้วยสีหน้าออดอ้อน ท่าทาง ‘ด้อมลาวา’ ชื่อกลุ่มแฟนคลับของซัน คงจะอดฟินกันไม่ได้ เนื่องจากซันมีฉายาว่า ‘เดือนอาทิตย์’ อาทิตย์กับลาวามีสีส้มและร้อนเหมือนกัน แถมจากที่ซันเคยไปออกรายการทัวร์กิน เขาถามว่าซันชอบกินอะไรมากที่สุด ซันตอบว่าชอบซาลาเปาลาวาและช็อคโกแลตลาวา เพราะตอนจิ้มให้ไส้ทะลักแล้วสนุกดี ก็คงเป็นที่มาของชื่อด้อมแฟนคลับ คงเป็นเพราะแฟนๆ ก็อยากโดนจิ้มจนทะลักแบบนั้นบ้าง


            “เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โปรดสังเกตป้ายทางออกฉุกเฉินสีเขียวตามจุดดังกล่าว....”


            เทคต่อไปก็เป็นของพี่ซีซึ่งอธิบายเรื่องเหตุฉุกเฉินต่างๆ โดยเฉพาะหากเกิดเหตุไฟไหม้ จะต้องปฏิบัติตามอย่างไร เอาจริงๆ มันก็ดีนะเพราะผมไม่เคยสนใจฟังเลย แต่ถ้าเป็นไอดอลที่ชอบมาพูด มันก็รู้สึกว่าน่าฟังขึ้นเป็นกอง

            “แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้องกังวล เพราะผมอยู่ข้างๆ เสมอ” พี่ซีเองก็เซอร์วิซส่งยิ้มหวานปิดท้ายเช่นกัน


            “ในการร่วมงานแฟนมีตติ้ง ไม่อนุญาตให้นำสิ่งของดังต่อไปนี้เข้างาน....”


            พี่เลโอก็คงเป็นคนที่มีลุคเด็ดขาด จึงได้รับหัวข้อพูดเรื่องนี้ไป


            “ถ้าเห็นใครฝ่าฝืน ผมจะลงโทษนะครับ” เลโอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง


            แต่ผมคิดว่าประโยคนี้มันไม่น่ามีเลยน่ะสิ เพราะด้อมเจ้าชายคงอยากฝ่าฝืนแล้วถูกพี่เลโอลงโทษมากกว่า


            “งดสูบบุหรี่ในงาน อยู่ด้วยกันนานๆ นะ พี่อินขอร้อง” พี่อินก็ทำหน้ามึนๆ ออกกล้องด้วยหน้านิ่งๆ แต่แค่คำว่าพี่อินขอร้อง ผมคิดว่าด้อมกะทิคงตายกันเป็นแถบแล้ว


            อ้าว ถึงคิวผมแล้วเหรอ


            เทคของคนอื่นๆ แค่ถ่ายเทคแรกก็ผ่านแล้ว จึงถึงคิวผมเร็วกว่าปกติ


            แล้วผมต้องทำอะไรนะ เอ่อ...


            ผมกับไอ้หมาต้องถ่ายทำด้วยกัน ตอนนี้ผมกับมันยืนอยู่ใกล้กัน และกำลังจ้องมองหน้ากัน


            “สามสองหนึ่ง แอคชั่น”


            ผมกับมันค่อยๆ ขยับหน้าเข้าหากัน ผมรู้สึกไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ ทำไมต้องมาเล่นอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย


            “คัท” ผู้กำกับสั่งคัทแล้ววิจารณ์ทันที


            “นี่ วายุ นที เล่นแบบมีอิโมชั่นหน่อยเข้าใจมั้ย นี่จะจูบกัน หรือแค่เอียงตัวเข้าหากันเฉยๆ”


            “ครับ” ผมกับไอ้หมาตอบผู้กำกับ


            อิโมชั่นเหรอ โอเค อีโมชั่น


            “แอคชั่น”


            ผมข่มตาลงแล้วพยายามบิ้วอารมณ์ ถึงไม่ค่อยอยากทำ แต่เอาว่ะ


            ผมมองไอ้หมาใหม่ พยายามสลัดภาพว่ามันไม่ใช่ไอ้หมากวนส้นตีน ไม่ใช่คู่แข่งที่ผมหมั่นไส้มากที่สุด


            ลองจินตนาการใหม่ เห็นไอ้หมานั่นเป็นวานิลลาสุดอร่อย


            ผมเปลี่ยนภาพไอ้หมาตรงหน้าเป็นไอศกรีมซันเดย์รสวานิลลา ท็อปปิ้งวิปครีม โรยด้วยเรนโบว์ เสิร์ฟพร้อมกับโคล่าแสนซู่ซ่า


            โอ้โห น่ากินมากเลย


            ผมจ้องมองหมานั่นแล้วกลืนน้ำลายลงคอ เอาลิ้นเลียริมฝีปากเล็กน้อย รู้สึกเหมือนถูกยั่วยวนด้วยของอร่อย ถ้าได้ลิ้มลองมันจะต้องหวานละมุนมากแน่ๆ


            เอาล่ะ จะชิมแล้วนะ


            ผมค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้กับไอ้หมานั่นอย่างอัตโนมัติ แต่ปรากฎว่า...


            “ขอโทษครับ” จู่ๆ ไอ้หมานั่นกลับถอยตัวออกไปเฉย


            “คัท อ้าว นทีเป็นอะไร วายุกำลังเล่นได้ดีเลยนะ” ผู้กำกับเอ่ยถาม


            “ขอโทษครับพี่ ผมขอทำใจก่อนได้มั้ย ขอพักสักนาทีนะครับ” ไอ้หมานั่นเอ่ย ทำให้ผมนิ่วหน้า


            “ทำใจเชี่ยอะไรวะ คิดว่ากูไม่ต้องทำใจบ้างเหรอวะ” ผมตะโกนใส่มัน แม่ง แทนที่จะรีบถ่ายให้มันจบๆ


            ไอ้หมานั่นไม่เถียงผม แต่กลับรีบปลีกตัวออกไป กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปมาอยู่แบบนั้น แถมยังกระโดดๆ แล้วเอามือกุมอกตัวเองอีก


            “นทีเป็นอะไร ไม่สบายตรงไหนมั้ย” ผู้จัดการของหมอนั่นเดินเข้าไปถามอย่างเป็นห่วง


            “ไม่เป็นไรครับ แค่รู้สึกมันร้อนๆ อ่ะพี่ ใจแม่งเต้นแรงยั่งกับวิ่งมาราธอน” ไอ้หมานั่นบ่นกับผู้จัดการ ส่วนผมก็ยังได้ยินแม้ว่าจะอยู่ห่างพอสมควร


            “แหม จะได้จูบกับวายุก็เลยตื่นเต้นเลยเหรอ” ผู้จัดการเอ่ยแซว


            “พี่พอเลย หยุดพูดนะครับ ไม่งั้นมันไม่หาย” ไอ้หมานั่นโวยวายกับผู้จัดการ


            ผมฟังแล้วขมวดคิ้ว ทำไมวะ แค่จะเล่นฉากนี้กับผม ทำไมต้องรู้สึกแย่อะไรปานนั้น ถึงขนาดรู้สึกไม่สบายเลยเหรอวะ


            ใช่สิ มันคงเกลียดผมมาก ไม่ต่างจากที่ผมเกลียดมันหรอก


            “ทำใจเสร็จหรือยัง มาเข้าฉากได้แล้ว” ผู้กำกับเอ่ยเรียก


            “ครับ ขอโทษครับ” ไอ้หมานั่นกลับเข้าฉาก


            “ไอ้อ่อนเอ้ย” ผมแขวะมัน แต่มันกลับมองผมนิ่งๆ แล้วไม่พูดอะไร


            “สาม สอง หนึ่ง เริ่ม”


            พอถ่ายทำใหม่อีกครั้ง ผมก็ทำเหมือนเดิม ผมกับมันสบตากัน เราต่างคนต่างมองตากันอย่างลึกซึ้งตามบทบาท แล้วค่อยๆ ขยับหน้าเข้ามาใกล้ๆ


            ผมพยายามทำเหมือนกับไอ้หมานั่นเป็นของอร่อย ส่วนไอ้หมอนั่นก็มองผมด้วยสายตาที่ดูละมุนกึ่งเย้ายวน ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก จนเกือบจะหลุดโฟกัส แต่พอดึงความคิดกลับมาให้เห็นหมอนั่นเป็นของกิน มันก็โฟกัสได้มากขึ้น


            กริ่ง...


            เสียงโทรศัพท์ดังแล้ว ผมกับหมอนั่นต่างก็ชะงัก รู้สึกตัวอีกทีริมฝีปากก็อยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว


            ผมหันเข้าหากล้องแล้วพูดตามสคริปต์


            “เพื่อไม่ขัดอรรถรส อย่าลืมปิดเสียงโทรศัพท์นะครับ และงดการไลฟ์สดตลอดงาน...”


            ผมพูดตามบทบาทจนเกือบครบแล้ว


            “คัท” จู่ๆ ผู้กำกับก็สั่งคัทอีกแล้ว


            “นที เป็นอะไรไปเนี่ย ทำไมไม่พูดล่ะ”


            “ขอโทษครับ ผมลืมครับ” ไอ้หมานั่นตอบ สีหน้ามันดูเหม่อลอย


            “ไม่ไหวเลยนที ทำไมวันนี้เป็นแบบนี้” ผู้กำกับตำหนิหมอนั่น


            “ผมขอถ่ายใหม่นะครับ ขอโทษครับ”


            หลังจากนั้น ผมก็ต้องมายืนขยับหน้ากับไอ้หมานั่นอยู่อีกเป็นสิบรอบได้กว่าจะผ่านเทค เพราะไอ้หมานั่นลืมบทพูด พูดติดขัด หรือพูดผิดตลอด จนสุดท้ายต้องให้ทีมงานเขียนบทพูดโชว์ไว้ที่หลังกล้องให้มันอ่าน มันถึงถ่ายทำได้สำเร็จ


            พอปิดกองแล้วแยกย้ายกันกลับ ตอนที่ผู้จัดการพาผมกลับหอพัก ผู้จัดการก็พูดถึงไอ้หมาเกี่ยวกับงานวันนี้


            “แปลกนะ ปกตินทีไม่ค่อยทำงานพลาดเยอะขนาดนี้ ทำไมวันนี้ถึงลืมบทพูดตลอดเลย” ผู้จัดการเอ่ย ขณะเหลือบมองผมไปด้วย


            “มันกากน่ะสิ ส่วนผมเก่ง” ผมยักไหล่


            “ไม่ใช่ว่า หนุ่มฮัสกี้โดนนุ้งหวายแถวนี้โปรยเสน่ห์ จนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวหรอกนะ” ผู้จัดการหัวเราะ


            “นุ้งหวายอะไรเล่าพี่” ผมโอดครวญ พี่เรียกผมหวายได้นะ แต่อย่าเติมนุ้งสิครับ มันดูน่าเอ็นดูเกินไป


            “เอ้า ไม่งั้นจะเพราะอะไร ไม่เห็นเหรอ พอถ่ายทำเสร็จ เจ้านทีก็บอกว่าจะขอออกไปวิ่งรอบตึกสักสามสี่รอบเพื่อสงบสติอารมณ์”


            “เหอะ” ผมแค่นเสียง ผมก็เห็นอยู่ พอผู้กำกับให้ผ่านแล้ว หมอนั่นก็วิ่งจู๊ดออกไปจากสตูดิโอ ไม่พูดไม่จาสักคำ ทำให้ผมอดบ่นไม่ได้


            “ถ่ายทำกับผมมันน่าสะอิดสะเอียดมากน่ะสิ” ผมพูดพึมพำ


            “อืม...อาจจะตรงกันข้ามก็ได้นะ” ผู้จัดการครุ่นคิด


            “พี่พูดอะไรเนี่ย”


            “ไม่รู้สิ” ผู้จัดการว่า “ตอนนี้พี่กับทีมงานหลายคน ก็มีความคิดแปลกๆ อยู่นะ แต่ไม่รู้ว่าน้องวายุจะเห็นด้วยหรือเปล่า”


            “ความคิดอะไรเหรอครับ” ผมอดสงสัยไม่ได้


            ผู้จัดการมองหน้าผม แล้วก็พูดอย่างจริงจัง


            “บางที น้องนทีอาจจะชอบน้องวายุจริงๆ ก็ได้นะ”


            ผมฟังคำพูดของผู้จัดการ แล้วประมวลผลไปสักพักหนึ่ง ก่อนที่สมองผมจะสั่งปฏิเสธโดยทันที


            “เฮ้ย พี่ บ้าน่า ผมกับไอ้หมานั่นเป็นผู้ชายทั้งคู่นะพี่ มันจะเป็นไปได้ยังไง อีกอย่างมันก็เกลียดผมจะตาย ผมก็เกลียดมันด้วย” ผมพูดออกมา


            “นั่นสินะ” ผู้จัดการพยักหน้าเบาๆ ทำหน้าเหมือนเสียดายหน่อยๆ


            “แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงขึ้นมา คงเป็นกระแสดังที่สุดในรอบปีของค่ายเราเลยน่ะ”


            ผมฟังแล้วก็ปล่อยผ่าน สักพักก็คงลืมเรื่องนี้ เพราะคิดว่ายังไงเรื่องนี้ก็คงไม่มีวันเป็นจิง(โจ้)


            ทุกวันนี้ แค่ป้อมๆ ก็หนักจะแย่แล้ว


      



Writer's Talk


ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นลงบ้างนิดๆ แล้วหรือเปล่านะ 555 ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะทุกคน


เราอาจจะยุ่งๆ เพราะอยู่ในช่วงเตรียมเอกสารสมัครเรียนต่อน้า เราก็กังวลเหมือนกันว่า ถ้าสมมติว่าเราจะต้องไปเรียนต่อจริงๆ โปรเจ็คยูนิสตาร์ซึ่งเราทำมือเองทั้งเซ็ต อาจจะออกเล่มได้แค่ปีละเรื่องในช่วงที่เรากลับไทยพอดี ระหว่างนั้น เราอาจจะจะต้องเขียนเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ยูนิสตาร์แล้วส่งสนพ.สักที่หรือออกแต่อีบุ๊ค/เหรียญ เพื่อจะได้มีผลงานออกมาอย่างสม่ำเสมอให้ผู้อ่านได้ติดตามกัน


จริงๆ แล้วพอได้มาลองทำมือเองเราก็ชอบมาก แต่มันก็มีเรื่องต้องรับผิดชอบเยอะ ซึ่งเราก็ไม่กล้าฝากให้ใครดูแลงานให้  คิดว่าเรื่องเดือนครึ่งเสี้ยวคงจะได้พรีไม่เกินเดือนมีนาหรือเมษานี้ แต่เรื่องที่มีปัญหาอาจจะเป็นเรื่องถัดไปของโปรเจ็คยูนิสตาร์... แต่ก็ยังเป็นอนาคตที่ไม่แน่นอน เราอาจจะได้ไปเรียนหรือไม่ได้ไปก็ยังไม่รู้ ฮ่าาา แต่ก็มาบอกให้รับรู้กันก่อนเนอะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามน้า


มีแฟนอาร์ตน่ารักๆ มาฝากอีกแล้ว ชอบมากเลยยย 5555

เรื่องสมมติว่าถ้าคนแพ้หอยเป็นนทีเล่า... จากคุณ H_hwan

นที : แม่งเอ้ย ไอ้ตี๋พึ่งพาอะไรไม่ได้เลย แต่ภาพแม่งจี้มาก กูชอบ 555

วายุ : มึงจะให้กูทำไงเล่า นี่กูก็ร้องให้คนมาช่วยแล้วนะเว้ย


-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนครึ่งเสี้ยว

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 955 ครั้ง

67 ความคิดเห็น

  1. #2544 lio99 (@lio99) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 16:52
    ก็เล่นมองเขาแล้วเลียริมฝีแากใครก็ใจสั่นเว้ยยนุ้งหวาย
    #2544
    0
  2. #2524 patchynan (@patchynan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 07:58
    นที โดนตกแบบจริงจังซะแล้วนะนี่ น่ารักกกกก
    #2524
    0
  3. #2455 Scret-mn (@Scret-mn) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 13:25

    นทีเป็นเอามาก นุ้งหวายก็หวั่นไหวได้แล้วน้าา
    #2455
    0
  4. #2417 deseqert (@jen-1315) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 16:19
    นทีแบบ ฮื่ออ เขินแทน เอ็นดูน้องหวายที่จินตนาการเป็นของกิน น้อนน
    #2417
    0
  5. #2330 Jink_chan (@Jink_chan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 08:47
    โถถถถ...นทีคร้าบบบบ ตื่นเต้นเบอร์นั้นเลย
    #2330
    0
  6. #2103 dream4try (@dream4try) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:54
    ตลกอะ พอโดนรุกกลับทำใจไม่ได้ละสิ
    #2103
    0
  7. วันที่ 22 มกราคม 2562 / 14:22
    ฟินนนนนน
    #1707
    0
  8. #1691 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 12:09
    นทีโดนนุ้งหวายแอคแทค ชอบจังหวะจับอกตัวเองแล้วกระโดด ชอบแฟนอาร์ตน่ารัก
    #1691
    0
  9. #1638 335360 (@335360) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 12:22
    โอ้ยยยยฟิน~~~~~
    #1638
    0
  10. #1633 msp_mint (@msp_mint) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 03:54
    เมื่อไหร่วายุจะรู้ตัวน้าาา
    #1633
    0
  11. #1630 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 22:01
    นทีสงบสติอารมณ์หน่อยค่ะลูก
    #1630
    0
  12. #1485 mind-night11 (@mind-night11) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:10

    น้องงงงงง ทำไมน่ารัก นทีทำใจละลายอ๊ายยย วายุดันไปอ่อยโดยไม่รู้ตัวสินะะะ

    #1485
    0
  13. #1484 yyyyobaby (@yyyyobaby) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:03
    โอ้ยยย นที ทำไมน่าเอ็นดู 555
    #1484
    0
  14. #1483 yyyyobaby (@yyyyobaby) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:03
    โอ้ยยย นที ทำไมน่าเอ็นดู 5555
    #1483
    0
  15. #1482 yyyyobaby (@yyyyobaby) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:02
    โอ้ยยย นที ทำไมน่าเอ็นดู 555
    #1482
    0
  16. #1481 กะเทยไหล่กว้าง (@pawornrat) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 15:42
    เจ้าหมาเขินนุ้งหวายใหญ่เลยยยยย
    #1481
    0
  17. #1479 CR 2473 (@ThiphakonPhutkat) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 23:28
    เขินแทนโว๊ยยยยย
    #1479
    0
  18. #1478 CR 2473 (@ThiphakonPhutkat) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 23:28
    เขินแทนโว๊ยยยยย
    #1478
    0
  19. #1477 9036 (@chonlatheetong) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 19:49
    ฟินมากกกก ถ้าได้ดูคนจริงๆแสดงคงดีนะค่ะ ถ้าเราโตกว่านี้แล้วมีโอกาสได้ทำหนังซักเรื่องล่ะก็ สัญญาเลยว่าจะไม่ลืมนิยายเรื่องนี้ //จริงๆนะ
    #1477
    0
  20. #1476 CHANNUHEs (@CHANNUHEs) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 17:26
    นที นายแพ้วายุหรอหื้มม
    #1476
    0
  21. #1475 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 16:55
    ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยวายุ ที่พี่ผจก.เขาพูดอ่ะถูกแล้ว ถึงกับเสียสมาธิหนักมากเลย คนรู้สึกก่อนก็แบบนี้ล่ะน้าาาา
    #1475
    0
  22. #1473 tualek_orp (@tualek_orp) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 11:24
    เห้ย นทีทุกครั้งนายมาเหนือตลอด พอวันนี้นายแพ้อย่างราบคาบเลยนะ แพ้ความน่ารักของวายุ
    #1473
    0
  23. #1472 686814123new (@686814123new) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 10:51

    นทีใจเย็นนนยุรู้ตัวได้แบ้วว
    #1472
    0
  24. #1471 SoMeOnE (@nuntachat) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 07:32
    ไรท์สู้ๆนะ อนาคตยังเป็นเรื่องไม่แน่นอน ปัจจุบันอ่านแล้ว...นทีคือผช.ที่ใฝ่ฝัน น่าร๊ากกก-///-
    #1471
    0
  25. #1470 choconaynn (@nayza_wk) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 06:34
    เธออออ ทำไมเราเขินจัง 55555 แงงงงง นทีคือเขินจนสติหลุด ส่วนน้องหวายของเรานั้นก็คือน้องหวายผู้ที่คิดว่านทีเกลียด เฮ้ออออ ท้อแทนนทีเลยอ่ะ สงสัยต้องพูดตรงๆว่าชอบ ถึงจะเริ่มรู้ตัว
    #1470
    0