[เปิดจอง ] UNISTAR เดือน.ครึ่ง.เสี้ยว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 270,386 Views

  • 2,653 Comments

  • 17,212 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    50,032

    Overall
    270,386

ตอนที่ 22 : เดือนที่ 21 : หลงรักลิงโง่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12084
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1020 ครั้ง
    3 ก.พ. 62

UNISTAR   เดือน.ครึ่ง.เสี้ยว

- เดือนที่ 21 : หลงรักลิงโง่ -



(เครดิตภาพ http://wallpaperswide.com)

 



            ตั้งแต่เหตุการณ์ในงานแฟนมีตติ้งครั้งนั้น สติของผมไม่ค่อยอยู่กับตัว บางทีนะ จู่ๆ แม่งก็เซ็ง จู่ๆ ก็กลุ้มใจ บางทีก็หมดไฟ สมาธิตอนเรียนที่ปกติก็ไม่ค่อยจะมี ก็ยิ่งไม่มีหนักกว่าเดิม เมื่อก่อนเวลาว่างผมชอบไปห้องดนตรี ซ้อมเพลงเล่น แต่ทุกวันนี้กลับรู้สึกเบื่อ ไม่อยากไปไหน อยากกลับมานอนที่หอเฉยๆ นั่งดูยูทูปไปเรื่อยเปื่อย ไม่มีอารมณ์อยากทำอะไรเลย อย่างเช่นตอนนี้


            ก็อก ก็อก


            เสียงเคาะประตูดัง มีไม่กี่คนหรอกที่จะมารบกวนผมยามดึก ถ้าไม่ไอ้ตั้ม ไอ้เฟิสต์ ก็ผู้จัดการ


            ผมถอนหายใจ ขณะโยนมือถือลงบนเตียงอย่างเบื่อหน่าย แล้วลุกไปเปิดประตูแบบเซ็งๆ


            ปรากฏว่าเป็นทั้งไอ้ตั้มและไอ้เฟิสต์ ไอ้ตั้มยืนโบกมือหน้าสลอนใส่ ส่วนไอ้เฟิสต์ก็มาสไตล์ถือหนังสือนิยายไม่ก็การ์ตูนติดมือมาด้วย


            “มาหากูตอนดึก มีอะไรวะ” ผมถามพวกมัน ไอ้เฟิสต์เดินเข้ามาคนแรกพร้อมหาที่นั่งอ่าน     ต่อโดยไม่พูดอะไร ส่วนไอ้ตั้มเดินเข้ามาตามหลัง


            “ช่วงนี้มึงเป็นอะไรปะวะ เหมือนมีเรื่องกลุ้มใจ คุยกับกูได้นะเว้ย”


            ไอ้ตั้มเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ขณะนั่งไขว่ขาอยู่ข้างๆ ไอ้เฟิสต์


            พอได้ยินคำถาม ผมก็ถอนหายใจทันที


            “กูกำลังกลุ้มใจคนโง่บางคนว่ะ”


            “คนโง่?” ไอ้ตั้มขมวดคิ้ว “ทำไมคนอื่นโง่ มึงต้องกลุ้มใจด้วยวะ มึงควรดีใจดิ มีคนโง่อยู่ ทำให้มึงดูฉลาดนะเว้ย”


            ไอ้ตั้มคงเข้าใจว่าคนโง่นี้หมายถึงโง่เรื่องเรียนหรืองาน


            “ก็เพราะมันทำให้กู...” ผมกำลังจะโวยวาย แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจ


            “ช่างแม่งเถอะ”


            “หืม...” ไอ้ตั้มมองผมอย่างพินิจ “ทำให้มึงเป็นขนาดนี้ แสดงว่าคนโง่คนนี้ มึงต้องใส่ใจมากเลยสินะ”


            ผมเหลือบมองไอ้ตั้มแล้วกรอกตาหน่ายๆ


            “กูจะเลิกใส่ใจแม่งแล้ว เซ็งชิบหาย”


            “งั้นเหรอ” ไอ้ตั้มพยักหน้า “กูเข้าใจละ ให้กูเดา คนโง่ที่มึงพูดถึง คือ วายุใช่มั้ยวะ”


            ผมจ้องหน้าไอ้ตั้มทันที บางทีแม่งก็อ่านใจกูทะลุจนน่ากลัวเกิน


            “ฮ่ะ กูว่าแล้ว” ไอ้ตั้มตบเข่าฉาด จนแม่แต่ไอ้เฟิสต์ยังเงยหน้าจากหนังสือขึ้นมามอง


            “กูคิดอยู่แล้ว ตั้งแต่ดูซีรีส์เดือนครึ่งมึงอีพีแรก กูก็เอะใจแล้วว่านี่คือไอ้นทีที่กูรู้จักเหรอวะ ยิ่งพอเห็นแฟนแคมที่มึงจูบวายุในงานมีตติ้ง กูนี่มั่นใจสุดๆ ฟันธงล้านเปอร์เซ็นต์”


            “มั่นใจเชี่ยอะไรหนักหนา” ผมขมวดคิ้ว


            “ก็มั่นใจไงว่า...” ไอ้ตั้มยื่นหน้ามายักคิ้วแบบกวนประสาท แล้วระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นว่า


            “ตอนนี้มึงเป็นหมาหงอยตามจีบไอ้วายุต้อยๆ แล้ว ฮ่าๆ”


            “หมาหงอยพร่องสิ” ผมชี้หน้าด่ามัน แต่ในใจก็รู้สึกหวั่นๆ


            “เฮ้อ แบบนี้มึงต้องให้กูหัวเราะไปสามวันแล้วน่ะสิ อ๋อ ไหนมึงเคยบอกว่ากินขี้ดีกว่าชอบไอ้วายุนั่นไง ไหนกลับคำละวะ หึหึ”


            คำจี้ใจดำของไอ้ตั้ม ทำให้ผมแยกเขี้ยวใส่


            “ถ้ามึงพูดอีกคำนะ กูจะเลิกคบมึงเป็นเพื่อน!” ผมยื่นคำขาด


            “เฮ้ย ไม่ได้สิวะ” ไอ้ตั้มทักท้วง “การกูได้เป็นเพื่อนซี้กับนทียูนิสตาร์ ทำให้กูมีสาวมาอ่อยวันนึงหลายสิบคนเลยนะเว้ย”


            “สัส มึงเอาชื่อกูไปขายเหรอวะ” ผมด่ามัน


            “เปล๊า สาวๆ เขาแค่อยากรู้จักมึงผ่านกู เลยเปิดช่องให้กูจีบสบายๆ” ไอ้หน้าหม้อตั้มกล่าว


            “ไอ้เพื่อนเลว” ผมแขวะมัน


            “เฮ้ย แต่เอาจริงสิ” ไอ้ตั้มเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน


            “แล้วมึงรู้ตัวเมื่อไหร่วะ ว่ามึงชอบไอ้วายุอ่ะ”


            คำถามของไอ้ตั้ม ทำให้ผมได้แต่ถอนหายใจ


            ผมนึกถึงเหตุการณ์ที่ไอ้ตี๋นั่นเมา...ถึงสองครั้ง แต่ไม่เหมือนกันเลยสักครั้ง


            ครั้งแรกนั้น ผมรู้สึกสับสนกับการกระทำของมัน พอกลับมาคิดก็รู้สึกหวือหวาอย่างประหลาดในใจ คงเป็นตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น ที่ทำให้ผมเริ่มนึกถึงมันในอีกแง่มุมหนึ่งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


            แต่พอเป็นเหตุการณ์ครั้งที่สอง มันต่างจากครั้งแรกลิบลับ ทำให้ผมโคตรสับสนและเจ็บปวดโดยที่ไม่รู้ว่าทำไม


            “มึงจำเรื่องที่มีคนอ้วกใส่สแตนดี้กูได้มั้ยวะ”


            “โฮ้ย จำได้ดิ ข่าวใหญ่ประจำด้อมมึงซะขนาดนั้น” ไอ้ตั้มว่า “ทำไมวะ จับตัวคนทำได้แล้วเหรอวะ”


            ผมเพิ่งนึกได้ว่า พีดีกวางอยากให้ปิดข่าวเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ของไอ้ตี๋ ผมก็เลยเปลี่ยนไปพูดเลี่ยงๆ แทน


            “กูถามมึงหน่อย ถ้าจู่ๆ มีคนหนึ่งที่กูเคยไม่ชอบหน้า แต่พอคนนั้นจู่ๆ ก็มาทำเป็นเหมือนสนใจกู แล้วกูก็เพิ่งพบว่ากูไม่ได้รู้สึกรังเกียจเขา นั่นหมายความว่าไงวะ”


            “เอ่อ...” ไอ้ตั้มมึนงงผมเปลี่ยนเรื่อง แต่ก็ยอมตอบ


            “แสดงว่ามึงคิดไปเองว่ามึงเกลียดเขา แต่จริงๆ มึงไม่ได้เกลียด”


            “อืม” ผมพยักหน้า “แล้วถ้าคนๆ นั้น จู่ๆ ก็มาแสดงออกว่าเกลียดกูจริงๆ แต่ไอ้ตอนที่ทำเหมือนชอบกู มันจำไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่แทนที่กูจะเกลียดเขาตอบ กูกลับรู้สึกเจ็บปวดมาก นั่นหมายความว่ายังไงวะ”


            “นั่นก็หมายความว่า....” ไอ้ตั้มหรี่ตามองผม


            “มึงตกหลุมชอบคนนั้นไปแล้วน่ะสิ”


            “เออ นั่นล่ะที่กูจะบอก” ผมตอบ


            “หะ” ไอ้ตั้มกะพริบตาปริบๆ “มึงกับวายุอ่ะนะ? เฮ้ย ไหนกูอยากเผือก ไอ้วายุมันไปทำอีท่าไหน  ทำให้มึงเข้าใจผิดว่ามันชอบมึงวะ”


            “เออ ช่างเถอะ” ผมขี้เกียจพูดถึง  “เอาจริงนะ ถ้าไม่มีเรื่องซีรีส์ที่ต้องอยู่กับมันแบบนี้ กูคงตัดใจไปนานละว่ะ”


            “แล้วไอ้วายุมันรู้หรือยังวะว่ามึงชอบมัน”


            “รู้พร่องสิ โง่แบบไอ้ตี๋นี่แม่ง” ยิ่งคิดผมยิ่งหงุดหงิด


            “แล้วมึงได้พยายามบอกให้วายุรู้หรือยังวะ” ไอ้ตั้มถาม


            “บอกแล้ว” ผมพ่นลมหายใจ “แต่แม่งก็ยังโง่อยู่เหมือนเดิม”


            “ไหนมึงบอกวายุว่าอะไร”


            “กูก็พูดให้แม่งรู้ตัวไงวะ”


            “ยังไงล่ะ” ไอ้ตั้มเซ้าซี้


            “ก็บอกว่ากูด่ามันตั้งเยอะ ทำไมไม่ชอบกูบ้างวะ”


            “หะ”


            “แล้วกูบอกแม่งด้วยว่า กูหายโง่แล้ว เมื่อไหร่มึงจะหายโง่สักทีวะ”


            ไอ้ตั้มฟังผมด้วยสีหน้าอึ้งๆ อยู่สักพัก จากนั้นมันก็หัวเราะเสียงดังลั่น


            “เดี๋ยวนะมึง นี่มึงสารภาพรักด้วยการด่าเขาว่าโง่นี่นะ”


            “สารภาพรักพร่องสิ” ผมสบถ แต่พอคิดอีกที ถึงผมจะไม่ได้พูดคำว่ารักสักคำ แต่จุดประสงค์มันก็ใกล้เคียง


            “เฮ้ย ที่ผ่านมา มึงเดทกับสาวได้ไงวะ สารภาพรักแบบนี้ แม่งไม่โดนส้นตีนก็โคตรบุญแล้ว” ไอ้ตั้มแม่งพูดแรงชิบหาย


            “กูไม่เคยสารภาพรักกับใครว่ะ มีแต่คนมาบอกชอบกูก่อนทั้งนั้น” ผมพูดตามความจริง


            “อ่อ แบบนี้นี่เอง มึงไม่เคยมีประสบการณ์สินะ” ไอ้ตั้มพยักหน้า


            “แล้วมึงจะทำไงวะ ไอ้วายุมันไม่เหมือนกับสาวๆ ที่เคยมาขอมึงเดทหรอกนะ”


            “เออ กูรู้” เรื่องนี้ผมเข้าใจดี แต่ก็ทำใจลำบากโคตร


            “ขืนมึงเอาเเต่ปากหมาแบบนี้ ระวังเป็นหมาหงอยจริงๆ นะเว้ย” ไอ้ตั้มเตือน


            ผมมองหน้าเพื่อนผม แล้วก็ถอนหายใจ


            “แล้วกูควรทำไงวะ มึงก็รู้ว่าปากกูเป็นงี้ ถ้าจะให้กูแก้นิสัยนะ มึงต้องให้กูเกิดใหม่ละ”


            “ทำไมวะ ทีเล่นซีรีส์กับไอ้วายุเห็นหยอดเอาหยอดเอา” ไอ้ตั้มแซว


            “มึงไม่เข้าใจ ไอ้พูดหยอกๆ ตอนถ่ายทำกับให้พูดจริงจัง ฟิลลิ่งมันไม่เหมือนกัน”


            “อืม ก็จริง ไม่มีครั้งไหนที่มึงจริงจังแล้วจะพูดจาดีๆ สุภาพได้เสักครั้ง” ไอ้ตั้มครุ่นคิด ก่อนจะหันไปถามไอ้เฟิสต์ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างๆ


            “ไอ้เฟิสต์ มึงคิดว่ายังไงวะ”


            “แปบนึง กำลังพีค” ไอ้เฟิสต์พูดโดยไม่เงยหน้าจากหนังสือแม้แต่น้อย


            ผมกับไอ้ตั้มมองหน้ากันเองแล้วเลิกคิ้ว


            “อ๋อ นักเขียนคนโปรดมันเพิ่งออกเล่มต่อ” ไอ้ตั้มอธิบาย “วางแผงวันแรกปุ๊บ แม่งก็รีบไปสอยเห็นใจมันหน่อย”


            “นักเขียนคนไหนวะ” ผมมองชื่อนามปากกาบนหน้าปกหนังสือ


            “อ๋อ คนนี้อ่ะนะ ไม่ใช่ว่ามึงเพิ่งอ่านในเว็บไปเหรอวะ"


            “อรรถรสไม่เหมือนกัน” ไอ้เฟิสต์ตอบขณะพลิกหน้ากระดาษ


            “เออ กูเห็นไอ้เฟิสต์แล้วจู่ๆ กูปิ๊งไอเดียช่วยมึงแล้วว่ะนที” ไอ้ตั้มก็พูดขึ้นมา


            “ยังไงวะ” ผมขมวดคิ้วสงสัย


            “เวลาไอ้เฟิสต์แม่งอ่านการ์ตูนหรือนิยาย มันก็อินจนไม่สนใจเรื่องอื่นใช่มั้ยละ กูว่ามึงเองก็เหมือนกัน”


            “กู?” ผมชี้ที่ตัวเอง แล้วแค่นเสียงหัวเราะ


            “กูน่าจะเป็นคนไทยที่อ่านหนังสือปีหนึ่งเฉลี่ยไม่ถึงหกบรรทัด”


            “ไอ้บ้า” ไอ้ตั้มด่าผม “กูไม่ได้หมายถึงหนังสือเว้ย กูหมายถึงเรื่องร้องเพลงต่างหาก”


            “ร้องเพลงเหรอวะ” ผมขมวดคิ้ว จริงอยู่ว่าผมชอบเพลงและดนตรีมากๆ


            “เวลามึงร้องเพลงอ่ะ มึงก็อินกับทำนองเพลง อินกับความหมาย อินอารมณ์ของเพลง ถูกมั้ย”


            “อืม นักร้องที่ดีมันก็ต้องแบบนั้นแหละ” ผมยักไหล่


            “มึงเป็นคนปากหมา แต่มึงร้องเพลงได้เพราะมาก” ไอ้ตั้มพูดตรงๆ


            “นี่มึงจะด่าหรือจะชมกู” ผมหรี่ตามองเพื่อนผม


            “กูกำลังจะบอกว่า ถึงมึงจะพูดหวานๆ ไม่เป็น แต่มึงก็ร้องเพลงหวานๆ ได้ไม่ใช่เหรอวะ”


            ผมเริ่มคิดตามคำพูดของไอ้ตั้ม


            “มึงกำลังจะบอกว่า...”


            “ใช่แล้ว” ไอ้ตั้มดีดนิ้ว “ทำไมมึงไม่เลือกเพลงหวานๆ สักเพลง แล้วร้องให้ไอ้วายุฟัง เป็นการสารภาพรักไงละ”


            “สารภาพรักด้วยการร้องเพลงเนี่ยนะ” ผมครุ่นนึก


            ผมไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนในชีวิต ร้องเพลงก็คือร้องเพลง ไม่มีความหมายอะไรอื่น ยกเว้น...ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์


            “เพลงนี้เป็นไงวะมึง...” ไอ้ตั้มเปิดมือถือแล้วยื่นมาให้ผมดู ผมมองแล้วก็เบ้ปากเล็กน้อย


            “เพลงนี้แม่งไม่หวานไปเหรอวะ” ผมทำหน้าเลี่ยนเมื่อคิดว่าจะต้องร้องเพลงนี้ให้ไอ้ตี๋ฟัง


            “เฮ้ย กูว่าแจ่มออก” ไอ้ตั้มตบบ่าผม “รับรองไอ้วายุต้องเคลิ้ม”


            “หรือแม่งก็เลี่ยนจัด จนอยากเตะหน้ากู” ผมพึมพำ ก่อนจะนึกเรื่องยุ่งยากขึ้นมาอีกอย่าง


            “เอ่อ แต่มึงจะให้กูร้องยังไงวะ ให้กูเดินไปหามัน แล้วบอกว่ากูจะร้องเพลงให้มึงฟัง ฟังกูหน่อยนะ แบบนั้นเหรอวะ ถุย กูว่าแค่กูเริ่มบทสนทนา แม่งก็สะบัดตูดใส่กูละ ยังไม่ทันได้เริ่มร้องหรอก”


            “เฮ้ย กูมีวิธี เชื่อมือกู แต่งานนี้แม่งต้องมีคนช่วยเยอะหน่อยว่ะ” ไอ้ตั้มเชิดยิ้ม


            ผมไม่ค่อยชอบอะไรแนวนี้เท่าไหร่ อย่างว่าล่ะ ผมไม่เคยคิดจะทำอะไรน้ำเน่าแบบนี้ แต่พอเป็นไอ้ตั้มเสนอขึ้นมา ด้วยมันสมองระดับท็อปเซ็คที่อ่านหนังสือสอบแค่รอบเดียว หรือบางทีแม่งก็ไม่อ่านเลย ผมว่าเชื่อมือมันได้


            “มึงต้องการใช้ตัวช่วยอะไรวะ” ผมถามไอ้ตั้ม


            “ร้องเพลง ก็ต้องมีนักดนตรีถูกมั้ย” ไอ้ตั้มยิ้มกว้าง


            “มึงคือนักร้องนำ ส่วนกูก็มือกีตาร์”


            “มึงกับกู?” ผมเลิกคิ้ว


            “ถ้าไปชวนน้องโอ๊ตมาตีกลอง เรียกน้องซันมาเล่นคีย์บอร์ดได้ แม่งจะโคตรเจ๋งมาก”


            “กูเรียกได้อยู่แล้ว” ผมพยักหน้า โอ๊ตเป็นรุ่นน้องที่เคารพผมมาก ส่วนน้องซัน ถึงมันจะไม่ค่อยรับผิดชอบงาน แต่เพราะผมกับน้องซันสนใจเรื่องดนตรีเหมือนกัน เลยเข้าขากันได้ดี น้องซันสนิทกับผมที่สุดในยูนิสตาร์แล้ว


            “และที่สำคัญ ขาดไม่ได้ มือเบสประจำแบนด์เรา เจ้าชายหนอนหนังสือ...ไอ้เฟิสต์” ไอ้ตั้มตบไหล่เฟิสต์ ที่เพียงตอบกลับมาแค่ประโยคเดียวว่า


            “แปบ ขออ่านฉากสู้ก่อน”


            ผมเลิกสนใจไอ้เฟิสต์ แล้วกลับมาเรื่องตัวเองต่อ


            “มึงให้เรียกคนมาเยอะๆ เพื่อให้เป็นจุดสนใจใช่มั้ยวะ” ผมถามไอ้ตั้ม


            “ถูกต้อง” ไอ้ตั้มดีดนิ้ว “ถ้ามีคนมาดูเยอะๆ อย่างน้อย ก็ต้องมีแฟนด้อมหวายชัวร์ๆ กูรู้ว่าไอ้วายุแม่งแคร์แฟนคลับจะตาย ถ้าอยู่ต่อหน้าแฟนๆ มันไม่กล้าเดินหนีมึงหรอกเว้ย”


            แม้ไอเดียไอ้ตั้มจะดูใช้ได้ผล แต่แม่งก็ดูมัดมือชกยังไงก็ไม่รู้


            “กูไม่ค่อยมั่นใจเลยว่ะ” ผมถอนหายใจ


            “อะไรวะ ทีเรื่องความหล่อ มึงออกจะมั่นใจขนาดนั้น” ไอ้ตั้มแซะผม ทำให้ผมแยกเขี้ยวใส่มัน


            “คนละเรื่องเว้ย หล่อก็เรื่องนึง แต่ไอ้ตี๋มันเป็นคนที่กูคาดเดาอะไรไม่ได้เลยว่ะ กูไม่รู้เลยว่า ถ้ากูร้องเพลงให้มันแล้ว มันจะเป็นยังไง”


            “อืม นั่นสินะ” ไอ้ตั้มพยักหน้าเห็นด้วย “ไอ้วายุบางทีก็มึนกว่าพี่อินในบางเรื่อง”


            “แล้วถ้ามันปฏิเสธกูล่ะ” ผมพูดตามตรง ซึ่งผมว่าโอกาสเป็นไปได้สูงมากด้วย


            “มึงจะร้องไห้หนักมั้ยวะเพื่อน” ไอ้ตั้มถามผมยิ้มๆ


            “สัส กูถามว่าควรทำไง ไม่ใช่ให้มึงมาถามว่ากูจะเป็นยังไง” ผมตอกกลับมัน


            “อืม...เรื่องนั้น...” ไอ้ตั้มกำลังทำท่าจะพูด


            ทว่า คนที่ไม่น่าจะพูดมากที่สุดจู่ๆ ก็ปิดหนังสือวาง แล้วก็ลุกขึ้นยืนพร้อมพูดว่า


            “แม้การพูดความจริง ผลลัพธ์อาจจะโหดร้าย แต่ก็ต้องเผชิญหน้ากับมัน เหมือนกับที่ลอร์ดดาร์ธเวเดอร์พูดกับลุค สกายวอร์คเกอร์ว่า...‘I am your father’”


            ไอ้เฟิสต์ชูกำปั้น พูดด้วยสีหน้ามุ่งมั่น สายตาเต็มไปด้วยไฟลุกโชน


            “หา…อะไรของมึงวะไอ้เฟิสต์” ผมตามไม่ทัน ส่วนไอ้ตั้มแม่งลงไปหัวเราะกลิ้งกับพื้นแล้ว


            “แม่งใช้โควทเด็ดของสตาร์วอร์เลยเหรอวะ” ผมได้ยินไอ้ตั้มพูดเสียงกลั้วหัวเราะ


            “‘ถ้าไม่ลงมือทำ โอกาสสำเร็จคือ 0% แต่ถ้าลงมือทำ แม้โอกาสเพียง 1% ก็เป็นความสำเร็จได้’ คำพูดของ อลัน เบลเยอร์ จากเรื่อง Genesis Online ตอนจะบุกดันเจี้ยนยากที่สุดของเกม” ไอ้เฟิสต์ยังคงพล่ามต่อ


            “เอ๋ นั่นก็นักเขียนคนโปรดมึงปะวะ ไอ้เฟิสต์” ไอ้ตั้มยังคงหัวเราะ


            “แปลดิ” ผมหันไปถามไอ้ตั้ม สมองไม่เข้าใจพวกคำพูดสวยหรูหรือโควทปรัชญาเท่าไหร่  


              สำหรับผม ต้องพูดตรงๆ หยาบๆ โล้นๆ ถึงจะเข้าใจ


            “ไอ้เฟิสต์กำลังจะบอกมึงว่า ถ้ามึงไม่เริ่มจาก ให้ไอ้วายุรับรู้ความรู้สึกในใจมึง มึงก็เหมือนถูกปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรแล้ว”


            ผมลองคิดตามที่ไอ้ตั้มพูด


            “แต่ถ้ามึงได้สารภาพออกไป ต่อให้โอกาสที่มันจะตอบรับมึงอาจมีแค่ 1% แต่มึงก็ยังมีโอกาสไงล่ะเว้ย”


            “เฮ้ย พูดได้ดีว่ะ” ผมชอบไอเดีย ถึงแม้ผมคิดว่าโอกาสที่ไอ้ตี๋มันจะตอบรับมีแค่ 0.00000001e% ก็เถอะ


            “ขอบใจว่ะไอ้เฟิสต์ มึงจะมาช่วยกูเล่นเบสใช่มั้ยวะ” ผมพูดกับไอ้เฟิสต์ ซึ่งนานๆ ทีมันจะมองหน้าเพื่อนแทนมองหน้าหนังสือ


            “แน่นอน” ไอ้เฟิสต์พยักหน้า “ถ้ามึงได้แฟน เลี้ยงนิยายเล่มใหม่กูด้วย”


            “เหอะ ได้” ผมหัวเราะ “ไอ้เฟิสต์ มึงนี่ไม่คิดจะมีแฟนเลยใช่มั้ยวะ จะแต่งงานกับตัวหนังสือหรือไงวะ”


            “ตอนนี้กูแต่งงานกับอลิซ โดโรเธีย ถ้าหย่ากันแล้ว จะบอกมึง” ไอ้เฟิสต์ตอบ


            “ใครวะ” ผมฟังแล้วคิ้วขมวดเป็นปมเพราะงงจัด


            “ตัวละครเรื่องของนักเขียนคนโปรดมันไง” ไอ้ตั้มดูเข้าใจ ก่อนจะหันไปถามไอ้เฟิสต์


            “เฮ้ย แต่กูได้ยินว่า อลิซแต่งงานกับอลันตอนจบไม่ใช่เหรอวะ”


            “เพราะในมโน กูก็คืออลัน” ไอ้เฟิสต์ตอบ ก่อนจะกลับไปอ่านหนังสือ แล้วเข้าสู่โลกของมันต่อ


            “เอ่อ กูก็ไม่เข้าใจมันละ” ไอ้ตั้มยิ้มเฝื่อนๆ


            ถามว่าผมสนิทกับไอ้เฟิสต์ได้ไง ทั้งที่ไลฟ์สไตล์และความชอบต่างกันขนาดนี้ นั่นก็เพราะทั้งผมกับมันมีอะไรก็ช่วยกันตลอด ทุกครั้งที่มีปัญหาก็ไม่เคยเมินเฉย ผมกับไอ้เฟิสต์เป็นเพื่อนประเภทเข้าใจกันดีโดยไม่ต้องคุยกันเยอะ


            “กูว่านะ ถ้าไอ้เฟิสต์จะมีแฟนสักคน แม่งต้องเป็นหนอนหนังสือเหมือนกันแน่ๆ” ไอ้ตั้มแซว


            “น่าจะฮาอยู่นะ” ผมลองนึกภาพ ถ้าไอ้เฟิสต์มีแฟนเป็นนักอ่านตัวยงแบบมัน สองคนจะเดตยังไงวะ แบบว่านั่งคนละมุมห้องอ่านหนังสือ หรือนั่งอ่านหนังสือออกเสียงไปพร้อมๆ กัน...


            โอ้ย คิดแล้วจักจี้ว่ะ


            “อย่าไปว่าไอ้เฟิสต์เลย” ไอ้ตั้มหัวเราะเยาะ


            “กูว่ามึงกับวายุ ถ้าเดตกัน ก็คงฮาไม่แพ้กัน”


            “สัส มึงหุบปาก” ผมชี้หน้าไอ้ตั้ม


            เรื่องของผมกับไอ้ตี๋ เอาไงก็เอาเถอะ


            ตอนนี้ขอแค่มันหายโง่เข้าใจผมก่อนก็พอ แล้วค่อยคิดว่าจะเดตกับมันยังไง


            แม้ว่าโอกาสจะมีน้อยกว่า 1% ก็ตาม


      



Writer's Talk

ถ้าอยากรู้ว่าคนที่จะมาคู่กับเฟิสต์จะเป็นแนวไหน เราแอบไปเปิดนิยายเรื่องใหม่มาน้า เรื่องนี้เฟิสต์จะเป็นพระเอกจ้า จะอัพสลับกับเดือนครึ่งเสี้ยว เข้าไปตำกันได้เนอะ


First Moment ✒ แรกพบในนิยาย ✒


เรื่องพี่ซีก็จะเขียนน้า 555 แต่เดี๋ยวรอเดือนครึ่งเสี้ยวอัพจบนะคะ เพราะว่าตอนท้ายๆ ของเรื่องเดือนครึ่งเส้ยว จะมีสปอยเรื่องพี่ซีนิดหน่อย เลยยังไม่อยากเผยก่อน ฮ่า


ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม และขอฝากนิยายทุกเรื่องไว้ในอ้อมใจกันน้า <3 


มีแฟนอาร์ตสวยๆ มาให้ชมกันด้วยจ้าาาา


แฟนอาร์ตเราเองงง แงงง สวยมาก เขินมาก ชอบมากๆ เลยค่า ให้ใครดูก็บอกว่าเหมือนเราสุดๆ 555555555 (แต่ตัวจริงเราไม่หุ่นดีแบบนี้ กร้ากกกก) ขอบคุณคุณ Sumonchat มากๆ เลยนะคะที่วาดมาให้ ดีใจจังเลยย




โมเมนท์คู่เลโอซีมาอีกแล้วจาก ขอบคุณคุณ Aizome ที่วาดมาให้นะคะ น่ารักมากเลย


เลโอ : ขอบคุณมากนะครับที่วาดภาพมา พี่ซีชอบแกล้งผมตลอดเลยล่ะครับ 5555
ซี : คิดเหมือนกันมั้ยครับว่า เวลาแกล้งใครสักคนสำเร็จ เหมือนเราอยู่เหนือเขานะครับ 555

-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนครึ่งเสี้ยว

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.02K ครั้ง

33 ความคิดเห็น

  1. #2555 Jink_chan (@Jink_chan) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 15:45
    นทีเพื่อนเทอคือดีมากกกกก 55555
    #2555
    0
  2. #2547 lio99 (@lio99) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 19:39
    ถ้าหากรักนี้ ไม่บอกไม่พูดไม่กล่าว แล้วเขาจะรู้ว่ารักหรือเปล่า หากจะให้แน่ใจ อยากให้เขารู้

    เธอคงต้องแสดงออก ไม่ใช่ให้ใครเขาบอก หรือว่าเขาเดาเอง...เขาอาจจะบอกว่า " รักเธอ "
    #2547
    0
  3. #2475 กิ่งข่อย (@PonyAMR) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 16:57
    งื่อ~ ชอบเฟิร์สอ่ะ 555+
    #2475
    0
  4. #2460 Scret-mn (@Scret-mn) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 15:03

    สู้ๆ นทีนายต้องทำได้ นายต้องให้เจ้าลิงเผือกรู้ให้ได้ ตั้มไอเดียดีมาก ตลกเฟิสต์
    #2460
    0
  5. #2442 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 06:59
    งึยยชอบเฟิสต์อ่ะคืนิสัยแบบเราดีๆนี่เอง&#128514;&#128149;
    #2442
    0
  6. #2202 Rutt2212 (@Rutt2212) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:59
    ตั้มนี่ก็เป็นตั้มกิพีเดียหรือตั้มเกิ้ลทรานสเลทเตอร์ให้เฟริส์แบบเดียวกับที่น้องวินเป็นให้พี่อินสินะ 5555 ไอเดียตั้มแจ่มแมวมากกก สู้ๆเน้อออนที
    #2202
    0
  7. #1953 Cream_2546 (@Cream_2546) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:07
    นทีสู้ๆๆๆ
    #1953
    0
  8. #1885 3sandy (@hamony777) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:10
    ชั้นรักเฟิร์สสสส
    #1885
    0
  9. #1884 686814123new (@686814123new) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:01
    ทำไมเรารู้สึกหลงรักเฟิสต์อ่ะ555+ดูเป็นผู้ชายอบอุ่นๆแบดๆเซอร์ๆไงไม่รู้. ขอเฟิตส์สักเรื่องได้ไหมไรท์ขาาแนบรูปด้วยยิ่งดี
    #1884
    0
  10. #1880 Alljae (@Alljae) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:30
    นทีสู้ๆๆๆๆๆๆ
    #1880
    0
  11. #1879 chalak_Mt (@chalak_Mt) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:25
    นทีสู้สิเว้ยยย
    #1879
    0
  12. #1878 kundaneilllll (@kundaneilllll) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:05
    นทีสู้ๆ นทีสู้ตาย
    #1878
    0
  13. #1877 Menight * (@menight) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:13
    โฮ้ยยยยย อยากอ่านพี่ซีแล้ววว ><
    #1877
    0
  14. #1876 What&Why (@enjoyyyyy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:47
    สู้ๆนะเว้ยนที
    #1876
    0
  15. #1875 SPR_DK (@SPR_DK) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:06
    ดีใจอ่ะ อยากอ่านเรื่องพี่ซีด้วย อยากเห็นพี่ซีแกล้งเลโอ555555555555555
    #1875
    0
  16. #1874 tualek_orp (@tualek_orp) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:02
    ไปจ๊ะ ไปให้สุดแม้โอกาสจะเป็นศูนย์ก็อย่ายอมแพ้นะนที คว้าหัวใจ-ตี๋วายุมาให้ได้นะ
    #1874
    0
  17. #1873 Natchatancy (@Natpom2423) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:51
    เฟิร์สคือฉันในชีวิตจริงงงง5555
    #1873
    0
  18. #1872 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:30
    ขอบคุณค่ะ
    #1872
    0
  19. #1870 Pen pink (@16003) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:16
    เรื่องเดทไม่ต้องห่วง เเฟนๆอยากให้คู่กันอยู่แหละ จะไปไหนมาไหนชิวว บอกเลยยย
    #1870
    0
  20. #1869 yyyyobaby (@yyyyobaby) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:08
    นทีสู้ๆนะ วายุบางทีก็ซื่อเกิน 555
    #1869
    0
  21. #1868 pa.kh (@Tijarattap) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:49
    ยากโครตน้องวายุโง่ขนาดนั้น เฮ้ย
    #1868
    0
  22. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:58
    ตั้มคือคนดีของนทีอ่ะ 555 ไม่มีตั้ม นทีไม่มีทางได้คบวายุแหง ป.ล.เฟิร์สคือดีมากกกกก รักกกกกก
    #1866
    0
  23. #1865 Mo_2548 (@Mo_2548) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:48

    นทีสู้ๆลูกกก

    #1865
    0
  24. #1862 HISY'S* (@summer_snow) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:53

    เอาแล้วๆๆๆ จะจีบแล้วนะวายุระวังหัวใจด้วย

    #1862
    0
  25. #1861 msp_mint (@msp_mint) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:43
    แง้ รอมาต่อนะค้าาา นทีสู้ๆๆๆ วายุต้องเห็นแน่นอนน
    #1861
    0